ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

นักสู้มหากาฬ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

คืนนี้ กรณ์ส่งคนของตนไปจัดการพวกสมุน พรายพิฆาต หมายคาดคั้นให้มันบอกแหล่งกบดาน ของหัวหน้า แต่ไม่นึกว่าสารวัตรสิงหาจะแกะรอยและนำกำลังตำรวจมาจู่โจม

การปะทะเกิดขึ้นอยู่พักใหญ่ ตำรวจล้มตายหลายนาย ไมตรีกับปรีดาเห็นท่าไม่ดีรีบกระชากสารวัตรสิงหาหนีขึ้นรถเอาชีวิตรอดไปได้อย่างหวุดหวิด แล้วหลังจากนั้นไม่นานข่าวนี้ก็กระจายออกไปสู่สายตาประชาชนทางจอโทรทัศน์

“เกิดเหตุปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและสมาชิกองค์กรพรายพิฆาตขึ้นเมื่อช่วงหัวค่ำ ส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่เสียชีวิต 8 นาย และบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก เชื่อว่าในขณะนี้พรายพิฆาตกำลังมีการผลัดเปลี่ยนผู้นำ โดยกลุ่มพรายพิฆาตใหม่ที่ถือกำเนิดขึ้นพยายามแสดงแสนยานุภาพเพื่อให้ทั่วโลกตกอยู่ในความหวาดกลัว”

โซเฟียรับรู้ข่าวสารแล้วแต่งกายรัดกุมเหมือนผู้ชายขับรถบรรทุกฝ่าความมืดออกไปอย่างมุ่งมั่น...ก่อนหน้านี้เธอรู้คำตอบจากมาดามหลิวแล้วว่า อาวุธอย่างเดียวที่จะจัดการพรายพิฆาตได้ก็คือไวรัสที่มันใช้ทำลายนักสู้มหากาฬ และถ้าเธอเพาะไวรัสชนิดนี้ในปริมาณมากและสามารถทำให้มันแพร่กระจายไปในอากาศ นักรบของพรายพิฆาตต่อให้มีมากแค่ไหนก็จะต้องหมดฤทธิ์

“พรายพิฆาต ฉันต้องล้างแค้นพวกแกให้ได้” โซเฟียรำพึงออกมาด้วยสีหน้าดุดัน!

ooooooo

เช้าวันถัดมา ณัฐชาฉวยโอกาสตอนไอริณกับราเมศไม่อยู่พยายามจะพาฤทธิ์หลบหนี เธอทำลายกุญแจที่มือตัวเองออกก่อนจะไปพยุงฤทธิ์ที่ยังอยู่ในสภาพอ่อนล้า

“แข็งใจเอาไว้ ฉันจะพาคุณไปหาหมอ พวกเขาต้องมีทางช่วยคุณแน่”

ว่าแล้วณัฐชาประคองฤทธิ์ออกมาหน้าบ้าน แต่ต้องชะงักเมื่อนักรบพรายพิฆาตสองคนยืนเฝ้าอยู่

“ทำไมวันนี้มียามด้วยล่ะเนี่ย ทุกทีไม่มีนี่นา รอก่อนนะ ฉันจัดการพวกมันเอง”

ณัฐชาประคองฤทธิ์ให้ยืนพิงผนังก่อนที่ตัวเองจะย่องไปด้านหลังทหารยาม แต่ยังไม่ทันลงมือก็เห็นร่างของทั้งคู่สะดุ้งเฮือกล้มลงขาดใจตายด้วยฝีมือของเงาดำที่พุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็ว

ที่แท้เงาดำนั้นก็คือ กรณ์กับเอมี่นั่นเอง ทั้งคู่ปรากฏตัวพร้อมแสยะยิ้มเผชิญหน้ากับหมวดสาว

“เจอกันอีกแล้วคุณตำรวจ แล้วเพื่อนเก่าของผมอยู่ที่ไหน”

“แกหมายถึงใคร”

“อย่าแกล้งเซ่อน่าผู้หมวด เรามานี่ก็เพราะต้องการชีวิตของฤทธิ์ ราวี ไม่ใช่คุณ”

สิ้นเสียงเอมี่...ฤทธิ์ก้าวออกมาจากมุมหนึ่งพร้อมกับส่งเสียงว่าตนอยู่นี่ ณัฐชาตกใจไม่คิดว่าเขาจะกล้าแสดงตัวในเวลาที่ร่างกายไม่พร้อมต่อสู้กับใคร

“คุณไปซะ ทางนี้ผมจัดการเอง” ฤทธิ์ไล่ณัฐชา

“จัดการเหรอ เฮอะ สภาพแกตอนนี้จะยืนยังไม่ไหวเลยด้วยซ้ำ” กรณ์ยิ้มหยัน

“นี่เป็นเรื่องระหว่างแกกับฉัน คนอื่นไม่เกี่ยว”

ฤทธิ์จ้องกรณ์อย่างท้าทาย ขณะที่ณัฐชามองปืนพกของตัวเองและคิดว่าปืนธรรมดาคงเล่นงานสองคนนี้ไม่ได้แน่ จึงจะหยิบปืนกลของนักรบพรายพิฆาตที่นอนตายอยู่กับพื้น

“เอมี่จัดการ” กรณ์ตะโกนสั่ง

ณัฐชาไวทายาด ฉุดแขนฤทธิ์หลบไปและพลิกตัวถีบเอมี่จนเซไปหลายก้าว ก่อนที่ตัวเองจะใช้เท้าเตะปืนกลขึ้นมากราดยิงใส่กรณ์กับเอมี่ทันที ทั้งสองคนรีบหลบเป็นพัลวัน เพราะต่อให้ร่างกายเป็นอมตะ แต่การยืนรับกระสุนชุดใหญ่ก็ไม่ใช่เรื่องสมควร

หลังสาดกระสุนจนหมดเกลี้ยง ณัฐชาโยนปืน

ทิ้งแล้วจับมือฤทธิ์วิ่งหนีไปทางด้านหลังซึ่งมีรถจอดอยู่ ทั้งคู่ขึ้นรถหนีออกมาได้  แต่ใช่ว่าจะพ้นเงื้อมมือพวกกรณ์ เพราะเอมี่ใช้วิทยุสื่อสารบอกวัฒน์ให้สกัดไว้

