ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ดาวเรือง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อยู่กับกำจรก็มีเรื่องให้ทั้งขำทั้งสมเพช เพราะจะขึ้นบันไดบ้านทีก็ต้องนับขั้นที่ 2-5-6 ให้ก้าวข้ามเพราะบันไดชำรุด ถามว่าทำไมไม่ซ่อม กำจรพูดด้วย เหตุผลที่ฟังแล้วมึนว่า

“ก็ปลัดที่ย้ายมาอยู่ไม่ทนสักราย เลยไม่รู้จะซ่อมไปทำไม หลังๆก็เลยบอกให้ท่องกันครับ เดี๋ยวก็ชินไปเอง”

“เวรกรรม...” ปลัดจิ๋นพูดได้แค่นั้น แล้วก็ต้องทำตาม ท่อง สอง ห้า หก ยกเท้าข้ามขั้นบันไดขึ้นบ้านไป

เช้าวันรุ่งขึ้น ปลัดจิ๋นก็ลงมือซ่อมบันได กำจรมาเจอถามว่าซ่อมเองเลยหรือ เดินขึ้นๆลงๆสักวันสองวันเดี๋ยวก็ชินไม่น่าต้องเสียเหงื่อ

“ก่อนจะพัฒนาหมู่บ้าน เราควรจะเริ่มพัฒนาบ้าน ตัวเองเสียก่อน บันไดพังแค่นี้ถ้าไม่รู้จักซ่อม แล้วจะไป ดูแลช่วยเหลือคนอื่นได้ยังไง”

ปลัดจิ๋นเริ่มพัฒนาวิธีคิดของกำจรเป็นอันดับแรก กำจำยิ้มแหยๆบอกว่าให้คนเอารถไปซ่อมให้แล้ว ส่วนโทรศัพท์นี่เดี๋ยวจะเอาไปชาร์ตแบตให้ พลางเดินขึ้นบันไดนับ สอง ห้า...ปลัดจิ๋นพูดแทรกขึ้นว่าเดี๋ยวจะเข้าไปที่หมู่บ้าน อยากทำความรู้จักชาวบ้าน ถามว่ากำจรจะไปด้วยกันไหม

“แหม...ใช้งานถูกคน เดี๋ยวกำจรจะพาไปรู้จักผู้ทรงอิทธิพลด้านต่างๆเองครับ” พูดพลางเดินขึ้นบันไดปากก็นับ สอง ห้า หก พอนึกได้ก็บ่นตัวเองว่าจะนับไปทำไมในเมื่อปลัดก็ซ่อมไปแล้ว พอดีก้าวขึ้นขั้นที่หก

“เฮ้ย...อย่า!!” กำจรเหยียบบันไดขั้นที่หกพอดี หันมาถามปลัดจิ๋นว่า อย่าอะไรหรือ “อย่าเหยียบบันไดขั้นที่หกยังไม่ได้ซ่อม” ปลัดพูดไม่ทันขาดคำ บันไดก็หักโครม กำจรหล่นตุ้บลงก้นจํ้าเบ้าที่ใต้บันไดไม่เป็นท่า

ooooooo

เถียงนาอันเป็นที่สุดหัวกันเป็นประจำของวรรณและไอ้แหลมกับไอ้กรอด วันนี้ทั้งสามไปสุมหัวกันตามเคย วรรณบอกลูกน้องทั้งสองว่า ดาวเรืองไม่มีทีท่าตอบสนองแบบนี้แสดงว่านํ้ามันพรายของหลวงตาคงใช้ไม่ได้ผล

ไอ้กรอดบอกว่าหลวงตารับประกันว่า ถ้าไม่ได้ผล ในสองวันยินดีคืนเงินแถมกุมารทองให้อีกต่างหาก ไอ้แหลมบอกว่าขอให้ลูกพี่ใจเย็นๆนี่เพิ่งจะเข้าวันที่ 2 ดาวเรืองอาจหลงเสน่ห์ลูกพี่แต่ยังอายอยู่ก็ได้

พลันวรรณก็ร้องจ๊ากเมื่อมีลูกหินยิงมาโดนหัวจังๆ แถมมีจดหมายผูกติดมากับลูกหินด้วย วรรณรีบเปิดอ่านยิ้มน้อยยิ้มใหญ่บอกลูกน้องตาเยิ้มว่า จดหมายน้องเรืองเขียนมา ว้าน...หวาน...

อ่านจดหมายแล้ววรรณไปที่ร้านอาหารตามสั่งของดาวเรือง ปรากฏว่าจดหมายนั้นไม่ใช่ของดาวเรือง ยิ่งเมื่อวรรณเอาจดหมายที่เขียนเป็นกลอนออกมาให้บานชื่นอ่าน ทั้งแม่ทั้งลูกก็พากันขำกลิ้ง ดาวเรืองบอกว่าตนด้นกลอนรักไม่เป็นหรอกเป็นแต่กลอนด่า แล้วด้นกลอนสดชี้หน้าด่าวรรณ

“ชายโฉด ไอ้จอมโหดรังแกหมา รังแกแม้ไก่กา ใจหยาบช้า ไอ้บ้าวรรณ”

ดาวเรืองกับบานชื่นพากันหัวเราะ แต่วรรณ ไอ้กรอดกับไอ้แหลมทำหน้าไม่ถูก ซํ้ายังถูกดาวเรืองชี้หน้าปรามว่าอย่ามาให้เห็นหน้าอีก แล้วชวนเพี้ยนไป บ่นหงุดหงิด “เสียเวลาทำมาหากิน”

“ขอบใจนะไอ้วรรณ แหม...แวะมาทำให้ขำแต่เช้า” บานชื่นพูดไปขำไป แล้วเดินกลับไปหลังร้าน

วรรณยืนมึนถามลูกน้องทั้งสองว่าจะทำอย่างไรดี เมื่อวานดาวเรืองยังไม่หายโกรธวันนี้ก็มาโกรธซํ้าอีก ไอ้กรอดเสนอให้ซื้อของมาง้อ วรรณบอกว่าไม่มีเงินไอ้แหลมเสนอตามถนัดว่า “ไม่มีก็ขโมยซิพี่ จะยากอะไร” วรรณชมว่าหัวแหลมเข้าท่า เสนอได้ดีทำให้หมดปัญหาไปเรื่องเหลืออีกเรื่องเดียว ไอ้แหลมเพิ่งได้รับคม เสนอหน้าถามว่าเรื่องอะไร

“ถ้าน้องเรืองไม่ได้เขียนจดหมายมาหาข้า แล้วเอ็งรู้ไหม...ใครเขียน” วรรณนิ่วหน้าสงสัย

