ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

มายา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

กีรติสุดากับพิตะวันยังคงเป็นไม้เบื่อไม้เมากันตั้งแต่เล็กจนโต แต่เพราะความฉลาดของพิตะวันทำให้กีรติสุดามักเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำอยู่เสมอ

วันนี้ก็เช่นกัน กีรติสุดาเป็นฝ่ายมาหาเรื่องพิตะวันก่อน แต่กลายเป็นตัวเองเถียงไม่ชนะก็เลยจะตบพิตะวัน แต่ดันพลาดท่าล้มคว่ำลงกับพื้น จึงคิดเอาคืนด้วยการ วางแผนทำให้พิตะวันไร้ค่าในสายตาอินทนิล

อินทนิลทุ่มเงินไม่อั้นเพื่อจัดห้องใหม่ให้อลิสา กีรติสุดาเห็นเป็นโอกาสจึงเสนอไอเดียให้ขยายห้องให้ใหญ่ขึ้นจะได้อยู่สบายไม่อึดอัด พิตะวันเลยโดนเฉดหัวลงมาอยู่เรือนคนใช้ทั้งที่ไม่เต็มใจ

หลังจากเล่นงานพิตะวันได้ กีรติสุดานัดเจอเพื่อนแล้วเม้าท์ให้ฟังด้วยความสะใจ ก่อนจะเหลือบไปเห็นบุษบา–มินตราที่มากับเพ็ญพักตร์นั่งอยู่อีกโต๊ะ

กีรติสุดากับบุษบามินตราเป็นเพื่อนเรียนหนังสือมาด้วยกัน สองคนทักทายกันด้วยความคิดถึง แต่ไม่นาน บุษบามินตราก็แอบเซ็งเพราะกีรติสุดาเอาแต่ดูถูกเหยียดหยามพิตะวัน ซึ่งเธอไม่ค่อยอยากยุ่งเกี่ยว

พิตะวันยังทำใจไม่ได้ที่ต้องลงมาอยู่ห้องเล็กในเรือนคนใช้ แล้วคืนนั้นพิตะวันก็วางแผนเพื่อให้ตัวเองได้กลับขึ้นไปอยู่ห้องเดิม ด้วยการหลอกลำพูให้ออกไปซื้อของ ส่วนยี่สุ่นก็โดนขังไว้ในห้องน้ำ จึงไม่มีใครมาช่วยอินทนิลที่มีอาการโรคหอบหืดกำเริบเกือบเอาชีวิตไม่รอด

พิตะวันถ่วงเวลาให้อินทนิลอาการหนักก่อนแสดงตัวเป็นฮีโร่เข้ามาช่วยทันท่วงที นำยาขยายหลอดลมมาให้ และคอยดูแลอย่างใกล้ชิดจนอินทนิลดีขึ้น แต่พอมีแรงเธอก็โวยวายทันที

“ฉันสั่นกระดิ่งเรียกตั้งนานทำไมไม่มีใครขึ้นมา ถ้าฉันตายไปจะว่ายังไง”

“ตะวันก็รีบมาที่สุดแล้วนะคะ แต่ตะวันอยู่หลังบ้านกว่าจะมาถึงที่นี่ได้มันก็ต้องใช้เวลานะคะ บ้านคุณใหญ่ขนาดนี้”

“แล้วแกจะไปอยู่หลังบ้านอะไรนักหนา ฉันเคยบอกแล้วนี่ให้คอยอยู่รับใช้ใกล้ๆฉัน”

“ก็ห้องตะวันอยู่ที่นั่นนี่คะ”

อินทนิลชะงักกึกเพราะพิตะวันพูดเรื่องจริง จะด่าเลยด่าไม่ออก

“ไม่ต้องไปอยู่แล้ว แกต้องขึ้นมาอยู่บนตึกใกล้ๆฉัน เผื่อฉันเป็นอะไรขึ้นมาอีก ไว้ใจเจริญศรีไม่ได้จริงๆ เอา ยาหมดแล้วมาตั้งไว้ให้ฉันได้ยังไง โชคดีนะที่ฉันยังมีแก”

