นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แม่อายสะอื้น

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1
    • 2
    • 3
    • 4

    ระหว่างที่ทรงพลพาดาวนิลทัวร์รอบบ้าน มีเสียงมือถือของเขาดังขึ้น เขาก้มมองเบอร์ก่อนจะบอกเธออย่างเกรงใจว่าต้องรับสายนี้เกี่ยวกับเรื่องงาน ให้เธอเดินเล่นคนเดียวไปก่อน เดี๋ยวเด็กรับใช้คงจะยกของว่างมาให้ ดาวนิลรอจนเขาพ้นสายตาหยิบมือถือขึ้นมาโทร.หาเทวัญ เล่าให้ฟังว่าเขาคนนั้นพาเธอมาที่บ้าน

    “ก็ดีแล้ว แสดงว่าเขาดูจริงจังกับดาวนิลนะ”

    “ดาวนิลดีใจจังเลยค่ะคุณหมอ ดาวนิลเพิ่งได้เซ็นสัญญากับช่องวันนี้ พ่อก็มีคนมาจ้างให้ไปแสดง แล้วยังมีเรื่องนี้อีก” ดาวนิลเล่าไปพลางเดินเรื่อยเปื่อยไปตามทางเดินในสวนโดยไม่รู้เลยว่าเทวัญเพิ่งกลับถึงบ้าน ทรงพลคุยงานเสร็จเดินกลับมา ดาวนิลเห็นพอดี บอกเทวัญว่าขอตัวก่อนแล้ววางสายได้ทันก่อนที่ทรงพลจะมาถึงตัว เธอยืนหันหน้ามาทางเขาก็เลยไม่เห็นเทวัญที่เดินเข้ามาจากด้านหลัง ทรงพลเห็นพี่ชายมาก็ร้องทัก

    “อ้าวพี่ กลับมาแล้วเหรอ”

    ดาวนิลมองตามสายตาทรงพลต้องตกใจแทบช็อกเมื่อเห็นเทวัญยืนอยู่ เขาเองก็ตกใจไม่แพ้เธอเช่นกัน ทรงพลซึ่งไม่รู้เรื่องอะไรด้วยแนะนำให้ดาวนิลรู้จักกับพี่เทวัญ พี่ชายของตัวเอง หญิงสาวตกใจเป็นครั้งที่สอง ไม่คิดว่าโลกจะกลมขนาดนี้ ได้แต่ยืนนิ่งไม่รู้จะพูดอะไร ทรงพลหันไปแนะนำให้พี่ชายรู้จักกับดาวนิล

    เทวัญเห็นรอยยิ้มของน้องชายก็รู้ทันทีว่าเธอคือผู้หญิงคนนั้นของน้องถึงกับใบ้กิน ขณะที่ทรงพลเห็นสายตาพี่ชายที่มองดาวนิลเหมือนรู้จักก็แปลกใจนี่พี่รู้จักเธอด้วยหรือ

    “รู้จักสิ...เคยเห็นในทีวี” เทวัญโกหกได้เนียนมาก ทรงพลถึงกับร้องเอะอะเดี๋ยวนี้พี่ดูละครเป็นด้วยหรือ เขาแค่เห็นผ่านๆจากทีวีในโรงพยาบาล ทรงพลกระเซ้าอย่างสนุกปาก นี่แสดงว่าดาวนิลต้องสวยมากแน่ๆแค่เห็นผ่านๆยังจำได้ เทวัญเริ่มอึกอักเพราะยิ่งโกหกก็ยิ่งเข้าตัว ทรงพลไม่ได้สงสัยกับท่าทางของทั้งคู่ ชวนให้เทวัญอยู่กินข้าวเย็นด้วยกัน จะได้ทำความรู้จักกับเธอให้มากขึ้น

    “แกถามคุณดาวนิลหรือยัง คุณดาวนิลอาจจะไม่อยากรู้จักฉันก็ได้นะ”

    “พี่อ่ะ พูดเล่นแบบนี้เดี๋ยวคุณดาวนิลก็ตกใจหมดหรอก” ทรงพลหัวเราะชอบใจ ขณะที่ดาวนิลใจคอไม่ดีกลัวเทวัญจะพูดอะไรที่ไม่ควรพูดออกมา...

