กีฬา
100 year

นิยายไทยรัฐ

ลูกผู้ชายไม้ตะพด

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ทุกคนในอู่รถกำลังให้ปากคำตำรวจ ไกรวิ่งพรวดเข้ามาด้วยความเป็นห่วงแม่ เจ๊กียังถูกมัดอยู่ในห้องทำงาน ตำรวจตามมาช่วยแล้วถามเจ๊กีเป็นคนแจ้งความหรือ ทำได้อย่างไร เจ๊กีกระดิกนิ้วเท้าก่อนจะตอบว่า ตนไม่ธรรมดาอยู่แล้ว ไกรถามแม่บาดเจ็บตรงไหนบ้าง เจ๊กีต่อว่าทันที

“เจ็บตัวน่ะเรื่องเล็ก เจ็บใจนี่สิ ลื้อรู้มั้ย อาพันเทพมันมาเพราะอะไร เพราะเรื่องที่ลื้อไปวุ่นวายกับลูกสาวมัน อั๊วบอกลื้อแล้วใช่มั้ยอาไกร อั๊วห้ามลื้อแล้ว ทีนี้เห็นรึยังว่ามันพาความเดือดร้อนมาให้แค่ไหน เลวทั้งพ่อทั้งลูก”

ไกรเถียงไม่ออก เจ๊กีกับลูกน้องให้การตำรวจว่าพันเทพเลวร้ายแค่ไหน แต่ดูท่าตำรวจจะยึกยัก หาว่าหลักฐานไม่เพียงพอ พยานก็เป็นคนในอู่ทั้งนั้นคงได้แต่ลงบันทึกประจำวันเท่านั้น

พันเทพสั่งสมุนจัดการเก็บหลักฐานและปิดปากชาวบ้านไม่ให้มาเป็นพยาน เพราะรู้ว่าตำรวจไม่กล้ายุ่งกับนักการเมืองอยู่แล้ว...ไม้คิดบุกบ้านพันเทพ เพื่อเอาไม้ตะพดคืน กลับมาดูเมฆก่อน แต่เมฆกลับทักว่า ไฟไหม้ไม่เป็นอะไรใช่ไหม ไม้แปลกใจว่าพ่อรู้ได้อย่างไร

“พันเทพมันเป็นคนไม่ดีนะ ระวังไว้” เมฆพูดออกมา

ไม้ชะงักคิดทบทวนว่าคนที่ช่วยตนออกจากกองเพลิงคือพ่อนี่เอง ไม้จึงถามว่า ไม้ตะพดอยู่กับพ่อหรือเปล่า เมฆกลับเงียบ ไม่พูดจาอะไรอีก ไม้เห็นชุดลูกผู้ชายแขวนอยู่หน้าตู้

“ชุด...ใช่พ่อจริงๆด้วย พ่อไปช่วยฉัน พ่อจำลูกชายได้ พ่อไปสู้มา ใช่มั้ย” ไม้ถามหาไม้ตะพด เมฆกลับพูดซ้ำไปซ้ำมาว่า ไม้ตะพด คันเกียร์...ไม้อ่อนใจกับอาการของพ่อ

สมุนของพันเทพบาดเจ็บไปหลายคน ทำให้ร่อยหรอลง แพรวาจึงแอบออกมาหาไกรที่บ้าน ไกรอึดอัดใจขอให้เธอกลับไปก่อน เพราะพ่อของเธอทำเรื่องเดือดร้อนแก่พวกตนไว้มาก

“พ่อคุณพาพวกไปถล่ม ขู่แม่ผมไม่ให้ผมไปยุ่งกับคุณอีก”

แพรวาตกใจขอโทษแทนพ่อ แต่ไกรกลับบอกว่าไม่มีประโยชน์ เธอเสียใจจะให้ทำอย่างไร ไกรตอบอย่างเชือดเฉือนน้ำใจว่า ให้เธอกลับไปเสีย ทุกอย่างก็จบ แพรวาน้ำตาคลอ

“ถ้าฉันเจ็บ แล้วเรื่องมันจะจบจริงรึเปล่า”

ไกรเบือนหน้าหนีไม่อาจตอบได้ แพรวารุก “มันไม่น่ามีความทรงจำระหว่างเราเลย เราไม่น่าไปติดอยู่ในป่าด้วยกันเลย”

“ถ้ามันจะมีอะไรสักอย่างผิดพลาด คือเราไม่น่าเจอกันเลยต่างหาก” ไกรตัดบทจะเดินไป

“ถ้าคุณจะทิ้งความรู้สึกทั้งหมดไว้ตรงนี้ ฉันขอเก็บมันกลับไปก็แล้วกัน มันไม่ผิดอะไรมันไม่สมควรจะโดนทิ้งอย่างไร้ค่าแบบนั้น”

ไกรเจ็บปวดกับคำพูดของแพรวา แต่ไม่ยอมหันกลับมา เขาก้าวเดินต่อไป แพรวาน้ำตาไหลพรากเดินจากไป ไกรหันกลับมามองเธอเศร้าๆ

ooooooo

เมื่อมีโอกาสแยกจากทิวาได้ อบเชยก็รีบมาที่อู่รถ เห็นสภาพความเสียหาย โดยเฉพาะรถของเมฆ เธอถึงกับน้ำตาตกที่ไม่อาจปกป้องไม้ได้อีก

ไม้ยังค้นหาไม้ตะพดแต่ไม่พบ ถามเมฆก็เลอะเลือนไปมา ถามมากเข้าก็บ่นว่าเจ็บขา...

