ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

มายา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

หลังจากเพียรโทร.หารชานนท์แล้วยังไม่สามารถติดต่อได้ พิตะวันเฝ้ารอเขาด้วยความกระวนกระวาย เพราะนอกจากเธอต้องการรวบหัวรวบหางเขาแล้วเวลานี้ท้องไส้ก็หิวจนปั่นป่วน ภายในห้องของเขาไม่มีอาหารอะไรสักอย่าง มีแต่น้ำเปล่าในตู้เย็น

เมื่อทนไม่ไหวก็ต้องออกไปซุปเปอร์มาร์เกตใกล้ๆ โดยลืมไปว่าตัวเองมีเงินในกระเป๋าไม่ถึงร้อยบาท แต่ราคาของที่เลือกใส่ตะกร้ามานั้นพันกว่า เลยต้องโกหกพนักงานเอาตัวรอดว่าลืมเอาบัตรเครดิตมาขอไปกดเงินก่อน

แล้วพิตะวันก็หายไปยืนเซ็งอยู่หน้าตู้เอทีเอ็ม จะกลับบ้านอินทนิลเพื่อไปเอาเงินก็ไม่ได้ จะขอเงินใครก็ไม่กล้า แต่ฉับพลันนึกได้ว่ามีภิทูรคือที่พึ่งสุดท้าย

ไม่ช้าไม่นานภิทูรก็นั่งแท็กซี่มาถึงคอนโดหรู

พิตะวันชิงยกมือไหว้ก่อนที่เขาจะโผเข้ากอดตน เพราะเหลือบเห็นยามยืนมองมา

“ไหนตะวันบอกว่าจะกลับมาอาทิตย์หน้าไงครับ”

“แล้วจะให้ตะวันอยู่ที่นั่นได้ยังไงคะ ในเมื่อตะวันรู้ว่าพี่ภิทูรมาอยู่ใกล้ตะวันแค่นี้แล้ว”

ภิทูรดีใจจะหอมแก้มเธอ แต่โดนเธอห้ามจนหน้าจ๋อย ให้ระวังเพราะที่นี่เมืองไทยตนไม่อยากให้คนของแม่เห็น แค่พาเขามาที่นี่ตนก็เสี่ยงมากแล้ว

“งั้นเรารีบขึ้นห้องเถอะค่ะ เดี๋ยวใครมาเห็น” พิตะวันรีบพาภิทูรไปจากตรงนั้น พอจะเดินผ่านยามก็กระซิบบอกว่าญาติมาเยี่ยมเพื่อป้องกัน ยามรายงานรชานนท์ซึ่งเป็นเจ้าของห้องตัวจริง

เมื่อเข้ามาอยู่ในห้องลับหูลับตาคน พิตะวันยอมให้ภิทูรกอดหอมถูกเนื้อต้องตัวเพื่อหลอกล่อให้เขาตายใจ ก่อนจบลงที่ชวนเขาไปซื้อของกินตุนไว้มากมาย ภิทูรยินดีจ่ายเพื่อคนรัก เขาเว้าวอนอยากพบแม่ของเธอเพื่อขอ อนุญาตคบเธออย่างเปิดเผย แล้วเขาจะได้ดูแลเธอได้เต็มที่

แน่นอนว่าเรื่องนี้พิตะวันไม่มีทางยอมเพราะเขาไม่ใช่เป้าหมายของเธอ จึงพูดเลี่ยงไปเลี่ยงมาว่าวันนี้เขาได้ดูแลตนเต็มที่แน่...ขณะที่สองคนรอจ่ายเงินค่าของ แสงอรุณที่เพิ่งกลับมาเมืองไทยพร้อมอัญย่าและสุธีได้ไม่กี่วันเดินผ่านมาเห็นภิทูรกับพิตะวันเต็มสองตา จึงวิ่งย้อนกลับไปตามเพื่อนสองคนนั้นที่ยังอยู่ในร้านอาหารใกล้ๆ แต่พอทั้งหมดพากันกลับมาก็ไม่เห็นพวกเขาเสียแล้ว ได้แต่บ่นเสียดายและพร้อมที่จะขยายเรื่องนี้ให้มรกตรู้

พิตะวันพาภิทูรกลับมาที่คอนโดแล้วออดอ้อนเขาอีกเพราะต้องการความช่วยเหลือเรื่องเงินอย่างที่เคยได้

“จริงๆตะวันไม่น่าทะเลาะกับคุณแม่เลยนะคะ ตั้งแต่กลับจากอังกฤษคราวนี้คุณแม่โกรธตะวันหนักมาก ตะวันไม่รู้จะทำยังไงถึงจะให้คุณแม่หายโกรธ”

“แล้วท่านโกรธตะวันเรื่องอะไรครับ”

“ก็ท่านอยากให้ตะวันคบกับลูกชายเพื่อนท่านน่ะสิคะ ตะวันไม่ยอมท่านก็พยายามจะนัดให้เจออยู่นั่น แหละ พอตะวันไม่ยอมท่านก็ทำโทษบีบตะวันทุกทาง ตัดบัตรเครดิตบ้าง ไม่ยอมให้เงินใช้บ้าง ตอนนี้ตะวันทนไม่ไหวแล้วค่ะ พี่ภิทูรว่าตะวันควรไปเจอเขาดีไหมคะ คุณแม่จะได้หายโกรธ”

“แล้วตะวันชอบเขาคนนั้นรึเปล่า”

“ตะวันจะชอบคนอื่นได้ไงคะ ก็คนที่ตะวันรักอยู่ตรงหน้าเนี่ย”

“งั้นก็ไม่ต้องไป”

“แล้วตะวันจะอยู่ยังไงล่ะคะ จะกินอยู่ ซื้อข้าวของ จะทำอะไรก็ลำบาก”

ภิทูรหยิบแบงก์ทั้งเงินบาทเงินปอนด์ออกจากกระเป๋าใส่มือพิตะวันอย่างไม่ลังเล แต่หญิงสาวแสร้งชักมือกลับทำท่าจะไม่รับ บอกว่าตนไม่ได้พูดเพื่อจะขอเงินเขา

“พี่รู้ แต่ขอให้พี่ช่วยแบ่งเบาความทุกข์ตะวันบ้าง ในเมื่อตะวันยังทำเพื่อความรักของเราได้ เงินแค่นี้น้อยกว่า

สิ่งที่ตะวันทำตั้งเยอะ พี่ไม่อยากให้ตะวันต้องต่อสู้อยู่คนเดียว ให้พี่ช่วยด้วยนะครับ”

พิตะวันสมใจแต่ต้องซ่อนความดีใจไว้ บอกว่าถ้าทำให้เขาสบายใจตนก็จะรับเงินไว้

“แล้วถ้าเดือดร้อนต้องรีบบอกพี่นะครับ อย่าเก็บเอาไว้อีก เพราะทุกอย่างในชีวิตของพี่ก็เป็นของตะวันเหมือนกัน”

