ข่าว

วิดีโอ



ลูกผู้ชายไม้ตะพด

อ่านเรื่องย่อ

แนว:

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย:

กำกับการแสดงโดย:

ผลิตโดย:

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์ช่องอื่นๆ

นักแสดงนำ:

ขณะที่ศรนารายณ์ขับรถขนของย้ายเข้าไปทำงานในกรุงเทพฯ อบเชยนั่งเหม่อมองไปนอกหน้าต่าง เวตาลเจ็บกระเซอะกระเซิงมาตัดหน้ารถ ศรนารายณ์ตกใจลงมาดูเห็นรอยเลือด อบเชยพนมมืออธิษฐานขอเจ้าป่าเจ้าเขาช่วยให้อะไรก็ตามที่ถูกชนอย่าเป็น อันตราย เกิดลมพัดวูบกระทบหน้า เหมือนรับรู้คำอธิษฐานของเธอ

สองพ่อลูกเดินกลับมาขึ้นรถ อบเชยรู้สึกใจไม่ดี พอศรนารายณ์ขับรถไปได้ไม่นาน ก็มีรถกระบะคันหนึ่งแหกโค้งมาชนอย่างแรง เสียงดังสนั่นหวั่นไหว...อบเชยสะดุ้งตื่น พอรู้ว่าตัวเองนอนอยู่บ้านฝันไปก็โล่งอก พลันได้ยินเสียงก๊อกแก๊กในตู้ ไม่ทันไรประตูตู้เปิดออก อบเชยแทบช็อก เวตาลท่าทางป่วยเดินท่อมๆตรงมาหาเธอ

“ถือว่าเราหายกัน”

“หายกัน...พูดเรื่องอะไรน่ะ”

“ก็เรื่องที่เจ้าขอพรกับเจ้าป่าเจ้าเขาให้ข้ามีชีวิตรอดไง” เวตาลทำให้อบเชยได้เห็นถึงอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้น จึงดลใจให้เลื่อนการเดินทาง

อบเชยนึกเป็นห่วงไม้จึงมาที่วัด เห็นไม้นั่งโศกเศร้ารำพันอยู่หน้าโลงศพของแพรวา

“คุณแพรวา ผมขอโทษที่ปกป้องคุณไม่ได้ ผมคงไม่ใช่คนที่เกิดมาเพื่อปกป้องใครเลย พ่อก็บาดเจ็บ ส่วนพันเทพ พ่อ...ของคุณก็โดนจับตัวไป แล้วคุณก็ต้องมาจากไป ผมมันไม่เอาไหน”

อบเชยสะท้อนใจที่ไม่มีตนอยู่ในจำนวนคนที่ไม้เป็นห่วง ทนฟังต่อไม่ไหว เดินเลี่ยงจะออกไป พลันเตะพวงหรีดเสียงดัง ไม้หันไปมอง เห็นหลังไวๆเข้าใจว่าเป็นแพรวา จึงวิ่งตามร้องให้หยุด อบเชยยิ่งช้ำใจที่ตนไม่มีความสำคัญเท่าคนที่ตายไปแล้วอย่างแพรวา...

ไกรโผล่มาดึงไม้ให้หยุด เตือนสติว่าแพรวาตายแล้ว คนที่เห็นอาจเป็นเพียงเด็กวัดที่มาขโมยของกิน ตนนอนเฝ้าศพแพรวาทุกคืน เพราะมันเป็นสิ่งสุดท้ายที่ตนจะทำให้ได้

“แพรวาต้องตายอย่างโดดเดี่ยว ไม่มีญาติสักคน เธอควรจะได้รับสิ่งที่ดีกว่านี้ สำหรับคนดีอย่างเธอ ฉันก็ทำได้แค่นี้ แม้มันจะไม่สามารถชดเชยสิ่งเลวๆที่ฉันเคยทำกับแพรวาได้”

ไม้อึ้ง มองไกรอย่างเข้าใจความรู้สึก...

