ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ลูกผู้ชายไม้ตะพด

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เมื่อซ่อมแซมอู่รถเสร็จ เจ๊กีนิมนต์หลวงพ่อ

มาเจิมรถทุกคันในอู่ และในวันนี้  ไกร ลูกชายสุดสวาทจะกลับมาจากต่างประเทศ อบเชยกับพ่อมาจัดแจงเรื่องอาหารการกิน ไม่ทันไร รถเก๋งคันงามแล่นเข้ามาจอด ทุกคนต่างมองเป็นตาเดียว ไกรลงมาจากรถด้วยมาดสุดเท่ รูปร่างหน้าตาหล่อ ผิวพรรณดีสมกับเป็นลูกคนมีเงิน ไกรตรงเข้ามาไหว้หลวงพ่อและเจ๊กี

“นิมนต์ครับท่านเจ้าอาวาส สวัสดีครับทุกคน”

“ชิ ทำเป็นเป็นมิตร แสนดี” ชาญอดหมั่นไส้ไม่ได้

เจ๊กีประชด ใครจะปากหมา มารยาททรามเหมือนเขาล่ะ หลวงพ่อตัดบททักทายไกร

“โตเป็นหนุ่มแล้ว อาตมายังจำภาพตอนเป็นเณรในวัดได้อยู่เลย นี่จบอะไรมาล่ะเนี่ย”

“บริหารธุรกิจครับ แต่ทำงานพิเศษด้วยเป็นครูสอนโยคะ”

หลวงพ่อชมว่าดีเพราะเป็นการฝึกสมาธิ ชาญอดแขวะไม่ได้ว่าอ้อยอิ่งจะตาย ระหว่างที่คุยกันอยู่ อบเชยเดินเข้ามาพร้อมศรนารายณ์ บอกทุกคนว่าอาหารพร้อมแล้ว พลันอบเชยเหยียบไปบนโคลน ทำให้ลื่นจะล้ม ไกรรีบวิ่งเข้าไปรับเธอไว้ด้วยมาดเท่ ทุกคนตะลึง อบเชยอายหน้าแดง ไม้เห็นแล้วรู้สึกหงุดหงิด ศรนารายณ์ขอบใจไกรแล้วหันไปยิ้มแย้มทักทายเจ๊กี

อบเชยหลบมายืนแอบอายอยู่ข้างรถ ไม้ตามมาแขวะ “ชอบล่ะสิ หล่อๆแบบนั้นน่ะ”

อบเชยทำไม่เข้าใจ ไม้ว่าเห็นเธอหน้าแดงตอนที่ไกรเข้าไปรับ อบเชยโต้เป็นใครล้มก็ต้องอายทั้งนั้น แล้วย้อนถามว่าไม้มีปัญหาอะไร ไม้อึกอักก่อนจะประชดว่า

“ก็แค่จะบอกว่า ดีแล้วที่ชอบคนที่เขาปกป้องเธอได้ แถมหล่ออีกต่างหาก”

“ไปกันใหญ่แล้วเนี่ย” อบเชยตะโกนตามหลังไม้ที่เดินไป...

คนขับรถจับกลุ่มคุยกัน ไม้กับชาญเข้ามาถามว่ามีอะไร คนขับรถบอกว่า รถมาเสียพร้อมกันสองคัน เด็กซ่อมรถก็ลาหยุดวันนี้ จันทร์เดินมาหาไม้ อดไม่ได้ที่จะมองชาญอย่างกวนๆ พอรู้ว่ามีรถเสีย จึงท้าชาญแข่งกันว่าใครจะซ่อมรถเสร็จก่อนกัน ชาญรับคำท้าทันที ต่างคนต่างแย่งเครื่องมือกัน แล้วทั้งสองซ่อมเสร็จพร้อมกัน แต่ไม่สามารถติดเครื่องได้ ผู้คนที่รอลุ้นต่างโห่ร้อง ไกรได้ยินเสียงสตาร์ตจึงเข้ามาช่วยขยับในห้องเครื่อง ทั้งสองคันจึงสตาร์ตติด ทุกคนปรบมือให้ไกร เมฆถามไกรว่า ซ่อมรถเป็นด้วยหรือ ไกรตอบว่า เขาต้องมาดูแลกิจการต่อจากม้า เรื่องเล็กๆแค่นี้ต้องมีความรู้ไว้บ้าง ศรนารายณ์ปรบมือชม และพยายามชักจูงให้มารู้จักกับอบเชย เพราะหวังจะเป็นครอบครัวเดียวกับเจ๊กี จันทร์กระซิบไม้ว่า มีหวังอบเชยหลุดมือแน่ ไม้ทำหน้านิ่งๆ