พิตะวันชะงักเล็กน้อย สายตาที่ดูเจ้าเล่ห์อ่อนโยนลงเพราะไม่เคยมีใครรักตนมากขนาดนี้ กล่าวขอบคุณและยอมให้เขาประทับจูบที่ริมฝีปากเนิ่นนาน แต่ไม่ให้มากกว่าจูบ หาทางไล่เขากลับด้วยการอ้างว่าให้อยู่นานกว่านี้ไม่ได้ตนกลัวแม่มาเห็น

“ไม่เป็นไร พี่เข้าใจ ไว้วันหลังเราไปบ้านรวิศด้วยกันดีไหม”

“ก็ได้ค่ะ นั่นรถแท็กซี่มาแล้วค่ะ” พูดจบพิตะวันผลักไสภิทูรไปขึ้นรถแล้วตัวเองเดินยิ้มย่องกลับเข้ามา พูดพึมพำขอบคุณเขาที่ช่วยต่อชีวิตตนได้อีก พอเหลือบเห็นยามมองอยู่ก็เลยให้ค่าปิดปากไปหนึ่งพันบาท กำชับว่าไม่ต้องบอกรชานนท์ว่ามีใครมาเยี่ยมตนบ้าง

ooooooo

ด้านแสงอรุณ อัญย่า และสุธี หลังจากรู้เห็นว่าภิทูรควงพิตะวันซื้อของก็รีบเปิดเฟซไทม์คุยกับมรกตที่อยู่อังกฤษ และถามถึงกีรติสุดาที่โดนแฉพร้อมแม่จนยับเยินว่าเป็นยังไงบ้าง

มรกตพูดตามที่เห็นว่าเรื่องน่าจะจริงนางถึงได้เก็บตัวเงียบไม่ออกไปไหน คงจะรอให้ข่าวเงียบลงก่อน อัญย่าเลยโยงไปเรื่องที่กีรติสุดาแฉพิตะวันอาจจะไม่ใช่เรื่องจริง เพราะขนาดเรื่องของตัวเองยังหลอกเราได้ แสงอรุณตั้งข้อสังเกตว่ากีรติสุดาคงเม้าท์เรื่องพิตะวันกลบเกลื่อนเรื่องตัวเอง ขณะที่สุธีคาดเดาว่าสองคนแห่งตระกูลสัจจามาตย์อาจเน่าเหม็นด้วยกันทั้งคู่

มรกตไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้นัก แต่เป็นห่วงภิทูรที่ถูกพิตะวันหลอกลวง แต่ยังไม่ทันคุยอะไรต่อก็มีอันต้องยุติ เพราะกีรติสุดาที่ยังอยู่ร่วมชายคากับมรกตโผล่ออกจากห้องมา

“น้องแตงมีอะไรรึเปล่าจ๊ะ”

“แตงให้เพื่อนที่เมืองไทยสืบแล้ว ว่าจริงๆแล้วนังเจ๊แสบมันเรียนหนังสือมากับนังตะวัน แตงมั่นใจเลยว่า ที่แม่แตงโดนแฉต้องเป็นเพราะนังตะวันแน่ๆ มันกลัวแตงกับคุณแม่จะแฉมัน มันก็เลยแฉพวกเราก่อน อีนังชั่ว อีนังเลว มันกล้าทำกับคนที่มีบุญคุณกับมันได้ยังไง”

“ใจเย็นๆค่ะน้องแตง แล้วน้องแตงจะทำยังไงคะ”

“แตงจะกลับไปจัดการกับมัน มันทำให้แตงกับคุณแม่เจ็บแค่ไหน มันจะต้องเจ็บกว่าร้อยเท่าพันเท่า!!” กีรติสุดาขึงขังเคียดแค้นอาฆาตเสียจนมรกตนิ่งไปอย่างหวั่นๆ

ที่เมืองไทยในคืนนั้น พิตะวันนำเงินที่หลอกภิทูรมาได้พาสถินีไปเที่ยวผับหาความสุขใส่ตัว แต่ทำมาทำไปพอเหล้าเข้าปาก พิตะวันก็อดคิดสงสารภิทูรผู้แสนดีไม่ได้ บ่นกับเพื่อนว่าตนรู้สึกไม่ดี รู้สึกผิดที่หลอกภิทูร ทั้งที่เขาเป็นคนเดียวในโลกที่รักและทำเพื่อตนอย่างจริงใจ

“แต่แกก็ไม่เคยรักเขา”

“ใช่ ฉันน่าจะรักเขาเนอะ”

“มันก็ยังไม่สายนะตะวัน ถ้าแกจะเปลี่ยนใจมารักเขา ด็อกเตอร์ภิทูรจะทำให้ชีวิตแกมีความสุขแบบที่หญิงสาวผู้โชคดีคนนึงจะได้รับ”

“แต่ฉันอยากเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดและได้มีชีวิตราวกับฝัน และคนที่ทำให้ชีวิตฉันเป็นอย่างนั้นได้ก็คือคุณรชานนท์เท่านั้น”

“งั้นก็เลิกรู้สึกผิด เพราะยังไงแกก็ตัดสินใจเลือกไปแล้ว ไปเหอะ ไปสนุกกันต่อ”

สถินีดึงพิตะวันออกไปเต้นกลางฟอร์ ความสวยเด่น ของพิตะวันเข้าตาจรณ์ คราเวลล์ บรรณาธิการบริหาร หนังสือเอ็มไทยแลนด์เข้าอย่างจัง เขาเข้ามาแนะนำตัวต่อเธอ พอรู้ว่าเธอคือพิตะวัน สัจจามาตย์ ก็สนใจชวนมาขึ้นปกหนังสือของตน แต่พิตะวันยังไม่กล้าพอ ตอบแบ่งรับแบ่งสู้ว่าต้องขออนุญาตคุณแม่ก่อน จรณ์จึงให้นามบัตรไว้

เมื่อเขาผละไปแล้ว สถินีว้ากพิตะวันทันที “ไม่ยักรู้ว่าแกมีคุณแม่ให้ต้องขออนุญาตด้วย หรือกะเล่นตัวโก่งราคา”

“ฉันจะขึ้นปกได้ยังไง เกิดมีคนสืบประวัติฉันก็รู้ว่าฉันปลอมน่ะสิ”

“แกก็อย่าพูดเรื่องประวัติตัวเอง พูดแค่สิ่งที่แกทำและกำลังจะทำ ทำตัวให้ดูน่าสนใจด้วยกิจกรรมเก๋ๆเพื่อสังคม แค่นี้คนก็ไม่แคร์ว่าแกเป็นใครมาจากไหนแล้ว”

“แกคิดอย่างนั้นเหรอ”

“แน่นอน...คนสมัยนี้ชอบมองกันที่เปลือก ถ้าใครเก๋ ใครเด่น ไม่ว่าเป็นใครมาจากไหนก็เกิดทั้งนั้นแหละ ถ้าแกอยากอัพโปรไฟล์เพิ่มความน่าเชื่อถือ นี่ก็เป็นโอกาสที่ดีที่สุด”

