ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ดาวเรือง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

จินตวัฒน์ วิโสภา หรือ จิ๋น หนุ่มวัย 30 จบรัฐศาสตร์การปกครอง สอบเป็นปลัดด้วยอุดมการณ์ที่จะ พัฒนาท้องถิ่นสืบสานงานต่อจากพ่อที่เสียชีวิตในหน้าที่

จิ๋นขับรถทะเบียน ดล208 กรุงเทพมหานคร

จากกรุงเทพฯ บ่ายหน้าไป “บ้านดอนล้อมแรด” ไปรับหน้าที่ปลัดคนใหม่ที่นั่น เขาขับรถสบายๆ ฟังเพลงอารมณ์ดี ผ่านทุ่งนา ไร่อ้อย สันเขื่อน และความงามของธรรมชาติสองข้างทาง

เสียงมือถือดังขึ้น เขาหรี่เสียงเพลงในรถเบาลง พูดกับปลายสายอย่างขี้เล่นติดตลกว่า

“เกือบถึงแล้วครับแม่...ถ้าไม่หลงเข้าตะเข็บชายแดนทะลุเขมรไปซะก่อน”

“พูดเป็นเล่น อย่าลืมที่แม่บอกนะลูก” จันทราผู้เป็นแม่ที่เปิดร้านขายดอกไม้ คุยกับจิ๋นไปก็จัดดอกไม้ให้ลูกค้าไป

จิ๋นหยิบแผนที่ที่ทางอำเภอแฟกซ์มาให้ ตาดูปากก็เลียนเสียงแม่ที่สั่งเขาก่อนออกเดินทางว่า

“ถึงแล้วก็รีบไปหานายอำเภอกับคุณนายฤดีทันที ห้ามเถลไถลไปไหนเป็นอันขาด แล้วถ้าไม่จำเป็นก็อย่าออกไปไหนมาไหนคนเดียวด้วย”

“จินตวัฒน์!!” จันทราเรียกปรามลูกชายที่ทะเล้นทำเสียงล้อเลียน

“ผมล้อเล่น...อย่าโกรธสิครับแม่ เดี๋ยวแก่เร็วไม่รู้ด้วยนะ” จิ๋นไม่วายหยอกแม่ประสาลูกขี้อ้อน ขับไปอีก จนเจอป้ายบอกทางเข้า “บ้านดอนล้อมแรด” จิ๋นบอกแม่ว่า “ผมเจอทางเข้าแล้วครับแม่ คิดว่าไม่เกินยี่สิบนาทีก็น่าจะถึงแล้ว แม่ไม่ต้องห่วงนะ รับรองผมถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพแน่นอนครับ”

“ที่นั่นเป็นยังไงบ้าง” จันทราอดถามอย่างเป็นห่วงไม่ได้ จิ๋นบอกแม่ว่า เจริญ ถนนหนทางสะดวกมาก บอกแม่อย่างนั้นทั้งๆ ที่กำลังขับไปบนถนนลูกรัง เป็นหลุมเป็นบ่อรถกระแทกเสียจนหัวแทบกระเด็นจากบ่า

ระหว่างนั้น จิ๋นเห็นมอเตอร์ไซค์ 3 คันกำลังบิดไล่กันมาฝุ่นตลบ ทุกคนสวมหมวกกันน็อก ใส่เสื้อผ้ามิดชิด แต่ก็ดูออกว่าคันแรกเป็นเด็กผู้หญิงมีเด็กชายซ้อนท้ายมืออุ้มตะกร้าใส่ดอกดาวเรืองพูน สองคันหลังเป็นชาย โดยคันสุดท้ายมีคนซ้อนไม่ใส่หมวกกันน็อกแต่งชุดดำมีผ้าโพกปิดหน้าปิดตามิดชิด ท่าราวกับมือปืน พอรถแซงขึ้นไป คนที่ซ้อนท้ายก็หันมาแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ จิ๋นหัวเราะอย่างเอ็นดู บอกแม่ที่ยังคุยโทรศัพท์กันอยู่ว่า

“แล้วคนที่นี่ก็ยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่เห็นน่ากลัวเหมือนที่แม่เคยเล่าเลยครับ”

พลันก็ร้องเฮ้ย! เมื่อจู่ๆ คนที่ซ้อนท้ายก็ชักปืนทำท่าจะยิงใส่รถจิ๋น

“เป็นอะไรลูก!! จิ๋น...จิ๋น!!” จันทราตกใจร้องถาม

จิ๋นกำลังตึงเครียด เพราะเห็นมอเตอร์ไซค์คันแรกเร่งเครื่องหนี สองคันหลังไล่บี้และคนซ้อนท้ายพยายามจะยิงเด็กผู้หญิงคันหน้า เขาตัดสินใจเร่งเครื่องขับไล่ตามไปจนไม่ได้ตอบจันทรา

มอเตอร์ไซค์สามคันไล่บี้กันไปจนไล่ทัน คนซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ยกปืนเล็งทันที จิ๋นบีบแตรข่มลั่น แต่มือปืนยังเล็งปืนใส่เด็กผู้หญิงเขม็ง ส่วนเด็กผู้หญิงก็หันจ้องมือปืนอย่างไม่สะทกสะท้าน

พริบตานั้น มือปืนเหนี่ยวไก แทนที่ปืนจะลั่นปัง! กลับมีน้ำพุ่งปรี๊ดออกมาเป็นสาย เด็กผู้หญิงหักรถหลบเฉี่ยวล้มลง ตะกร้าดอกดาวเรืองในมือเด็กชายที่ซ้อนท้ายหกกระเด็นลอยขึ้นเต็มฟ้า จิ๋นเบรกรถทันที ดอกดาวเรืองและขวดน้ำที่ซ่อนอยู่ในตะกร้า หล่นลงมากระจายอยู่หน้าหม้อรถขวดน้ำแตก น้ำไหลนองเต็มไปหมด

“เฮ้ยยยย! จิ๋นร้องเสียงหลง จันทราที่ใจไม่ดีอยู่แล้ว ถามว่าเป็นอะไร แต่ไม่มีเสียงตอบเพราะมือถือของจิ๋นหล่นบนคอนโซลและรถของจิ๋นก็ไถลตกถนนพุ่งไปชนต้นไม้ข้างทาง โครม!

