ข่าว

วิดีโอ



แม่อายสะอื้น

อ่านเรื่องย่อ

แนว: ดราม่า-โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: สาวิตา

กำกับการแสดงโดย: ปัญญา ชุ่มฤทธิ์

ผลิตโดย: บริษัท มีเดีย สตูดิโอ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: อรรคพันธ์ นะมาตร์,ฝนทิพย์ วัชรตระกูล

ในเมื่อวิไลหนีหายไปก่อนงานแถลงข่าวจะมีขึ้นไม่กี่นาที จิดาภาจึงจัดการโพสต์รูปดาวนิลพร้อมกับข้อความว่าเธอเคยเป็นเด็กเสี่ยขายตัวแลกเงินมาก่อนให้ว่อนเน็ต หลิวหลิวเห็นโพสต์นี้แล้วลมแทบจับ...

สำนักข่าวต่างๆไม่ยอมแพ้ ในเมื่อดาวนิลไม่ยอมโผล่ไปงานแถลงข่าว ก็เลยส่งนักข่าวไปดักรอสัมภาษณ์ที่คอนโดฯที่พักของเธอแทน เธอเลี้ยวมุมตึกมาเห็นฝูงนักข่าวเต็มไปหมดก็ตกใจ จะหนีก็ไม่ทันก็เลยพยายามเดินแหวกพวกนั้นเข้าห้อง หนึ่งในนักข่าวยื่นกระดาษปริ๊นต์ได้จากในเน็ตที่เขียนด่าเธอให้ดู ถามว่าเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า เธอขอไม่ให้สัมภาษณ์ตอนนี้ นักข่าวเตือนถ้าไม่ยอมพูดอะไรคนจะยิ่งคิดว่าเป็นเรื่องจริง

“ใครให้พี่มาสัมภาษณ์ดาวนิลถึงที่คอนโดฯคะ นี่มันคือที่ส่วนตัวนะคะไม่ใช่ที่ทำงาน แล้วยังจะมาถามเรื่องข่าวไร้สาระนี่อีก ขอตัวนะคะ” ดาวนิลโมโหขย้ำกระดาษที่นักข่าวยื่นให้ดูทิ้งแล้วเดินเข้าห้องพัก...

คุณนายติ๊ดทำกรรมไว้มาก เวรกรรมก็เลยตามทัน ผึ้งอาศัยจังหวะที่เธอไม่อยู่ขโมยเงินที่ซุกซ่อนไว้ตามที่ต่างๆ

ไปหมด แล้วโทษว่าเป็นฝีมือวิไลเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ แถมอาสาจะไปตามตำรวจมาให้ หลอกคุณนายจอมตืดให้อยู่เช็กข้าวของที่ร้านว่ามีอะไรหายบ้าง ตำรวจมาจะได้แจ้งความได้เร็วขึ้น

ผ่านไปพักใหญ่คุณนายติ๊ดถึงเอะใจว่าวิไลจะมารู้ที่ซ่อนเงินกับของมีค่าของตัวเองได้อย่างไรเพราะเพิ่งมาอยู่ได้ไม่กี่วัน ถึงตอนนั้นผึ้งหอบผ้าหอบผ่อนพร้อมกับเงินและทรัพย์สมบัติของเธอหายไปกับสายลมและแสงแดดแล้ว เธอแค้นมากรีบโทร.แจ้งตำรวจ โดยให้เบาะแสว่าผึ้งน่าจะหลบไปกบดานที่บ้านญาติในกรุงเทพฯ...

ถูกคนใกล้ตัวยกเค้าครั้งนี้ทำเอาคุณนายติ๊ดแทบหมดเนื้อหมดตัว อุตส่าห์บุกไปขอความช่วยเหลือจากจิดาภากลับโดนเล่นงานที่ปล่อยให้วิไลหนีรอดสายตาไปได้ แถมยังโดนไล่ตะเพิดไม่ให้มาเหยียบที่คอนโดฯที่พักของตนอีก คุณนายติ๊ดได้แต่เก็บความแค้นเอาไว้ในใจ รอวันที่อีกฝ่ายจะพลาดให้เธอได้ซ้ำเติมบ้าง...

ตั้งแต่กลับจากบ้านทรงพล ดาวนิลนอนซมเพราะพิษไข้เนื่องจากเครียดหนักกับเหตุการณ์ที่ประดังเข้ามา ถึงกระนั้นเธอก็เปิดทีวีที่มีข่าวตัวเองทิ้งไว้ เป็นภาพการแถลงข่าวของทางช่องโดยมีผู้บริหารช่องเป็นคนให้สัมภาษณ์ นักข่าวยิงคำถามเรื่องประวัติของดาวนิลที่กำลังถูกโลกออนไลน์ขุดคุ้ยในขณะนี้ทางช่องจะว่าอย่างไรบ้าง ผู้บริหารช่องแจ้งว่าทางเราพยายามเรียกดาวนิลมาชี้แจงแต่ติดต่อไม่ได้

“เบื้องต้นก็จะระงับงานทุกอย่างไปก่อน จนกว่าเขาจะเข้ามาชี้แจง”

นักข่าวสรุปเอาเองว่าดาวนิลไม่มาชี้แจงแบบนี้แสดงว่าเป็นเรื่องจริงใช่ไหม ผู้บริหารช่องขอให้เจ้าตัวเป็นคนมาตอบเรื่องนี้เองแล้วขอตัวก่อน ภาพข่าวตัดไปเป็นข่าวต่อไป ดาวนิลคว้ารีโมตมากดปิด...

ที่คอนโดฯหรู จิดาภากำลังชมข่าวนี้เช่นกัน ยิ้มสะใจที่เห็นศัตรูหัวใจของตัวเองพินาศ จังหวะนั้น ทรงพลแวะมาหาเพื่อขอโทษที่เคยว่าเธอโกหก เธอสบโอกาสเหมาะพยายามหว่านเสน่ห์จะให้เขากลับมาคบหากันเหมือนเดิม แต่เขาไม่เล่นด้วย เนื่องจากไม่ได้รักเธออีกแล้ว

“ต่อให้มีดาวนิลหรือไม่มีผมก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับคุณแล้ว...ลาก่อนนะจิ” พูดจบทรงพลหันหลังเดินจากไป

ooooooo

คำปันกลับถึงแม่อายด้วยหัวใจแหลกสลาย เอาแต่จมอยู่กับความคิดตัวเองไม่พูดไม่จา ช่อเอื้องขอให้พ่อนั่งรออยู่ใต้ถุนเรือนก่อน รอให้เธอทำความ สะอาดห้องให้เสร็จก่อน ท่านไม่ยอมรอจะขึ้นไปทำความสะอาดเองแล้วเดินคลำทางขึ้นบ้านไป กลองมองตามแปลกใจ

“พี่ช่อเอื้อง ทำไมตาไม่ดีใจเลยล่ะจ๊ะที่ได้กลับบ้าน”

ช่อเอื้องจุกในอกจนพูดไม่ออก ได้แต่ลูบหัวกลอง เสียงของเด็กน้อยดังขึ้นไปถึงหูคำปันถึงกับทรุดลงนั่งแปะกับพื้นร้องไห้ไม่มีเสียงไม่อยากให้ช่อเอื้องได้ยิน...

ทางด้านผึ้งหนีไม่รอดถูกตำรวจมาดักรวบตัวได้ที่บ้านญาติตามที่คุณนายติ๊ดให้เบาะแส...