พิตะวันครุ่นคิดก่อนจะหยิบนามบัตรของจรณ์ขึ้นมาดูแล้วยิ้มด้วยความสนใจ

ooooooo

นอกจากอลิสาจะเปลี่ยนความรู้สึกนึกคิดของอินทนิลไปในทางที่ดีได้ รชานนท์ก็เป็นอีกคนที่ทำให้อินทนิลอบอุ่นและเป็นสุข แม้ว่าสิ่งที่เขาทำให้เธอจะเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยก็ตาม แต่มันสัมผัสได้ถึงความเป็นคนดีมีน้ำใจเอื้ออาทรต่อผู้อื่น

รชานนท์มาแค่วันเดียวก็ขอตัวกลับ อลิสาเสียดายมากอยากให้เขาอยู่ต่ออีกจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของคุณป้ามากกว่านี้ ชายหนุ่มให้กำลังใจว่าเธอต้องทำได้ อลิสาสังเกตสีหน้าเขาแล้วเปรยว่า แต่ตนทำให้เขาหายเบื่อไม่ได้

“มันไม่ใช่หน้าที่ของคุณนี่ครับ มันเป็นเรื่องที่ผมต้องจัดการเองมากกว่า แล้วตอนนี้ผมก็รู้แล้วด้วยว่าจะจัดการมันยังไง”

รชานนท์สบตาอลิสาด้วยแววตาลึกซึ้ง ดึงมือเธอมากุมไว้ ถามว่าเชื่อเรื่องรักแรกพบหรือไม่ อลิสาตอบจาก ความรู้สึกตัวเองว่ามันอาจจะมีจริง แต่ตนไม่เคยพบ

“ผมเคยพบมาแล้วครั้งนึง ในวันที่ผมเห็นคุณที่สวนกุหลาบของคุณแม่”

“คุณหมายความว่า...คุณรักฉันเหรอคะ”

“แล้วคุณคิดว่ามันเป็นอย่างอื่นได้ไหมล่ะ”

“ได้ค่ะ คุณอาจจะเรียกว่าความประทับใจ ฉันเชื่อว่าเป็นคำนี้มากกว่า”

รชานนท์ผิดหวัง ปล่อยมืออลิสาและถามเสียงแผ่ว “แสดงว่าคุณไม่เชื่อ”

“ไม่ใช่ไม่เชื่อค่ะ เพียงแต่เราอาจเข้าใจกันแตกต่างเท่านั้นเอง ความประทับใจเกิดขึ้นได้เพราะรูปร่างหน้าตา หรือคำพูดที่มีเสน่ห์ อาจจะตรงกับแบบที่คุณชอบมากๆ เป็นอุดมคติของคุณ แล้วพอคุณเห็นว่าฉันมีอะไรๆเหมือน อย่างที่คุณชอบ คุณก็เลยเรียกว่ารัก”

“นี่คุณคิดว่าผมรู้สึกกับคุณตื้นๆแบบนั้นเหรอ”

“ขอโทษนะคะ ถ้าพูดแล้วทำให้คุณไม่พอใจ ฉันก็แค่พูดไปตามที่คิดเท่านั้นเอง คุณอาจจะไม่รู้หรอกนะคะว่าบางครั้งไม่มีมนุษย์คนไหนหลอกเราได้เนียนเท่ากับเราหลอกตัวเอง สิ่งที่เราเชื่อว่าจริง กับความเป็นจริง อาจจะไม่ใช่อย่างเดียวกันนะคะ”

“สรุปว่าคุณไม่เชื่อว่าผมรักคุณ”

“ฉันคิดว่ามันเร็วเกินไปที่คุณจะสรุปกับตัวเองแบบนั้น”

“เฮ้อ...ผมไม่คิดนะครับว่าการสารภาพรักของผมครั้งแรกมันจะลงเอยแบบนี้”

“เพราะคุณรีบที่จะพยายามหาทางแก้ปัญหาในตัวคุณต่างหาก ฉันไม่รู้นะคะว่าปัญหาของคุณคืออะไร ทำไมคุณถึงคิดว่าถ้าฉันตอบรับคุณ ทุกอย่างมันจะโอเค”

“ผมอาจจะเหงา แล้วก็เหนื่อยที่ต้องอยู่คนเดียวมั้งครับ แต่ยังไงผมก็ยืนยันนะครับว่าความรู้สึกที่ผมมีกับคุณคือเรื่องจริง”

“งั้นเรามาใช้เวลาพิสูจน์กัน”

“นานเท่าไหร่ครับ”

“ก็จนกว่าคุณจะรู้ว่าคุณรักใครจริงๆ” อลิสายิ้มอย่างมั่นใจในคำพูดของตน แต่รชานนท์ที่กำลังสับสน ยิ่งรู้สึกสับสนมากขึ้นไปอีก

หลังจากรชานนท์ออกรถไปแล้ว อินทนิลมาถามอลิสาว่าทำไมเขารีบกลับ ป้านึกว่าจะกลับเย็นๆ

“อาจจะรีบไปหาคำตอบให้หัวใจของตัวเองก็ได้ค่ะ”

อินทนิลหันขวับมามองหน้าหลานสาวด้วยความสงสัยและหวงแหน อยากรู้ว่ามีเรื่องอะไรกัน แต่อลิสาไม่ตอบ ยืนยิ้มอมภูมิอยู่คนเดียว

ooooooo

ระหว่างเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ รชานนท์เพียรโทร.หาบุษบามินตราเป็นระยะแต่เธอไม่รับสาย นานเข้าเขารู้สึกหงุดหงิด ตัดสินใจวางสายไปด้วยความโมโหและเสียใจอย่างเห็นได้ชัด

รวิศถือโทรศัพท์ของบุษบามินตราไว้ในมือ พอเห็นหญิงสาวกลับออกมาจากห้องน้ำก็รีบบอกว่า รชานนท์โทร.มาหลายครั้ง เธอรับรู้แต่ไม่โทร.กลับ พูดเลี่ยงไปว่าเขาคงโทร.ผิด แต่รวิศไม่คิดเช่นนั้น เขาไม่อยากจู้จี้เซ้าซี้คนรักได้แต่เก็บความสงสัยไว้

บุษบามินตราพารวิศมาเยี่ยมแม่ของตนที่โรงพยาบาลโดยมีวาสน์อยู่ด้วย รวิศเอาใจเพ็ญพักตร์ด้วยการทำตามคำแนะนำของแฟนสาวซื้อซุปเจ้าประจำของแม่มาให้ แต่เพ็ญพักตร์ตักกินกลับบอกว่าไม่อร่อย แล้วตั้งแง่รังเกียจรวิศ จนวาสน์ต้องให้ลูกสาวพาเขากลับไปก่อน

