ข่าว

วิดีโอ



มณีสวาท

อ่านเรื่องย่อ

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์ช่องอื่นๆ

นักแสดงนำ:

นารีวรรณสงสารภุชคินทร์ เริ่มไม่แน่ใจว่าการขัดขวางความรักระหว่างเขากับเจ้าอุรคาคือทางแก้ปัญหา หม่อมภาณีรู้สึกไม่ต่างแต่หวงลูกชายมากกว่า ดึงดันตามความตั้งใจเดิม พันเอกนรินทร์มาหาสองแม่ลูก ขออนุญาตพาภุชคินทร์ไปเจอเจ้าอุรคากับสุบรรณ หม่อมภาณีชักสีหน้า...เรื่องอะไรเธอจะยอมให้ลูกไปตาย!

ขณะเดียวกันใน ห้อง...ภุชคินทร์จ้องนาคสวาท มรกต และครุฑธิการอย่างตื่นตะลึง อัญมณีทั้งสามบนโต๊ะเปล่งแสงและลอยมาหาเขาราวกับมีชีวิต ภุชคินทร์เอื้อมมือไปจับ ปรากฏภาพนิมิตเป็นเจ้าอุรคาในชุดโบราณสวยงามยืนมองแม่น้ำโขง ฉับพลันนั้น...พญาสุบรรณบินโฉบมาจับพญานาคสาวด้วยความรวดเร็ว

ฟากหม่อม ภาณีฮึดฮัดอย่างไม่พอใจ ต่อว่าพันเอกนรินทร์ใหญ่โตที่พยายามเกลี้ยกล่อมให้ภุชคินทร์ไปเสี่ยงอันตราย กับเจ้าอุรคา อดีตนายทหารถอนใจแผ่วเบา อธิบายว่าเป็นหนทางเดียวที่จะยุติความแค้นในอดีต หม่อมภาณีไม่ยอม อ้างว่าทำทุกอย่างเพื่อปกป้องลูก พันเอกนรินทร์ยิ้มบางๆ เปรยเสียงเรียบ

“ปกป้อง ด้วยการแยกคุณชายออกจากคู่ของเขาอย่างนั้นเหรอครับ ถ้าเดาไม่ผิด...คุณชายคงอยู่กับหม่อมแค่ร่างกายเท่านั้น แต่ใจยังติดตามเจ้าอุรคา”
หม่อมภาณีหน้าเจื่อน ฉุนที่โดนพูดแทงใจดำ แหวกลับอย่างเหลืออด พันเอกนรินทร์ย้อนเสียงอ่อน

“เกี่ยว สิครับ เจ้าอุรคาช่วยชีวิตลูกสาวผมไว้ สุบรรณก็หลานชายผม และคนเดียวที่จะปลดบ่วงกรรมนี้ได้คือ คุณชายภุชคินทร์ ผมถึงอยากขอให้คุณชายไปพบเจ้าและสุบรรณเพื่อยุติบ่วงกรรมทั้งหมด”

“แล้วถ้าเกิดลูกชายดิฉันไปเจอเจ้าอุรคาแล้วไม่กลับมาอีกล่ะคะ”

น้ำเสียงหม่อมภาณีฟังดูร้อนรน ภุชคินทร์ออกจากห้องได้ยินพอดี รับปากอย่างมาดมั่น

“กลับมาสิครับ ผมสัญญา...ขอให้ผมได้ไปหาเจ้าอุรคาเถอะครับ เพราะตอนนี้เธอตกอยู่ในอันตรายจริงๆ”

นารี วรรณแปลกใจที่พี่ชายรู้เรื่องเจ้าอุรคา เห็นอัญมณีทั้งสามในมือเขายิ่งงงหนัก พันเอกนรินทร์บอกว่า เขาคือผู้ให้กำเนิดอัญมณีทั้งสามในอดีตชาติ ภุชคินทร์พยักหน้ารับน้อยๆ เสริมขึ้นเสียงเครียด

“มณีสวาททั้งสามกลับมาหาผมเพราะมันคือจุดเชื่อม ระหว่างผม เจ้าอุรคา และท่านสุบรรณ ผมต้องสะสางเรื่องนี้ให้จบ ไม่งั้นเหตุการณ์อย่างชาตินี้จะเกิดซ้ำอีกไม่จบสิ้น คุณแม่อนุญาตนะครับ ผมไม่อยากหนีคุณแม่ไปอีกแล้ว”

หม่อมภาณีถอนใจหนักหน่วง รู้ว่าไม่อาจฝืนชะตาและรั้งลูกชายได้อีก อนุญาตอย่างไม่เต็มใจนัก พันเอกนรินทร์ยิ้มพอใจ ถามราชนิกุลหนุ่มถึงเรื่องสถานที่ที่ต้องไป ภุชคินทร์เอ่ยเสียงเรียบ