ทรงวุฒิที่เพิ่งกลับจากกระบี่ตัดพ้อต่อว่าแม่นมน้อยทำไมไม่โทร.ไปบอกกันบ้างว่าช่อเอื้องกลับแม่อาย

ท่านไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรทั้งนั้นเนื่องจากเกิดเรื่องขึ้นที่นี่มากมาย เขาต่างหากที่หายตัวไป แทนที่จะอยู่ช่วยกันกลับปล่อยให้ตนต้องเผชิญเรื่องราวต่างๆตามลำพัง เขาอ้างว่าลงไปเตรียมงานแต่งให้พี่พล แต่พอเห็นข่าวพี่ดาวนิลในทีวีก็รีบขึ้นมาเลย แล้วนี่พี่พลบอกหรือเปล่าว่าจะเอาอย่างไรเรื่องงานแต่ง

“ไม่ต้องจัดมันแล้วล่ะค่ะงานแต่งงาน คุณวุฒิคิดว่าที่เห็นในข่าวมันเลวร้ายแล้วเหรอคะ”

“ทำไมล่ะครับ มันมีอะไรแย่กว่านั้นอีกเหรอครับ มันคงไม่เกี่ยวกับเรื่องที่ช่อเอื้องกลับบ้านใช่ไหมครับ”

แม่นมน้อยว่าเกี่ยวโดยตรงเลยเพราะดาวนิลเป็นพี่สาวแท้ๆของช่อเอื้อง ส่วนกลองเป็นลูกของดาวนิลที่ไม่รู้ว่าพ่อคือใคร ทรงวุฒิตัดพ้อแล้วทำไมช่อเอื้อง

ไม่บอกกันสักคำ แม่นมน้อยคิดว่าดาวนิลคงจะขอเอาไว้ ทุกคนเป็นคนดียอมลำบากใจเพื่อช่วยผู้หญิงคนนี้รวมทั้งเทวัญด้วย ทรงวุฒิตกใจนี่พี่เทวัญรู้เรื่องด้วยหรือ

“ค่ะ นมล่ะสงสารคุณเทวัญ คงลำบากใจมาก

ทุกคนคงหวังว่าผู้หญิงคนนี้จะสำนึกได้เอง นี่ถ้าความไม่แตกเสียก่อนชาตินี้คงไม่เคยคิดจะยอมรับ ผู้หญิงแบบนี้

ยังจะอยากให้พี่ชายตัวเองแต่งงานด้วยอยู่อีกไหมคะ”

ทรงวุฒิได้แต่นั่งนิ่งพูดอะไรไม่ออก...

แม้จะยังมีไข้ แต่ดาวนิลจำต้องบากหน้าไปหาทรงพลที่ทำงานเพราะยังมีเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่เขายังไม่รู้ แต่ต้องผิดหวังเนื่องจากเขาไม่ยอมให้เข้าพบ สั่งให้เลขาฯหน้าห้องแจ้งกับเธอว่าเข้าประชุมอยู่ ดาวนิลขอรอที่ห้องทำงานของเขาแต่เลขาฯไม่ยอมให้เข้า อ้างว่าทรงพลไม่สะดวกจะให้ใครพบ

ooooooo

ขณะที่ทรงพลเอาแต่หลบหน้าดาวนิล ตำรวจนำตัวผึ้งมาที่ร้านเสื้อคุณติ๊ดเพื่อทำแผนประกอบ

คำรับสารภาพ คุณนายติ๊ดแค้นมากที่เธอกินบนเรือนขี้รดบนหลังคา จะตบสั่งสอนให้รู้สำนึกแต่ตำรวจห้ามไว้

“คนอย่างคุณนายก็ควรต้องถูกสั่งสอนเหมือนกันแหละค่ะ” ผึ้งยอกย้อน คุณนายติ๊ดโกรธนี่ยังจะกล้าพูดแบบนี้อีกหรือ สำนึกสักนิดมีบ้างไหม ผึ้งไม่มีอะไรให้ต้องสำนึกผิด ตนทำงานหนักให้คุณนายขนาดไหนแต่กลับไม่ได้อะไรตอบแทนสักอย่าง แม้แต่เงินเดือนก็ไม่เคยให้ครบ แล้วหันไปบอกตำรวจว่าตนเล่าไปหมดแล้ว

“จะต้องทำแผนอะไรก็ให้รีบทำได้ไหมคะคุณตำรวจ หนูจะได้ออกจากที่นี่สักที”

คุณนายติ๊ดไล่ส่งให้ไปอยู่ในคุกได้เลย ผึ้งโต้ไม่ยอมแพ้ อยู่คุกก็ยังดีกว่าอยู่กับเธอ...

ดาวนิลยังไม่ยอมแพ้ กะเวลาให้ทรงพลกลับถึงบ้านเรียบร้อย จึงแวะมาหาที่บ้านแต่ รปภ.ไม่ยอมให้เข้าเนื่องจากได้รับคำสั่งเอาไว้ ระหว่างนั้นแม่นมน้อยเดินนำกล้วยกับอ้อยออกมา ดาวนิลขอร้องให้ท่านเปิดประตูให้เข้าไปพบกับทรงพลหน่อย ป่วยการจะอ้อนวอน แม่นมน้อยไม่เห็นใจแถมไล่ตะเพิดไปให้พ้นที่นี่ไม่ต้อนรับคนอย่างเธอ ดาวนิลน้ำตาคลอเบ้า อ้างมีเรื่องสำคัญจะบอกทรงพล

“จะร้องไห้ให้น้ำตาหมดตัวก็ไม่มีใครเชื่อแล้วล่ะค่ะ” ว่าแล้วแม่นมน้อยหันไปบอก รปภ.ว่าห้ามเปิดประตูเด็ดขาด จากนั้นก็ชวนกล้วยกับอ้อยเข้าข้างใน ดาวนิลไม่รู้จะหันไปหาใครดีนึกถึงเทวัญขึ้นมาได้ ตัดสินใจไปหาที่คลินิก ขอให้ช่วยให้ได้พบกับทรงพลอีกสักครั้ง แล้วจะไม่มาให้เห็นหน้าอีก

“ไม่ใช่หมอไม่อยากช่วยนะดาวนิล...”

“ดาวนิลรู้ว่ารบกวนคุณหมอมามากแล้ว แต่ดาวนิลไม่รู้จะพึ่งใครแล้วจริงๆ สงสารดาวนิลเถอะนะคะ” ดาวนิลอ้อนวอนทั้งน้ำตา เทวัญทนใจแข็งไม่ไหวรับปากจะช่วยเธออีกครั้ง ครั้นกลับถึงบ้านจึงมาขอร้องทรงพลให้ยอมคุยกับดาวนิลอย่างน้อยในฐานะคนที่รักกัน ทรงพลสวนทันที คนรักกันเขาทำกันแบบนี้หรือ

“ดาวนิลเขาบอกว่ามีเรื่องสำคัญอยากคุยกับแก เขาขอเจอแกอีกครั้งเดียว ถ้าแกไม่ให้อภัย เขาสัญญาจะไม่มาให้แกเห็นหน้าอีก”

“เขามีโอกาสจะพูดความจริงกับผมไม่รู้กี่ครั้ง ผมไม่อยากฟังคำโกหกจากเขาอีกแล้ว พี่เองก็ควรจะหยุดช่วยเขาสักที นี่พี่ห่วงเขามากเกินไปหรือเปล่า หรือที่ผมเคยสงสัยว่าพี่ชอบเขามันจะเป็นเรื่องจริง ถ้าผม