วัฒน์กับยักษ์ไล่บี้จนสามารถจับตัวฤทธิ์ไปได้ ส่วนณัฐชาพวกมันไม่สนใจ ปล่อยเธอนอนหมดสติอยู่ข้างทางคนเดียว

เมื่อได้ตัวฤทธิ์มาแล้ว กรณ์กระหยิ่มยิ้มย่องว่า

ศัตรูที่เหลือก็มีแต่พรายพิฆาตเท่านั้น แต่แล้วลุงโจก็มาบอกข่าวว่าโซเฟียหรือเด็กโคลนนิ่งลูกน้องมาดามหลิวยังไม่ตาย มันขนเครื่องไม้เครื่องมือไปเพียบ ท่าทางเหมือนจะค้นคว้าอะไรบางอย่าง

“คู่ปรับของลุงอยู่แล้วนี่ จัดการซะสิ” กรณ์ว่าแล้วปลีกตัวนำเอมี่ไปอีกทาง เปิดโอกาสให้ลุงโจปฏิบัติภารกิจนี้เพียงลำพัง

แค่ผู้หญิงคนเดียว ลุงโจคิดว่าตัวเองเอาอยู่แน่ แต่ปรากฏว่าลุงโจต่างหากที่เอาชีวิตไปทิ้ง เขาถูกโซเฟียยิงแสกหน้าตายคาที่!

พวกกรณ์อยู่ในรังจึงยังไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น กรณ์ดัดแปลงห้องหนึ่งในโรงชำแหละเนื้อเป็นห้องผ่าตัดแล้วนำฤทธิ์มาพันธนาการไว้บนเตียง จากนั้นมันใช้มีดกรีดอกเขาเป็นแผลยาว แต่แผลนั้นกลับสมานตัวอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ

เอมี่จ้องมองตาไม่กะพริบ “น่าสนใจมาก ใช้การกลายพันธุ์เอาชนะไวรัสของพรายพิฆาต นี่ถ้าพวกเราทำได้แบบมัน ไวรัสนั่นก็หมดพิษสง”

“มันเสี่ยงเกินไป อย่าลืมสิว่าไอ้หมอนี่มันแตกต่างจากพวกเรา มันเกิดมาเพื่อน้ำตามัจจุราชโดยเฉพาะ”

“ต้องขอบใจพวกแกที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้” ฤทธิ์คำรามลั่น

“หมอนี่มันตัวอันตราย เราต้องฆ่ามันก่อนแล้วค่อยศึกษาเรื่องนี้ทีหลัง”

กรณ์พยักหน้าเห็นด้วยกับเอมี่...แล้วสั่งการ “ชำแหละมัน แล้วเก็บอวัยวะทุกส่วนเอาไว้”

“ได้เลยหัวหน้า” เอมี่รับคำด้วยท่าทีกระเหี้ยน กระหือรือ!!

ooooooo

ณัฐชากระเสือกระสนกลับมาที่กองปราบในสภาพมอมแมมแทบจำไม่ได้ เมธารับฟังเรื่องราวมากมายจากปากลูกน้องสาวแล้วอดหัวเสียไม่ได้ ถามเสียงแข็งว่า

“ตกลงคุณจะทำงานให้สำนักงานตำรวจ หรือนักสู้มหากาฬกันแน่”

“ได้โปรดเถอะค่ะท่าน ถ้าพวกเราไม่ช่วยนักสู้มหากาฬตอนนี้ ต่อไปเราจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ”

เมธาเหนื่อยใจที่จะเถียง เขามองไปทางสิงหาอย่างขอความช่วยเหลือ สิงหาจึงออกหน้าแทน

“คิดถึงเหตุผลบ้างสิหมวด นักสู้มหากาฬถึงเก่งแค่ไหนก็มีแค่คนเดียว เขาคนเดียวจะช่วยอะไรเราได้ ที่สำคัญคุณเป็นคนพูดเองนะว่าเขายังไม่หายป่วย”

“เขาไม่มีประโยชน์สำหรับงานของเรา” เมธาย้ำหนักแน่น

“แต่เขาเคยช่วยพวกเราสู้กับพรายพิฆาตนะคะ เคยช่วยชีวิตพวกเราเอาไว้”

“นี่มันเรื่องงานนะหมวด ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ที่คุณหายหน้าไปเป็นอาทิตย์ ผมไม่สั่งลงโทษคุณทางวินัยก็บุญเท่าไหร่แล้ว ตอนนี้เรากำลังขาดคนอยู่ ดังนั้นคุณต้องกลับมาทำงานโดยเร็วที่สุด”

“หรือถ้าไม่พอใจ ก็ลาออกไปซะ” สิงหาเสริมคำพูดเมธาเสียจนณัฐชาพูดไม่ออก เดินออกจากห้องทำงานของเมธาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

ไมตรีกับปรีดาเหมือนจะรู้เห็นทุกอย่าง รีบเข้ามาถามหมวดสาวว่าจะเอายังไงต่อ ถ้ามีอะไรให้ช่วยบอกพวกเราได้

“พวกนายได้ข่าวโซเฟียบ้างรึเปล่า”

“คนสนิทของมาดามหลิวน่ะเหรอครับ”

“อืม...ฉันต้องรีบตามหาเธอ มีแต่เธอที่ช่วยฉันได้”

“ไม่ต้องห่วงครับหมวด เรื่องนั้นเราจะจัดการให้ ว่าแต่หมวดจะไม่กลับไปพักหน่อยเหรอครับ”

“ขอเรียนตามตรงครับหมวด ตอนนี้สภาพหมวด... เยินมากครับ”

ณัฐชาเห็นด้วยกับจ่าและหมู่ ยอมกลับไปตั้งหลักที่คอนโดฯของตนก่อน

ooooooo

ขณะเดียวกันนั้น ฤทธิ์ยังถูกมัดบนเตียง และมีเพียงกรณ์ที่เฝ้าเขาอยู่ตามลำพัง

“ในที่สุดก็มีวันนี้จนได้ บอกตามตรงนะเพื่อน ฉันคิดไม่ถึงเลยว่าการฆ่าแกมันจะต้องใช้เวลานานขนาดนี้”

“แกคงสะใจมากสิท่า ที่ได้ฆ่าฉันเป็นครั้งที่สอง”