“ครับ...จุดเริ่มต้นของกรรมก็เป็นจุดสิ้นสุดของกรรมเหมือนกัน”

ooooooo

ร่าง จิตของสุบรรณตามเจ้าอุรคาถึงริมน้ำโขง แวะนมัสการพระธาตุพนม เห็นเจ้าอาวาสยืนมองด้วยแววตานิ่งสงบ นึกรู้ด้วยญาณพิเศษว่าจิตชายหนุ่มเต็มไปด้วยแรงอาฆาตและโมหะ พยายามโน้มน้าวให้กลับเข้ากายหยาบที่โรงพยาบาลแต่ไม่ได้ผล ถอนใจเบาๆ และเตือนสติเสียงอ่อน

“แต่ร่างจิตของโยมไม่สมบูรณ์ มันมีแต่กิเลสและความชั่ว ปราศจากความดีและการยับยั้งชั่งใจ”

“แต่ มันมีพลังอำนาจพญาครุฑ แล้วผมจะใช้พลังนี้แย่งทุกอย่างที่ผมอยากได้ อย่างที่พญาสุบรรณทำในอดีตชาติ หลวงพ่ออย่าขวางผมเลยครับ ผมไม่อยากทำร้ายหลวงพ่อ”

สุบรรณโต้อย่างไม่กลัวเกรงแล้วผละจากไป เจ้าอาวาสส่ายหน้าปลงๆ มองตามด้วยแววตาสงบ

“กรรม...จะตัดกรรมได้ต้องหยุดก่อกรรมเท่านั้น”

ขณะ ที่สุบรรณร้อนรุ่มด้วยไฟความแค้น...เจ้าอุรคายืนมองแม่น้ำโขงอย่างเศร้า สร้อย เหนื่อยใจที่ต้องคอยหนี ตั้งใจยุติบ่วงกรรมและจบเรื่องทั้งหมดสักที ก่อนจะมีคนเดือดร้อนมากกว่านี้ เช่นเดียวกับภุชคินทร์...ขับรถจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าริมน้ำโขง สถานที่เจอกับเจ้าอุรคาเป็นครั้งแรกและพญานาคภุชเคนทร์จบชีวิต เสียงมือถือดังขึ้น ไพศิษฐ์โทร.มาถามด้วยความเป็นห่วง ภุชคินทร์บอกให้ถามจากพันเอกนรินทร์ ส่วนเขาต้องไปสะสางเรื่องราวในอดีต!

ด้าน ร่างจิตของสุบรรณ...ตามหาเจ้าอุรคาจนเจอ ปรากฏตัวพร้อมลมพายุและระลอกคลื่นรุนแรงในลำน้ำ เจ้าอุรคามองมาด้วยทีท่าสงบ ไม่แปลกใจและไม่คิดหนีเหมือนเคย สุบรรณยิ้มดีใจ คิดว่าหญิงสาวใจอ่อนแล้ว

“ไปกับเราเถอะอุรคาเทวี ไม่มีใครรักเจ้าเท่าเราอีกแล้ว ไม่ว่าจะกี่ภพชาติ เจ้าเป็นคนหรือพญานาค เราก็จะรัก”

“เรารู้ว่าท่านจริงใจแต่เราไม่เคยรักท่าน ไม่ว่าเมื่อก่อน ปัจจุบันหรืออนาคต ผู้เดียวที่เรารักคือภุชเคนทร์”

สุบรรณเลือดขึ้นหน้าด้วยแรงหึง ตวาดใส่เจ้าอุรคาอย่างโกรธจัด

“ทั้ง ที่มันอ่อนแอ ขี้ขลาด หวาดกลัวจนยอมสาบานไม่ขอเกิดเป็นพญานาคเพื่อหนีเรา มันไม่ได้คิดถึงเจ้าแม้แต่น้อย ในขณะที่เราเข้มแข็งกว่า มีความรักให้เจ้าแต่เพียงผู้เดียว ทำไมเจ้าถึงไม่รับรัก”

“คงเป็นเหตุผล เดียวที่ท่านไม่ยอมตัดใจจากเรา ท่านหาเหตุผลได้ไหมว่าทำไมต้องตามช่วงชิงเราจากภุชเคนทร์ ทั้งๆที่เราไม่เคยมีใจ ในขณะที่มีผู้หญิงมากมายพร้อมเป็นของท่าน แต่ท่านกลับไม่ต้องการพวกนาง”

สุบรรณสะอึก พูดไม่ออกเพราะรู้ดีแก่ใจ เจ้าอุรคาได้โอกาส พยายามเตือนสติเสียงนุ่ม

“ถ้าเราตั้งคำถามว่าทำไมกับความรัก มันคงไม่ใช่ ความรักที่แท้จริง รักมีไว้เพื่อรัก ไม่ได้มีไว้ครอบครอง”

“ก็ได้...เรายอมรับว่าไม่มีทางได้หัวใจของเจ้า แต่ถึงไม่ได้หัวใจ...เราก็ต้องได้ตัวเจ้า!”