ไม่เห็นว่าพี่เป็นพี่ชายผม ผมก็คงไม่ให้อภัยพี่เหมือนกัน เราจะไม่คุยเรื่องนี้กันอีกแล้ว” พูดจบทรงพลเดินขึ้นข้างบนทิ้งให้เทวัญนั่งกลุ้มใจและรู้สึกผิดอยู่ตรงนั้น

ooooooo

ที่แม่อาย ทอนรู้จากชาวบ้านว่าช่อเอื้องกับครอบครัวกลับมาแล้วตั้งแต่เมื่อวานก็เลยแวะมาเยี่ยมเยียน ไม่เห็นดาวนิลอยู่ด้วยก็ถามหา ช่อเอื้องน้ำตาคลอรื้นขึ้นมาทันที เขารู้สึกผิดที่เผลอตัวถามไปอย่างนั้น

“พี่ขอโทษ พี่เห็นครูคำปันยอมกลับมาแล้ว พี่ก็เลยนึกว่า...” ทอนยังพูดไม่ทันจบประโยค รินคำตามเข้ามากอดแขนเขาแสดงความเป็นเจ้าของ ต่อว่าว่ามาทำอะไรที่บ้านนี้ แล้วมองค้อนช่อเอื้องหนึ่งวง นี่ดาวนิลไม่ได้กลับมาด้วยใช่ไหม ทอนต้องปรามไม่ให้เธอพูดมาก แทนที่จะหยุดรินคำยิ่งปากเสียหนักข้อขึ้น

“อะไรล่ะ นี่พี่ยังอยากให้มันกลับมาอยู่ใช่ไหม แหม มันคงกลับหรอก ที่ผ่านมาเคยเห็นมันกลับมาเหรอไง รอจนตายก็ไม่มีวันได้เห็นมันที่แม่อายนี่อีกหรอก” เสียงแปดหลอดของรินคำได้ยินถึงหูคำปันซึ่งนั่งอยู่ในห้อง ถึงกับน้ำตาไหลพราก ทอนทนไม่ไหวสั่งให้รินคำหยุดพูด แล้วหันไปขอโทษช่อเอื้อง ไว้วันหลังจะมาคุยด้วยใหม่ จากนั้นลากแขนคนปากเสียกลับ ฝ่ายกลองผ่านมาเห็นคำปันร้องไห้เข้ามาเช็ดน้ำตาให้

“ตา...ตาไม่ร้องไห้นะ กลองไม่อยากเห็นตาร้องไห้”

“ตาก็ไม่อยากร้องแล้วลูก แต่น้ำตามันไม่หยุดไหลจริงๆ” คำปันดึงกลองมากอดเสียใจสุดๆ...

หลิวหลิวหมดปัญญาจะให้ดาวนิลออกมาพบ จึงต้องโกหกว่าทางช่องหาทางแก้ปัญหาให้เธอได้แล้ว

ให้รีบมาพบผู้บริหารช่องเป็นการด่วน เธอหลงเชื่อก็เลยมาตามนัด ต้องตกใจที่เห็นนักข่าวกลุ่มใหญ่มาออกันเต็มหน้าสถานีโทรทัศน์ รีบหลบจะไปเข้าประตูหลังเจอหลิวหลิวดักรออยู่ ดาวนิลต่อว่าทันทีไหนว่าทางช่องหาทางแก้ปัญหาให้ได้แล้ว ทำไมถึงเป็นแบบนี้ เขาแจ้งว่าช่องต้องการให้เธอแถลงข่าวบอกความจริงกับประชาชน

“นี่แปลว่าพี่หลอกฉันมาที่นี่”

“ถ้าบอกตรงๆจะยอมมาเหรอคะ ช่องเรียกให้มาคุยก็มัวแต่หายตัวไปทำอะไรอยู่ก็ไม่รู้”

ดาวนิลขอร้องหลิวหลิวอย่าซ้ำเติมกันแบบนี้เลยแค่นี้ชีวิตเธอก็ไม่เหลืออะไรแล้ว นักข่าวคนหนึ่งหันมาเห็นดาวนิลเข้าก็ร้องเอะอะพลางชี้ชวนให้เพื่อนพ้องนักข่าวด้วยกันดู ทุกคนต่างกรูกันเข้ามาขอสัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น ดาวนิลทนไม่ไหวเดินแหวกฝูงนักข่าวหนีไปหน้าตาเฉย ไม่สนใจเสียงเรียกให้กลับมาคุยกันก่อนของหลิวหลิว...

ทางด้านหนานเมืองเบื่อที่จะต้องสอนศิลปะล้านนาให้เด็กในหมู่บ้าน พอรู้จากรินคำว่าคำปันกลับมาแล้ว คิดหาทางจะโยนความรับผิดชอบนี้ให้เขาแทนที่

ooooooo

ช่อเอื้องเข้ามาเห็นพ่อกำลังรื้อพวกอุปกรณ์การแสดงที่เหลืออยู่ไม่กี่ชิ้นจะเอาไปยกให้คนอื่นที่เขาใช้ประโยชน์ได้ จึงคัดค้านว่ายกให้คนอื่นไปตั้งหลายชิ้นแล้ว ที่เหลืออยู่นี่มีแต่ชิ้นที่พ่อรักทั้งนั้น

คำปันไม่อยากเก็บเอาไว้ให้บาดใจ แล้วเอาผ้าคลุมกลองสะบัดชัยออกจะยกให้คนอื่นไปด้วย ช่อเอื้องขอเก็บกลองตัวนี้ไว้เอง เสียดายเพราะเห็นมาตั้งแต่เด็ก คำปันไม่ยักรู้ว่าเธอสนใจมันด้วย

“ก็ตอนนี้ฉันสนใจแล้วนี่ไง พ่อจ๋า เรากลับมาแม่อายกันแล้ว เรามาเริ่มชีวิตใหม่ อย่าไปเสียใจกับอะไรที่มันผ่านไปแล้วเลยนะ” ช่อเอื้องทำเป็นเข้มแข็งทั้งที่ในใจกลัดหนอง

“มาบอกพ่อไม่ให้เสียใจ เราทำได้เหรอช่อเอื้อง บอกพ่อมาสิว่าเราทำได้เหรอ” คำพูดของพ่อทำเอาช่อเอื้องบ่อน้ำตาแตกไม่รู้จะตอบอย่างไร ระหว่างนั้น หนานเมืองแวะมาหา ร้องทักคำปันไปอยู่กรุงเทพฯมาไม่ได้อยู่อย่างสุขสบายหรือหน้าตาถึงได้หม่นหมอง ขืนปล่อยไว้อย่างนี้จะยิ่งเฉา ถ้าอย่างนั้นมาช่วยตนดีกว่า ทอนขนเด็กชาวบ้านมาเรียนการแสดงศิลปะล้านนากับตน หวังจะให้สืบสานวัฒนธรรมอะไรก็ไม่รู้

“ฉันล่ะปวดกะบาล ครูไปสอนแทนฉันได้ไหม ใช้ลานที่บ้านฉันไปเลย ต้องใจเย็นอย่างครูถึงจะสอนได้”

ช่อเอื้องเห็นดีด้วย พ่อจะได้มีอะไรทำ อีกอย่างทอนก็เคยชวนพ่อตั้งนานแล้ว เข้าทางหนานเมืองทันที บอกให้ช่อเอื้องพาครูไปที่บ้านของตนพรุ่งนี้เลย เธอรับคำขณะที่คำปันได้แต่นั่งนิ่งไม่พูดอะไร...