ที่แท้เป็นฝีมือของเสมอใจสาวบ้านดอนล้อมแรดที่แอบรักวรรณและเขียนจดหมายสารภาพรักแล้วจึงไปบอกกล่าวกับโกศของแม่ที่กำแพงวัดว่าตนทนเก็บความรู้สึกไว้ไม่ไหว สัญญาว่าจะแรดเงียบๆ ไม่ให้ใครรู้จะได้ไม่มีใครว่าแม่ได้

ระหว่างนั้นเสมอใจเห็นชายสามคนวิ่งผ่านไปแว้บๆ จึงลุกเดินตามไปด้วยความสงสัย...

ooooooo

ก่อนที่จะเข้ารับตำแหน่งปลัดอย่างเป็นทางการ จินตวัฒน์ วิโสภา ไปกราบขอพรจากพระครูจ้อยที่วัดดอนล้อมแรดพรุครูอวยพรให้อยู่รอดปลอดภัย มีขันติ อดทนต่ออุปสรรคต่างๆ ให้เป็นที่พึ่งของชาวบ้าน และขอให้อยู่ที่นี่ได้นานเกินสามวันเจ็ดวัน

พระครูพูดเชิงเตือนว่า “โยมมาที่นี่ก็จะได้เจอผู้คนเหมือนเดิมแต่จิตใจไม่เหมือนเดิม เดี๋ยวนี้มีคนมาวัดไม่ได้มาเพราะต้องการชำระล้างจิตใจ แต่มาหาที่พึ่งทางใจ ซึ่งไม่ใช่พระธรรมคำสอน ไม่ใช่พระพุทธรูปที่เป็นสัญลักษณ์แทนพระพุทธองค์ แต่เป็นอย่างอื่น”

“อะไรหรือครับพระคุณเจ้า” ปลัดจิ๋นถาม พระครูมองไปทางสำนักหลวงตาคงที่หลังวัดมีพวกชาวบ้านถือดอกไม้ธูปเทียนพนมมือไหว้หลวงตาคงกันเป็นแถว

“บูชาเจ้าแม่แบบบุฟเฟ่ต์ครั้งละ 39 บาท จะเลขเต็งเลขโต๊ด หวยบนดินใต้ดิน จะถูกกี่รอบจะขอกี่เบอร์ก็แค่ 39 บาท” เสียงหลวงตาคงป่าวประกาศ

พระครูจ้อยเดินนำปลัดจิ๋นกับกำจรเข้ามาพูดปลงๆ ว่า “ที่พึ่งทางใจของชาวบ้าน”

พลันเสียงดาวเรืองกับไอ้เพี้ยนที่ตะโกนโหวกเหวกให้ชาวบ้านมาซื้อหวยกับตนก็แทรกเข้ามา หลวงตาคงยังโมโหที่ทั้งสองมาลอบเผาสำนัก เลยไล่ตะเพิดไม่ให้มาขายแถวนี้ ดาวเรืองโต้ทันควันว่า ที่นี่เป็นที่สาธารณะและตนก็ขออนุญาตเจ้าแม่ถึดทือแล้ว เจ้าแม่อนุญาตให้ขายได้

“แล้วแม่เอ็งล่ะ ขอรึยัง” หลวงตาคงใช้ไม้เดิม ดาวเรืองอึ้งไปนิดนึงแต่ทำฟอร์มบอกว่าจะเห็นแก่เจ้าแม่ถึดทือสักวันแล้วประกาศกับชาวบ้านว่า

“แต่จำไว้เลยนะ ไม่ว่าจะงวดนี้งวดหน้าหรืองวดไหน ใครได้เลขจากสำนักนี้มาแทง...ฉันไม่รับ!!” ว่าแล้วเดินนำไอ้เพี้ยนออกไปอย่างไม่พอใจ ชาวบ้านพากันตกใจถามว่าถ้าแทงหวยไม่ได้แล้วเราจะไปเสียหวยทำไมกัน พลางกรูกันเข้าไปที่พานขอเงินคืน

“ไม่ได้เว้ยยยย...” หลวงตาคงกอดพานไว้แน่น แต่ก็ถูกชาวบ้านแย่งไปจนได้ บอกว่าพวกตนยังไม่ได้เลขเด็ดจากเจ้าแม่เลย ถือว่าเจ้าแม่ยังไม่รู้ว่าพวกเรามาถวายเงินท่าน เพราะฉะนั้นเอาคืนมา ไว้งวดหน้าค่อยว่ากันใหม่ แย่งเงินคืนไปแล้วชาวบ้านก็พากันวิ่งตามดาวเรืองไปเพื่อขอแทงหวย

“ทำ​ผิด​กฎหมาย​กัน​เห็นๆ อย่าง​นี้​ปล่อย​ไว้​ไม่ได้” ปลัด​จิ๋น ปลัด​ใหม่​ไฟ​แรง​เดิน​อ้าว​ตาม​ชาว​บ้าน​ไป

พวก​ชาว​บ้าน​ไล่​ตาม​ดาวเรือง​ไป​ขอ​แทง​หวย ดาวเรือง​พูด​ยักท่า​ว่า ถ้า​ไม่​ใช่​เลข​จาก​หลวง​ตา​คง​ก็​จะ​รับ​แทง เสียง​ชาว​บ้าน​ขอ​แทง​หวย​กัน​เซ็งแซ่ ปลัด​จิ๋​น

พ​รวด​เข้า​มา​ถาม​ว่า​ไม่​มี​อะไร​ทำ​แล้ว​หรือ​ถึง​ต้อง​มา​ทำ​มา​หาก​ิน​แบบ​นี้ ดาวเรือง​สวน​กลับ​อย่าง​ไม่​สะทกสะท้าน​ว่า “แล้ว​มัน​เรื่อง​อะไร​ของ​คุณ​ปลัด​ไม่​ทราบ”

“ทำไม​จะ​ไม่​ใช่​เรื่อง​ของ​ฉัน ใน​เมื่อ​ฉัน​เป็น​ปลัด​ของ​ที่​นี่ หน้าที่​ของ​ฉัน​ก็​คือ​ดูแล​ทุกข์สุข​ของ​ทุก​คน ถ้าเรา​ทำ​ผิด​กฎหมาย​ฉัน​ก็​ต้อง​จัดการ”

ดาวเรือง​ทำ​ไขสือ​ถาม​ว่า​ใคร​ทำ​ผิด​กฎหมาย ปลัด​จิ๋น​ถาม​ว่า​แล้ว​สมุด​ที่​ถือ​อยู่​เรียก​ว่า​อะไร