“เกิดอะไรขึ้น?!” จันทราใจคอไม่ดี เป็นห่วงลูกจนไม่มีแก่ใจจะทำอะไรอีก รีบกดโทร.ใหม่

ส่วนจิ๋น จินตวัฒน์ ปลัดหนุ่มไฟแรงที่มุ่งมั่นจะ พัฒนาบ้านดอนล้อมแรด เงยหน้าจากพวงมาลัย เห็นชายที่เป็นมือปืน วกรถกลับมาจอดถือปืนเดินตรงไปที่เด็กผู้หญิงที่ล้มกลิ้งอยู่ จิ๋นหยิบปืนในคอนโซลลงจากรถ จึงไม่ได้ยินเสียงมือถือที่ดังขึ้นอีก

ooooooo

มือปืนเดินไปถึงเด็กหญิง จึงถอดผ้าโพกหน้าออก ตรงไปถามเด็กผู้หญิง

“เป็นอะไรหรือเปล่า...ไอ้เรือง”

ที่แท้เขาคือสุวรรณ หรือ ไอ้วรรณ จิ๋กโก๋วัย 24ปี ลูกผู้ใหญ่ผันกับแม่เวียง นักเลงโตแห้งบ้านดอนล้อมแรดนั่นเอง ส่วนเด็กผู้หญิงที่ล้มกลิ้งอยู่ คือดาวเรือง หรือไอ้เรือง เด็กสาววัย 18 ตัวแสบแห่งบ้านดอนล้มแรด พอยันตัวลุกขึ้นมาได้ก็ด่า

“อยากตายรึไง หา! ไอ้วรรณ!! เอาน้ำอะไรมาฉีดใส่ข้า”

“ก็น้ำมันพรายไงจ๊ะน้องเรือง” ไอ้กรอดที่ล้มกลิ้งอยู่ข้างๆ ชิงตอบ เลยถูกไอ้แหลมเบิ๊ดกะโหลกตวาด

“ไปบอกมันทำไมวะไอ้กรอด”

“จริงเหรอวะไอ้วรรณ” ดาวเรืองปรี่เข้ากระชากคอเสื้อถาม ไอ้วรรณนักเลงใหญ่บ้านดอนล้อมแรดร้องเสียงหลง ขอความช่วยเหลือจากไอ้กรอดกับไอ้แหลม

ไอ้แหลมกับไอ้กรอดจะเข้าไปช่วยลูกพี่ ถูกไอ้เพี้ยนที่ซ้อนท้ายดาวเรืองมาผลักไอ้แหลมเซ เหวี่ยงลูกแปเตะตูดไอ้กรอดป้าบ! แล้วใส่ตีนหมาโกยแนบ แต่ทำปากกล้าร้องท้า “แน่จริงก็จับให้ได้สิโว้ย...”

จิ๋นมึนกับพฤติกรรมของจิ๊กโก๋บ้านดอนล้อมแรด ตรงไปห้ามดาวเรืองที่ยังกระชากคอเสื้อไอ้วรรณ

“นี่มันเรื่องอะไรกัน หยุดเดี๋ยวนี้...ฉันบอกให้หยูดดดด” พลางเข้าไปแยกดาวเรืองออกมา

ดาวเรืองฉุนขาดผลักจิ๋นล้ม จนปืนที่เหน็บเอวกระเด็นหลุดออกมา ไอ้วรรณเห็นปืนก็ตาเหลือกนึกว่าเป็นตำรวจ โกยแนบไปขึ้นรถก่อนเพื่อน ไอ้แหลมกับไอ้กรอดวิ่งตาม แล้วนักเลงโตทั้งสามก็หนีไป ทิ้งให้ดาวเรืองเผชิญหน้ากับจิ๋นตรงนั้น

ooooooo

ดาวเรืองกับไอ้เพี้ยนไปช่วยกันยกมอเตอร์ไซค์ขึ้น จิ๋นถามว่าจะหนีไปไหนพร้อมกับเข้าไปแย่งกุญแจรถ ถูกดาวเรืองตวาด

“หลีกไป ไม่ใช่เรื่องของนาย”

“ทำไมจะไม่ใช่ ในเมื่อเราทำฉันเกือบรถคว่ำตาย” จิ๋นเอากุญแจรถซ่อนข้างหลัง ดาวเรืองพยายามจะเข้าแย่งขู่ว่า

“ก็แค่เกือบ แต่ถ้านายไม่คืนกุญแจรถให้เรา นายได้ตายจริงแน่”

จิ๋นระอากับความก๋ากั่นของดาวเรือง ปรามว่าเป็นเด็กเป็นเล็กกล้าขู่ผู้ใหญ่หรือ บอกไปคุยกันที่โรงพัก ดาวเรืองลอยหน้าบอกว่า “ไม่มีเวลาโว้ย” จิ๋นไม่ยอมคว้าแขนจะลากไปโรงพักให้ได้ เลยถูกดาวเรืองถีบหงายลงไปในปลักควาย แล้วยักคิ้วแผล็บบอกว่า “ว่างเมื่อไหร่แล้วจะไป” หันไปเรียกไอ้เพี้ยน “ไปเหอะ” ทิ้งจิ๋น ปลัดหนุ่มไฟแรงจมอยู่ในปลักควาย ตะกายขึ้นมาได้ก็บ่นงึมงำ

“เด็กอะไร...ทำไมแสบนักวะ”

ตะกายขึ้นจากปลักควายได้ เดินไปที่รถ ประตูรถเกิดเปิดไม่ได้อีกเพราะติดเครื่องไว้ประตูเลยล็อกอัตโนมัติ เขาบ่นเซ็งๆ “ให้มันได้อย่างนี้สิ” ซ้ำร้าย โทรศัพท์ในรถก็ดังไม่หยุด จิ๋นมองสภาพตัวเอง ดูรถที่เปิดประตูไม่ได้ ฟังเสียงโทรศัพท์ที่เรียกไม่หยุด ถามตัวเองมึนๆ “แล้วจะทำยังไงวะเนี่ย...”

