ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ดาวเรือง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ดาวเรืองผยองลำพองใจนักที่ปั่นใครต่อใครให้ป่วนไปหมดได้ แต่ก็ถูกปลัดจิ๋นทำให้เสียหน้าจนได้ เมื่อปลัดเอารองเท้าข้างที่ยึดได้กับพวงกุญแจกระดูกไขว้ไปคืน

ดาวเรืองเจอไม้นี้เข้าถึงกับไปไม่เป็น ทำหน้านิ่งๆยื่นมือไปรับ ปลัดจิ๋นชักมือกลับถามว่าผู้ใหญ่ให้ของต้องทำยังไงก่อน ดาวเรืองยกมือไหว้อย่างขอไปที เลยถูกปลัดอบรมเสียพักใหญ่จึงมอบกุญแจกับรองเท้าให้ พูดอย่างอยากญาติดีด้วยว่า

“ฉันต้องการเป็นเพื่อนกับเธอนะ”

“ไม่ต้องการเป็นเพื่อนกับข้าราชการเว้ย ไม่ชอบพวกหน้าไหว้หลังหลอก ปากบอกไม่กินน้ำร้อนน้ำชา แต่แอบซดไวน์โฮกๆใต้โต๊ะขวดละเป็นแสน”

“ข้าราชการดีๆก็มีเยอะ ทำไมไม่มองบ้าง”

“จะบอกว่ายืนอยู่ตรงนี้คนนึงงั้นสิ” ดาวเรืองเบ้ปากใส่ “อยู่นี่ให้ถึง 2 อาทิตย์ก่อนเถอะ แล้วค่อยมาโม้”

พูดแล้วหิ้วรองเท้าสะบัดไปกับไอ้เพี้ยน กำจรพูดไม่ออก ได้แต่ส่ายหน้า ส่วนปลัดจิ๋นก็ได้แต่ถอนใจยาว...

ooooooo

โรสกับน้ำหวาน แม้จะทำงานกันแบบน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า แต่ก็เหมือนขมิ้นกับปูนที่ต่างก็จ้องคอยจับผิดจิกกัดกันตลอดเวลา วันนี้น้ำหวานบอกว่าปวดท้องมารับไม่ได้ให้โรสไปเจอกันที่กองถ่ายเลย

พอดีโรสกดโทรศัพท์เจอมิสคอลล์จากจินตวัฒน์ถึง 12 ครั้ง ฉุนจี๊ดขึ้นมา โทรไปด่าน้ำหวานทันทีว่าทำไมไม่บอกตน น้ำหวานแก้ตัวอ้างโน่นอ้างนี่ล้วนแต่เป็นเรื่องที่ทำให้โรสทั้งสิ้น แล้วตบท้ายด้วยเสียงอ้อน

“อย่างอนเลยนะ เดี๋ยวเจอกัน โอเคน้า...”

โรสโทร.ไปหาจิ๋นทันทีแต่ไม่มีสัญญาณ เธอบ่นหัวเสีย “กันดารอะไรนักหนาเสียง-สัญญาณโทรศัพท์ก็ไม่มี!”

จนบ่ายเธอโทร.อีกครั้ง พอโทร.ติดก็ทำเสียงหวานขอบคุณที่จิ๋นส่งดอกไม้มาง้อ จิ๋นบอกว่าเมื่อวานโทร.หาหลายครั้งแต่โรสไม่รับสาย เธออ้อนว่า ทำงานจนเกือบตี 1 เพิ่งมาเห็นดอกไม้กับมิสคอลล์เมื่อกี้นี้เอง ถามว่าตอนนี้อยู่ไหน จิ๋นเงียบไปแล้วตัดบทขอตัวเพราะมีงานต้องทำด่วน

โรสงอนอีกแล้ว ปลัดจิ๋นโทร.บอกจันทราให้ส่ง ดอกไม้ไปขอโทษ จันทราจึงให้พฤกษ์ไปส่งตามเคย

งานด่วนที่ปลัดจิ๋นต้องรีบไปทำคือ จับเหล้าเถื่อนรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทยตามที่จ่าแม่นสืบมาได้ว่าจะมีการส่งกันล็อตใหญ่วันนี้

ทั้งหมดพากันไปที่ไร่มันสำปะหลัง ที่นั่น ดาวเรืองกับไอ้เพี้ยนกำลังขุดเช็กเหล้าที่เอามาฝังไว้ ไอ้เพี้ยนนับได้ 12 ขวด ดาวเรืองบอกว่ายังไม่พอ เอาที่มีไปส่งให้เจ๊กฮวดก่อนแล้วคืนนี้ค่อยมาต้มใหม่

จ่าแม่นนำปลัดจิ๋น กำจร และกำนันเทิ้ม ที่เดิมทีจะอาศัยรถไปทำแผลในเมืองแต่อาสามาช่วยจับเหล้าเถื่อนก่อนมา ถึงไร่มันสำปะหลัง จ่าแม่นถือปืนท่าจู่โจมเข้าไปจับเหล้าเถื่อน พอกำจรเห็นเป็นดาวเรืองถือเสียมยืนอยู่ก็พูดอย่างอ่อนใจ

“โธ่...ไอ้จ่าแม่น ข้าก็เกร็งจนขี้แข็งไปหมดนึกว่าจะเจอกองกำลังติดอาวุธ ที่แท้ก็ไอ้เรืองกับเสียมอันนึงเนี่ยนะ”