นักข่าวยังตื๊อไม่เลิก สัมภาษณ์ดาวนิลไม่ได้ เบนเข็มไปขอสัมภาษณ์ทรงพลแทนว่าเธอโกหกประวัติตัวเองหรือเปล่า เขาไม่ขอตอบคำถามใดๆให้นักข่าวไปถามเธอเอาเอง แต่พอถูกถามถึงเรื่องงานแต่งงาน เขาตอบเสียงดังฟังชัดว่าจะไม่มีงานแต่งอะไรทั้งนั้น แล้วขอตัวไปทำงานต่อ ก่อนจะเดินลิ่วจากไป...

การให้สัมภาษณ์ของทรงพลครั้งนี้เป็นข่าวออกทีวีแทบทุกช่อง ดาวนิลดูข่าวชิ้นนี้แล้วยิ่งช้ำใจที่เขาเหมือนจะไม่เหลือเยื่อใยอะไรกับตนเองแล้ว จากนั้นภาพในทีวีตัดไปที่งานแถลงข่าวของช่อง ผู้บริหารช่องชี้แจงว่าพยายามติดต่อดาวนิลให้เข้ามาอธิบายเรื่องนี้แล้ว แต่เธอเลือกที่จะไม่มาพบและไม่ให้สัมภาษณ์อีกด้วย

“แล้วอย่างนี้ทางช่องจะทำยังไงต่อไปคะ” นักข่าวยิงคำถาม

ผู้บริหารช่องประกาศชัดเจนว่าทางช่องจะไม่สนับสนุนนักแสดงที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายหลอกลวงประชาชน ในเมื่อไม่มีคำชี้แจงจากเจ้าตัว ทางช่องจึงตัดสินใจระงับละครของดาวนิลที่กำลังฉายอยู่ตอนนี้ทันที และเธอ

ไม่ใช่นักแสดงของช่องอีกต่อไปแล้ว ดาวนิลที่ดูข่าวนี้อยู่ถึงกับน้ำตาซึมรู้สึกเหมือนหมดสิ้นแล้วทุกอย่าง...

ทางด้านเทวัญเป็นห่วงดาวนิลมากโทร.หาก็

ไม่รับสาย ไม่รู้จะทำอย่างไรก็เลยโทร.ถามหลิวหลิวรู้หรือเปล่าว่าเธอหายไปไหน เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แนะเทวัญไม่ต้องไปสนใจ ปัญหาตัวเองเธอยังไม่คิดจะแก้ไข ห่วงคนแบบนี้เสียเวลาเปล่าๆ เทวัญไม่ยอมแพ้ลองแวะไปหาเธอที่ห้องพัก เคาะประตูเรียกให้มาเปิดรับแต่ไม่มีเสียงขานตอบ เขาถอนใจเหนื่อยใจหันหลังจากไป ดาวนิลซึ่งนั่งอยู่ในห้องได้ยินตลอดแต่เลือกที่จะนิ่งเฉย...

เวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นทรงพลจะทำเป็นแกร่ง

ไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับเรื่องของดาวนิล แต่พออยู่กับตัวเองเพียงลำพัง เขาอดคิดถึงเธอไม่ได้ นึกถึงช่วงเวลาดีๆ

ที่มีให้กัน พยายามสะบัดหัวเพื่อไล่ความทรงจำนั้นทิ้งแต่ทำไม่ได้ ต้องดื่มไวน์ช่วยดับอารมณ์กลัดกลุ้ม แม่นมน้อยแอบมองอยู่อีกมุมหนึ่งด้วยความเป็นห่วง

ooooooo

ช่อเอื้องสวมรองเท้าเสร็จหันไปบอกพ่อว่าตนจะไปทำงานที่ไร่ คงจะกลับเย็นๆ แล้วบอกกลองให้พาตาไปบ้านหนานเมืองด้วย คำปันไม่ยอมไป ช่อเอื้องขอร้องให้ท่านไปเปิดหูเปิดตาจะมาอุดอู้อยู่แต่ในบ้านทำไม ไปช่วยหนานเมืองสอนพวกเด็ก ไปทำในสิ่งที่พ่อรักจะได้รู้สึกดีขึ้น ช่อเอื้องฝากกลองดูแลตาด้วย แล้วขยับจะไป

“จ้ะ พี่ช่อเอื้องไม่ต้องห่วง กลองดูแลตาเอง”...

ฝ่ายหนานเมืองรอแล้วรอเล่าไม่เห็นช่อเอื้องพาคำปันมาช่วยสอนเด็กๆที่บ้านตนเองสักที รินคำแนะถ้า คำปันไม่ยอมมาหาเรา เราก็ควรจะพาเด็กๆเหล่านี้ไปหาเขาเองเลย ครู่ต่อมาหนานเมืองยกโขยงพวกเด็กๆและชาวคณะดนตรีไปหาคำปันถึงบ้าน การกระทำครั้งนี้ของหนานเมืองนอกจากจะไม่ช่วยให้จิตใจของคำปันหายหม่นหมอง กลับยิ่งทำให้เขาจิตตกเมื่อชาวคณะบรรเลงเพลงที่ดาวนิลเคยใช้รำดาบ

คำปันทนฟังไม่ไหว ขอให้กลองพาขึ้นบ้าน แต่เดินได้ไม่กี่ก้าวเขาทนแรงกดดันทางอารมณ์ไม่ไหวเป็นลมล้มพับไปตรงนั้น โชคดีที่ทอนคว้าตัวได้ทันก่อนจะล้มหัวฟาดพื้น...

ทันทีที่ได้รับแจ้งข่าวว่าพ่อป่วย ช่อเอื้องทิ้งงานที่ทำตรงหน้า วิ่งปรู๊ดกลับบ้านเห็นคำปันนอนอยู่บนแคร่โดยมีกลองกับทอนคอยดูแลอยู่ ปรี่เข้าไปถามว่าพ่อเป็นอย่างไรบ้าง ได้ความว่าเป็นลม เธอแปลกใจทำไมอยู่ๆท่านถึงเป็นอย่างนี้ไปได้ ทอนตั้งข้อสังเกตว่าน่าจะเป็นเพราะอากาศร้อน รินคำพูดแทรกขึ้นมาทันที

“ร้อนเริ้นอะไรกัน เย็นสบายซะขนาดนี้ ฉันว่าครูคิดถึงนังดาวนิลจนทนไม่ได้มากกว่า”

หนานเมืองต้องหันไปปรามลูกสาว แต่เธอกลับไม่สนใจยังคงพูดถึงดาวนิลในแง่ไม่ดีหาว่าอกตัญญูทิ้งพ่อทิ้งน้องทำให้พ่อคิดถึงจนใจสลาย ทอนทนไม่ไหวสั่งให้เธอหยุดได้แล้ว ถ้าพูดอะไรดีๆไม่เป็นก็ไม่ต้องพูด

“ฉันผิดเอง ฉันไม่น่าบอกให้พ่อยอมสอนแทนลุงหนานเมืองเลย” ช่อเอื้องโทษตัวเอง ระหว่างนั้น คำปันที่นอนอยู่เริ่มขยับตัวพลางเรียกหาช่อเอื้องให้

ช่วยพาขึ้นบ้าน แล้วบอกให้พวกหนานเมืองกลับไป

ตนไม่อยากได้ยินอะไรอีกแล้ว ช่อเอื้องรีบทำตามพ่อสั่ง ทุกคนพากันเก็บข้าวของทยอยกลับ ยกเว้นทอนที่มองส่งทุกคนเสร็จก็เดินไปนั่งที่แคร่ใต้ถุนบ้านมองขึ้นไป

ข้างบนด้วยความเป็นห่วงคำปัน...