“แต่คุณจะให้ตะวันอยู่ที่ไหนล่ะคะ ในเมื่อห้องตะวันไม่มีแล้ว” พูดจบพิตะวันแอบลุ้นตัวโก่ง มองอินทนิลที่นิ่งไปอย่างคิดหนัก

ooooooo

เพียงวันถัดมาอินทนิลก็ตัดสินใจได้ว่าต้องให้พิตะวันกลับขึ้นมาอยู่ห้องเดิมบนตึก ไม่ขยายห้องให้อลิสาตามคำแนะนำของกีรติสุดา แต่ชวนพิตะวันไปเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ตบแต่งห้องให้ใหม่หรูหราโดยทุ่มงบไม่อั้น แต่ทีรางวัลที่พิตะวันช่วยชีวิตกลับให้แค่กรอบรูปอันเดียว

ในร้านเฟอร์นิเจอร์นี่เอง พิตะวันได้พบริชชี่ลูกสาวเจ้าของร้านซึ่งรู้จักทางโซเชียลที่พิตะวันชอบอัพรูปโอ้อวดผ่านไอจีว่าเป็นสาวไฮโซ แต่สำหรับริชชี่นั้นเธอรวยจริงอะไรจริง ทำให้พิตะวันกลัวความลับแตกหากเธอได้ พูดคุยกับอินทนิลแล้วรู้ว่าตนไม่ใช่สัจจามาตย์ แต่เป็นแค่คนรับใช้ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้นามสกุล

พิตะวันหาทางไม่ให้ริชชี่ได้พบปะพูดคุยกับอินทนิลสำเร็จ แต่เธอไม่รับปากเรื่องริชชี่ชวนไปงานการกุศลที่จะมีขึ้นเร็วๆนี้ ซึ่งริชชี่วางตัวให้พิตะวันเป็นคนสำคัญได้ถือของประมูลชิ้นสุดท้ายหรือที่เรียกว่าฟินาเล่ แต่เมื่อพิตะวันนำเรื่องนี้มาปรึกษาสถินี ก็ได้รับการสนับสนุนเต็มที่ว่าต้องไป เพราะงานนี้มีหนุ่มรูปหล่ออย่างรชานนท์ควงลูกสาวคนสวยของรัฐมนตรีคนดังไปด้วย

แน่นอนว่าพิตะวันไม่ยอมให้บุษบามินตราเป็นคนสำคัญของรชานนท์ในงานการกุศล จึงตัดหน้าชวนเขามาเพ้นต์เสื้อเพื่อนำไปประมูล ขณะลงมือทำก็จงใจใกล้ชิดราวกับเป็นแฟนกัน แต่จู่ๆภิทูรก็โทร.มาขัดจังหวะความสุข พิตะวันโมโหเลยปิดโทรศัพท์หนีหน้าตาเฉย

ภิทูรรู้สึกมีอะไรไม่ชอบมาพากล บ่นกับรวิศและมรกตอย่างร้อนใจว่าอยากจะกลับไปเมืองไทย มรกตไม่ชอบพิตะวันอยู่แล้วจึงสนับสนุน แต่รวิศไม่เห็นด้วย กลัวเสียงานและเสียเงินโดยใช่เหตุ จึงอาสาจะโทร.ถามบุษบามินตราให้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับพิตะวันหรือเปล่า

ปรากฏว่าบุษบามินตราไม่อยากยุ่งเกี่ยวจึงพูดปดกับรวิศว่าตั้งแต่กลับมาไม่เคยเจอพิตะวันเลย ส่วนเรื่องแม่ที่ว่าป่วยก็ไม่รู้เหมือนกันว่าป่วยเป็นอะไร พอรวิศบอกว่าภิทูรจะกลับเมืองไทยไปหาพิตะวัน บุษบามินตราตกใจมากรีบห้ามเสียงหลงจนรวิศสงสัยซักถามเป็นการใหญ่

“เปล่าๆๆ ไม่มีอะไร คือมิ้นต์ไม่อยากให้ยุ่งยาก มาก็เสียงานเสียการเปล่าๆ เดี๋ยวมิ้นต์จะตามข่าวให้เองนะ แต่มิ้นต์ว่าไม่มีอะไรหรอก”

“ถ้าไม่มีอะไรก็ดี พี่เสือจะได้เลิกคิดมากสักที”