อบเชยยืนตักกับข้าวแจกให้ทุกคนที่เข้าแถวเป็นทิว พอถึงคิวของไกร อบเชยถามอายๆว่าจะกินอะไร ไกรตอบว่าอะไรอร่อยก็เอาหมด ไม้ปรี่เข้ามาตักผักให้พร้อมกับบอกว่า

“อ่ะ อันนี้ไม่ค่อยอร่อยหรอก แต่เดี๋ยวมันจะเหลือ...มองอะไร ก็กินได้เหมือนกันแหละ” ไม้ตอบอบเชยที่มองหน้าเขางงๆ

จันทร์ร้องว่า...แรง...ไม้ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ อบเชยจึงสั่งไม้ให้ช่วยตักให้คนอื่นๆด้วย จากนั้นไม้กับจันทร์มานั่งร่วมวงทานข้าวกับชาญและอบเชย ชาญบ่นไม่ชอบขี้หน้าไกรพอๆกับไม่ชอบขี้หน้าจันทร์ จันทร์ของขึ้นโต้ว่าตนก็ไม่ได้พิศวาสชาญ และว่าไกรทำอะไรก็ดูเป็นพระเอกไปหมด อบเชยยิ้มปลื้ม ชมว่าไกรเป็นพระเอกจริงๆ ไม้หันขวับมาจ้อง

“ก็หรือไม่จริง หล่อก็หล่อ เท่ก็เท่ บ้านมีตังค์แถมเก่งอีกต่างหาก แบบนี้ไม่ใช่พระเอกรึไงล่ะ” อบเชยลอยหน้าลอยตาพูด

“เราเสียเอกราชโดยสมบูรณ์แล้วจริงๆ” ชาญยอมจำนน

“พวกนายก็แค่อิจฉาเขาเท่านั้นแหละ” อบเชยต่อว่าทุกคน ไม้เคืองลุกเดินหนีไป

ooooooo

คืนนั้น ศรนารายณ์ใจคอไม่ดี เตือนอบเชยให้ระวังตัวไว้บ้าง หวั่นใจว่าพันเทพต้องทำอะไรสักอย่าง ถึงอยากพบตน ทั้งที่ร้อยวันพันปี พันเทพจะสนใจแต่เรื่องแย่งสัมปทานเดินรถของเจ๊กีเท่านั้น...และแล้ว ขณะที่ฝนตกกระหน่ำลงมา พันเทพกับสมุนบุกมาที่บ้านศรนารายณ์ มาตามคำท้าของศรนารายณ์ที่ให้มาเชิญด้วยตัวเอง ศรนารายณ์ต่อสู้อย่างมีชั้นเชิงที่เหนือกว่า

“นี่ลูกสาวแกเหรอ หน้าตาใช้ได้นี่” พันเทพเห็นอบเชยวิ่งเข้ามา เขาพึงพอใจมาก

“ลูกฉันไม่เกี่ยว อย่ายุ่งกับเขา...อบเชยหนีไป”

อบเชยไม่ยอมไป กลับเข้าช่วยต่อสู้ พันเทพชอบใจสั่งสมุนอย่าทำอะไรอบเชย และบอกศรนารายณ์ว่า ที่มาเพราะต้องการให้ไปสอนมวยลูกชาย อบเชยตกใจ