ทางด้านเทวัญมั่นใจว่าดาวนิลจะต้องอยู่ใน

ห้องพัก จึงนัดให้หลิวหลิวเอากุญแจสำรองมาไข เนื่องจากพยายามติดต่อดาวนิลหลายครั้งแต่ติดต่อไม่ได้ เขาเป็นห่วงเกรงจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น เป็นอย่างที่เขาหวั่นใจ เมื่อไขประตูห้องเข้าไปพบเธอนอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง ตัวร้อนจี๋ เทวัญเห็นท่าไม่ดีพาไปส่งโรงพยาบาล

โชคดีที่อาการของดาวนิลไม่หนักหนาสาหัส แค่เป็นไข้ตัวร้อนธรรมดา แต่ต้องนอนค้างที่โรงพยาบาลเพื่อรอดูอาการอีกที ทั้งเทวัญและหลิวหลิวต่างโล่งอกที่เธอไม่เป็นอะไรมาก...

ขณะที่ดาวนิลนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล คำปันซึ่งอยู่ที่แม่อายก็เป็นไข้เช่นกัน ช่อเอื้องเช็ดตัวให้เสร็จ สั่งกลองให้ดูแลตาด้วย แล้วยกขันน้ำสำหรับเช็ดตัวออกจากห้อง ทอนที่รอฟังข่าวอยู่ถามว่าครูเป็นอย่างไรบ้าง พอรู้ว่าแค่มีไข้นิดหน่อย แต่ไม่ยอมกินยา ข้าวปลาก็ไม่แตะ ทอนจะรอดูพรุ่งนี้อีกครั้งหนึ่งก่อน ถ้ายังไม่ดีขึ้น จะมารับไปหาหมอ ช่อเอื้องโทษว่าเป็นเพราะพี่ดาวนิลคนเดียว  ถ้าพี่สนใจพ่อสักนิดคงไม่เป็นอย่างนี้

“ช่อเอื้อง เราก็ไม่รู้นะว่าดาวนิลเขาทำอะไรอยู่” ทอนปราม

“เขาจะทำอะไร...เขาก็กำลังมีความสุขอยู่เพราะกำจัดเราไปจากชีวิตได้แล้วไงจ๊ะ พี่ทอนยังจะเข้าข้างเขาอีกเหรอ นี่เรากลับมาแม่อายตั้งกี่วันแล้ว เขาไม่คิดจะติดต่อมาทั้งที่เขาก็รู้ว่าครั้งสุดท้ายที่เจอกัน เขาทำพ่อเสียใจแค่ไหน” ช่อเอื้องยังน้อยใจพี่สาวไม่หาย...

ตกค่ำ  ดาวนิลค่อยๆรู้สึกตัวลืมตาขึ้น  เห็นหลิวหลิวนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงถามว่าที่นี่ที่ไหน

“โรงพยาบาลสิคะ ดูซิ หลับไม่ได้สติเป็นวันๆ

นี่ถ้าพี่กับคุณหมอเทวัญไม่ไปพบจะเป็นยังไง” พูดจบหลิวหลิวช่วยประคองดาวนิลให้กึ่งนั่งกึ่งนอนบนเตียง เธออยากรู้ว่ามีใครมาเยี่ยมบ้างไหม เขาส่ายหน้า เธอถึงกับน้ำตาร่วง นี่เธอไม่มีค่าอะไรสำหรับเขาคนนั้นอีกแล้วใช่ไหม หลิวหลิวได้แต่ปลอบว่าอย่าคิดอะไรมาก นอนพักผ่อนก่อนดีกว่า เธอไม่ยอมนอน ยันตัวลุกขึ้นจะกลับบ้าน หลิวหลิวห้ามก็ไม่ฟัง เทวัญเข้ามาพอดี

“ดาวนิลจะทำอะไร” คุณหมอหนุ่มเสียงเขียว เธอหายดีแล้วจะขอกลับบ้าน

“หมอยังไม่อนุญาต...ทำไมล่ะดาวนิลจะรีบไปไหนไ ปหาเจ้าพลเหรอ ถ้าเขาอยากเจอดาวนิลเดี๋ยวเขาก็มาเองแหละ หัดรักตัวเองซะบ้างสิดาวนิล”...

ฝ่ายคำปันตรอมใจอย่างหนัก ข้าวปลาไม่แตะยาก็ไม่กิน ช่อเอื้องเตือนว่าทำแบบนี้จะไม่สบายมากขึ้นไปอีก เขาไม่สนใจจะเป็นอะไรก็เป็น เขาไม่รู้จะอยู่ไปทำไมแล้ว เธอขอร้องอย่าพูดแบบนี้ ถ้าพ่อไม่อยู่แล้ว

เธอจะอยู่กับใคร พ่อไม่ห่วงเธอบ้างเลยหรือ แล้วไหนจะกลองอีก ไม่สงสารมันแล้วหรือ คำปันได้แต่นิ่ง

“พ่อ...เขาไม่ใช่พี่ดาวนิลของเราแล้ว พ่อเลิกคิดถึงเขาเถอะนะ”

คำปันล้มตัวลงนอนหันหลังให้ ช่อเอื้องไม่รู้จะทำอย่างไรดีได้แต่ร้องไห้

ooooooo

เทวัญโทร.บอกทรงพลแต่เช้าว่าดาวนิลไม่สบายนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล น่าจะแวะมาเยี่ยมกันหน่อย เขาปฏิเสธทันทีว่าไม่มีประโยชน์อะไรที่จะต้องไป ขอตัวแค่นี้ก่อนต้องรีบไปทำงาน แล้วก็วางสายไปเลย   แม่นมน้อยที่ยืนฟังอยู่ด้วยโพล่งขึ้นทันที

“ใครทำอะไรเพื่อเรียกร้องความสนใจอีกหรือคะ นี่คุณเทวัญคงหลงกลเขาไปแล้ว  หวังว่าคุณพลคงไม่...”

“ผมไม่ใช่พี่เทวัญ ถ้าผมยังหลงเชื่ออะไรเขาอีกผมก็คงดูโง่มากในสายตาเขา”

แม่นมน้อยได้ยินแบบนี้ก็เบาใจ บอกให้เขารีบไปทำงานได้แล้ว  อย่ามาเสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่อง...

ในเวลาเดียวกัน ดาวนิลรอจังหวะที่หลิวหลิวออกไปรับโทรศัพท์ ดึงสายน้ำเกลือออกจะลุกขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เทวัญเข้ามาเจอเสียก่อน รีบจับตัวไว้ เธอพยายามดิ้นหนี พร้อมกับขอร้องให้เขาเลิกยุ่งกับชีวิตเธอสักที ปล่อยให้เธอตายๆไปจะดีกว่า ชีวิตเธอไม่เหลือใครอีกแล้ว เทวัญตัดพ้อแล้วเอาตนไปทิ้งไว้ไหน

“ดาวนิลรบกวนคุณหมอมามากแล้ว อย่าให้ดาวนิลรู้สึกตัวเองเป็นภาระใครอีกเลยนะคะ คุณหมออนุญาตให้ดาวนิลกลับบ้านเถอะนะคะ ดาวนิลไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว นะคะคุณหมอ” ดาวนิลจับมือเทวัญไว้มองด้วยสายตาเว้าวอน เขาได้แต่ถอนใจลำบากใจ...