วันรุ่งขึ้น จันทร์มาทำงานที่อู่ พบคนหลายคนถือกระป๋องสี ถังน้ำ กล่องเครื่องมือ เดินสวนออกไป เขาแปลกใจรีบถามว่าเป็นใครมาจากไหน ทุกคนตอบว่าเป็นลูกศิษย์มวยของศรนารายณ์ อบเชยขอแรงมาช่วยเคลียร์ที่นี่ พวกเขาทำกันทั้งคืนเพิ่งเสร็จ จันทร์ทึ่ง เดินมาที่รถของเมฆ พบอบเชยฟุบหลับอยู่ที่เบาะ จันทร์เวทนาเธอมาก อบเชยสะดุ้งตื่น พอเห็นว่าเช้าก็ตกใจ

“เธอนี่มันจริงๆเลยนะอบเชย” จันทร์เห็นท่าทีอบเชยแล้วสังเวชใจ

“จันทร์...ฉันขอร้อง อย่าไปบอกไม้นะว่าฉันทำ”

จันทร์ถามเหตุผล อบเชยตอบไม่ได้ ขอร้องอย่าทำให้ตนเดือดร้อน จันทร์ซักมีเรื่องอะไรกับไม้ อบเชยส่ายหน้า แล้วว่าตนต้องรีบไปก่อนจะมีคนมาเห็น จันทร์กังวลจะให้ตนพูดอย่างไรที่อยู่ๆอู่ก็กลับเหมือนเดิม อบเชยให้บอกไปว่าเขาเป็นคนทำ จันทร์ถอนใจอย่างหนัก

ไกรสำนึกผิดว่าพูดรุนแรงกับแพรวาเกินไป จึงโทร.กลับไปหา แต่ไม่มีสัญญาณตอบรับ เขาจึงมาเฝ้ารอเธอที่ร้านอาหารประจำ จนกระทั่งวันหนึ่ง แพรวาได้มาร้านนี้กับพันเทพ ไกรรีบเข้าไปขอโทษแพรวาที่ตนพูดไม่ดีวันก่อน พันเทพโวยยังไม่เข็ดอีกหรือ ไกรโต้

“อย่ายุ่งกับแม่ผม ถ้าไม่พอใจอะไรเรื่องของผมก็มาทำผมนี่” ไกรจะพูดว่าตนกับแพรวารักกัน พันเทพไม่ยอมฟังตวาดให้หยุดพูด และห้ามยุ่งกับแพรวาอีก

เมื่อไกรไม่หยุด พันเทพจึงทำร้ายไกรจนลงไปกองกับพื้น ไกรไม่สู้แถมยังยืนกราน ว่าห้ามตนไม่ได้ แพรวาร้องไห้โฮ ขอร้องให้พ่อหยุด และยอมให้พากลับ ไกรมองตามอย่างสิ้นหวัง

สภาพรถที่กลับมาเหมือนเดิมทำให้ไม้แปลกใจ ถามจันทร์ว่าทำไมทำได้เร็วอย่างนี้ จันทร์อึกอักตอบว่าช่วยกันหลายคน ไม้เห็นคันเกียร์ก็ดีใจรีบเข้าไปดึงออกมา แต่พอสัมผัสเขาก็รู้ว่าไม่ใช่ไม้ตะพด จันทร์เผลออุทานว่าถอดออกมาทำไมกว่าอบเชยจะหาอะไหล่มาได้ ว่าแล้วก็ปิดปากอย่างตกใจ ไม้หันมาถามว่าอบเชยเกี่ยวอะไรด้วย จันทร์รีบปัดว่าไม่มีอะไร

ไม้อารมณ์เสียกลับไป แวะซื้อข้าวปลาอาหารมาให้เมฆ ไม้ถามพ่อนึกออกหรือยังว่าไม้ตะพดอยู่ที่ไหน เมฆบ่นแต่เจ็บขาๆ ไม้จึงให้กินยาและหายามาจะนวดให้ พอจับขาพ่อเขาจึงได้รู้ว่าเมฆเอาไม้ตะพดผูกติดไว้กับขา เป็นเหตุให้ต้องเดินขาเป๋ ไม้อึ้งที่คิดไม่ถึง

ooooooo

แม้ตำรวจจะเอาผิดพันเทพไม่ได้ แต่เขาก็โดนหัวหน้าพรรคเรียกไปตำหนิที่ก่อเรื่องไม่ดีกับชาวบ้านจนโพลออกมาแพ้ย่อยยับ ถ้าเกิดขึ้นอีก คงต้องถอดออกจากพรรค พันเทพหงุดหงิดกลับมา กวาดหนังสือพิมพ์ที่ลงข่าวทิ้งลงจากโต๊ะ

“ทำเป็นวางอำนาจ ขู่อย่างนั้นอย่างนี้ ฉัน...

