ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

มายา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

กีรติสุดาอยู่อังกฤษเห็นรูปพิตะวันที่เพิ่งโพสต์ในไอจีก็กรี๊ดกระจายอย่างรับไม่ได้ แฉแหลกให้มรกตฟังก่อนจะคอมเมนต์ผ่านโซเชียลอย่างสะใจ

แต่แทนที่จะมีคนเชื่อ พวกเขากลับมาโจมตีด่าทอกีรติสุดาถล่มทลายในไอจีกับเฟซบุ๊กเพราะโกรธแทน พิตะวัน กีรติสุดาเจ็บใจมาก อาฆาตจะทำให้พิตะวันดิ้นพล่านจนไม่มีความสุข

พิตะวันเพิ่งเห็นข้อความแฉความลับของตนด้วยฝีมือกีรติสุดา เล่นเอาเครียดจนนั่งไม่ติด ก่อนจะคิดอ่านแก้ไขอย่างชาญฉลาดด้วยการอธิบายความรู้สึกเสียใจลงไอจีแต่ให้อภัยคนโพสต์ แล้วขอปิดไอจีนี้เพื่อยุติการเป็นสาเหตุของคนที่ทำไม่ดี

กีรติสุดาอ่านข้อความนั้นแล้วยิ่งโกรธจี๊ด ด่าพิตะวันคิดจะปิดไอจีหนีแล้วยังไม่วายเอาความดีเข้าตัว... ด่าเสร็จก็รัวพิมพ์ข้อความขุดกำพืดมาประจาน แต่ไม่ทันเสียแล้วเพราะพิตะวันลบไอจีและเฟซบุ๊กของตนไปอย่างว่องไว

แต่กีรติสุดาไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เพียรโทร.หาแม่ที่เมืองไทยจนสำเร็จ เล่าวีรกรรมสุดแสบของพิตะวันให้ฟังอย่างหมดไส้หมดพุง เจริญศรีเลยแทบจะเหาะมาบ้านอินทนิลด้วยความโมโห ตั้งใจเล่นงานพิตะวันให้หนักแล้วจะรายงานอินทนิลด้วยถ้ากลับจากต่างจังหวัด แต่ปรากฏว่ามาไม่เจอแม้เงาของพิตะวัน เพราะเธอรู้แกวเผ่นหนีไปก่อนหน้านี้

พิตะวันเก็บเสื้อผ้าออกจากบ้านไปปรึกษาสถินีให้ช่วยแก้ปัญหา ไม่งั้นตนโดนแฉยับแน่ ที่สำคัญต้องโอนอินทนิลเล่นงานไม่ได้ผุดได้เกิด สถินีตระหนกตกใจ รีบคิดหาทางออกให้เพื่อนรักอย่างเร่งด่วนด้วยการแนะนำให้พิตะวันรีบเปลี่ยนนามสกุลเป็นสุเรนทร แค่นี้คนทั้งโลกก็ไม่สนแล้วว่าพิตะวัน สัจจามาตย์จะเคยเป็นใคร ทำอะไรที่ไหนมาก่อน

“ใช่! ฉันต้องเป็นพิตะวัน สุเรนทร ให้ได้” พิตะวันมุ่งมั่นมาก คิดจับรชานนท์ให้ได้โดยเร็วที่สุด

ooooooo

บุษบามินตราหลงกลแม่จนล้มเลิกไม่ไปหารวิศที่อังกฤษ แต่ถัดมาไม่กี่วันก็รู้ความจริงด้วยตาตัวเองว่าแม่ไม่ได้ป่วย เพ็ญพักตร์แอบทิ้งยาทุกมื้อลงถังขยะ หลักฐานมัดแน่นจนปฏิเสธไม่ออก

สองแม่ลูกมีปากเสียงกันยกใหญ่ แต่จู่ๆเพ็ญพักตร์ปวดท้องแทบชักดิ้นชักงอ วาสน์กลับมาพอดีรีบพาเมียส่งโรงพยาบาล หมอบอกว่าไส้ติ่งแตกต้องรีบผ่าตัด

หลังการผ่าตัดเพ็ญพักตร์ปลอดภัย แต่บุษบามินตรารู้สึกผิดมาก กล่าวโทษตัวเองเกือบทำให้แม่ตาย ถ้าตน

ไม่โกหกแม่เรื่องไปอังกฤษก็คงไม่ต้องทะเลาะกับแม่จนเป็นเรื่องแบบนี้ วาสน์ปลอบโยนและทำความเข้าใจกับลูกเรื่องที่แม่เจ้ากี้เจ้าการชีวิต เพราะแม่รักและหวังดี แต่บางครั้งความหวังดีก็มากเกินไป ถ้าแม่หายป่วยพ่อจะพูดกับแม่เองว่าสมัยนี้บังคับให้ลูกทำอะไรตาม ใจเราไม่ได้แล้ว...