“สมุด​ทด ฉัน​เอา​ไว้​สอน​ไอ้​เพี้ยน​คูณ​เลข” ดาวเรือง​แถ​ไป​ข้างๆคูๆ เถียง​นํ้า​ขุ่นๆ ไอ้​เพี้ยน​ผสมโรง​ทันที​ว่า​ใช่ แล้ว​ทำ​เป็น​ท่อง​สูตร​คูณ​ให้​ฟัง หลวง​ตา​คง​ตาม​มา​ยุ​ปลัด​จิ๋น​ให้​จับ​เลย ตน​ใบ้​หวย​ไม่​ผิด​แต่​ไอ้​เรือง​ขาย​หวย​ผิด​แน่ๆ บอก​ปลัด​ว่า

“มัน​นี่แหละ​ขา​ใหญ่​ผูกขาด​หวย​คน​เดียว​ทั้งบ้าน​ดอน”

ปลัด​สั่ง​ให้​เอา​สมุด​มา ดาวเรือง​ไม่​ให้​ซํ้า​ยัง​วิ่ง​หนี​ซึ่งหน้า ร้อง​ท้า “มี​ปัญญา​ก็​มา​เอา​เอง​สิ”

“เฮ้ย! ช่วย​กัน​จับ​มัน อย่า​ให้​มัน​หนี​ไป​ได้​ถ้า​มัน​ทำลาย​หลักฐาน เงิน​ที่​พวก​เอ็ง​แทง​กัน​เมื่อกี้​ก็​สูญ​นะ​โว้ย” หลวง​ตา​คง​ยุ​ชาว​บ้าน​ผ่าน​ไมโครโฟน

แต่​สุดท้าย​ก็​ไม่​มี​ใคร​ทำ​อะไร​ดาวเรือง​ได้ ซํ้า​ปลัด​ยัง​ถูก​ดาวเรือง​กับ​ไอ้​เพี้ยน​วิ่ง​ล่อ​ให้​ไล่​เสีย​จน​เวียนหัว แล้ว​ทุก​อย่าง​ก็​ชะงัก​กึก​เมื่อ​มีเสียง​ตะโกน

“ช่วย​ด้วย...ขโมย...”

เป็น​เสียง​ของ​เสมอ​ใจ​ที่​ตาม​ไป​เห็น​วรรณ​กับ​ไอ้​แหลม​ ไอ้​กรอด ​กำลัง​ขโมย​เครื่อง​ปั่นไฟ​ไป​ขาย​เพื่อ​เอา​เงิน​มา​ซื้อ​ของ​ให้​ดาวเรือง เลย​เป็น​โอกาส​ให้​ดาวเรือง​ลาก​ไอ้​เพี้ยน​หนี​รอด​ไป​ได้

ส่วน​วรรณ​ก็​อาศัย​ความ​หล่อ​ที่​เสมอ​ใจ​หลง​รัก ปะเหลาะ​ไม่​ให้​เธอ​ปากโป้ง​บอก​ใคร​เรื่อง​พวก​ตน​ขโมย​เครื่อง​ปั่นไฟ​วัด ความ​รัก​ที่​มี​ต่อ​วรรณ​ทำให้​เสมอ​ใจ​ปด​พวก​ปลัด​จิ๋น​ที่​วิ่ง​มา​จน​สับสน​ว่า​เห็น​ขโมย 3 คน แล้ว​เปลี่ยน​เป็น 2 คน จน​ลด​ลง​เหลือ​คน​เดียว แต่​ไม่​ว่า​เสมอ​ใจ​จะ​ปด​อย่างไร หลวง​ตา​คง​ก็​เดา​ได้​ว่า​ต้อง​เป็น​พวก​ ไอ้​วรรณ​แน่ๆ!

“เรือง​ล่ะ” ปลัด​จิ๋น​นึก​ขึ้น​ได้ กำจร​พูด​ขำๆว่า มัน​คง​อยู่​รอ​ให้​ปลัด​จับ​หรอก ป่านนี้​เอา​โพย​ไป​ส่ง​เจ้ามือ​ถึง​ไหน​ต่อ​ไหน​แล้ว ปลัด​จิ๋น​เสียดาย​ที่​มัว​วุ่น​กับ​หัวขโมย

ที่​เสมอ​ใจ​เล่า​อย่าง​สับสน​ไม่ได้​เรื่อง​ได้​ราว แล้ว​ยัง​ปล่อย​ให้​คน​เดิน​หวย​หนี​รอด​ไป​ด้วย เหมือน​จับ​ปลา​สอง​มือ​เลย​ไม่ได้​สัก​มือ!

ooooooo

เอา​โพยหวย​ไป​ส่ง​แล้ว ดาวเรือง​เดิน​คุย​ฟุ้ง​มา​กับ​ไอ้​เพี้ยน เจอ​วรรณ​เอา​โทรศัพท์​มือ​ถือ​ใส่​หน้ากาก​ชมพู​แป​ร๋น​มา​ยื่น​ให้​ตรง​หน้า คุย​โว​ว่า​ซื้อ​มา​สอง​เครื่อง​เป็น​แพ็กเกจ​ข้าว​ใหม่​ปลา​มัน

ดาวเรือง​ฟัง​ธง​ว่าว​รรณ​ต้อง​ไป​ขโมย​มือ​ถือ​มา​แน่ๆ ไอ้​กรอด​เถียง​แทน​ว่า​ไม่ได้​ขโมย​แต่​วรรณ​ถูก​หวย เลย​ถูก​ดาวเรือง​จับ​ได้​ว่า จะ​ถูก​ได้​ไง​ใน​เมื่อ​วัน​นี้​หวย​ยัง​ไม่​ออก วรรณ​เลย​ยัด​โทรศัพท์​ใส่​มือ​ให้​แล้ว​เดิน​หนี ดาวเรือง​เอา​ไป​โยน​ทิ้ง​ถัง​ขยะ สั่ง​ไอ้​เพี้ยน​ห้าม​ไป​เก็บ​มา​เด็ดขาด เดี๋ยว​เจอ​ข้อหา​รับ​ซื้อ​ของโจร

พอก​ลับ​ถึง​บ้าน เจอบานชื่น​มา​รอ​รับหน้า​บอกบุญ​ไม่​รับ​ถาม​ว่า​ไป​ก่อ​เรื่อง​อะไร​มา​อีก มอง​เข้าไป​เห็น​พระครู​จ้อย​นั่ง​อยู่ พระครู​จ้อย​บอก​ว่า​เครื่อง​ปั่นไฟ​วัด​ถูก​ขโมย เชื่อ​ว่า​เป็น​ฝีมือ​วรรณ​กับ​พวก เห็น​วรรณ​เกรงใจ​ดาวเรือง​มาก​เลย​อยาก​ขอ​ให้​ไป​ช่วย​พูด​ให้​เอา​เครื่อง​ปั่นไฟ​มา​คืน​ด้วย ดาวเรือง​รับปาก​ทันที

