ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

มายา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อลิสาตกใจมากเมื่อเห็นข่าวพิตะวันโดนแฉกลางงานนักเรียนทุนอังกฤษ เธอรีบพาอินทนิลกลับเข้ากรุงเทพฯโดยไม่บอกเหตุผล

ด้านภิทูรที่รักและเป็นห่วงพิตะวันจึงมาป้วนเปี้ยนที่คอนโดอีก ครั้นยามบอกว่าเธอไม่อยู่ก็จะขอนั่งรอ แต่ยามไม่ยอมและบอกเหตุผลว่ารชานนท์ซึ่งเป็นเจ้าของห้องให้ไล่เขาไป

ความลับแตกทันที ภิทูรเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าห้องที่พิตะวันอยู่คือห้องของรชานนท์ เขาแทบหมดแรงยืน คาดไม่ถึงว่าพิตะวันจะทำแบบนี้กับตนได้

ฝ่ายเพ็ญพักตร์ที่ต้องการให้บุษบามินตราใกล้ชิด รชานนท์ก็พยายามหาทางให้ทั้งคู่ได้เจอกัน โดยเพ็ญพักตร์ หลอกล่อให้ลูกสาวเอาแว่นตาที่หม่อมมณีฉายลืมไว้ไปคืน บุษบามินตรายอมไปทั้งที่ไม่เต็มใจ พอถึงบ้านก็ฝากแว่นตากับล้ำไว้โดยไม่รอพบรชานนท์

ภิทูรยังวนเวียนอยู่แถวคอนโดรชานนท์ รอจนกระทั่งพิตะวันนั่งแท็กซี่กลับมา เขากระโดดขวางหน้ารถจนคนขับเบรกตัวโก่ง ขณะที่พิตะวันตกใจมากลงมาต่อว่าภิทูรอย่างฉุนเฉียว

“พี่ภิทูรบ้าไปแล้วเหรอคะ ตะวันยังหลอน กลัวว่าจะมีใครมาทำอะไรบ้าๆกับตะวัน แล้วพี่มาทำแบบนี้ตะวันไม่ชอบเลยนะคะ”

“ถ้าไม่ทำแบบนี้ ตะวันก็คงไม่ยอมเจอพี่ พี่นี่มันโง่นะ โดนยามไล่มารอนอกคอนโดตั้งหลายครั้งยังไม่รู้ตัวว่าเจ้าของห้องเขารังเกียจ ถ้าตะวันไม่อยากเจอพี่ไม่จำเป็นต้องสั่งให้เขาไล่พี่ออกไปก็ได้”

“พี่ภิทูรพูดอะไร ตะวันไม่เข้าใจ”

“อย่าบอกนะว่าตะวันไม่รู้ว่ารชานนท์สั่งไม่ให้พี่เข้าไปในคอนโด ตะวันบอกพี่มาจริงๆได้ไหมว่าคอนโดที่ตะวันอยู่เป็นของใคร แล้วทำไมตะวันถึงต้องมาอยู่ด้วย”

พิตะวันหน้าเสีย พูดไม่ออกบอกไม่ถูก ยิ่งทำให้ภิทูรโมโห หลุดจากความเป็นคนใจเย็นทันที

“ว่าไงล่ะตะวัน บอกพี่มาสิ”

“ค่ะ คอนโดที่ตะวันอยู่เป็นของคุณรชานนท์”

“แล้วตะวันไปอยู่คอนโดเขาทำไม อย่าบอกนะว่าตะวันคบกับรชานนท์”

“อย่าบ้าหน่อยเลยค่ะพี่ภิทูร ตะวันมีเรื่องโดนแกล้งจนอยู่ที่บ้านไม่ได้ ต้องหนีออกมาเพราะคุณน้ากับลูกเขา เกลียดตะวันมาก ถึงตามเล่นงานจนเป็นเรื่องแบบนั้นพี่ก็เห็น ตะวันเดือดร้อนไม่มีที่จะซุกหัวนอน ญาติพี่น้อง ก็ไม่มี คุณแม่ที่ตะวันพึ่งได้คนเดียวก็ไม่อยู่ มีแค่คุณรชานนท์ที่ยอมช่วยเหลือให้มาพักที่คอนโดจนกว่าคุณแม่จะกลับมาเคลียร์ปัญหาทุกอย่างให้ พี่ยังพยายามคิดเรื่องเขากับตะวันในทางเสื่อมเสีย พี่คิดได้ยังไงคะ”

“แล้วทำไมตะวันไม่บอกพี่ พี่จะได้ช่วยตะวันเอง”

“ตะวันไม่อยากรบกวนพี่ไปมากกว่านี้แล้ว เท่าที่พี่เคยช่วยเหลือ ตะวันก็ไม่รู้จะตอบแทนบุญคุณยังไงแล้ว”

“แล้วตะวันไปให้รชานนท์ช่วย ตะวันไม่ต้องตอบแทนบุญคุณเขาเหรอ”

“ตะวันจะบอกพี่เป็นครั้งสุดท้ายนะคะ ว่าตะวันกับคุณรชานนท์เป็นเพื่อนกัน แล้วเราก็ไม่เคยคิดเรื่องสกปรก อย่างที่พี่พยายามจะคิด แต่ถ้าพี่ไม่เชื่อ ซึ่งก็ไม่แปลกอะไร เพราะตะวันมันขี้โกหกอยู่แล้วนี่ ก็ไม่เป็นไรคะ ตะวันเข้าใจ เลิกเป็นเลิก พี่จะเลิกยุ่งกับตะวันก็ได้นะ พี่จะได้ไม่ต้องรู้สึกว่าโดนตะวันหลอก ขอตัวนะคะ”

ภิทูรเครียดและสับสนจนก้าวขาไม่ออก ได้แต่มองตามพิตะวันไปอย่างไม่รู้จะทำยังไงดี สุดท้ายเขาไปหารวิศที่บ้าน เล่าเรื่องราวให้ฟังแล้วนั่งหน้าเศร้าคอตก อย่างหดหู่

“พี่เสือ...ผมพูดจริงๆนะ ครั้งนี้พี่ทำแรงเกินไป พิตะวันเพิ่งเจอเรื่องแย่ๆแบบนั้น แทนที่พี่จะไปปลอบใจเขา พี่กลับไปหาเรื่องเขาอีก เขาโกรธมาแบบนี้มันก็ไม่แปลกหรอก”

“รวิศ บอกพี่มาตรงๆ นายว่ารชานนท์กับพิตะวันคบกันรึเปล่า”

“ผมก็เห็นว่าเขาสนิทกันนะ แล้วถ้าเขาจะสนิทสนมกันจนถึงขั้นให้ยืมคอนโดอยู่ได้เนี่ย ก็คงไม่แปลกมั้งพี่”

“แล้วทำไมนายถึงคิดว่าไม่แปลก”

“มิ้นต์ไงพี่ ทั้งออกงาน ไปไหนมาไหนด้วยกันกับคุณรชานนท์ เขาสองคนยังเป็นเพื่อนกันได้เลย”

“นายแน่ใจนะ”

