นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    มือปราบเหยี่ยวดำ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1
    • 2
    • 3

    บรรดลในคราบจงหลานชายอาเจ็กถึงกับพูดไม่ออกเมื่อเผชิญหน้ากับตี๋ใหญ่เป็นครั้งแรก เสี่ยปิ่นเห็นเหตุการณ์คลี่คลาย บอกให้จบเรื่องและกลับไปฉลองงานวันเกิดของตนต่อ

    ตี๋ใหญ่มองเสี่ยปิ่นนิ่งๆ ก่อนอวยพรเสียงเรียบ

    “สุขสันต์วันเกิดครับเฮีย...ไปพวกเรา”

    จบคำก็ยกพวกจากไป บรรดลกับอาเจ็กมองตามแล้วเลือกวิ่งตามพวกตี๋ใหญ่ไปด้วย โดยมีจ่ายะสายข่าวประจำดำเนินสะดวกมองตามจนลับตา แล้วแอบไปโทร.หาเนตรดาวว่ามาไม่ทันแล้ว

    เนตรดาวเจ็บใจที่พลาดทำข่าวสำคัญ เช่นเดียวกับบรรดลที่ต่อยกำแพงอู่รถระบายอารมณ์

    อาเจ็กเห็นแล้วอดบ่นไม่ได้ “ต่อยผนังมือเจ็บ แล้วได้อะไรขึ้นมาวะ”

    “ตี๋ใหญ่มันยืนอยู่ตรงหน้าแท้ๆ แต่ฉันทำอะไรมันไม่ได้เลย”

    “มันก็ถูกแล้วนี่...ตอนนี้ลื้อเป็นอาจงหลานอั๊ว

    ที่ยังเรียนมหาลัย ไม่ใช่ตำรวจมือปราบอย่างที่ลื้อเคยเป็น แล้วคิดดีๆ...ลื้อคนเดียวจะไปสู้พวกมันได้ยังไง พวกมันมากกว่าแถมยังมีปืนกันทุกคน ส่วนลื้อกับอั๊ว...สากกะเบือสักอันยังไม่กล้าติดตัวไปให้พวกมันระแวงเลย”

    คำเตือนของอาเจ็กทำให้บรรดลสงบลง อาเจ็กเข้าใจความรู้สึกอีกฝ่ายดี ตบบ่าให้กำลังใจ

    “คิดในแง่ดีสิ...ไม่เคยมีใครเข้าใกล้พวกมันได้เท่านี้อีกแล้ว ตราบใดที่เรายังไม่ยอมแพ้  ไอ้ตี๋กับพวกต้องเข้าซังเตแน่นอน อั๊วสัญญาว่าอั๊วจะช่วยอย่างเต็มที่ ลากคอคนเลวๆพวกนั้นมาให้ได้!”

    “ขอบคุณมากนะเจ็ก”

    พวกตี๋ใหญ่กลับไปตั้งหลักบ้านโชติที่กรุงเทพฯ ทิพย์รออยู่แล้วและทำแผลให้หนูที่ร้องโอดโอยไม่หยุด สมาชิกหญิงคนเดียวของแก๊งรำคาญเลยผละไปดื้อๆ เห็นตี๋ใหญ่ยืนจิบเบียร์เลยไปคุยด้วย

    “คืนนี้จะนอนนี่หรือเปล่า”

    “ไม่อะ...เดี๋ยวจะไปแล้ว”

    ทิพย์ถอนใจยาว รู้ดีว่าตี๋ใหญ่ไม่เคยพักที่ไหนนาน และไม่เคยมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง นอกจากบ้านพ่อแม่

    “คงไม่ต้องถามสินะว่าจะไปไหน”

    “ฉันก็ไปของฉันไปเรื่อยแหละ ถ้าหยุด...ก็ตาย”

    “เออ...แล้วนี่คิดจะลงมืออีกเมื่อไร”

    “ยังไม่รู้เลย แต่กะว่าจะทำงานใหญ่ ได้เงินสักก้อนแล้วไปกบดานที่ไหนไกลๆให้เรื่องเงียบ แล้วค่อยกลับมา”

    “เรื่องเอ็งมันไม่เงียบง่ายๆหรอกเว้ย ตำรวจทั้งประเทศ นักข่าวทุกสำนัก ชาวบ้านชาวช่องทั้งหลาย เขาไม่ลืมเอ็งกันง่ายๆหรอก แล้วไหนจะเงินค่าหัว...เงินใครมันก็อยากได้กันทั้งนั้นแหละวะ”

