ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

มือปราบเหยี่ยวดำ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1
  • 2

บรรดลหันซ้ายหันขวาหาทางหนีทีไล่ ยังไม่อยาก ปะทะกับโตให้ความลับเรื่องตัวเองเป็นตำรวจแฝงตัวแตก โชคดีเหลือเกินที่หนูโผล่มาทันเวลาและรับสมอ้างว่าเป็นคนใช้เขามาดูลาดเลาที่ห้องพักพวกผู้หญิง

เสี่ยปิ่นได้ยินเสียงเอะอะรีบมาดู เห็นโตถือปืนจ่อไปที่จงหลานชายอาเจ็กก็พยายามไกล่เกลี่ย แต่ไม่ทันได้เรื่องได้ราว ทั้งหมดก็ต้องสลายตัวเมื่อลูกน้องเสี่ยปิ่นวิ่งมาแจ้งว่าตำรวจบุก!

ระหว่างที่เสี่ยปิ่นไปรับหน้าพวกตำรวจ นำโดยวสันต์ สมศักดิ์และอุดม โตกับหนูก็ช่วยกันไล่ต้อนผู้หญิงที่เพิ่งมาจากชายแดนให้ออกจากหลังบาร์ โดยมีจงหรือบรรดลที่แฝงตัวมา ตกกระไดพลอยโจนไปด้วย

เมื่อตี๋ใหญ่รู้เรื่องเพราะดำหนึ่งในสมาชิกแก๊งโทร.บอกก็หัวเสีย ทิพย์ต้องปลอบให้คลายกังวล

“ห่วงอะไรวะ เดี๋ยวเฮียแกก็เคลียร์ได้ บาร์โดนปิดไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง ก็เห็นแกวิ่งเต้นจนเปิดใหม่ได้ทุกที”

“แต่คราวนี้ไม่เหมือนกัน ฉันว่าต้องมีใครแกล้งเฮียแน่ บางทีอาจจะเป็นเสี่ยโจ”

“เสี่ยโจมาเกี่ยวอะไรด้วย”

“คนอย่างเสี่ยโจ...ใช้ทุกวิธีเพื่อกำจัดคู่แข่ง ขนาดเฮียปิ่นยอมอ่อนให้มันมาตลอด มันก็ยังคอยหาเรื่องแทงเฮีย...ไอ้พวกนักเลงหมาๆ”

“แล้วเอ็งจะเอายังไง”

“รอดูไปก่อน ถ้าเฮียปิ่นต้องเดือดร้อนเพราะเสี่ยโจ จริงๆ...ฉันฆ่ามันแน่!”

เสี่ยโจยังไม่รู้ตัวว่าถูกตี๋ใหญ่สงสัยและหมายหัว มัวสะใจที่บาร์เสี่ยปิ่นคู่ปรับถูกตำรวจบุก

“กะว่าจะค่อยๆบีบให้มันเจ๊งหมดตัว แต่เจอเข้าไปแบบนี้ เราคงไม่ต้องรอกันนานแล้ว”

“แต่ผมว่ามันอาจผูกใจเจ็บก็ได้นะเฮีย เพราะเรื่องนี้ต้นเหตุมาจากเราเอาเด็กของมันมา” ชาญยังไม่วางใจ

“ก็อยากรู้เหมือนกันว่าผูกใจเจ็บแล้วมันจะทำยังไง ...หรือว่าลื้อกลัว”

“เฮียก็รู้...ผมไม่เคยกลัว แม้แต่ไอ้ตี๋ใหญ่ที่เขาลือกันว่าเก่ง เจอกันตัวต่อตัว มันก็แค่ไอ้เด็กเมื่อวานซืน”

“ถูกต้อง...ไอ้พวกนี้มันราคาคุยทั้งนั้นแหละ ต้องพวกเราสิถึงจะของจริง”