“สอนมวย...ไม่ได้นะพ่อ พ่อรับปากว่าจะสอนไม้แล้วนี่”

“ฉันไม่สอนมวยคนเลวเพื่อให้ไปทำร้ายคนอื่นหรอก”

พันเทพนึกอยู่แล้ว จึงเตรียมข้อเสนอมายื่นให้ “เรามาประลองฝีมือมวยกันซักหน่อยเป็นไง ถ้าแกแพ้ แกต้องไปอยู่บ้านฉันเพื่อสอนมวยลูกฉัน และห้ามสอนมวยให้ใครอีก ถ้าฉันแพ้ ฉันจะไม่มารังควาญแกอีกเลย”

อบเชยห้าม เตือนพันเทพเป็นคนขี้โกง แต่ศรนารายณ์กลับหัวเราะร่าเพราะมั่นใจในฝีมือตัวเองที่เหนือกว่า บอกลูกสาวว่า ถ้าพันเทพมีฝีมือ คงสอนลูกตัวเองไปแล้ว แต่อบเชยยังหวั่นใจ

ศรนารายณ์กับพันเทพออกมายืนกลางถนนท่ามกลางสายฝน พันเทพกางร่มที่ประดิษฐ์ขึ้นมาเองโดยใช้ไม้ตะพดเลือดเป็นด้ามร่ม ศรนารายณ์โวยวายช่างเลือกวันประลองดีเหลือเกิน วันแห้งๆไม่มา พันเทพว่าต้องการให้น้ำฝน

ชะเลือดหัวเขา พันเทพใช้ร่มเป็นอาวุธ ศรนารายณ์เห็นท่วงท่าการเคลื่อนไหวของพันเทพแล้วรู้ว่า มีฝีมือไม่เบา จึงรีบปล่อยท่าไม้ตาย ทั้งฮุกทั้งศอกจนพันเทพแทบล้มใช้ร่มค้ำยัน แต่พอได้จังหวะก็เอาร่มกระแทกหน้าศรนารายณ์เลือดกำเดาไหล

พันเทพรีบเอาปลายร่มจิ้มจมูกศรนารายณ์ไว้เลือด ถูกดูดหายไป ศรนารายณ์เจ็บใจกระแทกร่มปลายอีกด้าน ทิ่มเข้าที่ท้องพันเทพ ร่มดูดเลือดจากตัวพันเทพอย่างกระหาย พันเทพดึงร่มออกกุมท้องอย่างเจ็บปวด ชี้ร่มไป ที่กิ่งไม้ ฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมา กิ่งไม้หักหล่นมาทับศรนารายณ์ล้มไม่เป็นท่า อบเชยเข้าช่วยพ่อ สมุนรุมจับตัว เธอสู้สุดฤทธิ์ ถูกเหวี่ยงไปกระแทกต้นไม้สลบไป

“แกยอมแพ้เถอะ เพราะไม่ใช่แกเท่านั้นที่จะเจ็บตัวมากกว่านี้ แต่ลูกสาวแกด้วย”

“บอกให้นะ ฉันไม่ได้แพ้ แต่แค่สู้ในสนามที่ไม่ถนัดเท่านั้นเอง” ศรนารายณ์พยายามยืน

พันเทพสั่งสมุนไปเก็บข้าวของที่จำเป็นของศรนารายณ์แล้วพาตัวไป

กลับถึงบ้าน เลือดที่ท้องพันเทพยังไหลไม่หยุด เสียงค้างคาวส่งเสียงโหยหวนในห้อง พันเทพเริ่มอ่อนแรง ตาพร่าพรายเห็นเวตาลบินไปมา ดูดเลือดที่ไหลนองออกจากร่างตน...ทิวาตื่นเดินงัวเงียลงมาเห็นพ่อนอนหมดแรงก็ตกใจร้องเรียกคนในบ้านให้ช่วยกันพาส่งโรงพยาบาล

พันเทพถูกส่งเข้าห้องฉุกเฉิน สักพักพยาบาลออกมาบอกว่าพันเทพเสียเลือดมาก และทางโรงพยาบาลก็ขาดเลือดกรุ๊ปเอบี จึงขอให้ทิวาให้เลือด แต่ทิวาตอบว่าตนเลือดกรุ๊ปโอ พยาบาลทำหน้าแปลกใจ เผลออุทาน “แล้วไหนบอกว่าเป็นลูกชาย...”

