ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

มือปราบเหยี่ยวดำ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1
  • 2
  • 3

หลังเลิกประชุมที่กองปราบปราม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ บรรดลก็ตัดสินใจแวะหานพวรรณเพื่อปรับความเข้าใจที่ทำเป็นไม่รู้จักเธอเมื่อวันก่อน พยาบาลสาวดีใจที่เจอเขา แต่อดตีรวนไม่ได้

“เราเคยรู้จักกันมาก่อนเหรอคะ”

บรรดลหน้าเจื่อน พยายามอธิบายอย่างใจเย็น “คุณวรรณ...ผมจำเป็นต้องพูดไปอย่างนั้น งานที่ผมทำอยู่มันอันตรายมาก ไม่ว่าใครก็ตามที่ผมยุ่งเกี่ยวอาจต้องมีอันตรายไปด้วย”

“งั้นคุณมายุ่งเกี่ยวกับวรรณทำไมล่ะคะ”

“ผมไม่ยุ่งไม่ได้ เพราะตั้งแต่วันที่ผมพบคุณครั้งแรก ก็ไม่เคยมีช่วงเวลาไหนเลยที่ผมจะหยุดคิดถึงคุณ”

คำสารภาพแบบตรงไปตรงมาของเขาทำให้

นพวรรณถึงกับอึ้ง แต่ก็สับสนจนต้องเอ่ยถาม

“แต่เรื่องระหว่างเรา...”

“อีกไม่นานหรอกครับ”

“อีกไม่นานน่ะเมื่อไรกันเหรอคะ จนกว่าคุณจะฆ่าพวกผู้ร้ายจนหมด หรือจนกว่าคุณจะถูกฆ่าซะเอง”

“ผมก็ยังไม่รู้เหมือนกัน ผมรู้แต่ว่านี่คือหน้าที่ของตำรวจอย่างผม เรามีหน้าที่ต้องเอาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม แม้แต่...ชีวิตของเรา”

นพวรรณเข้าใจความจำเป็นในหน้าที่ตำรวจดี เพราะตัวเธอก็รักและภูมิใจในหน้าที่พยาบาลไม่ต่างกัน จึงตัดสินใจไม่กระเง้ากระงอดไปมากกว่านี้ แต่ควักกระเป๋าหยิบรูปถ่ายของเขากับเธอยื่นให้

“นี่ค่ะ...รูปที่วรรณสัญญาว่าจะให้ วรรณเก็บติดตัวไว้ตลอด หวังว่าสักวันจะมอบให้คุณ”

บรรดลใจชื้น คิดว่าเธอต้องมีใจ แต่ต้องหน้าเสีย เมื่อเธอบอกลาและทิ้งท้ายอย่างตัดใจ

“ถ้าไม่จำเป็น...เราอย่าพบกันอีกเลยค่ะ”

นพวรรณปฏิเสธเขาแบบนั้นเพราะไม่อยากให้ความรักของเธอทำให้เขาห่วงหน้าพะวงหลัง บรรดลพอเข้าใจความรู้สึกเธอ แม้จะเจ็บปวดแต่จำต้องปล่อยเธอไปเพื่อความปลอดภัย

บรรดลปัดเรื่องนพวรรณจากใจและมุ่งมั่นกับภารกิจล่าตี๋ใหญ่ วันต่อมาจึงร่วมกับสมศักดิ์และอุดม บุกบ้านทิพย์เพื่อจับกุมยกแก๊ง แต่นอกจากจะไม่มีใครให้จับ ยังเกิดการปะทะกันอีกต่างหาก!

ooooooo

ทีมล่าตี๋ใหญ่อ้าปากค้างเมื่อพบว่าพวกตนไม่ได้อยู่ตามลำพังในบ้านทิพย์ แต่มีกลุ่มชายฉกรรจ์จำนวนหนึ่งมาถึงก่อนหน้าและตั้งท่าจะเอาเรื่องเต็มที่ แต่เพียงไม่กี่อึดใจที่ปะทะกัน หัวหน้ากลุ่มชายฉกรรจ์ก็เผยตัว

“ผม...วสันต์ สารวัตรใหญ่ สภ.อ.ดำเนินสะดวก”

“ที่แท้ก็พี่นี่เอง เคยได้ยินแต่ชื่อสารวัตรวสันต์...