สุบรรณประกาศกร้าวด้วยความริษยา ฉุดข้อมือเธอหวังลักพาตัว เจ้าอุรคาขัดขืน สุบรรณบอกว่าจะทำทุกอย่างให้ได้ตัวเธอ พญานาคสาวเดือดจัด คิดพ่นพิษใส่แต่คำพูดยมนาที่ให้รักษาศีลก้องในโสตประสาท ทันใดนั้น...ภุชคินทร์ปรากฏตัว ตวาดลั่นให้ปล่อยเจ้าอุรคา สุบรรณมองอย่างโกรธจัด...รนหาเรื่องจริงๆไอ้ภุชคินทร์!

ooooooo

หม่อมภาณีเครียดจัดเรื่องภุชคินทร์ ภิงคารรู้เรื่องทุกอย่างจากนารีวรรณ มาหาพี่สาวเพื่อปลอบให้ทำใจ หม่อมภาณีน้ำตาไหลพรากเพราะกลัวเสียลูกชาย ภิงคารส่ายหน้าน้อยๆ เตือนสติให้เข้มแข็งเพราะมีนารีวรรณและเรื่องอื่นๆในครอบครัวให้ดูแล หม่อมภาณีชะงัก ผ่อนท่าทีเพราะเริ่มคิดได้

เวลาเดียวกันที่ริมน้ำโขง...ภุชคินทร์จ้องหน้า

สุบรรณที่ยึดข้อมือเจ้าอุรคาไว้ สุบรรณยิ้มดูถูก ปรามาสพญานาคหนุ่มว่าไม่มีทางเอาชนะได้ทั้งในชาตินี้หรือชาติก่อน เจ้าอุรคาส่งสายตาอ้อนวอน ขอร้องให้หนีเพราะกลัวเขาเป็นอันตราย ภุชคินทร์ส่ายหน้าน้อยๆ พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง

“ผมไม่หนีไปไหนแล้วครับเจ้า ผมตั้งใจมาที่นี่เพื่อยุติกรรมทั้งหมด ผมต้องเอาชนะเขาให้ได้”

“กล้าขึ้นมาหน่อย ก็ได้...ฉันจะให้ของขวัญด้วยการยอมสู้กับแก”

ขาดคำสุบรรณก็พุ่งใส่ภุชคินทร์ด้วยความเร็วสูง ต่อยหน้าจนเลือดกบปาก เจ้าอุรคาชักยืนไม่ติดเพราะเป็นห่วงภุชคินทร์ ตะโกนขอร้องให้หยุดแต่ไร้ผล สุบรรณทำร้ายภุชคินทร์อย่างบ้าเลือด เจ้าอุรคาโมโหมาก ตั้งท่าจะกลายร่างเป็นพญานาคีเพื่อช่วยคนรัก ยมนาปรากฏตัวและรั้งไว้

“ภุชเคนทร์ต้องเป็นคนสะสางด้วยตัวเอง เจ้าไม่สังเกตเหรออุรคาเทวี ภุชเคนทร์สิ้นชีวิตที่นี่ จิตพญาครุฑของสุบรรณไม่ได้ออกจากร่างด้วยเหตุบังเอิญ แต่วงล้อแห่งกรรมหมุนมาที่เดิมให้ภุชคินทร์มีโอกาสแก้ตัว”

เจ้าอุรคาหน้าเจื่อน เห็นภุชคินทร์ล้มลงพื้นในสภาพเลือดโทรมกายก็แทบขาดใจ สุบรรณจิกหัวราชนิกุลหนุ่มขึ้นเหวี่ยงไปอีกทางด้วยพละกำลังมหาศาล ตะโกนไล่หลังอย่างหยิ่งผยอง

“แกไม่มีทางชนะฉันหรอก ไม่ว่าชาติก่อน ชาตินี้หรือกี่ภพชาติ แกก็ต้องแพ้...แพ้ฉันตลอดไป”

เจ้าอุรคาหน้าซีดเผือด เห็นภุชคินทร์นอนกระอักเลือดเหมือนในอดีต ตั้งท่าวิ่งไปหาแต่ยมนาห้ามไว้ เตือนสติให้นึกถึงการรักษาศีล เจ้าอุรคาร้อนรน ออกแรงขัดขืนเพราะกลัวชายหนุ่มจะถึงแก่ชีวิต สุบรรณแสยะยิ้มสะใจแล้วเบิกตาโพลง ภุชคินทร์ลืมตาเป็นประกายเรืองแสง ร่างของเขาลอยขึ้นกลางอากาศ เจ้าอุรคายิ้มทั้งน้ำตา ปลื้มใจที่คนรักค้นพบพลังจิตแห่งพญานาคา ยมนาเปรยกับสหายรักด้วยความยินดี