ดาวเรืองเล่นแง่ไม่ยอมให้จับ จ่าแม่นสั่งให้เอา เสียมให้ตน ไล่ดาวเรืองให้เปลี่ยนที่ยืน ตนจะขุดตรงนั้น ดาวเรืองหน้าซีดเผือดหลีกให้ จ่าแม่นเข้าไปขุดเอาเป็น เอาตายหมาย ได้งานชิ้นโบแดง แต่กลับเจอหลุมขี้กระเด็นใส่หน้า เหม็นจนพากันอ้วกแตกอ้วกแตน

ooooooo

พอกลับมาถึงโรงพัก ผู้กำกับถามว่าตกลงได้พบของกลางอะไรบ้าง

“ก็ไอ้จ่าแม่นมันเหม็นขี้จนลมชัก เราก็เลยรีบพามาหาหมอ” กำนันเทิ้มบอก แล้วพูดประชดตามสไตล์ “ไม่ทันได้มองหรอกว่าไอ้เรืองมันทัดเหล้าไว้ที่หูหรือซ่อนไว้ที่ไหน”

“ตกลงดาวเรืองต้มเหล้าขายจริงๆหรือครับ ถ้าจริงทำไมจับไม่ได้สักทีล่ะครับ” ปลัดจิ๋นตั้งข้อสังเกตที่ทำเอาทุกคนอึ้งที่ถูกแทงใจดำ

ฝ่ายดาวเรืองเอาเหล้าใส่รถปิดทับด้วยฟางไปส่งที่ร้านเจ๊กฮวด ไอ้เพี้ยนพูดอย่างไม่หายตื่นเต้นว่า

“คิดแล้วยังขาสั่นไม่หาย ตอนที่ไอ้จ่าแม่นมันจะขุดหลุมน่ะ ดีนะที่มันคิดว่าหลุมที่พี่เรืองยืนอยู่เป็นหลุมฝังเหล้า”

“เราอยากให้มันขุดตรงไหนเราก็ยืนตรงนั้น แล้วก็ทำให้มันมีพิรุธเยอะๆเข้าไว้” ดาวเรืองยิ้มกริ่ม ไอ้เพี้ยนเลยถึงบางอ้อ มันเลยหลงกล ทั้งที่หลุมฝังเหล้าอยู่ตรงที่พวกนั้นยืน ไอ้เพี้ยนหัวเราะนมกระเพื่อมพูดสะใจว่า

“จะจับเหล้า ดันมาเจอหลุมปุ๋ยหมักของป้าบานเข้า จ่าแม่นมันคงเลิกตามพี่ไปนานล่ะทีนี้”

“รวมทั้งไอ้ปลัดนั่นด้วย” ดาวเรืองหัวเราะฮิฮะสะใจที่พวกปลัดรู้จัก “หัวไอ้เรือง” น้อยไป

ooooooo

ผู้กำกับสรุปงานครั้งนี้แบบกำปั้นทุบดินว่าที่เราจับมันไม่ได้เพราะมันไม่อยู่ให้จับ บางทีตัวอยู่แต่ของกลางไม่อยู่ บางทีของกลางอยู่แต่ตัวไม่อยู่

“มันเปลี่ยนที่ต้มเหล้าตลอด เดี๋ยวในป่า เดี๋ยวบนเขา ขนาดในน้ำ มั้นนนน...ก็ยังอุตส่าห์ลงไปต้ม” นายอำเภอพูดอย่างอ่อนใจ ปลัดจิ๋นถามว่าทำยังไง ผู้กำกับบอกว่ามันขนของลงไปต้มในแพแล้วล่องตามแม่น้ำไปเรื่อยๆน่ะสิ

“แสบจริงๆ แต่ยังไงกฎหมายก็ต้องเป็นกฎหมาย เราจะยอมให้ใครทำผิดไม่ได้” ปลัดจิ๋นร้อนวิชาไฟแรง

“ที่ปลัดพูดก็ถูก แต่กฎบางอย่างเรามีความจำเป็นต้องเอามาปรับใช้ให้เหมาะสม เถรตรงมากไปเราก็อยู่กับคนในชุมชนไม่ได้” ผู้กำกับพูดอย่างมีประสบการณ์ เลยถูกกำนันเทิ้มที่ไม่เพียงปากเปราะ แต่ยังเราะรายจิก คนนั้นด่าคนนี้กระทบคนโน้นพูดแทรกขึ้นว่า

“เลยต้องอยู่กันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย ใครทำผิดใครคอรัปชัน ถ้ามันแบ่งปันลูกน้องถือว่าเป็นคนดีมีน้ำใจ คดโกงประเทศชาติแต่บริหารจัดการดี เรียกว่ามีวิสัยทัศน์”

“นั่นก็เกินไป...” ผู้กำกับกินปูนร้อนท้อง “ผมแค่ ต้องการให้ปลัดดูว่าคนในชุมชนมีนิสัยมีความเป็นอยู่ยังไง ถ้าเขาทำอะไรผิด แต่มันเป็นวิถีชีวิตของเขา เราจะเข้าไปช่วยยังไงให้มันถูกยุคนี้เป็นยุคของสงครามแย่งประชาชน เราต้องเข้าถึงและดึงประชาชนมาเป็นแนวร่วมกับเราให้ได้ ไม่ใช่ด้วยเงินแต่ต้องด้วยใจ”

“ดึงไอ้เรืองก่อนดีไหมครับ ดึงใจมันได้ก็ดึงใจคนทั้งอำเภอได้” กำจรเสนอ กำนันเทิ้มอดไม่ได้ ทิ้งระเบิดตูมใหญ่ใส่ทั้งกลุ่มก่อนเดินทื่อไปว่า

“สนใจแต่เรื่องเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ไอ้คนที่มันใหญ่คับฟ้าจริงๆไม่พากันมอง!”

ooooooo

พฤกษ์รับดอกไม้ไปส่งให้โรสอีกครั้ง คราวนี้เกิดเฉี่ยวกับรถของโรสที่กำลังรีบจะไปทำงานเพราะเธอตื่นสาย โรสหัวเสียลงมาเรียกร้องค่าเสียหาย พฤกษ์โต้ว่าที่เฉี่ยวเพราะรถเธอไม่เปิดไฟเลี้ยว