ขณะที่จะเดินพ้นประตูห้องออกมา รวิศได้ยินคำพูดเพ็ญพักตร์เต็มสองหูว่าไม่ต้องการให้เขามาเยี่ยมอีก บุษบามินตราสงสารเขาเหลือเกิน ตามมาขอโทษแทนแม่และปลอบใจ แต่รวิศพูดจากใจว่าไม่โกรธ แม่ของเธอแค่ แสดงออกในสิ่งที่ท่านรู้สึก ซึ่งตนเข้าใจว่าทำไม

“คุณแม่มิ้นต์มีคนที่เหมาะสมกับมิ้นต์เตรียมไว้ให้แล้ว มันก็เป็นธรรมดาที่ท่านจะแสดงออกแบบนั้นกับวิศแต่วิศไม่ท้อนะ เพราะวิศรู้ว่าวิศไม่ได้สู้อยู่คนเดียว มิ้นต์ยังสู้กับวิศใช่ไหม”

“แน่นอน มิ้นต์ยังสู้เคียงข้างวิศเสมอ”

“แค่นี้วิศก็โอเคแล้ว อย่าคิดมากสิ หนักกว่านี้วิศก็ผ่านมาแล้ว โดนแม่มิ้นต์เหวี่ยงใส่แค่นี้สบาย”

“งั้นพรุ่งนี้มาใหม่มั้ย”

“วิศน่ะไม่มีปัญหานะ แต่กลัวว่าแทนที่คุณแม่มิ้นต์จะหายจะยิ่งแย่เพราะวิศอีก”

“มิ้นต์ล้อเล่น ใครจะให้วิศมาโดนว่าอีกล่ะ เห็นหน้าวิศตอนนั้นแล้วสงสารมากๆ”

รวิศยิ้มปลื้มใจ แล้วพูดแซวกันไปมา ก่อนที่บุษบามินตราจะพาเขาไปเลี้ยงอาหารปลอบใจแถมดูหนังอีกรอบตามที่เขาต้องการ...

วันเดียวกันนี้ พิตะวันต้อนรับภิทูรอีกครั้งที่คอนโด แต่เธอไม่ยอมให้เขาขึ้นไปบนห้อง ลงมาคุยกันบริเวณสวนหย่อม ตลอดเวลาที่คุยกันพิตะวันมีท่าทางระแวงกลัวใครจะมาเห็น เมื่อภิทูรรู้ว่าคนรักจะเป็นนางแบบถ่ายปกนิตยสารก็ไม่เห็นด้วย เป็นห่วงเพราะไม่ไว้ใจทีมงาน แต่เธอพูดกระเง้ากระงอดว่าดูแลตัวเองได้

“พี่ขอโทษนะครับพี่เป็นห่วงตะวันมากไปหน่อย พี่สัญญานะครับว่าจะไม่พูดจาก้าวก่ายอีก แล้วเรื่องงาน ชุมนุมศิษย์เก่านักเรียนทุนอังกฤษที่เขาเชิญให้ตะวันรำเปิดงาน ตะวันจะไปไหมครับ”

“ตะวันก็รำได้นะ แต่ไม่ได้เก่งอะไร”

“ไม่มีปัญหาครับ เขาอยากได้คนที่เป็นนักเรียนทุนเก่าอังกฤษเท่านั้นเอง”

“เรียนก็ยังไม่จบ แถมยังดร็อปไว้อีก แน่ใจนะคะว่าตะวันจะไม่อายขายขี้หน้าเขา”

“จะอายได้ยังไง ก็ตะวันทั้งสวยทั้งเก่ง”

“นี่ตะวันยอมไปงานนี้ ก็เพราะพี่ภิทูรเลยนะคะ”

“จริงๆพี่ก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรมากหรอกนะ เผอิญกลับมาแล้วลูกศิษย์ลูกหารู้ก็เลยชวนไปช่วยจัดงานด้วย เขาบอกว่าพี่รู้จักนักเรียนทุนไทยแทบทุกรุ่น มันก็จริงของเขา พี่ก็เลยต้องไปช่วยนิดๆหน่อยๆ”

“ดีแล้วล่ะค่ะ งานใหญ่ขนาดนี้ใครได้ไปเก๋จะตาย ตะวันเคยฝันว่าอยากไปงานแบบนี้ตั้งแต่เล็กๆแล้วค่ะ อุ๊ย! นี่พี่ภิทูรมาหลายชั่วโมงแล้วใช่ไหมคะ ตะวันว่าพี่ภิทูรกลับก่อนดีกว่า พอดีคุณแม่ตะวันจะมา ตะวันไม่อยากให้ท่านเห็นเราอยู่ด้วยกัน”

“งั้นขอพี่ขึ้นไปล้างหน้าล้างตาสักนิดได้ไหมครับ วันนี้มันร้อนมาก”

“พี่ภิทูรล้างที่ห้องน้ำด้านล่างก็แล้วกันค่ะ งั้นตะวันลาเลยนะคะ” พูดแล้วเธอเดินหนีทันที ไม่ได้สนใจฟังเสียงภิทูรตะโกนบอกว่าจะแจ้งวันที่ต้องไปซ้อมรำมาอีกครั้ง

พิตะวันรีบขึ้นห้องไปอย่างฉิวเฉียด แต่ภิทูรไม่รอดพ้นสายตารชานนท์ที่เพิ่งขับรถเลี้ยวเข้ามา พอจอดรถได้รชานนท์ก็รีบขึ้นไปหาพิตะวันด้วยความเป็นห่วง

“เมื่อกี้ผมเห็นด็อกเตอร์ภิทูรเดินป้วนเปี้ยนอยู่หน้าคอนโด เขามาวุ่นวายอะไรกับคุณรึเปล่าครับ”

พิตะวันหน้าเสียแต่รีบพลิกสถานการณ์ทำเป็นตกใจ ถามว่าเขาตามตนมาถึงที่นี่เลยหรือ

“ตาม?”

“ค่ะ...คือเมื่อวันก่อนตะวันไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เกตแล้วเจอเขาโดยบังเอิญ ตะวันไม่รู้ว่าเขากลับมาเมืองไทยตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่รู้ว่าเขามาเจอตะวันที่นั่นได้ยังไง แต่พี่ภิทูรก็พยายามเข้ามาคุกคามตะวัน ตะวันพยายามหนีขึ้นแท็กซี่แต่ไม่คิดว่าเขาจะตามตะวันมาถึงที่นี่ด้วย ตะวันควรทำยังไงดีคะคุณรชา ตะวันกลัว”

“เดี๋ยวผมจะสั่งยามไว้ ถ้าเห็นเขามาอีกให้โทร.ขึ้นมาบอกคุณ คุณจะได้ไม่ต้องลงไปข้างล่าง”

“เดี๋ยวค่ะ ค่อยๆคิด” พิตะวันพยายามจะห้าม แต่รชานนท์ท่าทางซีเรียสมาก บอกเธอให้ไปลงบันทึกประจำวันเอาไว้ ทั้งเรื่องด็อกเตอร์ภิทูรที่คุกคามเธอและเรื่องโรคจิตที่ตามรังควานอยู่ “ตะวันกลัวว่าจะเป็นคนคนเดียวกันน่ะสิคะ บางทีพี่ภิทูรอาจจะโกรธเรื่องที่ตะวันปฏิเสธเขาก็ได้เลยมาทำร้ายตะวันแบบนี้”

