ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

มือปราบเหยี่ยวดำ

SHARE
  • หน้าที่ 2
  • 1
  • 2
  • 3

บรรดลกลุ้มใจเรื่องแต่งงานไม่ต่างจากนพวรรณ แต่ภารกิจสำคัญตามจับแก๊งตี๋ใหญ่ทำให้เขาต้องตั้งสมาธิ พุ่งความสนใจไปที่งาน โดยมีจ่ายะซึ่งแกล้งเมาแอ๋แวะมาส่งข่าวในคืนเดียวกัน

“ผมแอบได้ยินพวกมันคุยกัน ตอนนี้ไอ้เสี่ยโจมันสั่งระดมพลลูกน้อง เตรียมไปถล่มตี๋ใหญ่คืนพรุ่งนี้”

“มันนัดพบกันที่ไหน”

“ถ้าไม่ผิดก็เป็นบาร์เสี่ยปิ่น ตี๋ใหญ่มันเป็นคนนัดเองเลย”

“ถ้างั้นเราต้องรีบจัดทีมมาระงับเหตุแล้วล่ะ... งานยักษ์เลยล่ะคราวเนี้ย”

สมศักดิ์นำทีมตำรวจหลายนายไปล้อมจับ แต่ไม่วายกำชับทุกคนให้เตรียมตัวและตั้งสติให้ดี เพราะปฏิบัติการครั้งนี้อาจรุนแรงและบ้าระห่ำกว่าทุกครั้ง วสันต์ที่มาสมทบในฐานะตำรวจเจ้าของพื้นที่อดสงสัยไม่ได้

“แน่ใจได้ยังไงว่าพวกมันจะมากันจริงๆน่ะ”

“ผมว่าพวกมันมาแน่ ตราบใดที่พวกมันยังไม่รู้ว่าตำรวจเป็นร้อยรอต้อนรับพวกมันอยู่”

“ได้อย่างนั้นก็ดี จะได้รวบตัวซะให้หมดทีเดียวเลย ทั้งมือปืน เจ้าพ่อ แล้วก็ไอ้พวกลิ่วล้อ เกลียดนักล่ะ ไอ้พวกหากินบนความเดือดร้อนของสังคมแบบนี้”

ไม่ใช่แค่พวกตี๋ใหญ่ที่ไม่รู้เรื่องตำรวจนำกำลังดักจับ เสี่ยโจก็ไม่ได้ระแวงว่าแผนลับแตกแล้ว ฟ้านั่นเองที่เป็นไส้ศึกให้ตี๋ใหญ่โทร.บอกความเคลื่อนไหวเป็นระยะๆ

ชาญรับคำสั่งจากเสี่ยโจให้ล่วงหน้าไปบาร์ของเสี่ยปิ่น หากเจอใครน่าสงสัยหรือพวกของตี๋ใหญ่ให้ยิงทิ้งได้เลย ตี๋ใหญ่รับรู้แผนการของเสี่ยโจจากฟ้าด้วยสีหน้านิ่งสงบ ก่อนสั่งการให้สมาชิกแก๊งเตรียมตัว

 หนูกระตือรือร้นมากตามประสาพวกเลือดร้อน อาสาจะเป็นกองหน้าท้าตายแทนตี๋ใหญ่

“สัญญาได้ไหม ให้ฉันเป็นคนยิงมันเอง”

“ตามสบายเลยหนู แกอยากทำอะไรได้ทุกอย่าง”

บรรดลกับพวกตำรวจจับตารอหน้าบาร์เสี่ยปิ่นอยู่แล้ว เมื่อชาญมาถึง อุดมจะลุย บรรดลต้องรั้งไว้

“พวกเราซุ่มดูเงียบๆก่อน อย่าเพิ่งลงมือทำอะไร ไม่งั้นพวกที่เหลือจะไหวตัว รอจนกว่าเสี่ยโจกับพวกตี๋ใหญ่จะมาแล้วค่อยบุกจับทีเดียวเลย!”

