นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แม่อายสะอื้น

    SHARE
    • หน้าที่ 2
    • 1
    • 2
    • 3
    • 4

    ณ ลานจัดแสดงสินค้าภายในตัวเมืองเชียงใหม่ เสียงกลองสะบัดชัยที่คำปันกับช่อเอื้องช่วยกันตีจบลง ท่ามกลางเสียงปรบมือจากคนดูดังกึกก้อง สองพ่อลูกยกมือไหว้ขอบคุณคนดูรอบทิศ นอกจากจะเป็นที่ชื่นชอบของคนดูแล้ว คำปันยังได้รับคำชมจากผู้จัดงานว่าฝีมือดีไม่มีตก ส่วนช่อเอื้องก็ตีใช้ได้ไม่ทำให้ผิดหวัง

    “ที่จริงเดือนหน้าฉันมีงานใหญ่นะครู ติดที่เขาอยากได้การแสดงหลายๆชุดหน่อย ถ้าครูพอจะหาคนมาเพิ่มในคณะได้ ฉันจะไปบอกเจ้าของงานเขาให้”

    “ฉันก็อยากจะรับนะ แต่ตอนนี้คณะฉันมีกันแค่สองคนจริงๆ”

    ผู้จัดงานเสียดายที่คำปันไม่รับงานนี้ แต่ถ้างานไหนที่ต้องการการแสดงแค่สองคน ตนจะติดต่อเขาไปใหม่ แล้วขอตัวไปดูแลด้านโน้นก่อน ช่อเอื้องรอจนผู้จัดงานไปแล้ว เสนอให้พ่อหาคนมาเพิ่ม เราจะได้รับงานนี้ได้ คำปันไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนไปจ้างคน อุปกรณ์การแสดงที่เรามีก็เก่าหมดแล้ว ช่อเอื้องแนะให้เอาเงินที่พี่ดาวนิลส่งมาให้ คำปันเอ็ดเสียงลั่น เอะอะก็จะใช้เงินพี่ซึ่งทำงานเหนื่อยยากกว่าจะได้มาแต่ละบาท

    “พ่อพูดเป็นร้อยรอบแล้ว ฉันก็แค่เสียดายโอกาส”

    “โอกาสเดี๋ยวมันก็มาอีก รอพี่เขากลับมาก่อน เขาจัดการอะไรได้เรื่องกว่าเราเยอะ”...

    ช่อเอื้องไม่ยอมให้พ่อมาปรามาสง่ายๆ วิ่งตามผู้จัดงานจนทัน โกหกว่าคำปันเปลี่ยนใจอยากรับงานที่คุยกันเมื่อครู่นี้ ผู้จัดงานยิ้มดีใจหยิบนามบัตรให้ อีกสามวันให้โทร.มาเบอร์นี้ ตนจะได้รีบไปคุยกับเจ้าของงานไว้ให้ก่อน แล้วผละจากไป ช่อเอื้องพึมพำกับตัวเอง “พี่ดาวนิลไม่ได้จัดการได้คนเดียวสักหน่อย แล้วถ้ามีงาน พี่ดาวนิลก็จะกลับมาแม่อาย ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวแบบนี้ ฉลาดที่สุดเลยช่อเอื้อง”...

    ทรงพลใช้วิธีซื้อดอกไม้ช่อใหญ่มาให้ดาวนิลแทนคำขอโทษเรื่องเมื่อวานนี้ที่ไม่เด็ดขาดกับจิดาภา เขามัวแต่เกรงใจเธอ จนไม่ทันคิดว่าที่จริงแล้วคนที่เขาควรจะแคร์ความรู้สึกคือดาวนิล เรื่องของเขากับจิดาภา

    จบไปแล้ว จบก่อนที่เขาจะรู้จักดาวนิล หลังจากนี้เขาให้สัญญาว่าจะไม่ปล่อยให้เธอมาวุ่นวายเรื่องของเราอีก ดาวนิลยังคาใจถ้าเกิดจิดาภาไม่ยอมจะทำอย่างไร