“ถ้าเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนั้น คงต้องปรึกษาคุณแม่แล้วล่ะครับ บางทีท่านอาจจะหาทางช่วยอื่นได้”

“ตะวันโทร.ไปหาท่านแล้ว ขอร้องให้ท่านรีบกลับบ้าน แต่ท่านยังติดธุระกลับไม่ได้จริงๆ”

“นี่ผมก็เพิ่งไปหาคุณป้าคุณกับอลิสา ทางนั้นก็ดูน่าจะอยู่ยาวเหมือนกัน”

พิตะวันชะงักทันที ตัดพ้อว่าเขาทิ้งตนที่กำลังเดือดร้อนเพื่อไปหาอลิสา ตนไม่มีความหมายกับเขาเลยใช่ไหม

“ผมไม่ได้คิดอย่างนั้นนะครับ”

“ไม่เป็นไรค่ะ ตะวันเข้าใจ ตะวันคงรบกวนคุณมากไปจริงๆ” พูดแล้วพิตะวันรีบเก็บข้าวของของตนเพื่อไปจากที่นี่ แต่พอได้ยินรชานนท์สัญญาว่าจะไม่ทำอย่างนี้อีก เธอวางมือหันมากอดเขาแน่น ซ่อนยิ้มสมใจพลางรำพันว่าเขาเป็นเพื่อนคนเดียวที่อยู่เคียงข้างตนตลอด

ทางฝ่ายภิทูรที่ได้รู้เห็นพฤติกรรมแปลกๆของพิตะวันที่ทำเหมือนไม่เต็มใจให้เขามาหาก็อดเอาไปบ่นให้รวิศกับบุษบามินตราฟังไม่ได้ รวิศไม่รู้อะไรก็ปลอบภิทูรไปตามเรื่อง ขณะที่บุษบามินตรารู้เหตุผลแท้จริง และพอได้ยินภิทูรพูดชื่อคอนโดแห่งนั้นที่พิตะวันไปอยู่ก็รู้ด้วยว่าเป็นห้องของรชานนท์ แต่เธอไม่พูดอะไรออกมาเพราะกลัวภิทูรจะผิดหวังและเสียใจ

รวมทั้งเมื่อบังเอิญไปเจอพิตะวันกับรชานนท์ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง บุษบามินตราจึงพยายามหลบเลี่ยงไม่ให้ภิทูรกับรวิศเห็น แต่กระนั้นรวิศก็รู้สึกแปลกใจในท่าทีของแฟนสาว คาดคั้นจะเอาความจริงว่าเธอรู้ใช่ไหมว่าพิตะวันแอบคบชายอื่น บุษบามินตราหมดทางเลี่ยงจึงยอมรับ แต่ไม่บอกว่าผู้ชายคนนั้นคือรชานนท์

ในที่สุดพิตะวันก็ตอบตกลงรำไทยในงานรวมศิษย์เก่านักเรียนทุนอังกฤษที่จัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ทั้งที่ตอนแรกลังเล เพราะกลัวอินทนิลรู้เข้าจะมาแหกอกจนความลับแตก แต่เพราะแรงยุของสถินีทำให้เธอเปลี่ยนใจตอบรับ อยากเป็นดาวเด่นของงานนั้น

ขณะเดียวกัน บุษบามินตรากับรวิศที่เป็นศิษย์เก่านักเรียนอังกฤษเช่นกันก็เตรียมเสื้อผ้าไว้ใส่ไปงาน โดยถือเป็นการเปิดตัวให้ผู้คนรู้ว่าเธอกับเขาเป็นคู่รักกัน แต่เพ็ญพักตร์แอบได้ยินลูกสาวคุยโทรศัพท์เรื่องนี้จึงวางแผนตัดหน้ายัดเยียดให้บุษบามินตราไปกับรชานนท์ ทำให้รวิศเศร้าจ๋อย แต่ก็ได้ภิทูรปลอบใจจนรู้สึกดีขึ้นบ้าง

เมื่อเข้ามาในงาน บุษบามินตราก็ผละจากรชานนท์ ไปหารวิศ ขณะที่ภิทูรนั้นพยายามจะเข้าหาพิตะวันแต่เธอบ่ายเบี่ยงด้วยการเก็บตัวอยู่ในห้องแต่งตัวจนกว่าจะได้เวลาแสดง เพราะกลัวใครต่อใครจะคิดว่าเธอกับเขาเป็นแฟนกัน

ในงานนี้เอง ภิทูรเจอมรกตที่บินมาจากอังกฤษพร้อมกีรติสุดา แต่กีรติสุดายังไม่ปรากฏตัวเพราะมีแผนเซอร์ไพรส์แบบจัดหนักสำหรับพิตะวัน

กระทั่งเวลาล่วงเลยไปจนพิตะวันร่ายรำในชุดไทยงามสง่าเป็นที่ประทับใจแก่แขกเหรื่อแล้วภิทูรออกมามอบช่อดอกไม้ แต่เธอเหลือบเห็นรชานนท์จึงไม่รับ ดอกไม้ไว้ กอปรกับเห็นมรกตมาร่วมงานด้วยจึงเดินหนีเข้าหลังเวทีไปดื้อๆ

ไม่นานนักกีรติสุดาก็ทำเซอร์ไพรส์ แต่ขณะนั้นภิทูรไม่อยู่ เขาโดนพิตะวันหลอกให้ออกไปซื้อคอนแท็กเลนส์ที่เธออ้างว่าทำหล่นตอนร่ายรำ จึงไม่ได้เห็นพฤติกรรมลวงโลกของพิตะวันที่กีรติสุดาประมวลมาตีแผ่ให้คนทั้งงานได้รับรู้ ซึ่งมีทั้งเสียงบรรยายประกอบภาพต่างๆของพิตะวันตั้งแต่เล็กจนโต

พิตะวันช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งโกรธแค้นและอับอายจนกรีดร้องกลางงาน วิ่งร้องไห้เตลิดออกมาเจอเจริญศรี โดยมีรชานนท์ บุษบามินตรา รวิศ และพวกอัญย่าวิ่งตามมาด้วยใจระทึก

หลายคนใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปไว้ตลอด เจริญศรีกับกีรติสุดารุมตบพิตะวันด้วยความแค้นเคืองที่ตนโดนแฉก่อน รชานนท์เข้ามาห้ามและพาพิตะวันออกไปขึ้นรถ ส่วนบุษบามินตรากับรวิศรุมต่อว่ามรกตด้วยความไม่พอใจที่รู้เห็นเป็นใจกับกีรติสุดา

“ผมรู้นะครับว่าพี่กตไม่ชอบพิตะวัน แต่ผมไม่อยากเชื่อเลยว่าพี่กตจะร่วมมือกับกีรติสุดาด้วย ทำแบบนี้ ผมว่ามันเกินไปนะครับ”

