ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

มือปราบเหยี่ยวดำ

SHARE
  • หน้าที่ 2
  • 1
  • 2

วสันต์แยกตัวไปล้อมจับโตที่ร้านค้า ส่วนสมศักดิ์ยังอยู่ที่ท่าเรือเพื่อคุมนักประดาน้ำตามหาร่างของหนู บรรดลยืนมองห่างๆด้วยแววตาว่างเปล่า สมศักดิ์ต้องปลอบใจ

“ดล...ดลทำดีที่สุดแล้วนะ บางอย่างมันก็เกินกว่าการควบคุมของเรา เท่านี้ดลก็เอาชีวิตมาเสี่ยงมากแล้ว”

พูดจบก็ตบบ่าและไล่ให้กลับบ้านไปพัก บรรดลเลยได้สติว่าตัวเองกำลังทำหน้าที่แฝงตัว และตัดสินใจจะทำอะไรบางอย่างให้ชัดเจนกว่านี้...ก่อนจะไม่มีเวลานั้นอีก

โตไม่จำนนง่ายๆ จับหญิงตัวประกันไปขังและใช้เสื้อนอกของเธอรัดไว้ไม่ให้ขยับไปไหน ส่วนตัวเองแอบปีนหน้าต่างหนี รอดสายตาจากพวกวสันต์ไปได้อย่างหวุดหวิด

เนตรดาวตามไปรายงานสดถึงบริเวณท่าเรือ ออกอากาศทั่วประเทศ นพวรรณซึ่งกำลังเป็นห่วงบรรดล แทบเป็นลมเมื่อได้ฟังรายงานสถานการณ์ของนักข่าวสาว

“หลังจากหลายชั่วโมงของปฏิบัติการไล่ล่า ได้เกิดการปะทะ ทำให้หนึ่งในคนร้ายถูกยิง ร่างสูญหายไปในสายน้ำ ส่วนคนร้ายที่เหลือยังคงหลบซ่อน โดยจับหญิงสาวเป็นตัวประกัน สถานการณ์ยังอยู่ในความตึงเครียด”

มะยมเห็นสีหน้าพยาบาลสาวรุ่นน้องก็เป็นห่วง นพวรรณส่ายหน้าไม่อยากพูดอะไร หมุนตัวจะกลับไปทำงานอีกครั้ง ก่อนจะได้ยืนตัวแข็ง เมื่อเห็นบรรดลตรงหน้า

“ขอโทษนะที่ให้รอ”

นพวรรณน้ำตาไหลด้วยความโล่งใจ ยกมือจับหน้าเขาที่มีรอยช้ำเหมือนถูกต่อย

“คุณเจ็บไหม”

“ไม่มากหรอกครับ”

“เดี๋ยวให้คุณหมอตรวจหน่อยนะคะ”

“ไม่ต้องหรอกครับ แค่ได้มาเจอหน้าคุณ ผมก็ลืมเจ็บไปหมดแล้วล่ะ”

บรรดลส่งยิ้มให้เธอคลายใจ นพวรรณสบายใจขึ้นมาก แต่ไม่วายสารภาพกับเขาตรงๆ

“รู้ไหมคะ...ทั้งชีวิตวรรณไม่เคยกลัวแบบนี้มาก่อนเลย”

“ผมก็เหมือนกัน ผมกลัว...กลัวว่าจะไม่ได้มาเจอหน้าคุณอีก เพราะอย่างนี้ไงครับ ผมถึงอยากพูดคำบางคำกับคุณ...ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป”

“อะไรเหรอคะ”

“เราแต่งงานกันเถอะ”

นพวรรณหัวใจพองโตกับคำขอของเขา ก่อนจะตั้งหลักได้ แกล้งเย้าเขาขำๆ

“จะมาขอแต่งงาน ไหนล่ะคะแหวน”

