ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

มายา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ภิทูรรักปักใจแต่พิตะวันคนเดียว เมื่อเธอกลับเมืองไทยแล้วขาดการติดต่อ ยิ่งทำให้เขาหงอยเหงาเศร้าหมองแทบไม่เป็นอันทำอะไร

มรกต รวิศ อัญย่า แสงอรุณ สุธี ต่างพากันเป็นห่วงภิทูรที่วันทั้งวันเอาแต่นั่งจ้องโทรศัพท์รอว่าเมื่อไหร่พิตะวันจะโทร.หรือไลน์กลับมา ที่สุดรวิศทนดูไม่ได้ นำตั๋วการแสดงเดี่ยวไวโอลินที่มหาวิทยาลัยสองใบมาให้ภิทูรชวนใครสักคนไปดูจะได้เลิกหงอยเหงาสักที

ภิทูรทำท่าจะปฏิเสธ แต่รวิศไม่เปิดโอกาส รีบเตือนว่าพี่ต้องหาความสุขให้ตัวเองบ้าง นั่งเหงาจนคนอื่น หงอยกันไปหมด

“แล้วนายจะให้พี่ชวนใครไป”

“ใครก็ได้ครับพี่ แต่ไม่ใช่ผม เพราะผมต้องอ่านหนังสือเตรียมสอบ”

ภิทูรคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนกลับเข้าไปร่วมวงกินอาหารไทยกับพวกมรกต กินเสร็จก็เลียบเคียงชวนมรกตไปดูการแสดงไวโอลิน มรกตดีใจตอบรับด้วยรอยยิ้ม

แต่เมื่อเขาพาเธอไป เขากลับพูดถึงแต่พิตะวันจนมรกตหมดสนุก เดินหนีไปอย่างทำใจไม่ได้ ภิทูรรู้ว่าตัวเองพลาดก็หน้าเจื่อน พอรวิศโทร.มาถามมรกตว่าเป็นยังไงบ้าง ไปเที่ยวสนุกไหม มรกตเลยระบายให้ฟังด้วยความเซ็งสุดขีด

ด้านภิทูรที่รู้สึกผิดต่อมรกต กลับถึงที่พักก็ตั้งใจจะโทร.หาเธอ แต่พอดีพิตะวันโทร.เข้ามาเสียก่อน เขารีบกดรับด้วยความดีใจ ถามอีกฝ่ายว่าเป็นยังไงบ้าง พิตะวันนั่งบนเตียงภายในห้องนับเงินที่มีอยู่ไม่มาก ตอบกลับมาเสียงหวาน

“ก็เรื่อยๆค่ะ อยากกลับไปอังกฤษเต็มที พี่ภิทูรล่ะคะสบายดีรึเปล่า ตะวันเข้าไปอ่านในเฟซบุ๊กพี่ไม่ค่อยสบายเหรอคะ ตะวันเป็นห่วงนะ”

“งั้นตะวันก็รีบดูแลคุณแม่ให้หาย แล้วกลับมาดูแลพี่นะครับ”

“ตะวันก็อยากจะไปค่ะ แต่ตอนนี้ตะวันทะเลาะกับคุณแม่หนักมากเลยค่ะ”

“ทะเลาะกันเรื่องอะไรเหรอครับ”

“ก็เรื่องตะวันอยากจะกลับไปอังกฤษนี่แหละค่ะ ตะวันพูดมากจนคุณแม่โมโห ท่านกลัวว่าตะวันจะหนีท่านไปก็เลยตัดบัตรเครดิต ยึดเงินในธนาคารของตะวันหมดเลยค่ะ”

“แล้วตะวันทำยังไงล่ะครับ”

“ตะวันก็แย่น่ะสิคะ คอลเลกชั่นกระเป๋าใหม่ก็กำลังจะออกหลายแบรนด์ด้วย ถ้าตะวันไม่ได้ซื้อคงเสียดายแย่ พี่ภิทูรจะลำบากไหมคะถ้าตะวันจะขอเงินพี่ก่อน ถ้าคุณแม่ใจอ่อนยอมคืนเงินตะวันเมื่อไหร่ ตะวันจะรีบโอนคืนทันที”

“ไม่ต้องคืนหรอกครับ ถือว่าพี่ซื้อให้ตะวัน เวลาตะวันถือกระเป๋าจะได้คิดถึงพี่”

“แต่มันแพงมากนะคะ”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ถ้ามันทำให้ตะวันมีความสุข พี่ก็มีความสุขไปด้วย”

พิตะวันยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ได้เงินใช้อย่างง่ายดาย กล่าวขอบคุณภิทูรแล้วหยอดคำหวานว่ารักเขามากที่สุด

“พี่ก็รักตะวันมากๆเหมือนกัน”

“งั้นเดี๋ยวตะวันส่งราคากระเป๋าไปนะคะ แล้วพี่ภิทูรจะโอนให้ตะวันเลยไหมคะ คือตะวันอยากรีบไปซื้อพรุ่งนี้”

“ไม่มีปัญหาครับ เดี๋ยวพี่โอนให้ตะวันเดี๋ยวนี้เลย”

ไม่กี่อึดใจเสียงไลน์ดังเข้ามา ภิทูรเห็นรูปกระเป๋าพร้อมราคาเกือบแสนที่พิตะวันส่งมาให้ก็อึ้งเล็กน้อย แต่เพื่อคนที่ตนรัก เขายินดีเป็นผู้ให้ รีบจัดการโอนเงินให้เธอทันที

ooooooo

ไม่ทันข้ามวันพิตะวันก็ได้กระเป๋าหรูใบใหม่กลับมาบ้าน พร้อมถุงเสื้อผ้าของใช้อีกหลายอย่าง ขณะจะเดินผ่านศาลานั่งเล่นเห็นอลิสาคุยโทรศัพท์ด้วยภาษาอังกฤษ หน้าตายิ้มแย้มมีความสุข จึงย่องมาแอบฟัง