พยาบาลหันไปบอกพยาบาลอีกคนให้แจ้งไปทางธนาคารเลือดขอเลือดกรุ๊ปเอบีด่วน พยาบาลถามทำไมไม่ขอจากญาติ พยาบาลคนแรกตอบว่า คงไม่ใช่ญาติจริงๆ ทิวาได้ยินงงๆ...

เผอิญไม้เดินมาตามถนน พบอบเชยนอนหมดสติอยู่ก็ตกใจรีบพาส่งโรงพยาบาล อบเชยรู้สึกตัวถามหาศรนารายณ์ พอไม้รู้เรื่องทั้งหมดก็แปลกใจที่ศรนารายณ์เก่งขนาดเป็นลูกผู้ชายจะแพ้พันเทพได้อย่างไร อบเชยว่าพันเทพเล่นไม่ซื่อ พลันไม้ได้ยินพยาบาลคุยกันเรื่องต้องการเลือดกรุ๊ปเอบี จึงเข้าไปขอบริจาคโดยไม่ขอออกนาม อบเชยแซวว่าช่างใจบุญเหลือเกิน ไม้ว่าขอให้บุญนี้ช่วยให้ศรนารายณ์ปลอดภัยก็พอ อบเชยยิ้มปลื้ม

ooooooo

วันรุ่งขึ้น พันเทพฟื้นขึ้นมา ทิวาสะดุ้งตื่นรีบถามพ่อไปโดนอะไรมา พันเทพไม่ตอบแต่กลับบอกว่าตนต้องการกลับบ้าน ทิวาไม่อาจห้ามพ่อได้

ไม้เอาเรื่องศรนารายณ์มาเล่าให้เมฆกับชาญฟังอย่างเจ็บใจที่ศรนารายณ์จะสอนมวยตนไม่ได้แล้ว เมฆคิดจะไปคุยกับพันเทพให้ปล่อยตัวศรนารายณ์ ไม้เกรงพ่อจะไปคุกเข่าอ้อนวอนจึงขอไปด้วย อบเชยกับชาญพร้อมจะตามไปเช่นกัน...

พันเทพนั่งรถเข็นกลับมาบ้าน สมุนพาตัวศรนารายณ์เข้ามาพบ ศรนารายณ์เห็นสภาพพันเทพแล้วเยาะว่า “สภาพแบบนี้ก็แพ้เหมือนกันละว้า เพียงแต่ฉันล้มลงไปก่อน ก็แค่นั้น”

“แพ้ก็คือแพ้ ต้องทำตามสัญญา จะมัวลงรายละเอียดไร้สาระทำไม”

ศรนารายณ์ถามหาลูกศิษย์ พันเทพให้เขานั่งลงก่อน มือที่ถูกใส่กุญแจไพล่หลังอยู่ของศรนารายณ์ไปโดนร่มไม้ตะพดเลือดที่แขวนอยู่ เสียงค้างคาวร้อง เขาสะดุ้งลุกยืนโวยว่าพันเทพเลี้ยงตัวอะไรไว้ พันเทพทำเป็นไม่รู้เรื่องแล้วพูดเรื่องที่ให้มาสอนมวยทิวา ส่วนอบเชยจะมาเยี่ยมเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่ทันไร มีเสียงโหวกเหวกหน้าบ้าน สมุนเข็นรถพันเทพออกมา พบพวกเมฆยืนอยู่

“มาเองเลยเหรอไอ้เมฆ พยายามเดินลากขามาตั้งไกล ท่าจะเหนื่อยน่าดู” พันเทพเยาะ

ชาญซึ่งปากเสียอยู่แล้ว โวยวายต่อปากต่อคำจนได้เรื่อง พันเทพสั่งสมุนจัดการไล่ทุกคนกลับไป เกิดการต่อสู้กัน เมฆบอกไม้ให้ระวังตัว อบเชยออกปากรับรองจะปกป้องไม้เอง...