“ผมแค่เชื่อมั่นในตัวมิ้นต์ และผมก็คิดว่ามิ้นต์ก็คงอยากให้ผมเชื่อมั่นในตัวเขา แล้วพี่ล่ะเชื่อมั่นในตัวพิตะวันรึเปล่า”

“พี่ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆพี่มั่นใจว่าถ้ารชานนท์จีบพิตะวัน พี่คงไม่มีทางสู้เขาได้แน่”

“มันไม่ได้สำคัญว่าใครมาจีบพิตะวัน แต่สำคัญว่าพิตะวันรักใครมากกว่า พิตะวันเคยบอกว่ารักพี่ไม่ใช่เหรอ แล้วพี่ก็รักเขามาก”

“พิตะวันเป็นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของพี่ พี่ทำทุกอย่างเพื่อเขาได้”

“ถ้าพี่ทำทุกอย่างเพื่อเขาได้ ทำไมเรื่องแค่นี้พี่ถึงยอมที่จะเชื่อเขาไม่ได้ล่ะ ผมก็ไม่รู้หรอกนะว่าความจริงเป็นยังไง แต่ถ้าพี่จะเลิกกับเขา ก็น่าจะคุยกับเขาด้วยเหตุผล ไม่ใช่ทำแบบนี้ โดยเฉพาะยิ่งช่วงเวลาแบบนี้ด้วย ผมคิดว่าพิตะวันน่าเห็นใจจริงๆ”

“นายกำลังจะบอกว่าพี่งี่เง่าใช่ไหม ไม่ถูกเวลาใช่ไหม แทนที่เวลาแบบนี้พี่ควรจะปลอบใจ แต่พี่กลับไปจับผิด ทำร้ายคนที่พี่บอกว่ารักและก็ทำทุกอย่างเพื่อเขาได้

“ผมไม่ได้ว่าอะไรพี่นะ พี่พูดเอง”

ภิทูรได้คิด โกรธตัวเองที่งี่เง่าอย่างไม่น่าให้อภัย รวิศแนะนำให้เขาไปขอโทษพิตะวัน ป่านนี้เธอคงจะเสียใจ ร้องไห้ขี้มูกโป่งแล้ว

แต่เปล่าเลย! พิตะวันกำลังมีความสุขต่างหาก เธอฮัมเพลงไปพร้อมกับจัดเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำอาหาร ไม่มีท่าทางเสียใจอย่างที่รวิศคิดสักนิด

ผ่านไปสักพักยังไม่เห็นวี่แววของรชานนท์ พิตะวันโทร.ตามแต่ได้รับการปฏิเสธว่าวันนี้ไปไม่ได้จริงๆ หม่อมมณีฉายแอบฟังได้ยินเต็มสองหูว่าพิตะวันอยู่คอนโดของหลานชาย เธอโมโหมากรีบโทร.หาทนายประจำตระกูลแล้ว ซักถามเรื่องที่รชานนท์ซื้อคอนโดโดยไม่บอกตน

หลังจากได้ข้อมูลมาแล้ว หม่อมมณีฉายรีบเร่งไปขับไล่พิตะวันอย่างกับหมูกับหมาออกจากคอนโด แม้พิตะวันวิงวอนขอร้องก็ไม่เป็นผล ต้องหอบสัมภาระทั้งหมดออกมาด้วยความโกรธแค้น

ภิทูรย้อนกลับมาพอดี เห็นพิตะวันกำลังยืนโบกแท็กซี่หน้าคอนโด เขารีบเข้ามาถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง พิตะวันดีใจอย่างกับเทวดามาโปรด โผเข้ากอดเขาทั้งน้ำตา

ไม่นานนัก ภิทูรพาพิตะวันไปที่โรงแรมขนาดกลาง สภาพไม่ได้หรูหราแต่ก็ไม่ซอมซ่อจนอยู่ไม่ได้

“ตะวันจะพักที่นี่นานเท่าไหร่ก็ได้นะครับ พี่เปิดห้องให้ตะวันแล้ว ห้องพี่อยู่ตรงข้ามห้องตะวัน ถ้าตะวันอยากได้อะไรก็บอกพี่นะครับ”

“พี่ภิทูรคะ ตะวันขอโทษนะคะที่พูดไม่ดีกับพี่ภิทูรเมื่อกลางวัน”

“พี่ต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายขอโทษ พี่มันงี่เง่า ขี้หึงไม่เข้าท่า ตะวันมีเรื่องไม่สบายใจอยู่แล้ว พี่ยังทำเรื่องให้ ตะวันไม่สบายใจอีก พี่ขอโทษนะครับ”

“ตะวันไม่เคยโกรธพี่เลยนะคะ ตะวันแค่...”

“ไม่ต้องคิดมาก เรื่องมันผ่านไปแล้ว ตะวันพักผ่อนให้สบายใจแล้วค่อยคิดหาทางแก้ปัญหากันใหม่นะครับ”

“ค่ะ...พี่ภิทูรคะ ตะวันอยากได้ที่ชาร์จแบต ตะวันคงไม่ได้เอามาจากคอนโดนั้น พี่ภิทูรช่วยเอามาให้ตะวัน หน่อยได้ไหมคะ”

“ได้ครับ ไม่มีปัญหา ตะวันรอแป๊บนึงนะ”

ภิทูรรีบออกจากห้องไป...ทันทีที่ประตูห้องปิด ใบหน้าเศร้าๆชวนให้สงสารของพิตะวันเปลี่ยนเป็นเจ้าเล่ห์ ร้ายกาจ

“นังหม่อมมณีฉาย คิดว่าไล่ฉันออกมาอย่างนี้ฉันจะหาทางเจอคุณรชานนท์อีกไม่ได้รึไง คุณรู้จักคนอย่างพิตะวันน้อยไปซะแล้ว”

ooooooo

อลิสาและอินทนิลกลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพในเย็นนั้น อินทนิลสงสัยว่าทำไมผู้คนในบ้านต้องมารอต้อนรับ กันหน้าสลอน อลิสารู้เหตุผลแต่ยังไม่ยอมปริปาก

จนกระทั่งอินทนิลนึกได้ว่าเวลานี้กีรติสุดาต้องอยู่อังกฤษ แต่ทำไมถึงมาอยู่ที่บ้านได้ สองแม่ลูกจึงสาธยาย เรื่องราวที่พิตะวันทำงามหน้าเสื่อมเสียตระกูลสัจจามาตย์ ด้วยการหลอกลวงผู้คนว่าเป็นลูกหลานและทำตัวไฮโซทั้งที่ความจริงเป็นแค่คนรับใช้

เล่าแล้วสองแม่ลูกมั่นใจว่าอินทนิลต้องปรี๊ดแตกและเอาเรื่องพิตะวันอย่างถึงที่สุดแน่ แต่ผิดคาด อินทนิล กลับรับฟังด้วยท่าทีสงบเยือกเย็น บอกสองแม่ลูกที่อาสาจะเล่นงานพิตะวันให้ว่าไม่ต้องยุ่ง เรื่องของพิตะวันตนจะจัดการด้วยตัวเอง...