“เรียกว่าโล่งใจจะดีกว่ามั้ง เพราะสำหรับฉันแกมันคือตัวอับโชค มีชีวิตอยู่เพื่อสร้างความหายนะให้กับฉัน”

“วันนี้แกอาจชนะฉันได้ไอ้กรณ์ แต่ชัยชนะมันคงอยู่กับแกอีกไม่นาน”

“ทำไม”

“มันเป็นกฎของธรรมชาติ สุดท้ายธรรมะย่อมชนะอธรรมเสมอ พระเจ้าไม่เคยเข้าข้างคนผิด”

“แต่ก่อนคงใช่ แต่ตอนนี้ฉันกำลังจะสร้างโลกใหม่ขึ้นมา โลกที่มีฉันเป็นอมตะอยู่ค้ำฟ้า โลกที่มีฉันเป็นพระเจ้า โลกที่อธรรมเป็นฝ่ายปกครอง”

กรณ์ประกาศกร้าว แน่นอนว่าถ้าฤทธิ์ยังมีชีวิตอยู่ เขาไม่มีวันยอม!

เมื่อกลับมาที่บ้านร้างไม่พบทั้งฤทธิ์และณัฐชา ส่วนนักรบสองคนของตนก็ตายสนิท ราเมศถึงกับถอนใจก่อนบ่นว่าเรามาสายจนได้ ป่านนี้ฤทธิ์ ราวี คงตายไปแล้ว...แต่ไอริณไม่คิดอย่างนั้น

“ยังไม่แน่ เพราะถ้าพวกมันจะฆ่าเขา เราคงต้องเจอศพอยู่แถวนี้”

“หรือนักสู้มหากาฬอาจจะมีประโยชน์สำหรับพวกมัน”

ไอริณไม่ตอบแต่หลับตาลงและใช้นิ้วแตะขมับเพื่อเพ่งกระแสจิตมองหาฤทธิ์ด้วยญาณทิพย์ เธอเห็นเขาถูกมัดอยู่ในโรงงานชำแหละเนื้อ รายรอบด้วยอุปกรณ์ผ่าตัด มั่นใจว่าพวกกรณ์กำลังจะชำแหละเขา จึงส่งกระแสจิตถึงณัฐชาให้รีบมาหา

หมวดณัฐชารับรู้และรีบส่งข่าวไปยังจ่าไมตรีกับหมู่ปรีดา  เพราะหวังว่าผู้กำกับเมธาจะส่งกำลังตำรวจมาช่วยนักสู้มหากาฬ แต่กลายเป็นว่าพอจ่ากับหมู่รายงานกลับโดนผู้กำกับเมธาและสารวัตรสิงหาโวยวายใส่  เมื่อรู้ว่าพรายพิฆาตรุ่นเก่าและใหม่เกิดหักหลังกันเอง

“แปลว่าพรายพิฆาตตัวจริงที่หมดอำนาจไปแล้วเป็นคนให้ข่าวนี้เพื่อให้เราไปจัดการกับศัตรู แบบนี้มันหลอกใช้กันชัดๆ”

“นั่นสิ แล้วนักสู้มหากาฬนั่นก็กำลังป่วยอยู่ เราจะช่วยเขาไปเพื่ออะไร ในเมื่อเขาไม่มีค่าอีกแล้ว”

“เอ่อ...สรุปว่าจะงอมืองอเท้า จะไม่ทำอะไรเหรอครับท่าน”

“นี่จ่า พูดจาให้ระวังปากหน่อยนะ แล้วไปบอกหมวดณัฐชาด้วย ให้อยู่ห่างๆเรื่องนี้”

“ใช่...ปล่อยให้พวกตัวประหลาดมันสู้กันเอง เราไม่หลงกลหรอก”

จ่ากับหมู่หน้าจ๋อย เดินออกมาแอบบ่นนอกห้องว่าเจ้านายแล้งน้ำใจ ใจจืดใจดำที่สุด เอาแต่ได้ เอาแต่ผลประโยชน์ นักสู้มหากาฬเคยช่วยเราตั้งหลายครั้ง แต่พอเขาเดือดร้อนเรากลับอยู่เฉยๆ ครั้นจ่ากับหมู่ให้คำตอบไปทางณัฐชาที่กำลังกระวีกระวาดออกจากคอนโดฯ หมวดสาวถึงกับถอนใจดังเฮือกก่อนตอบกลับมา

“นึกแล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ นี่จะรอให้คนร้ายมันฆ่ากันเองก่อนหรือไงถึงค่อยออกโรง...ช่างเขาเถอะจ่า เรื่องนี้เดี๋ยวฉันจัดการเอง” ณัฐชาวางสายแล้วจะเดินต่อ แต่ทันใดนั้นโซเฟียก็ส่งข้อความเข้ามาในมือถือของเธอ...

ณัฐชาบ่ายหน้าไปหาโซเฟียที่บาดเจ็บจากการต่อสู้กับลุงโจ โดยศพลุงโจที่ถูกโซเฟียยิงตายยังไม่มีการเคลื่อนย้ายไปไหน รวมทั้งศพนักรบพรายพิฆาตอีกหลายราย บาดแผลของโซเฟียไม่ยอมสมานตัว อีกทั้งใบหน้าซีกหนึ่งของเธอก็เริ่มเสียโฉมเพราะพิษของไวรัสที่แพร่กระจายอยู่รอบดวงตา ณัฐชาเห็นแล้วตกใจและเป็นห่วง

โซเฟียเรียกณัฐชาเข้ามาใกล้แล้วส่งกระเป๋าโลหะมีสายสะพายใบหนึ่งให้ “นี่เป็นต้นแบบไวรัสที่จะใช้ทำลายพวกนักรบกลายพันธุ์ คุณต้องให้หน่วยงานของคุณแปรรูปมันเป็นอาวุธ”

“โซเฟียแข็งใจไว้ก่อนนะ ฉันจะตามคนมาช่วย”

“ไม่ต้องห่วงฉัน คนที่คุณต้องห่วงคือโทมัสต่างหาก”

ณัฐชาหน้าสลดเมื่อคิดถึงเรื่องนี้  และมีอาการอึกอักลังเลเมื่อโซเฟียถามว่าเกิดอะไรขึ้น โทมัสอยู่ที่ไหน?