มือปราบแห่งดำเนินสะดวก”

สมศักดิ์ลดปืนในมือ หมดความสงสัยในตัวอีกฝ่ายเพราะได้ยินชื่อเสียงมานาน รีบแนะนำตัวและลูกทีมว่าเป็นตำรวจจากกองปราบปราม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วสันต์ก็ทำเช่นเดียวกัน

“นี่ถ้าบอกตั้งแต่แรกว่าเป็นตำรวจเหมือนกัน

ก็คงไม่ต้องเหนื่อยสู้กันแบบนี้หรอก...จริงไหม”

“ก็นั่นน่ะสิ...แต่ผมว่าพี่กับพวกผมคงคิดไม่ต่างกันหรอก โจรยุคนี้มันชอบยิงตำรวจ แค่สงสัยนิดเดียวว่าเป็นตำรวจ มันก็ซัดไม่เลี้ยงแล้ว เพราะอย่างเนี้ยถึงไม่มีใครกล้าประกาศตัวเป็นตำรวจตั้งแต่แรก”

“ถูกต้องครับพี่ โดยเฉพาะพวกตี๋ใหญ่ พวกมันเนี่ยฆ่าตำรวจมาไม่รู้เท่าไหร่แล้ว” อุดมเสริม

“เพราะอย่างนี้แหละครับ พี่ถึงได้พยายามตามล่าพวกมันไง ล่าสุดมันก็เพิ่งฆ่าลูกน้องพี่ไปอีกคน”

คำบอกเล่าอย่างเจ็บแค้นของวสันต์ทำให้พวกบรรดลรู้ว่าลูกน้องของวสันต์คือคนเดียวกับที่ถูกยิงตายในคดีปล้นร้านทองเมื่อวันก่อน วสันต์กำหมัดแน่น ก่อนเล่าเรื่องเศร้าของนายตำรวจลูกน้อง

“วันนั้นเป็นวันเกิดลูกชายเขา เขาสัญญาจะซื้อเค้กวันเกิดให้ แต่วันนั้น...เขาไม่มีโอกาสได้กลับบ้าน”

บรรยากาศทำท่าจะหดหู่ โชคดีที่ลูกน้องของวสันต์ที่เข้าไปค้นบ้านทิพย์ออกมารายงานว่าไม่พบใคร

“เล่นขนกันไปทั้งคนทั้งของแบบนี้ แสดงว่าพวกมันคงเตรียมทำงานใหญ่กันอีกแล้ว”

อุดมคาดเดาตามสถานการณ์ล่าสุด บรรดลเจ็บใจมากที่พลาดการจับกุม

“โธ่เว้ย! อุตส่าห์ตีสนิทกับพวกมันได้แล้วแท้ๆ ทำไมเราถึงได้ช้าไปก้าวหนึ่งตลอดเลยนะ”

“ทำใจเถอะ เราคงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่ามุ่งมั่นตามล่าพวกมัน มีอะไรให้ช่วยบอกเลยนะ พวกพี่พร้อมเสมอ”

วสันต์เอ่ยปลอบและจากไปพร้อมลูกทีม ทิ้งพวกบรรดลให้ยืนคุยกันหน้าเครียด

“พวกไอ้ตี๋ใหญ่มันเล่นหายตัวกันไปทั้งโขยงแบบนี้ แล้วเราจะทำยังไงกันต่อล่ะครับ”

สมศักดิ์ถอนใจยาว สรุปเสียงเข้ม “ก็อย่างที่สารวัตรวสันต์บอกนั่นแหละ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น สิ่งที่ตำรวจอย่างเราจะทำก็คือมุ่งมั่นตามล่าพวกมัน...เอาคนผิดมาลงโทษให้ได้!”

ooooooo

เพราะการหายตัวอย่างไร้ร่องรอยของแก๊งตี๋ใหญ่ ทีมล่าเลยต้องถอยไปตั้งหลักที่กองปราบปรามเพื่อหารือแผนขั้นถัดไป ศิริมีสีหน้าเคร่งเครียด คิดหนักก่อนตัดสินใจเพิ่มรางวัลนำจับแก๊งตี๋ใหญ่อีกสองเท่าตัว