จินตวัฒน์ยืนเคว้งคว้าง มองขึ้นข้างบนก็แดดเปรี้ยง มองซ้ายขวาก็เห็นแต่ความแห้งแล้งว่างเปล่า ไม่มีบ้านเรือนผู้คนเลยสักหลังเดียว...

ooooooo

ที่ศาลาอเนกประสงค์บ้านดอนล้อมแรด ชาวบ้านที่ถูกเกณฑ์มาต้อนรับปลัดใหม่กันแต่เช้ามืด คอยจนแดดเปรี้ยงถูกแดดเผาจนหน้าเหี่ยวอารมณ์เหือดกันหมด ปลัดใหม่ก็ยังไม่มา

นายอำเภอไพศาลได้รับโทรศัพท์จากจันทราว่าจิ๋นหายไปติดต่อไม่ได้ นายอำเภอตกใจอุทานลั่น

“อะไรนะครับ...ปลัดจินตวัฒน์หายตัวไป!!”

ฤดี กำนันเทิ้ม พระครูจ้อย ที่อยู่ใกล้ๆ พากันตกใจไปด้วย ชาวบ้านที่เริ่มนั่งๆ นอนๆ ลุกพรึ่บมองนายอำเภอเป็นตาเดียว นายอำเภอปลอบจันทราให้ใจเย็นๆ ปลัดอาจจะอยู่ในที่ที่ไม่มีสัญญาณก็ได้ ถ้าเจอตัวแล้วจะรีบติดต่อกลับทันที

พระครูจ้อยถามว่าจะให้ใครไปตามไหม ผู้กำกับบอก ว่า “ผมจัดการเองครับ” แล้วจัดจ่าแม่น เก่งหมุดให้ไปตาม

ไม่นานจ่าแม่นก็โทร.รายงานว่าเจอรถทะเบียน ดล 208 กรุงเทพมหานครแล้ว ตอนนี้ประสบอุบัติเหตุชนต้นไม้ใหญ่ นายอำเภอถามว่าแล้วปลัดล่ะ จ่าแม่นบอกว่าตนหาจนทั่วแล้วไม่เจอปลัดคนใหม่ เจอแต่...พูดพลางจ่าแม่นก้มลงดมๆ น้ำที่หกอยู่บนหน้าหม้อรถ ทำจมูกฟุดฟิด จนนายอำเภอร้อนใจถามว่า “เจอแต่อะไร”

“เจอแต่เหล้าขาวครับผม ผมว่าผมรู้แล้วครับว่าใครจับตัวปลัดไป” พูดแล้วจ่าแม่นตะเบ๊ะลมๆแล้งๆอย่างเคยชิน

ooooooo

ไอ้วรรณ ไอ้แหลม ไอ้กรอด บึ่งรถมอเตอร์ไซค์มาที่บ้านผู้ใหญ่ผันแล้วพากันวิ่งหน้าตั้งหลบไปหลังบ้าน อึดใจเดียวดาวเรืองกับไอ้เพี้ยนก็บึ่งรถหัวฟูตามมา  เห็นไอ้วรรณกับพวกวิ่งไปหลังบ้านก็วิ่งตามไปด้วยความแค้น

ไอ้แหลมกับไอ้กรอดรู้ฤทธิ์ดาวเรืองดี พอเห็นจวนตัวก็หนีเอาตัวรอด ทิ้งให้ไอ้วรรณยืนปากกล้าขาสั่นเบื้องหน้า ดาวเรืองขยับเท้าพร้อมหนี ดาวเรืองตวาดว่า “ยังคิดจะหนีอีกเหรอไอ้วรรณ”

“ข้าไม่หนีก็ได้ ยังไงร่างกายของข้ามันก็เป็นของเอ็งอยู่แล้วไอ้เรือง เอ็งจะเหยียบจะย่ำยังไงก็เชิญ เชิญเลย...เหยียบมาที่นี่” ไอ้วรรณแหวะเสื้อตรงหัวใจเอานิ้วจิ้มๆ “นี่ ที่หัวใจข้านี่ เอ็งจะได้เจ็บเหมือนที่ข้าเจ็บ”

“แล้วทำไมพี่เรืองต้องเจ็บไปกับเอ็งด้วยหา ไอ้พี่วรรณ” ไอ้เพี้ยนถามงงๆ

“เพราะในหัวใจข้ามีไอ้เรืองอยู่ยังไงล่ะ” ไอ้วรรณทำเสียงเข้ม ถูกไอ้แหลมกับไอ้กรอดที่แอบอยู่หลังกอกล้วยร้องฮิ้ว...อย่างถูกใจ ดาวเรืองไม่ขำด้วย คว้ามีดพร้าที่ปักอยู่กับหยวกกล้วยเงื้อง่า ขู่

“ในเมื่อเอ็งเล่นสกปรกกับข้าก่อน ข้าก็จะสับๆๆๆ ของของเอ็งให้เหลือแต่ตอ จะได้ไม่ต้องมีไว้ทำพันธุ์อีกต่อไป” ไอ้วรรณตกใจเอามือกุมเป้าแน่น ถูกดาวเรืองรุกก็ถอยกรูดจนไปตกในเล้าหมู ทำเอาหมูแตกตื่นวิ่งพล่านไปทั้งเล้า ไอ้วรรณก็วิ่งพล่านไปกับหมู อ้อนวอนอย่าสับของตนเลยมีอยู่อันเดียว สับแล้วงอกไม่ได้ อะไหล่ก็ไม่มี วิ่งจนหนีออกจากเล้าหมูก็ล้มกลิ้ง ไอ้แหลมกับไอ้กรอดเห็นดังนั้น ส่งสัญญาณกันเข้าไปช่วยลูกพี่ ดอดเข้าล็อกตัวดาวเรืองไว้