ooooooo

เอมี่ทรมานฤทธิ์ด้วยการฉีดน้ำตามัจจุราชผสมยาเสพติดเพื่อให้เขาสะลึมสะลือก่อนจะลงมือชำแหละ

“ไม่ต้องห่วงนะ ฤทธิ์ ราวี ศพของคุณฉันจะแช่ฟอร์มาลินเป็นพิเศษ ตับไตไส้พุงของคุณจะถูกเก็บเป็นอย่างดีเพื่อการค้นคว้า และอีกไม่นานพวกเราจะได้รู้ ซะทีว่าทำไมร่างกายของคุณถึงตอบสนองกับน้ำตามัจจุราชได้ดีกว่าคนอื่นๆ”

พูดจบเอมี่ก็กรีดมีดลงที่ท้องของเขาอย่างโหดเหี้ยมอำมหิต ฤทธิ์แผดร้องด้วยความเจ็บปวด ดวงตาของเขาเรืองแสงวาวโรจน์ขึ้นมาอีกครั้งเพราะอำนาจการกลายพันธุ์ ทำเอาเอมี่และเหล่าสมุนพากันตกตะลึง ฤทธิ์คำรามก่อนจะกระชากแขนตัวเองหลุดจากพันธนาการ เขาเหวี่ยงหมัดชกสมุนของเอมี่คนหนึ่งจนร่างของมันกระเด็นลอยละลิ่วไปกระแทกผนังขาดใจตายคาที่

“แย่แล้ว เผ่นเร็ว!” เอมี่แตกตื่น วิ่งนำสมุนออกจากห้อง ขณะที่ฤทธิ์ลุกขึ้นนั่ง กระชากมีดที่ปักคาท้องทิ้งไปพร้อมกับส่งเสียงคำรามด้วยความโกรธแค้น...

เวลานั้น ณัฐชาขับรถบรรทุกมาจอดห่างจากโรงชำแหละเนื้อหลายกิโลเมตร โซเฟียซึ่งนั่งอยู่ข้างกันท่าทางอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด ถามณัฐชาว่าใช่ที่นี่แน่หรือ?

“ใช่ พรายพิฆาตบอกว่าพวกมันขังโทมัสไว้ข้างใน”

“แล้วเราจะเชื่อพรายพิฆาตได้ยังไง”

“คราวก่อนเขาเคยช่วยฉันกับโทมัสเอาไว้ เขาบอกว่าเพราะตอนนี้เรามีศัตรูร่วมกัน”

“แล้วเขาจะเอายังไง”

“เราต้องล่อพวกกรณ์เอาไว้ ระหว่างนั้นเขาจะชิงตัวโทมัสออกมา เดี๋ยวฉันไปดูลาดเลาก่อน เธอรออยู่ตรงนี้”

โซเฟียตกลงตามนั้น แต่ไม่ลืมโยนกระเป๋าใส่ตัวอย่างไวรัสให้ณัฐชาพร้อมย้ำว่าชีวิตของเธอยังมีค่า แต่สำหรับตนมันไม่มีความหมายอีกแล้ว

“โซเฟียอย่าทำอะไรบ้าๆนะ”

“คุณต้องอยู่ต่อไปนะหมวด ถ้ามีใครสักคนต้องพลีชีพ คนคนนั้นก็ควรจะเป็นฉัน”

“ไม่นะโซเฟีย อย่าทำแบบนี้...โซเฟีย”

โซเฟียไม่ฟัง รีบปิดประตูรถไม่ยอมให้ณัฐชากลับขึ้นมา เธอตัดสินใจเหยียบคันเร่งจนมิดมุ่งหน้าไปที่โรงงานชำแหละเนื้อ ไอริณกับราเมศซ่อนตัวอยู่แถวพุ่มไม้หน้าโรงงาน  เห็นดังนั้นก็ตกใจไม่น้อยเหมือนกัน

ด้วยความสับสนอลหม่านภายในโรงงาน นักรบพรายพิฆาตโดนฤทธิ์ที่กำลังคลุ้มคลั่งไล่ฆ่า บางคนพยายามยิงต่อสู้ แต่ฤทธิ์ก็หายตัวมาปรากฏข้างกายพวกมันแล้วลงมือฆ่าอย่างรวดเร็ว ขณะที่เอมี่ถอยร่นมาทางหนึ่งแล้วรีบสั่งการให้ใช้ตาข่ายไฟฟ้าจัดการ

เมื่อตาข่ายไฟฟ้าถูกทิ้งคลุมร่างฤทธิ์ กระแสไฟจำนวนมหาศาลถูกปล่อยออกมาทำให้ดวงตาของฤทธิ์ยิ่งเรืองแสงสว่างมากขึ้น เขาแผดร้องออกมาด้วยความโกรธ ยักษ์เห็นท่าไม่ดีวิ่งตะลีตะลานมารายงานกรณ์ที่อยู่กับวัฒน์ว่าตอนนี้ไอ้ฤทธิ์มันคลั่งใหญ่แล้ว ฆ่าคนของเราเป็นเบือ

“หัวหน้า ผมจัดการมันเอง” วัฒน์เสนอตัวอย่างองอาจ โดยไม่รู้ว่าฤทธิ์กำลังกระชากตาข่ายไฟฟ้าอย่างบ้าคลั่ง ท่ามกลางสายตาของเอมี่และเหล่าสมุนที่มองอย่างลุ้นระทึก จนกระทั่งเห็นว่าตาข่ายไฟฟ้าเอาไม่อยู่แน่ เอมี่สั่งสมุนระดมยิงไม่นับ แต่ทันใดร่างของฤทธิ์ก็อันตรธานหายไป

อีกห้องหนึ่งในโรงงาน กรณ์ยังใจเย็นคุยอยู่กับยักษ์ที่ตั้งข้อสังเกตว่าฤทธิ์แปลกไป พลังของมันดูเหมือนจะมากกว่าเดิม

“คำตอบอยู่ที่การกลายพันธุ์รอบสองของมัน”

ขาดคำของกรณ์ เสียงรถบรรทุกดังกระหึ่มใกล้เข้ามา...กรณ์ตะโกนบอกสมุนให้ระวัง  แต่ช้าไปเสียแล้ว โซเฟียเร่งเครื่องพุ่งทะลวงเข้ามาในโรงงานชนผู้คนตายหลายคน แถมยังไม่ปล่อยให้พวกมันตั้งตัว เธอปีนขึ้นไปยืนบนหลังคารถกราดปืนกลไม่ยั้ง