ooooooo

ในคืนนั้น เมฆซึ่งอยู่บ้านลำพัง รู้สึกเหมือนมีใครเฝ้าดู ส่วนอบเชยเสียใจเรื่องไม้ เธอเก็บข้าวของเตรียมเดินทางในวันรุ่งขึ้น คว่ำรูปไม้ที่วางบนโต๊ะหัวเตียงอย่างตัดใจ แต่สุดท้ายก็คว้าเอาใส่กระเป๋าไปจนได้

เช้าวันรุ่งขึ้น ไม้วิ่งออกกำลังกายผ่านบ้านอบเชย เห็นรถเธอแล่นออกไป ไม้วิ่งตามร้องเรียก แต่ทั้งอบเชยและศรนารายณ์ไม่ได้ยิน ไม้เศร้ากลับบ้าน เมฆบอกไม้ถึงสิ่งผิดปกติที่รู้สึกและพบรอยเท้าประหลาดรอบบ้าน จันทร์ชวนชาญมาช่วยดูร่องรอย ชาญเชื่อว่าเป็นรอยเท้าเวตาลที่แวะเวียนมาดูเพื่อชิงไม้ตะพดและมาเพียงตัวเดียว

“ถ้างั้นพันเทพก็อาจจะหนีไปได้ หรือไม่ก็ตายแล้ว” จันทร์วิเคราะห์

“หรืออาจจะถูกจับขังที่ไหนสักแห่งก็ได้ อย่าลืมสิ มันจับพันเทพไปเพื่อเป็นข้อต่อรอง”

ชาญแย้งแต่จันทร์เชื่อว่าพันเทพตายแล้ว ไม้ทนฟังไม่ได้ ถามชาญว่าตนจะตามเวตาลไปได้อย่างไร ไม้มองเมฆอย่างเกรงใจ เมฆเข้าใจบอกไม้ว่า การไปช่วยพ่อแท้ๆของตัวเองเป็นสิ่งที่ลูกควรทำอยู่แล้ว สองพ่อลูกยิ้มอย่างเข้าใจกันและกัน

ooooooo

เวตาลยังมีอาการบาดเจ็บเพราะสมุนไพรพิษ มันซมซานกลับมา พันเทพแนะให้ไปชิงไม้ตะพดวิญญาณจากเมฆเพื่อใช้รักษาอาการบาดเจ็บ แต่เวตาลไม่ไว้ใจพันเทพ จึงให้เขาเป็นคนฆ่าเมฆเอง โดยตนจะหลอกล่อเมฆมาที่นี่ พันเทพแย้งว่าฝีมือเมฆพอๆกับตน ตนจะฆ่าได้อย่างไร

“ข้าเพิ่งไปดูเจ้าเมฆนั่นมา มันบาดเจ็บ คนที่บาดเจ็บมักมีจิตที่อ่อน โน้มนำได้ง่าย”

“หมายความว่ายังไง”

“ข้าจะพาดวงจิตมันมาหาเจ้า ถ้าเจ้าฆ่าจิตมันได้ ร่างกายที่ไร้วิญญาณก็ไม่มีทางมีชีวิต”

พันเทพไม่ค่อยแน่ใจกับวิธีของเวตาล แต่ก็ยอมหลับตาให้มันสัมผัสแขน เข้าสู่สมาธิ...

เมฆซึ่งนอนหลับอยู่ รู้สึกเหมือนมีพลังบางอย่าง พาตัวเองเดินออกไปกลางป่า เขาเห็นแสงสว่างรำไร จึงเดินตามแสงนั้นไป แล้วเขาก็ได้เจอเวตาล เมฆรีบถามว่าต้องการอะไร เวตาลหัวเราะว่าเขาต่างหากที่มาเพื่อพบปะเพื่อนเก่า ว่าแล้วพันเทพก็เดินออกมาจากความมืด ไม่พูดพร่ำทำเพลงพุ่งเข้าใส่เมฆ