เมื่อจนมุมไม่มีที่ไปพิตะวันจำยอมรับความช่วยเหลือเรื่องที่อยู่อาศัยจากภิทูร แต่ไม่ทันข้ามวันเธอก็ส่งข้อความยาวเหยียดไปฟ้องรชานนท์

“หม่อมป้าของคุณรชาไล่ตะวันออกจากคอนโดแล้ว ตะวันขอโทษที่ทำให้คุณเดือดร้อน และขอบคุณสำหรับ ทุกอย่างที่มีให้ตะวันมาตลอด คงถึงเวลาที่ตะวันต้องไปตามทางของตัวเองสักที ตะวันจะจำเอาไว้เสมอว่าคุณรชาคือคนที่ดีที่สุดในชีวิตของตะวัน”

ส่งข้อความนั้นไปแค่ครู่เดียว รชานนท์ก็โทร.เข้ามาหาพิตะวัน แต่เธอไม่รับสายหมายให้เขารู้สึกผิดมากๆ จะได้พยายามทำทุกอย่างเพื่อชดเชยให้เธอ แล้วหม่อมมณีฉายจะไม่มีวันขวางเราสองคนได้อีก

รชานนท์ร้อนใจ เพียรโทร.หาพิตะวันหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ จึงมาถามกึ่งตำหนิหม่อมมณีฉายว่าทำไมต้องไล่พิตะวัน

“เหตุผลก็ไม่มีอะไรมาก ก็เพราะมันไม่คู่ควรจะมายุ่งเกี่ยวกับคนอย่างพวกเรา มันจะทำให้หลานเดือดร้อน”

“แต่พิตะวันเป็นเพื่อนผม”

“เพื่อน? นี่หลานดูไม่ออกเหรอว่านังเด็กนั่นอยากจะจับหลานอย่างกับอะไรดี ระวังเถอะสักวันจะพลาดท่าได้นังคนใช้ราคาห้าพันบาทมาเป็นเมีย”

รชานนท์ทั้งโกรธทั้งผิดหวังในตัวหม่อมป้า...ยืนยันว่าตนกับพิตะวันไม่เคยคิดอะไรน่าเกลียดแบบนั้น

“หลานไม่คิด แต่นังเด็กนั่นคิดแน่ เชื่อป้าเถอะ หลานไม่มีทางทันคนอย่างนั้นหรอก”

“แต่ถึงยังไงหม่อมป้าก็ไม่มีสิทธิ์ไล่เขาออกจากคอนโดของผม”

“ป้ามีสิทธิ์ที่จะดูแลหลานของป้า”

“แต่ผมโตพอที่จะคิดและตัดสินใจเองได้แล้ว”

“อ๋อ...ก็เลยแอบไปซื้อคอนโด แล้วก็เอาผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าไปอยู่ เดี๋ยวนี้จะทำอะไรน่ะ เคยเห็นหัวป้าบ้างไหม”

“ผมยังเคารพหม่อมป้าเสมอ แต่ในฐานะที่อำนาจสิทธิ์ขาดทุกอย่างในบ้านนี้อยู่กับผม ผมมีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจทุกเรื่องที่ผมเห็นว่าเหมาะสม”

“หมายความว่ายังไง นี่หลานจะตัดสินใจอะไร”

เรื่องราวบานปลาย รชานนท์ตัดสินใจนำเอกสารสำคัญมาให้หม่อมมณีฉายอ่าน แล้วเธอก็แทบช็อกกรีดร้องว่าไม่จริง ทำแบบนี้โดยไม่ปรึกษาตนสักคำได้ยังไง

“ก็ผมเคยเรียนหม่อมป้าไปแล้วไงครับ ว่าเรื่องการจัดการทรัพย์สินและเงินกองกลางผมจะเป็นคนจัดการเอง”

“แต่แกเอาบ้านหลังนี้ให้ฝรั่งเช่าทำสถาบันวัฒนธรรม แล้วพวกเราจะไปอยู่ไหน”

“ผมก็คงไปอยู่คอนโดที่ซื้อเอาไว้ ส่วนหม่อมป้า ผมให้คนจัดการบ้านที่พหลโยธินไว้ให้”

“บ้านพหลโยธิน...บ้านเล็กๆไม่กี่ร้อยตารางวาน่ะนะ”

“แต่ผมให้คนปรับปรุงบ้านใหม่อย่างดีแล้วนะครับ”

“แต่ป้าเคยอยู่บ้านหลังใหญ่แบบนี้ แล้วอยู่ๆให้ไปอยู่อย่างนั้น คนเขาก็นินทาแย่น่ะสิ”

“คนจะนินทามากกว่านี้ หากพวกเราใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายจนไม่เหลืออะไร”

“ไม่มีทางหรอกที่เราจะไม่เหลืออะไร ถึงเงินในบัญชีกองกลางจะหมดไปบ้าง แต่เงินในบัญชีของหลานก็มีอีกตั้งเป็นร้อยๆล้าน อย่าคิดว่าป้าไม่รู้นะ”

“หม่อมป้าครับ ผมไม่ทราบว่าหม่อมป้าไปทราบข้อมูลอะไรมาจากไหน แต่ที่แน่ๆสถานการณ์ทางการเงินของสุเรนทรไม่ได้มั่นคงอย่างที่หม่อมป้าคิด ถึงยังไงผมก็ยืนยันว่าผมต้องเอาบ้านหลังนี้ให้ฝรั่งเช่า และหม่อมป้าต้องย้ายออกโดยเร็ว”

“นังนั่นใช่มั้ย อีพิตะวันมันล้างสมองแก มันคงกะรวบเงินนั้นไว้เอง มันก็เลยหาทางให้แกไล่ฉันออกไปจากบ้านให้พ้นทางมันใช่มั้ย”

“ที่ผมต้องทำแบบนี้ก็เพราะหม่อมป้าเองน่ะแหละครับที่ใช้จ่ายเงินกองกลางจนเกินตัว จนเราแทบไม่เหลืออะไร ถ้าหม่อมป้าไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ผมทำ ผมก็คงทำอะไรไม่ได้ เพราะอีกสองเดือนผมก็คงต้องให้บ้านกับคนที่มาเช่าแล้ว”

“แก...ไอ้คนอกตัญญู ฉันคอยดูแล เลี้ยงดูแกมาตั้งเท่าไหร่ แต่แกยังกล้าทำแบบนี้กับฉัน ได้!! ถ้าแกไม่อยากให้ฉันอยู่ที่นี่ ฉันไม่อยู่ก็ได้ แต่แกจำไว้นะว่าแกไล่ป้าแท้ๆของแกให้ไปลำบาก คนอย่างแกไม่มีวันเจริญหรอกรชานนท์”