บรรดลยิ้มหวาน ทำท่าล้วงกระเป๋าเสื้อด้านซ้าย เหมือนควักแหวนจากหัวใจมาให้

“นี่ไงครับแหวนจากใจ”

นพวรรณเขินมาก บรรดลคุกเข่าต่อหน้าเธอ โดยไม่สนใจสายตาใคร

“แต่งงานกับผมนะ”

ทุกคนที่นั่นมองหน้ากันยิ้มๆ โดยเฉพาะมะยม ลุ้นสุดใจให้พยาบาลสาวรุ่นน้องตอบรับคำขอแต่งงาน นพวรรณหน้าแดงจัด สุดท้ายก็ตอบตกลงและจูงมือว่าที่เจ้าบ่าวของเธอออกไปทันที

ooooooo

อุดมพาพวกผู้หญิงไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล โล่งใจมากที่ไม่มีใครถูกทำร้าย หรือถูกกระทำชำเรา หลังจากนั้นจึงพาไปกองปราบฯเพื่อสอบปากคำและชี้ตัวคนร้าย

พวกผู้หญิงจำได้แม่นว่าตี๋ใหญ่ โตและประทีปเป็นคนรับตัวพวกเธอจากชายแดน และยิ่งกว่ามั่นใจว่าตี๋ใหญ่คือคนยิงตำรวจที่ด่านทั้งสองนาย

“ถ้าเจอตัวจริง สามารถชี้ตัวได้หรือเปล่า”

อุดมถามเสียงนิ่ง พวกผู้หญิงกลัวมาก แต่เมื่อคิดถึงเรื่องเลวร้ายที่เจอก็พยักหน้าตกลง

“ดี...สัญญานะว่าจะช่วยกันจับคนเลวๆพวกนี้ไปรับโทษให้สาสมกับสิ่งที่พวกมันทำ!”

วสันต์ยังล้อมจับโตที่ร้านค้าแถวท่าเรือ แต่นานหลายชั่วโมงก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหว สมศักดิ์ที่ตามมาช่วยเสนอให้บุกช่วยตัวประกันก่อนสถานการณ์จะตึงเครียดไปกว่านี้

สมศักดิ์กับวสันต์เจ็บใจมากเมื่อพบว่าโตหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้แค่หญิงตัวประกันที่ถูกจับมัดมือมัดเท้าขังในห้อง เนตรดาวตามมาทำข่าวเหมือนเคย และรายงานสดผ่านจอโทรทัศน์ไปทั่วประเทศ

“แม้การช่วยเหลือตัวประกันจะผ่านพ้นไปด้วยดี ทว่าคดีนี้ยังคงมีเงื่อนงำที่รอการคลี่คลาย ทั้งการหายตัวไปอย่างลึกลับของผู้ร้าย และศพของผู้ร้ายอีกคนซึ่งยังค้นหาไม่พบ ขั้นต้นสันนิษฐานว่าคงถูกซัดไปกับกระแสน้ำ เราจะไปฟังเสียงนายตำรวจหัวหน้าทีมปฏิบัติการในครั้งนี้กันค่ะ”

บรรดลนอนหนุนตักนพวรรณที่บ้านพัก ฟังคำสัมภาษณ์ของสมศักดิ์เกี่ยวกับการจับกุมโต

“จากการตรวจสอบสถานที่ คาดว่าผู้ร้ายน่าจะหนีออกทางหน้าต่างชั้นสอง จากนั้นก็เดินไปตามระเบียง แล้วหนีลงอีกด้านของอาคาร แต่ไม่ว่ายังไง...เราจะพยายามตามจับตัวผู้ร้ายรายนี้และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาดำเนินคดี!”