ทั้งสองต่อสู้กัน ต่างก็ไม่มีไม้ตะพด ร่างของเมฆซึ่งหลับอยู่กระตุกไปมาตามแรงต่อสู้ เมฆบอกพันเทพว่า ไม้กำลังตามหาเพื่อช่วยเขาจากเวตาล พันเทพไม่เชื่อ อาศัยจังหวะที่เมฆเผลอใช้มีดแทงเข้าที่ท้อง ร่างของเมฆที่นอนอยู่มีเลือดทะลักออกทางปาก ไม้หันมาเห็นตกใจพยายามปลุกให้พ่อตื่น เมฆซึ่งสะบักสะบอมอยู่ตรงหน้าพันเทพ หายวับไปเพราะการปลุกของไม้ เมฆตื่นขึ้นมาอย่างเจ็บปวดร่างกาย แต่ไม่เล่าอะไรให้ไม้ฟัง อ้างว่าแผลเก่าคงกำเริบ...เวตาลเจ็บใจ โทษพันเทพไม่เอาไหนที่ฆ่าเมฆไม่สำเร็จ

ooooooo

ไม้พาเมฆมาตรวจที่โรงพยาบาล ไม่พบบาดแผลอะไรใหม่ ไม้คิดถึงอบเชยมากไม่มีใครให้ปรึกษา คืนนั้น ไม้เห็นร่างโปร่งแสงของฤาษี นั่งอยู่ข้างเตียงเมฆถึงกับตะลึง ฤาษีบอกไม้ว่าตนมาอวยพรคนที่ดูแลไม้ตะพดเป็นอย่างดี ไม้สลดเพราะตนอ่อนแอเกินกว่าจะฆ่าเวตาลได้

“เจ้าอย่าเพิ่งคิดเช่นนั้น มันแค่ยังไม่ถึงเวลา”

“ผมไม่รู้จะไปตามหาเวตาลที่ไหน”

“ใช้ตำราให้เป็นประโยชน์สิ”

ไม้สะดุ้งตื่นจากฝัน เขาครุ่นคิดถึงสิ่งที่ฤาษีพูดถึง...

วันรุ่งขึ้น ไม้ไปปรึกษาชาญกับจันทร์ ทั้งสองเชื่อว่าหมายถึงหนังเสือแผ่นเดิม จึงตามไม้มาที่บ้านเพื่อช่วยกันดูหนังเสือว่ายังมีตรงไหนที่บ่งบอกถึงที่อยู่ของเวตาล ให้เผอิญ ชาญทำน้ำหกรดแผ่นหนังเสือ ปรากฏตัวอักษรทางไปถ้ำเวตาล ทั้งชาญและจันทร์อาสาตามไปช่วยไม้ แต่ไม้ขอร้องไม่อยากให้ใครต้องมาเจ็บตัวอีก

“เฮ้ย แต่ข้าเต็มใจจะเป็นผู้ช่วยเอ็ง เอ็งก็รู้ข้าอยากใกล้ชิดกับลูกผู้ชายมานานแล้ว ไม่คิดเลยว่าฝันจะเป็นจริง” ชาญยิ้มเขินๆ

“แต่คราวนี้ ฉันให้พี่ไปไม่ได้จริงๆ มันเสี่ยงเกินไป ถ้าจะตายก็ขอตายคนเดียว”

“ฉันถามจริงๆเหอะว่า ที่แกเข้าไปครั้งนี้ เพื่อช่วยพันเทพเท่านั้นใช่มั้ย” จันทร์สงสัย

“ไม่ว่าจะชั่วดียังไง อย่างน้อยเขาก็เป็นคนทำให้ฉันเกิดมา นี่อาจจะเป็นสิ่งเดียวที่ฉันจะตอบแทนได้” ไม้ยอมจำนน

ทั้งจันทร์และชาญมาส่งไม้ทางเข้าป่าอาถรรพณ์ ไม้กำชับจันทร์ให้ช่วยดูแลเมฆให้ด้วย ไม้รู้ว่าชาญอยากไปช่วย แต่ตนรู้สึกผิดมากตั้งแต่แพรวาต้องตายไป ไม่อยากเห็นใครมาตายอีก