“เราบอกเจ้าแล้วว่าวงล้อแห่งกรรมหมุนมาเพื่อให้ภุชเคนทร์แก้ตัว มณีสวาททั้งสามให้พลังแก่เขาเพื่อการนี้”

ร่างภุชคินทร์ลอยกลับมายืนบนพื้นอย่างสงบ สุบรรณมองด้วยแววตาแข็งกร้าว ยิ้มเยาะและพูดยียวน

“จิตแห่งพญานาคแล้วไง ถึงยังไงพญานาคก็ไม่มีวันชนะพญาครุฑไปได้หรอก”

จบคำสุบรรณก็พุ่งทำร้าย แต่ครั้งนี้ภุชคินทร์หลบได้และสวนกลับอย่างแรงจนเลือดกบปาก ทั้งสองใช้พลังเหนือมนุษย์ขับเคี่ยวอย่างไม่มีใครยอมใคร สุบรรณกลายร่างเป็นพญาครุฑ ส่วนภุชคินทร์กลายเป็นพญานาค โรมรันพันตูจนภุชคินทร์เป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ ถูกจับหางฟาดกับพื้นบาดเจ็บสาหัส เจ้าอุรคาร้องไห้โฮด้วยความสงสารคนรัก อัญมณีทั้งสามค่อยๆลอยออกจากร่างพญานาคหนุ่ม ภุชคินทร์ฝืนความเจ็บ ลุกมานั่งสมาธิ ยมนายิ้มบางๆ ดีใจกับภุชคินทร์ที่ชาตินี้เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น อธิบายเจ้าอุรคาเสียงอ่อน

“พญานาคเอาชนะพญาครุฑไม่ได้ก็จริง แต่ไม่ใช่ในฐานะเจ้ากรรมนายเวร มณีสวาททั้งสามคือหลักฐานยืนยันในการกระทำโหดเหี้ยมของพญาสุบรรณ และมันกำลังย้อนไปหาผู้ก่อกรรมนั้นแล้ว”

อัญมณีทั้งสามค่อยๆเปล่งแสงลอยกลับเข้าปากภุชคินทร์ พญานาคหนุ่มลืมตาช้าๆ สุบรรณพุ่งเข้าหาแต่ไม่สามารถทำอะไรได้ โดนสวนกลับจนเริ่มบาดเจ็บ มากขึ้น ในที่สุดก็นอนกระอักเลือดจนลุกแทบไม่ไหว ตะโกนท้าให้ภุชคินทร์ลงมือฆ่า ยมนาเฝ้าดูเหตุการณ์ด้วยท่าทีสงบ เปรยกับภุชคินทร์เสียงเรียบ

“การล้างแค้นก็เหมือนเหล้า ยิ่งนานเท่าไหร่ก็ยิ่งรสดี โอกาสเป็นของท่านแล้ว หากท่านขังจิตของสุบรรณ กายหยาบของเขาก็ต้องทรมาน รับรู้ทุกอย่างแต่เคลื่อนไหวไม่ได้ ต้องรอท่านปลดปล่อย...สาสมกับที่เคยทำกับท่าน”

ภุชคินทร์มองสุบรรณนิ่ง ภาพความเลวร้ายในอดีตชาติหลั่งไหลเข้ามาในหัว ทั้งคำพูดเย้ยหยันและการกระทำอันโหดเหี้ยมของพญาสุบรรณ กำหมัดกัดฟันแน่นด้วยความแค้นแล้วค่อยๆคลายออก

“ฉันพอแล้ว...จะไม่ทำร้ายอะไรแกอีกแล้ว การทำแบบนั้นมีแต่จะผูกเวรกรรมไม่จบสิ้น ฉันมาที่นี่เพื่อหยุด ไม่ใช่ก่อกรรม เรื่องที่ผ่านมาทั้งหมด...ฉันอโหสิให้”

เจ้าอุรคากับยมนายิ้มด้วยความปลื้มใจที่ภุชคินทร์คิดได้ ร่างจิตของสุบรรณค่อยๆคลายความเจ็บปวด เจ้าอุรคามองอย่างสลดใจ เอ่ยปากด้วยความสงสาร

“เราก็อโหสิให้ท่านเช่นกัน ถึงเราไม่เคยรักแต่ก็ยอมรับในความรักที่มีให้เรา แม้จะเป็นความรักที่เห็นแก่ตัวและทำร้ายผู้อื่น ขอให้เราสิ้นเวรสิ้นกรรมแต่เพียงเท่านี้ เถอะพญาสุบรรณ”