    “นั่นก็เป็นปัญหาของเธอ ตอนนี้ปัญหาของผมมีอยู่อย่างเดียวคือ ทำอย่างไรคุณถึงจะหายโกรธ”

    “ก่อนอื่นคงต้องช่วยดาวนิลถือดอกไม้นี่ก่อนล่ะค่ะ ถือฟังคุณพูดจนเมื่อยไปหมดแล้ว” กระเซ้าจบดาวนิลยื่นช่อดอกไม้คืนให้ ทรงพลรับมาถือไว้ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มก่อนจะถามว่ากำลังจะไปไหน วันนี้เขาอาสาเป็นสารถีให้เธอหนึ่งวัน ชดเชยกับเมื่อวานที่ไม่ได้เป็นคนมาส่ง ทีแรกเธออิดออด สุดท้ายก็ยอมให้เขาขับรถให้

    จากนั้นไม่นาน ทรงพลขับรถพาดาวนิลมาถึงหน้าตึกอำนวยการของช่อง หลิวหลิวซึ่งรอท่าอยู่ก่อนแล้ว ร้องทักทายเขาว่าวันนี้ว่างมาเป็นสารถีให้ดาวนิลหรือ เขารับคำแล้วบอกดาวนิลว่าทำธุระตามสบาย เสร็จเมื่อไหร่ให้โทร.บอก เขาจะรออยู่แถวนี้ ดาวนิลเกรงใจไม่รู้จะใช้เวลานานแค่ไหน หลิวหลิวคิดว่าไม่นานช่องแค่เรียกมาคุยเกี่ยวกับละครเรื่องใหม่ แต่ถ้าจะให้ดีเชิญทรงพลเข้าไปรอข้างใน แอร์เย็นสบายกว่าข้างนอก

    “งั้นเดี๋ยวผมเอารถไปจอดก่อนแล้วจะตามขึ้นไป” ทรงพลยังไม่ทันจะขยับ มีนักข่าวสองคนเดินคุยกันออก มาจากตึก หลิวหลิวร้องทักเพื่อให้ทั้งคู่เห็นทรงพล นักข่าวเห็นเขาก็ปรี่เข้าถามว่ามาด้วยกันกับดาวนิลหรือ

    “ใช่ครับ ผมขับรถมาส่งคุณดาวนิลน่ะครับ”

    ดาวนิลดีใจที่ทรงพลไม่ปิดบังเรื่องของเรา นักข่าวขอถ่ายรูปคู่ของทั้งสองคนเพื่อเอาไปทำข่าว หลิวหลิวแอบยิ้มพอใจที่จะได้โปรโมตดาราในสังกัดโดยไม่ต้องเสียเงินแม้แต่บาทเดียว

    ooooooo

    ในห้องประชุมของช่อง ผู้บริหารช่องแจ้งดาวนิลว่าทางเรากำลังเร่งตัดต่อเทปละครที่เธอแสดงอยู่ คาดว่าจะให้ออนแอร์ต่อจากเรื่องที่ฉายในวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ซึ่งใกล้จะจบนี้เลย

    “ที่เรียกมาวันนี้จะให้เลือกบทเรื่องหน้า มีเสนอมาหลายเรื่องเลยไม่รู้ว่าจะสนใจบทไหน”

    “ที่จริงทางช่องเลือกให้ก็ได้ค่ะ ดาวนิลไม่เกี่ยงหรอกค่ะว่าจะเป็นบทไหน”

    ผู้บริหารช่องเล็งไว้เรื่องหนึ่งแต่เป็นละครแนวแอ็กชั่นมีเตะต่อยจะไหวหรือเปล่า ดาวนิลตอบโดยไม่ต้องคิดว่าไหว หลิวหลิวไม่เห็นด้วยแต่ทำอะไรไม่ได้ ผู้บริหารช่องจึงมอบบทนี้ให้เธอและให้เอาเรื่องย่อไปอ่านก่อน  แล้วจะให้ผู้จัดละครติดต่อไปเผื่อจะได้มีเวลาเรียนคิวบู๊ล่วงหน้า...