ooooooo

พวกตำรวจสังเกตการณ์หน้าบาร์เสี่ยปิ่นตั้งแต่เช้าจดเย็น แต่ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ เช่นเดียวกับพวกชาญที่ซ่อนตัวด้านในรอพวกตี๋ใหญ่ แต่ก็ไม่เห็นวี่แววอีกฝ่ายจะโผล่หัวมา

เสี่ยโจพอใจมากเมื่อชาญโทร.บอกว่าไม่มีกับดักตุกติกในบาร์เสี่ยปิ่น แต่คงคิดไม่ถึงว่าอีกไม่กี่อึดใจต่อมา จะต้องตายอย่างน่าอนาถ เมื่อออกจากบาร์ตัวเองแค่กลางทางก็ถูกพวกตี๋ใหญ่ดักยิง!

ฟ้าเป็นคนส่งข่าวบอกพวกตี๋ใหญ่ ทำให้เสี่ยโจถูกลอบยิงกลางทาง ชาญสังหรณ์ใจไม่ดีเพราะติดต่อเจ้านายไม่ได้ ตัดสินใจจะไปช่วย แต่ถูกพวกตำรวจล้อมหน้าล้อมหลังบังคับให้มอบตัวเสียก่อน

หนูยิงเสี่ยโจจนหมดรังกระสุน ก่อนถมน้ำลายใส่ด้วยความสะใจ และเดินไปสมทบตี๋ใหญ่ที่รออยู่

“เช็กดูแล้วใช่ไหมว่าไม่มีใครรอด”

“ชัวร์...ยิงกระหน่ำขนาดนี้ ไม่มีใครรอด”

“ถ้างั้น...เราไปฉลองกันเถอะ”

พวกตี๋ใหญ่สลายตัวไปแล้ว ไม่ได้อินังขังขอบหรือรู้เรื่องตำรวจมาตามจับ ปล่อยให้พวกชาญถูกหลอกและต้องเผชิญหน้ากับพวกตำรวจที่บาร์เสี่ยปิ่นแทน

ชาญหัวเสียมาก เมื่อเห็นหน้าบรรดลเดินมาหาพร้อมกุญแจมือก็จำได้ว่าชื่อจง หลานชายอาเจ็ก

“แกนั่นเอง...ที่แท้แกก็เป็นตำรวจ ฮึ...ไอ้พวกนั้นมันช่างโง่จริงๆเลย”

พูดพลางหัวเราะหึๆ ก่อนควักปืนที่ซ่อนในถุงเท้ามายิง โชคดีที่บรรดลตั้งรับทันและจับตัวใส่กุญแจมือจนได้

เหตุการณ์กลับตาลปัตร พวกตำรวจจับใครไม่ได้ทั้งสมาชิกแก๊งตี๋ใหญ่และเสี่ยโจ ได้มาเพียงชาญและลูกน้องคนอื่นซึ่งไม่ได้มีความสำคัญ แต่เพียงไม่นานก็ได้รู้คำตอบจากจ่ายะว่าเสี่ยโจกลายเป็นศพกลางถนนเสียแล้ว

จ่ายะพูดโทรศัพท์จากที่เกิดเหตุซึ่งเป็นเส้นทางระหว่างบาร์เสี่ยโจมาบาร์เสี่ยปิ่น “ตี๋ใหญ่มันเล่นแผนซ้อนแผน ผมขี่มอเตอร์ไซค์มาดูเสี่ยโจ แต่ช้าไป พอตามทันก็พบเสี่ยโจกับพวกกลายเป็นศพไปหมดแล้ว”

“ยืนยันนะว่าเสี่ยโจจริงๆ”

“ไม่ผิดแน่นอน ผมเข้าไปดูศพแล้ว ตายสนิทเลย”

“โธ่เว้ย! อุตส่าห์วางแผนรวบตัวพวกมัน แต่มันดันพลิกเกมจนได้ แล้วตอนนี้ศพอยู่ที่ไหน”

“ยังอยู่ในรถตรงสี่แยกก่อนถึงบาร์เสี่ยปิ่นนี่แหละครับ”

“โอเค...เข้าใจแล้ว แค่นี้ก่อนนะ”