พันเทพ ไม่ได้เกิดมาเพื่อจะอยู่ใต้อำนาจของใคร ถ้าฉันได้ไม้ตะพดทั้งสองอันเมื่อไหร่ ฉันไม่มีวันมาทำงานรับใช้แกหรอก”

พันเทพมาเกรี้ยวกราดกับเวตาล เรียกให้ออกมาจากตู้ ประตูตู้เปิดออกแต่ไม่ปรากฏตัว พันเทพโวยว่าอยู่ไหน เสียงเวตาลตอบมาว่า ตนอยู่ทุกที่ที่ต้องการจะอยู่

“อย่ามาพูดจาวกวนกับฉัน ปรากฏตัวออกมา”

เวตาลบอกว่าตนอยู่ตรงหน้า พันเทพไม่เห็น แต่พอมองไปที่พื้นเห็นรอยเท้าเหมือนไอน้ำเดินย่ำไปทั่วห้อง หนังสือบนโต๊ะเปิดเองได้ เวตาลถาม เริ่มจะมองเห็นตนแล้วใช่ไหม

“ตัวแกหายไป ทำไมต้องล่องหน”

“มันเป็นวัฏจักรของร่างกายข้า แต่มันก็ดีไม่ใช่รึ ที่เจ้าจะไม่ต้องกังวลว่าใครจะมาพบเจอตัวข้าที่เจ้าปิดบังไว้...เจ้ามีเรื่องอะไรกับข้างั้นรึ”

“ฉันได้ของมาแล้ว ครบทุกอย่างที่แกบอก...นี่ไง ยางไม้สีแดงเหมือนเลือดสด ใจกลางป่าอาถรรพณ์”

พันเทพยื่นขวดให้ ขวดลอยอยู่ในอากาศ

“ใช่มันจริงๆ ข้าได้กลิ่นคาวของไอ้แก่ฤาษี”

พันเทพดึงขวดกลับมา เวตาลไม่พอใจปิดประตูตู้ปัง พันเทพหยิบหนังเสือขึ้นมาแล้วบอกว่านี่เป็นอีกอย่าง เวตาลสูดหายใจฟืดฟาด แล้วหัวเราะก้อง “เจ้าโดนแหกตาแล้ว ข้าไม่ได้กลิ่น”

“ไม่จริง ฉันเป็นคนแย่งมาจากมือมัน มันจะปลอมไปได้ยังไง”

“คิดว่าคนพวกนั้นจะพกตำราหนังเสือของจริงเดินทางไปกับเจ้ารึไง เรื่องมันคงไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก”

พันเทพกำหนังเสือของปลอมในมือแน่นด้วยความโกรธแค้น...

ooooooo

วันนี้เป็นวันที่ทิวาเอาห่อสมุนไพรมาให้อบเชย เขาบังคับให้เธอนั่งทานข้าวด้วย ทิวาเอาใจป้อนข้าว อบเชยจำต้องคล้อยตามเพราะอยากได้สมุนไพรนั่น ไม้เดินผ่านมากับจันทร์เห็น มองอย่างเจ็บใจ จันทร์อุทานนั่นมันอบเชย ไม้ตวาดไม่ให้เอ่ยชื่อนี้อีก จันทร์รู้สึกไม่ชอบมาพากล

พออบเชยได้ห่อยามาจะรีบไป ทิวาต่อว่าอย่าดีใจออกนอกหน้านัก อบเชยถามว่า ยานี้ต้องกินนานแค่ไหนกว่าจะหาย ทิวาเล่นลิ้นว่า นานพอที่เธอจะลงเอยกับเขา อบเชยว่าฝันไปเถอะ

“ถ้าฉันให้ลุงเมฆกินแล้วไม่ดีขึ้น ข้อตกลงระหว่างเราก็เป็นอันจบกัน รู้ไว้ด้วย”

ทิวาย้ำห้ามไปพบไม้เด็ดขาด อบเชยวิ่งออกจากร้าน ทิวาจะตาม พนักงานร้านมาขวางให้จ่ายเงินก่อน อบเชยยิ้มย่องวิ่งออกมา จันทร์ดักหน้า “ฉันมีเรื่องต้องคุยกับเธอ ตามฉันมาทางนี้”

ทิวาออกมาไม่เห็นอบเชยแล้ว โทร.สั่งลูกน้องไปเฝ้าดูที่บ้านไม้ว่าอบเชยไปเจอกันหรือเปล่า...จันทร์บอกอบเชยว่าตนได้ยินเรื่องทั้งหมดแล้ว