โรสเถียงข้างๆคูๆ ว่าคนเรามันก็ต้องใช้เซ้นส์กันบ้าง พฤกษ์โต้ว่าขืนขับรถโดยใช้เซ้นส์มีหวังรถชนกัน ทั้งเมืองและไม่ยอมจ่ายค่าเสียหาย อยากได้ก็ให้ถ่ายรูป

ไปแจ้งความเอาเอง เจอหัวหมอแบบนี้โรสก็เถียงไม่ออกกอปรกับต้องรีบไป เลยไม่เอาเรื่องแต่พอสตาร์ตรถปรากฏ

ว่าไฟเตือนน้ำมันหมด เลยจำต้องให้พฤกษ์พาไปส่งไม่วายพูดข่มว่า

“พาฉันไปส่งที่สยามเดี๋ยวนี้เลย ฉันมีงานที่นั่น มัวแต่ทะเลาะกับนายฉันไปไม่ทันแล้วเห็นไหม นายต้องรับผิดชอบ”

ooooooo

ปลัดจิ๋นไฟแรง วางแผนจะเปลี่ยนแปลงบ้านดอนล้อมแรด โดยเริ่มจากกลุ่มวัยรุ่น วัยทำงาน ที่เปลี่ยนแปลงได้ง่ายกว่าคนรุ่นเก่า โดยเฉพาะคนเก่าคนแก่ที่นี่ ที่ทั้งเก๋าทั้งแก่จนเกินแกง

นายอำเภอไพศาลถามว่าจะเริ่มที่เรื่องอะไรก่อน พอปลัดจิ๋นบอกว่าเริ่มจากให้ชาวบ้านดูแลเรื่องดินก่อน อยากให้ทำปุ๋ยชีวภาพแก้ปัญหาดินเสื่อมเพื่อลดต้นทุนปุ๋ยเคมีที่ราคาแพงและมีสารตกค้าง

“เรื่องนั้นเลิกคิดไปเลย เขาทำกันมาหลายครั้งแล้ว ทั้งสาธิตทั้งแจกฟรียังไม่มีใครสนใจ พูดไปน่ะเขาฟังแต่ไม่ทำ”

แต่ปลัดจิ๋นเชื่อว่าทำได้ โดยจะเริ่มจากผู้ใหญ่ผันก่อน เชื่อว่าผู้ใหญ่คงชอบที่จะพัฒนาความรู้ความเป็นอยู่ชาวบ้านให้ดีขึ้น ในขณะที่ปลัดจิ๋นมั่นใจในงานชิ้นแรกนี้มากนั้น นายอำเภอกลับแอบพึมพำ “ไฟแรงจริงพ่อคุณ...”

จะเริ่มที่ผู้ใหญ่ผันต้องไปหาที่บ่อนไก่ ไปขอให้ผู้ใหญ่เรียกประชุมชาวบ้านให้มาฟังการสอนทำปุ๋ยชีวภาพ ผู้ใหญ่ถามว่าปลัดเรียกประชุมกรรมการหมู่บ้านหรือยัง ปลัดจิ๋นบอกว่าจะเรียกประชุมพรุ่งนี้คิดว่าไม่มีปัญหา ผู้ใหญ่ฟันธงว่าไม่ได้ผลเพราะชาวบ้านต้องทำมาหากิน แต่สู้เหตุผลของปลัดไม่ได้เลยรับปากส่งเดชก่อนเข้าบ่อนไก่ว่า เดี๋ยวจะไปบอกชาวบ้านให้แล้วบ่นงึมงำ “ฉันคงช่วยหรอก ลำพังขายปุ๋ยแข่งกับไอ้เรืองก็สู้กันแย่อยู่แล้ว ขืนชาวบ้านรู้ว่ามีปุ๋ยทำฟรีได้ ฉันก็เสียรายได้สิ”

กำจรถามปลัดว่ามันจะได้เรื่องหรือ เพราะขนาดผู้ใหญ่ยังไม่สนใจเลย แล้วลูกบ้านจะสนใจหรือ

“สนใจสิ! มันต้องมีคนเห็นด้วยกับฉันสักคนสิน่า” ปลัดจิ๋นมั่นใจเต็มร้อย เมื่อไปคุยกับพระครูจ้อย พระครูสนับสนุนเต็มที่ แต่ก็ติงว่าอยากให้ปลัดคิดดีๆอีกทีดีไหม เพราะว่า...

“อาตมาเห็นจะทำกันมาเยอะแล้ว พอได้งบประมาณ ก็หยุดกันไป เสียเวลาเปล่าๆ” ปลัดจิ๋นขอแค่ให้พระครู ช่วยบอกต่อชาวบ้านให้มาร่วมอบรมเยอะๆเท่านั้น “อาตมาบอกให้ได้ แต่ชาวบ้านจะเชื่อรึเปล่า อาตมาไม่รับปากนะ”

ปลัดเชื่อว่าชาวบ้านเชื่อและเคารพหลวงพ่อ แต่หลวงพ่อบอกว่าปลัดเข้าใจผิดเพราะ “ที่ชาวบ้านมีต่ออาตมาคือความศรัทธา แต่ถ้าอยากให้ชาวบ้านเชื่อ คุณ ปลัดต้องไปหาอีกคนนึง”

“ใครครับ?” ปลัดตาเป็นประกายอย่างมีความหวัง พระครูมองไปทางกุฏิหลวงตาคง

ปลัดกับกำจรไปคุยกับหลวงตาคงที่กุฏิ หลวงตาคงบอกว่าตนเป็นคณะกรรมการหมู่บ้านแต่จะให้ชาวบ้านเชื่อตนคงทำไม่ได้เพราะ “ฉันไม่เคยทำให้ชาวบ้านเชื่อฉันได้”

ทันใดนั้น แม่เวียงที่เดินเถียงกับบุญปลีกบุญปลอด มาก็บอกหลวงตาคงว่า

“หลวงตาคงช่วยฉันด้วย! เมื่อคืนฉันฝันไม่ดี ฝันว่าโดนตุ๊กแกกินตับมันแปลว่าอะไร”

หลวงตาคงหลับตาอึดใจแล้วทำนาย “แย่แล้ว...