ณัฐชากำลังวิ่งกระหืดกระหอบมุ่งหน้าไปโรงงาน พอได้ยินเสียงปืนก็หยุดชะงัก ไอริณกับราเมศเองก็ตกใจ แต่ไม่สนใจใครอื่นนอกจาก ฤทธิ์ ราวี หรือนักสู้มหากาฬ

ไอริณกับราเมศหายตัวเข้าไปช่วยฤทธิ์ที่กำลังคลุ้มคลั่งต่อสู้กับวัฒน์และเอมี่ ส่วนอีกด้านกรณ์กำลังเผชิญหน้ากับโซเฟียบนหลังคารถบรรทุก

“ไม่เลวนี่สาวน้อย จะแก้แค้นให้เจ้านายงั้นเหรอ” กรณ์ทักทายด้วยสีหน้าดูแคลน โซเฟียบาดเจ็บแต่ยังแข็งใจอึดสู้...กรณ์ไวกว่าเตะปืนในมือเธอกระเด็นไป “แต่เสียดายที่ทำไม่สำเร็จ”

“แกลอยนวลได้อีกไม่นานหรอก สักวันโทมัสจะต้องฆ่าแก”

“เอาเลย ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่ามันกับฉันใครจะตายก่อน”

กรณ์เหวี่ยงร่างโซเฟียลอยละลิ่วลงจากหลังคารถ ระหว่างนั้นณัฐชาวิ่งเข้ามาเห็นพอดี เธอชักปืนยิงใส่แต่กรณ์พลิกตัวหลบไปอย่างรวดเร็ว

“อย่าเข้ามาผู้หมวด” โซเฟียตะโกนลั่นแล้วตัดสินใจหยิบระเบิดออกมา “ฉันฝากคุณโทมัสด้วย” พูดขาดคำก็กดชนวนระเบิดพร้อมกับตัวเธอพุ่งไปหากรณ์

เสียงระเบิดดังตูม! ก่อนที่ทุกอย่างจะดับมืดลง... ณัฐชารู้สึกตัวอีกครั้งบนรถบรรทุกของโซเฟีย แต่แปลกใจที่ราเมศเป็นคนขับ

“โทมัสปลอดภัย คุณไม่ต้องเป็นห่วง” ราเมศเอ่ยปากอย่างรู้ทันความคิดของหมวดสาว

“นี่เรากำลังไปที่ไหน”

“ฐานที่มั่นสุดท้ายของพรายพิฆาต”

ณัฐชามองไปยังเบื้องหน้า ท้องถนนมีแต่ความมืดและแสงไฟจากรถ...ส่วนในตู้คอนเทนเนอร์ด้านหลัง

ฤทธิ์ลืมตาขึ้นอย่างงงๆ ถามพรายพิฆาตในร่างไอริณที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ว่าตนมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง

“ไว้ฉันค่อยอธิบายทีหลัง ตอนนี้ต้องรีบรักษาคุณก่อน” ไอริณยื่นสองมือมาจะแตะที่ขมับของเขา

ฤทธิ์ผงะ รีบคว้ามือเธอไว้ ถามว่าจะทำอะไร?

“การกลายพันธุ์ของคุณไม่สมบูรณ์ ฉันจะใช้พลังของฉันจัดระบบต่างๆให้เข้าที่ ก่อนที่คุณจะกลายเป็นบ้าและเป็นอสูรกายไปตลอดชีวิต”

“แต่เราเป็นศัตรูกัน ผมจะไว้ใจคุณได้ยังไง”

“ต้องพิสูจน์ยังไง นายถึงจะยอมเชื่อใจฉัน”

“บอกผมมาก่อน ตัวจริงของคุณเป็นใครกันแน่”

ไอริณมองฤทธิ์อย่างไม่พอใจนัก แต่ก็ไม่เปลี่ยนใจที่จะมุ่งหน้าไปยังฐานที่มั่นสุดท้ายของพรายพิฆาต ณัฐชากับฤทธิ์ลงจากรถมาเจอกัน เธอดีใจที่เขาปลอดภัย แต่พอเขาถามถึงโซเฟีย เธอก็หน้าเศร้าสลดแทนคำตอบ...แค่นั้นฤทธิ์ก็พอเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

แล้วทั้งคู่ก็ตามไอริณกับราเมศเข้ามาภายในอาคารซึ่งมีนักรบพรายพิฆาตยืนยามอยู่ไม่กี่คน

“ขอเตือนไว้ก่อน ถ้าคุณเห็นตัวจริงของฉันเมื่อไหร่ คุณอาจสะเทือนใจก็ได้นะ” ไอริณหันมาบอกฤทธิ์

“ผมรับไหว พาผมไปเถอะ”

“ร่างที่แท้จริงของฉันอยู่ในห้องโน้น” ไอริณชี้มือไปทางห้องสุดปลายทาง ฤทธิ์มองระแวดระวังก่อนบอกณัฐชาให้รออยู่ตรงนี้ ตนจะเข้าไปเอง

ฤทธิ์เดินเข้ามาในห้องและพบว่านอกจากนักรบพรายพิฆาตแล้วยังมีหมอที่กำลังดูแลคนไข้คนหนึ่งอยู่ คนไข้รายนั้นนอนบนเตียงซึ่งมีกระโจมปลอดเชื้อคลุมไว้

“ทุกคนออกไปก่อน”

ทุกคนทำตามคำสั่งของไอริณ ในห้องจึงเหลือเพียงเธอกับฤทธิ์แค่สองคน ฤทธิ์เดินมาใกล้เตียงเห็นใบหน้าคนไข้ชัดเจนก็ผงะ จำได้ว่าเธอคือเด็กหญิงลูกสาวของพ่อค้ายาเสพติดที่เขาพลั้งมือยิงตายโดยไม่เจตนา

“ไม่แก่ ไม่ตาย จิตวิญญาณของฉันยังคงอยู่ในร่างนี้”

“ไม่จริง...เป็นไปไม่ได้”