“อะไรทำให้เธอต้องยอมเอาตัวเองไปเสี่ยงขนาดนั้น เธอก็รู้ว่าพวกนั้นน่ะ มันไว้ใจไม่ได้”

“เพราะสิ่งนี้ไง” อบเชยส่งห่อสมุนไพรให้ “เอาไปรักษาลุงเมฆ และอย่าบอกใคร”

จันทร์ต่อว่าไม่จำเป็นต้องทำขนาดนี้ อบเชยย้อนถาม มีวิธีไหนที่ดีกว่า ถ้าเมฆเป็นอะไรไป ไม้จะเป็นอย่างไร จันทร์อึ้ง

“คิดว่าไอ้ไม้มันจะดีใจเหรอถ้ามันรู้ว่าเธอยอมเสี่ยงขนาดนี้”

“ก็อย่าให้ไม้รู้เด็ดขาด ไม่งั้นลุงเมฆไม่มีวันหาย”

“แล้วจะให้ฉันทำยังไง ไอ้ไม้มันเป็นเพื่อนฉัน”

“แล้วฉันเป็นเพื่อนเธอรึเปล่า จันทร์ ถ้าฉันไม่ทำแบบนี้ ลุงเมฆไม่มีวันหาย แล้วฉันก็ทนไม่ได้ที่จะเห็นไม้ต้องเสียใจ เธอเข้าใจมั้ย ได้โปรดช่วยฉันเถอะนะ ให้ฉันคุกเข่าขอร้องก็ได้”

อบเชยจะคุกเข่า จันทร์รีบห้ามยอมตกลง แต่ถ้าไม้ถามได้ยามาจากไหน อบเชยเตรียมคำตอบไว้แล้ว... ให้จันทร์บอกว่าค้นตำรายาจีนได้ ให้ไม้ต้มให้เมฆกินทุกวัน ไม้รับมาด้วยความดีใจ อบเชยแอบมองอยู่ห่างๆ จันทร์รู้สึกไม่สบายใจเลย เหมือนเอาความดีของคนอื่นมาใส่ตัว...

ooooooo

ไม่เพียงแค่แพรวาต้องเสียใจที่ไม่ได้เจอกับไกร พันเทพยังสั่งให้เธอไปใกล้ชิดกับลูกชายรัฐมนตรี ราตรีไม่พอใจทำไมพ่อไม่ให้ตนไป ทั้งที่ตนเต็มใจ ราตรีโทษเป็นความผิดของแพรวาที่เกิดมาเพื่อแย่งทุกอย่าง จึงตั้งใจจะแกล้งแพรวาให้เจ็บแสบ

ราตรีใช้โทรศัพท์ของแพรวาที่ยึดมา โทร.นัดไกรไปพบในที่ลับตา เกรงโดนจับได้ และเธอก็นัดเขาที่โรงแรมม่านรูดเก่าๆ ไกรมาถึงเห็นสภาพก็เป็นห่วงแพรวาจะเสียชื่อ แต่ราตรีตัดบทรินน้ำให้เขาดื่มโดยใส่ยานอนหลับไว้ ราตรีเซตฉากว่าตนนอนกับไกร แล้วถ่ายภาพไว้...

ด้วยความเสียใจ แพรวามาทำบุญให้อาหารปลาที่ท่าน้ำวัด พบไม้โดยบังเอิญ ไม้ดีใจมากที่เธอปลอดภัยออกมาจากป่าอาถรรพณ์ได้ แพรวาสังเกตเห็นสีหน้าไม้อมทุกข์จึงให้ยื่นมือมา

แพรวาจับมือไม้แล้วหลับตา “ขอให้ความสุขของฉันจงบรรเทาทุกข์ของไม้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร ขอให้ไม้ผ่านมันไปได้ด้วยดี”

ไม้มองยิ้มๆ แล้วหลับตาลงบ้าง “ขอให้ความสุขที่ยังหลงเหลือของผม บรรเทาความทุกข์ของคุณแพรวา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม ขอให้คุณแพรวาผ่านมันไปได้ด้วยดี”

ทั้งคู่ลืมตาขึ้นมายิ้มให้กัน โดยไม่รู้ว่า อบเชยแอบมองสองคนอยู่ด้วยน้ำตานองหน้า ตนไม่ใช่คนที่ทำให้ไม้มีความสุขอีกแล้ว อบเชยเดินเศร้าๆจากไป

ตกเย็น ไกรตื่นขึ้นมาพบว่าตนนอนอยู่กับแพรวาในสภาพผ้าขนหนูผืนเดียวทั้งคู่ ก็ตกใจ

“นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย”

“ทำไมคุณไกรพูดแบบนี้ล่ะคะ ทำอะไรไม่รู้ตัวบ้างรึไง” ราตรีทำเป็นเสียใจ

ไกรพยายามคิดแต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ราตรีแกล้งร้องห่มร้องไห้ว่า ตนใจง่ายเองแล้วลุกขึ้นแต่งตัววิ่งออกไป บอกเขาเพียงว่า ไม่ต้องมาให้ตนเห็นหน้าอีก ไกรยังงงว่าเกิดอะไรขึ้น...