ดาวเรือง​ไป​ที่​บ่อน​ไก่​ที่​ผู้ใหญ่​ผัน​พ่อ​ของ​วรรณ​เป็น​ขาประจำ เพื่อ​จะ​แจ้งความ​เรื่อง​เครื่อง​ปั่นไฟ​วัด​หาย ผัน​กำลัง​มัน​กับ​การ​ชน​ไก่​ไม่​รับ​แจ้ง​โบ้ย​ให้​ไป​แจ้ง​จ่า​แม่น​แทน

“อ้าว...แล้ว​หมู่​บ้าน​นี้​มี​ผู้ใหญ่​ไว้​ทำ​อะไร​ล่ะ ชน​ไก่​กับ​หา​เมีย​ให้​ครบ​สิบ​คน​งั้น​เหรอ”

ผู้ใหญ่​ผัน​สะดุ้ง​เพราะ​ตอน​นี้​มี​เมีย​อยู่​แล้ว 9 คน ตัดบท​ว่า​จะ​แจ้ง​อะไร​ก็​ว่า​มา พอ​ดาวเรือง​แจ้งความ​ผู้ใหญ่​กลับ​ไม่​เชื่อ​ว่า​ไอ้​วรรณ​จะ​เป็น​ขโมย ดาวเรือง​บอก​ว่า​ใน​เมื่อ​กฎหมาย​ยัง​เล่น​งาน​คน​ผิด​ไม่ได้​ตน​ก็​จะ​ใช้​กฎ​แห่ง​กรรม​แก้ขัด​ไป​ก่อน

แล้ว​เย็น​นี้ วรรณ​ก็ได้​รับ​กฎ​แห่ง​กรรม​ของ​ดาวเรือง​จริงๆ โดย​ไป​ดัก​กลาง​ทาง​พอ​ไอ้​เพี้ยน​ส่ง​สัญญาณ​ว่า​พวก​วรรณ​ขี่​มอเตอร์ไซค์​มา​แล้ว ดาวเรือง​ก็​ตบ​ตูด​ควาย​ขี่​พุ่ง​ไป​ขวาง ทำให้วรรณ​กับ​ลูกน้อง​ตกลง​ไป​ใน​ปลัก​ควาย พอก​ลับ​ถึง​บ้าน​เจอ​ผู้ใหญ่​ผัน​กำลัง​อาบ​นํ้า​อยู่​ก็​ขอ​อาบ​ด้วย​คน​พอ​ราด​นํ้า​ใส่​ตัว​ก็​คัน​กัน​คะเยอ เพราะ​ใน​ตุ่ม​มี​หมามุ่ย​โรย​อยู่​เต็ม​ไป​หมด ผู้ใหญ่​ผัน​รู้ทันที​ว่า​ต้อง​เป็น​ฝีมือ “ไอ้​เรือง” แน่ๆ

ปลัด​จิ​นต​วัฒน์ นอกจาก​ได้​ฟัง​เรื่องราว​ของ​นักเลงใหญ่​ดาวเรือง​แล้ว ยัง​เห็น​ด้วย​ตา​ตัว​เอง​มา​ครั้ง​แล้ว​ครั้ง​เล่า ถึง​กับ​ส่าย​หน้า​อย่าง​เหนื่อย​ใจ แต่​เมื่อ​จะ​ปราบ​นักเลง​ใหญ่​ก็​ต้อง​รู้จัก​ให้​ถ่องแท้ จึง​ขอ​ให้​จ่า​แม่น​คน​เก่า​แก่​ที่​รู้จัก​ดาวเรือง​ดี​เล่า​ให้​ฟัง

จ่า​แม่น​กระแอม​กระ​ไอ​เตรียม​คอ​เล่า​เต็มที่ ร่าย​ยาว​ตั้งแต่​ชื่อ​ดาวเรือง บานชื่น ไป​จนถึง​ชื่อ​ตา​ยายและ​ญาติ​ฝั่ง​พ่อ ทุก​คน​ล้วน​มีชื่อ​เป็น​ดอกไม้ จน​ปลัด​จิ๋​น

บอก ​ให้​พอ ​รู้​แล้ว​ว่า​พวก​นี้​ตระกูล​ดอก​ทั้งนั้น ให้​เล่า​เรื่อง​ดาวเรืองต่อ

“ไอ้เรืองกับแม่เปิดร้านขายอาหารเล็กๆ อยู่ตรงปากทางเข้าหมู่บ้าน” บอกปลัดว่าถ้าอยากรู้ว่าไอ้เรืองมันร้ายขนาดไหน เดี๋ยวจะเอาแฟ้มประวัติให้ดู พอดีมีโทรศัพท์เข้ามา คุยกันครู่หนึ่ง จ่าแม่นเอาแฟ้มเก็บบอกว่าไม่ต้องอ่านแล้ว ไปดูของจริงกันเลยดีกว่าว่าไอ้เรืองมันร้ายขนาดไหน

ปลัดจิ๋นถามว่าดาวเรืองไปก่อเรื่องอะไรอีกหรือ จ่าแม่นบอกว่า

“มันลอบทำร้ายครอบครัวผู้ใหญ่ผัน แล้วยังฝ่าฝืนทำผิดกฎหมายกลางวันแสกๆ”

ปลัดเดินตามจ่าแม่นไปอย่างไม่อยากเชื่อว่า ดาวเรือง ผู้หญิงตัวเล็กๆคนนี้จะมีพิษสงร้ายกาจขนาดนี้

ooooooo

บ้านดาวเรืองที่อยู่หลังร้าน เปิดเป็นบ่อนเล่นกันในหมู่คนสนิท โดยเฉพาะบรรดาเมียๆของผู้ใหญ่ผันพากันมาผ่อนคลายที่นี่

แต่วันนี้ไม่ได้ผ่อนคลายอย่างทุกวัน เพราะกำจรกับจ่าแม่นพาปลัดจิ๋นมาเยี่ยมเยือนชาวบ้านเจอเข้าพอดี พวกขาไพ่เลยแตกกันกระเจิง

ดาวเรืองขี่มอเตอร์ไซค์กลับบ้านมากับไอ้เพี้ยนอย่างเบิกบานหัวใจหัวเราะร่าเมื่อนึกเห็นภาพพวกบ้านผู้ใหญ่ผันคันคะเยอ สะใจว่าคงเกากันถลอกปอกเปิกหมดแล้ว

“ไอ้เรือง!! เกิดเรื่องแล้ว!!” เสมอใจขี่รถสวนมาตะโกนบอก แล้วจอดรถบอกเรื่องที่จ่าแม่นบุกจับ บ่อนแตกขาไพ่หนีกันกระเจิง