ตำรวจส่วนหนึ่งถูกส่งไปล่าตัวเสี่ยปิ่นซึ่งคาดว่าจะเป็นตัวการซื้อตัวพวกผู้หญิงจากชายแดน บรรดลรับฟังทุกอย่างด้วยท่าทีอ่อนล้า ในหัวมีแต่ภาพหนูถูกตำรวจกราดยิงจนตกน้ำ

นพวรรณรู้เรื่องหนูจากเขาแล้ว เข้าใจความรู้สึกของเขาดี

“ยังไม่เลิกคิดเรื่องนั้นอีกเหรอคะ”

“ครับ...มันอดคิดไม่ได้ ถึงเราจะอยู่ฝ่ายตรงข้ามกัน แต่ตั้งแต่ที่รู้จักกันมา หนูมองเห็นผมเป็นเพื่อนมาตลอด”

“แต่เรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ความผิดของคุณนะคะ”

“ถูกต้องครับ...แต่ผมก็อดคิดไม่ได้ว่าถ้าผมพยายามอีกสักหน่อย พยายามหาทางให้เขากลับตัวกลับใจ ยอมมอบตัว เขาอาจไม่ต้องมาตายแบบนี้”

ท่าทางหดหู่ของหนุ่มคนรัก ทำให้นพวรรณต้องจับมือปลอบ “คุณเปลี่ยนเขาไม่ได้หรอกค่ะ เขาเลือกทางนี้มาตลอด คุณก็รู้ดีว่าถึงคุณจะพยายามสักแค่ไหน ก็ไม่มีวันเปลี่ยนเขาได้...สิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว เราคงแก้ไขอะไรไม่ได้ เราทำได้แค่มองไปข้างหน้า และมีความหวังอยู่เสมอว่าทุกอย่างจะดีขึ้นกว่าวันนี้...”

ooooooo

เสี่ยปิ่นไม่ได้หนีไปกบดานที่ไหน แต่ไปไหว้พระที่ศาลเจ้ากลางดึก พลางอธิษฐานถึงสิ่งที่ตัวเองเคยทำ

“ถ้าบาปที่ผมเคยก่อมันติดตามมาจนถึงเวลาแก่ชีวิต...ถ้างั้นอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด”

เสี่ยโจกับชาญตามหาเสี่ยปิ่นจนพบ และไม่รอช้าจะไปทักทาย

“มาไหว้พระดึกดื่นแบบนี้ มีอะไรไม่สบายใจเหรอ”

เสี่ยปิ่นอึกอัก พอรู้ชะตากรรมตัวเอง แต่ยังทำนิ่ง ปล่อยให้เสี่ยโจถากถางตามใจ

“ดูท่าทางเสี่ยปิ่นจะจิตใจไม่ค่อยสงบนะ นั่งสมาธิสักห้านาทีไหมแล้วค่อยคุยกันใหม่”

“ไม่เป็นไรหรอกเสี่ยโจ...มีอะไรก็พูดมาเถอะ”

“ที่จริงระหว่างเราก็ไม่น่าจบแบบนี้เลยนะ”

เสี่ยโจพูดยิ้มๆ ก่อนรับปืนพกจากชาญมาถือด้วยท่วงท่าสบายๆ

“อั๊วมีเรื่องอยากถามอะไรลื้อหน่อย...อั๊วได้ยินคนเขาพูดว่าลื้อสั่งคนมาเก็บอั๊ว มันจริงรึป่าว”

เสี่ยปิ่นถึงกับนิ่งไป ก่อนย้อนถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามไม่ให้สั่น

“ทำไมเฮียถามแบบนั้นล่ะ ฉันไม่เคยคิดร้ายกับเฮียเลยนะ”

“งั้นลื้อสาบานต่อหน้าพระพุทธรูปสิ”

พูดพลางใช้ปืนจ่อ พยักพเยิดไปทางพระพุทธรูป

เสี่ยปิ่นยิ้มสมเพชให้ชะตากรรมตัวเอง “ใช่....ใจนี้ทำบาปมาเยอะก็จริง การที่ฉันเข้ามาไหว้พระ ไม่ได้ขอให้ท่านให้อภัย เพราะฉันรู้ว่าสิ่งที่เกิดไปแล้วล้วนแล้วแต่เกิดจากใจที่บาปทั้งนั้น...แล้วเสี่ยโจล่ะ”

“บอกมา...ว่าใครเป็นมือปืนที่จะมายิงอั๊ว!”

