ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ลูกผู้ชายไม้ตะพด

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อบเชยทำกับข้าวอยู่ที่บ้าน รู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆเป็นห่วงไม้ขึ้นมา ใจหนึ่งไม่อยากสนใจ แต่พอจานหลุดมือแตก ทำให้กังวล ทิ้งศรนารายณ์นอนอยู่บ้านวิ่งออกไปที่อู่ทันที

ไม้พยายามต่อสู้กับทิวา ปล่อยหมัดทุกท่วงท่าที่ร่ำเรียนมา แต่ก็สู้ไม่ได้ ไม้พลาดท่าโดนเหยียบยอดอก บังคับให้บอกว่าร่มอยู่ที่ไหน ไม้ไม่พูด สักเข้าไปล็อกตัวเจ๊กีเอาเฟืองรถจี้คอเป็นตัวประกัน เจ๊กีร้องว่าร่มอะไรไม่รู้เรื่อง ไกรเป็นห่วงแม่มากยอมบอกว่าร่มอยู่ที่วัด ไม้ห้ามไม่ทัน

สักยังมันมือ “ไหนๆก็ไหนๆเชือดอีนี่เล่นหน่อยไม่ดีรึไง”

“ก็แล้วแต่แก” ทิวาบอก

ไกรร้องห้าม พลันลูกผู้ชายปรากฏตัวขึ้น เตะสักและหักข้อมือจนอาวุธร่วง แถมสั่งสอน

“จะทำอะไรให้มันสมกับที่เกิดมาเป็นลูกผู้ชายหน่อย”

ว่าแล้วลูกผู้ชายก็วาดลวดลายด้วยท่ากรงเล็บพยัคฆ์เพียงท่าเดียว จัดการพวกสักและทิวาได้หมดและยังสั่งสอนทิวา ว่าเพิ่งหัดมวยอย่ารีบทำตัวเป็นนักเลง ทิวาโต้ว่า คนที่เอาแต่หลบซ่อนใต้หน้ากาก ไม่มีสิทธิ์มาสั่งสอนตน เขาก็แค่คนมีอาวุธดีเท่านั้น วันหนึ่งตนจะชนะให้ได้

“ฉันจะรอวันนั้น พวกแกกลับไปให้หมด แล้วอย่าเที่ยวมารังแกคนไม่มีทางสู้อีก”

ชาญสะอึกที่ถูกหาว่าเป็นคนไม่มีทางสู้ ทิวาสั่งพวกสักให้กลับ ชาญกับไม้ขอบคุณลูกผู้ชายอย่างชื่นชมก่อนเขาจะกลับไป อบเชยวิ่งหน้าตื่นเข้ามา สวนกับทิวา เขาไม่วายยิ้มเยาะ

“จะมาเชียร์เหรอ เสียดายนะ มาไม่ทัน ฉันว่าเธอเลิกสนใจคนอ่อนแอแบบนั้นเถอะ ฉันน่ะดีกว่ามันเป็นไหนๆ”

“ไม่มีวันหรอก”

“ไม่มีวันเหรอ คอยดูก็แล้วกัน” ทิวาไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ

อบเชยไม่สนใจวิ่งเลยไปดูไม้ ชาญกับไม้กำลังซักถามไกรว่าไปฝึกท่าของลูกผู้ชายมาจากไหน ไหนว่าสู้ใครไม่เป็น ไกรบอกพระธุดงค์สอนตอนบวชเป็นเณร ตนไม่เคยใช้เลย

“บ๊ะ เองนี่มันมีอะไรมาให้ข้าตื่นเต้นได้ตลอด” ชาญทึ่ง

ไม้ถามไกรว่าเคยบวชเณรด้วยหรือ ไกรพยักหน้า ชาญเห็นอบเชยวิ่งเข้ามาก็แซวไม้ว่ามีคนมาดูใจตลอด ไม้เอาศอกกระทุ้งชาญแก้เขิน อบเชยมองไม้อย่างเป็นห่วง ไม้พูดดักคอว่าตนไม่เป็นอะไร อบเชยหมั่นไส้เลยหันไปหาไกรแทน