ดาวเรือง ไอ้เพี้ยนและเสมอใจตามไปที่ห้องประชุม สน.ดอนพัฒนา เจอพวกขาไพ่กำลังโต้เถียงกันเองบ้าง กับตำรวจบ้าง ผู้ใหญ่ผันพาร่างที่เกาจนแดงเถือกขึ้นโรงพักพร้อมกับวรรณและไอ้แหลม ไอ้กรอด เพื่อแจ้งความ มาจ๊ะกับแม่เวียงเมียเบอร์หนึ่งกับพวกขาไพ่รวมทั้งบานชื่น ผู้ใหญ่บอกว่า

“พี่จะมาแจ้งจับไอ้เรือง เพราะมันเอาหมามุ่ยมาใส่โอ่งน้ำให้พี่กับไอ้พวกนี้อาบ เห็นไหมผื่นขึ้นเต็มตัวเหลือแต่ลูกตา”

“ใส่ความลูกฉันอีกแล้ว  รู้ได้ยังไงว่าไอ้เรืองมันเป็นคนทำ” บานชื่นโต้ทันควัน

“ลูกสาวตัวดีหายหัวไปไหนล่ะพี่บาน ไหนคุยว่าจั่วจนเหนียงยานก็ไม่ถูกจับไง มันหายไปไหนหา! ไอ้เรืองน่ะ” บุญปลีกเมียอันดับกลางๆของผู้ใหญ่ผันไล่บี้บานชื่น

“ฉันอยู่นี่” ดาวเรืองเดินเข้ามาพร้อมเสมอใจกับไอ้เพี้ยน กวาดตาถามกร้าว “ใครหน้าไหน มันกล้ามาจับ แม่ข้า”

บรรดาผู้ชายทั้งอกสามศอกและอกเหี่ยวๆ ปฏิเสธกันวุ่นวาย ผู้ใหญ่ผันบอกว่า ตนแจ้งแต่ไม่ได้จับ จ่าแม่นบอกว่า ตนรับแจ้งแต่ไม่ได้เป็นคนจับ กำจรบอกว่าข้าจับน้าไหว ไม่ได้จับน้าบาน

“ถ้างั้นใครจับแม่บานของข้า” ดาวเรืองเสียงเขียวตาขวางมองไล่ไปทีละคน

“ฉันเอง” ปลัดจิ๋นเข้ามาเผชิญหน้า ดาวเรืองหัวหมอถามว่าหลักฐานอยู่ไหน ปลัดชี้ไปที่ห้องบอกว่าอยู่โน่น ไปดูให้เห็นกับตาเลย สมองดาวเรืองทำงานอย่างฉับไว มีเสมอใจกับไอ้เพี้ยนคอยประสานอย่างรู้ใจกัน

เสมอใจทำเป็นร้องปวดท้องจะเป็นจะตายให้ได้ พอทุกคนหันมอง ไอ้เพี้ยนก็วิ่งพรวดเข้าไปกวาดหลักฐานทุกอย่างใส่ถุงก๊อบแก๊บกระโดดหน้าต่างหนี แต่ปลัดจิ๋นรู้ทันตาไว ออกวิ่งไล่ตามไปจนไอ้เพี้ยนหกล้ม ปลัดเลยคว้าถุงหลักฐานมาได้

ส่วนเสมอใจที่ปวดท้องแทบตาย พอเห็นไอ้เพี้ยนขโมยหลักฐานไปได้ก็หายปวดเป็นปลิดทิ้งจนทุกคนแปลกใจ

จ่าแม่นท้าทุกคนให้ไปดูหลักฐานในห้อง แต่เปิดประตู เข้าไปเจอแต่โต๊ะเปล่า ทำเอาทั้งโจทก์และจำเลยตะลึงอึ้ง

ดาวเรืองเหล่มองจ่าแม่นยักคิ้วแผล็บยิ้มหวานทำหน้าเนียนๆ

ooooooo

เมื่อไม่มีหลักฐาน ขาไพ่ทั้งหมดจึงเดินลอยชายลงจากโรงพัก ต่างบ่นกันอุบว่าเสียเวลาจั่ว เวียงเมียเบอร์หนึ่งของผู้ใหญ่ผินบอกว่าจะฟ้องกลับจ่าแม่น

“ที่แท้ก็ผู้ใหญ่นี่เองที่เป็นตัวการ ไหนคุยออกลั่นทุ่งว่าถ้าไม่มีหลักฐานก็แจ้งจับใครไม่ได้ไง แล้วไหนล่ะหลักฐาน” ดาวเรืองเย้ย

“นี่ไง ไพ่ 2 สำรับ ครบเซ็ต” ปลัดจิ๋นบอกพลางยื่นถุงก๊อบแก๊บใส่ไพ่ให้ดู ทุกคนหันมองอึ้ง

สุดท้าย ดาวเรืองก็ต้องจ่ายค่าปรับให้จ่าแม่นตามระเบียบ แต่ไม่วายพูดไว้เชิงว่า “วันพระไม่ได้มีหนเดียว” วรรณอ้อนดาวเรืองว่า “จะโกรธพ่อข้าก็โกรธไปนะไอ้เรือง แต่อย่าโกรธข้านะ ข้าทำใจไม่ได้”

“เอ็งก็เอาเครื่องปั่นไฟไปคืนวัดสิ” ดาวเรืองได้ที วรรณรับปากทันที แต่ไอ้แหลมสวนไปเสียงดังแก้ต่างว่า พี่วรรณไม่ได้เอาไปแล้วจะให้เอาที่ไหนไปคืน ไอ้เพี้ยนพูดอย่างรู้ทันว่าเอาไปตึ๊งไว้ที่ไหนก็ไปเอาคืนที่นั่นแหละ

“ข้าขอประกาศไว้ตรงนี้เลยนะว่า ถ้าไอ้พวกโจรห้าร้อยยังไม่เอาของกลางไปคืนวัด ข้าจะทำให้พวกมันร้อน รนทุรนทุรายยิ่งกว่าเจอหมามุ่ยร้อยเท่าพันเท่า” ผู้ใหญ่พันทำหน้าตายถามดาวเรืองว่าใครเจอหมามุ่ย ใครคัน

ดาวเรืองท้าว่าอยากลองดีก็เอา คราวนี้จะเอาให้หนังพองน้ำเหลืองกระจายเลยคอยดู ผู้ใหญ่ฉุนขาดปรามดาวเรืองกับบานชื่นว่า “มันจะมากไปแล้วนะเว้ย แม่ชื่นทำไมไม่รู้จักสั่งสอนลูกตัวเองมั่ง”