“ผู้หมวดฤทธิ์ ราวี...ฉันคือพรายพิฆาต และคนที่สร้างฉันขึ้นมาก็คือคุณ ฉันกลายเป็นเจ้าหญิงนิทราตั้งแต่วันนั้น จิตของฉันถูกขังอยู่ในร่างกายที่ต้องการเป็นอิสระ อิสระจากความแค้นที่คุณมอบให้ฉัน...มันเป็นอยู่หลายปีกว่าฉันจะเริ่มจับทางได้ว่าทุกอย่างในโลกนี้เกิดขึ้นจากพลังงาน ร่างกายก็เป็นแค่แหล่งเก็บกักพลังงานเท่านั้น”

ไอริณชูฝ่ามือและใช้พลังดึงสิ่งของใกล้ตัวขึ้นมาลอยหมุนติ้วอยู่เหนือฝ่ามือ

“นี่ต่างหากคือตัวตนที่แท้จริงของเรา และจากนั้นฉันก็เริ่มใช้พลังช่วยเหลือคนที่ควรช่วยอย่างราเมศ ฉันสร้างศรัทธา สร้างความฝันของโลกใหม่ที่ปราศจากสงครามและสร้างองค์กรพรายพิฆาตขึ้นมา”

“เธอน่าจะฆ่าฉันแต่แรก”

“ฉันเคยคิด...แต่ต้องเปลี่ยนใจเมื่อส่งราเมศไปหาคุณ...สภาพคุณตอนนั้นก็เหมือนคนที่ตายไปแล้ว และญาณทิพย์ของฉันมองเห็นอนาคตของคุณ ฉันเห็นคุณกลายเป็นนักสู้มหากาฬ และต่อสู้เพื่อฉันจนถึงวาระสุดท้าย”

“เพราะแบบนี้ตลอดเวลาที่เราสู้กัน คุณถึงได้พยายามเรียกผมให้มาเข้าพวกกับคุณ”

“ถูกต้อง และในที่สุด...คำทำนายก็เป็นจริง คุณต้องต่อสู้และกำจัดพวกของกรณ์เพื่อฉัน”

ราเมศกับณัฐชายืนมองจากหน้าประตูห้อง ไอริณเหลือบมองแล้วออกมาบอกราเมศให้พาณัฐชาไปพักก่อน ตนจะรีบรักษาอาการของฤทธิ์

“ถ้าพวกแกหักหลังล่ะก็ ฉันเอาตายแน่” ณัฐชากล่าวด้วยสีหน้าขึงขัง

ราเมศยิ้มอย่างใจเย็นก่อนจะเดินนำณัฐชาออกไป ไอริณเดินกลับมาหาฤทธิ์ที่ยืนอยู่ข้างเตียงร่างของพรายพิฆาตตัวจริง

“มีข้อหนึ่งที่คุณทายผิด ผมไม่ได้สู้เพื่อคุณ แต่เพื่อโลกใบนี้ต่างหาก โลกใบเดิมที่คุณบอกว่ามันเลวร้าย ไม่มีความหวัง โลกที่พรายพิฆาตอยากจะทำลาย แต่ผมจะกอบกู้มัน”

“ฉันไม่เชื่อหรอกว่ามันจะเปลี่ยนแปลงได้”

“นั่นคือเงื่อนไขของผม ข้อแรก คุณต้องคืนไอริณให้ผมหลังจากผมฆ่ากรณ์ได้สำเร็จ และข้อสอง ผมขอเวลาให้กับโลกนี้ ขอเวลาให้ทุกสิ่งทุกอย่างได้ปรับปรุงตัวของมัน ขอแค่สามปี”

“ไม่นานไปหน่อยเหรอ”

“จะแคร์ทำไม ในเมื่อคุณคิดว่าตัวเองคือพระเจ้า คิดว่าตัวเองเป็นอมตะ”

“ก็ได้...นี่คือสัญญาระหว่างเรา พรายพิฆาตจะหยุดมือจากการสร้างโลกใหม่ จนกว่าสามปีจะผ่านไป”

ไอริณกับฤทธิ์สบตากันอย่างจริงจัง...หลังจากนั้นฤทธิ์นอนลงบนเตียงถัดไปจากร่างเดิมของพรายพิฆาต ยอมให้ไอริณรักษา และหวังว่าตนจะกลับมามีพลังเหนือมนุษย์อีกครั้ง

ooooooo

ด้านกรณ์ที่โดนระเบิดพร้อมโซเฟีย...ด้วยร่างกายที่ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา กรณ์ไม่ถึงตายแต่ก็น่าเป็นห่วง เอมี่หาทางช่วยด้วยการนำเลือดมนุษย์มาให้เขาดื่มกิน กรณ์จำใจทั้งที่ขยะแขยง แต่ผ่านไปพักเดียวพลังของเขาก็กลับมาดังเดิม

หลังจากนั้น กรณ์ เอมี่ และยักษ์ก็ตามไปสมทบวัฒน์ที่เจอศพลุงโจในสภาพโดนยิงหัวแบะหมดทางชุบชีวิต

“คราวนี้พวกมันทำเราแสบมาก”

“พรายพิฆาตร่วมมือกับนักสู้มหากาฬ แถมมีตำรวจหนุนหลัง พวกเราต้านไม่อยู่แน่”

“ถ้าเดาไม่ผิด พรายพิฆาตคงต้องการใช้นักสู้มหากาฬมารับมือกับพวกเรา”

“แต่สภาพของมันยังไม่เข้าที่ เราต้องรีบฉวยโอกาสเก็บมันซะ”

“มันหายเข้ากลีบเมฆไปแล้ว จะหาตัวได้ยังไง”

“ฉันมีวิธี”

วิธีของกรณ์ก็คือส่งสมุนไปป่วนที่กองปราบและฆ่าตำรวจตายหลายนาย ก่อนประกาศให้รู้ว่ายุคโบราณของพรายพิฆาตได้จบสิ้นลงแล้ว ต่อไปจะเป็นยุคใหม่ของพวกเรา...วิธีสร้างสถานการณ์เลวร้ายครั้งนี้ กรณ์หวังให้นักสู้มหากาฬโผล่หัวออกจากแหล่งกบดาน

เมื่อราเมศรู้ข่าวนี้ก็รีบบอกณัฐชาพร้อมกับวิเคราะห์ว่า “ตามแผนเดิมของพรายพิฆาต ถ้าจะทำลายความมั่นคงของประเทศ ก็ต้องเริ่มต้นด้วยการยุติกฎหมาย”

“โดยการฆ่าผู้รักษากฎหมาย?”