“เฮ้ย! ปล่อยไอ้เรืองเดี๋ยวนี้ พวกเอ็งไม่มีสิทธิ์แตะต้องตัวไอ้เรืองของข้า ปล่อย!” ไอ้วรรณตะคอกจนไอ้แหลมกับไอ้กรอดต้องปล่อย พอดาวเรืองเป็นอิสระก็ควงพร้าเข้าไล่ฟันไอ้วรรณต่อ

“ช่วยด้วยยยยยย” ไอ้วรรณร้องลั่นวิ่งหนีสะดุดสุ่มไก่ใต้ถุนบ้านล้ม ดาวเรืองตามไปติดๆ ไอ้เพี้ยนวิ่งไปช่วยลูกพี่

ขณะไอ้วรรณจนมุมนั่นเอง เสียงผู้ใหญ่ผันกับแม่เวียงก็ดังมาจากข้างหลัง “หยุดเดี๋ยวนี้นะไอ้เรือง” ...“นี่มันเรื่องอะไรกัน” ผู้ใหญ่ผันเห็นไอ้วรรณล้มกลิ้งอยู่ข้างสุ่มไก่ก็ร้องเสียงหลง “ลูกพ่อ!!” พอไอ้วรรณเห็นพ่อก็โผเข้าหาอ้อนราวกับลูกแหง่ “พ่อจ๋า...ช่วยหนูด้วย”

ผู้ใหญ่ผันโผเข้าอุ้มไก่ ไอ้วรรณเลยวืดหัวทิ่มไป

ผู้ใหญ่หันไปด่าดาวเรืองว่าจะมากไปแล้ว เกิดไอ้โต้งลูกรักตนหัวใจวายจะทำยังไง ส่วนแม่เวียงถามว่าเรื่องอะไรถึงได้ถือมีดไล่สับไอ้วรรณของตน ไอ้เพี้ยนฟ้องแทนว่าเพราะไอ้พี่วรรณเอาน้ำมันพรายมาฉีดใส่พี่เรืองก่อนผู้ใหญ่ผันรู้ว่าเถียงกับดาวเรืองไม่ชนะแน่ รู้จุดอ่อนของดาวเรืองเลยขู่ว่า ถ้าไม่เลิกทำตัวเป็นอันธพาลจะฟ้องแม่บานชื่น

ได้ผล! ดาวเรืองหงอไปถนัดแต่ยังทำฟอร์มชี้หน้าไอ้วรรณบอกว่าคราวนี้ยอมให้เพราะเห็นแก่หน้าเหี่ยวๆ แต่ถ้าคราวหน้าขืนทำแบนี้อีกไม่ได้ตายดีแน่ว่าแล้วปามีดลงพื้น ทั้งผู้ใหญ่ผัน แม่เวียงและไอ้วรรณโดดหลบกันแทบไม่ทัน แล้วดาวเรืองก็หันไปชวนไอ้เพี้ยนกลับ

“เจ็บทั้งตัวเจ็บทั้งใจ คอยดูนะ ข้าต้องเอาคืนให้ได้” ดาวเรืองคำรามฟึดฟัด ไอ้เพี้ยนบ่นว่าเพราะไอ้น้ำมันพรายนั้นแหละตนเลยพลอยซวยไปด้วย ดาวเรืองฉุกคิดได้ทันที “ข้ารู้แล้ว” แค้นจนลมออกหู

ooooooo

ดาวเรืองตรงไปที่สำนักหลวงตาคง เจอหลวงตากำลังทำพิธีจับปอบอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ มีชาวบ้านที่ศรัทธาพากันมาร่วมพิธีหวังขจัดผีปอบไปจากหมู่บ้าน

พอไปถึงดาวเรืองยันโอ่งน้ำมนต์ล้มโครม น้ำมนต์สาดลงบนตัวหลวงตาเปียกม่อลอกม่อแลก

“ไอ้เรือง!!” หลวงตาฉุน

“คุยกันหน่อยสิ หลงตา” ดาวเรืองจงใจเรียกให้เพี้ยนเหน็บหลวงตาที่หลงอวิชชาจนกู่ไม่กลับ เมื่อไปคุยกันที่อีกมุมหนึ่ง ดาวเรืองยิงคำถาม “หลงตาเป็นคนให้น้ำมันพรายไอ้พี่วรรณไปใช่ไหม” หลวงตาคงยืนยันว่าตนไม่ได้ให้ ดาวเรืองดักคอว่า “ไม่ได้ให้แต่ขายให้ใช่ไหม”

“เดรัจฉานวิชาแบบนี้ข้าไม่ยุ่งให้ศีลเสื่อมหรอกโว้ย เอ็งสองคนจะไปวิ่งเล่นที่ไหนก็ไป ข้าต้องกลับไปทำพิธีต่อ” พลางจะเดินหนีดาวเรืองไม่ยอมให้ไปถามว่าตกลงไม่ยอมรับและไม่รับผิดชอบใช่ไหม หลวงตาถามว่า “ก็ข้าไม่ได้ให้แล้วข้าจะต้องรับผิดชอบอะไรเว้ย!!” หลวงตาเสียงดัง แล้วเดินหนีออกไป

ไอ้เพี้ยนจะตาม ดาวเรืองดึงคอเสื้อจนไอ้เพี้ยนแทบหงายหลัง

“ไม่ต้องตามไอ้เพี้ยน แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน จะได้ถอนรากถอนโคนให้สิ้นซากไปเลย”

“ยังไงเหรอพี่เรือง”

“เชื่อหัวไอ้เรืองเหอะ!” ดาวเรืองตาเป็นประกายอย่างมีแผนเด็ด

ooooooo

จ่าแม่น เก่งหมุด ที่ถูกดาวเรืองเรียกเป็น จ่าแม่น เก่งมุด เสียจนเกือบกลายเป็นทางการไปแล้ว ไปที่ศาลาอเนกประสงค์ฟ้องบานชื่นแม่ของดาวเรืองว่า ดาวเรืองจับปลัดคนใหม่ไป ดาวเรืองปฏิเสธเสียงสูงปรี๊ดว่าไม่จริงมั้งงงงง...