ศรนารายณ์ซึ่งอยู่ในห้องทำงานของพันเทพ พยายามหาวัสดุปลายแหลมมาไขกุญแจมือ เห็นกริชวางอยู่บนโต๊ะจึงเอามาลอง ด้วยความที่มือไพล่หลัง ทำให้ไม่ถนัด กริชบาดมือเลือดหยด เสียงค้างคาวแว่วมาอีก ร่มที่แขวนอยู่สั่นไหวดูดเลือดของศรนารายณ์ทันที กุญแจมือขาดผึงออกเอง ศรนารายณ์ตกใจ

“เฮ้ย...เกิดอะไรขึ้นเนี่ย”

สมุนได้ยินเสียงพรวดพราดเข้ามา จึงโดนศรนารายณ์ซัดร่วงไปทั้งสองคน...

เมฆถูกพวกพันเทพชกสลบไป อบเชยต้องช่วยกับชาญปกป้องไม้กับเมฆ อบเชยให้ไม้พาเมฆหลบไปก่อน ไม้พาเมฆมาพิงไว้ที่หลืบข้างตัวบ้าน แล้วคว้าไม้กลับไปช่วยอบเชย พันเทพเห็นไม้กลับมาแต่สู้สมุนตัวเองไม่ได้ จึงสั่งให้หยุด พลันลูกผู้ชายไม้ตะพดโผล่เข้ามา ชาญร้องลั่นด้วยความดีใจที่ฮีโร่ของตนปรากฏตัวขึ้นอีกแล้ว ลูกผู้ชายเข้าซัดสมุนของพันเทพร่วงไปหมด โดยมีชาญพากย์ชื่อท่าไม้ตายต่างๆไปด้วย พันเทพทึ่งกับความร้ายกาจของไม้ตะพดวิญญาณมาก ลุกจากเก้าอี้ไปแย่งไม้ตะพด แต่ลูกผู้ชายหลบหลีกได้ทัน  พันเทพจึงนอนแอ้งแม้งอยู่กับพื้น

จู่ๆ ลูกผู้ชายก็รับรู้ถึงพลังของตะพดเลือดที่ส่งมาถึงไม้ตะพดวิญญาณของตน จึงรีบบอกชาญให้พาทุกคนกลับไป อบเชยร้องว่าตนยังไม่เจอพ่อเลย ลูกผู้ชายไม่รอช้าวิ่งหายไปทางหลังบ้าน ไม่ทันไร ศรนารายณ์ก็วิ่งออกมาทางเดียวกัน ทุกคนแปลกใจ อบเชยดีใจจะพาพ่อกลับ แต่ศรนารายณ์กลับบอกว่า ตนไม่สามารถกลืนน้ำลายตัวเองได้ ตนต้องอยู่สอนมวยทิวา และมอบหมายให้อบเชยเป็นคนสอนมวยให้ไม้ ไม้ค้าน

“มันไม่เหมือนกัน ผมไม่อยากเรียนกับอบเชยเรียนกับอาศรเหมือนได้เรียนกับลูกผู้ชาย”

“อันนั้นก็ยอมรับนะ แต่เป็นศิษย์อย่าเลือกครู”

“พ่อ...พวกมันร้ายกาจพ่อก็รู้ พ่อสอนมวยมัน มันก็มาทำร้ายพวกเรา”

“แต่พูดไปแล้วมันคืนคำไม่ได้ พ่อต้องทำตามเงื่อนไข”