    ตี๋ใหญ่รู้ดีว่าอีกฝ่ายเป็นห่วงและรู้สึกกับตน

    มากกว่าเพื่อนร่วมแก๊ง แต่เขาตอบรับความรู้สึกนั้นไม่ได้ ได้แต่ผละไปขึ้นรถแท็กซี่ที่ประทีปขับมารับเงียบๆ...

    ooooooo

    ประทีปพาตี๋ใหญ่ไปส่งบ้านเพื่อนอีกคนชื่อยุทธ ยุทธไม่ได้ร่วมแก๊งโจรด้วย แค่ให้ที่พักและเสบียงบางโอกาส แลกกับเงินที่เป็นเหมือนสินน้ำใจ บ้านของยุทธจึงถือเป็นแหล่งซ่อนตัวอีกแห่งของตี๋ใหญ่

    ตี๋ใหญ่เรียกโตมาคุยงานด้วยวันต่อมา บอกว่าจะทำงานใหญ่แล้วหายหน้าไปสักพักให้เรื่องเงียบ โตมือขวาคนสนิทไม่ขัด และรับคำสั่งจะไปตามพวกมาเพิ่ม

    ระหว่างที่ตี๋ใหญ่เตรียมวางแผนปล้นครั้งใหม่...พวกตำรวจก็ประชุมเพื่อตามล่าตัวและหาที่ซ่อนตัวของทั้งแก๊ง

    วสันต์เปิดฉาก “เท่าที่ทีมของผมสืบหาข้อมูล ยังไม่พบเบาะแสว่าตี๋ใหญ่กับพวกอยู่ที่ดำเนินสะดวกหรือย่านใกล้เคียงเลย แต่ก็อย่างว่า...ตี๋ใหญ่มันกว้างขวาง แค่พวกในแก๊งก็หลายสิบคน กระจายกันอยู่หลายจังหวัดแล้ว”

    สมศักดิ์เห็นด้วยและเสริมตามข้อมูลที่ศึกษามา “ใช่ครับ...แล้วยังมีพวกเจ้าพ่อที่คอยช่วยเหลือมัน รวมทั้งพวกที่มันใช้เงินผูกสัมพันธ์เอาไว้ด้วย นี่แหละคือเหตุผลที่เราเข้าถึงตัวมันยาก”

    ศิริพยักหน้ารับรู้ “แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม...เราคงต้องใช้ทุกวิถีทางในการหาข่าว ถ้ารู้ว่าตี๋ใหญ่อยู่ที่ไหน หรือจะไปที่ไหน เราต้องรีบลงมือ เดินเกมให้เร็วที่สุดก่อนที่มันจะไหวตัวทัน”

    บรรดลรับคำสั่งจะเร่งหาทางเจาะข้อมูลแก๊งตี๋ใหญ่มาให้ได้ แต่ไม่ทันก้าวออกจากห้อง ทั้งกองปราบฯก็แตกตื่น เมื่อวสันต์รับแจ้งจากตำรวจโพธารามว่าตี๋ใหญ่ก่อเหตุลักพาตัว จับคนไปเรียกค่าไถ่!

    ฝ่ายตำรวจตรวจสอบกันเต็มที่ว่าแก๊งที่ก่อเหตุเป็นพวกไหน เพราะแก๊งตี๋ใหญ่มักก่อคดีปล้น แต่ไม่เคยลักพาตัวใครเพื่อเรียกค่าไถ่แบบนี้ จึงตั้งข้อสันนิษฐานว่าอาจเป็นการแอบอ้าง

    เมื่อวสันต์และตำรวจจากกองปราบฯลงพื้นที่สอบปากคำภรรยาของหมอชัยที่ถูกจับไปเรียกค่าไถ่ จึงได้รับคำยืนยันว่าตี๋ใหญ่เป็นคนติดต่อมาจริงๆ ให้เตรียมเงินสดห้าล้านบาทไปไถ่ตัวสามี

    “ไอ้ตี๋ใหญ่มันบอกแค่ให้รวบรวมเงินให้ครบ แล้วมันจะโทร.มาบอกเวลาและสถานที่นัดหมายอีกที”