พิตะวันคิดจะรวบรัดรชานนท์เป็นคู่ครองเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง เธอมาอ้อนวอนขอความช่วยเหลือจากเขาถึงบ้าน บีบน้ำตาปั้นแต่งถ้อยคำชวนให้สงสาร

“ตะวันไม่รู้จะไปขอร้องใครจริงๆ ตะวันกลั๊วกลัวว่าจะมีใครมาทำร้าย ถ้าเขาลงทุนสร้างเรื่องโกหกมาด่าตะวันในไอจีจนเสียหายขนาดนั้น เขาคงต้องเกลียดตะวันมากแน่ๆ”

“แจ้งความไหมครับ ผมว่ามันน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด”

“ไม่ได้ค่ะ ตะวันไม่อยากให้เรื่องราวใหญ่โต แค่นี้คนก็ทั้งเกลียดทั้งอิจฉาตะวันกันทั้งเมืองแล้วค่ะ แต่ตะวันให้อภัยพวกเขานะคะ เลยไม่อยากมีเรื่องไปมากกว่านี้ รอให้คุณแม่กับคุณป้าท่านมาช่วยจัดการดีกว่า ตอนนี้ตะวันขอแค่ที่สักแห่งให้ตะวันรออยู่อย่างปลอดภัยจนกว่าพวกท่านจะกลับมาก็พอค่ะ”

“แต่คุณตะวันจะมาพักที่บ้านผม มันจะเหมาะเหรอครับ”

“ก็ตะวันไม่มีเพื่อนที่ไหนแล้วจริงๆ ช่วยตะวันเถอะนะคะ ตะวันกลัว...กลัวจริงๆ”

พิตะวันถึงเนื้อถึงตัวรชานนท์ ล้ำแอบมองลุ้นตัวโก่งไม่ให้เจ้านายใจอ่อน มณีฉายเดินมาเห็นล้ำทำ ลับๆล่อๆ ก็สงสัย เดินมาซักถามก่อนจะมองเข้าไปในห้องโถงที่รชานนท์อยู่กับผู้หญิงคนหนึ่ง

พิตะวันยังกอดรัดเว้าวอนรชานนท์ไม่เลิก

“คุณรชานนท์จะไม่ช่วยตะวันเหรอคะ เราเป็นเพื่อนกัน แล้วเพื่อนจะไม่ช่วยเพื่อนยามเดือดร้อนเหรอคะ”

“แต่การจะมาขอนอนค้างอ้างแรมบ้านผู้ชายที่ไม่ใช่ญาติ มันก็ไม่งามนะคะหนู” มณีฉายพูดเสียงแหลม เดินกรีดกรายเข้ามาจนพิตะวันตกใจหันขวับไปมอง “ขอโทษนะที่ต้องมาขัดจังหวะ เผอิญฉันได้ยินปัญหาของหนู ก็เลยอยากมาให้คำแนะนำตามประสาผู้ใหญ่ หนูเป็นเพื่อนรชานนท์เหรอ ปกติรชาไม่มีเพื่อนที่เมืองไทยนี่”

“เราเป็นเพื่อนกันตอนที่ผมไปอังกฤษไงครับ ที่เคยเจอหม่อมป้าที่โรงแรม”

“อ๋อ คนนี้นี่เอง...หนูนี่มาหารชานนท์บ่อยนะ ยังไม่เคยถามเลยว่าหนูเป็นลูกเต้าเหล่าใคร ทำไมพ่อแม่ถึงปล่อยให้มาขอนอนค้างบ้านผู้ชายแบบนี้”

พิตะวันก้มหน้างุดกลัวโดนจับได้ อึกอักไม่กล้าตอบ รชานนท์กำลังจะบอกว่าเธอเป็นหลานของอินทนิล แต่พิตะวันชิงพูดตัดหน้าอย่างเร็วจี๋

“ตะวันว่าตะวันคงรบกวนคุณรชามากไปจริงๆ ขอโทษนะคะคุณหม่อม คุณรชา ตะวันกลับก่อนดีกว่า”

พิตะวันรีบยกมือไหว้แล้วหันหลังเดินออกมาอย่างเซ็งสุดขีด รชานนท์ไม่ค่อยพอใจป้าของตนนัก เดินตามหญิงสาวออกมา ส่วนมณีฉายที่รู้ว่าล้ำยังแอบจับตามองก็เรียกเขาออกมาซักถามว่าผู้หญิงคนนั้นชื่ออะไร เป็นลูกเต้าเหล่าใคร ล้ำรู้แค่ว่าเธอชื่อพิตะวันแต่ไม่รู้เป็นลูกใคร มณีฉายทวนชื่อพิตะวันไปมาอย่างรู้สึกคุ้นมาก

รชานนท์ตามมาขอโทษพิตะวันแทนป้าของตนที่เป็นคนรุ่นเก่า ท่านคงไม่ชินที่จะเห็นเพื่อนชายหญิงขอความช่วยเหลือกัน