แม่เวียง ท่าทางจะมีเรื่อง ต้องให้เจ้าแม่บอกว่าต้องสะเดาะเคราะห์ยังไงบ้าง” ว่าแล้วเดินอ้าวขึ้นกุฏิ แม่เวียง บุญปลีกกับบุญปลอดรีบเดินตาม ทิ้งปลัดจิ๋นกับกำจรยืนมึนอยู่ตรงนั้น

“แหม...บอกว่าไม่มีใครเชื่อ แล้วที่วิ่งดุ๊บๆตามนี่ เรียกว่าอะไร คุณปลัดจะเอายังไงต่อครับ” กำจรถามหน้าหน่าย

“บอกผู้ใหญ่หมดแล้ว ทีนี้ก็เหลือเด็กที่ไม่ใช่เด็ก”

“เด็กที่ไม่ใช่เด็ก?” กำจรทำหน้างง “นี่คุณปลัดอย่าบอกนะครับว่าจะไปขอให้ไอ้เรืองช่วย! ผมว่า...ลุ้นหมาออกลูกเป็นแมวยังง่ายกว่านะครับ”

ปลัดจิ๋นไม่พูด แต่ยิ้มอย่างมั่นใจว่าต้องทำได้!

ooooooo

โรสซ้อนมอเตอร์ไซค์พฤกษ์ไปถึงหน้าห้างสรรพสินค้า เธอลงจากรถไปส่องกระจกสำรวจเสื้อผ้าหน้าผมเอียงซ้ายเอียงขวาหน้าหลัง ถามพฤกษ์ว่าตน

ดูดีแล้วหรือยัง ยิ้มเป็นไง มีอะไรติดฟันรึเปล่า มีเหงื่อไหม ต้องตบแป้งเพิ่มตรงไหนไหม

“คุณดูดีแล้วครับ” พฤกษ์ยิ้มเพราะไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนมายืนแต่งตัวอย่างนี้เลย โรสหยิบเงินให้หนึ่งพันบอกว่าให้หมดเลยเพราะอุตส่าห์ซิ่งจนทันเวลา “ผมไม่รับครับ ผมต้องมาที่นี่อยู่แล้ว ไม่ใช่ต้องออกนอกเส้นทางไปส่งคุณที่ไหน ถ้าคุณจะให้อะไร ผมขอแค่คำขอบคุณก็พอ”

แค่คำขอบคุณ โรสก็ยังต่อรองขอแค่ขอบใจได้ไหม พูดก่อนผละไปว่า “หวังว่าเราคงไม่ต้องมาเจอกันอีกนะ”

เดินไปเจอน้ำหวานยืนรอนานบ่นว่ามาถึงจะด่า

ให้ โรสได้ยินถามว่าด่าใคร น้ำหวานยิ้มหวานบอกว่าด่า คนจัดงานที่ไม่รู้จักคิด นัดเวลาไหนไม่นัดมานัดเวลาที่รถติดหนึบอย่างนี้ โรสบอกว่างั้นแล้วไป แล้วพากันเดินไปที่ลิฟต์

พฤกษ์เห็นน้ำหวานที่ตนเอาดอกไม้มาให้คราวที่แล้ว รีบคว้าดอกไม้วิ่งตามไปร้องเรียก “คุณโรสครับ”

น้ำหวานหันมาดีใจสุดๆ ที่เจอหนุ่มหล่ออีกครั้ง โรสยื่นมือจะรับดอกไม้ พฤกษ์ถือดอกไม้วิ่งผ่านโรสไปหาน้ำหวานบอกว่า

“มีคนส่งดอกไม้ให้คุณน่ะครับ”

“ฉันต่างหากที่ชื่อโรส!!” โรสโวยวาย พฤกษ์งงมองหน้าสองคนไปมาถามว่าตกลงใครชื่อโรสกันแน่

น้ำหวานชี้ไปที่โรส พฤกษ์ถามว่าคนนี้ชื่อสุดาวดีไม่ใช่หรือ ทำให้โรสยิ่งโมโหที่ตนเป็นดาราออกดังทำไมไม่รู้จัก

“อาจจะเพราะคุณดังไม่จริงก็ได้นะครับ คุณโรส สุดาวดี” พฤกษ์แหย่ โรสโมโหจะตามไปเอาเรื่อง น้ำหวานรั้งไว้เร่งให้รีบไปทำงานก่อนเถอะ แล้วค่อยตามผู้ชายทีหลัง โรสเลยหันมาแหวน้ำหวานแทน...

“ใครตามผู้ชาย! คนอย่างโรส มีแต่ผู้ชายตามย่ะ!!” แล้วจึงเดินตามน้ำหวานเข้าลิฟต์ไป

ooooooo

ปลัดจิ๋นทำงานอย่างถึงลูกถึงคน วันนี้ก็ให้กำจรขับรถไปที่ร้านของดาวเรืองเพื่อขอให้ไปร่วมประชุม กำจรถามอย่างเข็ดเขี้ยวดาวเรืองว่าจะให้สตาร์ตรถรอไหม เผื่อถูกตะเพิดจะได้บึ่งหนีได้ทัน

ปลัดจิ๋นบอกว่าเรามาดีไม่ต้องกลัว กำจรเตือนความจำว่า

“ก็คุณปลัดเพิ่งจะไปจับไอ้เรืองมันแหม็บๆ คนอย่างไอ้เรือง ถ้าประกาศว่าอยู่คนละข้างแล้ว มันไม่เอาไว้นะครับ”

“เชื่อฉันเถอะ ว่าดาวเรืองก็แค่เด็กธรรมดา เพียงแต่ห้าวแล้วก็กล้าพูดกล้าทำกว่าคนอื่น ที่สำคัญดาวเรืองฉลาด ถ้ารู้จักใช้ ดาวเรืองจะเป็นประโยชน์ในการพัฒนาชุมชนมาก”