    คำให้การของภรรยาหมอชัยทำให้เหล่าตำรวจมองหน้ากันเครียดๆ ก่อนที่สมศักดิ์จะประกาศ

    “แจ้งตำรวจทุกหน่วย ช่วยกันสืบหาให้ได้ว่าหมอชัยถูกจับตัวไว้ที่ไหน”

    เนตรดาวไม่พลาดข่าวเด็ดนี้ แม้ยังไม่รู้แน่ชัดว่าเป็นฝีมือแก๊งตี๋ใหญ่หรือไม่ แต่คดีนี้ก็สร้างความตกตะลึงให้แก่คนทั่วประเทศ เพราะหมอชัยเป็นคนใจบุญและคนดังแห่งโพธาราม

    “เป็นเวลาห้าชั่วโมงแล้ว...หลังจากที่มีกลุ่มชายฉกรรจ์ห้าคนบุกจับตัวคุณหมอชัย...คุณหมอพ่อพระแห่งโพธาราม...ไปเพื่อเรียกค่าไถ่เป็นจำนวนเงินถึงห้าล้านบาท จนถึงนาทีนี้ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ นอกจากเชื่อว่าหัวหน้าโจรกลุ่มนี้คือตี๋ใหญ่ อาชญากรที่ตำรวจกำลังต้องการตัวมากที่สุด”

    รายงานสดของเนตรดาวถูกถ่ายทอดสดทั่วประเทศ ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับแก๊งตี๋ใหญ่ โดยเฉพาะสุภาพกับสำอาง รวมทั้งมะยมกับนพวรรณ ต่างก็รับรู้ข่าวนี้ด้วยสีหน้าวิตกกังวล...กลัวคุณหมอคนดังจะไม่รอด!

    ooooooo

    คดีลักพาตัวหมอชัยเพื่อเรียกค่าไถ่เป็นที่สนใจของคนทั่วประเทศ เนตรดาวตามเกาะติดและไปเฝ้าหน้าบ้านหมอชัยเพื่อรอข้อมูลจากอุดม แหล่งข่าวตำรวจที่เธอสนิทด้วยที่สุดเวลานี้

    “ตกลงแน่ใจแล้วเหรอว่าเป็นฝีมือตี๋ใหญ่จริงๆ”

    อุดมส่ายหน้าเหนื่อยๆ “ยังไม่ยืนยัน แต่เท่าที่สอบถามพยานที่เห็นเหตุการณ์ ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าหัวหน้ามันประกาศตัวชัดเจนว่าเป็นตี๋ใหญ่”

    เนตรดาวฟังเรื่องคำให้การของภรรยาหมอชัยด้วยความตั้งใจ ได้ความว่าหมอชัยถูกลักพาตัวอย่างอุกอาจจากคลินิกตัวเอง โดยก่อนพาตัวไป หัวหน้าแก๊งโจรที่เชื่อว่าเป็นตี๋ใหญ่ได้ประกาศต่อหน้าเหล่าผู้ช่วยและคนไข้ทิ้งท้าย

    “กูจะเอาตัวหมอไป พวกมึงเตรียมเงินห้าล้านไว้ไถ่ตัวมัน ได้เงินเมื่อไหร่ กูจะส่งมันกลับมาเป็นๆ แต่ถ้าไม่ได้ มันจะกลับมาเป็นศพ กู...ตี๋ใหญ่...พูดจริงทำจริงเสมอ!”

    อุดมมีสีหน้าเคร่งเครียด แต่เนตรดาวคาใจบางอย่าง

    “เป็นไปได้ไหมที่ตี๋ใหญ่จะโดนแอบอ้างชื่อ”

    “เป็นไปได้ทั้งนั้นแหละ อาจโดนอ้างชื่อเหมือนหลายคดีที่ผ่านมา หรือว่าเป็นตี๋ใหญ่จริงๆก็ได้เหมือนกัน”

    “แต่ถึงยังไงตอนนี้แทบทุกสำนักข่าวก็พูดตรงกันหมดแล้วว่าเป็นฝีมือแก๊งตี๋ใหญ่”

    “ถูกต้อง...ไม่ว่าจะใช่หรือไม่ใช่ ข่าวนี้ก็ยิ่งสร้างชื่อให้กับพวกมัน”