“ตะวันก็ไม่ทันคิดว่าที่นี่เมืองไทย สิ่งที่ทำมันก็ไม่เหมาะสมจริงๆ นี่ถ้าคุณป้าอินทนิลรู้เรื่อง ตะวันต้องโดนดุแน่ๆเลย คุณรชานนท์อย่าบอกคุณป้าคุณนะคะว่าตะวันเป็นหลานใคร ตะวันไม่อยากถูกดุ แค่นี้ตะวันก็เรื่องเยอะจนเครียดจะแย่แล้ว”

ชายหนุ่มรับปากทันที แล้วถามเธอว่าจะทำยังไงต่อ พิตะวันตีหน้าเศร้าบอกว่ายังคิดไม่ออก แต่อีกไม่กี่อึดใจรชานนท์ก็นึกถึงใครคนหนึ่งที่น่าจะช่วยพิตะวันได้

คนคนนั้นก็คือบุษบามินตรา แต่เวลานั้นเธอกำลังจัดเตรียมข้าวของจะไปดูแลแม่ที่โรงพยาบาล รชานนท์เพิ่งรู้ว่าเพ็ญพักตร์ผ่าตัดไส้ติ่งก็รู้สึกเกรงใจบุษบามินตรา ส่วนพิตะวันนั้นไม่อยากพึ่งพาผู้หญิงคนนี้อยู่แล้ว จึงไม่ต้องการขอความช่วยเหลือ

สองสาวพูดจาแขวะกันไปมา ต่างคนต่างไม่ยอมเพราะบุษบามินตรารู้ไส้รู้พุงพิตะวันแต่ไม่เคยพูดให้ใครฟัง แต่เมื่อพิตะวันแหลมมาก่อนเธอก็ไม่ยอมเหมือนกัน

เมื่อพิตะวันไม่มีที่ไป รชานนท์ตัดสินใจพาเธอไปอยู่คอนโดที่เขาเพิ่งซื้อไว้ แต่ไม่ยอมตอบคำถามเรื่องบ้านหลังใหญ่ที่กำลังจะให้ฝรั่งเช่าเพราะไม่ต้องการให้เธอรู้เรื่องส่วนตัว

“คุณอยู่ที่นี่ได้ไหมครับ ยังตกแต่งไม่เสร็จ แต่ก็อยู่ได้สบาย ระบบความปลอดภัยก็แน่นหนา น่าจะปลอดภัยกว่าอยู่โรงแรม”

“อยู่ได้สิคะ ตะวันอยากอยู่คอนโดหรูๆแบบนี้มานานแล้วค่ะ เคยขอคุณแม่มาอยู่คอนโดแบบนี้ ท่านก็ไม่ยอม คือท่านไม่อยากอยู่ห่างตะวัน นี่ก็ดูเหมือนคุณแม่จะไม่อยากให้ตะวันกลับไปเรียนต่อแล้ว”

“น่าเสียดายนะครับ”

“ทำไงได้ล่ะคะ คุณแม่บอกว่ายอม...จะใช้ทุนกี่สิบล้านก็ได้ ขอแค่ตะวันอยู่ใกล้ท่าน แล้วก็แต่งงานมีหลานน่ารักๆให้ท่านเลี้ยงน่ะค่ะ”

พิตะวันยิ้มหวานเหมือนจะบอกเป็นนัยๆว่าคนที่อยากแต่งด้วยคือรชานนท์ แต่ชายหนุ่มไม่ได้สนใจ ตามองนาฬิกาข้อมืออยู่ตลอดเวลาจนเธอท้วงขึ้นอย่างงอนๆ

“คุณรชานนท์ไม่สนใจที่ตะวันพูดเลยนะคะ”

“ขอโทษทีครับ เดี๋ยวผมต้องไปเยี่ยมคุณแม่คุณมิ้นต์”

“อ้าว! แล้วคุณรชาไม่อยู่เป็นเพื่อนตะวันที่นี่เหรอคะ”

“เอาเป็นว่าผมยกห้องนี้ให้คุณชั่วคราวก็แล้วกัน อยู่ให้สบายนะครับ” รชานนท์เอากุญแจห้องใส่มือพิตะวันก่อนจะเดินออกไป พิตะวันเลยฝันค้าง โทร.ตามสถินีมาพบเพื่อหารือ

สถินีมาเห็นสภาพคอนโดหรูก็ทึ่งในฝีมือเพื่อนสาว “ต้องยกนิ้วให้แกเลยนะ ไปอ้อนเขานิดเดียวเขาก็ยกคอนโดหรูใหม่เอี่ยมให้แกมาอยู่แล้ว”

“แต่เขาก็ไม่มาอยู่กับฉัน”

“ใจเย็นสิ ไม่มาวันนี้ พรุ่งนี้เขาก็ต้องมา”