“คุณไกรเป็นอะไรมากรึเปล่า ฉันเป็นห่วงแทบแย่”

ชาญสะกิดไม้ว่าเก้อเลย ไม้หน้าเสียมองอบเชยที่สนใจแต่ไกรกับเจ๊กี เมฆขับรถเข้ามาจอด เด็กในอู่เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง...กลับบ้าน เมฆต่อว่าไม้ทำไมไม่บอกทิวาไปว่าร่มอยู่ไหนปล่อยให้มีเรื่องก่อน ไม้อ้างว่าตนไม่อยากให้ทิวาไปวุ่นวายที่วัด เมฆไม่อยากเชื่อ ไม้สารภาพ

“ฉันก็ไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกัน รู้สึกว่าร่มนั่นมันทำให้รู้สึกแปลกๆ...จริงๆก็อธิบายไม่ถูก มันเหมือนไม่อยากให้มันไปเป็นของใคร อยากให้เป็นของเรา คล้ายๆ แบบนั้น”

“มันเป็นร่มอะไรกันนะ มันทำให้คนต้องยอมเจ็บตัวเพื่อมันขนาดนี้เลยเหรอ” เมฆสงสัย

ไกรเองก็สงสัย จึงมาดักถามชาญถึงอาวุธที่ลูกผู้ชายใช้ ชาญตอบว่าคือไม้ตะพดที่ไกรเคยเล่าตำนานให้ฟังนั่นแหละ ไกรไม่อยากเชื่อว่ามีจริงแต่ในตำนานเล่าว่ามีสองอัน อีกอันอยู่ที่ไหน

“ข้าจะไปตรัสรู้ได้อย่างไร ตัวเองยังเอาไม่รอดเลย นี่วันหลังสอนข้ามั่งสิ ไอ้ท่ากรงเล็บพยัคฆ์ของลูกผู้ชายน่ะนะ” ชาญขอร้องแล้วนึกขึ้นได้ว่าร่มที่ว่าถ้าเป็นไม้ตะพดอีกอันค่อยน่าแย่งกัน

ชาญพูดจบเดินจากไป ไกรยืนคิดถึงอดีตที่พระพม่า สอนเขาฝึกท่ากรงเล็บพยัคฆ์ เป็นท่าของอาจารย์ปู่ของท่านซึ่งเป็นฤาษีอยู่ในป่า ทำให้ต้องมีวิชาไว้ป้องกันตัวจากอันตรายของป่า “เจ้าฝึกไว้ป้องกันอันตรายนะ ท่านี้จำเป็นต้องใช้กับไม้ แต่ไม้มันหายสาบสูญไปนานแล้วล่ะ”

ไกรพึมพำว่านี่เป็นเรื่องจริงหรือ...ขณะเดียวกัน ทิวายกพวกมาค้นที่กุฏิ หลวงพ่อปรามว่า แค่ร่มทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ และบอกว่าร่มถูกเก็บไว้ในโบสถ์ ทิวาให้สมุนไปค้น ปรากฏว่าร่มหายไปแล้ว ทิวาหาว่าท่านโกหก หลวงพ่อว่าตนเป็นพระจะทำผิดศีลได้อย่างไร...

อบเชยกลับมาบ้านเห็นพ่อหายไป นั่งรอสักพัก ศรนารายณ์เดินยิ้มเข้ามา อ้างว่าไปเดินสูดอากาศ อบเชยบ่นเพราะร่มบ้านั่นทำให้พ่อทำร้ายตนกับไม้ และคิดว่ามันต้องถูกทำของไว้แน่

ooooooo

พันเทพหงุดหงิดเรื่องหาร่ม ราตรีรู้ว่าพ่อกังวลจึงแนะให้ไปหาหมอดู พันเทพไม่ค่อยเชื่อถือแต่ก็จะลองดู ให้ราตรีไปเป็นเพื่อน...สองพ่อลูกมาที่สำนักหมอคม ไม่ทันพูดอะไรหมอคมก็ทักว่ามาหาของที่หายหรือ สองพ่อลูกมองหน้ากันงงๆ หมอคมนั่งทางในเห็นที่แห่งหนึ่งเต็มไปด้วยควัน มีเสียงค้างคาวและเสียงเวตาลเรียกหาเลือดๆ สองพ่อลูกรอฟังใจจดใจจ่อ