จ่าแม่นอ้างหลักฐานที่ได้จากที่เกิดเหตุว่า มีเหล้าเถื่อนของไอ้เรืองหกอยู่ใกล้ๆรถปลัด บานชื่นโต้ว่าพูดอย่าง กับว่าไอ้เรืองมันต้มเหล้าเถื่อนอยู่คนเดียว มันก็ต้มกันทั้งหมู่บ้านนั่นแหละ แล้วจ่าแม่นจะหาว่าไอ้เรืองต้มคนเดียวได้ไง

“ไอ้เรืองแน่นอน ฉันจำกลิ่นเหล้าที่ไอ้เรืองมันต้มได้!” จ่าแม่นยืนยันหนักแน่น พอฤดีเมียนายอำเภอถามว่าจ่าจำได้ไง จ่าตอบทันที “ฉันกินบ่อย” พอทุกคนร้องอ้าวจ่าก็แก้เกี้ยวเหนียมๆว่า “กินเพื่อให้จำได้ จำได้แล้วจะได้ไปจับไง!!”

บานชื่นบ่นอย่างไม่พอใจว่าเอะอะอะไรก็จับแต่ไอ้เรือง เกิดเรื่องอะไรก็โทษแต่ไอ้เรือง หลักฐานก็ไม่ชัดเจน อยากจับนักก็จับแม่ไอ้เรืองไปเลย จ่าแม่นที่หลงรักบานชื่นตั้งแต่วัยสาวยิ้มหวานบอกว่า “พี่จับไม่ลง พี่รักแม่...แต่แค้นลูก!!”

“ถ้าไอ้เรืองไม่ได้ทำแล้วไอ้เรืองอยู่ไหนล่ะ”  ผู้กำกับตัดบทอย่างรำคาญเต็มที

“ใช่...มันอยู่ไหนนนน” จ่าแม่นถามบานชื่น นายอำเภอแทรกขึ้นอย่างเหนื่อยหน่ายว่า

“ไอ้เรืองอยู่ไหนไม่สำคัญ สำคัญที่...ปลัดคนใหม่มันไปอยู่ที่ไหน!!!”

ooooooo

จิ๋น–จินตวัฒน์ เนื้อตัวมอมแมมอาศัยรถอีแต๊ก ของลุงชาวนาผู้มีน้ำใจไปถึงหน้าวัดบ้านดอน เขาโดด ลงจากรถยกมือไหว้ขอบคุณ ลุงยิ้มกว้างเห็นแต่เหงือกอย่างใจดีแล้วขับอีแต๊กแก่ๆของแกต่อไป

ขณะจิ๋นยืนเคว้งคว้างอยู่ ก็เจอกำจรนำชาวบ้านออกตามหาปลัดคนใหม่ให้ควั่ก จิ๋นได้ยินจึงแสดงตัวว่าตนนี่แหละที่เป็นปลัดคนใหม่ของบ้านดอนล้อมแรด กำจรเห็นสารรูปแล้วไม่เชื่อ ปรามาสว่า “ถ้าอย่างเอ็งเป็นปลัด ข้าก็นายอำเภอแล้ว”

ไม่ทันได้พูดอะไรต่อ ก็มีเสียงเด็กวัดร้องตะโกนมาว่า “ไฟไหม้!” ทุกคนเลยวิ่งไป เห็นควันโขมงพวยพุ่งมาจากหลังสำนักหลวงตาคง และที่หลังสำนักนั่นเองดาวเรืองกับไอ้เพี้ยนกำลังช่วยกันโกยกาบมะพร้าวกับใบไม้แห้งสุมเข้าไป แต่พอจะหันหนีก็เจอจิ๋นเข้าอย่างจัง

คู่ปรับเก่ามาจับได้คากองไฟแบบนี้ ดาวเรืองกับไอ้เพี้ยนเตรียมโกยหนี ถูกจิ๋นคว้าตัวไว้เพื่อคิดบัญชีกัน ดาวเรืองดิ้นสุดแรงจะวิ่งไปที่รถ จิ๋นแย่งพวงกุญแจรถ พวงกุญแจรถขาดติดมือไปคนละครึ่ง จิ๋นได้ส่วนที่เป็นกะโหลกไขว้ ถูกดาวเรืองชกจุกแล้วกำขี้เถ้ากากมะพร้าวป้ายหน้าจิ๋นจนดำปี๋ เท่านั้นไม่พอ ยังถูกไอ้เพี้ยนกระโดดกัดหูจนร้องลั่น แล้วทั้งสองก็โกยอ้าวไป

“หยุดนะ...ยกมือแล้วค่อยๆหันมา” จ่าแม่นขู่จิ๋นที่ยืนมึนอยู่ จิ๋นทำตามคำสั่ง พอหันมาพวกจ่าแม่นผงะร้อง เฮ้ย!! หลวงตาคงบอกให้จับเลย ไอ้นี่แหละที่เผาสำนักตน จิ๋นตกใจปฏิเสธเสียงหลงว่าตนเปล่าเผา แต่ก็ถูกลูกน้องจ่าแม่นกรูกันจับไปโยนที่หน้าสำนักหลวงตาคง

ผู้กำกับถามจิ๋นว่าใครส่งมา ไอ้เรืองใช่ไหม หลวงตาคงฟันธงว่าต้องใช่ไอ้เรืองแน่ เพราะเพิ่งมีเรื่องกับตนเมื่อกี้นี้เอง บานชื่นแว้ดขึ้นว่าพูดแบบนี้ก็สวยซิ จ่าแม่นถามจิ๋นอีกทีว่าใครส่งมาและมาทำอะไรที่นี่

“ผมมาทำงาน กระทรวงส่งผมมาเป็นปลัดใหม่ของที่นี่”