อลิสาไม่รู้ตัว กระทั่งวางสายแล้วหันมาเห็นพิตะวันก็สะดุ้งนิดหน่อยก่อนส่งยิ้มหยิบยื่นไมตรี พิตะวันทำทีถามอาการบาดเจ็บจากตกเวทีงานประมูล อลิสาบอกว่าไม่เป็นไรแล้ว ตนรู้ว่าเธอไม่ได้ตั้งใจ มันเป็นอุบัติเหตุ

“แล้วเมื่อกี้คุยโทรศัพท์กับใครคะ เสียงหวานเชียว แฟนรึเปล่าคะ”

“อ๋อ...เดวิด วอลเลซ เป็นเพื่อนเรียนที่เดียวกันกับอลิสา เราสนิทกันเพราะชอบทำกิจกรรมเหมือนๆกัน นี่เขาก็กำลังจะไปเป็นอาสาสมัครสอนหนังสือเด็กที่แอฟริกา ก็เลยอยากชวนอลิสาไปด้วย”

“แต่ท่าทางคุณอลิสาคงไปไม่ได้”

“ค่ะ อลิสากำลังกลุ้มใจเรื่องนี้อยู่พอดี จริงๆอลิสาต้องกลับไปเรียนต่อให้จบ ถ้าคุณป้าไม่ยอมให้กลับอลิสาก็คงจบช้ากว่าเพื่อนๆ พี่ตะวันเป็นนักเรียนทุนก็ต้องกลับไปเรียนต่อใช่ไหมคะ ไม่งั้นโดนปรับแย่”

“คุณเขาไม่สนใจอะไรหรอกค่ะ ถ้าคุณบอกว่าไม่ก็คือไม่”

“คุณป้าไม่น่าจะเป็นคนไม่มีเหตุผลขนาดนั้น”

“คุณอลิสาก็ลองไปพูดสิคะ ถ้าขอได้คุณก็จะได้กลับไปเรียนต่อ แล้วก็ได้ไปช่วยเหลือเด็กที่แอฟริกากับเพื่อนด้วย”

“จริงด้วยสิ ขอบคุณพี่ตะวันมากนะคะ” พูดจบอลิสารีบออกไปทันที พิตะวันยิ้มย่องพอใจ ภาวนาขอให้สำเร็จอลิสาจะได้ไปให้พ้นจากบ้านนี้

ปรากฏว่าไม่สำเร็จ อินทนิลโวยวายไม่ยอมให้อลิสาไปไหนอย่างเด็ดขาด ส่วนพิตะวันหากต้องเสียค่าปรับ ก็ให้กลับไปเรียนให้จบจะได้หมดปัญหา แต่ตนไม่ออกเงินค่าใช้จ่ายให้สักบาท พิตะวันต้องดิ้นรนไปเอง

อลิสาอ้อนวอนว่าตนอยากเรียนจบพร้อมเพื่อนๆที่อังกฤษ อินทนิลไม่ตกลง บอกให้โอนหน่วยกิตมาเรียนต่อที่เมืองไทย แต่อลิสายังดึงดัน ป้าเลยตัดพ้อหน้าเศร้า

“แล้วอลิสาจะทิ้งป้าเหรอ ป้าแก่แล้ว อยู่ตัวคนเดียวไม่มีใคร ยิ่งถ้าอีนังตะวันมันไปด้วยแล้วป้าจะอยู่กับใคร”

“อลิสาจะกลับไปแค่เรียนจบ แล้วก็จะกลับมาหาคุณป้าอีก”

“ป้าไม่เชื่อหรอก ใครๆไปแล้วก็ทิ้งป้ากันไปหมด อลิสาก็จะทิ้งป้าไปเหมือนพ่อของหลาน อลิสาไม่รักป้า”

“ไม่ใช่อย่างนั้นนะคุณป้า”

“เอาเถอะ ถ้าอลิสาอยากจะไปก็ไปเถอะ ไปกันให้หมดเลย ไม่ต้องมีใครอยู่กับป้าแล้ว ให้ป้าอยู่ตัวคนเดียว จะเจ็บป่วยแก่ตายในบ้านไม่มีใครรู้ก็ช่าง เพราะป้าไม่มีลูกหลานสนใจสักคนอยู่แล้วนี่”

อินทนิลพูดประชดด้วยความเสียใจ อลิสาไม่รู้จะทำยังไงดี ได้แต่ถอนใจอย่างกลัดกลุ้ม

ooooooo

หลังจากนักสืบได้รูปถ่ายรชานนท์กับบุษบามินตราในลักษณะแนบชิดราวกับคู่รัก เพ็ญพักตร์ได้นำรูปนั้นไปลงข่าวโดยมีหม่อมมณีฉายให้การสนับสนุน เพื่อให้ผู้คนรับรู้ว่ารชานนท์มีแฟนแล้ว

แต่คนที่เห็นข่าวนี้แล้วออกอาการอกหักคือรวิศที่อยู่อังกฤษ ยิ่งได้ยินพวกอัญย่าเม้าท์มอยสองคนในข่าวทำนองชู้สาวก็อดหวาดหวั่นไม่ได้ ภิทูรกับมรกตมาช่วยกันปลอบแต่ไม่ทำให้รวิศรู้สึกดีขึ้น