“ผมยอมกินขี้หมาเลย ไอ้เรืองไม่มีวันยอมให้ปลัดใช้มันหรอก!” กำจรเดิมพันสูง

ปลัดจิ๋นเดินยิ้มเข้าไปในร้าน บานชื่นถามว่าจะรับอะไรดี ปลัดบอกว่าไม่ได้มากินข้าวแต่อยากคุยเรื่องดาวเรือง บานชื่นบอกว่าดาวเรืองไม่อยู่ ถามว่าดาวเรืองไปก่อเรื่องอะไรอีกหรือ

“เปล่าครับ คือผมอยากเปิดอบรมชาวบ้านเรื่องการทำปุ๋ยชีวภาพ แต่ผมยังไม่รู้จักชาวบ้านที่นี่มากพอ

เลยต้องมาพึ่งบารมีคุณน้าให้ช่วยไปประชุมกรรมการหมู่บ้านและชักชวนชาวบ้านให้มาร่วมอบรมกันเยอะๆ น่ะครับ”

บานชื่นยิ้มหน้าบานถามว่า พึ่งบารมีเลยหรือปลัดบอกว่าตนมาอยู่ที่นี่ไม่กี่วันก็รู้แล้วว่าทุกคนที่นี่เกรงใจคุณน้ากันทั้งนั้น อย่างนี้ไม่เรียกว่ามีบารมีได้ยังไง ทำเอาบานชื่นหน้าบานรับปากทันทีว่าพรุ่งไปแน่ ปลัดเลยขอพึ่งบารมีบานชื่นอีกครั้ง ขอให้พาดาวเรืองไปด้วย คราวนี้บานชื่นพูดโดยไม่ต้องคิดเลยว่า “พึ่งถูกคนแล้วล่ะค่า...”

“โห...เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือไอ้เรืองยังมีน้าบานชื่น เหนือน้าบานชื่นยังมีคุณปลัด” กำจรทึ่ง อึ้ง จนลืมไปว่าตัวเองเดิมพันอะไรไว้กับปลัดจิ๋น

ooooooo

คืนนี้ โรสโทร.หาจินตวัฒน์ ชมว่าดอกไม้น่ารักดี แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นคนให้ ก็จะรู้สึกดีกว่านี้

ปลัดจิ๋นขอโทษ ขออย่าโกรธเลยเพราะตนติดงาน จริงๆตนเป็นข้าราชการกินเงินเดือนที่ได้จากภาษีของประชาชนจึงต้องทำงานตอบแทนประชาชน โรสบอกว่าตามใจเขา แต่ให้เวลาสามเดือน ถึงตอนนั้นเขาต้องตัดสินใจว่า จะเลือกงานหรือเลือกตน พูดแล้ววางสายเลย เชื่อว่าถึงเวลานี้ เขาก็ต้องเลือกตนแน่

เสี่ยกำพล พ่อค้าปุ๋ยเคมีที่หากินอยู่กับชาวบ้าน ดอนล้อมแรดมาเนิ่นนาน จะไปร่วมฟังโครงการทำปุ๋ย ชีวภาพของปลัดจิ๋น ผู้ใหญ่ผันเลยต้องไปด้วย เวียงเอะใจถามผู้ใหญ่ว่า เสี่ยมีแผนอะไรหรือเปล่า

“แม่เวียงอย่าว่าเสี่ยกำพลอย่างนั้นนะ เสี่ยเป็นคนดี ไม่มีแผนอะไรกับใคร อย่าลืมสิว่าบ้านเรามีกินมีใช้ก็เพราะเสี่ยช่วยเหลือทั้งนั้น” ผู้ใหญ่ปราม เวียงบอกว่า ตนก็แค่สงสัยไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย

ฝ่ายบานชื่น รับปากกับปลัดจิ๋นแล้วว่า จะให้ดาวเรืองไปฟังด้วย เห็นดาวเรืองยังเอ้อเร้อเอ้อเต่ออยู่ เร่งว่าจวนได้เวลาประชุมแล้ว ดาวเรืองทำไขสือ ถามว่าประชุมอะไร บานชื่นทำหน้าเหนื่อยบอกว่าก็ที่บอกเมื่อคืนไงไม่ได้ยินหรือ

“ได้ยิน แต่ฟังหูซ้ายทะลุหูขวาออกไปแล้ว แม่ก็ไปเชื่อมันทำมั้ย มันอ้างงานบังหน้าเพื่อมาดูลาดเลาที่บ้าน หรือไม่ก็มาสืบน่ะสิว่าฉันไปทำอะไรที่ไหนบ้าง”

บานชื่นหว่านล้อมจนดาวเรืองยอมไปแต่ไปด้วยอารมณ์แบบ “แส่ดีนัก เตือนดีๆแล้วไม่ฟัง เดี๋ยวจัดให้!”

ooooooo

เสี่ยกำพลเจอกับปลัดจิ๋นเป็นครั้งแรก เสี่ยยกมือไหว้ บอกว่าได้ยินแต่ชื่อเพิ่งเจอตัววันนี้ ยังหนุ่มอยู่เลย

“ผมขอขอบคุณอีกครั้งสำหรับกระเช้าผลไม้นั้น ส่วนอย่างอื่นลูกน้องเสี่ยคงบอกแล้วว่าผมไม่รับ” ปลัดพูดถึงกระเช้าผลไม้และซองหนา ที่เสี่ยให้ลูกน้องเอามา จิ้มก้องวันที่ปลัดมารับหน้าที่วันแรก

เสี่ยยิ้มเชือดเฉือน บอกว่าตนดีใจที่ลองใจคนไม่ผิด ปลัดเฉือนกลับอย่างรู้ทันว่า ดีใจที่นั่นแค่ลองใจไม่ใช่ของจริง