วสันต์ในฐานะสารวัตรแห่งดำเนินสะดวกเจ้าของพื้นที่ พาลูกน้องไปสำรวจที่เกิดเหตุตามคำบอกเล่าของจ่ายะทันที พวกนักข่าวตามไปด้วยเช่นกัน และพยายามจะซักถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่วสันต์ไม่อยากตอบคำถามใครตอนนี้ จึงได้แต่บอกปัดว่าจะสอบสวนและแถลงการณ์ภายหลัง

ส่วนสมศักดิ์ อุดมและบรรดลไปรอดูศพเสี่ยโจที่โรงพยาบาล สีหน้าเคร่งเครียดมากเพราะนับวันพวกตี๋ใหญ่จะทวีความโหดเหี้ยมและตามตัวยากมากขึ้นทุกวัน นพวรรณเห็นบรรดลทำหน้านิ่วคิ้วขมวด ก็อดมาคุยด้วยไม่ได้

“เกิดอะไรขึ้นเหรอคะคุณดล”

“ตี๋ใหญ่วางแผนล่อเสี่ยโจออกมาเพื่อฆ่าล้างแค้นให้กับเสี่ยปิ่นครับ”

“โห...ทำไมถึงได้โหดเหี้ยมกันขนาดนี้ล่ะ”

“พวกนี้มันไม่ใช่คนครับ มันทำได้ทุกอย่างแหละ”

ooooooo

พวกตี๋ใหญ่ไปดื่มฉลองกันที่อู่นายฟื้น หนู ปื๊ดและโตร่าเริงมาก ขยับชนแก้วแล้วแก้วเล่าด้วยความลำพองใจที่งานสำเร็จ ต่างจากทิพย์ที่หันไปพูดกับตี๋ใหญ่ด้วยสีหน้าจริงจัง

“โชคดีนะที่วันนี้พวกเราไม่มีใครเป็นอะไร”

“ฉันตั้งใจไว้แล้วว่าเราทุกคนต้องปลอดภัย ถ้ามีอะไรไม่เป็นไปตามแผน ฉันจะยอมตายเพื่อให้ทุกคนรอด”

ตี๋ใหญ่พูดพลางกระดกเหล้าเข้าปาก ทิพย์ได้แต่มองมาทึ่งๆ เชื่อหมดใจว่าอีกฝ่ายจะทำตามที่พูดจริงๆ...

ข่าวการตายของเสี่ยโจกลายเป็นข่าวใหญ่ไม่แพ้คราวเสี่ยปิ่น แตนกับป๋อง น้องสาวและน้องชายของตี๋ใหญ่บังเอิญได้ยินรายงานข่าวนี้ด้วยผ่านจอโทรทัศน์

“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้มีผู้เสียชีวิตทันทีสี่ศพ จากการสืบทราบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้สามารถเชื่อมโยงไปถึงคดีก่อนหน้านี้ซึ่งมีลักษณะการตายคล้ายคลึงกัน นั่นก็คือคดีดักยิงเสี่ยปิ่น ด้วยเหตุนี้เอง...ตำรวจจึงสันนิษฐานว่า สาเหตุน่าจะเป็นเรื่องของการล้างแค้น โดยขั้นต้นเชื่อว่าผู้ที่ลงมือคือกลุ่มของตี๋ใหญ่”

ชื่อของตี๋ใหญ่พี่ชายคนโตทำให้สองพี่น้องมองหน้ากันเครียดๆ ก่อนที่แตนจะเป็นฝ่ายสั่งน้องชายเสียงเข้ม

“ป๋อง...ห้ามพูดเรื่องนี้กับป๊ากะแม่นะ”

“โหย...พูดไม่พูดยังไงป๊ากับแม่ก็ต้องรู้จนได้”

“เหอะน่า...บอกไม่ให้พูดก็ไม่ต้องพูด”

“ฮือ...ไม่พูดก็ได้”

ระหว่างรอผลการสืบสวนคดีเสี่ยโจถูกยิงตายกลางสี่แยก บรรดลมีนัดเจอพ่อแม่ของนพวรรณ เลยพยายามแต่งตัวให้เรียบร้อย สวมเสื้อเชิ้ตติดกระดุมและหวีผมเรียบแปล้จนอุดมถึงกับตะลึง