“แต่ฉันไม่มีเวลามากขนาดนั้น อย่าลืมสิว่า ถ้าคุณรู้เรื่องว่าฉันหลอกใครต่อใครไว้ยังไง ฉันต้องตายแน่ๆ”

“แกไม่ตายง่ายๆหรอกพิตะวัน ผู้หญิงสวยๆ มีเสน่ห์อย่างแก ไม่มีผู้ชายคนไหนใจแข็งอยู่ได้หรอก”

“แต่คุณรชานนท์ไม่เหมือนผู้ชายคนอื่น แล้วฉันยังมีนังเด็กลูกครึ่งกับนังมิ้นต์เป็นมารขัดขวางด้วย นี่ถ้าแม่มันไม่เข้าโรงพยาบาลคุณรชานนท์ก็ต้องอยู่ที่นี่กับฉัน”

“งั้นแสดงว่าคุณมิ้นต์กับคุณรชานนท์ก็ต้องสนิทกันมากน่ะสิ”

“แล้วแกจะพูดย้ำให้ฉันคิดมากทำไมเนี่ย”

“ฉันก็แค่แปลกใจ ไหนแกเคยบอกว่าแต่ก่อนเขาไม่ถูกกันไง”

“ไม่มีผู้หญิงคนไหนกล้าปฏิเสธคุณรชานนท์หรอก นังมิ้นต์มันคงทำเยอะเรียกร้องความสนใจมากกว่า สถินี แกช่วยคิดหน่อยสิ ฉันจะทำยังไงต่อไปดี”

สถินีชำเลืองมองโทรศัพท์มือถือพิตะวันที่วางอยู่บนโต๊ะสั่นเป็นเจ้าเข้าอย่างรำคาญ บอกให้เพื่อนรับสายเสียที แต่พิตะวันไม่รับเพราะไม่ใช่เบอร์ที่เมมไว้ กลัวจะเป็นคนโทร.เข้ามาด่า

“พวกเขารู้รึยังเหอะว่าแกหนีออกมา”

“รู้สิ คนอย่างนังแตงไม่มีวันปล่อยโอกาสที่จะทำลายฉันหรอก”

สถินีพยักหน้าเข้าใจก่อนจะมองโทรศัพท์ที่หยุดสั่น เห็นว่าสายนั้นโทร.เข้ามาหลายครั้ง

“วางไปแล้ว เขาโทร.มาหลายครั้งเลยนะ แกไม่อยากรู้เหรอว่าเป็นใคร”

พิตะวันนิ่วหน้าสงสัย อยากรู้เหมือนกันว่าเป็นใคร?

ooooooo

ภิทูรนั่นเอง เขาเพิ่งลงเครื่องที่สนามบินสุวรรณภูมิพร้อมรวิศ เขาอยากเจอพิตะวันเหลือเกินแต่ติดต่อไม่ได้ รวิศสงสารอาสาจะให้บุษบามินตราช่วยบอกพิตะวันให้เพราะสองคนนั้นเป็นไฮโซคงต้องออกงานเจอกันบ้าง

ภิทูรบ่นเป็นห่วงพิตะวัน รวิศกระเซ้าว่าห่วงตัวเองก่อนดีกว่า เราควรหาที่นอนพักผ่อนแล้วค่อยคิดว่าจะทำยังไงต่อ แล้วชวนภิทูรไปพักที่บ้านแต่เขาปฏิเสธ ขอพักโรงแรมสะดวกกว่า

“แหม...เผื่อพิตะวันมาหาจะได้สวีตกุ๊กกิ๊กกันล่ะสิ”

“ตะวันไม่ใช่ผู้หญิงแบบนั้นสักหน่อย”

“ผมแซวพี่ไปงั้นเองแหละ”

“นี่ถ้าพี่ได้มีโอกาสพบกับคุณแม่ของเขา พี่จะขอท่านคบกับตะวันอย่างจริงจัง นายว่าดีไหม”

“เอาให้เจอตัวเขาก่อนดีกว่าพี่”

สองหนุ่มต่างวัยลากกระเป๋าเดินทางแยกย้ายกันไป พอได้ขึ้นรถแท็กซี่รวิศก็รีบโทร.หาบุษบามินตรา หญิงสาวเซอร์ไพรส์มากเมื่อรู้ว่าแฟนหนุ่มมาเมืองไทย ก่อนจะบอกว่าตนดูแลแม่อยู่โรงพยาบาล รวิศเลยเปลี่ยนเส้นทางจากไปบ้านมาโรงพยาบาลแทน

เพ็ญพักตร์ปลอดภัยหลังผ่าตัดไส้ติ่ง ช่วงเวลานี้เองทำให้สองแม่ลูกที่ไม่ค่อยลงรอยสามารถพูดคุยกันดีๆ และปรับความเข้าใจกันได้ รชานนท์มาเยี่ยมแล้วรู้เห็น ก็ยินดีกับทั้งคู่...ตอนเขาจะกลับ บุษบามินตราตามออกมาส่งหน้าห้อง ระหว่างนี้รวิศมาถึงพอดี เห็นสองคนจับมือกันก็อดคิดมากไม่ได้