อบเชยเดินเศร้าๆผ่านตลาด ทิวาเข้ามาต่อว่าตามหาแทบแย่ อบเชยโต้อย่าเรียกว่าตามหา เพราะตนรู้ว่าเขาให้คนสะกดรอยตามตลอด ทิวาขู่ว่าถ้าผิดสัญญาจะไม่ส่งยาให้อีก อบเชยแค้นใจ เขาบังคับตนได้แต่ตัวเท่านั้น ทิวากระชากอบเชยมาประชิด

“อย่าปากดีให้มันมากนัก ระวังฉันจะได้เธอหมดทั้งตัวเข้าจริงๆ”

ไม้กับแพรวาเดินมาพอดี ไม้เห็นทิวาจับมืออบเชยก็เมินหน้าหนี อบเชยเห็นไม้เดินมากับแพรวาก็สะเทือนใจ ทิวาเยาะไม้ ทนเห็นความจริงไม่ได้หรือ แล้วเอ็ดแพรวาที่หนีเที่ยว

อบเชยเป็นห่วงไม้เกรงมีเรื่องจึงตัดบทดึงทิวา “อย่าไปสนใจเลยทิวา ฉันว่าไร้สาระ”

ไม้หันมามองอบเชยอย่างเจ็บใจ แพรวาถามไม้ว่ามีเรื่องอะไรกับอบเชยหรือ

“อย่าไปสนใจเลย ก็แค่คนหลอกลวงคนนึง” ไม้แกล้งพูดดังๆให้อบเชยได้ยิน

อบเชยกล้ำกลืนความเจ็บปวดไม่ให้น้ำตาไหลออกมา...

ooooooo

และแล้ว ราตรีก็เอารูปที่ถ่ายกับไกรในโรงแรมมาเยาะเย้ยแพรวา เห็นไกรดูสุภาพแบบนั้น แต่ลีลาไม่เบาเลย แพรวาเห็นภาพ น้ำตาไหลพรากถามว่าทำไมทำแบบนี้ ตนไปทำอะไรให้

“ยังมีหน้ามาถามอีก เธอน่ะทำร้ายฉันมาตลอด พ่อเลือกผู้ชายดีๆให้เธอ เป็นห่วงเธอ เธอมีแต่คนดีๆเข้ามาในชีวิต แล้วเธอยังมาถามอีกเหรอว่าฉันทำไปทำไม”

“เราไม่น่าเกิดมาเป็นแฝดกันเลย”

“ฉันต่างหากที่ต้องเป็นคนพูดประโยคนั้น” ราตรีตอกกลับก่อนจะกลับออกไป

แพรวาร้องไห้เสียใจกับภาพที่อยู่ตรงหน้า เช่นเดียวกับไกรที่กังวลใจเกรงแพรวาจะโกรธ ตัดสินใจบุกมาหาแพรวาที่บ้านโดยไม่เกรงกลัวสมุนที่เฝ้าอยู่เต็ม   แพรวาออกมาเห็นร้องให้สมุนหยุดทำร้ายไกร “พ่อไม่อยู่  ถ้าไม่มี ใครพูดพ่อก็ไม่รู้ ฉันรับรองจะจัดการให้เขาออกไปเอง”

แพรวาถามโกรธๆว่ามีธุระอะไร ไกรขอโอกาสเธอ เขายินดีรับผิดชอบทุกอย่าง แพรวายิ่งสะเทือนใจไม่ต้องการฟังเรื่องนี้ ไกรถามอยากให้ตนทำอะไร แพรวาให้ไปไกลจากชีวิตตน

แถมย้ำ “ถ้าคุณรัก อยากจะรับผิดชอบ ไปรับผิดชอบคนที่คุณทำแล้วไม่ต้องมายุ่งกับฉัน”

“หมายความว่ายังไง ผมไม่เข้าใจ”

แพรวาไล่ให้กลับ สมุนมาล็อกตัวไกรลากออกไปโยนนอกบ้าน ไกรตะโกนร้องเรียกแพรวา เขาไม่เข้าใจที่เธอพูด เขาขอโทษ แพรวากล้ำกลืนความเจ็บช้ำ ราตรีเดินปรบมือเข้ามา

“เก่งเหมือนกันนี่ สามารถไล่ผู้ชายที่ตัวเองทั้งรักทั้งห่วงไปได้ แต่ถ้าจะให้เก่งกว่านี้ ก็ไม่ควรมานั่ง อาลัยอาวรณ์นะ”

“สะใจเธอรึยังล่ะราตรี ที่ทำลายชีวิตฉันได้”