“พี่เสือคิดมากเลยเหรอ”

“ก็แกรักของแกน่ะนะ ยังไงก็ขอบคุณมากนะมิ้นต์ แล้วก็อย่ามัวตามเรื่องคนอื่นจนลืมคิดถึงวิศนะ”

“ไม่ลืมหรอก เราคิดถึงวิศนะ”

รวิศยิ้มมีความสุขก่อนจะวางสาย แต่บุษบามินตรากลับยิ่งหน้าเครียด บ่นพึมพำอย่างรู้สึกผิดมาก

“ขอโทษนะพี่เสือ มิ้นต์ยังบอกความจริงเรื่องพิตะวันไม่ได้ มิ้นต์ไม่อยากให้พี่เจ็บปวดว่าคนที่พี่รักเขา เขาไม่ได้รักพี่อย่างที่พี่คิดแล้ว”

ooooooo

หลังจากเพ้นต์เสื้อกันครึ่งค่อนวันกว่าจะเสร็จ รชานนท์ขับรถมาส่งพิตะวันที่บ้านในตอนค่ำ ท่าทางสองคนสนิทสนมกันมากขึ้น โดยเฉพาะพิตะวันที่เปิดเผยความรู้สึกเต็มที่ แถมพอจะลงจากรถยังหอมแก้มเขาก่อนบอกลาเพื่อเจอกันใหม่ในงานการกุศล

ยี่สุ่นเห็นเต็มตาว่าพิตะวันทำตัวก๋ากั่นหอมผู้ชายก่อน แต่ไม่ได้ตามไปเอาเรื่องในทันที พิตะวันเข้าห้องนอนก็วาดฝันถึงอนาคตอันสดใสของตนที่จะได้ลงเอยกับรชานนท์แล้วพ้นไปจากชีวิตที่เลวร้ายในบ้านหลังนี้

วันรุ่งขึ้นอินทนิลยุ่งวุ่นวายเตรียมการต้อนรับอลิสาด้วยความตื่นเต้น เกณฑ์คนรับใช้ให้มายืนเรียงแถวต้อนรับ รวมทั้งเจริญศรีกับกีรติสุดาก็ต้องมาปั้นจิ้มปั้นเจ๋อ ขาดแต่พิตะวันที่ยี่สุ่นไปตามแล้วไม่ยอมมา อินทนิลไม่พอใจจะไปเอาเรื่อง ก็พอดีอลิสามาถึงเสียก่อน

อินทนิลตื่นเต้นมาก ยิ่งเห็นหลานสาวสวยน่ารักและอ่อนหวานแถมพูดไทยชัดก็ยิ่งปลาบปลื้มชื่นชมไม่หยุด เจริญศรีกับกีรติสุดาหมั่นไส้เลยปั้นปึ่งใส่ แต่คนอื่นๆต่างพากันประทับใจในความน่ารักและกิริยามารยาทเรียบร้อยของอลิสา

เสร็จจากการแนะนำตัว อินทนิลเผลอพูดถึงมนตรีอย่างไม่พอใจที่เขาเห็นเมียแหม่มดีกว่าตน เลยต้องไปตายอนาถอย่างทุกวันนี้ เจริญศรีเห็นสีหน้าอลิสาไม่สู้ดีจึงรีบสะกิดเตือนอินทนิล

อินทนิลรู้ว่าตัวเองพูดให้อลิสาเสียใจก็รีบปรับท่าทีใหม่ “เอาเถอะๆ อย่าไปพูดเรื่องที่ผ่านมาแล้วเลย ยังไงพ่อหลานเขาก็ไปดีแล้ว ขึ้นไปดูห้องนอนของหลานกันดีกว่า ป้าแต่งไว้สวยมากเลยนะ รับรองว่าหลานต้องชอบแน่ๆ”

อินทนิลกระตือรือร้นพาอลิสาขึ้นไปข้างบน กีรติ–สุดามองตามก่อนจะกระซิบแม่ว่าอาการแบบนี้ตนว่าอยู่ไม่เกินเดือน แต่เจริญศรีกลับฟันธงว่าแค่สองอาทิตย์ก็เก่งแล้ว