หม่อมมณีฉายโกรธจนตัวสั่น พูดเสร็จก็เดินปึงปังออกไปตะโกนเรียกคนรับใช้ให้ช่วยกันเก็บข้าวของของตนออกจากบ้านหลังนี้ แล้วยังก่นด่ารชานนท์อีกชุดใหญ่กว่าจะสงบลงได้

ooooooo

ส่วนที่บ้านอินทนิล...เจริญศรีกับกีรติสุดากำลังลุ้นกันว่าอินทนิลจะจัดการกับพิตะวันยังไง แต่เชื่อว่าต้องจัดหนักจัดเต็มแน่ๆ เพราะพิตะวันทำเสื่อมเสียวงศ์ตระกูลขนาดนี้

แต่สองแม่ลูกคิดผิดถนัด อินทนิลไม่ได้โกรธพิตะวันแม้แต่น้อย กลับรู้สึกผิดที่เลี้ยงดูพิตะวันมาอย่างกดขี่โขกสับสารพัด พูดให้อลิสาฟังว่า ถ้าป้าจะโกรธใครสักคนก็คงต้องโกรธตัวป้าเอง เพราะป้า...พิตะวันถึงต้องทำแบบนั้น

“ป้าซื้อตะวันมา บอกจะเลี้ยงเหมือนลูก แต่ป้าก็กลับกดมันให้เป็นแค่คนใช้ ทั้งๆที่จริงๆตะวันมันก็ดูแลป้าดีทุกอย่าง ไม่เคยขัดคำสั่ง ไม่เคยทำให้เสื่อมเสีย แถมยังเรียนเก่งได้ทุนไปเรียนปริญญาโทถึงเมืองนอก แต่ป้าก็ไม่เคยยกย่องให้เกียรติมันเลย ข้างในใจของมันก็คงรู้สึกขาด เลยอยากมีอยากเป็นเหมือนคนอื่นบ้าง มันถึงต้องโกหกใครเขาอย่างนั้น”

“นี่คุณป้าไม่โกรธพี่ตะวันเหรอคะ”

“ถ้าป้าโกรธ เกลียดมันอีกคน ในโลกนี้นังตะวันมันจะเหลือใครอีกล่ะ มันไม่มีใครเลยที่จะพึ่งพาอาศัยได้ แล้วนี่หนีไปอยู่ข้างนอกมันจะไปอยู่กับใคร เงินทองก็คงไม่มีใช้ คงลำบากน่าดู”

“อลิสาดีใจนะคะ ที่คุณป้าเข้าใจพี่ตะวัน”

“ก็เพราะอลิสาน่ะแหละที่สอนให้ป้าเข้าใจ อลิสายังบอกป้าว่าให้ลองคิดถึงความดีของคนอื่นวันละข้อ วันนี้ป้าก็เลยลองคิดถึงความดีของตะวัน ป้าถึงได้รู้ว่าตะวันมันก็เป็นเด็กดีมาตลอด แต่ป้านี่สิไม่เคยเลี้ยงดูมันดีเลย”

“อย่าโทษตัวเองแบบนั้นเลยนะคะ เรื่องมันผ่านมาแล้ว แล้วคุณป้าก็รู้ปัญหาแล้ว อลิสาว่าเรามาหาทาง แก้ไขกันดีกว่า”

“ป้าจะแก้ไขยังไง ตะวันมันหายไปไหนก็ไม่รู้”

“อลิสารู้จักคนที่สนิทกับพี่ตะวัน บางทีเขาอาจจะรู้ว่าพี่ตะวันอยู่ไหนก็ได้”

“ตามมันกลับมาให้ได้นะ ป้าอยากเจอตะวัน อย่างน้อยในเวลาที่เหลือยู่ ป้าอยากทำดีกับมัน ตอบแทนที่มันเป็นเด็กดีและดูแลป้าอย่างดีมาตลอด”

“ค่ะคุณป้า อลิสาจะตามตัวพี่ตะวันกลับมาให้ได้”

อลิสารับปากแข็งขัน แล้วไปจัดการโทร.หารชานนท์...เจริญศรีกับกีรติสุดากำลังจะเข้ามายุแหย่อินทนิลให้เล่นงานพิตะวัน ได้ยินอลิสาพูดโทรศัพท์ก็ชะงักงัน

“คุณป้าไม่ได้โกรธพี่ตะวันเลยนะคะ ท่านสงสารแล้วก็อยากเจอพี่ตะวันมาก”

“ตอนแรกพิตะวันอยู่ที่คอนโดผม แต่คุณป้าของผมเกิดมีปัญหากับพิตะวันนิดหน่อย ก็เลยต้องออกไปอยู่ที่อื่น ตอนนี้ผมเองก็พยายามตามหาพิตะวันอยู่เหมือนกันครับ”

“แล้วตอนนี้เขาจะไปอยู่กับใครได้อีกคะ”

“ผมจะลองไปถามคุณมิ้นต์ดู เธอสนิทกับกลุ่มเพื่อนๆของพิตะวัน น่าจะรู้อะไรบ้าง”

“ฝากคุณรชานนท์ด้วยนะคะ พวกเราเป็นห่วงพี่ตะวันมากจริงๆ”

“ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะตามหาพิตะวันให้ได้”

“ขอบคุณมากนะคะ” อลิสาวางสายแล้วเดินกลับออกมาอย่างมีความหวัง โดยไม่เห็นเจริญศรีกับกีรติสุดาที่แอบฟังเงียบกริบ ก่อนจะถอยออกไปซุบซิบกันอย่างเหลือเชื่อ ไม่คิดว่าอินทนิลจะใจดีไม่ฉีกอกพิตะวัน แถมยังอยากเจอและจะเอามันกลับมาบ้าน ซึ่งสองแม่ลูกยอมไม่ได้ เพราะถ้าพิตะวันกลับมาความหวังที่ตนจะครอบครองหรือฉกฉวยทรัพย์สินของอินทนิลมีอันต้องชวดกันหมดแน่!

ooooooo

เพื่อสกัดพิตะวันให้หวาดกลัวไม่กล้ากลับมาบ้าน กีรติสุดาหาทางสืบจากมรกตจนรู้ว่าพิตะวันอยู่ที่ไหน ก่อนจะชวนเจริญศรีบุกไประรานด่าทออย่างรุนแรง และอาจถึงขั้นทำร้ายร่างกายถ้าภิทูรไม่กลับมาเจอเสียก่อน

ภิทูรไล่สองแม่ลูกจนเผ่นแน่บไปด้วยการขู่จะโทร.แจ้งตำรวจข้อหาบุกรุก จากนั้นเขาปลอบโยนพิตะวันด้วยความสงสาร และชวนเธอหนีไปอังกฤษแล้วแต่งงานกับตน คนอื่นจะไม่มีสิทธิ์ยุ่งกับเธออีก

พิตะวันลำบากใจ หาข้ออ้างที่น่าเห็นใจว่า ถ้าตนจะกลับไปอังกฤษต้องกลับอย่างผู้ชนะ ไม่ใช่หนีไปอย่างผู้แพ้ คนพวกนั้นทำลายเกียรติและศักดิ์ศรีของตน จะให้ตนอยู่เฉยโดยไม่ทำอะไรไม่ได้ ตนต้องพิสูจน์ตัวเอง

“พิสูจน์กับคนที่เขาไม่เคยเห็นค่าตะวันน่ะเหรอครับ”