    หลิวหลิวบ่นใส่ดาวนิลเป็นชุดที่อุตริไปรับเล่นละครบู๊ทั้งที่มีเรื่องอื่นให้เล่น ตั้งแต่ออกจากห้องประชุมยันถึงห้องที่ทรงพลนั่งรอ จนเขาต้องถามว่ามีเรื่องอะไรกัน หลิวหลิวฟ้องไม่รู้ว่าดาวนิลไปเก่งกล้ามาจากไหนไปรับเล่นละครบู๊ต้องไปเตะต่อยกับผู้ร้ายเป็นสิบ เขากลับเห็นดีด้วย ผู้หญิงเล่นบทบู๊เท่จะตาย

    “แหม เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเลยนะคะ” หลิวหลิวกระเซ้า ทรงพลยิ้มรับก่อนจะถามว่าจะไปไหนต่อ

    “วันนี้ไม่มีแล้วล่ะค่ะ อ้อพรุ่งนี้ยกกองนะคะ พอดีมีปัญหาเรื่องสถานที่ถ่ายทำ เลยรวบไปถ่ายวันศุกร์แทน หลิวหลิวฝากพาน้องดาวนิลกลับบ้านหน่อยนะคะ ขอหลิวหลิวไปซื้อยาแก้ปวดหัวก่อน” ว่าแล้วหลิวหลิวเดินแยกออกไป ดาวนิลมองตามอดขำไม่ได้ ทรงพลสบช่องในเมื่อวันนี้เธอว่าง เขาจะขอจองคิวทั้งวัน...

    ระหว่างที่ทรงพลพาดาวนิลเที่ยวเพื่อแก้ตัวจากเรื่องเมื่อวาน ช่อเอื้องซึ่งอยู่ที่แม่อายพยายามชักชวนให้ชาวคณะที่เคยอยู่กับคำปันมาร่วมงานด้วยกันอีกครั้งหากทุกคนสนใจเธอจะให้ดาวนิลส่งเงินมาให้ซื้ออุปกรณ์การแสดงใหม่จะได้สู้กับคณะหนานเมืองได้ ชาวคณะต่างสนใจเพราะคณะของหนานเมืองทำงานแบบลวกๆ

    สู้คณะของคำปันไม่ได้ ระหว่างนั้นรินคำเข้ามาต่อว่าชาวคณะว่าซ่องสุมอะไรกันทำไมไม่ไปซ้อมการแสดง

    “ให้ซ้อมอะไร พ่อเอ็งขึ้นไปนอนกลางวันบนบ้านแล้ว”

    “ซ้อมให้ฉันดูก็ได้”

    ชาวคณะพากันหัวเราะขำ รินคำไม่รู้เรื่องการแสดงสักอย่าง ซ้อมให้เธอดูสู้ไปซ้อมให้ต้นไม้ดูยังจะดีกว่า ทุกคนพากันขำกลิ้ง โดยเฉพาะช่อเอื้องหัวเราะดังกว่าเพื่อนด้วยความสะใจ รินคำปรี๊ดแตกร้องกรี๊ดๆลั่น ช่อเอื้องไม่อยากทะเลาะด้วยขอตัวกลับก่อนแต่แอบกระซิบกับชาวคณะไว้จะส่งข่าวมาบอก ทุกคนพยักหน้า

    รินคำตวาดแว้ดกระซิบอะไรกัน ช่อเอื้องยักไหล่แล้วผละจากไป เธออยากรู้มากจึงหันไปถามชาวคณะแต่ไม่มีใครยอมบอก ยิ่งทำให้เธอแค้นใจ จึงนำเรื่องนี้ไปฟ้องพ่อที่กำลังนอนหลับอยู่บนบ้านว่าช่อเอื้องแอบมาคุยอะไรกับพวกนักดนตรีในคณะของเราก็ไม่รู้ มันคงกำลังวางแผนอะไรสักอย่าง

    “โอ๊ย มันจะวางแผนอะไรก็ปล่อยมันวางไปเถอะเหลือกันอยู่แค่สองคนพ่อลูกจะทำอะไรได้ แถมนังดาวนิลยังหอบเด็กมาให้เลี้ยงเป็นตัวถ่วงอีกคน” พูดจบหนานเมืองล้มตัวลงนอนต่อไม่สนใจอะไรอีก รินคำถึงกับเซ็ง...