อุดมรับหน้าที่พาลูกน้องไปตรวจตามห้องต่างๆ ในบาร์ จนกระทั่งพบห้องหนึ่งถูกล็อกไว้ ลูกน้องเสี่ยปิ่นอ้างว่าไม่มีกุญแจ แถมมีท่าทางพิรุธ อุดมเลยสั่งพังประตู แล้วพบว่าเป็นห้องที่มีร่องรอยการซ่อนตัวผู้หญิงไว้

โตกับหนูพาพวกผู้หญิงไปซ่อนตัวในอาคารร้าง ไม่ไกลจากบาร์ แต่ลับหูลับตาจนจงหรือบรรดลต้องคิดหนัก จะหาทางแจ้งข่าวให้พวกสมศักดิ์

สมศักดิ์กำลังคิดถึงบรรดลเช่นกัน เพราะรู้ดีว่าคืนนี้อีกฝ่ายมาหาข่าวที่บาร์เสี่ยปิ่น

“ดลหายตัวไปแบบนี้...มีโอกาสมากเลยที่จะติดไปกับพวกนั้น”

“ผมก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน” อุดมพยักหน้าเห็นด้วย

“แต่ยังไงตอนนี้อย่าเพิ่งโทร.หาดลนะ ถ้าเราติดต่อไปอาจทำให้ดลเดือดร้อน เราจะรอจนกว่าดลจะติดต่อมาเอง”

“ครับ...หวังแค่ว่ามันยังคงปลอดภัย ไม่โดนไอ้พวกนั้นจับได้ซะก่อน”

วสันต์ สารวัตรใหญ่แห่งดำเนินสะดวกเดินมาสมทบพวกสมศักดิ์หลังสั่งงานลูกน้อง

“เก็บหลักฐานเรียบร้อยแล้ว คืนนี้เราคงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้แล้วล่ะ”

“ถ้างั้นให้ลูกน้องสารวัตรกลับได้เลย พวกผมจะตระเวนดูบริเวณรอบๆแถวนี้อีกสักหน่อย เผื่อจะเจออะไรบ้าง”

สมศักดิ์พูดพลางสบตาอุดมอย่างรู้กัน วสันต์ไม่ก้าวก่ายแต่เตือนด้วยความหวังดี

“ยังไงก็ระวังตัวด้วย ไอ้พวกนี้มันเหมือนผี มันอาจซุ่มทำร้ายเราอยู่ตรงไหนก็ได้”

พวกตำรวจจะแยกย้ายไปทำหน้าที่ แต่ไม่ทันขยับ รถนักข่าวของเนตรดาวก็พุ่งมาจอด อุดมไม่แปลกใจ มั่นใจว่าเธอต้องได้ข่าวจากจ่ายะเหมือนพวกเขา แต่ที่ทำให้เจ็บแปลบคือเธอไม่แม้แต่จะชายตามองเขาเลย...

โตแยกตัวไปสังเกตการณ์แถวบาร์เสี่ยปิ่น ทิ้งหนูกับจงหรือบรรดลให้เฝ้าพวกผู้หญิงตามลำพัง หนูทำท่ากะลิ้มกะเหลี่ยกับพวกผู้หญิงจนบรรดลอึดอัดมาก แต่ต้องข่มใจไว้ไม่ทำท่าทางน่าสงสัย  ก่อนจะได้หายใจไม่ทั่วท้องจริงๆ เมื่อหนูดันโพล่งถามเรื่องคาใจ

“ถามจริงๆเถอะไอ้จง ตกลงเอ็งขึ้นไปทำอะไรที่ชั้นบนวะ”

บรรดลอึ้งไปอึดใจ ก่อนโกหกหน้าตาย

“ถามได้...ฉันก็อยากขึ้นไปดูสาวๆพวกนี้น่ะสิ”

“กูว่าแล้ว...เอ็งมันก็บ้าหม้อเหมือนกันนี่หว่า”

“กะจะแอบดูซะหน่อย ไอ้พวกนั้นดันล็อกกุญแจไว้”