พวกชาวบ้านได้ยินมองหน้ากันงงๆว่าสองคนนี้พูดเรื่องอะไรกัน

เมื่อเริ่มประชุม แค่ปลัดจิ๋นเริ่มเกริ่นเท่านั้นก็ถูก ผู้ใหญ่ผันพูดแทรกว่า “เชื่อผมเถอะว่าไม่มีใครสนใจหรอก” แต่ปลัดก็หนักแน่น ดำเนินการประชุมต่อ บรรยายถึงผลดีต่างๆนานาของปุ๋ยชีวภาพแล้วขอความเห็นชาวบ้าน เสี่ยกำพลสนับสนุนเป็นคนแรก บานชื่น พระครูจ้อย ไสว และแม้แต่หลวงตาคงก็เห็นด้วยโดยอ้างว่าเจ้าแม่ให้เห็นด้วย

“ไอ้เรืองว่ายังไง ฉันก็ว่าอย่างนั้นแหละ” ผู้ใหญ่ผันพูดอย่างมั่นใจเพราะเชื่อว่าไอ้เรืองไม่เห็นด้วยแน่

“ฉันเห็นด้วย!” ดาวเรืองโพล่งออกไปเสียงดังฟังชัด ทำเอาผู้ใหญ่แทบหงายหลัง ดาวเรืองยังแสดงความเอา

การเอางานพูดกลางที่ประชุมว่า “เรื่องดีๆอย่างนี้ไอ้เรือง สนับสนุนอยู่แล้ว คุณปลัดบอกมา จะให้ไอ้เรืองทำอะไรไอ้เรืองช่วยเต็มที่!”

ผู้ใหญ่คิดไม่ตกถามเสี่ยกำพลขณะเดินมาส่งที่รถว่าทำไมยอมไอ้ปลัดนั่น เกิดชาวบ้านติดใจขึ้นมา ปุ๋ยเคมีเราขายไม่ออกแน่ เสี่ยยิ้มเจ้าเล่ห์บอกว่า ผู้ใหญ่ไม่เข้าใจลูกบ้านของตัวเองเลย ชาวบ้านที่นี่รักความ สบายกันจะตายไม่มีใครจะลุกขึ้นมาบ้าไปกับปลัดหรอก บอกผู้ใหญ่อย่างเจ้าเล่ห์ว่า

“เราอยู่ในฐานะพระเอก เราต้องรู้จักวางตัวในที่ที่เหมาะสม ปล่อยให้ตัวร้ายมันจัดการทำลายทุกอย่างไป”

“ใครจะขัดขวางงานไอ้ปลัดวะ?!?” ผู้ใหญ่บ่นงึมงำ เดินกลับไปงงๆ

ooooooo

เวียงกล่อมจนวรรณยอมเอารถออกไปป่าวประกาศโครงการนี้แก่ชาวบ้านเพราะบอกว่าดาวเรืองจะไปด้วย

พอเช้าวันรุ่งขึ้น รถกระบะติดเครื่องขยายเสียงก็แล่นผ่ากลางหมู่บ้าน มีดาวเรืองพูดผ่านไมค์เชิญชวนชาวบ้านให้มาร่วมโครงการอบรมทำปุ๋ยชีวภาพของปลัดจิ๋น โดยมีวรรณคอยเป็นลูกคู่ลูกมือ เปิดเพลงให้อย่างเอาการเอางาน

เมื่อได้เวลา ปลัดจิ๋นก็เปิดอบรมวิธีการทำปุ๋ยชีวภาพ จัดให้เจ้าหน้าที่อำเภอไปหาส่วนผสมปุ๋ย ให้กำจรให้ไปรับ “ไบโอนิค เอฟ 60” ที่กรมพัฒนาที่ดินในจังหวัด แต่กำจรยังไม่ทันไปก็ได้รับโทรศัพท์ แล้ววิ่งหน้าตาตื่นมาบอกปลัดจิ๋นว่า

“ไอ้เรืองครับ...ไอ้เรือง...เพื่อนผมโทร.มาบอกว่ามันยกขบวนมาที่ตลาด ตอนนี้คุณปลัดดังไปทั้งอำเภอแล้วครับ”

กำจรพาปลัดจิ๋นไปที่ตลาด เจอรถกระบะของผู้ใหญ่ผันจอดอยู่ ดาวเรืองกำลังโฆษณาฟุ้งอยู่บนรถว่า

“ชาวดอนล้อมแรดขอเชิญชวนพี่น้องที่ดอนพัฒนาให้มารวมตัวทำกิจกรรมร่วมกันที่ลานวัดดอนล้อมแรดในวันพรุ่งนี้ แปดโมงตรง หลวงตาคงแจกเหรียญมหามงคลรุ่นปลุกเสกแล้วปลุกเสกอีกให้ทุกคนที่ไปร่วมงาน” หยุดเหลือบมาสบตาปลัดแล้วพูดต่อ “ใครไม่ไปดูผลงานปลัดใหม่แล้วจะไสเจีย...เสียใจ”

“กำจรมองอย่างสงสัย ปลัดจิ๋นเองก็งงๆว่าดาวเรืองยอมช่วยถึงขนาดนี้เพราะอะไร?

ooooooo

คืนนี้ ขณะปลัดจิ๋นกำลังทบทวนตำราเพื่อจะไปอบรมชาวบ้านพรุ่งนี้ มะเฟืองเด็กหญิงหน้าตาน่าเอ็นดูก็ถือกระทงขนมครกมาให้บอกว่าแม่เห็นปลัดที่ตลาดแล้วศรัทธา

พอมะเฟืองกลับไปเล่าให้ดาวเรืองฟังว่าตนเอาขนมครกให้ปลัดและแอบดูจนปลัดกินขนมครกจนหมด ดาวเรืองให้เงินไป 20 บาทมะเฟืองรับเงินเดินตัวปลิวออกไป ดาวเรืองกับไอ้เพี้ยนหัวเราะกันคิกคักว่าคืนนี้ปลัดหลับเป็นตายแน่