“อย่ามาอ้างโน่นอ้างนี่ ฉันรู้จักแม่ของปลัดใหม่ และฉันก็มีรูปเขาด้วย” ฤดีเมียนายอำเภอแทรกเข้ามา

ระหว่างนั้นจิ๋นไปล้างหน้าล้างตาพอกลับมา ฤดีที่เอารูปถ่ายของจิ๋นในชุดข้าราชการมาเทียบกับหน้าร้องดีใจว่า

“ตาจิ๋น!! ใช่ตาจิ๋นจริงๆด้วย นี่น้าฤดีเอง จำได้ไหมจ๊ะ”

จิ๋นบอกว่าจำได้ บอกนายอำเภอว่าตนคือ จินตวัฒน์ วิโสภา ปลัดคนใหม่ของที่นี่ พลันสถานภาพของจิ๋นจากคนร้ายก็กลายเป็นเจ้านายไปทันที ทั้งกำจรและจ่าแม่นที่ทำกร่างแต่แรกแย่งกันเข้าแนะนำตัวอย่างนอบน้อม

พระครูจ้อยถามว่าแล้วทำไมสภาพถึงเป็นแบบนี้ล่ะ เกิดอะไรขึ้น จิ๋นชูพวงกุญแจกะโหลกไขว้ที่ดึงขาดจากดาวเรืองให้ทุกคนดู “ก็เจ้าของกุญแจรถที่ห้อยอันนี้ล่ะครับ ที่เป็นคนก่อเรื่องทั้งหมด”

บานชื่นที่ยืนฟังอยู่เห็นพวงกุญแจจำได้ว่าเป็นของดาวเรือง ค่อยๆเลี่ยงหลบออกไป พอกลับถึงบ้านก็ไล่ตีจนดาวเรืองต้องวิ่งหลบรอบเสาเรือน ถามแม่ว่ามาตีกันทำไม

“ยังจะมีหน้ามาถามอีก ก็ทีเอ็งไปอาละวาดบ้านผู้ใหญ่ผัน เผากุฏิหลวงตาคง ทำร้ายปลัดใหม่ เอ็งทำอย่างนี้ทำไม”

ดาวเรืองชี้แจงว่าเพราะไอ้วรรณกับหลวงตาคงหาเรื่องตนก่อน ส่วนปลัดคนใหม่ตนไม่รู้เรื่อง หน้าตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ ไอ้เพี้ยนช่วยยืนยันให้ลูกพี่ เลยถูกบานชื่นเอ็ดว่าไม่ต้องมาช่วยแก้ตัว แล้วคร่ำครวญทั้งโมโหทั้งน้อยใจว่า

“เอ็งเคยคิดไหมไอ้เรือง ถ้าพวกนั้นเขาเอาจริงขึ้นมา จับเอ็งเข้าคุกเข้าตะราง แม่จะอยู่ยังไง พี่พฤกษ์จะเสียใจไหม เรามีกันอยู่แค่นี้ พ่อเอ็งก็ไปสวรรค์ตั้งนานแล้ว”

“ฉันไม่มีวันยอมติดคุกหรอกแม่  ตราบใดที่พี่พฤกษ์ ยังเรียนไม่จบ ที่นายังไม่ได้ไถ่ถอน แล้วแม่ยังต้องลำบากอยู่อย่างนี้ ฉันไม่ยอมให้ใครลากเข้าคุกง่ายๆหรอก”

ดาวเรืองฉวยโอกาสขณะบานชื่นนิ่งอึ้ง  วิ่งเข้าแย่งไม้เรียว บอกแม่ว่าจะไปต้มเหล้าก่อน แล้วลากไอ้เพี้ยนออกไป

“ไอ้เรือง!! ไอ้ลูกคนนี้ มันร้ายเหมือนใครวะ” บานชื่นบ่น แต่พอหันเห็นตัวเองในกระจกก็ตกใจผงะ นึกได้ว่าตัวเองเป็นแม่

ooooooo

กำจรได้รับหน้าที่ให้ดูแลจิ๋น เอากุญแจบ้านและเสื้อผ้าของตัวเองมาให้จิ๋นเปลี่ยนแก้ขัดไปก่อน ส่วนรถของจิ๋น กำจรบอกอย่างภูมิใจว่าตนตามช่างแล้ว อาทิตย์หน้าช่างว่างแล้วจะมา จิ๋นฟังแล้วมึน

ระหว่างนั้นจิ๋นยังติดใจสงสัยกำจรว่า ได้ยินใครๆก็พูดถึงแต่ไอ้เรือง ไอ้เรืองเป็นใครหรือ?

“ก็ขาใหญ่ที่นี่ล่ะครับ หรือจะเรียกว่าผู้ทรงอิทธิพลก็ได้ครับ ตำรวจกลัวมันหัวหด คุณปลัดเองก็เห็นฤทธิ์เดชมันแล้วนี่ครับ” จิ๋นทำหน้างง  ติงว่าแต่ที่ตนเจอยังเด็กอยู่นะ กำจรนึกว่าเป็นไอ้เพี้ยน บอกว่า “อ๋อ...คงเป็นลูกสมุนมันชื่อไอ้เพี้ยน”

“ชื่อเพี้ยนเหรอ” จิ๋นพึมพำนำถึงหน้าดาวเรืองที่ทำก๋ากั่นใส่ตน กำจรคุยน้ำลายแตกฟองต่อว่า

“ครับ...ไอ้นี่ก็ประมาทมันไม่ได้เหมือนกัน เห็นเด็กอย่างนี้น่ะแสบไม่ใช่เล่น ว่าแต่คุณปลัดมีอะไรขาดเหลือก็บอกผมได้ ไม่ต้องเกรงใจนะครับ เพราะยังไงผมก็ต้องเป็นผู้ช่วยคุณปลัดตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่อยู่แล้ว”