“พี่ไม่คิดว่าน้องแตงจะทำเลยเถิดขนาดนี้นี่”

“มิ้นต์ว่าไม่ใช่แค่เลยเถิดหรอกค่ะพี่ ทำแบบนี้มันทำลายชีวิตคนคนนึงเลยนะคะ”

“แล้วใจคอเธอจะปล่อยให้คนอย่างพิตะวันโกหกคนทั้งโลกงั้นเหรอ”

“แต่มันก็มีวิธีอื่นที่จะจัดการ ไม่ใช่วิธีนี้”

“ถามหน่อยนะครับ การแฉพิตะวันมันให้ความสุขอะไรกับชีวิตพี่บ้างนอกจากความสะใจ พี่กับกีรติสุดาบีบพิตะวันจนไม่ให้เขามีที่ยืนบนโลกแบบนี้ ถ้าเกิดเขาฆ่าตัวตายหนีปัญหาขึ้นมาพี่จะยังสะใจแล้วก็มีความสุขอยู่ไหมครับ”

มรกตอึ้งไปอย่างตอบไม่ถูก รู้สึกผิดขึ้นมาทันที ภิทูรไปซื้อของเพิ่งกลับมา เห็นสีหน้าแต่ละคนก็ซักถามว่าเกิดอะไรขึ้น

เมื่อได้คำตอบ ภิทูรตกใจไม่น้อย แต่เพราะความรัก ที่มีต่อพิตะวันทำให้เขาไม่สนใจสิ่งอื่นนอกจากเป็นห่วงเธอมาก อยากรู้ว่าเธออยู่ที่ไหนจะได้ไปหา จึงเร่งบุษบามินตราให้โทร.ถามรชานนท์เดี๋ยวนี้

ปรากฏว่ารชานนท์ไม่รับสายและปิดเครื่องไปในที่สุด รวิศปลอบใจภิทูรว่าให้รอ ตนเชื่อว่ารชานนท์ต้องโทร.มาบอกพวกเรา แต่ภิทูรใจร้อนจนรอไม่ได้ ผลุนผลันออกไปโดยไม่ฟังเสียงห้ามของใครทั้งนั้น

พิตะวันให้รชานนท์พาเธอไปที่อื่นที่ไม่ใช่คอนโดของเขาเพราะกลัวจะมีใครตามเจอ ชายหนุ่มจึงขับรถออกไปยังชายทะเลที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯนัก จอดรถแล้วยังเห็นเธอนั่งนิ่งน้ำตาไหลเป็นทางอยู่ตลอดเวลา เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาให้อย่างเบามือ แค่นั้นพิตะวันก็สะอื้นเต็มแรง จับมือเขาแนบแก้มตัวเองเหมือนเด็กน้อยต้องการความอบอุ่น

“ถึงจะร้องไห้หนักขนาดไหนแต่คุณก็เปลี่ยนสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วไม่ได้ เข้มแข็งแล้วเผชิญหน้ากับมันนะครับ”

พิตะวันตัดสินใจถามสิ่งที่กลัวที่สุดว่า “คุณเกลียดตะวันไหมคะ”

รชานนท์ส่ายหน้าก่อนมองขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วพูดให้กำลังใจ “ตอนนี้พระอาทิตย์กำลังตก สวยมากนะครับ...ดวงอาทิตย์หายลับไปจากขอบฟ้าทุกวัน เหมือนปัญหาที่มีเข้ามาแล้วก็จะผ่านไป แต่ก็จะมีเรื่องใหม่เกิดขึ้นมาอีก สิ่งที่เราต้องทำให้ได้คือต้องลุกให้เร็วและสู้ให้ได้ พ่อผมเคยสอนผมเอาไว้ก่อนที่จะส่งผมไปเรียนโรงเรียนประจำที่อเมริกา”

พิตะวันซึ้งใจ สวมกอดเขาและขอบคุณที่เขาไม่เกลียดเธอ

“พร้อมจะลุกขึ้นหรือยังครับ ลุกออกไปรับพลังกัน ก่อนที่แสงสุดท้ายจะหายไป”

แล้วสองคนก็ลงจากรถเดินจับมือกันไปมองดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า พิตะวันลอบมองเขาอย่างชั่งใจครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยขึ้นเพื่อเคลียร์เรื่องกีรติสุดา

“ผู้หญิงคนนั้นที่หาเรื่องตะวันในงาน เขา...”

“คุณเจริญศรีกับลูกสาว ผมเคยได้ยินหม่อมป้าพูดถึงบ่อยๆ”

“ค่ะ เขาสองคนเกลียดตะวันมานานแล้ว ตั้งแต่ที่คุณอินทนิลเอาตะวันมาเลี้ยง โดยเฉพาะคุณแตงที่เรียนหนังสือไม่เก่ง ต้องซ้ำชั้นบ่อยๆ ท่านก็เลยให้ตะวันช่วยสอนหนังสือให้ แต่คุณแตงเธอก็ไม่ยอมเรียน เพราะรังเกียจที่ตะวันต่ำต้อย ไม่คู่ควรที่จะสอนเธอ”

พิตะวันเล่าย้อนเหตุการณ์ในอดีตซึ่งเป็นเรื่องจริงที่ตัวเองโดนสองแม่ลูกโขกสับข่มเหง จนบางครั้งแม้แต่อินทนิลเองก็ทนไม่ได้ต้องออกโรงปกป้องตนเหมือนกัน พิตะวันเจ็บปวดและกดดันตลอดมา แต่สิ่งที่เธอเล่าในวันนี้ก็มีทั้งจริงและไม่จริง

“ตะวันไม่เคยคิดนะคะว่าความเกลียดชังของคนเราจะมีมากจนทำให้เขาทำอะไรร้ายๆกับคนอื่นได้มากขนาดนี้ ตอนนี้ทุกคนคงจะคิดว่าตะวันเป็นคนไม่ดี เป็นคนขี้โกหก”

“คุณไม่จำเป็นต้องไปสนใจคนที่เขาไม่ชอบคุณ เพราะคุณยังมีคนที่รักคุณมาก”

“ใครเหรอคะ”

“คุณแม่ของคุณไง คุณเพิ่งบอกผมเองว่าท่านรักคุณมาก”

พิตะวันหน้าเจื่อนไปนิด หลงคิดว่าเป็นเขา แต่ต้องตอบทั้งที่ปากไม่ตรงกับใจ

“ค่ะ แม่ท่านรักตะวันมาก...ขอบคุณนะคะที่เข้าใจ แล้วก็ไม่เกลียดตะวัน ปกติตะวันไม่ค่อยจะอ่อนแออย่างนี้บ่อยนะคะ นอกจากมีอะไรมากระทบรุนแรงจริงๆ”

“ผมดีใจนะครับที่คุณเล่าเรื่องส่วนตัวให้ผมฟัง แสดงว่าคุณไว้ใจผม และคิดว่าผมเป็นเพื่อนคุณจริงๆ”