“ค่ะ ตะวันจะทำให้เขาเห็นว่าตะวันมีค่าแค่ไหน ตะวันสามารถมีชีวิตที่ดีไม่แพ้พวกเขาได้ พี่ภิทูรเข้าใจตะวันนะคะ”

ภิทูรหน้าเศร้า เจ็บปวดที่ถูกปฏิเสธ แต่พยายามจะเข้าใจและไม่โกรธคนที่ตนรัก

“ตะวันสัญญาค่ะ ถ้าตะวันจะแต่งงานกับใครสักคน คนคนนั้นต้องเป็นคนที่รักตะวันมากที่สุดอย่างพี่ภิทูรค่ะ”

ถ้อยคำของพิตะวันและสัมผัสที่เธอโอบกอดทำให้ภิทูรรู้สึกดีขึ้น โดยไม่รู้เลยว่ามันคือการเสแสร้งฝืนความรู้สึกของเธอทั้งสิ้น เธอไม่เต็มใจแต่เลี่ยงไม่ได้ เพราะเวลานี้ภิทูรเป็นที่พึ่งเดียว ยังไงก็ต้องเลี้ยงเอาไว้...

ทางฝ่ายรชานนท์ที่ยังตามหาพิตะวันไม่พบ ช่วงเวลานี้จึงมีเวลาเจอบุษบามินตราบ่อยขึ้น เขาเล่าเรื่องที่ทะเลาะกับหม่อมป้าโดยมีพิตะวันเป็นต้นเหตุ บุษบามินตราฟังแล้วอดแขวะไม่ได้ว่าเขาโกรธแทนพิตะวันที่โดนไล่ออกจากคอนโด

รชานนท์ปฏิเสธและเล่าสาเหตุที่หม่อมป้าโกรธเพราะตนเอาบ้านให้ฝรั่งเช่าทำศูนย์วัฒนธรรม บุษบามินตราเห็นใจ รับปากจะช่วยพูดให้หลังจากหม่อมป้าของเขาอารมณ์เย็น แต่พอรชานนท์พูดเรื่องพิตะวันขึ้นมาอีก หญิงสาวรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก ไล่เขากลับบ้านอ้างว่าตนง่วงนอน

ชายหนุ่มไม่เชื่อ พูดดักไปดักมาเหมือนรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังสับสนในความรู้สึกของตนเองว่ารักใครกันแน่ ระหว่างเขากับรวิศ และทำไมถึงมีท่าทีเหมือนหึงหวงเมื่อเขาพูดถึงพิตะวัน

ก่อนแยกจากกันในคืนนั้น รชานนท์หักห้ามใจตัวเองไม่ได้ ประกบจูบริมฝีปากบุษบามินตราที่ไม่ทันตั้งตัว เพียงเพราะเขาไม่ชอบใจที่เธอพูดว่าเขาไม่สำคัญกับเธอ แต่สำหรับเขาแล้วเธอสำคัญเสมอ

บุษบามินตราช็อกไปหลายวินาทีก่อนจะผลักไสไล่ส่งเขากลับไป ส่วนตัวเองวิ่งพรวดขึ้นห้อง ใช้สองมือเช็ดปากที่โดนจูบมาหมาดๆ พร้อมกับทบทวนคำพูดของเขาด้วยความรู้สึกหวั่นไหว

ooooooo

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานทำให้พิตะวันโกรธและอาฆาตเจริญศรีกับกีรติสุดา หากวันใดที่ตนได้กลับมาเป็นพิตะวันคนเดิมเมื่อไหร่ เธอจะทำให้สองแม่ลูกก้มกราบแทบเท้าตนให้ได้

แล้วในวันเดียวกันนี้เอง พิตะวันคิดว่าตัวเองโชคดีที่จรณ์ บรรณาธิการบริหารนิตยสารเล่มหนึ่งซึ่งเคยทาบทามเธอขึ้นปกได้ติดต่อมาทวงถามเอาคำตอบ

พิตะวันคาดไม่ถึงว่าเขายังอยากได้เธอร่วมงานอีก ทั้งที่มีข่าวครึกโครมว่าเธอเป็นเด็กเลี้ยงแกะ ไม่ใช่ไฮโซอย่างที่เคยสร้างภาพไว้...

ด้านอลิสาพยายามอย่างยิ่งที่จะตามหาพิตะวัน ในที่สุดเธอก็รู้แหล่งที่อยู่จึงบอกอินทนิลว่าพิตะวันอยู่กับเพื่อน พรุ่งนี้ตนจะไปตามกลับมา เจริญศรีกับกีรติสุดาเข้ามาได้ยินพอดี เจริญศรีพูดโพล่งอย่างมั่นใจว่าพิตะวันไม่ได้อยู่กับเพื่อน แต่อยู่กับผัวต่างหาก ถ้าไปตามกลับมาก็เท่ากับขัดขวางความสุขของพวกเขา อินทนิลฟังแล้วไม่ชอบใจ ถามเจริญศรีว่าพูดอะไร

“ก็พิตะวันไปได้ดีมีผัวเลี้ยงดูส่งเสียแล้ว เขาคงไม่กลับมาเป็นคนใช้พวกเราแล้วล่ะค่ะ”

“ฉันก็ไม่ได้ให้มันกลับมาเป็นคนใช้นี่ ถ้ากลับมาคราวนี้ฉันจะดูแลมันให้สมกับที่มันเป็นนักเรียนทุนอังกฤษ มันจะได้ไม่ต้องไปโกหกใครอีก”

อลิสาแอบยิ้มดีใจ ในขณะที่กีรติสุดากับเจริญศรีชักสีหน้าไม่พอใจสุดๆ

“แหม...นังตะวันนี่มันโชคดีนะคะ ไปโกหกทำเรื่องขนาดนั้นแต่คุณพี่ไม่คิดจะว่า ยังจะยกย่องชมเชยอีก”

“ฉันก็คงต้องอบรมสั่งสอนมันตามที่ควรจะเป็น แต่จะให้ไปตบตีรุนแรงแบบที่เธอกับลูกทำ ฉันว่ามันไม่มีประโยชน์ ฉันเลี้ยงมันมาด้วยมือแล้วจะให้เอาเท้าขยี้มันให้ตายได้ยังไง”

“งั้นก็ตามใจคุณพี่เถอะค่ะ อยากจะเลี้ยงงูเห่าให้มันมาแว้งกัดอีกก็ตามใจ แต่น้องคิดว่าสิ่งที่น้องกับลูกทำ เป็นการปกป้องเกียรติของสัจจามาตย์อย่างดีที่สุดแล้ว”

เจริญศรีพูดเสร็จก็ลุกไปจากโต๊ะอาหาร และแน่นอนว่าลูกสาวลุกตามด้วยท่าทีมึนตึง ยี่สุ่นกับลำพูจับตาดูอยู่ตลอด แทบไม่เชื่อว่าอินทนิลจะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ขนาดนี้ เป็นบุญของพิตะวันจริงๆ