ราเมศพยักหน้าและกำชับณัฐชาว่า อย่าให้โทมัสรู้เรื่องนี้ ตราบใดที่เขายังไม่ฟื้นตัวเต็มที่...

เวลานั้นภายในห้อง ไอริณหยุดชะงักการรักษาเมื่อเห็นนิมิตภาพของสมุนกรณ์ฆ่าตำรวจ...ฤทธิ์ลืมตาขึ้นด้วยความแปลกใจ ถามว่ามีอะไร?

“วันนี้พอแค่นี้ พรุ่งนี้ค่อยรักษาต่อ”

“ผมรู้สึกดีขึ้นมาก คุณทำได้ยังไง”

“ก็แค่จัดระบบในร่างกายของคุณซะใหม่ ไม่ต้องขอบใจฉันหรอก เพราะถึงยังไงคุณก็ต้องทำงานตอบแทนฉันอยู่ดี”

“ในเมื่อพลังคุณมีมากขนาดนี้ ทำไมถึงไม่จัดการกรณ์ซะเอง”

“ฉันก็อยากทำอยู่เหมือนกัน แต่ฉันเคยเห็นนิมิตภาพว่าตัวฉันถูกกรณ์ฆ่าตาย”

“เพราะแบบนี้คุณถึงเลี่ยงที่จะเผชิญหน้ากับเขา”

ไอริณไม่ตอบอะไรอีก ได้แต่เหลือบไปมองร่างแท้จริงของตนเองที่ยังนอนนิ่งบนเตียง...

ฤทธิ์กลับออกมาจากห้องเห็นณัฐชาเตรียมตัวเดินทาง หญิงสาวสังเกตสีหน้าเขาดูดีขึ้น แสดงว่า การรักษาเริ่มได้ผล

“ฉันคงต้องกลับไปก่อน คุณอยู่ทางนี้ดูแลตัวเองด้วยนะ”

“คุณเองก็เหมือนกัน ระวังตัวด้วย”

“แต่ก่อนไม่เห็นคุณเป็นห่วงฉันเลยนี่” เธอกระเซ้ายิ้มๆ

“ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว คนที่ผมรู้จักก็เหลือน้อยเต็มทีแล้ว ที่สำคัญความรู้สึกที่ผมมีต่อคุณมันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ทุกครั้งที่เราต้องแยกกัน ผมไม่เคยรู้สึกดี ผมกลัวว่าจะไม่ได้เห็นหน้าคุณอีก...”

ณัฐชารีบเอานิ้วแตะริมฝีปากฤทธิ์ไว้ก่อนที่เขาจะพูดอะไรที่เป็นลางร้ายออกมา...แล้วตัดสินใจจูบเขาอย่างนุ่มนวลพร้อมพูดติดตลกว่า “เผื่อว่าโลกจะแตกวันพรุ่งนี้”

ฤทธิ์สวมกอดและจูบตอบเธอด้วยความรัก ณัฐชาเขินอายเมื่อเหลือบไปเห็นราเมศยืนรออยู่ที่รถ เธอผละออกจากอ้อมกอดของฤทธิ์

“ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะรีบกลับ”

“ถ้าผิดคำพูดล่ะก็ ผมไปหาคุณแน่”

ณัฐชายิ้มรับก่อนจะเดินไปที่รถ ราเมศเปิดประตูให้เธอแล้วส่งสายตาบอกสมุนคนหนึ่งให้ทำหน้าที่โชเฟอร์...ฤทธิ์มองตามจนรถลับตา โดยไม่รู้ตัวว่าพรายพิฆาตในร่างของไอริณเดินออกมาดูเขาด้วยแววตาที่เย็นชา แยกไม่ออกว่ากำลังประสงค์ดีหรือร้ายอยู่กันแน่

แล้วพรายพิฆาตก็กลับเข้ามาดูร่างเดิมบนเตียง ก่อนจะมองเงาสะท้อนตัวเองในร่างไอริณผ่านกระจก ยกมือขึ้นลูบไล้ใบหน้าอย่างพอใจ

“น่าเสียดายนะไอริณ ฉันชอบร่างของเธอซะด้วยสิ ถ้าเป็นไปได้ฉันก็อยากอยู่ในร่างนี้ตลอดไป”

ooooooo

สารวัตรสิงหาเคร่งเครียดหลังเกิดเหตุการณ์สมุนของกรณ์อุกอาจฆ่าตำรวจตายหลายนาย เขาไม่เข้าใจว่าพรายพิฆาตมีแผนอะไรกันแน่ หรือว่ามันจะประกาศสงคราม ขณะที่จ่าไมตรีกับหมู่ปรีดาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ถ้ามันเอาจริงพวกเราลำบากแน่นอน มันอยู่ที่ลับแต่เราอยู่ที่แจ้ง เป็นเป้านิ่งให้พวกมันเต็มๆ

“ที่สำคัญ ขนาดตำรวจด้วยกันเรายังไม่รู้เลยครับว่ามีใครใช้ยาเสพติดหรือเป็นสาวกของพวกมันบ้าง”

ฟังจ่ากับหมู่แล้วสารวัตรสิงหายิ่งหวาดหวั่น พลันเหลือบไปเห็นผู้กำกับเมธาในชุดเครื่องแบบเต็มยศท่าทางกำลังรีบร้อน

“ผู้การจะไปไหนเหรอครับ”

“ท่านนายกฯสั่งให้ผมแถลงข่าวชี้แจงสถานการณ์ภายในสามชั่วโมง คุณมีอะไรคืบหน้ารึยัง”

“พรายพิฆาตยังไม่ติดต่อมาเลยครับ”

คำตอบนั้นทำเอาเมธาหน้าตึง ผละไปอีกห้องซึ่งมีนักข่าวมากหน้าหลายตา แล้วเริ่มแถลงข่าวเหตุการณ์ตำรวจถูกองค์กรลึกลับพรายพิฆาตบุกถล่ม แต่ยังไม่ทันจบก็เกิดเหตุให้ตระหนกไปตามกัน เมื่อจู่ๆไฟในห้องดับและปรากฏภาพเสมือนจริงของกรณ์บนจอด้านหลังโต๊ะแถลงข่าว