“เป็นยังไงบ้าง” พันเทพถามเมื่อเห็นหมอคมลืมตาขึ้น

“มองไม่เห็น มืดไปหมด แปลกมาก”

ราตรีบ่นแล้วจะทำอย่างไร หมอคมว่า ถ้าไปหามันไม่ได้ก็ให้มันมาหาแทน หมอคมสั่งไปหาเลือดมา ราตรีตกใจ หมอคมรีบบอกว่า เลือดเป็ดเลือดไก่อะไรก็ได้ พันเทพเข้าใจดี ใช้ลูกสาวไปหาซื้อที่ตลาดมาโดยเร็ว ราตรีหน้าง้ำหน้างอลุกออกไป...

เมฆกับเด็กรถช่วยกันจัดเก็บข้าวของที่โดนรื้อค้น ไม้ตามจันทร์มาช่วยอีกแรง จู่ๆศรนารายณ์เดินตาลอยมา จะเล่านิทานให้ทุกคนฟัง จันทร์ถามว่านิทานอะไร เขาบอกว่านิทานเวตาล ไม้รู้สึกว่าอาการศรนารายณ์ยังไม่ดี ทำไมอบเชยไม่ดูแล จันทร์ขำนี่หรือลูกผู้ชายของไม้

อบเชยจามเสียงดังในตลาด เชื่อว่ามีคนนินทา พลันราตรีเดินทำท่าทางขยะแขยงเข้ามา อบเชยแขวะ เป็นผู้ดีมาจ่ายตลาดเองเลยหรือ ราตรีมองเหยียดๆ

“นอกจากสกปรกแล้ว ยังต้องมาเสวนากับพวกคนชั้นต่ำอีก”

“เฮ้ย...ว่าใครชั้นต่ำ”

“คนที่มาคุยกับฉันก็มีแต่เธอคนเดียว ฉันจะว่าใครอีกล่ะ”

“ปากยังงี้เดี๋ยวก็โดนตบเหมือนวันก่อนหรอก”

“ฉันเนี่ยนะโดนเธอตบ ประสาท ฉันไม่เสียเวลามาคุยกับคนบ้าๆอย่างเธอหรอก ฉันรีบ”

อบเชยฉุนที่ทำเป็นจำไม่ได้ ดึงแขนราตรีไว้หาว่าทำแอ๊บอ่อนแอต่อหน้าคนอื่น ตนจะหาหลักฐานไปแฉให้ไม้รู้ ราตรีหัวเราะสะบัดแขนออกและว่า ตนไม่รู้เรื่องที่พูดถึง แต่จะบอกเอาบุญว่าไม่มีผู้ชายคนไหนเลือกผู้หญิงบ้านๆอย่างเธอ และถ้าตนจะเอาไม้ขึ้นมาจริงๆเธอก็สู้ไม่ได้ อบเชยเจ็บใจ โมโหที่ไม้มาหลงผู้หญิงแบบนี้ได้อย่างไร

ระหว่างนั้น ไม้กับจันทร์มาหาหลวงพ่อที่วัด จึงรู้ว่าร่มหายไป ไม้เชื่อว่า ศรนารายณ์คงมาขโมยกลับไป ทั้งสองจึงมาที่บ้านอบเชย เห็นบ้านใส่กุญแจ แต่เมื่อมาแล้วต้องเข้าไปค้นดู จันทร์เองก็อยากรู้ว่าร่มนั่นวิเศษขนาดไหน จึงใช้ลวดไขกุญแจเข้าไป ไม้ทึ่งกับความสามารถของเพื่อน

ที่สำนักหมอคม พันเทพกับราตรีนั่งมองหมอคมทำพิธี โดยมีชามเลือดวางอยู่ข้างหน้า หมอคมหยิบตุ๊กตากุมารทองไม้ออกมา จุ่มเท้าลงไปในเลือดแล้วชูขึ้น สั่งให้นำทางไป...