รชานนท์จับมือให้กำลังใจบุษบามินตรา แต่ลึกๆรู้สึกหวั่นไหวกับความน่ารักตรงไปตรงมาของผู้หญิงคนนี้ แต่เมื่อเห็นแฟนเธอมาก็รีบไล่ความรู้สึกนั้นทิ้งแล้วบอกลากลับไป

บุษบามินตราสวมกอดรวิศและทักทายกันด้วยความคิดถึง ก่อนจะสังเกตสีหน้าเขาเหมือนมีเรื่องไม่สบายใจ ถามอย่างอาทรว่าเป็นอะไร

“ก็แค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย มิ้นต์อย่าสนใจเลย”

“จะไม่สนใจได้ยังไง วิศเป็นเพื่อนคนสำคัญที่สุดของมิ้นต์”

“ตกลงว่าตอนนี้วิศเป็นแค่เพื่อนเหรอ วิศรู้ว่าไม่ควรถามตอนนี้ แต่มันอดถามไม่ได้จริงๆ”

“อย่าบอกนะว่าคิดมากเรื่องคุณรชานนท์”

“แล้ววิศควรคิดมั้ย”

“วิศเป็นคนงี่เง่ารึเปล่าล่ะ”

“แต่ก่อนไม่ แต่ตอนนี้ดูท่าจะมีเชื้อหน่อยๆ”

“งั้นก็รีบไปฉีดยาซะ เชื้องี่เง่าจะได้หาย มิ้นต์รู้ว่าวิศไม่ได้นั่งเครื่องบินมาเกือบๆ 6,000 ไมล์ เพื่อมาทำตัวงี่เง่าแบบนี้”

“งั้นมิ้นต์ก็บอกวิศว่ามิ้นต์ยังเหมือนเดิม”

“จะว่าเหมือนก็ไม่ได้ เพราะมิ้นต์ว่ามิ้นต์สวยขึ้น” เธอพูดเล่นจนรวิศหายเครียด ยิ่งได้ยินคำยืนยันว่าเธอยังเหมือนเดิม ส่วนรชานนท์เป็นแค่เพื่อน รวิศก็ยิ้มได้

ooooooo

พิตะวันหายไปจากบ้านตั้งแต่เช้ายันค่ำแล้วยังไม่มีวี่แววว่าจะกลับมา เจริญศรีหงุดหงิดโมโหมาก อาละวาดใส่ยี่สุ่นกับลำพูเสียงดังลั่น

“สรุปก็ไม่มีใครรู้ว่านังพิตะวันหายไปไหน ทำไมคนในบ้านนี้มันถึงได้โง่ขนาดนี้”

“คุณเองก็ไม่รู้เหมือนกันไม่ใช่เหรอคะ”

“ก็ถ้ารู้ฉันจะถามพวกแกทำไม”

“ขนาดคุณเป็นเจ้านาย คุณยังไม่รู้เลย แล้วขี้ข้าอย่างพวกเราจะรู้ได้ยังไงล่ะคะ”

“นี่!! ฉันไม่มีเวลามาฟังคำยอกย้อนของแกนะ ฉันต้องจัดการนังพิตะวัน อีคนเนรคุณ รีบชิงหนีออกจากบ้านไปแบบนี้ไม่รู้ขโมยข้าวของของคุณพี่ไปรึเปล่า ตกลงนี่พวกแกได้ขึ้นไปเช็กรึยัง”

“จะเอากุญแจที่ไหนไปเปิดห้องล่ะคะ กุญแจอยู่ที่พี่ตะวัน”

“คุณพี่น่ะอะไรๆก็นังตะวัน เป็นไงล่ะ โดนมันหลอกเอานามสกุลไปใช้ ให้มันแอบอ้างว่าตัวเองเป็นแม่ สมน้ำหน้า นี่ถ้ารู้เรื่องนี้คงปรี๊ดแตกทั้งบ้าน”

“แล้วทำไมคุณไม่โทร.ไปฟ้องล่ะคะ เรื่องแบบนี้ไม่น่าพลาด”

“คิดว่าฉันไม่โทร.เหรอ โทร.จนมือจะหงิก แต่สัญญาณไม่มี ไม่รู้ว่าคุณพี่ไปอยู่แห่งหนตำบลไหนถึงได้กันดาร สัญญาณมือถือไม่มีขนาดนั้น”

“คงต้องไปถามพี่ตะวันแหละค่ะ เพราะพี่ตะวันเป็นคนเดียวที่รู้ว่าคุณผู้หญิงไปไหน”

“นี่นังลำพู ฉันไม่ได้ถาม แค่บ่น แล้วก็ไม่ต้องเอ่ยชื่อนังตะวันให้ฉันได้ยินบ่อยๆ แสลง!! จะอ้วก!!”