จากนั้นสองตัวแสบ ไปดักกำจรที่กำลังจะแวบไปดวด โชว์เหล้าสูตรใหม่ว่าแรงขนาดจุดไฟติดพรึ่บเลย กำจรทำท่าเปรี้ยวปาก เลยได้ไปทดลองขวดหนึ่งดาวเรืองทำทีเตือนว่าพรุ่งนี้มีประชุมแต่เช้านะ กำจรรับรองว่าตนตื่นทันแน่ รู้กันอยู่แล้วว่าตนเป็นคนรับผิดชอบต่อหน้าที่ขนาดไหน

ไม่เพียงเท่านั้น ดาวเรืองกับไอ้เพี้ยนยังไปตอกประตูหน้าต่างไม่ให้ปลัดออกไปได้ จัดการทุกอย่างเสร็จก็พากันกลับบ้านหัวเราะกันคิกคัก บานชื่นถามว่าหัวเราะอะไรกัน ดาวเรืองบอกว่าดีใจที่ได้ช่วยประกาศให้ชาวบ้านมาอบรมพรุ่งนี้

รุ่งขึ้น ปลัดจิ๋นตื่นขึ้นมา 7 โมงครึ่ง ตกใจหยิบโทรศัพท์ดูปรากฏว่าหน้าจอดับมืดเพราะแบตหมด รีบอาบน้ำแต่งตัว แต่พอจะออกจากบ้าน ประตูหน้าต่างถูกตอกตายหมด เรียกกำจรก็ไม่ได้ยิน ฉุกคิดขึ้นได้ว่าต้องเป็นฝีมือดาวเรืองแน่ ตัดสินใจถีบประตูพังวิ่งลงบันได ตกบันไดอีก! เพราะขั้นบันไดถูกเลื่อยวางไว้หมิ่นๆ ปลัดกัดฟันกรอดคำราม “ดาวเรือง!”

ดาวเรืองกับไอ้เพี้ยนแอบดูผลงานของพวกตนอย่างสะใจ ดาวเรืองพูดกับไอ้เพี้ยนว่า

“พังประตูออกมาได้แต่มันมาถึงงานไม่ได้หรอก เชื่อหัวไอ้เรืองเหอะ”

ooooooo

งานอบรม จัดที่บริเวณลานวัด บรรดาผู้หลัก ผู้ใหญ่ ทั้งนายอำเภอและผู้กำกับ พากันมาครบแล้ว ชาวบ้านก็มากันหนาตา แต่ถึงเวลา 8 นาฬิกาตามนัดปลัดยังไม่มา บรรยากาศเริ่มรวน

ดาวเรืองกับไอ้เพี้ยนกลับมาเจอวรรณแถวใกล้วัดเลยนั่งรถวรรณเข้าไป ทำทีถามว่าปลัดยังไม่มาหรือ เขี่ยอารมณ์ชาวบ้านที่กำลังคุ นายอำเภอไพศาลเหงื่อแตกพลั่กไม่รู้จะแก้สถานการณ์อย่างไร ผู้ใหญ่โทร.ตามก็ติดต่อปลัดไม่ได้ ครั้นติดต่อไปหาเกษตรอำเภอทุกคนก็ติดประชุมหมด

“ตัดริบบิ้นเปิดงาน แก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน” ดาวเรืองเล่นเล่ห์ต่อ หลวงตาคงเห็นด้วย ยังไงก็ให้ขายผ้า เอาหน้ารอดไปก่อน “ถ้าตัดริบบิ้นแล้วยังไม่มา นายอำเภอก็พูดเปิดงานถ่วงเวลาไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็มาเองแหละ ที่สำคัญเราต้องเชื่อว่าปลัดจะมา” ว่าแล้วดาวเรืองก็ไปยืนพูดที่หน้าไมค์ คราวนี้มั่วแหลก อ้างว่าหลวงตาคงจับยามสามตาแล้วพบว่าเวลาแปดนาฬิกาสี่
สิบเก้านาทีสิบหกวินาทีเป็นเวลาอภิมหามงคล เพื่อความเป็นสิริมงคลเราจึงจำต้องรอ แล้วเชิญนายอำเภอกับภริยาขึ้นตัดริบบิ้น

จากนั้นให้นายอำเภอกล่าวเปิดงาน นายอำเภอพูดวนไปวนมาจนชาวบ้านบ่นว่าพูดวนแบบนี้ 5 เที่ยวแล้ว ให้ปลัดลงมือเลยดีกว่า ถามหาปลัดว่าอยู่ไหน ร้อนถึงดาวเรืองต้องไปยืนยันว่าปลัดมาแน่แค่รอฤกษ์หลวงตาคงเท่านั้น

“กูนึกว่ากูรอดแล้ว ไอ้เรืองนะไอ้เรือง” หลวงตาคงบ่นงึมงำที่อยู่ดีๆ ก็ถูกดาวเรืองโยนเผือกร้อนให้

ฝ่ายปลัดจิ๋นแก้ปัญหาจนหัวหมุน แต่ถูกดาวเรืองวางกับดักไว้หมดแล้ว เพราะกำจรก็เมา รถก็ถูกปล่อยลมยาง ครั้นมาเจอลุงใจดีที่ให้นั่งรถอีแต๊กมาส่งที่หมู่บ้าน วันแรก จอดรถมอเตอร์ไซค์เก่าๆ อยู่จึงขอโดยสารไป ก็กลายเป็นคนที่ดาวเรืองจ้างมาแกล้งให้พาไปตกปลักควายอีก สุดท้ายไปเจอบานชื่นกำลังจะไปวัดพอดี จึงชวนไปด้วย คราวนี้ปลัดระแวงว่าจะเจอกับดักดาว
เรืองอีก เลยขอขับรถเอง

ที่ลานวัด ดาวเรืองยังคงไฮค์ปาร์คอยู่ แอบด่าปลัดเป็นระยะๆ แต่ก็ให้ความมั่นใจกับทุกคนว่าปลัดต้องมาแน่ แล้วโยนกลองให้หลวงตาคง “เอ้า...คราวนี้ ถึงคิวหลงตาคง” หลวงตาคงตาเหลือกถามว่าจะให้ทำอะไรอีก “อ้าว...ก็ขึ้นมาทำพิธีเรียกตัวปลัดมานี่น่ะสิ เหลาะแหละไม่น่าเชื่อถือ จริงไหมพวกเรา” ดาวเรืองขอเสียงราวกับเล่นคอนเสิร์ต ชาวบ้านบ้าจี้ตะโกนพร้อมกัน
“จริง!!”