“ก็รู้สึกดีนะ”

“หัวใจเธอมันทำด้วยอะไรนะราตรี ฉันไม่น่าทำอะไรเพื่อเธอเลย” แพรวาเดินไป

ราตรีไม่เข้าใจ หาว่าอย่างแพรวาหรือจะมาทำอะไรเพื่อตน มีแต่แย่งทุกอย่าง ไม่ทันไรแม่บ้านเอาโทรศัพท์มาให้บอกว่า ลูกชายรัฐมนตรีโทร.หา ราตรีรับสายอย่างงงๆ

“ฮัลโหล...ค่ะ กำลังพูด นี่ใครคะ...ที่เจอกันเมื่อวาน ...ฉันน่ะเหรอคะ...แน่ใจเหรอคะว่าราตรี...ใช่ค่ะ...อ๋อค่ะ ได้ค่ะ ไม่รังเกียจค่ะ...สวัสดีค่ะ” ราตรีวางสายงงๆ ลูกชาย รัฐมนตรีโทร.นัดตนไปทานข้าว นี่แปลว่า แพรวาอ้างว่าเป็นตน ราตรีเริ่มรู้สึกผิด

ooooooo

วันต่อมา ไม้ตื่นมาพบเมฆกำลังติดกระดุมเสื้อตัวเอง ไม้ตื่นเต้นมากที่พ่อสามารถทำเองได้ แสดงว่ายาสมุนไพรที่กินได้ผล ไม้รีบมาบอกจันทร์ที่อู่ ท่าทางไม้ดีใจจนจันทร์ยิ่งลำบากใจ ไม้ซักถามว่าได้ยามาจากใคร ตนอยากขอบคุณ และต้องกินนานแค่ไหนกว่าจะหาย

จันทร์อึกอักตอบไม่ได้ ไม้ถามชื่อยาจะไปหาซื้อเอง จันทร์อ้างจำไม่ได้แล้วจะเอามาให้อีก จันทร์รีบเดินหนี ชาญเข้ามาทักไม้ที่จะมาทำงานแทนเมฆ แล้วถามถึง อบเชย ไม้นิ่งไม่ตอบ ชาญงง...จันทร์มาส่งข่าวอบเชยเรื่องยา เธอพลอยดีใจไปด้วยและให้ยาห่อใหม่ จันทร์บ่นไม่อยากทำแบบนี้แล้ว รู้สึกละอายใจ อบเชยปลอบว่าไม่เป็นไร ขอให้เมฆหาย ไม้มีความสุขก็พอ

“เธอคิดว่าตอนนี้ไม้มันมีความสุขจริงๆเหรอ แล้วตัวเธอเองล่ะกำลังมีความสุขอยู่จริงๆน่ะเหรอ” จันทร์ถามจี้ใจ

อบเชยนิ่งเถียงไม่ออก จันทร์เห็นฝนทำท่าจะตกจึงให้รีบกลับ อบเชยขออยู่คิดอะไรอีกสักพัก...ไม้ถือกับข้าวเดินมา ฝนเทกระหน่ำลงมา จึงวิ่งเข้าหลบที่ศาลา ไม่ทันเห็นว่าเป็นอบเชย เขาบ่นเปรยๆว่าอากาศแปรปรวนจัง อบเชยหลบหน้าค่อยๆขยับตัวจะออกไป ไม้ทัก

“ฝนตกขนาดนี้ไม่รอให้มันซาก่อนล่ะครับ คุณรังเกียจที่ผมมาหลบฝนที่นี่หรือ”

อบเชยรีบปฏิเสธ แล้วหันมาเผชิญหน้า ไม้ตะลึง ก่อนจะถาม “ทำไมจะหนีฉัน กลัวกรรมที่หลอกคนอื่นไว้มันจะตามทันรึไง...จริงสินะ เธอเป็นแฟนทิวานี่ทำไมยังต้องมาติดฝนแบบนี้อีกล่ะ ไอ้ทิวามันมีรถคันหรูไม่ใช่รึไง หรือแฟนไม่มารับปล่อยให้เธอเดินลุยฝนกลับบ้านเอง”

“มันเรื่องของฉัน”

“ทำไม ฉันแตะต้องเธอไม่ได้อีก แม้กระทั่งความรู้สึกเลยรึไง เธอร้ายมากนะอบเชย เธอหลอกฉัน หลอกทุกคนในชีวิตฉันให้หลงเชื่อว่าเธอดี ฉันเคยสงสัยว่าทำไมพันเทพถึงรู้เรื่องฉันมากมาย ที่แท้  เพราะมีเธอคอยคาบข่าวไปบอกนี่เอง”

“พอซะที...”