สุบรรณยิ้มรับ จิตใจปลอดโปร่งอย่างประหลาด ค่อยๆเลือนร่างหายไป...กลับสู่กายหยาบเสียที

ooooooo

สุบรรณจากไปอย่างสงบเมื่อร่างจิตคืนสู่กายหยาบ ในที่สุดก็ได้รับการอโหสิจากภุชคินทร์กับเจ้าอุรคา ราชนิกุลหนุ่มทราบข่าวจากไพศิษฐ์ไม่นานจากนั้น เจ้าอุรคามีสีหน้าขรึมลงถนัดใจ ถามเสียงเศร้าว่าเขาจะเอายังไงกับชีวิตต่อจากนี้ ภุชคินทร์ยิ้มกรุ้มกริ่ม ขยับไปใกล้และจับมือเธอ

“เวรกรรมอาจจบแต่ความรักของเรายังไม่จบครับ ผมรู้สึกเหมือนเพิ่งเริ่มต้นด้วยซ้ำ”

“เราถามจริงๆนะ อย่าเพิ่งเล่นสิภุชเคนทร์”

“ก็เจ้าถามว่าผมจะเอาไงต่อ ผมก็ตอบตรงว่าจะสานต่อความรักของเรา แบบนี้เรียกว่าเล่นหรือครับ”

ภุชคินทร์กระเซ้าแล้วดึงเธอมากอดไว้ด้วยความคิดถึง พร่ำพรรณนาถึงความห่วงใยที่มีเมื่อหลายวันก่อน เจ้าอุรคายิ้มบางๆก่อนซบอกกว้าง สองหนุ่มสาวมองตากันหวานซึ้ง...หวังว่าคงไม่มีอะไรขวางทางรักอีก

ภุชคินทร์กลับกรุงเทพฯหลังจากนั้น แวะเยี่ยมนาถสุดาที่บ้าน ช่วยรดน้ำต้นไม้ระหว่างรอทานข้าวเย็น พันเอกนรินทร์ชวนไปงานเผาศพสุบรรณ ภุชคินทร์รับปากด้วยความเต็มใจ ถือโอกาสพูดเรื่องก่อนหน้านี้

“ผมขอบคุณนะครับที่ช่วยพูดกับคุณแม่ ถ้าไม่ได้คุณอา ผมอาจช่วยเจ้าไม่ทันแล้วคงไม่ได้สางเรื่องในอดีต”

“ไม่เป็นไรหรอกคุณชาย คนปล่อยวางและอโหสิคือคุณชาย เสียดาย...สุบรรณก็เกือบทำได้แต่สายเกินไป”

พันเอกนรินทร์เปรยเสียงเศร้า ภุชคินทร์หน้าขรึม เสียใจไม่น้อยที่ช่วยสุบรรณไม่ได้...

เวลาเดียวกันที่เฮือนภูจำปา...หม่อมภาณีตั้งใจไปหาเจ้าอุรคาเพื่อขอร้องให้เลิกยุ่งเกี่ยวกับภุชคินทร์

“ดิฉันรู้ว่าเจ้ากับคุณชายผูกพันกันมานาน แต่ชาตินี้เขาเป็นลูกชายดิฉัน บอกตรงๆนะคะถ้าเจ้าเป็นคนเหมือนกัน ดิฉันคงดีใจที่ได้เจ้าเป็นลูกสะใภ้ แต่นี่เจ้าไม่ใช่”

“แต่ดิฉันไม่เคยคิดร้ายกับคุณชายเลยนะคะ เราเพียงต้องการอยู่ด้วยกันเท่านั้น”

“แล้วเจ้าอยู่ร่วมกับมนุษย์ได้เหรอคะ หรือว่าต้องปิดๆบังๆ ดิฉันมีลูกชายคนเดียว...ตั้งความหวังไว้มาก เขาไม่เคยทำให้ผิดหวัง มีแต่นำความสุขและความภาคภูมิใจมาให้ แต่ตอนนี้เขาไม่สนใจอะไรนอกจากเจ้า”

หม่อมภาณีร้องห่มร้องไห้ ตัดพ้อต่อว่าพญานาคสาวอีกชุดใหญ่ เจ้าอุรคาหน้าเสีย รู้สึกผิดมาก มองหน้ามารดาคนรักด้วยความลำบากใจ...ไม่ว่าเลือกทางไหนก็ต้องมีคนเจ็บปวด

เย็นวันเดียวกัน...ภุชคินทร์มาหาเจ้าอุรคาที่เฮือน เหมือนเคย สวมกอดจากด้านหลังด้วยความสิเน่หา เจ้าอุรคาเล่าเรื่องหม่อมภาณีขอร้องให้เลิกกับเขาเพื่ออนาคต ภุชคินทร์อาสาพูดกับแม่ เจ้าอุรคายิ้มและบอกว่าไม่มีประโยชน์