“ตอนนั้นไม่ได้ดู ตอนนี้ก็ดูซะให้สะใจสิวะ หรืออยากดูมากกว่านี้ก็ได้”

จบคำก็เดินไปปลดกระดุมเสื้อผู้หญิง แต่อีกฝ่ายขัดขืน โวยวาย เลยถูกหนูตบหน้าหัน พวกผู้หญิงคนอื่นกลัวมาก ไม่กล้าไปช่วย บรรดลต้องแกล้งพูดออกตัวแทน

“พอเถอะ...ที่เน่าๆแบบนี้ ฉันไม่มีอารมณ์หรอกเว้ย”

“อ้าว...นึกว่าเอ็งจะชอบซะอีก บรรยากาศดิบๆ เถื่อนๆได้อารมณ์ไปอีกแบบ”

“ไม่ต้องรีบร้อนหรอกน่า รอบ่มให้หวาน แล้วค่อยกินทีเดียวเลยดีกว่า”

“งั้นก็ตามใจเอ็ง”

โตกลับมาทันเห็นเหตุการณ์น่าอึดอัดนั้น ถลาไปกระชากคอเสื้อหนูเอาเรื่อง เพราะคิดว่าอีกฝ่ายจะลวนลามเด็กใหม่ของเสี่ยปิ่น หนูไม่สะทกสะท้าน ปฏิเสธและผลักตัวออก โตเลยประกาศกร้าว

“พวกมึงห้ามยุ่งกับอีพวกนี้ ของสดๆมีราคา...อย่าทำให้มีตำหนิจนกว่าจะขายบริสุทธิ์!”

ooooooo

นพวรรณเห็นข่าวการบุกค้นบาร์เสี่ยปิ่นจากโทรทัศน์ ร้อนรนด้วยความเป็นห่วงบรรดลแต่ไม่กล้าโทร.กวนเขา ได้แต่นั่งฟังการให้สัมภาษณ์ของเสี่ยปิ่นเกี่ยวกับผลการตรวจค้น โดยมีเนตรดาวเป็นคนตั้งคำถาม

“ตำรวจเข้าตรวจค้นครั้งนี้ ได้แจ้งข้อหาอะไรหรือเปล่าคะ”

“ข้อหาแบบที่รู้ๆกันนั่นแหละครับ แต่ผมว่าที่จริงไม่ใช่หรอก ทั้งหมดเป็นเรื่องของการกลั่นแกล้งกันมากกว่า”

“หมายความว่ามีคนพยายามใส่ความคุณเหรอคะ”

“ครับ...ผมแน่ใจว่าต้องมีคนชักใยอยู่เบื้องหลัง”

“พอจะบอกได้ไหมคะว่าใคร”

“ผมคงบอกได้แค่ว่าคนคนนี้เป็นผู้มีอิทธิพลซึ่งต้องการเป็นหนึ่งเดียวของที่นี่ เพราะอย่างนี้...เขาจึงหาทางกำจัดทุกคนที่อาจขึ้นมาเทียบรัศมีเขา และผมก็เป็นหนึ่งในนั้น”

รายงานข่าวของเนตรดาวทำให้เสี่ยโจสาแก่ใจมาก และอดไม่ได้จะโทร.ไปป่วนประสาทเสี่ยปิ่น

“สวัสดีเฮียโจ...หวังว่าที่โทร.มา คงไม่ได้จะมาเยาะเย้ยกันนะครับ”

 “เยาะเย้ยอะไรกัน...อั๊วก็แค่โทร.มาถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงในฐานะคนอาชีพเดียวกัน แล้วพอดีได้ยินลื้อพูดกับนักข่าวถึงเรื่องผู้มีอิทธิพล อั๊วเลยนึกสงสัยขึ้นมา แต่ก็คิดว่าลื้อคงไม่ได้หมายถึงอั๊วหรอก”