“ทำไมจะไม่สอน ฉันสอนให้มันรู้ดีรู้ชั่วอยูุ่ทุกวัน ใครทำดีก็ยกย่อง ใครทำชั่วก็ต้องประจาน ผู้ใหญ่ไม่ได้ทำชั่วแล้วจะเดือดร้อนทำไม” บานชื่นศอกกลับ

“ไอ้พวกขโมยของวัดนั่นต่างหากที่มันชั่ว ถ้าพ่อแม่มันไม่สั่งสอนก็ให้ไอ้เรืองมันสั่งสอนก็ถูกแล้วไง” เวียงโพล่งขึ้น

“แต่เธอจะไปลงโทษใครโดยไม่มีหลักฐานไม่ได้นะ ดาวเรือง” ปลัดจิ๋นเตือน

“ฉันรู้แล้ว ถ้าไม่มีหลักฐานแล้วนายจะทำให้ฉันหมดตัวได้อย่างวันนี้เหรอ” ดาวเรืองประชดจ้องจิกตาแทบถลน

ooooooo

การที่ปลัดจิ๋นทำให้ดาวเรืองเสียรังวัดได้คราวนี้ ทำให้ทั้งกำจรและจ่าแม่นตัวพองขึ้นเป็นกอง ต่างตัดสินใจจะร่วมมือกันจับทุกคนที่ทำผิดกฎหมายที่บ้านดอนล้อมแรดให้หมด

แม้จะฮึกเหิมกับผลงานแรก แต่ทั้งกำจรและจ่าแม่นต่างก็แอบเหล่ปลัดจิ๋นทำนองว่า อุดมการณ์เว่อร์แต่จะอยู่ได้สักกี่น้ำกัน

ปลัดจิ๋นยังเรียนรู้ความเป็นมาของผู้คนในหมู่บ้านจากกำจรต่อไป กำจรเล่าอย่างผู้รู้เบื้องลึกเบื้องหลังคนในหมู่บ้านดีว่า “ตอนที่แก๊งผู้สูงอายุยังรุ่นๆ ผู้ใหญ่ผัน หลวงตาคง จ่าแม่น เคยแข่งกันจีบน้าบานชื่น แม่ของไอ้เรืองมันครับ แต่สุดท้ายก็แห้วรับประมาณกันทุกคน เลยเป็นไม้เบื่อ

ไม้เมากันมาจนทุกวันนี้”

ปลัดจิ๋นติงว่าถ้าผู้ใหญ่ทำตัวให้น่าเคารพเด็กอย่างดาวเรืองก็คงไม่กล้าก้าวร้าว กำจรเลยชำแหละแต่ละคนให้ฟังว่า ผู้ใหญ่ผันแกเป็นคนเรื่อยๆ เฉื่อยๆ ว่าไงว่าตามกัน ไม่ทำอะไรจริงจังนอกจากเลี้ยงไก่ หลวงตาคงหลังจากอกหักก็หันมาทำให้คนหลงใหลศรัทธาด้วยการเป็นร่างทรง ส่วนจ่าแม่นนั่นก็สุดโต่ง พอพ่ายรักก็ตามล้างตามเช็ดลูกเดียว

“ถ้างั้นเรื่องที่ผู้ใหญ่ผันบอกว่าดาวเรืองเอาหมามุ่ยไปใส่ในตุ่มน้ำก็น่าจะใช่เรื่องจริง”

“โอ๊ย...ผมว่าจริงร้อยเปอร์เซ็นต์ เมื่อกี้เราเจอมันแหวกดงหญ้าออกมาแถวๆ นี้จำได้ไหมครับ นั่นแหละครับ ลึกเข้าไปในนั้นมันคือดงหมามุ่ย คุณปลัดคิดว่ามันเข้าไปปลูกหรือเข้าไปเก็บมาแกล้งคนล่ะครับ ไอ้เรืองมันแสบจะตาย”

“แต่ยังไงเขาก็ยังเด็ก” ปลัดจิ๋นติง กำจรแค่นหัวเราะทวนคำปลัดว่า...ไอ้เรืองมันยังเด็ก หึๆๆๆ!

ooooooo

โรส หรือ สุดาวดี ดารานางแบบชื่อดัง คนรักของจินตวัฒน์ สั่งน้ำหวานผู้จัดการส่วนตัวให้คอยรับโทรศัพท์ของคนรัก แต่จิ๋นก็ไม่โทรมาสักทีเลยพาลหงุดหงิดใส่น้ำหวานไปด้วย

สั่งน้ำหวานว่าอย่าลืมตามหมอนวดไปที่ห้องด้วย ทันใดก็มีเสียงไอโฟนของโรสดังขึ้น น้ำหวานรีบหยิบขึ้นมาดู หน้าจอดับวูบไปทันที ปรากฏว่าแบตหมด น้ำหวานเลยหย่อนใส่กระเป๋าไว้ หันไปรับอีกสายคุยเจ๊าะแจ๊ะจนลืมไอโฟนไปเลย

เรื่องที่จิ๋นฝากให้จันทราช่วยทำคือให้เอาช่อดอกไม้ไปให้โรสแทนคำขอโทษและความคิดถึง จันทราจึงให้พฤกษ์เอาไปให้ พฤกษ์ไปถึงสตูดิโอที่ถ่ายแบบโฆษณา มองหาห้องแต่งตัวที่เขียนชื่อหน้าห้องไว้ว่า “โรส” พฤกษ์เคาะประตู ได้ยินเสียงอนุญาตให้เข้า จึงเดินเข้าไปมองสำรวจ

ทันใดนั้นเอง โรสในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำเดินตรงมาที่เตียงโยนเสื้อคลุมอาบน้ำไปที่เก้าอี้แล้วไปนอนคว่ำที่เตียง

พฤกษ์ตะลึงตาโต ส่วนโรสนึกว่าเป็นหมอนวด เธอสั่งให้นวดต้นคอก่อน พฤกษ์พูดตะกุกตะกักว่าตนนวดไม่เป็น โรสหันมองเห็นเป็นชายหนุ่มก็ร้องกรี๊ดๆ ไล่ตะเพิดให้ออกไปตนต้องการหมอนวดผู้หญิง พฤกษ์พยายามบอกว่า คุณจิ๋นให้เอาดอกไม้มาให้แต่ไม่มีโอกาสพูดเพราะ

โรสอาละวาดจนต้องรีบออกจากห้องไป

ออกมาเจอครีเอทีฟ พฤกษ์บอกว่าตนไม่เจอคุณโรส ครีเอทีฟมองหาเห็นน้ำหวานเดินมาพอดีเลยชี้ให้ไปหาคนนั้น พฤกษ์นึกว่าเป็นโรสเอาดอกไม้ไปให้บอกว่า

“ผมเอาดอกไม้จากคุณจิ๋นมาให้คุณโรสครับ”