ยี่สุ่นกับลำพูมองหน้ากันเซ็งๆ แล้วทำท่าจะลุกขึ้นขอตัวไปนอนเพราะอยู่ไปก็ช่วยอะไรไม่ได้ แต่กลายเป็นโดนเจริญศรีตวาดแว้ดใส่อีก

“ไม่ได้!! พวกแกต้องอยู่ที่นี่จนกว่าจะลากนังตะวันกลับมาให้ฉันด่าให้ได้ ไม่อย่างนั้นฉันบอกคุณพี่ว่าพวกแกสมคบกับมัน รับรองคุณพี่ไล่พวกแกออกแน่”

สองคนรับใช้เซ็งหนักเข้าไปอีก หลังจากนั้นยี่สุ่นก็เพียรโทร.ถึงตะวันไม่หยุดหย่อน...สถินีที่ยังอยู่กับพิตะวันเห็นแล้วรำคาญ บอกเพื่อนให้รับสายเสียที โทร.มาจิกเป็นร้อยครั้งแบบนี้สงสัยที่บ้านมีคนตาย

ไม่ว่าสถินีจะหว่านล้อมยังไงพิตะวันก็ไม่ยอมรับสาย จนสุดท้ายสถินีต้องรับเอง พอเธอกดรับปุ๊บแต่ไม่ทันจะพูดฮัลโหล เสียงเจริญศรีดังแหวแหวกอากาศราวกับเปิดสปีกเกอร์โฟน

“รับได้แล้วเหรอ อีนังตอแหล แกคิดว่าหนีออกจากบ้านฉันจะตามเอาเรื่องแกไม่ได้รึไงนังตะวัน เอ๊ะหรือ ฉันต้องเรียกว่าคุณพิตะวันเหมือนที่แกไปเที่ยวหลอกใครต่อใคร นี่ถ้าลูกแตงไม่ไปเรียนที่อังกฤษก็คงไม่มีใครรู้วีรกรรมที่แกทำเอาไว้”

สองสาวเหวอรับประทาน ตกใจแทบฟังไม่ทัน ขณะที่เจริญศรียังด่าต่อไปไม่หยุดหย่อน

“แกคิดยังไงถึงกล้าไปหลอกว่าตัวเองเป็นลูกสาวสุดที่รักของคุณพี่อินทนิล กล้าเอาตระกูลสัจจามาตย์ไปเกลือกกลั้วกับคนชั้นต่ำอย่างแก หรือว่าแกลืมว่ากำพืดจริงๆของแกคืออะไร ฉันจะย้ำให้ก็ได้นะ แกมันก็แค่นังตะวันห้าพันบาท ลูกที่พ่อแม่ขายให้มาเป็นคนใช้เขาเท่านั้นแหละ ฉันไม่รู้ว่าแกเอานามสกุลสัจจามาตย์ไปใช้ประโยชน์อะไรบ้าง แต่ฉันจะบอกให้รู้ว่าแกจะไม่มีวันได้ใช้นามสกุลสัจจามาตย์อีกแล้ว ฉันจะบอกคุณพี่ให้แจ้งความจับแก แล้วก็จะแฉให้คนทั้งโลกเห็นถึงความตอแหลของแกด้วย รับรองว่าแกไม่มีวันได้ไปผุดไปเกิดแน่นังตะวัน”

พิตะวันสุดทนตัดสายหนีดื้อๆ เจริญศรียิ่งโกรธมาก อาฆาตมาดร้ายจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ขณะเดียวกันพิตะวันเองก็แค้น ไม่ยอมให้อีกฝ่ายทำร้ายตนง่ายๆ

“แกจะทำอะไร” สถินีสงสัย

“ยกนี้ไม่ใช่ฉันทำ แต่แกจะต้องเป็นคนทำ”

สถินีชะงักไปนิดก่อนจะยิ้มอย่างเข้าใจ สองคนตีมือกันเชื่อมั่นว่าศึกนี้กับเจริญศรี ไม่มีวันแพ้แน่!

ooooooo

เช้าวันถัดมา รชานนท์ขับรถไปหาอลิสาที่ต่างจังหวัดโดยอาศัยจีพีเอสบอกเส้นทาง...การมาของเขาทำให้อลิสากับอินทนิลประหลาดใจ

เหตุผลที่เขาบอกอลิสาคืออยากทำประโยชน์ให้คนอื่นบ้าง แต่ความจริงคือเหงาและรู้สึกโดดเดี่ยว อลิสากับเดวิดยินดีที่มีผู้ร่วมทีมเพิ่ม เพราะเด็กๆยังต้องการความช่วยเหลืออีกมาก ทั้งเรื่องความเป็นอยู่ที่แร้นแค้นและโอกาสทางการศึกษาแรกๆที่อินทนิลมาอยู่ก็ออกอาการรังเกียจ ไม่ให้ความร่วมมือแถมเหยียดคนจน แต่พออยู่ไปก็ค่อยๆซึมซับความเป็นคนดีมีน้ำใจจากหลานสาวจนเปลี่ยนความคิดตัวเองได้ กลายเป็นเห็นอกเห็นใจคนอื่นที่ด้อยกว่า ซึ่งอลิสาดีใจมากและถือเป็นนิมิตหมายที่ดี เธอเชื่อว่าไม้แก่ไม่ได้ดัดยากไปเสียทุกต้น...