อบเชยเดินออกมาจากตลาดเห็นพันเทพกับราตรี เดินตามหมอคมที่เปลือกตามีเลือดแต้มอยู่ อบเชยแกล้งเข้าประกบราตรี แขวะ “ไงจ๊ะแม่ชนชั้นสูง เรียนจบไสยศาสตร์มาเหรอจ๊ะ เรียนเมืองไทยก็ได้ ไม่เห็นต้องไปเมืองนอกเลย”

ราตรีอายแก้ตัวว่า ตนแค่มาเดินเป็นเพื่อนพ่อพันเทพ เอ็ด อบเชย ถ้าพบร่มอยู่ที่บ้านเธอตนเอาเรื่องพ่อเธอถึงตาย อบเชยใจเสีย แต่ยังยันว่าไม่มี หมอคมสัมผัสได้ว่าเธอเกี่ยวข้อง อบเชยปัดว่าไม่รู้เรื่องอย่ามามั่ว หมอคมจะทดสอบ อบเชยหลบหลีกออกมาได้ ในใจเริ่มกังวล กลับถึงบ้านเห็นประตูเปิดอยู่คิดว่าพ่อกลับมาแล้ว ไม้กับจันทร์ค้นจนเจอร่มซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้า พอได้ยินเสียงนึกว่าศรนารายณ์กลับมา ทั้งสองรีบเข้าไป หลบในตู้เสื้อผ้า ไม้กำร่มไว้อย่างกลัวจะ เสียมันไป เสียงค้างคาวแว่วมาชวนน่าขนลุก ร่มขยุกขยิกกระแทกฝาตู้

“ไอ้ไม้แกจะยุกยิกทำไมเนี่ย”

“ข้าไม่ได้ทำ ร่มมันทำ” ไม้กระซิบ

อบเชยได้ยินเสียง รีบไปคว้ามีดในครัวมาร้องขู่ว่า ใครอยู่ในตู้ให้ออกมา ไม่อย่างนั้นจะแทงเข้าไป จันทร์ถีบประตูโครมออกมาด้วยความกลัว ไม้ยิ้มแหะๆ อบเชยเห็นร่ม ในมือไม้ก็ตกใจเอากลับมาทำไม ไม้รีบบอก

“อาศรแอบไปขโมยกลับมานะสิ ฉันเลยจะเอากลับไป”

“แย่แล้ว ร่มอยู่ที่นี่ ไอ้พันเทพก็อาจกำลังมาที่นี่น่ะสิ ซวยแล้ว พวกมันเล่นงานหนักแน่”

จันทร์แปลกใจว่าอะไรกันนักหนา  ไม้ให้จันทร์ไปดูลาดเลา ไม่ทันจะออกไป จันทร์เห็นพวกพันเทพเดินมา อบเชยจึงพาทั้งสองโดดหนีออกทางหลังบ้าน ไม้ถือร่มอยู่จึงเสียหลักล้มไปทับอบเชย ทั้งสองสบตากันอึ้งๆ จันทร์ทนไม่ไหว

“จะโรแมนติกอีกนานมั้ย เดี๋ยวเขาก็จับได้กันพอดี”

ทั้งสองผละออกจากกัน ไม้สำรวจร่ม จันทร์เตือนให้รีบหนีก่อน พันเทพถามหมอคมเชื่อได้อย่างไรว่าร่มอยู่แถวนี้ หมอคมเอาเลือดป้ายตาพันเทพ ทำให้เขามองเห็นรอยเท้าสีเลือดของกุมารทอง รอยเท้ามุ่งไปหน้าบ้านศรนารายณ์แล้วหยุด พอดีเมฆกับศรนารายณ์กลับมา

“นี่มันอะไรกันเนี่ย จะมาทำพิธีอะไรหน้าบ้านฉัน” ศรนารายณ์โวย

พันเทพตรงเข้าชกหน้าศรนารายณ์ที่บังอาจขโมยร่มไป ศรนารายณ์ปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ได้เอาไป พันเทพจะเข้าไปค้น หมอคมโพล่งขึ้นว่า ร่มไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว...