    การได้ร่วมโต๊ะอาหารกับดาวนิลและทรงพลครั้งนี้ทำให้เทวัญได้รู้ว่าดาวนิลแต่งประวัติตัวเองใหม่หมด ไม่ใช่ดาวนิลสาวเหนือที่ถูกหลอกมาขายตัว แต่เป็นดาวนิลกำพร้าพ่อแม่ ถูกอารับไปเลี้ยงที่สวิตเซอร์แลนด์ตั้งแต่เด็กๆ ตอนนี้อาก็มาเสียชีวิตลงด้วยอุบัติเหตุ เธอจึงต้องกลับมาเมืองไทยเพื่อจัดการเรื่องมรดก จับพลัดจับผลูได้มาเล่นละคร ดาวนิลทนนั่งฟังไม่ไหวรีบขอตัวไปเข้าห้องน้ำ พยายามปลอบตัวเอง

    “ทำอย่างไรดี ใจเย็นๆสิดาวนิล คุณหมอคงไม่บอกใครหรอก ตั้งสติ เธอต้องจัดการเรื่องนี้ได้สิ”

    ooooooo

    แม่นมน้อยกลับมาที่ครัว ยังคาใจไม่หายกับเรื่องที่ทรงพลเล่าเกี่ยวกับดาวนิล ทันได้ยินกล้วยกับอ้อยกำลังเยินยอดาวนิลว่าดีเลิศทั้งสวยกว่านิสัยดีกว่าจิดาภาไม่รู้กี่เท่า แถมชีวิตยังน่าสงสารเหมาะที่จะเป็นนางเอกมากๆ แม่นมน้อยทักท้วงของแบบนี้ต้องดูไปนานๆ ใครก็สร้างภาพให้ตัวเองดูดีดูน่าสงสารได้ทั้งนั้น

    “แปลว่าคุณนมคิดว่าคุณดาวนิลโกหกเหรอคะ”

    กล้วยไม่คิดว่าจะมีใครกล้าโกหกว่าพ่อแม่ตาย แม่นมน้อยยังไม่มีหลักฐานอะไร ดังนั้นจะไปกล่าวหาใครแบบนั้นก็คงไม่ถูก ต้องดูๆกันไปก่อน แต่สุดท้ายความจริงก็ต้องเป็นความจริงวันยังค่ำ ถ้าเธอโกหกวันหนึ่งเราก็จะได้รู้กัน กล้วยเห็นด้วย ว่าแต่วันนี้แม่นมน้อยเชิญดาวนิลมากินข้าวที่บ้านมีแผนการอะไรหรือเปล่า แม่นมน้อยทำเป็นฮึดฮัด ตนจะชวนดาวนิลมากินข้าวเฉยๆไม่ได้หรือ แล้วยิ้มเจ้าเล่ห์บอกให้รอดูต่อไป

    อ้อยตบเข่าตัวเองฉาดใหญ่ “นั่นไง นมน้อยซะอย่างมาตรฐานความโหดไม่เคยเปลี่ยน”...

    ดาวนิลรวบรวมสติได้ก็ออกจากห้องน้ำกลับมาที่ห้องอาหาร เจอเทวัญเดินสวนออกมา เธอยังไม่ทันจะอ้าปากพูดอะไร เขารีบชิงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงห่างเหินว่าขอโทษด้วย ขอตัวกลับก่อนรู้สึกไม่ค่อยสบาย เธออยากจะอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังแต่ไม่สามารถพูดตอนนี้ได้กลัวใครจะได้ยิน จึงขอไปเจอเขาที่คลินิกวันพรุ่งนี้

    “ต้องอธิบายอะไร ดาวนิลคนนี้ไม่ใช่ดาวนิลที่หมอเคยรู้จัก”