ชาญและจันทร์กลับบ้านเพื่อดูแลเมฆ แต่ต้องตกใจเมื่อไม่เห็นเมฆนอนอยู่ที่บ้าน ทั้งสองสังหรณ์ใจว่าเมฆจะตามไม้ไป...

ooooooo

เมื่อเวตาลแปลงร่างเป็นทิวา แต่มันยังไม่แข็งแรงดี พันเทพเห็นเช่นนั้นจึงยุให้ไปเอาไม้ตะพดมารักษาตัว มัวรอช้าเดี๋ยวพวกไม้บุกมาเสียก่อน

“เจ้าคิดว่า ลูกชายที่เกลียดเจ้า จะยอมเสี่ยงชีวิตช่วยเจ้าตามที่เจ้าเมฆมันว่างั้นหรือ”

พันเทพนึกได้ จริงสิ ไม้จะยอมมาช่วยตนหรือ ทิวาย้ำว่าเขาไม่เหลือใครแล้วนอกจากตน พลันมีเสียง กอกแกกหน้าถ้ำ ทิวาถือไม้ตะพดออกไปสำรวจ พันเทพแอบหวังว่าเป็นไม้

ไม้แอบซุ่มอยู่เห็นทิวาถือไม้ตะพดก็ตกใจว่าพันเทพยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า เขาจึงรอจนดึกแล้วแอบเข้ามา

ในถ้ำ เห็นทิวานอนห้อยหัวเหมือนค้างคาว พันเทพนอนอยู่อีกทาง ก็ดีใจจนบอกไม่ถูก พันเทพขยับตัว ไม้รีบหาท่ีซ่อน...พันเทพลุกนั่งมองไปรอบถ้ำแล้วจ้องไปที่ไม้ตะพดในมือทิวา เขาตัดสินใจย่องเข้าไปจะชิงมันมา ไม้ลุ้นจนพลาดทำก้อนหินหล่นเสียงดัง ทิวาตื่นตีลังกาลงมาซัดพันเทพกระเด็น โวยที่หักหลังมาแย่งไม้ตะพด

“ไม้นั่นมันของฉัน ฉันขอคืน”

“เจ้านี่มันเลี้ยงไม่เชื่องจริงๆ...จำไว้ว่าใครเป็นนาย” ทิวาเงื้อไม้จะฟาดพันเทพ

ไม้ย่องเข้ามาใช้ไม้ตะพดของตนฟาดลงกลางหลังทิวา “หยุดซะทีเถอะ”

พันเทพดีใจที่เห็นไม้ ทิวาคืนร่างเป็นเวตาล เปล่งเสียงจะไม่ไว้ชีวิตทั้งสองคน ไม้ตั้งท่าเตรียมสู้กับเวตาล แต่แล้ว ไม้ก็สู้แรงของเวตาลไม่ได้ ถูกอัดติดผนังถ้ำ พันเทพเห็นไม้ตะพดวิญญาณของไม้หล่นรีบเข้าไปเก็บ แต่แล้วกลับถูกเวตาลใช้ไม้ตะพดเลือดจ่อคอ

“เจ้าก็รู้ เวลานี้เจ้าสู้ข้าไม่ได้หรอก ข้าจะให้โอกาสเป็นครั้งสุดท้ายพันเทพ ฆ่ามันซะ”

เวตาลให้พันเทพใช้ไม้ตะพดวิญญาณฆ่าไม้ซึ่งนอนบาดเจ็บ พันเทพนิ่งคิด มองเวตาลกับไม้สลับไปมา ความคิดสับสนระหว่างลูกกับความยิ่งใหญ่ที่รอคอยมานาน

“เสียใจด้วยนะ ไม้ ฉันคือพันเทพ คนที่ทิ้งได้แม้กระทั่งลูกตัวเอง...ถ้าแกเลือกอยู่ข้างพ่อตั้งแต่แรก เราคงไม่ต้องเป็นแบบนี้ แล้วเป็นไง ไอ้เมฆมันช่วยอะไรแกได้มั้ย ตายแทนคุณพ่อหน่อยแล้วกัน อโหสิกรรมนะลูก”

ไม้กัดฟันฟังพันเทพจนจบ แล้วยิ้มรับที่ตนได้ทดแทนคุณให้แล้ว “ผมยกโทษให้พ่อ...”