“แกว่าฉันดูเป็นยังไงบ้างวะ”

“ไม่ไหว...เรียบร้อยไปไหนวะเนี่ย ถามจริง...แกเป็นอะไรวะ ขนาดเข้าไปอยู่กลางดงโจร เจอพวกหน้าอินทร์หน้าพรหมมาไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ ไม่เห็นแกจะเคยเป็นแบบวันนี้เลย”

“ก็มันไม่เหมือนกันนี่หว่า นี่มันความเป็นความตายยิ่งกว่า แล้วตอนไปสืบคดี ฉันก็ปลอมตัวเป็นแบบนั้นแบบนี้ แต่คราวนี้ฉันต้องเป็นตัวฉันเองให้พ่อแม่คุณวรรณเห็น”

“แต่แต่งตัวแบบนี้...มันก็ไม่ใช่แกนี่หว่า”

บรรดลถอนใจยาว เห็นด้วยกับเพื่อนรักเป็นอย่างยิ่ง อุดมเอื้อมมือไปตบบ่าให้กำลังใจ

“ให้ฉันไปด้วยไหม”

“แกก็รู้ว่าฉันชอบลุยเดี่ยว แกไม่ต้องไปเป็นเพื่อนหรอก”

“ใครว่าไปเป็นเพื่อน ไปศึกษาดูงานต่างหากอีกไม่นานฉันก็คงต้องเจอแบบแกเหมือนกัน อาจจะหนักกว่าด้วย”

“งั้นยิ่งไม่ต้องใหญ่ เดี๋ยวจะพากันสอบตก...ฉันไปก่อนล่ะ”

ooooooo

คำเตือนของอุดมทำให้บรรดลได้สติ เปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าแบบเดิมที่ใส่ประจำ พ่อกับแม่ของนพวรรณนั่งรออยู่แล้วที่ร้านอาหาร สีหน้าเรียบเฉยจนเขาอดใจเสียไม่ได้

นพวรรณพยายามคลี่คลายบรรยากาศ แต่เหมือนแม่จะไม่ให้ความร่วมมือ เปิดฉากพูดเรื่องแต่งงานทันที

“จะทำอะไรก็คิดกันให้ดีๆ เรื่องแต่งงานไม่ใช่เรื่องจะทำกันเล่นๆ”

พ่อของนพวรรณสงสารลูกสาว อยากเปลี่ยนเรื่องคุย แต่บรรดลกลับคิดว่าต้องยืนยันให้ชัดเจน

“ผมไม่เคยคิดว่าเรื่องแต่งงานเป็นเรื่องเล่นๆหรอกครับ”

ทุกคนหันมองเขาเป็นตาเดียว แต่บรรดลก็ไม่สะทกสะท้าน เอ่ยทุกอย่างจากใจ

“นับตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกัน...ผมก็จริงจังกับเรื่องของเรามาตลอด แม้จะรู้ว่าผมไม่ใช่ผู้ชายที่มีทุกอย่างเพียบพร้อม แต่ทุกอย่างที่ผมมีก็พร้อมจะให้คุณวรรณ...ไม่เว้นแม้แต่ชีวิตของผม”

น้ำเสียงหนักแน่นและท่าทางจริงจังของเขาทำให้แม่ของนพวรรณลดท่าทีแข็งกร้าวลง แต่ไม่วายวางท่า เพราะยังไม่ไว้ใจว่าตำรวจมือปราบจะดูแลลูกสาวได้ตลอดรอดฝั่ง

“คำพูด...ใครๆก็พูดได้ทั้งนั้นแหละ ตอนนี้ดูกันไปก่อนก็แล้วกัน ส่วนเรื่องแต่งงานเอาไว้ค่อยว่ากันทีหลัง”

นพวรรณเหนื่อยใจและอ่อนใจกับอคติของแม่ แต่บรรดลกลับบอกให้เธอลองมองอีกมุม

“อย่างน้อย...แม่ของคุณก็ยังไม่ได้ปิดโอกาสให้เราได้คบกัน”