“ลดโมหะ โทสะลง แล้วพูดกันดีๆ”

ชาญรำคาญ อาสาจะฆ่าเสี่ยปิ่นแทน แต่เสี่ยโจอยากลงมือเอง

“ได้...ถ้าลื้อไม่พูด ก็ไม่ต้องพูดอีกต่อไป!”

ขาดคำก็ลั่นกระสุนในระยะเผาขน เสี่ยปิ่นเบิกตาโพลง นัยน์ตาว่างเปล่า ในใจย้ำประโยคเดิมๆ

“ขอให้บาปที่ข้าพเจ้าก่อนั้นจบลงที่ตัวข้าพเจ้า...”

เวลาเดียวกันที่สำนักอาจารย์ทอง...คนที่เสี่ยปิ่นมอบหมายให้ฆ่าเสี่ยโจอย่างตี๋ใหญ่ นั่งให้อาจารย์ทองทำพิธีและตรวจดวงชะตา โดยมีทิพย์นั่งกระวนกระวายข้างๆ ไม่อยากให้ตี๋ใหญ่ไปเสี่ยงกับพวกเสี่ยโจ

อาจารย์ทองนั่งหน้าโต๊ะหมู่บูชา หลับตาใช้สมาธิเพ่งทางใน ไม่นานก็ลืมตาพร้อมสีหน้าเคร่งเครียด

“ความตาย...จะมีความตายเกิดขึ้น”

“ไอ้เสี่ยโจใช่ไหมอาจารย์”

“มากกว่านั้น จะมีคนตายมากกว่าหนึ่ง”

ทิพย์หันขวับทางตี๋ใหญ่ ใจไม่ดี กลัวอีกฝ่ายพลาดท่า

“อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด มันเป็นชะตาที่ถูกกำหนดไว้แล้ว พวกเอ็งฝืนไม่ได้หรอก”

ตี๋ใหญ่ตัดสินใจจะทำตามแผนเดิม “ถ้าอย่างนั้นฉันจะทำ”

“ฟ้าดินกำหนดมาแล้วว่าเอ็งต้องเป็นคนฆ่ามัน เอ็งคนเดียวเท่านั้น!”

ooooooo

สมศักดิ์กับอุดมรุดไปศาลเจ้าทันทีที่ได้รับแจ้งเรื่องเสี่ยปิ่น สภาพศพมีกองเลือดท่วมตัวเหมือนคนถูกยิงระยะเผาขน สมศักดิ์มองมาเครียดๆ ก่อนหันไปถามอุดม

“รู้หรือยังว่าฝีมือใคร”

อุดมส่ายหน้าเบาๆ “ยังไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ที่รู้...ก่อนหน้านี้เสี่ยปิ่นมีปัญหากับเสี่ยโจ ก็เรื่องธุรกิจค้าผู้หญิงนั่นแหละ...หรือว่าจะเป็นฝีมือเสี่ยโจจริงๆ”

“ก็เป็นไปได้...แต่ถ้าคิดกันดีๆในแง่ธุรกิจ เสี่ยโจเป็นฝ่ายชนะอยู่ เสี่ยปิ่นต่างหากที่กำลังเพลี่ยงพล้ำ ถ้าจะมีใครฆ่าใคร เสี่ยปิ่นน่าจะเป็นคนฆ่าเสี่ยโจมากกว่า”

“ถ้างั้นเรื่องนี้ก็น่าจะมีอะไรซับซ้อนกว่านั้น”