    หลังกินมื้อกลางวันแสนอร่อยเสร็จ ทรงพลพาดาวนิลไปเที่ยวทะเลเพราะเธอไม่เคยไปมาก่อนไม่ว่าจะเป็นพัทยาหรือหัวหิน ทีแรกเขาสะดุดใจ แต่พอนึกขึ้นได้ว่าเธอเคยบอกไว้ว่าอาพาไปอยู่เมืองนอกตั้งแต่เด็กก็เลยไม่ติดใจสงสัยอะไร...

    ในเวลาเดียวกัน แม่นมน้อยนั่งปอกกระเทียมไปพลางอดนึกถึงเรื่องเมื่อวานไม่ได้ที่เห็นเทวัญคุยบางอย่างกับดาวนิล นี่ถ้าจิดาภาไม่เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน คงได้รู้ว่าสองคนนั่นคุยอะไรกัน

    “แต่ทำไมคุณเทวัญกับคุณดาวนิลถึงได้ดูเหมือนรู้จักกันมาก่อน แต่จะไปรู้จักที่ไหนแล้วทำไมถึงไม่บอก”

    กล้วยกับอ้อยเข้ามาได้ยินแม่นมน้อยพูดอยู่คนเดียวถามว่าบ่นเรื่องอะไรเกี่ยวกับดาวนิลหรือเปล่า แม่นมน้อยหมั่นไส้ที่ทั้งคู่ชอบสอดรู้สอดเห็นดีนัก  เรียกให้มาจัดการปอกกระเทียมแทนตนเอง

    “ปอกทำไมล่ะคะ คุณทรงพลบอกแล้วว่าจะไม่กลับมากินข้าวเย็น คุณทรงวุฒิก็ไม่อยู่”

    “ก็ของคุณเทวัญไง...ทำไป ฉันมีเรื่องจะต้องสืบ”

    ooooooo

    ดาวนิลยืนตะลึงเมื่อได้เห็นทะเลเป็นครั้งแรก ชมไม่หยุดปากว่าสวยมาก ทรงพลมีเวลาไม่มากจึงพาเธอมาได้ไกลแค่ที่นี่ เมืองไทยยังมีทะเลสวยๆอีกหลายแห่งไว้มีเวลาเมื่อไหร่จะพาเธอไปเที่ยวให้ครบทุกที่

    “แค่นี้ก็สวยมากแล้วล่ะค่ะ”

    “ทะเลแรกในชีวิตสวยเสมอล่ะครับ”...

    เสร็จจากชมทะเล ทรงพลพาดาวนิลไปกินมื้อค่ำใต้แสงเทียนที่ริมชายหาด เธอขอบคุณเขาสำหรับสิ่งที่ทำให้ทั้งดอกไม้ ขับรถพามาเที่ยวทะเลและกินข้าวใต้แสงเทียน เขาเองก็ต้องขอบคุณเธอเช่นกัน ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ เขาคงไม่ได้มานั่งกินข้าวสบายๆแบบนี้ สายตาที่เขามองมาที่เธอทำให้เธอสะเทิ้นอาย รีบเปลี่ยนเรื่องพูด

    “ทะเลที่นี่มีเสน่ห์ดีนะคะ ตอนพระอาทิตย์ตกก็สวยอีกแบบ พอตอนกลางคืนก็ได้ยินเสียงคลื่นชัดเจน”

    “ตอนพระอาทิตย์ขึ้นยิ่งสวยนะผมว่า...อยู่ดูกันไหมล่ะครับ”...