คำว่าพ่อทิ่มแทงใจพันเทพอย่างแรง เวตาลยิ้ม

ย่ามใจ พันเทพตัดสินใจใช้แรงเฮือกสุดท้ายหันไปฟาดใส่เวตาลแทนที่จะฆ่าไม้ เมฆโผล่มา เข้าใจผิดเอาตัวเข้าขวาง ทำให้พันเทพพลาดเป้า เวตาลโดดหลบ ไม้ตกใจที่เห็นเมฆมาได้อย่างไร เมฆให้ถามพันเทพเอาว่าตนรู้จักที่นี่ได้อย่างไร

พันเทพยอมรับผิดว่า ตอนที่ถอดจิตตนทำร้ายเมฆ แต่ตอนนี้ตนไม่ได้ทำร้ายไม้ เมฆไม่เชื่อ ไม้ช่วยยืนยันว่าพันเทพจะฆ่าเวตาล แต่เวตาลรู้ตัวเสียแล้ว มันคำรามจะฆ่าทั้งสองคน เมฆบอกพันเทพว่าตนต้องใช้ไม้ตะพดวิญญาณเพื่อทำบางอย่าง และบอกไม้ว่าให้จำท่าที่ตนจะทำต่อไปนี้ให้ดี และใช้มันเมื่อจำเป็น พันเทพส่งไม้ตะพดให้เมฆด้วยความเสียดาย

เมฆรวบรวมพลังใช้ท่าไม้ตายที่ไม่เคยใช้ที่ไหนมาก่อน วาดลวดลายเกิดแสงสว่างวาบรอบตัวและไม้ตะพด

พุ่งเข้าจู่โจมเวตาลอย่างรวดเร็ว ฟาดข้อมือเวตาล

ข้างที่ถือไม้ตะพดเลือดขาดกระเด็น มันร้องเสียงหลง ไม้คลานเข้าไปเก็บไม้ตะพด เวตาลโกรธกางกรงเล็บออกจะจ้วงแทงไม้ พันเทพเห็นผลักไม้หลบ ตนจึงโดน

กรงเล็บนั่นเต็มๆ ไม้แทบช็อกที่พันเทพช่วยชีวิตตน เมฆเองก็หมดแรงกับพลังที่ใช้ไปมาก จึงส่งไม้ตะพดให้ไม้

“ไม้รับนี่ไว้ลูก ทำเหมือนที่พ่อทำเมื่อกี้”

ไม้รับไม้ตะพดจากเมฆ และใช้ไม้ตะพดทั้งสองอันต่อกัน วาดลวดลายท่าไม้ตายของเมฆ พลังของไม้มหาศาลพุ่งเข้าเสียบร่างเวตาลเหมือนคราวที่มันโดนฤาษีแทง ร่างมันแหลกเป็นจุล

ไม้หันกลับมาประคองพันเทพ “เดี๋ยวออกไปจากที่นี่ ถึงมือหมอ พ่อก็ไม่เป็นอะไรแล้ว”

“ขอบใจมากที่มาช่วยพ่อ แต่ไม่ต้องพาไปไหนหรอก ลูกพ่อ แค่ได้อยู่กับลูกแค่นี้ พ่อก็มีความสุขแล้ว”

ไม้น้ำตาไหลพราก เมฆเข้าช่วยประคองบอกพันเทพให้เข้มแข็ง ตนจะพาเขาออกไป พันเทพยิ้มอย่างตื้นตันกับมิตรภาพของเมฆ แล้วเขาก็สิ้นใจพร้อมรอยยิ้ม เมฆทรุดฮวบกระอักเลือดเช่นกัน ไม้ตกใจร้องลั่น “พ่อ...พ่ออย่าเป็นอะไรนะ ผมเสียพ่อไปทั้งสองคนไม่ได้...”