หลวงตาคงปาดเหงื่อเดินไปหน้าไมค์ด่าลอดไรฟัน “ไอ้เรือง ไอ้เวร!!” ดาวเรืองกลั้นหัวเราะเร่งให้หลวงตาบริกรรมคาถา “บรรลัยแน่กู...งานนี้” หลวงตางึมงำ

“ถ้าหลงตาศักดิ์สิทธิ์จริง ปลัดต้องมา ถ้าไม่มาแสดงว่าหลงตามนต์เสื่อม และไอ้ปลัดที่ไม่มีความรับผิดชอบอย่างนี้ก็ไม่ควรจะอยู่ที่นี่เพื่อดูแลพวกเรา จริงไหม” ดาวเรืองแอบถล่มปลัด ปลุกชาวบ้านจนหันมาเป็นใจกับตัวเองหมด แล้วบอกให้ชาวบ้านท่องเสี่ยงทายพร้อมกัน “มา...ไม่มา...มา...ไม่มา...” แต่พอถึงคำว่า “ไม่มา” ทุกคนก็อ้าปากค้าง

ปรากฏว่า ปลัดจิ๋นมา! แม้สภาพจะมอมแมมเดินกะเผลก แต่ก็ยืนหยัดเปิดอบรมและสาธิตการทำปุ๋ยชีวภาพทันที

“การกำจัดขยะด้วยการนำมาทำปุ๋ยชีวภาพเป็นการกำจัดที่ตรงและได้ประโยชน์อย่างมาก ก่อนที่เราจะลงมือทำไปพร้อมๆ กัน ผมขออนุญาตแนะนำผู้ช่วยของผมก่อนนะครับ ขอเสียงปรบมือต้อนรับ ดาวเรืองงงง”

ดาวเรืองสะดุ้งเฮือก จ้องปลัดตาแทบถลน อยากโดดเตะก้านคอให้หักคาแข้งเสียเลย!

ไม่เพียงถูกปลัดแก้เผ็ดอย่างเจ็บแสบ หลังการอบรมแล้ว ปลัดจิ๋นยังบอกดาวเรืองให้ไปจัดการเรื่องที่ทำไว้ให้เรียบร้อยทั้งประตูหน้าต่างและบันไดบ้าน ดาวเรืองจะไม่ยอมไป แต่พอปลัดถามว่าจะให้บอกบานชื่นไหม ดาวเรืองก็หมดท่า

ระหว่างไปงัดประตูหน้าต่างที่ถูกตอก ไอ้เพี้ยนบ่นว่ารู้งี้ไม่ต้องตอกแน่นขนาดนี้ก็ดีจะได้งัดง่ายหน่อย

“อย่าบ่นเลยวะ เก็บแรงไว้เอาคืนดีกว่า” ดาวเรืองพูดอย่างเจ็บใจ

จัดการทุกอย่างที่บ้านพักปลัดกลับถึงบ้าน ดาวเรืองตะโกนลั่น “ข้าเกลียดมัน!!!” บานชื่นถามว่าใคร ดาวเรืองบอกว่าปลัดจอมบงการนั่นแหละ บานชื่นเตือนว่า

“ระวัง เกลียดอะไรจะได้อย่างนั้น เพราะแม่เคยเจอกับตัวเองมาแล้ว เกลียดดีนัก สุดท้ายก็เจอเลย”

“ใครอ่ะแม่”

“พ่อเอ็งไง ตอนแม่เป็นเทพี ผู้ใหญ่ผัน หลวงตาคง จ่าแม่น รุมจีบแม่กันทั้งนั้น จู่ๆ อีตาพนามาจากไหนก็ไม่รู้ ท่าทางยียวนกวนประสาท พูดอะไรก็ไม่ถูกหูแม่ แล้วเป็นไง...กลายเป็นผัว มีลูกยืนหัวโด่อยู่เนี่ย”

“โอ๊ย...ประวัติศาสตร์ไม่มีวันซ้ำรอยหรอกแม่ พ่อน่ะเป็นผู้ชายใจดีที่สุดในโลก ไอ้คนขี้เก๊ก แก่วิชาการอย่างปลัดนั่นฉันไม่เอามาทำ ผะ...เอ๊ย...พันธุ์หรอก ชิ!!”

“สมัยหนุ่มๆ พ่อเอ็งก็ขี้เก๊กแก่วิชาการอย่างนี้แหละ” บานชื่นย้ำอีกทีแล้วเดินออกไป

ดาวเรืองส่ายหน้าดิก บอกตัวเองว่า เป็นไปไม่ได้...เป็นไปไม่ได้...เป็นไปม่ายด้ายยยยยย...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"ฟิล์ม-เอสเธอร์" พระนางคู่กัด ใน "พายุทราย" เจอหน้าเป็นตบ เอะอะเป็นจูบ

"ฟิล์ม-เอสเธอร์" พระนางคู่กัด ใน "พายุทราย" เจอหน้าเป็นตบ เอะอะเป็นจูบ
9 พ.ค. 2564

03:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม 2564 เวลา 11:38 น.