“ใช่แล้วล่ะค่ะ...วรรณเข้าใจแม่ดี แม่แค่ต้องการความมั่นใจว่าลูกสาวจะไม่เสียใจทีหลังเมื่อแต่งงานไปแล้ว”

“ผมสัญญาว่าจะไม่ทำให้คุณและพ่อแม่ของคุณต้องผิดหวังในตัวผม”

ไม่ใช่แค่บรรดลที่ต้องทำหน้าที่ต่อหัวใจ ตี๋ใหญ่จอมโจรแห่งดำเนินสะดวกก็มีคนที่เขารักและต้องดูแล และคนกลุ่มแรกที่เขาแวะไปหาหลังงานใหญ่คือพ่อแม่ น้องสาวและน้องชาย

แตนกับป๋องกำลังช่วยกันขนขนมไปขาย เห็นหน้าพี่ชายคนโตแล้วถึงกับอึ้ง ตี๋ใหญ่ไม่ได้ยี่หระท่าทางของน้องทั้งสอง แต่สงสัยมากกว่าถึงบทสนทนาที่ทั้งสองคุยกันก่อนหน้าที่ว่าปรารถนาเมียรักอดีตนางงามของเขาต้องไปหาหมอ

“หนาเขาเป็นอะไร ทำไมถึงต้องไปหาหมอ”

“นี่เฮียยังไม่รู้อีกเหรอ”

“ก็ไม่รู้น่ะสิถึงได้ถาม”

“เมียเฮียเขาท้อง...น้องของนนท์มันน่ะ”

ตี๋ใหญ่จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าปรารถนาเคยไปบอกเขาด้วยตัวเองถึงอู่นายฟื้น

“นานแล้วหรือยัง”

“หลายเดือนแล้ว เพราะอย่างนี้แหละ เขาถึงมาขอช่วยขายขนม เก็บเงินเอาไว้ตอนคลอด”

“ทำไมเขาไม่ยอมบอกเฮียล่ะ”

“เขาคงโกรธแหละมั้ง เล่นไล่เขาไปแบบนั้นน่ะ”

“ก็มันจำเป็นนี่นา”

แตนกับป๋องทำหน้าไม่อยากเชื่อ แต่ตี๋ใหญ่ไม่สนใจจะอธิบายเหตุผล และเปลี่ยนไปถามถึงพ่อบ้าง

“ยังไม่ดีเท่าไร ทำอะไรหน่อยก็เหนื่อยหอบ หมอบอกว่ารอดูอาการอีกหน่อย บางทีอาจจะต้องผ่าตัดอีก”

“งั้นก็ต้องใช้เงินอีกล่ะสิ”

“ใช่...นี่ยังไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน แม่ต้องคอยดูป๊า ส่วนแตนก็ช่วยทำ ช่วยขายขนมเท่าที่จะทำได้”

ตี๋ใหญ่ถอนใจยาว ก่อนควักเงินทั้งหมดที่มีให้น้องสาว

“เอานี่ไปแบ่งกันใช้ก่อน ไม่ต้องบอกแม่ ป๊าแล้วก็หนาว่าเฮียเป็นคนให้ แล้วเฮียจะรีบหามาให้อีก”

“เฮียจะหามายังไง จะปล้นเขาอีกเหรอ”

“จะหามายังไงก็เรื่องของเฮีย...เฮียไปก่อนล่ะ”

ตัดบทแล้วผละไป ทิ้งน้องสองคนให้มองตามเครียดๆ...ไม่รู้ว่าคราวนี้พี่ชายจะก่อคดีปล้นใครอีก

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"ไม้-พาย" ว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาว เปิดตัวแบบคอมเมดี้ ชวนฟินใน "เมียจำเป็น"

"ไม้-พาย" ว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาว เปิดตัวแบบคอมเมดี้ ชวนฟินใน "เมียจำเป็น"
20 ม.ค. 2564

07:30 น.

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 20 มกราคม 2564 เวลา 12:33 น.