ทางด้านพิตะวันที่ไหว้วานสถินีเล่นงานเจริญศรีในเพจดัง “เจ๊แสบแซ่บไฮโซ” ไม่ช้าไม่นานก็สำเร็จลุล่วง มีคนเข้ามากดไลค์มากมาย หลังอ่านเจ๊แสบวิจารณ์ล้วงลึกข้อมูลเจริญศรีว่าเป็นไฮโซถังแตก โดนแฉแหลกทั้งเรื่องครอบครัวที่แตกแยก ทุกวันนี้ไม่มีจะกินแต่ยังทำตัวจมไม่ลง ลามไปถึงกีรติสุดาที่หยิบโหย่งและเรียนไม่เก่ง

แน่นอนว่างานนี้เจริญศรีกับกีรติสุดาอับอายขายหน้า เพราะเรื่องที่เจ๊แสบขุดมานั้นเป็นจริงทั้งหมด สองแม่ลูกแม้จะอยู่กันคนละประเทศ แต่โลกโซเชียลที่ไร้พรมแดนก็ทำให้ทั้งคู่ไม่กล้าออกไปเชิดหน้าในสังคมได้เหมือนเดิม แถมที่กีรติสุดาเคยด่าประจานพิตะวันในไอจีก็ทำให้ผู้คนที่ยังชื่นชมพิตะวันหันมาเกลียดชังและไม่เชื่อถือในตัวเธอ ซึ่งในจำนวนนี้มีแก๊งอัญย่ารวมอยู่ด้วย...

พิตะวันสะใจมาก ขณะที่สถินีเชื่อว่าสองแม่ลูกน่าจะเลิกยุ่งเรื่องของพิตะวันไปอีกพักใหญ่ เพราะเรื่องของตัวเองยังเอาตัวไม่รอด แล้วก็ถึงเวลาที่พิตะวันต้องทำภารกิจสำคัญให้สำเร็จ

“แน่นอน คุณรชานนท์มาหาฉันเมื่อไหร่ เขาไม่รอดแน่”

หลังจากนั้นพิตะวันไล่สถินีกลับไปแล้วบรรจงเลือกชุดสวยเซ็กซี่ไว้ใส่เพื่อรอต้อนรับรชานนท์ พอได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือดังก็ตะลีตะลานกดรับโดยไม่ได้มอง คิดว่าเป็นคนที่รอคอยแน่ๆ แต่เสียงที่พูดมากลับทำให้เธอชะงักด้วยความตกใจ

“พี่ภิทูร!” หลุดปากไปแล้วมองเบอร์โทร.ก็ยิ่งแปลกใจ “นี่มันเบอร์เมืองไทยนี่คะ”

“ใช่...ตอนนี้พี่มาหาตะวันที่เมืองไทยแล้ว”

พิตะวันช็อกหนักถึงกับพูดไม่ออกไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมรับว่าตกใจ ถามเสียงหวานว่าพี่มาเมืองไทยทำไม

“พี่คิดถึงตะวัน อยากเจอตะวัน”

“แหม...แต่พี่ภิทูรก็น่าจะบอกตะวันก่อนนะคะ ตอนนี้ตะวันมาทำธุระกับคุณแม่ที่ต่างจังหวัด กว่าจะกลับก็คงอาทิตย์หน้า”

“นี่หมายความว่าเราจะไม่ได้เจอกันเหรอครับ”

“ก็ตะวันมาธุระจริงๆ พี่ภิทูรอย่าโกรธนะคะ”

“พี่ไม่เคยโกรธตะวันอยู่แล้ว พี่เข้าใจ งั้นพี่จะรอจนกว่าตะวันจะกลับมานะครับ”

“ค่ะ แค่นี้ก่อนนะคะ คุณแม่เรียกตะวันแล้ว”

“ครับ...พี่รักแล้วก็อยากเจอตะวันมากนะครับ”

“ค่ะ ตะวันก็อยากเจอพี่ภิทูรเหมือนกัน” พูดเสร็จเธอรีบวางสายด้วยความเซ็ง บ่นอุบว่าอุตส่าห์หนีมาอยู่ที่นี่แล้วยังจะตามมาอีก...

ooooooo

เมื่อภิทูรมาหาบุษบามินตราที่โรงพยาบาลพร้อมกับรวิศแล้วเล่าเรื่องที่เพิ่งคุยกับพิตะวันให้ฟัง บุษบามินตรารู้ทันว่าพิตะวันโกหกแต่พูดไม่ได้ แกล้งถามภิทูรว่าพิตะวันบอกหรือเปล่าว่าไปธุระอะไรที่ต่างจังหวัด