ทุกคนผิดหวังกลับไป...เมฆฟื้นขึ้นมาฟังไม้เล่าเรื่องทั้งหมดแล้วแปลกใจว่าทำไมพันเทพต้องให้ศรนารายณ์เป็นคนสอนมวยลูกตัวเอง ทั้งที่ตัวเองก็มีทักษะการต่อสู้ไม่เบา

ooooooo

วันต่อมา พันเทพออกหาเสียงกับหัวหน้าพรรค ทำทีเป็นว่าจะบูรณะวัดเป็นการเรียกคะแนนเสียง พลันเห็นเมฆนั่งคิดอะไรอยู่แถวท่าน้ำ จึงเข้ามาทัก “บาดเจ็บเหรอ แสดงเก่งนี่”

“พูดเรื่องอะไร” เมฆลุกขึ้นเดินกะเผลกหนี

“อยู่กับฉันแค่สองคน ไม่ต้องมาแสดงละครหรอกน่า ฉันรู้ว่าแค่สมุนของฉัน ไม่ทำให้แกบาดเจ็บมากมายนักหรอก”

“แกต้องการอะไรจากฉันอีก”

“ก็ต้องการจะพิสูจน์ให้คนอื่นเห็นน่ะสิ ว่าสิ่งที่แกกำลังแสดงอยู่ มันไม่ใช่ตัวตนของแก”

“ถ้าแกจะหาเรื่องคนอื่น แกน่าจะรักษาตัวให้หายดีซะก่อน”

“ไม่จำเป็น กับแก พลังแค่นี้ก็เหลือแหล่แล้ว” พันเทพโผนเข้าล็อกคอเมฆ

เมฆสะบัดมั่วๆ ใช้แรงของพันเทพต่อยอดส่งกลับไปกระแทก ทั้งศอกทั้งปัดขาพันเทพล้มกลิ้งไปด้วย ไม้ผ่านมาเห็นรีบเข้าไปช่วยเมฆ พันเทพชะงัก

“ฉันรู้ ว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่แกทำร้ายฉันได้ ไอ้เมฆ”

“ฉันไม่รู้ว่าพูดอะไรอยู่ แต่เลิกหาเรื่องฉันได้แล้ว”

ไม้ชี้หน้าต่อว่าพันเทพรังแกคนไม่มีทางสู้ พันเทพย้อนถามว่าแน่ใจหรือ ไม้ว่าพ่อตนโดนรุมเมื่อวานแถมขาไม่ดี ยังจะมาหาเรื่องอีก แน่จริงให้มาสู้กับตน พันเทพจึงเข้าล็อกตัวไม้ด้วยสัญชาติญาณของพ่อ เมฆเผลอจะเข้าช่วยลูกแต่ยั้งไว้ทัน พันเทพหัวเราะ มองเมฆอย่างรู้ทัน

“หึๆ ฉันอยากจะรู้ว่าแกจะปิดบังทุกคนไปได้นานแค่ไหนกัน...ฉันไม่สู้กับคนไม่มีศิลปะการต่อสู้อย่างเธอหรอก ไม้” พันเทพปล่อยไม้

ไม้ถามแล้วมารังแกพวกตนทำไม พันเทพให้ไปถามเมฆเอาเอง พันเทพเดินไป ไม้เข่นเขี้ยว ตนเป็นมวยเมื่อไหร่ จะไม่มีใครทำอะไรพ่อได้ ไม้พยุงเมฆกลับไปทำแผล

ooooooo

จากคำพูดของพยาบาลยังทำให้ทิวาคลางแคลงใจว่าทำไมตนให้เลือดพ่อไม่ได้ พันเทพเข้ามาบอกข่าวดีว่าหาครูสอนมวยให้ได้แล้ว ทิวาดีใจลืมเรื่องที่คาใจไปเลย