ไม้แบกเมฆออกมาจากถ้ำอย่างทุลักทุเล เมฆพร่ำบอกให้ทิ้งตนไว้ แล้วรีบออกไปจากป่านี้ แต่ไม้ไม่ยอม ถ้าจะตายก็ต้องตายด้วยกัน จันทร์กับชาญโผล่มา ไม้ดีใจมาก รีบขอให้ทั้งสองช่วยพาร่างของพันเทพออกไปจากป่าด้วย

ooooooo

ไม้จัดการเผาศพพันเทพและแพรวาพร้อมกัน มีเจ๊กีและไกรมาขออโหสิกรรม ไม้ตัดสินใจบอกความจริงไกร และบอกเรื่องที่แพรวามีพี่น้องฝาแฝดคือราตรี ไกรยิ่งเสียใจที่ตนไม่ฟังคำพูดของแพรวาเลย...

ไม่มีใครเห็นว่าแพรวาแอบมาร่วมงานศพ เธอปล่อยให้ทุกคนเข้าใจผิดไป

สุดท้าย เจ๊กีก็ได้เป็นเจ้าของทั้งอู่ บขส.ของตัวเอง อู่รถ ปอ.ของเต็กกง และอู่รถตู้ของพันเทพ รวมถึงดูแลวินมอเตอร์ไซค์โดยไม่เรียกเก็บค่าที่ ทำให้สักกับพวกไม่ต้องไปทำงานรับจ้างเถื่อนๆให้เดือดร้อนชาวบ้านอีก...

ไกรอยากชดเชยความผิดจึงขอไปดูแลราตรี เพราะคิดว่าเธอคงเหงาที่เสียทั้งพ่อและพี่ๆไป แพรวาต้องอึดอัดใจที่ต้องปิดบังไม่ให้ไกรรู้ว่าตนไม่ใช่ราตรี ส่วนไม้ยังแวะเวียนมาดูบ้านอบเชย เฝ้ารอให้สองพ่อลูกกลับมา

วันหนึ่ง ไกรพาเจ๊กีไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล แล้วเขาได้เห็นราตรีเดินหายไปทางแผนกแม่และเด็ก เขาครุ่นคิดถึงวันที่แพรวาบอกว่าเธอท้อง ไกรจึงเข้ามาถามที่เคาน์เตอร์

“คือผมมาหาคนไข้ชื่อราตรีน่ะครับ เธอฝากท้องที่นี่รึเปล่าครับ”

พยาบาลตรวจเช็กรายชื่อ แล้วบอกไกรว่า ไม่มีคนไข้ชื่อราตรี ไกรนึกได้ลองถามถึงชื่อแพรวา พยาบาลจึงบอกว่าเพิ่งเดินเข้าไป แต่เธอยังไม่ได้ฝากท้อง แค่มาเรียนวิธีดูแลเด็ก เพราะการฝากท้องต้องมีสามีมาด้วย แต่เธอบอกว่า สามีอยู่ต่างประเทศยังไม่กลับมา...ไกรอึ้งกับความจริงที่เพิ่งรับรู้ เขาจึงลงชื่อเป็นสามีของแพรวา เพื่อให้เธอได้ฝากท้อง

ไกรพร่ำขอโทษแพรวากับทุกอย่างที่เขาทำลงไป จนเธอใจอ่อนยอมยกโทษให้ เจ๊กีดีใจมากที่ได้สะใภ้และหลานในเวลาเดียวกัน จัดการพิธีแต่งงานให้อย่างเอิกเกริก...

ooooooo

ไม้เห็นศรนารายณ์ในรายการมวยทางทีวี เขาจึงรีบเข้ากรุงเทพฯไปที่สนามมวย แต่ยามไม่ให้เข้าเพราะสถานีปิดแล้วให้มาใหม่วันรุ่งขึ้น พอดีอบเชยเดินออกมาถือสมุดโน้ตมายืนรอพ่อเพื่อกลับที่พัก เผอิญหัวใจกระดาษที่ไม้พับให้ปลิวจากสมุด อบเชยวิ่งตามเก็บ ไม้เก็บมันได้ดีใจมากที่อบเชยยังเก็บไว้ อบเชยตกใจเมื่อเห็นไม้ เธอขอหัวใจกระดาษคืน ไม้แกล้งไม่คืนให้