แต่แล้วในวันรุ่งขึ้นเมื่ออลิสากับรชานนท์ไปหาพิตะวันที่โรงแรมมีอันต้องผิดหวัง พนักงานบอกว่าเธอย้ายออกไปพร้อมภิทูรตั้งแต่เมื่อวาน

บุษบามินตรารู้ที่อยู่ใหม่ของพิตะวันจากภิทูรที่โทร.มาเล่าให้ฟังแต่เธอสัญญาว่าจะไม่บอกใคร เมื่อรชานนท์โทร.เข้ามาเธอจึงตัดสายทิ้งทันที อลิสาแปลกใจทำไมบุษบามินตราต้องตัดสายทั้งที่ยังไม่รู้ว่าเขาโทร.ไปด้วยธุระอะไร รชานนท์บอกว่าเธอคงไม่อยากคุยกับตน แค่นี้อลิสาก็จับพิรุธได้ว่ารชานนท์ต้องทำอะไรให้อีกฝ่ายโกรธแน่ๆ

บุษบามินตราตัดสินใจหนีหน้ารชานนท์ไปอยู่บ้านสวนสักพัก เพ็ญพักตร์แปลกใจเพราะร้อยวันพันปีลูกสาวไม่เคยคิดจะไปอยู่ที่นั่น แต่พอสาวใช้รายงานว่าเมื่อคืนรชานนท์มาหาแล้วจากนั้นตนเห็นบุษบามินตราทำหน้าเซ็งราวกับเบื่อโลก เพ็ญพักตร์กระหยิ่มยิ้มย่อง เชื่อว่าสองหนุ่มสาวงอนกันแน่ แบบนี้ตนน่าจะมีความหวัง

ooooooo

ภิทูรพาพิตะวันไปอยู่คอนโดแห่งหนึ่ง สองคนช่วยกันจัดห้องให้เป็นระเบียบเรียบร้อยน่าอยู่ ท่าทางภิทูรมีความสุขมาก

“โชคดีนะที่เพื่อนพี่เขามีคอนโดทิ้งเอาไว้เฉยๆ พี่ก็เลยขอเช่าจนกว่าตะวันจะจัดการปัญหาทุกอย่างได้ แล้วเราค่อยกลับอังกฤษพร้อมกัน”

“ค่ะ ถ้าตะวันทำให้ทุกคนเข้าใจตะวันได้ถูกต้อง ตะวันจะได้กลับไปเรียนต่อได้อย่างภูมิใจ”

“แล้วอย่าลืมแต่งงานกับพี่ด้วยนะ” ภิทูรยื่นหน้าเข้ามาจะหอมแก้ม แต่พิตะวันเดินเลี่ยงออกมา พูดอย่างเป็นกังวลว่าเรามาอยู่ห้องเดียวกันแบบนี้คนเขาจะไม่นินทาตนหนักขึ้นหรือ “ที่นี่ไม่มีใครสนใจเราหรอก ตะวันไม่ต้องเป็นห่วง”

พิตะวันพยักหน้า เหลือบมองนาฬิกาบนผนังเห็นจวนเจียนเวลานัดกับจรณ์ไว้ เธอหาทางไล่ภิทูรด้วยการหลอกว่าหิวมากอยากกินบะหมี่ปูร้านที่เราเคยไปกินแถวเยาวราช อ้อนเขาให้ไปซื้อ ถึงจะไกลต้องใช้เวลานานก็รอได้

ภิทูรหลงกลพิตะวันอีกตามเคย เพื่อคนรักเขายอมตามใจเธอทุกอย่าง พอเขาลับกาย พิตะวันรีบแต่งชุดสวยออกไปพบจรณ์ที่สำนักพิมพ์ แม้จะโดนพนักงานซุบซิบนินทาเรื่องข่าวฉาวเธอก็เชิดใส่ไม่สนใจ

จรณ์เองก็รู้เรื่องข่าวนั้นดี แต่เพราะความสาวความสวยของพิตะวันทำให้เขาอยากหลับนอนกับเธอ แลกเปลี่ยนกับการที่เธอจะได้ขึ้นปกนิตยสารของเขา ซึ่งเขาจะทำให้คนโกหกกลายเป็นคนใหม่ในแบบที่เธอต้องการ พิตะวันสนใจข้อเสนอแต่ยังไม่ตอบรับจรณ์จึงให้เวลาเธอคิดไตร่ตรองดูก่อน

เมื่อพิตะวันโทร.มาปรึกษาสถินี ปรากฏว่าเพื่อนไม่เห็นด้วย บอกว่าถ้าต้องทำขนาดนั้น พิตะวันน่าจะกลับไปขอโทษอินทนิลหรือไม่ก็แต่งงานกับภิทูรดีกว่า เธอจะได้กลับไปเรียนต่อให้จบด้วย

“กลับไปให้ใครต่อใครมันรุมดูถูกอีกน่ะเหรอ”

“ก็ช่างมันสิ ตะวัน...แกไม่จำเป็นต้องพิสูจน์อะไรกับใครแล้วนะ”

“แต่นี่เป็นโอกาสเดียวที่ฉันจะได้กลับไปเป็นพิตะวันผู้โด่งดัง ฉันจะกลับมามีที่ยืนในสังคม แล้วเมื่อนั้นแหละ คุณรชานนท์ก็จะกลับมาหาฉัน”

“เพ้อไปกันใหญ่แล้ว แกไม่รู้รึไงว่านายจรณ์นั่นมันร้ายจะตาย แกกำลังเล่นกับไฟนะ”

พิตะวันลังเล แต่เพราะความหวังที่จะกลับมาโด่งดังทำให้เธอตัดสินใจตอบตกลงรับข้อเสนอของจรณ์ในที่สุด

ooooooo

อลิสาได้รับข่าวร้ายจากป้าที่โทร.จากอังกฤษมาบอกว่าคุณยายซึ่งเป็นโรคหัวใจมีอาการกำเริบอาการน่าเป็นห่วง เธอจึงขออนุญาตอินทนิลกลับไปดูแลยาย หากท่านหายดีก็จะรีบกลับมา

อินทนิลไม่อยากให้อลิสาจากไป แต่จนใจจึงยินยอม โดยไหว้วานรชานนท์ไปส่งอลิสาที่สนามบิน ระหว่างนั่งรถมาด้วยกัน อลิสาสังเกตได้ว่ารชานนท์น่าจะมีเรื่องไม่สบายใจ พอเธอตะล่อมถามก็ได้คำตอบว่าเขาไม่รู้จะทำยังไงให้บุษบามินตราหายโกรธ

อลิสาให้คำแนะนำว่าเขาควรง้อเธอด้วยการแสดงความจริงใจ รชานนท์รับคำโดยดี แต่ไปหาบุษบามินตราที่บ้านไม่พบ รู้จากเพ็ญพักตร์ว่าเธอไปอยู่บ้านสวนจึงรีบไปหา แต่รถที่ขับมาเกิดเสียกะทันหันตรงปากซอยเลยต้องจอดทิ้งไว้แล้วเดินเท้าเข้ามา