อบเชยให้ไม้โยนร่มทิ้งไว้ที่กองขยะ ไม้ตัดใจจะโยน จันทร์เห็นด้ามร่มมีไม้โผล่ออกมา

“แกนในมันเป็นไม้ด้วยเหรอ นี่ไม้อะไรเนี่ย หอมจัง” จันทร์กับไม้สำรวจกันใหญ่

“จะไม้อะไรจะต้องไปสนใจทำไม มันมาโน่นแล้ว” อบเชยโวย

ไม้ลังเลไม่ยอมโยนทิ้ง จนพวกพันเทพมาทัน “ไอ้เด็กขี้ขโมย เอาคืนมา”

พันเทพตกใจเมื่อเห็นชัดว่าเป็นไม้ เขาแย่งร่มคืนมาได้ ราตรีร้องบอกให้จับส่งตำรวจ พันเทพห้าม สั่งทุกคนกลับ ไม้มองตามอย่างอาลัยอาวรณ์ อบเชยแขวะ อาวรณ์ร่มหรือคนกันแน่...

“ดูแกอยากได้ไม่น้อยไปกว่ามันเลยนะ...กลิ่นหอมของไม้เมื่อกี้ มันติดจมูกจัง” จันทร์บ่น

“เป็นอะไรกันเนี่ยสองคนนี้” อบเชยชักรำคาญ

ไม้ว่าร่มนั่นทำให้เขารู้สึกประหลาด อบเชยว่ามันเกือบทำให้พ่อตนเป็นบ้า จันทร์ยังพร่ำเพ้อถึงกลิ่นหอม...กลับมาบ้าน เห็นศรนารายณ์รื้อค้นหาร่ม อบเชยบอกว่าตนคืนเจ้าของไปแล้วและต่อว่าที่ไปขโมยจากวัดมาอีก ศรนารายณ์ฮึดฮัดเสียดาย เมฆเตือนเอาของคนอื่นมามันไม่ดี

ooooooo

คืนนั้น ไม้นอนไม่หลับ กระสับกระส่ายคิดถึงร่ม เขาถามเมฆว่าถ้ามีของวิเศษในมือ ชีวิตเราจะเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน เมฆสอนลูก เป็นอย่างที่เราเป็นน่ะดีที่สุดแล้ว อย่างอื่นใช้ฝันเอา

ในคืนเดียวกัน ทิวาไม่รู้จะบอกพันเทพอย่างไรดีว่ายังหาร่มไม่เจอ เผอิญได้ยินราตรีถามพันเทพว่า ทำไมไม่เคยถ่ายรูปคู่กับทิวา ไม่เคยแม้แต่อุ้มด้วยซ้ำ แถมให้ตนกับแพรวาไปเรียนต่อเมืองนอก แต่ทิวากลับจมปลักอยู่ที่นี่ พันเทพปฏิเสธว่าไม่ได้คิดอะไร ทิวาได้ยินแล้วน้ำตาคลอเข้าห้องมาครุ่นคิด ว่าขนาดตอนเด็กเขาหกล้มพ่อยังไม่เคยปลอบสักครั้ง

วันต่อมา เต็กกง เจ้าของรถปรับอากาศ ที่อยากได้ สัมปทานทั้งของเจ๊กีและของพันเทพมาขอเจรจาซื้อกิจการเจ๊กี แต่เธอปฏิเสธและขออย่ามารบกวนอีก เต็กกงเจ็บใจ มาพบพันเทพเพื่อเจรจาขอซื้อสัมปทาน เพราะพันเทพกำลังลงสมัคร ส.จ.ไม่ควรมีธุรกิจในมือ พันเทพหัวเราะ