    พวกตำรวจปักหลักรอที่บ้านหมอชัย ในที่สุดพวกโจรเรียกค่าไถ่ก็โทร.มานัดแนะสถานที่ บรรดลที่รอปฏิบัติงานเตรียมพร้อมรับคำสั่ง แต่ไม่ทันขยับ วสันต์ก็แจ้งว่ารู้ที่ซ่อนตัวของพวกโจรแล้ว

    ภรรยาหมอชัยหน้าซีด กลัวสามีเป็นอันตราย

    “คุณตำรวจคะ...ไม่ว่ายังไงก็ตาม ต้องพาคุณหมอกลับมาให้ได้นะคะ”

    “ไม่ต้องห่วงครับ ความปลอดภัยของคุณหมอต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง ถ้าไม่มั่นใจจริงๆ เราจะไม่ลงมือเด็ดขาด!”

    พวกตำรวจ นำโดยวสันต์กับสมศักดิ์ นำกองกำลังล้อมจับพวกโจรที่กระท่อมร้างกลางทุ่งนาตามเบาะแสที่ได้รับแจ้งจากพวกชาวบ้านละแวกนั้น ทั้งหมดซุ่มรอเวลาถึงเช้ามืดจึงบุกจับตัว!

    สำราญหัวหน้าพวกโจรที่แอบอ้างชื่อตี๋ใหญ่พยายามหนีและต่อสู้ แต่ถูกบรรดลตามประกบและจับตัวได้ในที่สุด

    “งานนี้ไม่เกี่ยวกับไอ้ตี๋หรอก ผมแค่อ้างชื่อมันเท่านั้นเอง”

    หัวหน้าพวกโจรยอมรับดื้อๆทันทีที่ถูกสอบสวน วสันต์นิ่วหน้าไม่เข้าใจ สำราญเลยบอกเหตุผลแบบเซ็งๆ

    “แต่ก่อนไอ้ตี๋มันยังแค่นักเลงปลายแถว แต่เดี๋ยวนี้ชื่อมัน...ใครได้ยินก็กลัวหัวหดกันหมดแล้ว เพราะอย่างนี้ไง โจรกี่แก๊งๆถึงอ้างชื่อมันกันทั้งนั้น”

    สำราญรับสารภาพทุกอย่าง พวกตำรวจเลยไม่เหนื่อยมาก แต่เจ็บใจมากกว่าเพราะยังจับตี๋ใหญ่ไม่ได้ โดยเฉพาะบรรดล หัวเสียจนสมศักดิ์กับอุดมต้องช่วยกันปลอบ และให้กำลังใจกันและกันให้ลุยใหม่

    ooooooo

    เนตรดาวตามมาทำข่าวและรายงานสดจากพื้นที่จับกุมพวกโจรเรียกค่าไถ่เหมือนเคย โดยมีหมีเป็นตากล้องคู่ใจ

    “หลังปฏิบัติการของตำรวจ แน่ชัดแล้วว่าคดีลักพาตัวคุณหมอชัยไม่ได้เป็นฝีมือของตี๋ใหญ่ เป็นแต่เพียงการแอบอ้างชื่อเท่านั้น ความสำเร็จในปฏิบัติการครั้งนี้นับเป็นผลงานชิ้นโบแดงของตำรวจ แต่ถึงอย่างนั้น...หลายคนก็ยังคงมีคำถามคาใจถึงความล้มเหลวในการตามจับตี๋ใหญ่ซึ่งผ่านมานานมากแล้ว ทว่ากลับยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ”

    บรรดลกับอาเจ็กฟังรายงานสดของเนตรดาวแล้วถอนใจยาว เบื่อหน่ายและหงุดหงิดที่จับตี๋ใหญ่ไม่ได้

    ทั้งสองแวะไปหารือเรื่องแหล่งซ่อนตัวของตี๋ใหญ่ที่บ้านพักตำรวจของอุดมบ่ายวันเดียวกันอุดมเป็นฝ่ายเปิดฉากจากข้อมูลที่มี “ความยากก็คือ...ถึงเราจะเจาะถึงตัวตี๋ใหญ่ได้ เราก็ไม่มีทางรู้ว่ามันคิดอะไรอยู่ เพราะมันไม่เคยบอกใครจนกว่าจะถึงเวลาลงมือ”