ทำเอาน้ำหวานตะลึงพรึงเพริดที่มีชายหนุ่มหล่อให้ดอกไม้ ทำชมดชม้อยอ่อยแต่พฤกษ์สำรวมขอตัวกลับ

ooooooo

เพราะผู้ชายทั้งบ้านโดนหมามุ่ยคันคะเยอเกาจนแดงเถือก ไสวสาวโสดหมอสมุนไพรในหมู่บ้านจึงเอาเทียนขี้ผึ้งมารักษา มาถึงก็สั่งผู้ใหญ่ผัน วรรณ ไอ้แหลมและไอ้กรอดให้แก้ผ้า

สามชายตาเหลือกแต่ทนอายดีกว่าทนคันเลยทำหน้าด้านแก้ผ้านอนเรียงกันเป็นตับ อ้วนบ้าง ผอมบ้าง เหี่ยวบ้าง ไสวฮิฮะที่ได้เห็นผู้ชายนอนแก้ผ้าทีเดียวถึง 4 คน ทั้ง 4 ถูกไสวเอาขี้ผึ้งรนไฟกลึงไปตามตัวจนร้องโอดโอยกันเป็นแถว

ที่ใต้ถุนบ้าน ดาวเรืองกับไอ้เพี้ยนแอบดูแอบฟัง เอามือปิดปากหัวเราะกันครืดๆ ไอ้เพี้ยนกระซิบว่า คราวนี้คงเข็ดกันไปอีกนาน แต่ดาวเรืองบอกว่าแค่เข็ดยังไม่พอ ต้องเอาให้หลาบจำด้วย

ตกกลางคืน วรรณถือตะเกียงให้ไอ้แหลมกับไอ้กรอดแบกเครื่องปั่นไฟไปคืนวัด วรรณบ่นอย่างเจ็บใจว่า

“เพราะหลวงตาคนเดียวแท้ๆ ที่เอาน้ำมันพรายมาหลอกทำให้ไอ้เรืองโกรธข้า มันทำให้ข้าต้องขโมยเครื่องปั่นไฟไปซื้อโทรศัพท์ง้อไอ้เรือง ฝากไว้ก่อนเถอะหลวงตากลับออกมาจากวัดเมื่อไหร่ เจอดีแน่!”

“หน็อยไอ้วรรณ กล้ามาลบหลู่หลวงตาคง! หึๆๆ!!” หลวงตาคงเดินออกจากเงามืดจิกตา ตามทั้งสามไป

ooooooo

วิธีทำให้พวกวรรณหลาบจำของดาวเรือง คือทำผีเปรตหลอกทั้งสามขณะเดินผ่านป่าช้าจนทั้งสามวิ่งหนีกันตับแลบ เท่านั้นไม่พอ ดาวเรืองจะเอาให้หัวโกร๋นอีก ทำท่าขึงขังบอกไอ้เพี้ยนว่า ต้องโอบหลังแล้วตามตลบหน้าอีกที

คราวนี้ดาวเรืองกับไอ้เพี้ยนใช้หน้ากากยางผีสาวผมยาวมากับลูกคือผีไอ้เพี้ยนพุงพลุ้ย ยังไม่ทันได้หลอกก็เห็นสามตัวแสบวิ่งหน้าตั้งมากัน ดาวเรืองสงสัยว่าพวกนั้นหนีอะไรมา

แต่พอหันมาเห็นผีหัวขาดถือเคียวเปื้อนเลือด ผีดาวเรืองกับผีไอ้เพี้ยนก็ตาเหลือกนึกว่าเจอของจริงเข้าแล้ว ส่วนผีหัวขาดก็ชะงักกึกเมื่อเห็นผีสองแม่ลูก ผีทั้งสามตัวเลยร้องเสียงใครเสียงมันไม่เป็นภาษาหันหลังโกยแนบไปคนละทาง

เป็นคืนที่ปลัดจิ๋นชวนกำจรไปเยี่ยมกำนันเทิ้มเพราะอยากรู้ว่าใครไล่ยิงแก กำจรไม่อยากไปเพราะทางนั้นต้องผ่านป่าช้าปลัดจิ๋นบอกว่างั้นก็กลับไปก่อนตนเดินไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็ถึงเอง แต่กำจรก็ไม่กล้ากลับคนเดียวเลยต้อง ตามไปด้วยเจอพวกวรรณวิ่งหนีผีมา ผีผมยาววิ่งไล่ตาม ปลัดจิ๋นเจอผีผมยาวเข้าอย่างจังคว้าหน้ากากผีติดมือมาได้

ปลัดจิ๋นมองหน้ากากผีในมือคิดจะจับผีปลอมให้ได้วิ่งไล่ตามไปคว้าขาดาวเรืองไว้ได้แต่รองเท้าเพราะดาวเรืองดิ้นหลุดไปได้ พอลุกจะตามผีสองแม่ลูกก็หายไปแล้ว ปลัดจิ๋นจับผีปลอมไม่ได้ พึมพำอย่างเจ็บใจ “ใครวะ!!”

ส่วนหลวงตาคงกลับถึงสำนักขึ้นบันไดไม่ไหวเลยนั่งหอบที่เชิงบันไดบ่นอย่างเจ็บใจ

“จะจัดการไอ้วรรณสักหน่อย ดั๊น...โดนหลอก ซะเอง...กู!”

ooooooo

เช้ามืดวันนี้ ขณะเวียงกับบุญปลีกบุญปลอด เมียผู้ใหญ่ผันจะไปใส่บาตร ต่างพากันตกใจร้องกรี๊ด เมื่อเห็นวรรณ ไอ้แหลมไอ้กรอด ตาลอย ขอบตาบวมคล้ำ ผมตั้งเด่ นอนเรียงเป็นตับอยู่ที่ระเบียง

ผู้ใหญ่ผันได้ยินเสียงร้องออกมาดู พอเห็นทั้งสาม นอนเหมือนศพอยู่ที่ระเบียงก็ร้องบอกบุญปลอดให้ตามคนมาหามไปวัด ทั้งสามสะดุ้งบอกว่าพวกตนยังไม่ตาย ผู้ใหญ่บอก ว่าไปวัดให้หลวงพี่จ้อยกับตาคงดูว่าพวกนี้ไปโดนอะไรมา

ส่วนดาวเรืองกลับไปนอนให้บานชื่นทำแผลที่ฝ่าเท้าโดนบานชื่นบ่นก็อ้างว่าตนทำเพื่ออบรมสั่งสอนคนผิดให้กลับใจ ไอ้เพี้ยนขัดคอว่า เยอะไปหรือเปล่าเลยโดนหลอกเสียเองจนวิ่งกันป่าราบ ดาวเรืองโทษว่า

เพราะไอ้ปลัดนั่น ถ้าไม่มาดึงขาตนไว้รองเท้าก็ไม่หลุด บาทาก็ไม่แตกแบบนี้ บ่นอย่างหงุดหงิดว่า

“คู่เก่งด้วย วิ่งหนีไอ้จ่าแม่นรอดมาได้ทุกครั้ง

ก็เพราะไอ้คู่นี้ ไม่รู้หลุดไปตอนไหน เพราะไอ้ปลัดขี้ไก่นั่นคนเดียว!”