“ผมเห็นด้วย แต่ยังไงเสี่ยโจก็คงต้องเกี่ยวข้องไม่ทางใดก็ทางนึงแน่ๆ”

ตี๋ใหญ่เป็นคนต่อมาที่รับทราบเรื่องเสี่ยปิ่นถูกยิงตาย ทิพย์ร้อนใจมาก ยิ่งคิดถึงคำทำนายของอาจารย์ทอง ยิ่งเครียด มั่นใจว่าเป็นฝีมือพวกเสี่ยโจ

“ตี๋...ยังไงตอนนี้เฮียปิ่นก็ไม่อยู่แล้ว งานที่รับปากไว้ก็เลิกๆไปเถอะนะ ไม่ต้องทำต่อแล้วล่ะ”

“ไม่! ฉันจะทำต่อ”

ทิพย์หัวเสียมาก แต่จนใจจะห้าม ตี๋ใหญ่ก็ไม่ยี่หระ ประกาศกร้าว

“ถึงเวลาจะต้องปิดบัญชีกันซะที ฉันจะฆ่าไอ้เสี่ยโจให้ได้!”

บรรดลเป็นคนสุดท้ายที่รู้เรื่องเสี่ยปิ่น เพราะอุดมโทร.บอก นพวรรณใจหายมาก รู้ดีว่าหนุ่มคนรักต้องทำงานสืบข่าวใกล้ชิดจากเสี่ยใหญ่ผู้โชคร้ายแค่ไหน

“เรื่องนี้ดูท่าจะไปกันใหญ่แล้วนะคะ”

“ผมว่าเรื่องคงไม่จบที่เสี่ยปิ่นแน่”

“แสดงว่าต้องมีคนตายอีกเหรอคะ”

“ครับ...คนพวกนี้ลองได้ผูกความแค้นแล้วยากจะยอมกันง่ายๆ บัญชียมบาลคงต้องเพิ่มชื่ออีกหลายคนเลยล่ะ”

ooooooo

เสี่ยโจเป็นผู้ต้องสงสัยรายที่หนึ่ง แต่กลับไม่สะทกสะท้านหรือมีท่าทีพิรุธแม้แต่น้อย จนสมศักดิ์ วสันต์ และอุดม ที่บุกไปถึงบาร์เปิดใหม่ของเขาอดหมั่นไส้และรังเกียจไม่ได้

“สวัสดีครับคุณตำรวจ...ไม่เห็นต้องลำบากมาด้วยตัวเองเลย แค่โทร.มากริ๊งเดียว ผมก็ไปรายงานตัวถึงที่แล้ว”

“รู้แล้วเหรอว่าเรามาเรื่องอะไร”

“จะมีเรื่องอาไร้ ข่าวออกจะครึกโครมขนาดนั้น”

“ถ้างั้นก็เชิญไปให้ปากคำหน่อยครับ”

“ด้วยความยินดี”

เสี่ยโจรับปากง่ายๆ สีหน้ากวนประสาท ก่อนโทรศัพท์หาทนายประจำตัว

“ทนายเหรอ...ช่วยตามผมไปที่สถานีตำรวจด้วย...ขอบใจนะ”

บรรดลยังคิดมากเรื่องหนู นพวรรณต้องชวนไปใส่บาตรด้วยกันเช้าวันต่อมา

“สบายใจขึ้นหรือยังคะ”

“ครับ...ต่อจากนี้ไป ไม่ว่าทำบุญที่ไหน เมื่อไรก็ตาม  ผมจะอุทิศส่วนกุศลให้คนร้ายที่ต้องตายเพราะผมเสมอ”

“ค่ะ...เราแค่ทำไปตามหน้าที่ของเรา ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวที่ต้องผูกกรรมกันชาติแล้วชาติเล่า...ไปกันเถอะค่ะ”

นพวรรณแยกไปเข้าเวร บรรดลจึงเข้ากองปราบฯเพื่อประชุมกับสมศักดิ์และอุดมเรื่องคดีตี๋ใหญ่