“หึๆขอบคุณที่เป็นห่วง กลับไปดูแลกิจการรถปอ.ของคุณเถอะ อย่ามาล้ำเส้นกัน ไม่งั้นจะหาว่าผมไม่เตือน”...ทำเอาเต็กกงฮึดฮัดกลับไป

วันนี้ ไม้มาช่วยไกรทำความสะอาดห้องสมุดในบ้าน ปัดฝุ่นหนังสือทุกเล่ม และไม้ก็เจอหนังสือปกทำด้วยหนังเสือ ไกรบอกว่าเขาได้จากพระพม่าที่สอนท่ากรงเล็บพยัคฆ์

“งั้นคุณไกรก็คือเณรที่หลวงพ่อบอกว่าคัดหนังสือตำนานไม้ตะพดจากคัมภีร์ใบลาน”

ไกรพยักหน้ารับ ไม้อุทาน หาแทบแย่ที่แท้ก็อยู่ใกล้ตัว ไม้ขอยืมหนังสือไปอ่าน ไกรบอกว่าหนังสือขาดหายไปบางส่วน อ่านได้ความอย่างไรมาบอกตนด้วย มันเป็นปริศนามานานแล้ว

ไม้เอาหนังสือกลับมาอ่าน แค่ข้อความ...เมื่อนำพาสองสิ่งมาประจักษ์ จะกักเก็บพละ...ไม้ก็งงแล้วว่าสองสิ่งคืออะไร ไม่ทันไร สมุนพันเทพมาเรียกเก็บค่าคุ้มครองเด็กที่โรงน้ำแข็ง ไม้ออกมาช่วยเกือบโดนฟาดด้วยด้ามปืน พอดีพันเทพมาขวาง แปลกใจที่ไม้อยู่ที่นี่ ไม้โวย

“ไอ้พันเทพ นี่แกจะทำเลวไปถึงไหน แกเก็บค่าคุ้มครองคนในตลาดไม่พอ คนทำมาหากินในอำเภอ แกยังจะทำอีกเหรอ ใจแกทำด้วยอะไร”

สมุนจะเข้าซัดไม้ พันเทพห้ามไล่ให้ออกห่าง และบอกไม้ว่าตนไม่ทำร้ายเขาหรอก แต่อยากจะเตือนว่าให้พ่อสอนมวยบ้าง ไม้โต้พ่อตนขาเป๋ไม่สู้ใคร พันเทพหัวเราะสงสัยต้องให้เมฆโชว์อะไรสักหน่อย...

เมฆเดินกลับบ้าน มีคนวิ่งมาบอกว่าไม้โดนจับแช่แข็งที่โรงน้ำแข็ง เมฆรีบไปเห็นไม้ถูกมัดแช่ในเครื่องทำน้ำแข็ง ท่าทางหนาวสั่น เมฆจะเข้าช่วยลูก แต่ถูกพันเทพขวาง

“ฉันอยากรู้ ว่าแกจะปกปิดฝีมือไว้ แล้วยอมให้ลูกตัวเองต้องตายรึเปล่า”

พันเทพพยายามซัดเมฆ เขาหลบหลีกได้ทุกหมัด จนเข้าไปปิดเครื่องได้ แล้วดึงไม้ขึ้นมา เมฆปลุกไม้ให้รู้สึกตัว พันเทพเยาะ

“ฝีมือแกไม่ธรรมดาเลยไอ้เมฆ อาจดูเหมือนคนไม่เป็น แต่คนเป็นมวยทุกคนดูออก ว่าจริงๆการต่อสู้แบบนี้ใช้ทักษะสูงมากกว่าการต่อสู้ทั่วไปซะอีก แกควบคุมพลังทั้งหมดของตัวเองได้ เลือกที่จะปล่อยมันออกมาได้ สิ่งที่ฉันคิดมันถูกสินะ”