รวิศตัดสินใจส่งอีเมลหาบุษบามินตรา ไม่โกรธและไม่ว่าอะไรหากเธอจะผิดคำสัญญา ตนดีใจถ้าอีกฝ่ายได้เจอคนดีที่รักและคู่ควรตามที่พ่อแม่เธอต้องการ เมื่อบุษบามินตราอ่านอีเมลก็รีบโทร.หารวิศ แต่เขาไม่รับสาย จึงมาต่อว่าแม่ยกใหญ่ แล้วก็ได้ฟังคำพูดเดิมๆของแม่ที่หยิบยกเรื่องราวในอดีตที่ตัวเองลำบากเหนื่อยสายตัวแทบขาดกว่าจะกินดีมีสุขอย่างวันนี้ได้

บุษบามินตราไม่ใส่ใจฟัง ประกาศว่าตนจะไปหารวิศแล้วแต่งงานกับเขา แม่จะได้เลิกยุ่งกับชีวิตตนเสียที เพ็ญพักตร์โกรธมาก ท้าทายลูกสาวให้ดิ้นรนหาทางไปอังกฤษเอง อยากรู้นักว่าไม่มีเงินสักบาทแล้วจะไปได้ยังไง

โดนท้าทายขนาดนี้ บุษบามินตราตัดสินใจนำสร้อยจี้เพชรไปจำนำ แต่ได้ราคาแค่ห้าหมื่นทั้งที่ซื้อมาเกือบ สองแสน เธอจึงเปลี่ยนใจนำสร้อยกลับมาด้วยความเสียดาย

ฝ่ายรชานนท์ที่หลงรักอลิสา พอเห็นรูปถ่ายของตนกับบุษบามินตราที่กลายเป็นข่าวก็รีบมาอธิบายกับอลิสา เพราะกลัวเธอเข้าใจผิด ทั้งที่ความจริงอลิสาไม่ได้คิดอะไรกับเขาสักนิด

พิตะวันต่างหากที่คิด เธอหมั่นไส้บุษบามินตราหาว่าอ่อยรชานนท์เพราะอยากได้ วันนี้เห็นเขามาหาอลิสา พิตะวันหวาดระแวงว่าจะโดนแฉเรื่องของตนที่เป็นแค่คนรับใช้ในบ้านอินทนิล จึงมาแอบฟังครู่หนึ่งก่อนจะถอยฉากออกไปอย่างโล่งอกโล่งใจ

อินทนิลไม่อนุญาตให้รชานนท์พาอลิสาไปกินข้าวข้างนอกจึงขอกินมื้อเที่ยงที่บ้าน อลิสาโชว์ฝีมือทำพาสต้าโดยมีลำพูเป็นลูกมือ ส่วนยี่ปุ่นเฝ้าระวังพิตะวันเพราะรู้เท่าทันว่าเธอชอบผู้ชายคนนี้อยู่

อิ่มหนำสำราญ รชานนท์ขอตัวกลับ พิตะวันยืนมองตามตาละห้อยโดยไม่เห็นอลิสาที่เดินเข้ามาเมียงมองข้างหลัง

อลิสาเข้ามาชวนคุยด้วยดี ก่อนจะบอกว่าคุณป้าอนุญาตให้เธอกลับไปเรียนต่อได้ แทนที่พิตะวันจะดีใจ กลับตอบปฏิเสธว่าตนคงยังไม่กลับไปตอนนี้

“ทำไมล่ะคะ”

พิตะวันนิ่งเงียบไม่ตอบ หันหลังเดินเลี่ยงไปมุมหนึ่ง แล้วแอบมองมายังอลิสาด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์ร้ายกาจ

“เรื่องอะไรฉันจะปล่อยให้แกทำคะแนนกับคุณรชานนท์อยู่คนเดียวล่ะนังอลิสา”

ฝ่ายรชานนท์ที่ขับรถออกจากบ้านอินทนิลมาได้ไม่นาน เขารับสายจากบุษบามินตราที่น้ำเสียงไม่สู้ดี

“คุณอยู่ที่ไหนคะ ออกมาพบมิ้นต์ได้รึเปล่า”

“ขับรถอยู่ครับ คุณมิ้นต์มีอะไรรึเปล่า เสียงคุณดูไม่ค่อยดี”

“มิ้นต์มีเรื่องอยากขอร้องให้คุณช่วย เป็นเรื่องสำคัญมากๆ มิ้นต์จะรอคุณค่ะ”

รชานนท์แปลกใจเพราะปกติเธอไม่เคยขอความช่วยเหลือ เขารับปากเธอด้วยความเต็มใจก่อนเร่งความเร็วรถไปยังจุดนัดหมาย

ooooooo

บุษบามินตรานำสร้อยจี้เพชรมาขายให้รชานนท์เพื่อนำเงินไปเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปอังกฤษ

รชานนท์ยินดีช่วยเหลือตั้งใจเขียนเช็คให้สามแสน แต่คิดมาคิดไปเขาเปลี่ยนใจไม่รับซื้อสร้อยเส้นนี้แต่ขอเดินทางไปอังกฤษกับเธอ โดยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทุกอย่างเอง แล้วให้บุษบามินตราบอกพ่อแม่ว่าตนจะไปติดต่อธุรกิจการค้าและต้องการเธอเป็นผู้ช่วย