“คุณรชานนท์ดีกับตะวันตลอดมา ถ้าไม่มีคุณ ตะวันก็ไม่รู้จะทำยังไงจริงๆ ขอบคุณนะคะ...ขอบคุณจริงๆ”

พิตะวันสวมกอดรชานนท์ทั้งน้ำตา แม้จะมีเรื่องร้ายแต่ก็มีเขาเคียงข้างโดยไม่มีท่าทีรังเกียจเลยสักนิด

ooooooo

ภิทูรมารอพิตะวันหน้าคอนโดที่เคยมาหาเธอสองสามครั้ง ผ่านไปจนมืดค่ำก็ยังไร้วี่แวว รวิศโทร.มาซักถามด้วยความเป็นห่วงแต่ไม่ได้ความคืบหน้า แล้วภิทูรก็ยืนยันจะปักหลักรออยู่ที่นี่เพราะเชื่อว่าพิตะวัน ต้องกลับมา

ส่วนที่บ้านเจริญศรีซึ่งอยู่รั้วเดียวกับบ้านอินทนิล... เจริญศรีกับกีรติสุดาแทบจะจุดพลุฉลองชัยชนะที่ทำให้พิตะวันเจ็บปวดแทบกระอักกับความจริงที่ปกปิด สองแม่ลูก เชื่อว่าหากอินทนิลรู้เรื่องต้องเกลียดชังและเล่นงานพิตะวันแบบจัดหนักอย่างแน่นอน อาจถึงขั้นกระเด็นออกจากบ้าน แล้วต่อไปสองแม่ลูกก็จะเข้ามามีบทบาทแทน กลายเป็นคนสำคัญได้ดูแลทรัพย์สินและของมีค่าต่างๆ ของอินทนิล

เวลาเดียวกันนั้น อินทนิลที่ยังอยู่ต่างจังหวัด รู้สึกใจคอไม่ดี คิดถึงบ้านขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก และรู้สึกเป็นห่วงพิตะวัน อลิสาจึงอาสาพรุ่งนี้ตนจะเข้าเมืองเพื่อโทร.ไปถามที่บ้านว่าเป็นยังไง

ฝ่ายภิทูรที่ยังรอคอยการกลับมาของพิตะวัน กลางดึกเขาเห็นรชานนท์ขับรถมาส่งพิตะวันแต่เขาถูกยามขัดขวางไม่ให้ตามเข้ามาข้างใน จนเมื่อรชานนท์ขับรถ กลับออกไป ภิทูรจึงหาทางเข้ามาพบพิตะวันจนได้

เขาแสดงความห่วงใยเธออย่างเปิดเผย เห็นรอยแดง เป็นปื้นบนแก้มที่โดนตบก็ถามว่าเจ็บมากไหม ตนจะพาไปหาหมอ แต่พิตะวันกลับปฏิเสธเสียงแข็งและตัดบทว่าตนไม่อยากพูดถึงเรื่องนั้นอีกแล้ว ขอตัวไปพักผ่อนเพราะวันนี้ตนเหนื่อยเหลือเกิน

“เดี๋ยวก่อนครับตะวัน ถ้าตะวันไม่อยากให้พี่กวนใจ พี่ก็จะไม่เซ้าซี้ พี่รู้ว่าตะวันเหนื่อย แต่พี่มีสิ่งนึงที่อยากจะบอก ไม่ว่าตะวันจะเป็นใครพี่ไม่เคยสนใจ เพราะพี่รักพิตะวันผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าพี่คนนี้เสมอ”

พิตะวันชะงักกึก แต่ไม่ใจอ่อนเพราะเป้าหมายของตนคือรชานนท์เท่านั้น เธอตอบขอบคุณเขาแล้วเดินหนี เข้าตึกทันที โดยที่ภิทูรยังตะโกนไล่หลังด้วยความเป็นห่วง

“งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้พี่จะมาหานะครับ”

พิตะวันเดินลิ่ว ไม่แม้แต่จะหันหลังกลับมามองเขาสักนิด แต่พอรู้จากยามว่าเขามารอตั้งแต่เย็นก็รู้สึกสงสารขึ้นมาเหมือนกัน

รชานนท์ขับรถออกมาจากคอนโดได้สักพักก็หยิบมือถือมาเปิดเครื่องเห็นบุษบามินตราโทร.มาหลายครั้ง จึงเปลี่ยนเส้นทางไปทางบ้านของเธอ จากนั้นส่งไลน์บอกให้รู้ว่าเขาอยู่หน้าบ้านเธอแล้ว

บุษบามินตราหงุดหงิดแต่ก็ยอมลงไปหาเขาหน้าบ้าน ทวงถามสัญญาที่เคยให้ไว้ว่าจะไม่ยุ่งกับพิตะวันเพราะภิทูรรักผู้หญิงคนนี้มาก ขนาดเกิดเรื่องวันนี้ขึ้นเขายังยืนยันจะรัก ไม่ว่าพิตะวันจะเป็นใครหรือเคยทำอะไรมาก่อน

“ฉันก็คงได้แต่ขอร้องคุณอีกครั้งว่าอย่ายุ่งกับพิตะวัน ฉันไม่อยากให้พี่เสือเสียใจ เขาเป็นคนดีเกินกว่าจะผิดหวังอีก”

“แล้วทำไมคุณถึงคิดว่าด็อกเตอร์ภิทูรจะผิดหวังเพราะผม”

“ก็เพราะพิตะวัน...ช่างเถอะ จะเพราะอะไรก็ช่าง แต่คนอย่างพี่เสือไม่ใช่คู่ต่อสู้สำหรับคุณ”

“งั้นแล้วใคร ควรเป็นคู่ต่อสู้ของผมล่ะ คุณรวิศเหรอ”

“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับรวิศ”

“นี่คุณพยายามจะกันผมออกไปจากชีวิตคุณให้ได้เลยใช่ไหมเนี่ย”

“ก็ถ้าคุณทำให้คนที่ฉันรักเจ็บปวด ฉันก็ต้องทำแบบนั้น”

“ไม่ต้องห่วงหรอกครับคุณมิ้นต์ คนอย่างผมไม่มีทางเป็นบุคคลที่สามในชีวิตใคร แต่ถ้าคุณรู้สึกว่าผมเป็นตัวปัญหาจริงๆ ผมก็จะไม่เข้ามายุ่งในชีวิตของพวกคุณอีก คุณจะได้สบายใจ”

รชานนท์หันหลังทำท่าจะกลับ แต่แล้วนึกอะไรได้ หันกลับมาอีกครั้ง

“ผมอยากจะบอกอะไรคุณเอาไว้อย่าง ความรัก ไม่ใช่ความถูกใจอย่างเพื่อนสนิท ถ้าตอนนี้คุณคิดว่าคุณรัก ใครอยู่ล่ะก็...ลองคิดดูให้ดีๆว่านั่นใช่ความรักจริงรึเปล่า”