ตอนนั้นมืดค่ำแล้ว รชานนท์ดั้นด้นมาจนถึงบ้านสวน บุษบามินตราคาดไม่ถึง และยังรู้สึกอายเรื่องที่โดนเขาจูบจึงไล่เขาไป แต่ผ่านไปไม่นานก็นึกสงสารเพราะฝนเริ่มตกพรำๆ เธอขับรถตามออกมาแต่ยังทำเก๊กว่าแค่ออกมาซื้อกาแฟ

รชานนท์รู้ทันแต่ไม่พูดอะไรมาก ขอหลบฝนกินกาแฟด้วยคน หลังจากนั้นหนุ่มสาวก็นั่งคุยกันจนลืมไปเลยว่าเคยมีเรื่องขุ่นมัว ต่างคนต่างมีเรื่องเล่าแลกเปลี่ยนกันอย่างขำขัน ผ่านไปจนถึงเช้ารชานนท์ถึงได้ตามช่างมาซ่อมรถ เสร็จแล้วเขาบอกลากลับไปอย่างมีความสุข ส่วนบุษบามินตราก็หอบกระเป๋ากลับบ้านทั้งที่บอกแม่ว่าจะไปอยู่บ้านสวนหลายวัน

ทางฝ่ายพิตะวันที่ตอบตกลงกับจรณ์ไปเมื่อวาน เช้านี้เธอต้องเตรียมตัวไปพบเขาที่โรงแรม ภิทูรเผอิญเห็นข้อความที่ส่งเข้ามาในมือถือของพิตะวัน

เมื่อรู้ว่าพิตะวันมีนัดสัมภาษณ์และถ่ายแบบขึ้นปกหนังสือ ภิทูรเป็นห่วงอยากไปด้วยแต่พิตะวันไม่ยอม เธอรีบรวบรัดตัดความแล้วผลุนผลันออกไปเลย

พิตะวันฉลาดเป็นกรด เธอแอบโทร.หาเมียจรณ์ให้ตามมาที่โรงแรมหลังจากเธอได้เซ็นสัญญาเรื่องงานกับจรณ์เรียบร้อยแล้ว โดยมีสถินีคอยช่วยเหลือ จรณ์ฝันสลายไม่ได้แอ้มพิตะวันแถมยังโดนเมียตบตีด่าทอ ก่อนที่เธอจะไล่กวดพิตะวันที่วิ่งหนีออกจากห้องอย่างไม่คิดชีวิต

ในขณะเดียวกันนั้น อินทนิลที่เฝ้ารอการกลับมาของพิตะวันอย่างมีความหวัง ได้ให้ยี่สุ่นกับลำพูเก็บกวาดทำความสะอาดห้องและจัดข้าวของให้พิตะวันใหม่ จากนั้นตัวเองถือรูปรับปริญญาของพิตะวันลงบันไดมา แต่อยู่ดีๆก็ก้าวพลาดลื่นไถลหงายหลังลงมาศีรษะกระแทกของแข็งได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส

พินัยและน้องๆต่างมารดาของอินทนิลได้รับแจ้งข่าวร้ายก็รีบมาที่โรงพยาบาล ซักถามอาการอินทนิลจากหมอด้วยความเป็นห่วง

“คนไข้มีอาการเลือดออกในสมอง ขนาดของก้อนเลือดค่อนข้างใหญ่ หมอคิดว่าเราควรรีบผ่าตัดคนไข้โดยเร็วที่สุด”

“ผ่าตัดสมอง...แล้วหลังผ่าตัดคุณพี่จะเป็นยังไงบ้างคะ”

“จากขนาดพื้นที่ของเลือดที่ออก หมอคิดว่าคนไข้อาจจะมีปัญหาด้านการพูดและการเคลื่อนไหวครับ”

เจริญศรีฟังอยู่ด้วย โวยวายทันที “งั้นก็หมายความว่าคุณพี่จะเป็นอัมพาตเดินไม่ได้ พูดไม่ได้ โธ่...คุณพี่”

“หมอจะยังไม่สรุปอย่างนั้นนะครับ หมออยากรอดูผลหลังการผ่าตัดอีกที ขอตัวนะครับ”

หมอเดินออกไปอย่างรีบเร่ง น้องๆทุกคนช็อกไปตามกัน ยกเว้นเจริญศรีที่ร้องไห้ฟูมฟาย รำพึงรำพันราวกับเป็นห่วงอินทนิลเสียเต็มประดา

กีรติสุดารอฟังข่าวอยู่ที่บ้าน เห็นแม่กลับมาก็ปากเปราะถามว่าคุณป้าตายหรือยัง เจริญศรีเหลียวหน้าเหลียวหลังพลางดุลูกสาวว่าพูดจาอะไรต้องระวัง แต่พอแน่ใจว่าตรงนี้ไม่มีใครก็หลุดธาตุแท้ออกมา สองแม่ลูกช่วยกันสาปแช่งอินทนิลให้ตายเร็วๆ สมบัติทั้งหมดจะได้ตกอยู่กับพวกตน

ooooooo

พิตะวันรู้ข่าวอินทนิลป่วยหนักจากภิทูรที่บังเอิญเห็นข่าวในแวดวงไฮโซว่าเธอตกบันไดหมดสติต้องหามส่งโรงพยาบาล

พิตะวันไม่ได้ยินดียินร้ายกับข่าวนี้นัก แต่ต้องแกล้งทำเป็นตกใจมาก เล่นละครบีบน้ำตาตีบทเศร้าให้แนบเนียน

“ตะวันไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้กับคุณแม่”

“พี่ว่าตะวันรีบไปดูอาการท่านดีกว่านะครับ ไม่รู้ท่านเป็นยังไงบ้าง”

“ไม่ค่ะ”

“แต่คุณแม่ตะวันกำลังป่วยหนักนะครับ”

“พี่ภิทูรก็รู้ว่าคนที่บ้านนั้นเกลียดตะวันแค่ไหน ตะวันไม่อยากกลับไปถูกทำร้ายอีก ตะวันกลัว”

“ตอนนี้เรื่องก็ผ่านไปแล้ว ตะวันก็น่าจะอธิบายให้พวกเขาเข้าใจ พี่จะช่วยตะวันเอง”

“พวกเขาไม่มีวันเข้าใจหรอกค่ะ ยิ่งกลับไปตอนนี้จะยิ่งทำให้ทุกคนเกลียดตะวันขึ้นไปอีก ดีไม่ดีอาจจะทำให้อาการคุณแม่หนักไปกว่าเดิม ตะวันไม่อยากให้คุณแม่แย่กว่านี้ แค่นี้ตะวันก็รู้สึกแย่มากแล้ว ตะวันไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงดี”

“พี่เข้าใจ ไว้รอฟังข่าวให้อาการท่านดีกว่านี้ก็ค่อยไปก็ได้”

พิตะวันลอบยิ้มแล้วหยอดคำหวานให้ความหวังภิทูร ก่อนจะขอตัวไปทำธุระเรื่องถ่ายแฟชั่นที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์...