“ทำไม ถึงกับทนฟังไม่ได้เลยรึไง ความจริงน่ะ”

“เธอไม่รู้อะไร อย่าพูดดีกว่า”

“ทำไมฉันจะไม่รู้ ในเมื่อฉันเป็นคนที่เจ็บ เจ็บที่หลงเชื่อคนอย่างเธอ”

อบเชยพูดไม่ออก น้ำตาพานจะไหล เธอเดินหนีออกมาตากฝนเพื่อไม่ให้เขาเห็นน้ำตา ไม้โกรธวิ่งตามออกมา กระชากตัวเธอ “ฉันยังพูดไม่จบ อย่าเดินหนีฉัน”

“ปล่อยฉันไปเถอะ”

“ฉันจะปล่อยคนโกหกอย่างเธอไปง่ายๆได้ยังไง”

“เธอก็มีความสุขดีกับแพรวาแล้วนี่”

“อย่าเอาตัวเธอไปเปรียบกับคุณแพรวา มันคนละชั้นกัน”

“งั้นก็ปล่อยฉันไปสิ ฉันเทียบอะไรกับใครไม่ได้หรอก” อบเชยเสียงสั่น

“ฉันอยากจะรู้นักว่า ไอ้ทิวามันยังจะอยากได้ผู้หญิงที่มีมลทินแบบเธอรึเปล่า” ไม้โกรธจนลืมตัวดึงอบเชยเข้ามาจูบ อบเชยตกตะลึงดิ้นรนผลักไส

“ดีแต่ว่าคนอื่น ตัวเองก็ไม่ได้ดีเลย” อบเชยผลักไม้ออก มองเขาด้วยความเสียใจ

“คนอย่างเธอฉันไม่จำเป็นต้องคุยดีๆด้วยให้เสียเวลาอีกแล้ว ฝากบอกไอ้ทิวาด้วยนะ ว่ามันไม่ใช่จูบแรกของเธอ”

อบเชยน้ำตาร่วงพรู วิ่งหนีไป ไม้มองตามเหมือนสะใจ แต่แท้จริงเขาเจ็บปวดไม่แพ้เธอ

ooooooo

จันทร์ถือห่อยาแวะมาหาหลวงพ่อในวัด ขอให้ช่วยดูยาสมุนไพรว่าคือตัวยาอะไรบ้าง หลวงพ่อดูๆแล้วบอกว่าจะเรียกเด็กลูกวัดคนหนึ่งมาช่วยดูให้...เด็กวัดที่หลวงพ่อเรียกมาคือชาญ

“นี่น่ะเหรอครับ เด็กลูกวัดที่หลวงพ่อว่า”

“แน่นอน ข้าน่ะเก่งเรื่องสมุนไพรสุดในวัดนี้แล้ว รักษาเด็กวัดมาก็หลายคน ข้าไม่เคยบอกเอ็งรึไง” ชาญโอ้อวด ว่าแล้วก็ดมตัวยาสมุนไพรในห่อ

ชาญรู้สึกคุ้นกลิ่น พอรู้ว่าคือยาใช้รักษาเมฆได้ จึงรับปากจะพยายามหามาให้...

ภาพไม้หล่นจากหน้าผายังทำให้พันเทพฝันร้ายอยู่ตลอด จนเขาต้องมาบ้านเมฆ พอเห็นว่าเมฆกลับมา

ได้ในสภาพเบลอๆจึงเกลี้ยกล่อม “พยายามนึกดูดีๆ แกไม่มีคนสืบทอดไม้ตะพดอีกต่อไปแล้ว เอาไม้ตะพดมาให้ฉันดีกว่า”

“ใครบอกว่าฉันไม่อยู่แล้วล่ะ ฉันไม่ได้ตายง่ายๆแบบนั้นหรอกพันเทพ” ไม้โผล่เข้ามา

พันเทพแทบช็อก ทั้งดีใจทั้งตกใจ ไม้ต่อว่าที่เขาหลอกให้พ่อตนกินสมุนไพรจนกลายเป็นแบบนี้ พันเทพโต้ว่า ตนไม่ได้บังคับให้กินเลย เมฆเอาไปกินตอนไหนไม่มีใครรู้

“ฉันอยากจะฆ่าแกให้ตายซะตรงนี้” ไม้ยังเจ็บใจ

“เป็นความคิดที่ไม่ฉลาดเลยไม้ เธอจะเสียใจแน่เมื่อถึงวันหนึ่ง”

ไม้สวนว่าไม่มีวัน พันเทพบอกไม้ว่าคนที่พยายามดูแลอยู่นั่นไม่ได้มีค่าอะไรกับเขาเลย ไม้ยันไม่มีทางที่ตนจะคิดแบบนั้น พันเทพโต้เพราะไม้ยังไม่รู้ความจริง ถ้าอยากรู้ให้มาร่วมมือกับตน แล้วเราจะยิ่งใหญ่ไปด้วยกัน

“ฝันไปเถอะ ฉันจะเป็นคนที่ขัดขวางแกทุกทางไม่ให้แกมีวันนั้น”

“ดี ฉันชอบที่เธอเด็ดเดี่ยว แน่วแน่ เธอไม่รู้หรอกว่าฉันดีใจขนาดไหนที่เธอยังไม่ตาย”

ไม้ไม่เชื่อ จู่ๆเมฆก็พูดขึ้นว่า ตนรู้ความจริงแล้วว่าทิวาเป็นลูกจริงๆ ไม้ตกใจคิดว่าพ่อเลอะเลือน พันเทพหัวเราะสะใจกลับไป ไม้ว้าวุ่นสับสนเหมือนโดนหัวเราะเยาะ...