สมศักดิ์เป็นฝ่ายเปิดประชุม “สถานการณ์ตอนนี้รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ อีกอย่าง...หนูก็ตายไปแล้ว แถมเสี่ยปิ่นอีกคน ไม่มีประโยชน์ที่ดลจะแฝงตัวอยู่กับแก๊งตี๋ใหญ่ต่อ”

“หมายความว่ายังไงครับ”

“ตอนนี้พี่ยังไม่ได้สรุปอะไรทั้งนั้น ที่เรียกมาเนี่ยเพราะอยากถามความเห็นของดลก่อนว่าคิดยังไงกับเรื่องนี้”

“ผมคิดว่ายังมีทางจะสืบต่อจนกว่าจะได้ตัวตี๋ใหญ่”

อุดมนิ่วหน้าไม่เข้าใจและไม่เห็นด้วย แต่บรรดลยืนยันว่ามีคนช่วยเขาสืบเรื่องนี้ได้

“พี่โชติ...ถึงแกจะไม่ได้ร่วมก่อคดีกับตี๋ใหญ่ แต่ก็รู้เห็นทุกฝีก้าวของพวกนั้น โดยเฉพาะเวลาตี๋ใหญ่ทำงานใหญ่ๆ พี่โชติจะเป็นคนจัดหาอาวุธ แล้วก็พาหนะให้เสมอ”

สมศักดิ์มีสีหน้าลำบากใจ ไม่อยากให้ลูกน้องมือดีเสี่ยงมากกว่านี้

“ที่จริงพี่อยากให้ดลถอนตัวออกมามากกว่า”

“ขอเวลาผมอีกหน่อย เรามาไกลถึงขนาดนี้แล้ว ผมไม่อยากให้ที่ผ่านมาต้องสูญเปล่า”

“โอเค...พี่จะให้เวลา แต่บอกก่อน เมื่อไหร่ที่พี่เห็นว่า เรื่องนี้มันอันตรายเกินไป พี่จะสั่งให้ดลถอนตัวทันที”

ooooooo

ข่าวการตายของเสี่ยปิ่นเจ้าของบาร์ชื่อดังแห่งดำเนินสะดวกกลายเป็นข่าวใหญ่ทั่วประเทศ และเนตรดาวก็ไม่ยอมพลาดโอกาสทำสกู๊ปพิเศษเกี่ยวกับคดีนี้

“ตลอดหลายปีที่ผ่านมา...แม้เส้นทางเจ้าพ่อของเสี่ยปิ่นจะเป็นเพียงเส้นทางสีเทา ไม่เคยมีมลทินคดีร้ายแรงใดๆ แต่คนที่นี่ต่างรู้ดีว่าเสี่ยปิ่นคอยช่วยเหลือและสนับสนุนอาชญากรหลายคน...โดยเฉพาะตี๋ใหญ่ เพราะเหตุนี้...หลายคนจึงสันนิษฐานว่าความตายของเสี่ยปิ่นน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นสงครามระหว่างกลุ่มผู้มีอิทธิพลซึ่งมีความขัดแย้งกันมายาวนาน”

ตี๋ใหญ่นั่งฟังสกู๊ปพิเศษด้วยสีหน้านิ่งสงบ ต่างจากทิพย์ที่ของขึ้น เดินไปปิดโทรทัศน์

“เบื่อ...กูเบื่อ มึงได้ยินไหม ไม่รู้ว่าต้องฆ่ากันอีกเท่าไรถึงจะจบจะสิ้น”

“ถ้าเจ๊เบื่อก็อยู่เฉยๆ ไม่ต้องมายุ่งกับเรื่องนี้ ฉันขอแค่คนที่อยากฆ่าไอ้เสี่ยโจเหมือนกับฉันเท่านั้น”