    หญิงสาวแก้ตัวว่าไม่ได้ตั้งใจโกหก แต่ไม่มีทางเลือกจริงๆ ขอร้องเทวัญอย่าเพิ่งบอกความจริงกับใคร ระหว่างที่เขาต่อว่าเธอว่าทำแบบนี้ไม่ถูกต้อง แม่นมน้อยเข้ามาได้ยินพอดีรีบหลบมุมแอบฟัง ยังไม่ทันจะรู้ว่าทั้งคู่คุยอะไรกัน จิดาภาเข้ามาโวยวายใส่ดาวนิลเสียก่อนทำไมมาอยู่ที่นี่ แม่นมน้อยถึงกับเซ็งที่ถูกยัยตัวแสบขัดจังหวะ จิดาภาเห็นดาวนิลไม่ตอบก็ตะคอกใส่หน้ากล้าดีอย่างไรถึงมาหาทรงพลถึงบ้าน

    “คุณทรงพลเชิญฉันมากินข้าว”

    จิดาภาไม่พอใจคิดว่าดาวนิลโกหกหน้าด้านๆจะเข้าไปทำร้าย เทวัญรีบขวางไว้ขอร้องให้จิดาภาใจเย็นๆก่อน เธอเย็นไม่ไหวจะเอาเรื่องให้ได้ ทรงพลได้ยินเสียงเอะอะออกมาดู จิดาภาปรี่เข้าไปเกาะแขนฟ้องว่าดาวนิลเอาเขาไปอ้างว่าเป็นคนชวนมากินข้าวที่นี่ เขายอมรับหน้าชื่นว่าเป็นคนชวนดาวนิลมาเอง จิดาภาโกรธไล่ตะเพิดดาวนิลกลับไปได้แล้ว ตนมีเรื่องต้องคุยกับทรงพลสองต่อสอง

    “คุณนั่นแหละกลับไปได้แล้วจิ เราไม่มีเรื่องต้องคุยกัน” สิ้นเสียงตะเพิดของทรงพล จิดาภาแกล้งเป็นลม เขาคว้าตัวไว้ทัน กล้วยกับอ้อยต้องเข้ามาช่วยประคอง เทวัญขอให้แม่นมน้อยช่วยไปเอายาดมมาให้ แล้วบอกให้ทรงพลพาจิดาภาไปนอนที่โซฟาก่อน เขาทำตามที่พี่ชายว่า โดยมีเทวัญ กล้วยกับอ้อยเดินตาม ทิ้งให้ดาวนิลยืนเคว้งอยู่ตรงนั้นคนเดียว

    ooooooo

    เทวัญตรวจอาการของจิดาภาแล้วไม่มีอะไรผิดปกติ ไม่เข้าใจทำไมถึงยังไม่ฟื้น แม่นมน้อยแกล้งพูดเสียงดัง ถ้ายังไม่ดีขึ้นให้เอาไปส่งโรงพยาบาล เทวัญเห็นดีด้วย จิดาภาค่อยๆลืมตาขึ้น อ้อนทรงพลว่าปวดหัว แม่นมน้อยยืนกรานให้พาไปส่งโรงพยาบาล จิดาภาคว้ามือทรงพลมากุมไว้ งอแงไม่ยอมไป

    “จิขอนอนพักอยู่ที่นี่ พลอยู่เป็นเพื่อนจินะคะ”

    ทรงพลเงยหน้าขึ้นมาเห็นดาวนิลจ้องอยู่ ขยับออกห่างจากจิดาภาซึ่งเห็นศัตรูหัวใจยืนอยู่ยิ่งอ้อนเขาหนักข้อขึ้น ดาวนิลทนไม่ไหวขอตัวกลับก่อน ไม่ต้องเป็นห่วงเธอนั่งแท็กซี่กลับเองได้ เทวัญเห็นน้องชายมีท่าทางลำบากใจ จึงอาสาจะพาดาวนิลไปส่งบ้านเอง ให้เขาดูแลจิดาภาก็แล้วกัน ทรงพลฝากพี่ชายด้วย

    “ฝากด้วยนะพี่...ขอโทษนะครับคุณดาวนิล”

    ดาวนิลยิ้มให้เป็นการรับการขอโทษ แล้วเดินออกไปกับเทวัญ จิดาภาแอบยิ้มสะใจที่แผนสำออยได้ผล...