ทางด้านกีรติสุดาที่ไปถึงอังกฤษเพื่อเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ปรากฏว่ามีปัญหาเรื่องที่พักจึงต้องมาอาศัยแฟลตที่มรกตอยู่ เพราะที่นี่ยินดีต้อนรับนักเรียนไทยทุกคนที่เดือดร้อนเรื่องนี้ พวกอัญย่ารู้ข่าวพากันตื่นเต้นไม่น้อย อยากเห็นหน้านักศึกษาใหม่

แต่ภิทูรยังไม่รู้เรื่องนี้ เมื่อพิตะวันโทร.มาซักถามหลังจากได้ยินเจริญศรีเล่าให้อินทนิลฟังว่ากีรติสุดาอาศัยอยู่กับคนไทยที่เป็นนางพยาบาลแต่จำชื่อไม่ได้ เขาจึงปฏิเสธว่าไม่มีนักศึกษาใหม่ที่เป็นคนไทย แต่หากพิตะวันมีญาติมาจริงๆ ขอให้บอก ตนจะฝากรวิศกับมรกตดูแลอย่างดี

พิตะวันปฏิเสธเสียงหวาน บอกว่าตนแค่ถามเพื่ออัพเดตว่ามีใครไปใหม่ๆบ้าง ถ้าตนกลับไปเรียนจะได้คุยกับทุกคนรู้เรื่อง ภิทูรได้ยินอย่างนั้นก็ตื่นเต้นดีใจ เฝ้ารอคนรักกลับมาด้วยความคิดถึง

หลังจากได้คำตอบเป็นที่พอใจแล้ว พิตะวันวางสายด้วยความปลอดโปร่งโล่งใจ เพราะเธอกลัวกีรติสุดาได้เจอมรกตกับพวกอัญย่าขาเม้าท์แล้วความลับที่ตนเป็นแค่คนรับใช้ไม่ใช่ลูกคุณหนูไฮโซจะถูกเปิดเผย

ฝ่ายเพ็กพักตร์พอรู้ว่ารชานนท์ชวนบุษบามินตราไปอังกฤษ ตอนแรกก็ตื่นเต้นยินดีเพราะคิดว่ารชานนท์ต้องการใกล้ชิดลูกสาวตนแต่เอาเรื่องงานมาอ้าง จนกระทั่งไปเล่าให้หม่อมมณีฉายฟังถึงได้เอะใจสงสัยว่าอาจถูกหลอกเพราะหม่อมยืนยันว่ารชานนท์ไม่เคยสนใจเรื่องค้าขาย กลับมาถึงบ้านเพ็ญพักตร์จึงให้คนรับใช้คอยจับตาดูบุษบามินตราเป็นพิเศษ

ยังไม่ถึงกำหนดเดินทาง รชานนท์ไปหาอลิสาที่บ้านแต่เจอพิตะวันก่อน เขาอยากคุยกับเธอ แต่ท่าทางพิตะวันหลุกหลิกชอบกลเหมือนไม่อยากเจอ ซึ่งผิดวิสัยของเธอที่เคยเป็น

เหตุผลที่พิตะวันไม่ต้องการคุยกับรชานนท์ก็เพราะกลัวใครในบ้านมาเห็นแล้วความลับแตก แต่กระนั้นก็ยังอดพูดจาใส่ไคล้อลิสาเพื่อให้รชานนท์หมดหวังในตัวเธอ โดยบอกว่าอลิสามีแฟนแล้ว เห็นแชตคุยกันทั้งวัน

ได้ผล! รชานนท์หน้าเสียและบอกลากลับไปโดยยังไม่ได้พบอลิสา ส่วนอลิสาอีกครู่ต่อมาต้องออกจากบ้านไปพร้อมอินทนิลเพื่อกินอาหารไทยโบราณ พิตะวันอยู่ทางนี้แอบเข้าห้องอลิสาเปิดคอมพิวเตอร์ค้นหาการพูดคุยของอลิสากับเดวิด วอลเลซ ก่อนจะทำให้ตัวเองได้เข้ามาเป็นเพื่อนกับหนุ่มฝรั่งคนนั้นด้วย

เจริญศรีเห็นทางสะดวกเพราะอินทนิลกับหลานสาวไม่อยู่ จึงตั้งใจจะเข้าไปขโมยของมีค่าในห้องอินทนิล

แต่ต้องผิดหวังเพราะห้องล็อก เดินก่นด่าออกมาด้วยความโมโหโดยมีสายตาพิตะวันมองตามอย่างขำขันระคนสมเพช

คืนนี้เองรชานนท์มีโอกาสเหมาะพูดคุยกับหม่อมป้าเรื่องการใช้จ่ายเงินมากมายจนไม่เหลือเก็บเข้าบัญชีกองกลาง ทั้งที่บ้านหลังนี้ทรุดโทรมลงทุกวันไม่ได้มีการซ่อมแซม ต่อไปตนขอดูแลทุกอย่างเองเพื่อให้หม่อมป้าได้พักผ่อน อีกอย่างอุดมทนายประจำตระกูลก็แนะนำว่าตนควรดูแลเองเพื่อสะดวกในการทำนิติกรรมต่างๆ

ได้ยินชื่ออุดม...มณีฉายปรี๊ดทันที ใส่ร้ายว่าอุดมไว้ใจไม่ได้ ตอนรชานนท์อยู่เมืองนอกเขาคอยควบคุมเงินทองอย่างไม่โปร่งใส จะเบิกทีก็ลำบาก ไม่รู้ว่าแอบยักยอกไปบ้างหรือเปล่า

“หม่อมป้าเป็นคนจัดการเรื่องเงินแทนผมทุกอย่าง คุณอุดมจะมีสิทธิ์ยุ่งกับเงินของผมได้ยังไง”