“พี่ไม่ได้ถามละเอียดขนาดนั้นหรอกครับ ตะวันไม่ชอบให้ถามอะไรจุกจิก”

“พี่ภิทูรนี่เป็นแฟนที่แสนดีจริงๆ เชื่อพิตะวันทุกอย่าง”

“ถ้าไม่เชื่อแฟนแล้วจะให้เชื่อใครล่ะครับ”

“นั่นสิ ทำไมเหรอ มิ้นต์พูดเหมือนรู้อะไร” รวิศแทรกขึ้นมาทำให้ภิทูรพลอยสงสัยไปด้วย

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ มิ้นต์ก็พูดไปเรื่อยเปื่อย พี่ภิทูรอย่าสนใจคำพูดมิ้นต์เลยนะคะ แล้วคิดรึยังว่าจะไปเที่ยวไหนกันบ้าง”

“พี่ภิทูรแค่อยากมาหาพิตะวัน ไม่ได้อยากมาเที่ยวอยู่แล้ว”

ยิ่งได้รู้แบบนี้บุษบามินตรายิ่งรู้สึกสงสารภิทูร คะยั้นคะยอให้เที่ยวพักผ่อนบ้าง ตอนนี้แม่ของตนอาการไม่น่าห่วงแล้วตนขอพาเขาเที่ยวเอง

“เอาที่คุณมิ้นต์สะดวกเลยครับ พี่ยังไงก็ได้”

“แต่วิศเนี่ย เรื่องกิน เรื่องเที่ยว ว่างตลอดนะคร้าบ” รวิศลากเสียงอย่างขี้เล่น คนฟังเลยพากันขำ แต่แล้วรวิศต้องชะงัก รีบลุกขึ้นยกมือไหว้วาสน์ที่เดินเข้ามา ท่าทางน่าเกรงขามของวาสน์ทำให้รวิศเกร็งและกลัว ขณะที่บุษบามินตราฉีกยิ้มแนะนำตัวสองหนุ่มทันที

“ทุกคนคะ นี่คุณพ่อมิ้นต์ค่ะ...คุณพ่อคะ นี่รวิศกับอาจารย์ภิทูร เพื่อนมิ้นต์ที่อังกฤษเขามาเที่ยวเมืองไทย ก็เลยแวะมาเยี่ยมคุณแม่ด้วย”

วาสน์มองสำรวจรวิศตั้งแต่หัวจดเท้าอย่างละเอียด จนรวิศที่เกร็งอยู่แล้วยิ่งรู้สึกเกร็งหนักขึ้นไปอีก คุยกันไม่กี่คำจึงขอตัวลากลับไปพร้อมภิทูร บุษบามินตราสังเกตเห็นพ่อจับตารวิศก็แซวว่าจะสำรวจอะไรเขานักหนา

“คนนี้ไม่ใช่เหรอที่ลูกคบอยู่ พ่อก็ต้องดูให้ละเอียด หน่อย”

“แล้วโอเคไหมคะ”

วาสน์ยิ้มไม่ตอบ เดินนำลูกสาวเข้ามาในห้องที่เพ็ญพักตร์เพิ่งตื่นได้ไม่นาน บุษบามินตรายังตื๊อจะเอาคำตอบจากพ่อว่ารวิศเป็นยังไงบ้าง

“ว่าที่ด็อกเตอร์ด้านเศรษฐศาสตร์ที่มีผลการเรียนดีเยี่ยมมาตลอด ครอบครัวข้าราชการไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย ท่าทางก็ดูดี ถึงแม้จะดูแหยๆไปหน่อย”

“แหยอะไรล่ะคะ ก็พ่อไปเก๊กมาดรัฐมนตรีขนาดนั้น ใครๆเขาก็ต้องกลัว”

“ก็ถ้าตัดเรื่องแหย เขาก็เป็นผู้ชายที่ดีมีอนาคต”

“สรุปว่าผ่าน”

“ของแบบนี้มันผ่านพ่อคนเดียวไม่ได้ ต้องผ่านแม่ด้วย...คุณว่ายังไง”

วาสน์ถามความเห็นเพ็ญพักตร์...แต่แล้วคำตอบของเธอก็ทำให้บุษบามินตราหน้าเสีย เพราะแม่ยืนยันเสียงแข็งว่าคนที่ลูกจะแต่งงานด้วยคือรชานนท์คนเดียวเท่านั้น

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“มิกค์-มิน” นำทีมบวงสรวง “สะใภ้อิมพอร์ต” ลงจอ 28 ม.ค.นี้

“มิกค์-มิน” นำทีมบวงสรวง “สะใภ้อิมพอร์ต” ลงจอ 28 ม.ค.นี้
17 ม.ค. 2563
17:47 น.