หลังการผ่าตัดสมอง อินทนิลยังนอนไม่รู้สึกตัว หมอบอกว่าผลการผ่าตัดผ่านไปด้วยดี แต่ยังต้องดูแลคนไข้อย่างใกล้ชิดอีกสักพัก เจริญศรีร้อนใจอยากรู้ว่าอินทนิลจะตายหรือหายจึงซักถามหมออยู่นานจนพวกพินัยรำคาญ

หลังจากนั้นไม่นานน้องๆทั้งหมดก็พากันออกมาปรึกษาหารือตรงหน้าห้อง

“กว่าคุณพี่จะดีขึ้นก็คงอีกสักพัก เราจะจัดการเรื่องทรัพย์สินของคุณพี่ยังไงดี”

“นั่นสิคะ แต่ละเดือนมีไม่ใช่น้อยๆ ทั้งค่าเช่าที่ดิน เช่าตึก หุ้น ปันผล จำนำ จำนอง”

“คุณสมพงษ์เป็นทนาย คิดว่าพวกเราควรทำยังไงครับ”

“เราก็น่าจะปกป้องผลประโยชน์คุณพี่ตามกฎหมาย อย่างยื่นคำร้องต่อศาลให้คุณพี่เป็นบุคคลไร้ความสามารถ พวกเราจะได้ไปช่วยจัดการทรัพย์สินแทนได้”

“บุคคลไร้ความสามารถ? นี่ทุกคนกล้าคิดกับคุณพี่แบบนี้เหรอ คุณพี่ยังไม่ตายนะ อยากจะรุมทึ้งสมบัติจนต้องทำแบบนั้นกับคุณพี่เลยเหรอ” เจริญศรีโวยวายจนคนอื่นๆตกใจที่อยู่ดีๆโดนกล่าวหาอย่างนั้น

“มันไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ พี่เจริญศรี”

“มันก็แค่คำเรียกตามกฎหมาย”

“จะกฎหมาย กฎใคร ฉันก็ไม่สน คุณพี่จะต้องหายและกลับมาเป็นเหมือนเดิม ห้ามใครยื่นเรื่องศาล และห้ามใครยุ่งเกี่ยวกับผลประโยชน์ของคุณพี่ด้วย”

“แล้วทรัพย์สินของคุณพี่จะทำยังไง”

“ก็ทำแบบเก่า เงินคุณพี่ที่ได้แต่ละเดือนก็เอาเข้าธนาคาร ทรัพย์สิน หุ้น กองทุนอะไรก็ยังไม่ต้องซื้อ แค่นี้เอง ก็ไม่เห็นจะมีอะไรยาก ฉันก็ช่วยคุณพี่จัดการทุกเดือนอยู่แล้ว”

“อ๋อ งั้นก็สรุปว่าคุณพี่เจริญศรีจะเป็นคนจัดการ”

“ฉันก็แค่จะดูแลให้ทุกอย่างของคุณพี่เหมือนเดิม รอจนกว่าคุณพี่จะหายก็เท่านั้น แล้วฉันก็มั่นใจว่าคุณพี่ก็คงไว้ใจฉันมากที่สุด หรือมีใครจะเถียง”

“งั้นใครอยากทำอะไรก็ทำไป ผมขี้เกียจยุ่งแล้ว เดี๋ยวจะหาว่าอยากได้สมบัติคุณพี่อีก ไปเถอะ ให้น้องรักเขาจัดการไป” พินัยหมั่นไส้เจริญศรีจนทนอยู่ต่อไปไม่ได้ คนอื่นๆก้าวตาม มีความคิดเช่นเดียวกันว่าเจริญศรีต้องการฮุบสมบัติของอินทนิล

แน่นอนว่าเจริญศรีรอคอยโอกาสทองแบบนี้มานาน พอกลับถึงบ้านในวันนี้ก็เจ้ากี้เจ้าการเรียกยี่สุ่นกับลำพูมารับฟังคำสั่งว่าต่อไปตนกับลูกสาวจะดูแลทุกอย่างแทนอินทนิล แล้วต้องเอากุญแจตู้เซฟ ตู้เก็บของ และห้องทุกห้องในบ้านนี้มาให้ตน

ยี่สุ่นส่งกุญแจเท่าที่มีให้เจริญศรีไป แต่เธอไม่พอใจถามว่า “แล้วรหัสตู้เซฟล่ะ”

“พวกเราไม่ทราบหรอกค่ะ คุณท่านบอกแต่ตะวันคนเดียว”

“งั้นพวกแกออกไปได้แล้ว อ้อ...ไปขนของของฉันมาไว้ที่ห้องคุณอลิสาด้วย ต่อไปฉันจะอยู่ดูแลคุณพี่ที่นี่ แล้วถ้ามีใครโทร.มาถามอาการคุณพี่ ก็ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ฉันจะเป็นคนจัดการเอง”

ยี่สุ่นกับลำพูรับทราบอย่างไม่เต็มใจ ก่อนจะเดินออกไปอย่างเป็นกังวล

เจริญศรีกับกีรติสุดายิ้มย่อง รีบเอากุญแจที่ได้จากยี่สุ่นเปิดตู้ต่างๆ เห็นข้าวของหรูหราราคาแพงก็ตาโตเท่าไข่ห่าน หยิบมันออกมาเชยชมสมอุรา แต่กีรติสุดายังไม่วายบ่นเสียดายที่ตู้เครื่องประดับเปิดไม่ได้ ในนั้นคงมีเครื่องเพชรที่อินทนิลชอบใส่ไปออกงาน

“เอาของคุณพี่ไปใช้ไม่ได้ เราก็ซื้อเองก็ได้”

“ซื้อเหรอคะคุณแม่ ตอนนี้แค่เพชรปลอมสำเพ็งเรายังไม่มีปัญญาเลย”

“แต่ก่อนน่ะใช่ แต่เดี๋ยวนี้เราจะมีเงินที่ใช้ทั้งชาติก็ไม่มีวันหมด อภินันทนาการจากคุณพี่อินทนิลสุดที่รัก”

ว่าแล้วเจริญศรีหยิบสมุดบัญชีธนาคารหลายเล่มของอินทนิลออกมาอวด กีรติสุดาไม่เข้าใจว่าเงินอยู่ในบัญชีจะเอามาใช้ได้ยังไง แต่พอแม่หยิบปากกามาเขียนลายเซ็นอินทนิลลงกระดาษอย่างคล่องแคล่ว ลูกสาวถึงกับร้องว้าวอย่างสุดทึ่ง เพราะลายเซ็นนั้นเหมือนมากจนแยกไม่ออก

เจริญศรีแสยะยิ้มสาสมใจ กล่าวอย่างมาดมั่นว่า ต่อไปนี้เราสองคนแม่ลูกคือคนที่ใหญ่และรวยที่สุดในบ้านหลังนี้...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

วีนแรง "แคท" องค์แม่ลง สวมบทเมียหลวง จับ "แป้ง" กดน้ำสภาพพังยับ

วีนแรง "แคท" องค์แม่ลง สวมบทเมียหลวง จับ "แป้ง" กดน้ำสภาพพังยับ
20 ม.ค. 2563
08:10 น.