จิ๋นบอกว่าอยากโทรศัพท์ช่วยหาที่โทรศัพท์ให้หน่อยได้ไหม จิ๋นแสดงความสนิทสนมตบไหล่กำจรผัวะ จนกำจรคอย่นแทบสำลักน้ำที่กำลังกิน รีบบอก “ได้ครับ”

ooooooo

กำจรขับไอ้แก่บุโรทั่งเครื่องจะดับมิดับแหล่ตลอดทางไปถึงตลาด จอดรถบอกว่า เลี้ยวโค้งนี้ไปนิดเดียวมีตู้โทรศัพท์สาธารณะ จิ๋นดีใจบอกว่าตนไปเอง ได้ เดินไปเจอดาวเรืองพรวดเข้ามา ต่างก้าวขาข้างหนึ่งไปในตู้พร้อมกัน

ทั้งสองต่างจำกันได้ ดาวเรืองร้อง “เฮ้ย!!” ส่วนจิ๋นอุทาน “เพี้ยน...” ดาวเรืองตวาดว่ากล้าดียังไงมาเรียกตนว่าเพี้ยน จิ๋นเหนื่อยที่จะมีเรื่อง ขอเวลาส่วนตัวโทรศัพท์ก่อนบอกว่า “ฉันมีธุระสำคัญต้องโทร.เข้ากรุงเทพฯ”

“ไม่! เราก็มีธุระสำคัญต้องโทร.เข้ากรุงเทพฯ เหมือนกัน”

เลยเถียงกันว่าใครมาถึงก่อน ดาวเรืองคว้าหูโทรศัพท์บอกว่าตนมาถึงก่อนต้องได้โทร.ก่อน จิ๋นไม่ยอมสะบัดตัวไปยืนบังแป้นโทรศัพท์พูดกวนๆว่า “อยากโทร.หาใครก็ส่งกระแสจิตไปก็แล้วกัน”

อย่าง “ไอ้เรือง” มีหรือจะยอม เลยกระทืบเท้าจิ๋นอย่างแรง ซ้ำยังสะอึกเข้าทั้งทุบทั้งถองแล้วลากจิ๋นเหวี่ยงออกไป

ทันใดนั้นมีเสียงปืนดึงขึ้นนัดหนึ่ง กระสุนทะลุตู้โทรศัพท์เฉียดทั้งสองไปไม่ถึงนิ้ว!! ทั้งสองชะงักกึก

กำจรได้ยินเสียงปืนวิ่งอ้าวมาดูปลัดด้วยความเป็นห่วง เวลาเดียวกัน กำนันเทิ้มก็วิ่งกุมต้นแขนเลือดโชกผ่านมา มีลูกปืนไล่หลังมาเป็นระยะ ดาวเรืองจะวิ่งออกไป ถูกจิ๋นดึงไว้ “อย่าเพิ่งออกไป เกือบโดนลูกปืนแล้วเห็นไหม”

ดาวเรืองหันด่าว่ากลัวขี้ขึ้นสมอง ตุ๊ดรึเปล่า? จิ๋นโมโหเลยไล่ว่า ไม่กลัวตายก็ออกไปเลย ดาวเรืองวิ่งออกไปทันที พอดีกำจรมาถึงโอ่ว่า “ผมมาช่วยแล้วครับคุณปลัด ปลอดภัยดีนะครับ”

จิ๋นไม่ตอบเพราะมัวแต่มองดูว่าดาวเรืองจะทำอย่างไร พอเห็นขี่มอเตอร์ไซค์ไปทางที่กำนันเทิ้มวิ่งไปก็ดันกำจรออกแล้วขึ้นมอเตอร์ไซค์บึ่งตามไป

ดาวเรืองตามไปทัน ถามกำนันเทิ้มว่าเป็นไงบ้าง กำนันบอกให้ดาวเรืองรีบหนีไป พอดีชายฉกรรจ์ที่ขี่มอเตอร์ไซค์ไล่ตามกำนันเทิ้มมาถึง คนหนึ่งยกปืนเล็งมาที่กำนันเทิ้มอีก ดาวเรืองคว้าหนังสติ๊กที่เหน็บหลังใส่ลูกแก้วยิงถูกมือคนถือปืนทำให้วิถีกระสุนเบนไปถูกราวตากผ้าแถวนั้นขาด ผ้ารูดลงมาคลุมหัวชายอีกคนจนตกรถ มอเตอร์ไซค์ไถลมาทางดาวเรือง

“ระวัง...ไอ้เรือง!!” กำจรตะโกน จิ๋นเลยรู้ว่าที่แท้ผู้หญิงก๋ากั่นคนนี้เองที่ชื่อ “ดาวเรือง” รีบเข้าไปคว้าดาวเรือง กระชากพ้นมอเตอร์ไซค์ที่ไถลมาจนทั้งคู่อยู่ในอ้อมกอดกัน หน้าเกือบชนกัน พอดาวเรืองรู้สึกตัวก็ผละออกลุกขึ้นจะวิ่งไป จิ๋นรีบจับตัวไว้ ดาวเรืองโวยวายให้ปล่อย เห็นชายฉกรรจ์ที่ล้มลุกขึ้นจากกองผ้าวิ่งหนีไปก็ทั้งบ่นทั้งด่า

“มาจับกันไว้ทำไมวะ! เห็นไหม ไอ้ผู้ร้ายมันหนีไปแล้ว นายนี่มันเฮงซวยจริงๆแทนที่จะจับผู้รายได้กลับปล่อยมันหนีไป อยากให้กำนันเทิ้มเจ็บตัวฟรีรึไง ไอ้...ไอ้ผู้ชายขี้ไก่! ไอ้เต่าในกระดอง! ไอ้อ่อนเอ๊ย...เป็นใครมาจากไหนก็กลับไปทางนั้นเลยไป๊!”