ตกค่ำทรงพลมาที่โรงพยาบาล ครั้นมาถึงหน้าห้องพักฟื้นของดาวนิลกลับเปลี่ยนใจไม่เข้าไปเยี่ยม...

ในที่สุดเทวัญอนุญาตให้ดาวนิลออกจากโรงพยาบาลได้ หลิวหลิวพาเธอกลับคอนโดฯที่พัก ระหว่างเดินไปที่โถงหน้าลิฟต์ผู้คนที่อยู่ในนั้นพากันซุบซิบนินทา ดาวนิลตัดพ้อนี่ยังพูดเรื่องเธอไม่จบอีกหรือ

“คิดมากไปเองค่ะ เขาอาจจะคุยกันว่าพี่แต่งตัวสวยก็ได้” พูดจบหลิวหลิวดันหลังดาวนิลเข้าลิฟต์ เมื่อมาถึงห้องพัก เขาพยายามปลอบเธอไม่ให้คิดมาก ทุกอย่างจบไปแล้ว ดาวนิลสงสัยเขาไม่โกรธที่เธอทำให้ตกงานหรือ เขาเห็นสภาพเธอตอนนี้แล้วโกรธไม่ลง เขาเองก็ร้ายกับเธอไว้มาก ให้คำแนะนำผิดๆก็เยอะ

“ก็ถือว่าเริ่มชีวิตที่ติดลบพร้อมๆกันไปแล้วกัน... คอนโดฯนี้จะหมดสัญญาปลายเดือน ถ้าน้องยังจะอยู่กรุงเทพฯก็หาเช่าที่ใหม่ที่มันถูกกว่านี้ไหมคะ พี่จะจัดการให้”

ดาวนิลรับคำ แล้วล้มตัวลงนอนหันหลังให้ หลิวหลิวบอกให้เธอพักผ่อนมากๆ พรุ่งนี้จะแวะเอาข้าวมาให้ตอนเช้า แล้วคว้ามือถือของเธอจะเอาไปด้วยจะได้ไม่ต้อง

มีใครมารบกวน แต่นึกขึ้นได้ถ้าเกิดเรื่องฉุกเฉินขึ้นมาเธอจะติดต่อใครไม่ได้ก็เลยเปลี่ยนใจเอามือถือวางไว้บนโต๊ะหัวเตียงแล้วกลับออกไป

หญิงสาวรอจนแน่ใจว่าเขาไปแล้วลุกไปหยิบมือถือมาเปิดดู มีแต่ข้อความจากเทวัญไม่มีของทรงพลแม้แต่ข้อความเดียว ลองเปิดเน็ตดูข่าวตัวเอง มีคนเข้ามาเขียนกระทู้ด่าเธอเต็มไปหมด ดาวนิลร้องไห้

ออกมาอย่างหมดความอดกลั้น ปามือถือทิ้งไม่ต้องการรับรู้อะไรทั้งนั้น

ooooooo

ทั้งหนานเมือง ป้าบัว ทอน และรินคำรู้ข่าวอาการป่วยของคำปันที่เป็นมาหลายวันยังไม่หายสักที ชวนกันมาเยี่ยม เจอแต่ช่อเอื้องที่ลงมาต้อนรับเนื่องจากคำปันนอนซมอยู่ในห้องไม่ยอมลงมา ป้าบัวแนะให้พาไปหาหมอ ช่อเอื้องพูดกับพ่อจนปากเปื่อยท่านก็ไม่ยอมไป แถมข้าวปลาก็ไม่ยอมแตะ รินคำปากไวเช่นเคย

“งั้นก็เหลืออยู่ทางเดียวแล้วล่ะ ต้องตามนังดาวนิลมันกลับมาดูใจพ่อมัน อาการแบบนี้ตรอมใจชัดๆ”

หนานเมืองเห็นด้วยกับลูกสาว บอกให้ช่อเอื้องลองทำตามที่รินคำแนะ ทอนโทร.หาดาวนิลหลายครั้งแล้ว แต่ติดต่อไม่ได้ ช่อเอื้องขอร้องทอนอย่าโทษตัวเอง ตนเคยบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าพี่ดาวนิลไม่สนใจอะไรตนกับพ่ออีกแล้ว และอาจจะไม่คิดกลับมาที่นี่อีกเลยก็ได้

“โอ๊ย นังดาวนิลนี่มันอกตัญญูจริงๆ ต้องรอให้พ่อตายก่อนหรือไงถึงจะสำนึกได้” ป้าบัวโวยลั่น หนานเมืองต้องปรามให้เธอเบาเสียงลงหน่อยเดี๋ยวครูได้ยินจะยิ่งเสียใจ ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุป้าบัวยังคงก่นด่าดาวนิลไม่หยุด คำปันที่นอนอยู่บนห้องทนไม่ไหวต้องเอามืออุดหูไม่อยากได้ยินอะไรทั้งนั้น...

ดาวนิลอยากเจอทรงพลอีกครั้งเพราะมีเรื่องสำคัญจะบอกแต่เขาคงไม่ยอมให้พบจึงขอร้องเทวัญช่วยเป็นธุระให้ สัญญาต่อไปจะไม่รบกวนอะไรเขาอีก...

ด้วยความช่วยเหลือของเทวัญทำให้ดาวนิลได้พบกับทรงพลอีกครั้งที่บ้านของฝ่ายแรก ทรงพลเห็นหน้าเธอจัดแจงหันหลังจะกลับ ดาวนิลต้องขอร้องให้

ฟังกันก่อน เธอรู้ตัวว่าทำผิดที่ปกปิดความจริงกับเขา แต่เธอมีเรื่องสำคัญจะต้องบอกให้เขารู้ เทวัญขอตัวออกไปรอข้างนอกทั้งคู่จะได้คุยกันได้สะดวก ทรงพลร้องห้ามไว้

“ไม่ต้อง ผมกับเขาไม่ควรจะอยู่ด้วยกันแค่สองคนอีก ว่ามาสิ พูดให้จบๆ เราจะได้จบกันสักที”

ดาวนิลเท้าความถึงตอนที่เคยเจอกับทรงพลมาก่อนที่เธอจะเป็นดารา เขาไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้ จะมาโกหกสร้างเรื่องอะไรอีก เธอยืนกรานว่าไม่ได้โกหก ตอนนั้นเขาไม่เคยเห็นเธออยู่ในสายตา จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเราเคยเจอกันมาก่อน คืนหนึ่งที่เขาเมามากเธอคือผู้หญิงคนนั้นที่พาเขานั่งแท็กซี่ไปส่งโรงแรม และเป็นผู้หญิงที่ทำให้เขาต้องเลิกกับจิดาภา ทรงพลจำอะไรไม่ได้เพราะเมามาก รู้แค่คืนนั้นเขามีอะไรกับผู้หญิงที่ไปส่งเขา