“ป้าหมายถึงช่วงก่อนที่ป้าจะมาดูแลน่ะจ้ะ”

“ถ้าช่วงนั้นคุณอุดมมีบัญชีรายรับรายจ่ายที่ชัดเจนถูกต้องครับ ผมตรวจสอบแล้ว แต่หลังจากนั้นต่างหากครับที่ไม่มี”

“นี่เธอกำลังตำหนิป้าเหรอ”

“ไม่ใช่ครับ ผมแค่แจ้งข้อเท็จจริง”

“ทั้งงานบ้าน งานสังคม ไหนจะต้องดูแลเธอ ดูแลตัวเอง ป้าจะมีเวลาที่ไหนทำบัญชีรายรับรายจ่ายอะไรนั่น”

“เพราะอย่างนี้ไงครับ ผมถึงไม่อยากให้คุณป้าต้องเหน็ดเหนื่อยดูแลอีก”

“งั้นก็ตามใจเธอเถอะ ฉันอุตส่าห์ช่วยดูแลทรัพย์สมบัติเธอไว้ เพราะเห็นว่าเป็นหลาน เป็นเด็กกำพร้าไม่มีใครช่วยเหลือ ในเมื่อเธอไม่ต้องการป้าอีกเพราะปีกกล้าขาแข็งก็ตามใจ”

มณีฉายโกรธมากพูดแดกดันรชานนท์ก่อนเดินปึงปังกลับห้องตัวเองแล้วยืนตาขวาง สองมือกำแน่นสบถออกมาด้วยความแค้นใจ

“ไอ้รชานนท์...มาจนถึงวันนี้แล้วคิดจะกันฉันออกจากเงินกองกลางงั้นเหรอ ไม่มีทางหรอก!!”

ooooooo


วันถัดมา เจริญศรีเห็นพิตะวันเอาแต่นั่งเล่นโทรศัพท์มือถือ งานบ้านไม่ยอมทำก็เดินมาเมียงมองก่อนจะฉกฉวยโทรศัพท์มาดูแล้วคาดคั้นว่าเอาเงินที่ไหนมาซื้อของแพงแบบนี้ใช้

“ตะวันบอกคุณแตงไปแล้ว ถ้าคุณอยากรู้ก็ถามคุณแตงเองเถอะค่ะ” พูดแล้วพิตะวันจะเอาโทรศัพท์คืนแต่เจริญศรีไม่ยอมให้

“น้ำหน้าอย่างแกจะเอาเงินมาจากไหนได้ แกหลอกเอาเงินผู้ชายมาใช่ไหม”

“ตะวันจะทำอะไรมันก็เป็นสิทธิ์ของตะวันนะคะ ขอโทรศัพท์ตะวันคืนด้วยค่ะ”

“หรือแกแอบขโมยของคุณพี่เอาไปขาย”

พิตะวันคิดในใจว่าใครกันแน่ที่จะทำแบบนั้น เจริญศรีเห็นอีกฝ่ายเงียบก็ตีความไปเองว่าต้องใช่แน่ๆ เพราะพิตะวันคนเดียวที่เข้าห้องอินทนิลได้

“คุณก็เลยโมโห เพราะคุณก็คิดจะแอบเข้าไปขโมยของในห้องนั้นเหมือนกัน”

เจริญศรีโดนยอกย้อนจนหน้าเสีย กระชากเสียงถามพิตะวันว่าพูดอะไร

“ทำอะไรอย่าคิดว่าไม่มีใครรู้นะคะคุณเจริญศรี”

เจริญศรีโมโหชี้หน้าพิตะวันมือไม้สั่น รีบเอาโทรศัพท์มือถือไปให้อินทนิลดูหวังให้โดนเล่นงาน แต่กลายเป็นตัวเองโดนตำหนิจนจ๋อยสนิทว่าชอบยุ่งวุ่นวายเรื่องคนอื่นทั้งที่ตัวเองยังแบมือขอเงินอินทนิลใช้ แต่พิตะวันรู้จักหาเงินใช้เองได้

“ถ้าคุณพี่ไม่กลัวมันทำเสียชื่อตระกูลสัจจามาตย์ก็ตามใจคุณพี่เถอะค่ะ” เจริญศรีพูดเสร็จก็เดินปึงปังออกไป อินทนิลส่ายหน้าไม่สนใจ ล้มตัวลงนอนอย่างง่วงงุน บอกให้พิตะวันนวดให้ตนด้วย

เจริญศรีหัวเสียกลับมาถึงบ้านตัวเองแล้วยังหันกลับไปมองบ้านใหญ่ของอินทนิลด้วยความเจ็บใจ พอจะก้าวเข้าในบ้านก็ชะงักกับเสียงโทรศัพท์มือถือของตนที่มีสายเรียกเข้า มองดูเบอร์เห็นเป็นลูกสาวคิดว่าจะขอเงินเพิ่มเลยปิดเครื่องหนีหน้าตาเฉย กีรติสุดาพยายามโทร.กลับมาอีกจึงติดต่อแม่ไม่ได้ทั้งที่บ้านและมือถือ ก็เลยหงุดหงิดโมโหเพราะอยากเล่าเรื่องพิตะวันเอานามสกุลสัจจามาตย์มาแอบอ้างหลอกผู้คนที่ลอนดอน