“เป็นใครมาจากไหนไม่รู้ รู้แต่ว่า...ตอนนี้คุณจินต–วัฒน์กลับไปทางไหนไม่ได้ เพราะเพิ่งย้ายมาเป็นปลัดใหม่ของที่นี่”

“ปลัด?!...” ดาวเรืองอุทานเหมือนถูกผีหลอกกลางวัน ทั้งปลัดจินตวัฒน์และดาวเรืองต่างมองหน้ากันอึ้งๆ แต่อึดใจเดียวจิ๋นนึกได้วิ่งผละไปหากำนันเทิ้มถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง กำนันสะบัดตัวไม่ให้แตะต้องบอกว่า “ไม่ต้องมายุ่ง” จะพาไปโรงพยาบาลก็บอกว่า “ไม่ต้องมายุ่ง” เรียกกำจรให้เอารถมารับไปโรงพยาบาล ก็เสียงขุ่นใส่ว่า “บอกว่าไม่ต้องมายุ่ง!!” แล้วเอามือกุมแผลเดิมกะเผลกๆ ไป ทำเอาปลัดจิ๋นหันมองกำจรอย่าง...โคตรงงเลย...

ต่อมาจึงรู้จากกำจรว่า นี่คือตัวจริงเสียงจริงของกำนันเทิ้ม บอกปลัดจิ๋นว่าอย่าไปซีเรียสเลยเพราะนี่เป็นการถูกไล่ยิงเป็นหนที่สองแล้ว ไม่นับโดนไล่กระทืบอีกสี่ ไล่ตีอีกห้า ดีแต่ปาระเบิดยังไม่เจอ ทั้งนี้เพราะแกชอบพูดประชดแดกดัน ใครมันจะไปชอบ ปลัดจิ๋นถามทึ่งว่า “แค่ไม่ชอบนี่ถึงกับยิงกันเลยเหรอ”

“นี่แหละครับ เอกลักษณ์ของดอนล้อมแรด คุณปลัดอยู่ไปเดี๋ยวก็ ช.ป.อ. ชิน-ไป-เอง ครับ” พูดแล้วนึกได้ถาม “มัวแต่วิ่งหลบกระสุนปืน คุณปลัดได้โทรศัพท์หรือยังครับ...แน๊ๆๆ โทร.หาช้าเดี๋ยวแฟนงอนนะ” กำจรทำหน้าล้อๆแล้วเดินออกไป จิ๋นมองตามแล้วส่ายหน้ากับคนบ้านดอนล้อมแรดแห่งนี้

ooooooo

พอเหตุการณ์สงบ ดาวเรืองโทร.หาพฤกษ์พี่ชายที่เรียนอยู่กรุงเทพฯ บอกว่าเงินที่ยืมไปเมื่อเดือนที่แล้วขอเลื่อนไปใช้กลางเดือนแล้วกัน

“พี่บอกแล้วไงว่าพี่ให้ ไม่ใช่ให้ยืม...” ดาวเรืองบอกว่าไม่เอาเดี๋ยวบาป “แล้วที่เรายอมหยุดเรียนเพื่อให้พี่เรียนก่อนพี่ไม่บาปมากกว่าเหรอ พี่สัญญานะ จบเมื่อไหร่พี่จะรีบกลับไปช่วยเรืองกับแม่ จะดูแลไม่ให้เรืองกับแม่ต้องลำบากเลย”

ส่วนจิ๋นรีบโทร.หาแม่จันทรา เล่าเหตุที่ไม่ได้โทร.มาหลายวันเพราะโทรศัพท์ติดอยู่ในรถเอาออกมาไม่ได้ จันทราถามว่าแน่ใจหรือว่ามีเรื่องแค่นี้ จิ๋นโกหกเพื่อให้แม่สบายใจว่า

“ครับคุณแม่ไม่ต้องห่วงครับ คนที่นี่น่ารักแล้วก็ใจดีกันทั้งนั้น” แล้วอ้อนปะเหลาะว่าต่อไปจะโทร.หาแม่วันละสามเวลาก่อนอาหารเลย จันทราหยอกว่าไม่ต้องเพราะตอนนี้ก็มีคนโทร.หาแม่ทุกครึ่งชั่วโมงอยู่แล้ว ไม่ต้องบอกก็รู้ใช่ไหมว่าใคร?

จิ๋นบอกว่าตนคุยกับเขาหลายหนแล้ว จันทราย้ำว่าโทร.คุยกันให้เคลียร์เสีย ไม่เข้าใจกันข้ามวันข้ามคืนแบบนี้ไม่ดี

“ครับคุณแม่...ถ้างั้นผมรบกวนอะไรคุณแม่สักอย่างได้ไหมครับ...” พอจันทรารับปาก จิ๋นก็ฝากเรื่องที่จะรบกวนแล้วขอบคุณแม่ ฝากบอกยายโจ๋งด้วยว่าคิดถึง วางสายด้วยสีหน้าสดชื่น

ส่วนจันทรา วางสายจากจิ๋นแล้ว มอบงานให้พฤกษ์เอาดอกไม้ไปส่งบ้านคุณหญิงวิยะดา ถามว่าวันนี้สอบทั้งวันหรือเปล่า พฤกษ์บอกว่า สอบเสร็จบ่ายสาม จากนั้นก็ว่าง จะมีนัดคุยเรื่องคดีพิเศษกับอาจารย์อีกทีก็ตอนค่ำๆ

“งั้นสอบเสร็จแล้วช่วยแวะมาที่นี่ ไปทำธุระให้ตาจิ๋นหน่อยนะจ๊ะ” บอกแล้วจันทรายื่นช่อดอกไม้ให้พฤกษ์ก็เอาไปส่งให้คุณหญิง พฤกษ์รับคำ ประคองช่อดอกไม้อลังการออกไป

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แจ๊ค ซู-จีน่า" ตื่นเต้นเข้าพิธีวิวาห์ “IN TIME WITH YOU ถึงห้ามใจก็จะรัก”

"แจ๊ค ซู-จีน่า" ตื่นเต้นเข้าพิธีวิวาห์ “IN TIME WITH YOU ถึงห้ามใจก็จะรัก”
19 พ.ค. 2564

02:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 19 พฤษภาคม 2564 เวลา 03:14 น.