“ดิฉันเห็นแก่ตัวมานานมากแล้ว เอาแต่คิดถึงความทุกข์ของตนฝ่ายเดียว ดื้อรั้นไม่ยอมรับความจริง ว่าคุณชายกับฉันอยู่คนละภพ ไม่มีทางครองคู่กันได้ ทำให้คนมากมายเดือดร้อน แม้แต่ชรายุก็ต้องมาตายเพราะฉัน”

“ทำไมพูดเหมือนจะยอมรับผิดคนเดียวแล้วทิ้งผมไปอย่างนั้นล่ะครับเจ้า ลืมความรักของเราแล้วหรือครับ”

“จะกี่อสงไขย ฉันก็ไม่ลืม แต่เราไม่ได้มีความรักอย่างเดียว ยังมีหน้าที่และความรับผิดชอบ โดยเฉพาะท่านคือคุณชายแห่งวังนาเคนทร์ มีหน้าที่ต่อวงศ์ตระกูลและบุพการี กลับไปทำหน้าที่นั้นให้สมบูรณ์เถอะค่ะ”

ภุชคินทร์หน้าซีดเผือด ตัดพ้อด้วยความน้อยใจว่าเธอไม่รัก เจ้าอุรคาฝืนยิ้มรับ เปรยเสียงอ่อน

“ความรักของฉันจะอยู่กับคุณเสมอ วันใดที่บุญเราเสมอกัน ก็จะอยู่ภพภูมิเดียวกันและครองคู่กันอีกครั้ง”

จบคำพญานาคสาวจุมพิตริมฝีปากเขาแผ่วเบา กล่าวอำลาด้วยน้ำตากลบหน้าแล้วค่อยๆเลือนร่างหายไป ภุชคินทร์สะเทือนใจมาก มองภาพเฮือนภูจำปากลายสภาพเป็นป่ารกชัฏอย่างเดียวดาย

ooooooo

ภุชคินทร์เสียใจเรื่องเจ้าอุรคาจนไม่เป็นอันทำอะไร หม่อมภาณีเครียดตามลูก ปรึกษาน้องชายเรื่องทาบทามเฟื่องวลี ภิงคารทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก บอกว่าคงไม่ทันการณ์เพราะหญิงสาวเพิ่งรู้ตัวตั้งท้องไม่กี่วันก่อน นารีวรรณเห็นใจแม่ หนักใจไม่แพ้กันเพราะไม่รู้จะช่วยภุชคินทร์อย่างไรดี

ขณะที่ภุชคินทร์ตรอมใจ...ไพศิษฐ์วางแผนขอนาถสุดาแต่งงานที่ร้านอาหารสุดโรแมนติก ผู้กองหนุ่มแกล้งปลีกตัวไปจับผู้ร้ายและย้อนกลับมาพร้อมเซอร์ไพรส์ คุกเข่าสวมแหวนให้เธอ

“ตั้งแต่ตอนนาถโคม่า ผมกลัวมาตลอดว่าจะสูญเสียนาถไป ผมไม่อยากรู้สึกแบบนั้นอีก ให้โอกาสผมปกป้องและดูแลนาถนะครับ แต่งงานกับผมนะ”
นาถสุดาทั้งปลื้มและอายแต่ก็ตอบตกลง ไพศิษฐ์ดีใจสุดๆ ลุกขึ้นกอดแฟนสาวอย่างยินดี...

ฟากภุชคินทร์นอนฝันถึงเจ้าอุรคาเหมือนหลายคืนที่ผ่านมา เห็นตัวเองเดินท่ามกลางสวนสวย อดยิ้มด้วยความพอใจไม่ได้ เขากอดพญานาคสาวไว้ในอ้อมแขนแน่นด้วยความคิดถึง มองบรรยากาศรอบตัวและขอมาอยู่ร่วมกับเธอ เจ้าอุรคาขรึมลง ปฏิเสธและอธิบายเสียงอ่อน

“ผู้ที่อยู่ที่นี่ได้ต้องทำหน้าที่ของตนให้สมบูรณ์เท่านั้น เรารู้ว่าท่านคิดถึงเรา แต่การที่ท่านเอาแต่คิดถึงจนไม่ยอมทำอะไรเป็นการละเลยต่อหน้าที่ ทั้งในฐานะลูกและในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง”

เจ้าอุรคาเจ็บช้ำไม่น้อยที่พูดตรงๆแต่พยายามข่มใจ ตัดสินใจพูดต่อเมื่อเห็นเขาผ่อนท่าที

“เรารักท่านแต่ก็มีหน้าที่ ท่านเองก็เช่นกัน หากยังเป็นเช่นนี้ เราสองคนจะยิ่งห่าง ไม่มีวันได้อยู่ร่วมกันอีก”