“ก็แล้วแต่จะคิด ถ้าไม่ใช่...ก็ไม่ต้องร้อนตัวหรอกเฮีย”

“ไม่ได้ร้อนตัว แต่ไม่อยากให้เข้าใจผิดกัน เรื่องนี้อั๊วไม่รู้เรื่องเลยจริงๆ เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน...ถ้าลื้อมีอะไรจะให้อั๊วช่วยก็บอกได้เลย คนกันเอง พี่ๆน้องๆกันทั้งนั้น”

“ไม่เป็นไรหรอกเฮีย เรื่องแบบเนี่ยผมเจอมาเยอะแล้ว หนักแบบนี้ก็เคย ผมจัดการของผมเองได้ ว่าแต่เฮียเหอะ...ระวังตัวเฮียเองให้ดีก็แล้วกัน”

“ไม่ต้องห่วง...อั๊วระวังตัวตลอดอยู่แล้ว เอาไว้ว่างๆ มาเที่ยวบาร์อั๊วนะ ตอนนี้คนเขากำลังฮิตกัน ขนาดคนกรุงเทพฯยังมาเที่ยวเลย เดี๋ยวไม่ทันสมัยไม่รู้ด้วย”

เสี่ยปิ่นต้องข่มใจอย่างมากไม่ให้ด่าอีกฝ่าย ได้แต่ขอวางสายดื้อๆ และเรียกตัวตี๋ใหญ่มาสั่งงาน

“ไปฆ่าเสี่ยโจ...ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม ขอให้มันตายเท่านั้น!”

ooooooo

เสี่ยโจระวังตัวแจ  มั่นใจว่าเสี่ยปิ่นต้องไม่อยู่เฉย ส่งคนมาลอบฆ่าเขาเพื่อล้างแค้น แต่คงคิดไม่ถึงว่าเป็นตี๋ใหญ่ ทิพย์ใจไม่ดี ไม่อยากให้ตี๋ใหญ่ไปฆ่าเสี่ยโจเพราะเสี่ยงมาก

“เจ๊เป็นห่วงฉันเหรอ ปกติไม่เห็นเจ๊ห่วงใคร”

ตี๋ใหญ่ทักแบบไม่จริงจังนัก แต่ทิพย์กลับสะอึก ก่อนจะรวบรวมสติได้ ย้อนถาม

“เมื่อกี้เอ็งถามว่าเจ๊ห่วงเอ็งเหรอ แล้วเอ็งล่ะ...เคยห่วงเจ๊มั่งไหม”

“ห่วงสิ...เพราะอย่างนี้ไง ไม่ว่าจะไปไหน สุดท้ายฉันถึงต้องกลับมาหาเจ๊ทุกครั้ง”

พูดพลางส่งตาหวานหว่านเสน่ห์ ทิพย์เขินแต่พยายามเก็บอาการ

“สัญญานะว่าจะไม่ทิ้งกัน”

“ฉันสัญญา...คนอย่างตี๋ใหญ่ไม่ตายง่ายๆหรอก”

สมศักดิ์กับอุดมกลับมารอการติดต่อจากบรรดลที่กองปราบฯ สีหน้าเคร่งเครียดทั้งคู่เพราะเป็นห่วงบรรดล

“ดลยังไม่ติดต่อมาเลยเหรอ”

“ยังครับ...ผมชักเป็นห่วงแล้วล่ะว่าไอ้ดลอาจกำลังตกที่นั่งลำบาก”

“แต่พี่มั่นใจว่าดลต้องเอาตัวรอดได้”

“ครับ...นี่ผมให้ทางจ่ายะช่วยสืบอีกทางแล้ว แถวนั้นหูตาจ่ายะมีมากกว่าเรา บางทีจ่ายะอาจเจออะไรที่บอกให้รู้ก็ได้ว่าตอนนี้ไอ้ดล พวกเสี่ยปิ่นแล้วก็พวกผู้หญิงอยู่ที่ไหนกัน”