ทิพย์เซ็งมาก ส่วนปื๊ดอาสาช่วยด้วย ตี๋ใหญ่พยักหน้ารับรู้ ก่อนยิ้มกว้างด้วยความดีใจสุดขีดเมื่อได้ยินเสียงโตนำมาก่อนตัว บอกจะขอร่วมล้างแค้นให้เสี่ยปิ่นด้วย

ปื๊ดตื่นเต้นมากได้เห็นหน้าโตอีก “เฮียโคตรเจ๋งเลย ตำรวจล้อมหน้าล้อมหลังขนาดนั้น เฮียยังหนีมาได้”

“ใช่...แต่ก็หวุดหวิดจะตามไอ้หนูไปเหมือนกัน”

“ตามไอ้หนูไปไหนวะ” ตี๋ใหญ่สงสัย

“ไปนรกสิวะ กูเห็นกับตา ไอ้หนูมันโดนยิงรวดไม่รู้กี่นัด”

แต่ตี๋ใหญ่รู้จักหนูดี ไม่เชื่อว่าอีกฝ่ายจะตายแล้ว

“ไอ้หนูยังไม่ตาย”

“เป็นไปไม่ได้”

“มึงเชื่อกูเถอะ...มันยังไม่ตาย”

หนูเคยให้อาจารย์ทองสักยันต์คงกระพันชาตรีให้ ตี๋ใหญ่จึงเชื่อว่าเขาคงต้องไม่ตายง่ายๆ แต่โตไม่เชื่อและคิดว่าหากหนูกลับมาได้จริงคงเป็นแค่วิญญาณเท่านั้น

ไม่ใช่แค่สมาชิกแก๊งคนอื่นที่คิดว่าหนูคงไม่รอด แม้แต่พวกตำรวจก็คิดเช่นนั้น เพราะไม่ว่าจะงมหากี่ครั้ง เปลี่ยนทีมนักประดาน้ำกี่ทีม ก็ยังหาร่างของหนูไม่พบ

บรรดลเครียดมาก เพราะนั่นเท่ากับว่ายังสรุปไม่ได้ว่าหนูเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ อุดมเซ็งไม่ต่างกัน แต่ไม่ทันพูดอะไร ทีมทำข่าวของเนตรดาวก็มาถึงกองปราบฯ เพื่อสัมภาษณ์สมศักดิ์ถึงความคืบหน้าของคดี

อุดมมองตามตาละห้อย เนตรดาวมีท่าทีเย็นชาและมึนตึงเหมือนเคย บรรดลเห็นใจเพื่อนมาก แต่ช่วยอะไรไม่ได้มาก หมีตากล้องคู่ใจของเนตรดาวสงสารและเห็นใจ แอบมากระซิบบอกอุดมไม่ให้หมดกำลังใจ เพราะที่เนตรดาวแวะมาที่นี่บ่อยๆ ไม่ใช่เพราะแค่เรื่องคดี แต่เพราะแอบคิดถึงเขาด้วย

คำบอกเล่าจากคนใกล้ชิดอย่างหมีทำให้อุดมมีกำลังใจ ตามไปส่งยิ้มหวานให้เนตรดาวตอนเธอสัมภาษณ์สมศักดิ์ นักข่าวสาวถึงกับไปไม่ถูก จิตใจกระเจิดกระเจิงเพราะแอบคิดถึงเขาไม่น้อย กว่าจะรวบรวมสติได้ก็เกือบจะทำการสัมภาษณ์ล่มกลางคัน...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ตราบฟ้ามีตะวัน EP.7 หมาก ยังแค้นฝังใจกับ เก้า ตามราวีทุกครั้งที่มีโอกาส

ตราบฟ้ามีตะวัน EP.7 หมาก ยังแค้นฝังใจกับ เก้า ตามราวีทุกครั้งที่มีโอกาส
2 ธ.ค 2563

09:01 น.

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 2 ธันวาคม 2563 เวลา 10:24 น.