ศิริต้องการยับยั้งไม่ให้แก๊งตี๋ใหญ่ก่อเหตุอีกรอบ เลยคิดหาทางให้ประชาชนหรือแม้แต่สมาชิกแก๊งแจ้งเบาะแสเพื่อเร่งการจับกุม กิตติโชตินายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นตัวแทนแถลงข่าวเช่นเคย

รางวัลนำจับมูลค่าถึงหนึ่งแสนบาทกลายเป็นที่ฮือฮาและโจษจันมากในหมู่นักข่าว

“ค่าหัวหนึ่งแสนสำหรับตี๋ใหญ่...ไม่มากเกินไปเหรอครับท่าน”

กิตติโชติชี้แจงตามเหตุผลที่ตกลงกันในที่ประชุม “ไม่หรอก...อาชญากรอย่างตี๋ใหญ่ ก่อคดีไว้มากมาย ตราบใดที่เขายังลอยนวลอยู่ ก็จะสร้างความเดือดร้อนให้คนบริสุทธิ์อีกมาก”

บรรดลกับอุดมยืนฟังการแถลงข่าวจากมุมไกลๆ ด้วยท่าทีนิ่งสงบ ต่างจากเนตรดาวที่กระตือรือร้นมาก

“ตำรวจมีข้อสงสัยอะไรเกี่ยวกับตี๋ใหญ่หรือเปล่าคะ ถึงได้ตั้งค่าหัวสูงขนาดนี้”

“ข้อสงสัยประเภทไหนเหรอคุณ”

“ข้อสงสัยประเภทที่ว่าตี๋ใหญ่จะลงมือปล้นครั้งใหม่ที่ไหนสักแห่ง และครั้งนี้น่าจะเป็นงานใหญ่อีกครั้ง”

กิตติโชติไม่อยากขยายความเพราะกลัวเสียรูปคดี ตัดบทดื้อๆ “ยังไม่มีคำยืนยันใดๆทั้งนั้น ตำรวจแค่พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อจับตัวผู้ร้ายมาลงโทษให้ได้ ผมขอคำถามนี้เป็นคำถามสุดท้ายนะ...ขอบคุณทุกคน”

การเพิ่มรางวัลนำจับแก๊งตี๋ใหญ่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง เนตรดาวก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น แต่ออกแนวปักใจว่าทางตำรวจอาจมีเบาะแส จึงได้เพิ่มเงินรางวัลเพื่อเร่งการจับกุม

บรรดลไม่สบายใจนัก กลัวใจตี๋ใหญ่จะยิ่งบ้าระห่ำเพราะลำพองใจว่าตำรวจจับตัวไม่ได้ อุดมไม่คิดเช่นนั้น แต่ไม่ทันอ้าปากเถียง ก็ได้ยิ้มตาพราวเมื่อเห็นเนตรดาวเดินผ่านมา

“ว่าไงคุณเนตรดาว เจอกันอีกแล้วนะครับ”

“ข่าวใหญ่ประจำปีจะพลาดได้ยังไงล่ะคะ แต่ขอบอก ...ฉันมีไม้เด็ดจะทำให้ข่าวของฉันเหนือกว่าทุกช่อง”

“ยังไงเหรอครับ อย่าบอกนะว่าคุณรู้แล้วว่าพวกตี๋ใหญ่ไปที่ไหน”

“ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ แต่ฉันรู้ตัวคนที่จะบอกเราได้”

สองหนุ่มตำรวจสนใจขึ้นมาทันที แย่งกันถาม เนตรดาวเลยฉวยจังหวะนี้เสนอข้อแลกเปลี่ยน

“ข้อมูลแลกกับข้อมูล...ถ้าฉันให้ข้อมูลกับพวกคุณ พวกคุณต้องสัญญาว่าทุกความเคลื่อนไหวในการตามล่าตี๋ใหญ่ ฉันต้องได้รู้ก่อนคนอื่น”

บรรดลกับอุดมมองหน้ากันนิ่ง ก่อนยอมตกลง หากเนตรดาวพิสูจน์ได้ว่าแหล่งข่าวเชื่อถือได้

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"มิ้นต์" ตะลึง "เต้ย" เรตอาร์ เขินจนเดินสะดุดล้ม

"มิ้นต์" ตะลึง "เต้ย" เรตอาร์ เขินจนเดินสะดุดล้ม
22 ม.ค. 2563
07:01 น.