กีรติสุดาเห็นในไอจีพิตะวันและรู้จากพวกอัญย่ากับมรกตที่ยืนยันว่าพิตะวันคือทายาทตระกูลผู้ดีเก่าอย่างสัจจามาตย์ก็รับพฤติกรรมลวงโลกนั้นไม่ได้ แฉแหลกให้ทุกคนฟัง พร้อมกับจะเอาหลักฐานจากแม่ที่เมืองไทยมายืนยัน

แต่ในขณะเดียวกันพิตะวันที่ยังไม่รู้เรื่องนี้ เธอยังคงมุ่งมั่นสร้างภาพเพื่อให้ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ นั่นก็คือได้ลงเอยกับรชานนท์ผู้ร่ำรวย ซึ่งเธอต้องกันอลิสาออกจากหนุ่มในฝันของตนให้ได้ ด้วยการแอบแชตกับเดวิดที่ขอเข้าไปเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊ก แล้วเชิญชวน ให้เขามาเมืองไทยเพื่อช่วยเหลือเด็กกำพร้าที่เดวิดกำลังทำโครงการช่วยเด็กในแถบเอเชียอยู่พอดี

หลังจากชวนเดวิดสำเร็จแล้ว พิตะวันมาชวนอลิสา ไปบริจาคของให้เด็กกำพร้าโดยให้เธอชวนรชานนท์ด้วย แต่ไม่บอกว่าเดวิดจะมา กระทั่งทั้งหมดไปเจอกันที่บ้านเด็กกำพร้า อลิสาเซอร์ไพรส์มากทักทายเดวิดประสาเพื่อนรัก แต่พิตะวันกลับพยายามยัดเยียดให้ทั้งสองเป็นคู่รักกัน แถมยังแอบพูดให้รชานนท์รู้สึกหมดหวังในตัวอลิสา

เสร็จภารกิจที่บ้านเด็กกำพร้า อลิสาอาสาพาเดวิดเที่ยวกรุงเทพฯต่อ เข้าทางพิตะวันอย่างจัง เธอได้นั่งชูคอกลับบ้านกับรชานนท์สองต่อสอง แต่แล้วระหว่างทางมีมารผจญจนได้ บุษบามินตราโทร.หารชานนท์บอกมีธุระด่วนให้เขารีบมาพบ

บุษบามินตราโดนสาวใช้จับได้ว่านัดแนะไปหารวิศ ที่อังกฤษ เพ็ญพักตร์เลยย้อนเกล็ดแกล้งล้มป่วยด้วยโรคหัวใจและตามหมอมาตรวจอาการถึงบ้านอย่างแนบเนียน ลูกสาวหลงกลเพราะเป็นห่วงแม่มาก ยอมทำตามคำแนะนำของหมอที่ไม่ต้องการให้คนป่วยเครียดด้วยการยกเลิกการไปอังกฤษ ขออยู่ดูแลแม่อย่างใกล้ชิด

รชานนท์รับรู้และเข้าใจหน้าที่ของลูกที่ดี แล้วก็เชื่อว่ารวิศต้องเข้าใจในเหตุผลของบุษบามินตราที่ยังไปอังกฤษตอนนี้ไม่ได้...แน่นอนว่ารวิศเข้าใจคนรักแต่ก็อดเศร้าไม่ได้เหมือนกัน จึงคิดจะกลับเมืองไทยหลังสอบเสร็จและตั้งใจชวนภิทูรไปเที่ยวพักผ่อนด้วย

ooooooo

พิตะวันกลับเข้าบ้านด้วยความเซ็ง อยากรู้เหลือเกินว่าบุษบามินตรากับรชานนท์จะไปอังกฤษทำไม แต่ไม่ทันคิดอะไรต่อก็ได้ยินเสียงอินทนิลโวยวายดังลั่นบ้านไม่ยอมให้อลิสาไปช่วยเหลือเด็กในถิ่นทุรกันดารกับพวกจิตอาสา

แต่คราวนี้อลิสาแข็งมากไม่ตามใจคุณป้าเหมือนก่อน อธิบายด้วยเหตุและผลแล้วยืนยันจะไปให้ได้ ถ้าป้าไม่ตกลงตนก็จะกลับอังกฤษไปให้พ้นจากความอึดอัดที่นี่เสียที

ยี่สุ่นกับลำพูคาดไม่ถึงว่าอลิสาที่เรียบร้อยอ่อนหวานเวลาแข็งขึ้นมาก็น่ากลัวเหมือนกัน อินทนิลเองก็คาดไม่ถึง ขณะที่เจริญศรีซึ่งไม่ต้องการให้อลิสาอยู่ที่นี่ก็หว่านล้อมอินทนิลให้ปล่อยหลานคนนี้กลับอังกฤษ เพราะยังมีหลานน่ารักคนอื่นอีก แต่ไม่สำเร็จเพราะอินทนิลยึดมั่นถือมั่นว่าตนมีหลานแท้ๆแค่คนเดียวคืออลิสา

พิตะวันแอบฟังอยู่ตลอด ถือโอกาสนี้เข้ามาแสดงความคิดเห็นทั้งที่ไม่มีใครเชิญว่าอลิสาขาดอิสระทางความคิด ถึงไม่อยากอยู่ที่นี่ เด็กฝรั่งถูกเลี้ยงให้เข้าใจโลก ให้กล้าคิด กล้าทำ กล้าตัดสินใจ ไม่เหมือนเด็กไทยที่ถูกเลี้ยงให้คอยแค่ทำตามคำสั่งโดยที่ผู้ใหญ่ไม่เคยถามความต้องการของเด็กจริงๆ เด็กดีคือเด็กที่ยอมทำตามผู้ใหญ่เท่านั้น