พอบานชื่นทายาพันแผลให้เสร็จ ดาวเรืองก็ลาก ไอ้เพี้ยนออกไป บอกแม่ว่าจะไปดูลาดเลา เพราะตอนบ่าย ต้องเอาเหล้าไปส่งเจ๊กฮวด บานชื่นเตือนว่า “ระวังให้ดีล่ะ”

“เชื่อหัวไอ้เรืองเหอะน่า” พูดแล้วหยิบรองเท้าผ้าใบเน่าๆอีกข้างมาใส่แทนข้างที่หาย เดินกร่างไปกับไอ้เพี้ยน

ฝ่ายปลัดจิ๋น เอารองเท้าที่ยึดได้มานั่งพิจารณา ว่ารองเท้าเบอร์เล็กขนาดนี้ต้องเป็นรองเท้าผู้หญิงแน่ พอดีกำจรเดินมาเห็นร้องถาม “อ้าว...รองเท้าไอ้เรืองมาอยู่นี่ได้ไง” ปลัดจิ๋นถามว่าแน่ใจหรือว่าเป็นของดาวเรือง “แน่ใจสิครับ ใครมันจะอุตริวาดรูปกระดูกไขว้กะโหลกไว้ที่รองเท้าอย่างมันล่ะ มันบอกทำสัญลักษณ์ไว้ใครขโมยไปจะได้ตามไปตั๊นหน้าถูกคน”

“งั้นเหรอ...” ปลัดจิ๋นยิ้มกริ่ม ที่รู้ตัวจำเลย โดยไม่ต้องเสียเวลาสืบ

บานชื่นกังวลกลัวปลัดจะมาเอาเรื่องลูก ดาวเรืองพูดอย่างไม่ยี่หระว่าตนหลอกผีไอ้วรรณ ปลัดเสล่อโผล่มาเองจะมาเอาเรื่องกันได้ไง พูดไม่ทันขาดคำ ปลัดจิ๋นกับกำจรก็มาที่ร้าน กำจรสั่งกาแฟ 2 ดาวเรืองชงกาแฟ ไปก็สั่งไอ้เพี้ยนไปว่า

“ไอ้เพี้ยน เสิร์ฟแล้วเก็บตังค์เลย งดเชื่อเบื่อทวง” ปลัดจิ๋นถามว่าเท่าไหร่ คอกาแฟที่นั่งอยู่บอกพร้อมกันว่า 20 บาท

“40!” ดาวเรืองเสียงดัง กำจรแย้งว่าแก้วละ สิบบาทสองแก้วจะสี่สิบได้ไง ดาวเรืองแถว่าขึ้นราคาแล้ว แก้วละยี่สิบโวยว่าของทุกอย่างขึ้นราคาจะให้ขายราคาเดิมได้ไง ถามว่าจะกินหรือไม่กินถ้าไม่กินจะได้เทให้หมากิน

“ผมบอกแล้วว่าที่นี่มันเสื่อม ผมชงให้กินที่อำเภอก็ได้ มานั่งกินนี่ให้มันด่าทำมั้ย...” กำจรบ่นเบาๆ

ขณะนั้นเอง บุญปลีกขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมา บานชื่นตะโกนถามไปไหน ไม่แวะมาจั่ว...เอ๊ย...กินน้ำก่อนรึ

“แวะไม่ได้แล้ว ฉันต้องรีบไปดูก่อนว่าหลวงตาคงอยู่ที่สำนักหรือเปล่า พอดีมีเรื่อง”

ดาวเรืองกับไอ้เพี้ยนหูผึ่งวิ่งออกมาฟังหันยักคิ้วแผล็บให้กัน แต่ไม่พ้นสายตาของปลัดจิ๋นที่จับจ้องอยู่ข้างหลัง

วรรณ ไอ้แหลม ไอ้กรอด ถูกหามมาที่สำนักหลวงตาคงมีผู้ใหญ่ผัน เวียง บุญปลีกบุญปลอด นั่งล้อมวงอยู่ พระครูจ้อย ดาวเรือง กับไอ้เพี้ยนตามมาสังเกตการณ์ห่างๆ ส่วนปลัดจิ๋นกับกำจรยืนอยู่ตรงข้ามกับดาวเรือง

หลวงตาคงบอกว่าทั้งสามคนโดนสิ่งเร้นลับลงโทษคือวิญญาณเจ้าที่ เจ้าปู่ทรงเคียว เจ้าแม่จูออน และกุมารอ้วนพี

“เป๊ะเลย...มีไอ้ผีเด็กอ้วนนั่นด้วย” วรรณผวาเฮือก พอเห็นดาวเรืองก็ถามว่าเป็นห่วงตนใช่ไหม ดาวเรืองบอกว่ามาดูเผื่อตายจะได้อโหสิกรรมให้แต่ต้องสารภาพกับเจ้าแม่ก่อนว่าทำผิดอะไรมา

“การได้สติรู้สำนึก มีค่ามากกว่าคำพูดที่เปล่งออก มาโดยขาดสำนึกนะไอ้เรือง” พระครูจ้อยติง

หลวงตาคงทำพิธี พูด ทำนายไปตามที่ตัวเองทำ และเห็นที่ป่าช้า ถูกดาวเรืองจับได้ว่าหลวงตาพูดมั่ว แต่หลวงตาคงก็อ้างสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่จับต้องไม่ได้ เถียงไม่ได้มาอ้างเอาตัวรอดไปได้ตามเคย

“ที่นี่มีทุกอย่างยันผี...แสบจริงๆ” ปลัดจิ๋นที่มีทั้ง หลักฐาน เห็นทั้งของจริงและฟังหลวงตาคงมั่ว ส่ายหน้าพึมพำ อย่างหนักใจ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"ฟิล์ม-เอสเธอร์" พระนางคู่กัด ใน "พายุทราย" เจอหน้าเป็นตบ เอะอะเป็นจูบ

"ฟิล์ม-เอสเธอร์" พระนางคู่กัด ใน "พายุทราย" เจอหน้าเป็นตบ เอะอะเป็นจูบ
9 พ.ค. 2564

03:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม 2564 เวลา 10:32 น.