ภุชคินทร์หน้าเสีย เจ้าอุรคาจับมือเขาอย่างให้กำลังใจ...เชื่อว่าต้องทำได้แน่ ราชนิกุลหนุ่มสะดุ้งตื่นกลางดึก ทบทวนความฝันทั้งหมดก่อนลุกขึ้นนั่ง สัญญากับตัวเองว่าจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเสียที

ooooooo

หม่อมภาณีกับนารีวรรณกลุ้มเรื่องภุชคินทร์ที่จมปลักกับความรักจนไม่ยอมทำงาน ทานข้าวเช้าด้วยความเซ็งแล้วตาโต เห็นภุชคินทร์ในชุดสูท ถือกระเป๋าเอกสารเตรียมไปทำงาน เปรยเหมือนไม่เคยมีเรื่องเศร้าว่ากลัวโดนไล่ออก หม่อมภาณีตกตะลึง ภุชคินทร์ยิ้มบางๆ พูดเสียงอ่อน

“คุณแม่ไม่ได้ฝันหรอกครับ งานนี้ผมเป็นคนเลือกเอง ผมไม่ทำให้ทุกคนผิดหวังหรอกครับ”

จบคำก็ยกกระเป๋าออกจากบ้าน สองแม่ลูกจับมือกันด้วยความดีใจ...ในที่สุดภุชคินทร์ก็กลับมาเหมือนเดิม

วันเวลาผ่านไปสิบสองปี...ภุชคินทร์ทำงานในรัฐบาลจนมีโอกาสก้าวสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ชายหนุ่มปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตั้งใจเกือบครบวาระ กองทัพนักข่าวดักรอหน้าห้องจัดงานเลี้ยงโรงแรม รุมล้อมสัมภาษณ์จนไพศิษฐ์กับคณะเจ้าหน้าที่ติดตามต้องคอยกัน บรรดานักข่าวไม่ย่อท้อ เบียดเสียดกันตั้งคำถาม

“ท่านนายกฯคะ ข่าวที่ว่าท่านจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งอีกแล้ว จริงหรือเปล่าคะ”

กองทัพนักข่าวส่งเสียงเซ็งแซ่ด้วยความอยากรู้ ภุชคินทร์ยืนสงบนิ่งและเปรยด้วยรอยยิ้มน้อยๆเหมือนเคย

“ก็อย่างที่ทุกคนทราบนะครับ ผมบริหารประเทศจนครบวาระในอีกไม่กี่วัน มีหลายเสียงอยากให้บริหารต่อ ผมขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ แต่ผมขอยืนยันว่าจะไม่ลงสมัครอีก และจะไม่ยุ่งเกี่ยวการเมือง เปิดโอกาสให้คนใหม่ๆบ้าง”

คำให้สัมภาษณ์ของภุชคินทร์เรียกเสียงฮือฮาจากกองทัพนักข่าว วิ่งตามนายกฯหนุ่มติดๆเพื่อถามถึงสาเหตุ แต่ไม่ทัน ภุชคินทร์มาขึ้นรถที่ลานจอดโรงแรม มองกลุ่มเจ้าหน้าที่ติดตามยืนล้อมรถเขาอย่างระแวดระวังแล้วอ่อนใจ พูดกับไพศิษฐ์ที่พูดจามีพิธีรีตองกับเขาด้วยความหมั่นไส้

“เลิกเรียกว่าท่านเถอะ ทนฟังมาหลายปีแล้ว... รำคาญว่ะ แล้วไม่ต้องแห่มาเป็นขบวนนะ อยากเป็นส่วนตัว”

“เออๆ ไม่มีบอดี้การ์ดก็ได้ แต่ยังไงแกก็ต้องไปกับฉัน โอเคไหม”

“ครับท่านผู้กำกับ...ไปครับไป ยังพอมีเวลาเหลือไหม ฉันอยากแวะที่อื่นก่อน”

ภุชคินทร์พูดเสียงเรียบแล้วก้าวขึ้นรถ ไพศิษฐ์มองตามด้วยความแปลกใจ...เพื่อนรักอยากไปไหน

ooooooo

ภุชคินทร์ยืนมองคลองแถบชานเมืองด้วยท่าทีสงบ จิตใจปลอดโปร่งอย่างประหลาด ไพศิษฐ์ถามเรื่องลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ภุชคินทร์ตั้งท่าจะตอบแล้วชะงัก ได้ยินเสียงชาวบ้านตะโกนโหวกเหวก ตัดสินใจวิ่งไปดู เห็นรอยเท้าพญานาคขนาดใหญ่ หน้าขรึมลงถนัดใจ...สังหรณ์ว่าคงถึงเวลาเปลี่ยนแปลงบางอย่าง