“ถ้าคุณอยากให้คุณอลิสาเธออยู่ที่นี่ คุณต้องฟังเธอค่ะ”

อินทนิลฟังแล้วคิดตาม แต่เจริญศรีแว้ดใส่พิตะวันว่ามาสาระแนอะไรด้วย แล้วที่ว่าคุณพี่ต้องฟังน่ะ ฟังอะไร พูดให้ชัดๆ เข้าใจง่ายๆ

“ถ้าเธออยากทำอะไรก็ให้เธอไปทำ เธอดูแลตัวเองได้ค่ะ”

“จะให้ฉันปล่อยหลานไปลำบากอะไรแบบนั้นน่ะเหรอ”

“บางทีมันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิดก็ได้ ทำไมคุณถึงไม่ลองไปกับเธอล่ะคะ ถือว่าไปดูแลเธอด้วย”

“ไม่ไหวหรอก คนอย่างคุณพี่...”

“ทำไม!! คนอย่างฉันทำไม คิดว่าฉันทำเพื่อหลานไม่ได้เหรอ” อินทนิลตวาดเจริญศรีแล้วหันมาชื่นชม

พิตะวันว่าไม่เสียแรงที่ส่งไปเรียนถึงเมืองนอกเมืองนา ก่อนลุกพรวดเดินออกไปหาอลิสา อนุญาตให้หลานทำตามความต้องการโดยป้าจะไปด้วย

ooooooo

สองป้าหลานเดินทางด้วยรถตู้ส่วนตัวโดยให้ทัดเป็นคนขับแล้วไปสมทบกับพวกจิตอาสาซึ่งมีเดวิดอยู่ในกลุ่มด้วย

ทันทีที่เจ้าของบ้านตัวจริงไม่อยู่ พิตะวันทำตัวเป็นเจ้าของบ้านเพราะได้รับความไว้วางใจให้ถือกุญแจห้องอินทนิลมาแต่ไหนแต่ไร เธอเข้ามารื้อค้นข้าวของราคาแพงเอามาสวมใส่อย่างเพลิดเพลินมีความสุข แถมยังมีโอกาสต้อนรับรชานนท์ที่ตั้งใจมาหาอลิสา และต้องการอยู่กับเขาตามลำพังจึงให้เงินลำพูหนึ่งพันให้ชวนยี่สุ่นไปเที่ยวห้างสรรพสินค้า

เมื่อปลอดคน พิตะวันยิ่งแสดงตนเป็นเจ้าของบ้านเต็มที่ ทำตัวเป็นเจ้านายใจดีบอกรชานนท์ว่าอนุญาตให้คนรับใช้ไปดูหนังแถมเงินอีกหนึ่งพัน

“คุณพิตะวันใจดีจังเลยนะครับ”

“พอดีคุณแม่ของตะวันดุมากน่ะค่ะ ตะวันก็เลยต้องเป็นขั้วใจดีให้เด็กๆบ้าง”

“คุณแม่ของคุณตะวันก็อยู่บ้านหลังนี้เหรอครับ ผมนึกว่าคุณอินทนิลอยู่คนเดียวซะอีก”

พิตะวันสะอึก รีบหาทางแก้ “จริงๆตะวันกับคุณแม่อยู่บ้านอีกหลังค่ะ แต่คุณป้าท่านรักตะวันมาก ก็เลยขอให้ตะวันมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เด็กๆแล้วก็ไม่ยอมให้กลับ คุณแม่ก็เลยต้องเทียวไปเทียวมาเพราะคิดถึงตะวัน บางทีมีผู้ใหญ่รักและเมตตามากๆก็ลำบากนะคะ”

“ทำไมล่ะครับ”

“ก็พวกน้องๆบ้านอื่นเขาพากันอิจฉาตะวันกันน่ะสิคะ ที่ได้อยู่ใกล้ชิดคุณป้า ใครๆก็อยากเป็นหลานคนโปรดของคุณป้าทั้งนั้นแหละค่ะ”

“งั้นตอนนี้คุณอินทนิลก็มีหลานคนโปรดสองคนคือคุณอลิสากับคุณพิตะวัน”

“ตะวันยกให้อลิสาคนเดียวก็แล้วกันค่ะ จริงสิ... จริงๆแล้วคุณรชานนท์ต้องอยู่ลอนดอนแล้วนี่คะ”

“เลื่อนไปไม่มีกำหนดน่ะครับ ผมก็เลยว่าง จะชวนใครไปไหนก็ไม่มีใครว่างเลย”

“งั้นก็ไม่ต้องไปไหน เราหาอะไรทำสนุกๆในบ้านก็ได้ บ้านเป็นของเราแล้ว ตะวันจำได้ว่าตะวันเคยติดจะทำแกงเลียงให้คุณรชาทานใช่ไหมคะ”

“ครับ กลับมาจนป่านนี้ผมยังไม่ได้ทานแกงเลียงเลย”

“งั้นวันนี้ตะวันจะทำให้คุณทาน”

“อย่าลำบากเลยครับ”

“ตะวันไม่เคยรู้สึกลำบากเวลาทำอะไรให้คุณ

รชานนท์เลยนะคะ แต่มีข้อแม้คุณต้องเป็นลูกมือให้ตะวัน”

พิตะวันส่งสายตาวิบวับเป็นประกาย รชานนท์จ้องหน้าสวยไร้ที่ติของเธอ รู้สึกเคลิ้มและมีความสุขที่มีคนเอาใจ ยอมให้เธอจูงมือไปในห้องครัวแต่โดยดี