“อือ...ยังไงตอนนี้ดมก็พักผ่อนเอาแรงก่อน ท่าทางพรุ่งนี้เราคงต้องลุยกันหนักอีก”

บรรดลไม่ได้ติดต่อใครถึงเช้าวันต่อมา เพราะถูกโตจับตาตลอด ส่วนหนูก็ก้อร่อก้อติกไปเรื่อย ทำให้เขาไม่กล้าขยับตัว กลัวมีพิรุธ โตสั่งให้หนูกับจงไปซื้อของในร้านสะดวกซื้อมาเป็นเสบียง แต่หนูก็ป่วนจนโตโมโห

“เมื่อกี้ตอนไปซื้อของ มีใครผิดสังเกตพวกมึงหรือเปล่า”

“กูก็ไม่รู้เหมือนกัน รีบซื้อของ แล้วก็รีบมานี่แหละ”

“อะไรวะ...กูบอกให้ระวังไง”

“ก็ระวังแล้ว อุตส่าห์ขี่มอไซค์ไปซื้อตั้งนู้น ถ้าดันเจอใครที่รู้จักอีกก็ถือว่าแจ็กพอต ซวยไปก็แล้วกัน”

“เฮ้ย...ทำไมพูดจาหมาๆแบบนี้วะ”

“ถ้ากูหมา...มึงมันก็หมาเหมือนกัน อย่าริอ่านทำตัวเป็นหัวหน้า มึงกับกูมันก็ไม่ได้เหนือไปกว่ากันหรอกเว้ย!”

พูดจบก็ส่งสายตายียวนกวนประสาท โตหัวเสียมาก แต่ต้องระงับอารมณ์ไม่ให้มีเรื่องในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ บรรดลเห็นท่าไม่ดี ช่วยไกล่เกลี่ยเปลี่ยนเรื่องถามถึงเวลาจะพาผู้หญิงไปคืนเสี่ยปิ่น...

จ่ายะสืบเรื่องผู้หญิงของเสี่ยปิ่นถึงเช้าเช่นกัน ตามรอยถึงอาคารร้าง และแอบสังเกตการณ์รอบๆจนแน่ใจว่าพวกโตพาผู้หญิงมาซ่อนที่นี่ แต่โชคร้ายดันเหยียบเศษหินเสียงดังให้พวกโตรู้ตัว

จงหรือบรรดลสังหรณ์ว่าจะเป็นพวกตำรวจ ตามไปช่วยและบอกให้จ่ายะรีบหนี ส่วนตัวเองจะถ่วงเวลาไว้ และเพื่อให้การหนีแนบเนียน ตำรวจหนุ่มจึงให้จ่ายะต่อยหน้า จะได้ตบตาพวกโต

โตถึงกับกุมขมับ ก่อนตัดสินใจพาพวกผู้หญิงหนีอีกรอบ บรรดลแกล้งถามเพื่อถ่วงเวลา

“จะพาพวกผู้หญิงไปที่ไหนเหรอ”

“กูก็ยังไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่ว่าอยู่นี่ไม่ได้แล้ว”

“คิดดีๆนะ ไปกันเป็นกลุ่มใหญ่แบบนี้ ฉันว่ายังไงเราก็ไม่รอดแน่”

หนูพยักหน้าเห็นด้วย “จริงของไอ้จง กลางวันแบบนี้ ทะเล่อทะล่าไปตรงไหน คนก็เต็มไปหมดทุกที่”

“แล้วพวกมึงจะเอายังไง”

“สละเรือ...ทิ้งผู้หญิงพวกนี้ไว้ที่นี่ แล้วเราสามคนหนีเอาตัวรอดกันไปก่อน”

ข้อเสนอของบรรดลทำให้โตนิ่งไปอึดใจ แต่หนูดันเห็นด้วยกับวิธีนี้

“กูว่าดีเหมือนกัน รีบไปกันเหอะ ก่อนพวกตำรวจจะยกโขยงมากัน”