วันต่อมา อบเชยมาปลุกไม้ถึงห้องนอนแต่เช้า อ้างคำสั่งของพ่อที่ให้สอนมวยไม้แทน ไม้ไม่ยอมตื่น อบเชยจึงสาดน้ำโครมเข้าให้...อบเชยให้ไม้เริ่มต้นด้วยการวิ่ง ไม้โอดโอยทุกเรื่องที่อบเชยให้ทำ อบเชยจึงต้องทำด้วยทุกอย่างที่ให้ไม้ทำ

ด้านศรนารายณ์ เริ่มฝึกฝนทิวา ซึ่งดูเหมือนจะตั้งใจฝึกเป็นอย่างดี ผิดกับไม้ที่ผิดพลาดไม่เอาไหน แต่อบเชยก็พยายามเคี่ยวเข็ญไม่ย่อท้อ ไม่ว่าจะให้กระโดดเชือก เตะต้นกล้วย วิ่ง แถมต้องคอยทายาฟกช้ำให้ด้วย ไม้เริ่มท้อ อบเชยให้กำลังใจว่าทำเพื่อช่วยพ่อ ไม้พยักหน้าฮึดสู้

เวลาผ่านไปเป็นเดือน ไม้เริ่มแข็งแกร่งขึ้น สามารถกระโดดเชือกได้เป็นร้อยครั้ง เตะต้นกล้วยขาดในทีเดียว อบเชยถ่ายทอดวิชามวยให้อย่างไม่อั้น เธอพอใจกับความก้าวหน้าของไม้...

บ่ายวันหนึ่ง ทิวาเจออบเชยจ่ายตลาดอยู่ จึงเข้ามาจีบ อบเชยรำคาญจึงพูดไปว่า ไม่อยากคบกับคนสันดานไม่ดีเหมือนพ่อ ทิวาฉุน ฉุดมืออบเชยต่อว่า มากเกินไปแล้ว

“หรือนายจะบอกว่าพ่อนายเป็นคนดี ถ้าตอบแบบนั้น ไม่นายหูหนวกก็ต้องตาบอดแน่ๆ”

ทิวาให้หยุดพูด อบเชยให้ปล่อยมือตน ทิวาว่าต้องถอนคำพูดก่อน อบเชยไม่ยอมจะเตะผ่าหมากแต่ทิวารู้ทัน ทิวาตอบโต้หลบเลี่ยงทุกหมัดของอบเชยได้

“ไม้เดิมๆใช้ไม่ได้หรอก อย่าลืมสิว่าใครเป็นคนสอนมวยฉัน”

อบเชยยัวะ ผลักอกทิวาเดินหนี ทิวาตามมาคว้ามือ ชวนอบเชยไปงานเลี้ยงต้อนรับน้องสาวกลับจากเมืองนอกที่บ้าน อบเชยไม่ไป ทิวาว่ายังไม่ต้องตอบ จะมาฟังคำตอบวันพรุ่งนี้...อบเชยหงุดหงิดกลับมาบ้าน ไม่พอใจที่ศรนารายณ์สอนมวยทิวาทุกอย่าง พอเจอหน้าจึงโวย

“พ่อกับฉันอยู่คนละฝั่งกันแล้ว” ศรนารายณ์งงว่าเรื่องอะไร อบเชยโวยต่อ “คอยดูเถอะฉันจะต้องเป็นครูมวยที่เก่งกว่าพ่อ ฉันจะให้ลูกศิษย์ฉันเอาชนะลูกศิษย์พ่อให้ได้”

“เออ เอาเข้าไป” ศรนารายณ์ยังงง

“อย่างน้อยตอนนี้ฉันก็ชนะพ่ออย่างหนึ่งแล้วล่ะ เพราะฉันสอนมวยให้คนดี ไม่ใช่สอนให้คนเลวแบบนั้น” พูดจบอบเชยเดินปึ่งๆ ไป ไม่ทำกับข้าวให้