    ระหว่างที่ทรงพลกำลังกินข้าวกับดาวนิลอย่างมีความสุข แม่นมน้อยมาหลอกถามเทวัญเรื่องที่เห็นเขาคุยอยู่กับดาวนิลเหมือนรู้จักกันมาก่อน เขาปฏิเสธว่าไม่ได้รู้จัก แค่เคยได้ยินทรงพลพูดถึง แล้วรีบเปลี่ยนเรื่องพูด ถามว่าทรงพลไปไหนไม่เห็นรถจอดอยู่ จังหวะนั้น มีเสียงมือถือของแม่นมน้อยดังขึ้น ทรงพลโทร.มาบอกว่าคืนนี้ไม่กลับอยู่ที่ทะเล เธอซักว่าไปทำอะไรที่นั่น เทวัญสบช่องเห็นแม่นมน้อยมัวแต่คุยโทรศัพท์รีบหลบออกมา

    “อ้าว เดี๋ยวสิคะคุณเทวัญ” แม่นมน้อยพยายามร้องเรียกไว้แต่เทวัญไปแล้ว ครั้นเธอจะกลับมาคุยสายต่อ ทรงพลวางหูไปหน้าตาเฉย ยังไม่ทันตอบว่าไปทะเลทำไม กล้วยกับอ้อยที่แอบลุ้นอยู่เข้ามาถามว่าได้เรื่องไหม

    “ไม่ตอบคำถามทั้งพี่ทั้งน้อง แต่วิเคราะห์จากท่าทางคุณเทวัญแล้ว ต้องมีอะไรปิดบังแน่ๆ”...

    จากนั้นทรงพลพาดาวนิลมาที่ห้องพักในโรงแรมซึ่งเป็นคนละห้องกับตัวเอง วิวที่ระเบียงห้องพักของเธอเห็นดาวบนท้องฟ้าสวยงามมาก เขาจึงชวนเธอนั่งดูดาวด้วยกันถ้ายังไม่ง่วง ทั้งสองคนชมความงามของดวงดาวไปพลางคุยกันไปด้วย ทำให้เขารู้ที่มาที่ไปเกี่ยวกับชื่อแปลกๆของเธอว่าเป็นเพราะเธอเกิดในคืนที่บนฟ้าไร้ดาว ส่วนเธอก็ได้รู้สาเหตุที่เขาเลิกรากับจิดาภาเพราะเขาเป็นฝ่ายนอกใจก่อน

    “มีวันหนึ่งผมกับจิทะเลาะกันหนักมาก เจ้าวุฒิก็เลยชวนผมไปเที่ยวแล้วผมก็เมามากจนไม่มีสติ ผมกลับจากที่เที่ยวไปพร้อมผู้หญิงคนหนึ่ง ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอเป็นใคร พอผมตื่นผมก็รีบออกจากโรงแรม ชื่อเธอผมยังไม่รู้เลย จิเขาขอเลิกกับผมเพราะเขารู้เรื่องนี้เข้า ผมไม่ว่าอะไรนะถ้าคุณจะมองไม่ดี ผมก็แย่จริงๆ” ทรงพลระบายเรื่องนี้ให้ดาวนิลฟังโดยไม่รู้เลยว่าผู้หญิงคนที่เขานอนด้วยคือเธอนั่นเอง

    ดาวนิลไม่คิดจะมองทรงพลแง่นั้น คนเราต้องเคยทำสิ่งผิดพลาดกันทั้งนั้น อะไรที่มันผ่านไปแล้วก็ให้เป็นแค่อดีต เราไม่ควรตัดสินคนที่อดีตไม่ใช่หรือ ทรงพลแปลกใจทำไมเธอถึงไม่โกรธไม่เคืองอะไรเขาบ้าง

    “ไม่รู้สิคะ เพราะฉัน...รักคุณมั้งคะ”

    เหมือนมีแรงดึงดูดเข้าหากัน ทั้งคู่จูบกันอย่างดูดดื่มท่ามกลางท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดาวระยิบระยับ

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    เพลย์ลิสต์ละคร "แอน ทองประสม" และ "เจมส์ จิรายุ" ก่อนจะมาถึง “กะรัตรัก”

    เพลย์ลิสต์ละคร "แอน ทองประสม" และ "เจมส์ จิรายุ" ก่อนจะมาถึง “กะรัตรัก”
    28 พ.ย. 2564

    11:01 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน 2564 เวลา 20:44 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์