“ฉันไม่รู้แกพูดเรื่องอะไร แต่ถ้าลูกฉันเป็นอะไรละก็ ฉันจะฆ่าแก”

ในภวังค์ ไม้รู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ในป่า มีเสือโคร่งจ้องจะกระโจนเข้าใส่ ไม้จ้องตามันถอยหนี จนเหยียบกิ่งไม้หัก เสือกระโจนเข้าใส่ ไม้สะดุ้งพรวดฟื้นขึ้นมา เขาเห็นแววตาโล่งใจของพันเทพ เมฆรีบหาผ้ามาห่อตัวไม้ให้อุ่นขึ้น พันเทพเดินจากไป ไม้มองไปที่แผงควบคุมความเย็น เห็นปรับไว้เลเวลแรก จึงบอกเมฆ

“พันเทพไม่ได้ตั้งใจจะให้ฉันตาย เครื่องเปิดแค่ระดับหนึ่ง มันต้องการอะไรกันน่ะพ่อ”

“คงแค่ต้องการป่วนเราก็แค่นั้น”

“ผมจะต้องต่อสู้ให้เก่งกว่านี้  ผมจะต้องสู้ไอ้พันเทพให้ได้ คอยดู” ไม้มุ่งมั่น

คนงานเข้ามาซักถามว่า เมฆช่วยไม้ได้อย่างไร เมฆบอกว่าเขาหาจังหวะเอาไม้ฟาดหัวพวกมัน เมฆหลบตาเวลาพูดเกรงจับได้ว่าโกหก ไม้นึกถึงภาพลางเลือนที่พ่อต่อสู้กับพันเทพ

อบเชยตามมาดูไม้ที่บ้าน บ่นถ้าตนอยู่ด้วยไม้ไม่โดนแบบนี้แน่ ไม้นึกได้ว่าหนังสือคงตกอยู่ในเครื่องทำน้ำแข็ง เขารีบวิ่งกลับไปที่โรงน้ำแข็ง เห็นศรนารายณ์ขนน้ำแข็งใส่รถ เขารีบมองหาว่ามีก้อนไหนที่หนังสือติดไป เขาถามว่ามีใครมาซื้อน้ำแข็งไปแล้วบ้าง ศรนารายณ์ตอบว่า ลุงสมานที่ขายน้ำแข็งใสมาซื้อไปห้าก้อน ไม้รีบวิ่งออกไปที่ตลาด เห็นลุงสมานกำลังถูกเรียกเก็บค่าคุ้มครอง พอไม่ให้ก็ถูกล้มรถ ไม้เข้าช่วยและเจอหนังสือหนังเสือในน้ำแข็งก้อนที่แตกกระจายจึงรีบเก็บใส่เสื้อไว้...กลับมาเจออบเชยยังรออยู่อย่างห่วงใย ไม้ไม่ยอมบอกว่าเขาไปหาอะไร

ooooooo

วันต่อมา อบเชยทำการ์ดขอบคุณด้วยมือ เอามาให้ไม้ที่ท่ารถ แล้วเลียบเคียงถามว่า ไม้ชอบผู้หญิงแบบไหน ไม้ตอบว่า น่ารัก เป็นแม่บ้านแม่เรือน ดูแลตัวเองได้ อบเชยแอบยิ้มตัวเองผ่านฉลุย แต่พอไม้บอกต่อว่า อ่อนหวาน เรียบร้อย ใจเย็น จิตใจดีไม่เที่ยวทะเลาะกับใคร อบเชยชักรู้สึกไม่ใช่ตนรีบบอกว่าผู้หญิงแบบนั้นไม่มีหรอก ถึงมีก็ไม่เหมาะกับไม้ อย่างเขาต้องหาคนที่ดูแลปกป้องเขาได้  ไม้โต้ว่าตนไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น