และแล้ว อบเชยก็จับไข้ เพ้อขอโทษไม้ตลอดเวลา ศรนารายณ์สงสารลูก จึงมาที่อู่เพื่อบอกให้ไม้ไปเยี่ยม แต่ไม้ไม่สนใจ จันทร์อึดอัดใจจนอารมณ์เสียใส่ไม้ว่าทำเป็นโง่ ไม้งง ในใจก็เป็นห่วงอบเชย เพราะเหตุการณ์เมื่อวานหรือเปล่า...ไม้มาที่บ้านอบเชย แต่กลับเห็นทิวากำลังประคองเธอจึงโกรธกลับไป ทิวามาต่อว่าอบเชยที่ไปจูบกับไม้ อบเชยไม่มีแรงจะโต้เถียง พอทิวารู้ว่าเธอตัวร้อนจัดก็จะออกไปหายามาให้ เผอิญเมฆนึกถึงศรนารายณ์จึงแวะมาหา พอเจอทิวาก็ดีใจเรียกลูกทุกคำ ทิวาไม่พอใจ แต่ไม่ทำอะไร เพราะจะรีบไปหายามาให้อบเชย ศรนารายณ์กลับมาเจอเมฆ แต่คุยกันไม่รู้เรื่องเพราะเมฆความจำกลับไปกลับมา อบเชยโผเผออกมา พอเห็นเมฆก็ดีใจรีบถามว่ากินยาหรือยัง เมฆส่ายหน้า เธอจึงรีบไปต้มยามาให้

ไม้หงุดหงิดกลับมาบ้าน รู้ว่าพ่อหายไปก็วิ่งออกไปตามหา จนเจอเดินมากับอบเชยกลางทาง เขาเข้าไปดึงเมฆออกห่างและต่อว่าอบเชย

“พ่ออย่าไปไว้ใจคนแปลกหน้าสิ คนเดี๋ยวนี้ไว้ใจได้ที่ไหน หน้าเนื้อใจเสือทั้งนั้น”

อบเชยจะเถียง แต่ไม่ค่อยมีแรง จึงขอตัวกลับ แต่พอเดินไปไม่กี่ก้าวก็หน้ามืดล้ม ไม้หาว่ามารยา เมฆเข้ามาประคองแทน อบเชยรู้สึกตัว เมฆให้ไปพักที่บ้านตนก่อน แต่ไม้กลับพูดว่าสำออย อบเชยเสียใจขอกลับบ้านดีกว่า ไม้พยุงเมฆแยกไป...กลับมาถึงบ้าน ไม้จะต้มยาให้เมฆ แต่เขาบอกว่าอบเชยทำให้กินแล้ว ไม้แปลกใจ

“แต่นี่มันยาที่ไม่ได้หาง่ายๆนะ บ้านอาศรจะมีได้ไง หรืออบเชย...” ไม้สงสัยรีบออกไป

ไม้มาตรงจุดที่แยกกับอบเชย แต่ไม่พบเธอแล้ว จึงเข้าใจว่าเธอคงมารยาหลอกตนอีก...

ทิวามาขอให้เวตาลช่วย ทั้งเรื่องอบเชยและพ่อ เวตาลแนะนำให้ทำตามใจตัวเอง ไม่ต้องตามเงื่อนไขที่ตกลงกับอบเชยไว้ ทิวายิ้มย่อง...จันทร์มาหาชาญเพื่อถามถึงความคืบหน้าของยาสมุนไพร ชาญหามาได้แต่ไม่ค่อยแน่ใจว่าใช่ตัวเดียวกันทั้งหมด จึงคิดว่าต้องทดลองให้ใครกินดูก่อน แต่ต้องเป็นคนที่ร่างกายแข็งแรง ทั้งสองลงมติว่าน่าจะเป็นศรนารายณ์ จึงมาหลอกให้ดื่ม ตอนแรกศรนารายณ์ลืมว่าเอากุญแจรถไว้ที่ไหน พอดื่มยานี้แล้วนึกออกทันที ทั้งสองยิ้มดีใจ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“จั๊กจั่น” ใจหายตกใจกอด “กอล์ฟ” แน่น “อั๋น-ไอซ์” เห็นภาพบาดตา

“จั๊กจั่น” ใจหายตกใจกอด “กอล์ฟ” แน่น “อั๋น-ไอซ์” เห็นภาพบาดตา
10 ธ.ค. 2562
08:10 น.