“ดาวนิลไม่เคยลืมคุณเลย แต่คุณจำดาวนิลไม่ได้ ตื่นเช้ามาดาวนิลก็ไม่เจอคุณแล้ว”

ทรงพลขอร้องให้พอได้แล้วตนไม่อยากฟังอะไรอีกแล้ว ดาวนิลตัดสินใจบอกเขาว่ากลองเป็นลูกของเขา พอเธอรู้ว่าท้องกับเขาซึ่งเป็นผู้ชายที่เธอแอบรักก็พยายามจะรักษาลูกของเราเอาไว้ แต่เธอถูกหลอกให้กินยาขับเลือด  กลองถึงได้เกิดมาพิการแบบนั้น  เธอไม่กล้าบอกเขาเพราะกลัวเขาจะรังเกียจลูกของเรา

“งั้นที่คุณเอ็นดูกลองนักหนา หลอกผมว่าอยากรับกลองเป็นลูกบุญธรรม มันคือแผนการทั้งหมดของคุณงั้นสิ ที่แท้ทั้งหมดก็เป็นแผนการที่จะปกปิดความลับของตัวเอง ผมนี่มันโง่กว่าที่ตัวเองคิดซะอีก เห็นผมเป็นตัวตลกพอหรือยัง ออกไป...ออกไปจากบ้านผมเดี๋ยวนี้ ผมไม่เคยรู้จักคุณ คุณไม่ใช่ดาวนิลที่ผมเคยรู้จัก”

เทวัญขอร้องให้ทรงพลใจเย็นๆ เขาใจเย็นไม่ไหว จากนี้ไปถ้าพี่ยังกล้าพาผู้หญิงคนนี้มาเหยียบในบ้านนี้อีก ไม่ต้องมานับเขาเป็นน้อง เขาจะไม่ทนเป็นไอ้โง่ให้

ใครหลอกอีกแล้ว แล้วขยับจะไป ดาวนิลดึงมือไว้ เขาสะบัดมือเธอออก ขอร้องไปให้พ้นจากชีวิตเขาก่อนจะผละจากไป ดาวนิลเสียใจสุดๆทรุดลงกับพื้นร้องไห้โฮ

ooooooo

อาการป่วยของคำปันทรุดลงเรื่อยๆเนื่องจากตรอมใจ เพ้อไปเองว่าดาวนิลกลับมาตามที่สัญญาเอาไว้ ช่อเอื้องต้องขอร้องพ่อให้เลิกคิดถึงเธอสักที เธอไม่ใช่พี่ดาวนิลที่เรารู้จักอีกแล้ว ตนไม่อยากเห็นพ่อเป็นแบบนี้

“เขาสัญญาว่าจะกลับมา พี่เขาเป็นคนดี เขาจะรักษาสัญญา” พูดจบคำปันเดินเข้าห้อง ช่อเอื้องทนไม่ได้ที่พ่อไม่เลิกทำแบบนี้ วิ่งหนีลงเรือนไปทั้งน้ำตา ด้าน

คำปันเดินคลำทางไปเปิดหีบหยิบดาบออกมากอดไว้

“ดาวนิล เพราะพ่อหรือลูก พ่อเป็นแค่ครูจนๆตาบอดหนูถึงอายไม่กล้าบอกใครว่าเป็นลูกพ่อ เพราะพ่อลูกถึงต้องไปทำงานแบบนั้น พ่อผิดเอง พ่อผิดเองที่เป็นตัวถ่วงถ้าไม่มีพ่อ หนูคงมีชีวิตที่ดีไปแล้ว พ่อขอโทษนะลูก พ่อคิดถึงลูก...ยังจำได้ไหมที่พ่อสอนลูกรำดาบ ลูกรำสวยเหลือเกิน  พ่อไม่มีโอกาสได้เห็นลูกรำดาบอีกแล้ว  ยกโทษให้พ่อแล้วรีบกลับมาหาพ่อนะดาวนิล” คำปันกำดาบในมือแน่นจนมันบาดเลือดไหลอาบ กว่ากลองจะเข้ามาเห็นคำปันอาการเพียบหนักแล้ว...

ฝ่ายดาวนิลตระหนักแล้วว่าทรงพลไม่เหลือเยื่อใยอะไรให้ตนเองอีก ตัดสินใจกลับแม่อายจะไปกราบเท้าขอโทษพ่อ ไปขอโทษน้องและกลับไปทำหน้าที่แม่ของลูกสักที หลิวหลิวทักท้วงแน่ใจหรือว่าจะทนสายตาของคนที่นั่นได้ ดาวนิลตอบอย่างมั่นใจว่าต้องได้ ที่นั่นเป็นบ้านของเธอเอง ไม่ว่าจะอย่างไรเธอจะต้องกลับบ้าน...

ทางด้านทรงวุฒิกับวรรณาเป็นห่วงช่อเอื้องที่เงียบหายไป ต่างชวนกันมาที่แม่อายหวังจะมาเยี่ยมเยียนกลับต้องเจอข่าวร้ายว่าคำปันตายแล้ว ทรงวุฒิรีบโทร.ไปบอกที่บ้าน เทวัญตัดสินใจจะขึ้นไปที่นั่น จึงชวนทรงพลไปด้วยกัน ดาวนิลคงอยากได้กำลังใจจากคนที่เธอรัก เขากลับบอกว่าไม่รู้ว่าจะมองหน้าเธอได้อยู่ไหม

“ขึ้นอยู่กับว่าแกยังรักเขาอยู่ไหมล่ะ ถ้ารัก แกจะให้อภัยคนที่แกรักไม่ได้สักครั้งเลยเหรอ”

ooooooo

ดาวนิลกลับถึงแม่อายในตอนสายของอีกวัน เมื่อลงจากรถรับจ้างเธอเดินอ้อมไปด้านหลังหมู่บ้านด้วยไม่อยากเป็นเป้าสายตาใคร ครั้นมาถึงบ้านกลับพบแต่ความเงียบไม่มีใครอยู่บ้านสักคน เธอขึ้นไปที่ห้องนอนของพ่อที่แทบจะไม่มีสมบัติสักชิ้น เหลือบ เห็นดาบที่พ่อเคยสอนให้รำดาบวางอยู่ เอามากอดแนบอกร้องไห้

ทอนกลับมาจะเอาดาบพอดีเจอดาวนิลก็แปลกใจมาได้อย่างไร เธอจะกลับมาอยู่ที่นี่จะไม่ไปไหนอีกแล้ว แต่ไม่มีใครอยู่บ้าน ช่อเอื้องพาพ่อกับกลองไปไหนรู้ไหม เขาไม่กล้าบอกเธอว่าคำปันตายแล้ว ได้แต่บอกว่าช่อเอื้องให้กลับมาเอาดาบ เธออาสาจะเอาไปให้น้องเอง แล้วถามว่าพ่ออยู่กับน้องใช่ไหม ทอนได้แต่พยักหน้า

“พ่อยังโกรธฉันไหมพี่ทอน ฉันอยากกราบขอโทษพ่อ ถ้าพ่อให้อภัยฉันจะกลับมาดูแลพ่อที่แม่อาย แล้วฉันจะไม่ทิ้งทุกคนไปไหนอีกแล้ว ฉันสัญญา”

“ดาวนิลรีบตามพี่ไปดีกว่า” ทอนว่าแล้วเดินนำออกไป ดาวนิลกอดดาบเดินตาม ครู่ต่อมา ดาวนิลตามทอนมาถึงหน้าหมู่บ้าน ตกใจแทบช็อกเมื่อเห็น