    ฝ่ายแม่นมน้อยรู้เท่าทันมารยาของจิดาภา ดึงกล้วยกับอ้อยมาปรึกษาจะทำอย่างไรให้รู้ว่ายัยตัวแสบนั่นป่วยไม่จริง ไม่อย่างนั้นทรงพลจะต้องถูกหลอกอยู่แบบนี้...

    ระหว่างนั่งรถของเทวัญกลับที่พัก ดาวนิลพยายามอธิบายที่ต้องทำแบบนี้เพราะมีเหตุผล ไม่ได้คิดจะลืมอดีตด้วยการโกหก ตอนนี้เธอได้ทำงานที่ดี กำลังจะหาเงินได้เยอะๆ จะได้มีเงินพาพ่อมาหาหมอเก่งๆให้รักษาดวงตาของท่านที่กรุงเทพฯ ท่านกับน้องสาวจะได้อยู่สบาย ลูกของเธอก็จะได้มีชีวิตที่ดีทดแทนกับที่เธอให้แกเกิดมาเป็นแบบนั้น หลิวหลิวบอกเธอว่าถ้าทุกคนรู้ว่าเธอมีประวัติไม่ดี เธอก็จะอยู่ในวงการนี้ต่อไปไม่ได้

    “แต่มันจะปิดได้ตลอดไปเหรอดาวนิล”

    ดาวนิลรู้ดีว่าปิดเรื่องนี้ไม่ได้ตลอด แต่ขอแค่มีเงินพอให้พ่อรักษาดวงตาให้หาย ให้พ่อได้คณะละครคืนมาและมีเงินเก็บไว้ให้ลูกแค่นั้นพอ เทวัญพอจะเข้าใจถึงความจำเป็นของเธอ แต่เธอก็ไม่ควรจะโกหกทรงพล เธอไม่ได้อยากปิดเขาเรื่องนี้ เพียงแต่ไม่มีโอกาสบอก เทวัญเตือนหากทรงพลมารู้ทีหลังจะไม่เป็นผลดีกับใคร

    “ดาวนิลจะบอกเขาแน่ๆค่ะ แต่ตอนนี้คุณหมออย่าเพิ่งบอกอะไรเขาเลยนะคะ ขอดาวนิลเป็นคนบอกความจริงกับเขาเอง นะคะคุณหมอ ช่วยดาวนิลอีกสักครั้งนะคะ” ดาวนิลจับมือเทวัญไว้ มองด้วยสายตาเว้าวอน เขาอดใจอ่อนไม่ได้ ยอมทำตามที่เธอร้องขอ

    ooooooo

    ไม่ได้แกล้งป่วยเท่านั้น จิดาภาจะขอนอนค้างบ้านทรงพลอีกต่างหาก ด้วยความที่คิดว่าเธอป่วยหนักทรงพลจึงอนุญาต ขอให้แม่นมน้อยไปเปิดห้องรับรองแขกให้เธอนอน

    ท่านไม่ยอมทำตามติงเขาอย่าเชื่อคนง่ายนัก หากจิดาภาป่วยจริงต้องมีหลักฐานทางการแพทย์มายืนยัน หรือไม่ก็ต้องตอบให้ได้ก่อนว่าไปตรวจที่ไหนมา หมอชื่ออะไร แผนกไหน ชั้นไหน ตึกไหน ตรวจวันที่เท่าไหร่

    “พลคะ นี่จิกำลังโดนสอบปากคำเหรอคะ”

    จิดาภาแกล้งหัวเสียกลบเกลื่อน แม่นมน้อยยิ่งรุกหนัก

    “ทำไมคะ คำถามมันยากไปเหรอคะ งั้นถามง่ายๆ เผื่อว่าความจำของคุณจะสั้น คุณหมอเขาจะรักษาคุณยังไงเหรอคะ ไม่เห็นคุณพกยาอะไร แล้วคุณหมอไม่ได้ให้รักษาสุขภาพด้วยเหรอคะ คุณถึงได้ยังไปเที่ยวกลางคืน ดื่มเหล้าได้เหมือนเดิม”