ภุชคินทร์ฝันถึงเจ้าอุรคาคืนเดียวกันนั้น...ทักทายด้วยสีหน้ายิ้มแย้มหลังจากไม่ได้พบเธอมานาน

“งานผมกำลังจะจบ ผมคิดว่าในฐานะมนุษย์ การได้เกิดมาและช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสกว่า ด้วยความซื่อสัตย์ น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับหน้าที่ต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน”

“ค่ะ...พอแล้ว แต่ยังมีเรื่องอื่นที่ท่านต้องทำอีก เพื่อให้บุญของเราเสมอกัน”

“ผมทราบครับ ตั้งแต่เห็นรอยพญานาค ผมก็รู้แล้วว่าเวลาที่เราสองคนจะครองคู่ใกล้เข้ามาแล้ว ต่อไปนี้ผมจะหยุดทำบาปและสั่งสมบุญ การรอคอยของเราจะได้สิ้นสุดเสียที”

เจ้าอุรคายิ้มรับ สองหนุ่มสาวกอดกันด้วยความรักเต็มเปี่ยม...อีกไม่นานจะได้อยู่ด้วยกันสักที

ภุชคินทร์ตัดสินใจบวชเพื่อสร้างบุญบารมี รีบแจ้งข่าวดีกับแม่ หม่อมภาณีตื่นเต้นแล้วชะงัก ได้ยินลูกชายบอกจะบวชตลอดชีวิต ตัดพ้อต่อว่าลูกชายด้วยความน้อยใจที่ฝังใจเรื่องเจ้าอุรคา

“ชายอย่าเอาบุญกุศลมาอ้าง แม่รู้ว่าชายยังไม่ลืมเจ้าอุรคา ชายถึงไม่ยอมมีใคร แล้วนี่ก็จะหนีแม่ไปบวชอีก จะสั่งสมบุญให้ได้ใกล้ชิดเจ้าอุรคาใช่ไหม”

“แล้วมันผิดเหรอครับที่ผมรักเจ้าอุรคา ในเมื่อที่ผ่านมาผมก็ทำทุกอย่างที่ควรทำ ทั้งในฐานะลูกและมนุษย์ ชีวิตที่เหลืออยู่ผมขอทำตามหัวใจตัวเองในฐานะผู้ชายที่รักผู้หญิงคนหนึ่งสุดหัวใจบ้างเถอะครับ”

หม่อมภาณีรับฟังอย่างหนักใจ รู้ว่าไม่มีทางขัดขวางลูกชายได้อีก พยักหน้ายินยอมทั้งน้ำตา ภุชคินทร์ยิ้มบางๆ ก้มลงกราบเท้าแม่ด้วยความซึ้งใจ

ภุชคินทร์เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดธาตุพนมสองสามเดือนหลังจากนั้น ท่ามกลางความปลื้มปีติของทุกคน โดยเฉพาะเจ้าอุรคาที่กลายร่างเป็นมนุษย์มาใส่บาตรพระหนุ่มทุกวัน...เวลาผ่านไปราวสองปี หม่อมภาณีฝันถึงลูกชายในสภาพก่อนบวช ยิ้มรับอย่างยินดีเพราะนึกว่าเขาสึกแล้ว ภุชคินทร์มีสีหน้าขรึมลง ก้มลงกราบแทบเท้าและกล่าวอำลา

“ผมต้องไปเพราะหมดเวลาของผมแล้ว แต่คุณแม่ไม่ต้องห่วง ผมจะคอยปกป้องคุ้มครองทุกคนตลอดไปครับ”

จบคำภาพภุชคินทร์ก็หายไป หม่อมภาณีสะดุ้งตื่นกลางดึก ทบทวนความฝันแล้วสังหรณ์ใจไม่ดี ตัดสินใจชวนนารีวรรณไปหาพระภุชคินทร์แต่เช้า เจ้าอาวาสมองสองแม่ลูกด้วยความเวทนา แสดงความเสียใจที่มาถึงช้าไป หม่อมภาณีร่ำไห้ เห็นรอยเท้าพญานาคเลื้อยจากกุฏิ รู้ว่าพระลูกชายมรณภาพไปเกิดเป็นพญานาคสมที่รอมานาน

ภุชคินทร์ปรากฏตัวอีกครั้งที่ริมโขง สวมกอดเจ้าอุรคาที่ยืนรออยู่แล้วด้วยความคิดถึง สองหนุ่มสาวจูงมือกันลงแม่น้ำ กลายร่างเป็นพญานาคว่ายน้ำคลอเคลียกันอย่างมีความสุข

ooooooo

–อวสาน–


ละครมณีสวาท ตอนที่ 14(ตอนจบ) อ่านมณีสวาท ติดตามมณีสวาท ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย 4 มี.ค. 2556 08:19 2013-03-06T02:27:55+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