“ทุกท่านไม่ต้องตกใจ ผมคือพรายพิฆาตรุ่นที่สอง ผู้นำโลกใหม่ของพวกคุณ โลกที่ไร้ซึ่งเชื้อชาติ ศาสนา และความแตกต่าง ภายใน 24 ชั่วโมงนี้ผมขอยื่นคำขาดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนวางอาวุธและยอมจำนนต่อพวกเรา รวมทั้งจับตัวนักสู้มหากาฬส่งมอบให้พวกเราโดยเร็วที่สุด เพราะมันคืออุปสรรคต่อการสร้างโลกใหม่ที่กำลังจะมีขึ้นเร็วๆนี้ หากทุกอย่างไม่เป็นไปตามคำขอ เราจะถล่มที่นี่ให้ราบเป็นหน้ากลอง”

ขาดคำภาพของกรณ์ก็หายไป ตำรวจและนักข่าวพากันฮือฮา เมธาคิดว่างานนี้พวกตนเจอศึกใหญ่แน่ จึงกำชับสิงหาเตรียมคนของเราไว้ให้พร้อม

เวลาเดียวกันนั้น ณัฐชามาถึงหน้ากองปราบแล้ว ราเมศที่มาส่งรีบสำทับเธอว่าตอนนี้เราอยู่เรือลำเดียวกัน แต่ท่าทีเธอไม่สนใจแถมยังตอบกลับให้เขาไม่พอใจเสียด้วย “แต่ไม่ได้แปลว่าเราต้องเป็นเพื่อนกัน” ราเมศมองตามตาขวาง พึมพำว่าแน่นอน เสร็จงานนี้เมื่อไหร่เราได้เห็นดีกันแน่!

ด้านฤทธิ์ที่ยังอยู่ในรังของพรายพิฆาต เขาใช้เวลาว่างเดินสำรวจบริเวณภายนอกจนมาเจอรถบรรทุกของโซเฟียซึ่งมีสมุนพรายพิฆาตเฝ้าเวรยามอยู่ พวกมันจับตามองเขาอย่างไม่ละสายตาแต่ไม่ได้ทักท้วงอะไร ฤทธิ์จึงขึ้นไปบนท้ายรถบรรทุก ระหว่างนั้นกล้องวงจรปิดจับภาพเขา คอมพิวเตอร์ที่พ่วงต่ออยู่ระบุว่าเขาคือฤทธิ์ ราวี...เท่านั้นเองภาพเสมือนจริงของมาดามหลิวก็ถูกฉายออกมา

“มาดาม” ฤทธิ์ครางออกมาด้วยความประหลาดใจ

“นี่เป็นระบบจำลองที่ถูกสร้างให้เสมือนจริง ไม่ใช่ฉัน”

“โซเฟียตายแล้ว...”

“ฉันรู้ มันน่าเศร้า แต่ทุกคนต้องตายทั้งนั้น แม้แต่พรายพิฆาตหรือว่าเธอ”

“พรายพิฆาตให้ผมฆ่ากรณ์ เพื่อแลกกับชีวิตของไอริณและการยุติความเคลื่อนไหวสามปี”

“อย่าเชื่อใจพรายพิฆาต ถ้าพวกมันเป็นคนซื่อตรงคงไม่อยู่รอดมาจนป่านนี้ ถ้าฉันเดาไม่ผิด เมื่อเธอฆ่ากรณ์ได้เมื่อไหร่พวกมันจะฆ่าเธอทันที”

ฤทธิ์ได้ฟังก็เริ่มหวั่นใจ...เป็นเวลาเดียวกันที่กองปราบ ณัฐชากำลังเผชิญหน้ากับเมธาและสิงหา เพียงแค่เธอก้าวย่างเข้ามาก็โดนเมธาต่อว่าอย่างหัวเสีย

“คุณไปมุดหัวอยู่ที่ไหนมา เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมถึงไม่เปิดโทรศัพท์มือถือ”

“ขอโทษค่ะท่าน แต่ฉันต้องคอยประสานงานระหว่างนักสู้มหากาฬและพรายพิฆาต”

“พรายพิฆาตมันเพิ่งถล่มที่นี่ไปหยกๆ คุณไม่รู้หรือไง”

“นั่นเป็นพวกของกรณ์ค่ะ มันหักหลังพรายพิฆาตและยึดอำนาจอยู่ในตอนนี้”

“ถ้างั้นพรายพิฆาตตัวจริงอยู่ที่ไหน”

“อยู่กับนักสู้มหากาฬค่ะ พวกเขาวางแผนจะจัดการกับกรณ์เร็วๆนี้ ส่วนนี่เป็นไวรัสที่มาดามหลิวพัฒนาขึ้นเพื่อให้เราใช้ต่อสู้กับพวกนักรบผีดิบค่ะ”

“ไม่ทันแล้วหมวด พวกนายกรณ์ที่คุณว่ามันต้องการตัวนักสู้มหากาฬ มันบังคับให้เราส่งมอบตัวใน 24 ชั่วโมง”

สิงหาเสริมว่าถ้าขืนชักช้ามันต้องโจมตีเราอีกแน่ ณัฐชาฟังแล้วหน้าเสีย โพล่งขึ้นว่า

“นี่แปลว่าเราจะยอมแพ้เหรอคะ”

“ไม่ใช่แบบนั้น แต่เราต้องหลีกเลี่ยงความสูญเสียจนกว่าจะพร้อมรับมือกับพวกมัน”

“เราต้องซื้อเวลานะหมวด แค่ส่งตัวนักสู้มหากาฬให้พวกมัน ทุกอย่างก็จะดีขึ้น”

ณัฐชาไม่เห็นด้วยกับทั้งคู่ เธอเก็บหลอดไวรัสใส่กระเป๋าตามเดิมแล้วจะกลับออกไป แต่สิงหาไม่ยอมง่ายๆแน่ สั่งลูกน้องจับตัวหมวดณัฐชาไว้เดี๋ยวนี้!

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"บอย พิษณุ" สวมบทสามีตัวร้าย โชว์ลีลาแบดบอย จนคนดูเกลียดใน "ตะวันตกดิน"

"บอย พิษณุ" สวมบทสามีตัวร้าย โชว์ลีลาแบดบอย จนคนดูเกลียดใน "ตะวันตกดิน"
13 มิ.ย 2564

03:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน 2564 เวลา 13:41 น.