จ่ายะรีบร้อนแข่งกับเวลา หนีจนถึงตลาดดำเนิน-สะดวกจึงโทร.บอกอุดม

“พวกมันเอาผู้หญิงมาซ่อนไว้ในตึกร้างใกล้กับตลาดครับ แต่คงต้องรีบ พวกมันอาจพาผู้หญิงหนีไปที่อื่นอีกก็ได้”

“แล้วเจอไอ้ดลหรือเปล่า”

“เจอครับ...ผมรอดมือพวกมันมาได้ก็เพราะได้เขาช่วยนี่แหละ”

“ดี...เอางี้นะ คอยตามดูพวกมันไว้ ไม่ว่าพวกมันจะพาผู้หญิงไปไหน ให้ตามไปตลอดอย่าให้คลาดสายตา”

โตยอมทำตามข้อเสนอของจงหรือบรรดล แต่ไม่วายจับผู้หญิงหนึ่งคนเป็นตัวประกัน บรรดลแอบกังวลกลัวพวกตำรวจจะมาช่วยไม่ทัน เพราะโตจะโทร.บอกให้ประทีปมารับ

แต่โชคดันไม่เข้าข้างโต ประทีปติดต่อไม่ได้ โตต้องหาทางหนีเอง แต่ก็สายเกินไปเมื่อพวกตำรวจมาดักรอหน้าอาคารร้างเรียบร้อย โตหงุดหงิดมาก ยกปืนขู่จะฆ่าตัวประกันหากตำรวจขัดขวางการหนี วสันต์กับสมศักดิ์หัวหน้าทีมปฏิบัติการครั้งนี้ต้องถอย ปล่อยให้เหล่าผู้ร้ายหลบไปอีกทาง

อุดมมาช่วยงานด้วย ร่วมกับจ่ายะ ไปช่วยพวกผู้หญิงที่เหลือออกจากอาคารร้างได้สำเร็จ ต่างจากอีกทีม...

วสันต์กับสมศักดิ์ที่ต้องขับรถตามพวกโตที่ขโมยรถแถวนั้นหนี จนถึงบริเวณท่าเรือ

โตจะไม่ยอมจำนน สั่งให้หนูขับรถชนด่านตำรวจ สมศักดิ์กับวสันต์มองหน้ากันเครียดๆ ก่อนหันไปกำชับลูกน้อง ห้ามยิงไม่ว่าจะเกิดอะไร เพราะมีบรรดลเป็นตำรวจแฝงตัวในรถ

จงหรือบรรดลเห็นท่าไม่ดีเพราะพวกตำรวจยิงล้อรถจนแบนไปต่อไม่ได้ จึงคิดช่วยแก้สถานการณ์ แต่ไม่ทันได้เสนออะไร หนูก็ตัดสินใจลงจากรถ กราดปืนใส่พวกตำรวจด้วยความบ้าระห่ำเสียก่อน

พวกตำรวจไม่มีทางเลือกสาดกระสุนกลับ บรรดลมองอย่างตกตะลึง แม้จะรู้ดีว่าอีกฝ่ายเป็นโจร แต่เพราะใช้เวลาร่วมกันมาพักใหญ่ ทำให้อดห่วงแบบเพื่อนไม่ได้

หนูถูกกระสุนชุดใหญ่ตามตัว เซตกน้ำ โตตกใจมาก แต่เมื่อตั้งสติได้ก็รีบลากหญิงตัวประกันหนีไปทางร้านค้า ทิ้งจงหรือบรรดลให้มองหาหนูตามลำพัง

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“มิกค์-มิน” นำทีมบวงสรวง “สะใภ้อิมพอร์ต” ลงจอ 28 ม.ค.นี้

“มิกค์-มิน” นำทีมบวงสรวง “สะใภ้อิมพอร์ต” ลงจอ 28 ม.ค.นี้
17 ม.ค. 2563
17:47 น.