พูดเสร็จรชานนท์จ้องหน้าบุษบามินตราอย่างลึกซึ้ง ก่อนจะขึ้นรถกลับออกไป ทิ้งให้หญิงสาวยืนอึ้งด้วยความสับสน บ่นอย่างหงุดหงิด

“คนอย่างนายจะมารู้ใจฉันมากกว่าตัวฉันเองได้ยังไง”

ooooooo

วันถัดมา พิตะวันไปพึ่งพาอาศัยสถินีให้พิมพ์ข้อความอัพสเตตัสในเพจ “เจ๊แสบแซ่บไฮโซ” เพื่อแก้ข่าว

“เอาล่ะ ฉันอัพเพจแก้ข่าวให้แกแล้ว นี่ก็โยนเรื่องไปทางยายสองแม่ลูกขี้อิจฉา เพราะลูกสาวดูจะไม่ได้ดีกว่าเด็กที่ถูกขอมาเลี้ยง เลยหาเรื่องแฉให้หญิงสาวผู้น่าสงสารเสียชื่อ แล้วแกโอเคนะที่ฉันต้องเขียนว่าแกเป็นลูกบุญธรรม”

“ยังไงตอนนี้คนก็รู้แล้วว่าฉันไม่ใช่ลูกคุณอยู่แล้ว บอกว่าเป็นลูกบุญธรรมยังพอหาข้อแก้ตัวได้บ้าง”

“ดีแล้ว ถ้าแกดันทุรังแถต่อไปคนจะยิ่งเกลียด พูดความจริงแบบ 90 เปอร์เซ็นต์ อีก 10 เปอร์เซ็นต์ก็แต่งเรื่องเสริมปกปิดเรื่องจริงที่แกไม่อยากบอก แล้วใส่ดราม่าลงไปแค่นี้คนก็อินแล้ว เดี๋ยวก็ติดแฮชแท็กทีมพิตะวันกันเป็นแถว”

“แล้วถ้าคนเขายังเกลียดฉันล่ะ”

“คนที่เขาโกหกมากกว่าแกร้อยเท่าพันเท่า เขายังกลับมายืนในสังคมได้ แถมยังดังยิ่งกว่าเดิมด้วย เรื่องของแกมันนิดเดียว เดี๋ยวมีดราม่าเรื่องอื่นมาใหม่ เขาก็ลืมเรื่องแกกันแล้ว”

“ขอให้จริงเหอะ”

“ดูทำหน้าเข้า...แกยังเครียดอะไรอีก คุณรชานนท์ ก็เข้าใจแก ด็อกเตอร์ภิทูรก็ยังรักแกแบบไร้เงื่อนไข เอาเข้าจริงแกจะเลือกใครจากสองคนนี้ก็ได้”

“มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก ขนาดฉันสร้างโปรไฟล์ ดีเว่อร์ ฉันยังจับคุณรชานนท์ไม่ได้ แล้วตอนนี้ฉันกลายเป็นเด็กเลี้ยงแกะระดับชาติ ใครเขาจะยอมให้ฉันเข้าใกล้คุณรชานนท์อีก”

“นี่แกหมายถึงยายบุษบาหน้ามึนนั่นเหรอ”

“ยายนั่นไม่อยู่ในสายตาฉันหรอก”

“งั้นแกหมายถึงใคร”

พิตะวันหมายถึงหม่อมมณีฉายป้าของรชานนท์ ซึ่งเวลานั้นเธอกำลังโวยวายกับหลานชายหลังเห็นภาพข่าวฉาวโฉ่เมื่อวานจากแท็บเล็ต สั่งห้ามรชานนท์ไปยุ่งเกี่ยวกับเด็กเลี้ยงแกะอย่างพิตะวันอีก

“เพราะอะไรครับ”

“ก็เพราะมันขี้โกหก โกหกระดับชาติ สตอเบอรี่ระดับทวิภาคี อีนังเด็กเนี่ยคุณอินทนิลส่งให้มาเป็นคนรับใช้ป้า แต่มันไม่ยอมมาไง จำได้มั้ยมันวางท่าเป็นคุณหนู มาตีสนิทกับหลาน ก็เพราะคิดจะจับหลานน่ะสิ แล้วหลาน ก็ไปหลงกลมัน ดูซิ ภาพกอดกันขนาดนี้คนอื่นเขาจะคิดยังไง”

“คนอื่นจะคิดยังไงก็ไม่เกี่ยวกับเรานี่ครับ”

“แต่ป้าไม่อยากให้รชาถูกเหมารวมว่าเป็นสิบแปดมงกุฎเหมือนมัน อีกอย่างนังนี่มันก็ไพร่ชั้นต่ำ ไม่มีสกุลรุนชาติ ไม่คู่ควรจะมาคบหาคนอย่างเรา”

“คนอย่างเรามันเป็นยังไงเหรอครับ บางทีคนอย่างเขาที่ต้องโกหกอาจจะเป็นเพราะคนอย่างเราไม่ยอมรับ เขาชอบไปดูถูกเขาราวกับเขาไม่ใช่คน เขาถึงต้องพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองมีค่า เพื่อจะได้อยู่ในสายตาคนอย่างเราบ้าง...รึเปล่าครับ”

“นี่รชากำลังว่าป้างั้นเหรอ”

“ผมแค่กำลังจะบอกว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นในโลก เราล้วนมีส่วนทั้งสิ้น อย่ามองแต่ความผิดของคนอื่น มองสิ่งที่เราทำบ้าง”

“โอ๊ย...ปวดหัว!! ไม่รู้ล่ะ ยังไงป้าก็สั่งห้ามยุ่งเกี่ยว กับนังนั่นเด็ดขาด”

“ถ้าผมจะคบกับใครหรือไม่คบกับใคร ก็ต้องเป็นเพราะผมคิดเอง ไม่ใช่หม่อมป้าสั่ง ขอตัวนะครับ”

รชานนท์ทำให้หม่อมมณีฉายหงุดหงิดโมโห จนต้องแล่นไปหาเพ็ญพักตร์ที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลกลับมาพักฟื้นที่บ้าน เพ็ญพักตร์เองก็เห็นภาพข่าวนั้นแล้วเหมือนกัน รู้สึกไม่พอใจที่รชานนท์ให้ความสนิทสนมกับสาวอื่นที่มาจากตระกูลสัจจามาตย์ คราวก่อนก็หลานสาว คราวนี้ก็คนใช้

ทั้งหม่อมมณีฉายและเพ็ญพักตร์ต้องการให้รชานนท์กับบุษบามินตราลงเอยกันอยู่แล้ว จึงจะหาทางให้ทั้งคู่หมั้นกัน แม้เพ็ญพักตร์ยังหนักใจเพราะรู้ว่าลูกสาว มีคนรักอยู่แล้ว แต่ยากเย็นแค่ไหนเธอกับหม่อมมณีฉายก็ไม่ท้อ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้
28 ก.พ. 2563
08:15 น.