ไม่นานนักแกงเลียงหอมกรุ่นก็เสร็จเรียบร้อย สองคนช่วยกันทำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพิตะวันที่จงใจหว่านเสน่ห์ใส่เขา เสร็จจากเรื่องกินก็หากิจกรรมทำต่อด้วยการชวนเขาไปห้องดูทีวี เปิดหนังแผ่นแนวสยองขวัญแล้วนั่งเบียดชิดเขาด้วยท่าทีหวาดกลัว

ความใกล้ชิดและจริตมารยาของพิตะวันทำให้รชานนท์เกือบเผลอใจจูบเธอ ถ้าไม่ได้ยินเสียงโวยวายของใครบางคนดังขึ้นเสียก่อน

“อะไรกันเนี่ย ทำไมบ้านถึงได้เงียบแบบนี้ คนใช้บ้านนี้ไปไหนกันหมด”

“เสียงใครอยู่ข้างนอกครับ”

“อ๋อ สงสัยคุณอาน่ะค่ะ แกขี้โวยวายนิดนึง คุณรชารอในนี้แป๊บนึงนะคะ เดี๋ยวตะวันมา”

พิตะวันรีบลุกออกไปด้วยความโกรธเจริญศรีที่มาขัดขวางความสุข พอเห็นสาวใช้แต่งตัวแต่งหน้าสวยจัดจนผิดสังเกต เจริญศรีจิกกัดอย่างหมั่นไส้ทันที

“แหม...พอเจ้านายไม่อยู่ก็หายหัวกันไปหมด เจริญจริงๆคนใช้บ้านนี้ แล้วนี่อะไร แต่งตัวซะอย่างกับนายผู้หญิงของบ้านเชียวนะนังตะวัน”

เจริญศรีแผดเสียงจนพิตะวันกลัวรชานนท์จะได้ยิน รีบเข้ามาขวางและดันเธอไว้ไม่ให้เข้าใกล้ห้องนั้นไปกว่านี้

“ถ้าคุณเจริญศรีต้องการอาหาร เดี๋ยวตะวันจัดไปให้ที่บ้านค่ะ”

“ไม่!! ฉันจะกินที่นี่ มีปัญหาอะไรมั้ย”

“ค่ะ งั้นเชิญคุณเจริญศรีที่ศาลาด้านนอกดีกว่าไหมคะ ทานข้าวในสวนอากาศโปร่งดี”

เจริญศรีเห็นพิตะวันโอนอ่อนก็ยักไหล่ก่อนจะเดินออกไปด้านนอก พิตะวันเบาใจรีบเดินกลับมาหา รชานนท์ แต่จู่ๆเจริญศรีนึกได้ว่าสร้อยที่เห็นพิตะวันใส่เป็นของอินทนิล จึงย้อนกลับมาเล่นงาน

พิตะวันกำลังจะพารชานนท์ออกมา มีอันต้องผลักไสเขากลับทางหลังบ้าน อ้างว่าอยากอวดกล้วยไม้พันธุ์หายากของคุณแม่ที่นานๆจะออกดอกสักครั้ง

รชานนท์ไม่เอะใจสงสัยเดินตามพิตะวันออกไปโดยดี เฉียดฉิวเส้นยาแดงผ่าแปดกับเจริญศรีที่เดินเข้ามามองหาพิตะวันแต่ไม่พบ

กระทั่งเดินออกมาหน้าบ้านเห็นพิตะวันที่เพิ่งเร่งรชานนท์ให้กลับไป แต่เจริญศรีไม่รู้ไม่เห็นว่ารชานนท์มา ยืนเท้าสะเอวเล่นงานพิตะวันเรื่องสร้อย แต่ไม่มีหลักฐานเพราะพิตะวันหัวไวถอดออกจากคอก่อนหน้านี้

“ไหนคะ วันนี้ตะวันไม่ได้ใส่สร้อยอะไรเลยนะคะ”

“จะไม่ใส่ได้ไง เมื่อกี้ฉันเห็นอยู่ชัดๆ แกรีบถอดแล้วเอาไปซ่อนใช่ไหม” เจริญศรีค้นตัวพิตะวันทุกซอกทุกมุมแต่ก็ไม่เจอ

“ตะวันขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายนะคะที่คุณจะเข้าใจผิด ถ้าตะวันเป็นคนขี้ขโมย เชื่อถือไม่ได้จริง คุณก็คงไม่ให้ตะวันถือกุญแจห้องคุณหรอกค่ะ”

เจริญศรีเจ็บใจที่เล่นงานพิตะวันไม่ได้ ก่อนจะเดินปึงปังจากไป พิตะวันเป่าปากโล่งใจ รีบนำสร้อยที่ถอดซ่อนไว้ไปเก็บลงกล่องในห้องอินทนิลอย่างเดิม แล้วนั่งยิ้มหวานนึกถึงเหตุการณ์เมื่อสักครู่ที่รชานนท์ จะจูบตน

“คุณยังลืมตะวันไม่ได้หรอก ตะวันรู้ว่าตะวันยังมีความหวัง” พิตะวันพึมพำอย่างมั่นใจ หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายเซลฟี่รูปตัวเองกับข้าวของราคาแพงมากมายของอินทนิลแล้วโพสต์อวดความร่ำรวยเหล่านั้นลงหน้าไอจีทันที

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"มิ้นต์" ตะลึง "เต้ย" เรตอาร์ เขินจนเดินสะดุดล้ม

"มิ้นต์" ตะลึง "เต้ย" เรตอาร์ เขินจนเดินสะดุดล้ม
22 ม.ค. 2563
07:01 น.