ชาวบ้านกำลังแห่ศพพ่อ โดยมีช่อเอื้องถือรูปถ่ายของท่านเดินตาม เณรกลองที่บวชหน้าไฟให้ท่านเดินอยู่ข้างๆ ดาวนิลเข้าไปเกาะโลงศพพ่อ ร้องไห้คร่ำครวญอย่างน่าเวทนา แต่กลับไม่มีใครสงสารหรือเห็นใจ ชาวบ้านพากันตำหนิที่เธอไม่ดูดำดูดี ปล่อยให้พ่อตรอมใจตาย

“พ่อ...ไม่จริงใช่ไหม พ่อยังไม่ตาย พ่อจ๋า ดาวนิลกลับมาหาพ่อแล้ว ดาวนิลขอโทษ”

ป้าบัวกับพวกชาวบ้านเข้ามาดึงดาวนิลออกจากโลงศพ ไล่ตะเพิดไปให้พ้นหน้า ที่นี่ไม่ต้อนรับคนอกตัญญู แล้วคว้าของใกล้มือได้ปาใส่ไม่ยอมให้ร่วมงาน แล้วพากันแห่ศพคำปันต่อไปไม่สนใจดาวนิลที่นั่งร้องไห้ ทอนเข้ามาบอกให้เธอกลับกรุงเทพฯจะดีกว่า ทุกอย่างมันสายเกินไปแล้ว...

เณรกลองรอจนตั้งศพคำปันที่เมรุเรียบร้อยจึงมาพาดาวนิลไปกราบ ชาวบ้านเกรงใจเณรน้อยก็เลยไม่มีต่อว่าหรือทำร้ายอะไรเธออีก ดาวนิลเข้าไปกราบที่หน้าโลงศพพ่อ ขอให้ท่านอโหสิกรรมที่เธอมาหาท่านช้าเกินไป ช่อเอื้องเข้ามาที่โลงศพ  เธอจัดแจงจะคว้ามือมาจับแต่อีกฝ่ายถอยหนี ดาวนิลขอให้น้องยกโทษให้ เราเหลือกันแค่สองคนพี่น้องแล้ว ช่อเอื้องยกโทษให้และอโหสิกรรมให้พี่ด้วย เราจะได้หมดเวรหมดกรรมกัน

“ชาติหน้าเราจะได้ไม่ต้องเกิดมาเจอกันอีก แต่ที่พี่ทำกับพ่อ พี่ต้องขออโหสิกรรมกับพ่อเอง”...

ในเวลาต่อมาขณะที่ช่อเอื้องกำลังบ่นให้ทรงวุฒิและวรรณาฟังทั้งน้ำตา ไม่รู้ว่าพี่ดาวนิลจะกลับมาทำไม เหมือนกลัวเธอจะเสียใจไม่พอ เทวัญเดินเข้ามาแสดงความเสียใจกับเธอ ทรงวุฒิร้องทักพี่พลไม่มาด้วยหรือ

“มันรู้เรื่องแล้ว แต่ไม่รู้จะมาหรือเปล่า แล้วดาวนิลล่ะ เขามาที่นี่ไหม”

ทรงวุฒิมองไปทางที่ดาวนิลเดินถือดาบออกไป เทวัญรีบเดินตามเธอจนทัน เสียใจกับเธอด้วยเรื่องพ่อ และเชื่อว่าท่านให้อภัยเธอทุกอย่าง ดาวนิลกลับบอกว่าเธอไม่ให้อภัยตัวเอง ตอนนี้เธอไม่เหลืออะไรอีกแล้ว ไม่มีพ่อให้ดูแล ช่อเอื้องก็ไม่เห็นเธอเป็นพี่อีกแล้ว ส่วนทรงพลก็ไม่ไยดีเธอเช่นกัน

“ดาวนิลต้องเข้มแข็ง จำไว้ว่าดาวนิลยังมีหมออีกคน หมอเป็นกำลังใจให้ดาวนิลเสมอนะ”

“ขอบคุณค่ะ คุณหมอมีพระคุณกับดาวนิลมากมายเหลือเกิน ชาตินี้ดาวนิลคงตอบแทนพระคุณที่คุณหมอทำให้ไม่หมด ถ้าชาติหน้ามีจริง ดาวนิลขอให้มีโอกาสได้ทำอะไรเพื่อทดแทนบุญคุณคุณหมอบ้างนะคะ”

เทวัญเอะใจแต่ยังไม่ทันจะพูดอะไร มีเสียงกลองสะบัดชัยดังขึ้นเสียก่อน ดาวนิลเห็นพิธีเผาศพพ่อจะเริ่มแล้ว บอกให้เขาไปที่งานก่อนเดี๋ยวเธอจะตามไป...

ช่อเอื้องตั้งใจตีกลองสะบัดชัยอย่างสุดฝีมือต่อหน้าพ่อเป็นครั้งสุดท้าย สิ้นเสียงกลองดาวนิลในชุดรำดาบถือดาบเข้ามาท่ามกลางสายตาของทุกคน เธอทรุดลงนั่งหน้าโลงศพพ่อ ขอโทษในสิ่งที่เคยทำไม่ดีกับท่าน วันนี้เธอจะรำดาบให้ท่านดู การแสดงที่ท่านรักและพร่ำสอนเธอมาตั้งแต่เด็ก แล้วหยิบดาบขึ้นร่ายรำอย่างสวยงาม

อีกมุมหนึ่ง ทรงพลมองดาวนิลที่รำดาบอยู่ หยิบแหวนหมั้นออกมาดู พร้อมจะให้อภัยเธอและหวังจะสร้างครอบครัวด้วยกัน ดาวนิลรำดาบไปพลางคิดถึงเรื่องราวในอดีต ช่วงที่มีความสุขกับพ่อและน้อง โดยไม่มีใครคาดคิด เธอใช้ดาบปาดคอตัวเองตายต่อหน้าศพพ่อ ทรงพล ช่อเอื้อง และเทวัญวิ่งไปหาเธอพยายามห้ามเลือดแต่บาดแผลฉกรรจ์เกินเยียวยา เธอสิ้นใจทั้งที่ตาไม่หลับ ทรงพลเสียใจมาก

“ดาวนิลทำไมทำแบบนี้ ผมให้อภัยคุณแล้ว เราจะแต่งงานกัน คุณตื่นมาพูดกับผมสิ ผมรักคุณนะดาวนิล”

ความทรงจำดีๆที่มีให้กันผุดขึ้นมาในความคิดของทรงพล ยิ่งทำให้เสียใจที่เขารอจนทุกอย่างสายเกินไป เณรกลองเข้ามาหยุดตรงหน้าทรงพลที่กอดร่างไร้วิญญาณของดาวนิลไว้ เขาเงยหน้ามองเณรน้อยทั้งน้ำตา

“เณร...ลูกพ่อ”

เณรกลองมองทรงพลงงๆ แล้วเอื้อมมือไปปิดตาให้โยมแม่ ท่ามกลางความสะเทือนใจของทุกคน

ooooooo

–อวสาน–


ละครแม่อายสะอื้น ตอนที่ 15(ตอนจบ) อ่านแม่อายสะอื้น ติดตามแม่อายสะอื้น ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย อรรคพันธ์ นะมาตร์,ฝนทิพย์ วัชรตระกูล 1 ม.ค. 2513 07:00 2018-03-03T00:56:49+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