ศรนารายณ์บ่น สุดท้ายคนที่ซวยก็เป็นตนทั้งขึ้นทั้งล่อง

ooooooo

หน้าโรงน้ำแข็งที่ไม้กำลังแบกน้ำแข็งใส่รถเข็นอยู่ รถของสองสาวฝาแฝด แพรวากับราตรี มาจอดเสียควันโขมงอยู่ ราตรีต่อว่าแพรวาว่าไม่รู้จักขายทิ้งไปเสียที ให้โทร.เรียกรถที่บ้านมารับ แพรวาว่าตนยังไม่ได้เปิดเบอร์ใหม่เลย ราตรีโวยวายเพราะมือถือตนก็แบตหมด ไม้หันมาเห็นแพรวาก็ยืนตะลึง แพรวาเข้ามาขอความช่วยเหลือ ไม้สะดุ้งตื่นจากภวังค์

ไม้อาสาดูรถให้ ราตรีมองไม้เหยียดๆ ไม้ตรวจดูเครื่องรถ แพรวายืนเป็นเพื่อนข้างๆราตรีหลบมานั่งในโรงน้ำแข็งอย่างรังเกียจๆ ไม้บอกแพรวาต้องไปซื้ออะไหล่มาเปลี่ยน

“ท่ีนี่ไม่มีโทรศัพท์เหรอ โทร.ให้เขามาส่งก็ได้นี่คะ”

“ที่นี่น่ะมีโทรศัพท์ครับ แต่ร้านอะไหล่น่ะไม่มี”

แพรวาขำๆ ขอไปเป็นเพื่อน ไม้ขี่ซาเล้งให้แพรวานั่งไปด้วยกัน ทั้งสองคุยกันไปตามทาง แพรวาไม่ทันจะบอกว่าตนเป็นลูกใครก็ถึงร้านอะไหล่เสียก่อน ไม้ลงไปซื้อของ อบเชยเห็นไม้จะเข้ามาทำให้ตกใจ แต่พอเห็นแพรวานั่งอยู่หน้าตายิ้มแย้มก็ชะงัก รู้สึกน้อยใจ เสียใจ

ราตรีอยู่ในโรงน้ำแข็งคนเดียว เริ่มหงุดหงิด พอเห็นโทรศัพท์จึงรีบโทร.ไปเรียกทิวามารับ ไม้กับแพรวากลับมาถึง ไม้กำลังยกอะไหล่รถลง แพรวาเดินเหยียบน้ำแข็งที่ละลายลื่นจะล้ม ไม้รีบเข้าไปรับร่างเธอไว้ ราตรีเห็นโวยวายหาว่าทำอะไรกันไม่รู้จักอาย แพรวาหน้าเสียจะแก้ตัวพอดีทิวามาถึง ปรี่เข้าชกหน้าไม้ล้มลง แพรวา ตกใจรีบห้าม ทิวาเอ็ด

“ไม่มีอะไรได้ยังไง พี่ก็เห็นเหมือนที่ราตรีเห็น...แกตั้งใจจะทำลายครอบครัวฉันใช่มั้ย”

แพรวาเข้ามาขวาง ทิวาหาว่าไม้หลบหลังผู้หญิงเหมือนพ่อ ไม้โกรธ ดันแพรวาหลบไป

“ที่ฉันจะสู้ ฉันจะสู้เพื่อจะบอกว่า ฉันไม่ใช่คนอ่อนแอที่ใครก็รังแกได้”

ทิวากับไม้ประฝีมือกันสักพัก ทิวายอมรับว่าฝีมือไม้ไม่เบา อบเชยมาถึงเข้าไปขวางกลางต่อว่าทิวาจะหาเรื่องไปถึงไหน ทิวาโต้ว่าไม้ลวนลามน้องสาวตน อบเชยไม่เชื่อแต่ในใจสับสน

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“ต้นข้าว อาร์สยาม” สนุก ร้ายมีมิติ รับประสบการณ์น้อย พร้อมพัฒนา

“ต้นข้าว อาร์สยาม” สนุก ร้ายมีมิติ รับประสบการณ์น้อย พร้อมพัฒนา
16 ต.ค. 2562
12:15 น.