    “ขนาดพวกเดียวกัน มันยังไม่พูด เพราะรู้ดีว่าขืนพูดอะไรออกไป อาจหลุดถึงหูตำรวจอย่างพวกลื้อได้”

    คำพูดของอาเจ็กทำให้บรรดลคิดได้ “ก็ไม่แน่เหมือนกันนะเจ็ก แต่เราต้องลงทุนหน่อย ตอนนี้เราตีสนิทพวกนั้นได้แล้ว คราวนี้ก็ลงทุนเลี้ยงพวกมัน ให้พวกมันพูดออกมาให้มากที่สุด”

    “ถ้าเอาอย่างนั้น เราต้องเริ่มที่อาโชติ”

    ชื่อโชติทำให้สองตำรวจมองหน้ากันงงๆ จำได้ว่าล่าสุดฝ่ายนั้นทำท่าเหมือนไม่ไว้ใจจง

    “อาโชติไม่ได้ลงมือกับพวกตี๋ใหญ่ก็จริง แต่เรื่องวงในมันรู้ดีกว่าใคร แล้วตอนนี้มันก็เลิกระแวงลื้อแล้วอาจง”

    “ใช่...ก็อุตส่าห์ลงทุนเจ็บตัวซะขนาดนั้น”

    บรรดลพูดเนือยๆ ก่อนจะตาพราวเมื่อเห็นนพวรรณหอบหิ้วถุงของกินเข้ามา อาเจ็กเห็นหลานชายหลอกๆมองตามพยาบาลสาวเข้าครัวตาเยิ้ม อดแซวไม่ได้

    “จะทำอะไรก็รีบๆนะ มัวแต่เล่นสนุก อีกหน่อยจะเหมือนอั๊ว...ไร้คู่...อ้างว้าง...เอกา”

    “รู้แล้วน่าเจ็ก รอให้จัดการพวกตี๋ใหญ่ให้ได้ก่อน”

    “ทำไมต้องรอด้วยเล่า ชีวิตคนเรามันไม่รู้วันพรุ่งนี้หรอกนะเว้ย”

    อุดมรับหน้าที่เข้าครัวช่วยนพวรรณจัดของ พยาบาลสาวจึงมีโอกาสถามเรื่องของบรรดล

    “คุณกับคุณดลคงเป็นเพื่อนกันนานมากแล้วสินะ”

    “ครับ...เรียนตำรวจมาด้วยกัน เรียนจบแล้วก็ยังมาทำงานที่เดียวกันอีก ผมน่ะเป็นตำรวจตามพ่อ ส่วนไอ้ดลที่บ้านมันทำธุรกิจอสังหา คนละเรื่องกันเลย แต่มันชอบทางนี้มาตั้งแต่เด็กแล้ว”

    “พวกคุณเคยคิดเรื่องครอบครัวไหมคะ...ถ้าแต่งงานแล้วงานที่ทำอยู่จะยังไง งานที่ต้องไปเสี่ยงตายทุกวันน่ะ”

    “คงไม่มีทางอื่นหรอกคุณวรรณ นอกจากคนคนนั้นต้องเข้าใจ ถึงจะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้”

    นพวรรณเงียบไปอึดใจ อุดมเลยไม่กล้าพูดอีก กลัวสะเทือนใจ พลันก็เหลือบเห็นบรรดลที่หน้าประตู จึงรีบยกอาหารออกไป ทิ้งสองหนุ่มสาวคุยกันตามลำพัง

    บรรดลเข้าใจความอึดอัดใจของนพวรรณดี รู้ว่าเห็นแก่ตัวแต่หัวใจก็อยากขอให้เธอรอ

    “ผมรู้นะว่าคุณคิดอะไรอยู่ แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผมสัญญาว่าจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง”

    นพวรรณเชื่อเขาหมดใจ ตอบรับเสียงเบาแต่หนักแน่น

    “วรรณจะรอ...วรรณเชื่อคุณนะคะ”

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “ริว” อวดกล้ามเฟิร์ม หุ่นฟิต ซิกซ์แพ็กแน่นๆ ส่งท้าย!! ละคร “พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน”

    “ริว” อวดกล้ามเฟิร์ม หุ่นฟิต ซิกซ์แพ็กแน่นๆ ส่งท้าย!! ละคร “พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน”
    26 ต.ค. 2564

    09:00 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 26 ตุลาคม 2564 เวลา 22:43 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์