“เออๆ ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น ฉันมาวันนี้ก็จะมาขอบคุณ” อบเชยยื่นการ์ดให้ “ฉันตั้งใจทำมาให้ไม้เลยนะ เมื่อวานถ้าไม่ได้ไม้รู้แกว ตามมาเอาร่มออกจากบ้านไปทัน พ่อคงแย่แน่”

ไม้รับมาแกนๆ พลันแพรวาขับรถมาจอด ไม้มองเธออย่างตะลึง เธอมาขอบคุณที่เขาช่วยซ่อมรถและหยิบผ้าพันคอไหมพรมที่ถักเองมาให้ อบเชยอึ้งรู้สึกว่าการ์ดตนด้อยค่าไปเลย แพรวายิ้มให้อบเชยอย่างรู้สึกคุ้นหน้า อบเชยหมั่นไส้ที่วันนี้แอ๊บเรียบร้อย ชาญเห็นแพรวาถึงกับตะลึงเช่นกัน อบเชยยิ่งเจ็บใจ จะต้องหาหลักฐานมายืนยันว่าแพรวาสวยจอมปลอมให้ได้

จันทร์รู้เรื่องหนังสือจากไม้ จึงเข้ามาสมัครงานกับเจ๊กี หวังจะสืบเรื่องลูกผู้ชายจากไกร ชาญสงสัยว่าไม้กับจันทร์มีอะไรลับลมคมใน...พอดีเต๊กกง สั่งลูกน้อง ไปเฝ้าจับตัวลูกของพันเทพและลูกของเจ๊กี เอามาเป็นตัวต่อรองให้ขายสัมปทานเดินรถให้ตน

ไม้ดูไกรเล่นโยคะไปตีความเนื้อหาในหนังสือไป ไกรไม่อยากเชื่อว่า ไม้ที่ลูกผู้ชายใช้เป็นไม้ตะพดของจริง เพราะการต่อสู้ต่างๆเกิดจากสมาธิ ไกรชวนไม้เล่นโยคะ ไม้ไม่สนใจ ไกรจึงท้า

“ไม่ว่าไม้จะต่อยผมด้วยท่าอะไร ผมมองเห็นการเคลื่อนไหวหมด ผมใช้แค่สมาธิ เอางี้ ถ้าภายในครึ่งชั่วโมงนี้ ไม้ยังต่อยผมไม่ได้สักหมัด ก็มาเรียนโยคะกับผม แต่ถ้าต่อยได้ ผมจะสอนท่ากรงเล็บพยัคฆ์ให้เลย” ดูท่าไม้จะสนใจและรับคำท้า...

ในขณะที่อบเชย แอบสะกดรอยตามแพรวา เพื่อจะเก็บภาพมายืนยันว่า แพรวาไม่ได้เรียบร้อยอย่างที่เห็น แพรวาเข้าร้านทำผม ก็ตามเข้าไปให้ช่างนวดหน้าเพื่ออำพรางตัว แต่แล้วต้องเจ็บใจที่ช่างทำเล็บเท้าให้แพรวาไปหันมานวดหน้าให้ตนไป โดยไม่ล้างมือก่อน แต่พอจะกลับไปทำเล็บเท้าให้แพรวากลับต้องล้างมือ เสร็จจากร้านเสริมสวย อบเชยเห็นแพรวาเดินออกมาเหมาพวงมาลัยเด็ก แถมซื้อลูกชิ้นให้หมาจรจัดกิน

“โห ของแพงนะนั่น ไม้ละยี่สิบบาท ได้กินดีกว่าฉันอีก”

อบเชยเห็นแพรวาทำแต่เรื่องดีๆก็หงุดหงิด สงสัยจะต้องสร้างสถานการณ์เสียแล้ว

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“เชียร์” ปลื้ม “เรือนไหมมัจจุราช” กระแสดีเกินคาด

“เชียร์” ปลื้ม “เรือนไหมมัจจุราช” กระแสดีเกินคาด
15 พ.ย. 2562
12:10 น.