“จะเก็บมันไว้ทำไม มันไม่มีค่าสำหรับเธอไม่ใช่เหรอ เก็บไว้ไม่ดูแล มันก็ขาดซะเปล่าๆ”

“แล้วถ้าฉันสัญญาว่า ต่อไปนี้จะดูแลมันอย่างดีล่ะ”

ศรนารายณ์เดินเข้ามาบอกไม้ว่า เขาไม่มีสิทธิ์ดูแลมันแล้ว “กลับบ้านไปได้แล้วไม้ ทำแบบนี้ไม่มีประโยชน์หรอก เธอไม่เลือกอบเชยมันตั้งแต่แรก จะมาทำอะไรเอาตอนนี้”

“ตอนที่เวตาลจับไปนั่น ผมจำเป็นต้องเลือกแพรวาเพราะเขาท้องอยู่ ผมต้องเลือกช่วยสองชีวิต”

ศรนารายณ์หันมาถามอบเชยว่าจริงหรือ อบเชยพยักหน้า ศรนารายณ์ถอนใจแล้วบอกไม้ว่ามันสายไปแล้ว และถามไม้อีกคำถามว่า เขาเป็นพ่อของเด็กหรือเปล่า ไม้รีบตอบว่าตนจะเป็นพ่อได้อย่างไร ในเมื่อตนกับแพรวาเป็นพี่น้องกัน สองพ่อลูกตกตะลึง ศรนารายณ์ตัดบทบอกให้ไม้กลับไปเสียแล้วพาอบเชยไป ไม้ตะโกนตามหลัง

“อบเชย ฉันรักเธอนะ...”

อบเชยน้ำตาไหลพรากได้ยินคำที่เธอรอฟังมาทั้งชีวิต ศรนารายณ์ทำเป็นไม่สนใจ พาอบเชยกลับเข้าไป...

ไม้เสียใจ กลับมาที่บ้านอบเชย เขานอนบนเตียงเธอด้วยความคิดถึงเธอจับใจ อบเชยตัดสินใจกลับมาบ้านในคืนนั้น ด้วยความที่เพลียจึงเข้านอนโดยไม่มองอะไร

เช้ามา ทั้งสองจึงตกใจมากที่นอนกอดกัน อบเชยพรวดพราดลุกขึ้นโวยวายว่าเขามานอนได้อย่างไร พอเห็นกุญแจบ้านจึงรู้ว่าไม้งัดมันเข้ามา ไม้อมยิ้มอย่างมีความสุข...

ศรนารายณ์ตามกลับมาโยนนวมให้ไม้ ท้าชก ถ้าเอาชนะตนได้ถึงจะยอมยกอบเชยให้ ไม้จำต้องรับคำท้า ทั้งที่รู้ว่าสู้ไม่ได้ เจ๊กีต้องมาขอร้องศรนารายณ์ ปล่อยให้เด็กรักกันอย่าขวาง เขาจึงต้องยอม

ไม้ขอโทษอบเชย แต่อบเชยกลับขอให้เขาบอกรักตนอีกครั้ง ไม้พูดอย่างชัดเจนว่าเขารักเธอ...ครั้นอบเชยขอให้พูดทุกวัน ไม้รับปากทันทีว่าจะพูดไปตลอดชีวิตเลย...

เมื่อทุกคนมีความสุขกันถ้วนหน้า จึงไม่มีเหตุร้ายให้ลูกผู้ชายต้องออกมาปราบปรามอีกต่อไป

ooooooo

–อวสาน–


ละครลูกผู้ชายไม้ตะพด ตอนที่ 19(ตอนจบ) อ่านลูกผู้ชายไม้ตะพด ติดตามลูกผู้ชายไม้ตะพด ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย 11 เม.ย. 2555 08:30 2012-04-13T02:33:02+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