     จิดาภาแก้ตัวน้ำขุ่นๆว่าไปเที่ยวแก้เครียด เทวัญกลับมาพอดี ทรงพลวานพี่ชายช่วยฟังด้วยว่าข้อมูลที่จิดาภากำลังจะบอกว่าหมอที่ตรวจเธอวินิจฉัยโรคว่าเธอเป็นอะไร ต้องรักษาตัวอย่างไร ข้อมูลที่ตรงกับความเป็นจริงหรือเปล่า เจอไม้นี้เข้าไปจิดาภาถึงกับไปไม่ถูก

    ในที่สุดทรงพลก็จับโกหกจิดาภาได้ โมโหมากลากแขนเธอออกมาที่รถไล่ให้กลับไป เธอขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจจะโกหก แต่ไม่รู้จะทำอย่างไรที่จะไม่ให้เขาทิ้งเธอไป เขาเองก็เป็นห่วงเธอแสดงว่าเขายังรักเธออยู่

    “ผมก็แค่เป็นห่วงคุณในฐานะคนที่รู้จักกันมานาน แล้วก็ขอบคุณนะจิ ก่อนหน้านี้ผมยังสับสนอยู่บ้าง แต่พอคุณทำแบบนี้ ผมมั่นใจแล้วว่าผมไม่เหลือความรักให้คุณแล้วจริงๆ” พูดจบทรงพลเดินกลับเข้าบ้านจิดาภาจะตาม แต่แม่นมน้อยพากล้วยกับอ้อยมาขวางไว้ เสียงกร้าวใส่เจ้าของบ้านไล่แล้วทำไมยังไม่ไปอีก

    จิดาภาฮึดฮัดจะไม่ยอมไป กล้วยกับอ้อยขู่ถ้าไม่ไปดีๆจะเอาน้ำมาสาด ยัยตัวแสบเห็นท่าไม่ดีรีบเผ่นแน่บ...

    ด้านทรงพลเดินหัวเสียเข้ามาเจอเทวัญ บ่นให้ฟังไม่เคยคิดเลยว่าจิดาภาจะเอาเรื่องแบบนี้มาโกหกกัน เขาเองก็ไม่ดีที่ไม่เคยถามอะไร ตอนที่เธอบอกว่าเป็นมะเร็งเขาไม่มีสติคิดอะไรเลยนอกจากเป็นห่วง เทวัญสงสัยที่เขาเป็นห่วงหรือว่าเขายังรักเธออยู่ ทรงพลยอมรับว่าเคยรักเธอมาก แต่ตอนนี้เขาไม่เหลือมันให้เธออีกแล้ว คนที่โกหกโดยไม่คิดถึงจิตใจเขาแบบนี้เขารับไม่ได้ เทวัญท้วงเธออาจจะมีเหตุผลก็ได้

    “คนเรามีเหตุผลที่จะต้องโกหกด้วยเหรอครับ นอกจากแค่เห็นแก่ตัว” คำพูดของทรงพลทำให้เทวัญหวนคิดถึงเรื่องของดาวนิลก็เลยนิ่งไป ทรงพลเพิ่งนึกขึ้นได้ถามพี่ชายแล้วดาวนิลว่าอย่างไรบ้าง โกรธเขาหรือเปล่า เทวัญไม่เห็นเธอว่าอะไร ทรงพลถอนใจหนักใจ คราวที่แล้วก็ทำแบบนี้กับเธอมาครั้งหนึ่งแล้ว คราวนี้จะขอโทษเธออย่างไรดี เทวัญกลุ้มใจเช่นกันที่ต้องปิดบังน้องเรื่องดาวนิล

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    สมการรอคอย "กระเช้าสีดา" ตอนใหม่ ทวงคืนบัลลังก์เรตติ้ง ขึ้นอันดับ 1 ละครหลังข่าว

    สมการรอคอย "กระเช้าสีดา" ตอนใหม่ ทวงคืนบัลลังก์เรตติ้ง ขึ้นอันดับ 1 ละครหลังข่าว
    23 ต.ค. 2564

    11:15 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 12:25 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์