อลิสาพอใจห้องที่ตกแต่งสไตล์อังกฤษอย่างสวยงาม ขณะที่อินทนิลก็พูดเอาใจหลานสารพัดเพื่อหวังฝากผีฝากไข้

“ป้าดีใจนะที่หนูตัดสินใจมาอยู่กับป้าที่นี่ หนูจะได้ดูแลป้าตอนที่ป้าแก่แล้ว ป้าไม่มีลูก ก็มีแต่หลานนี่แหละที่พอจะไว้ใจได้”

“คุณป้าคะ อลิสาคิดว่าจะมาอยู่กับคุณป้าแค่สามเดือนเท่านั้น”

“ไม่จ้ะ อลิสาต้องอยู่กับป้าที่นี่ตลอดไป”

“แต่คุณป้าคะ”

“ไม่มีแต่จ้ะ จำไว้ อลิสาเป็นหลานคนเดียวของป้าเป็นสัจจามาตย์ อลิสาต้องอยู่ที่เมืองไทย ที่บ้านหลังนี้เท่านั้น”

อลิสานิ่งอึ้ง ไม่คิดว่าคุณป้าจะเริ่มบงการชีวิตเธอทั้งที่เพิ่งมาถึงอย่างนี้

ooooooo

พิตะวันไม่ออกไปต้อนรับอลิสาแต่ยังคงนั่งอ่านหนังสืออยู่ในครัวฟังยี่สุ่นกับลำพูพูดถึงอลิสาอย่างเซ็งๆปนอิจฉา

“คุณอลิสาสวยมากนะป้า หน้าอย่างกับตุ๊กตา”

“ท่าทางนิสัยก็ดี๊ดี ถ้าอยู่กับคุณท่านได้นานๆก็ดีเนอะ”

“ถ้าไม่หวังสมบัติก็คงอยู่ไม่ได้นานหรอก” พิตะวันพูดขึ้นลอยๆ ยี่สุ่นชะงักด้วยความโมโห เดินเข้ามาเอาเรื่อง

“แกไม่ต้องพูดมากนะนังตะวัน คุณท่านให้ออกไปต้อนรับก็ไม่ยอมออกไป เดี๋ยวนี้ชักจะหัวแข็ง หรือว่าเพราะคิดว่าตัวเองมีที่หวังใหม่แล้ว”

“พูดอะไรของป้า”

“ทำอะไรอย่าคิดว่าไม่มีใครเขาเห็น หน้าต่างมีหูประตูมีช่องเว้ย”

พิตะวันหน้าเสีย มั่นใจว่ายี่สุ่นเห็นตัวเองกับรชานนท์ในรถแน่ จึงไม่กล้าเถียงเพราะกลัวความลับแตก

อลิสาเยี่ยมหน้าเข้ามาในครัว ท่าทางเขินๆเกร็งๆ ตามประสาคนมาอยู่ใหม่ ยี่สุ่นรีบสงบศึกกับพิตะวันหันไปต้อนรับอลิสา เมื่อพิตะวันเห็นอลิสาตัวจริงก็ชะงักไปนิดเพราะเธอสวยจริงๆ

“อลิสาอยากจะขออะไรทานสักหน่อยได้ไหม อลิสายังไม่ได้ทานอะไรตั้งแต่เช้าเลย”

ยี่สุ่นรับคำโดยดีและขอให้อลิสาไปรอที่โต๊ะกินข้าว แต่หญิงสาวไม่เจ้ายศเจ้าอย่างขอกินในครัว ให้ความเป็นกันเองกับทุกคน แม้แต่พิตะวันที่ดูไม่ค่อยเป็นมิตรกับเธอสักเท่าไหร่

เมื่อรู้จากลำพูที่คุยอวดว่าพิตะวันสอบได้ทุนไปเรียนปริญญาโทที่อังกฤษ อลิสาก็ยิ่งทึ่งในความเก่ง พยายามจะผูกมิตรด้วยแต่พิตะวันกลับเดินหนีออกไปทันที อลิสาแปลกใจว่าตนทำอะไรให้โกรธหรือเปล่า

“อย่าไปสนมันเลยค่ะคุณหนู ตะวันมันไม่ชอบ ให้ใครพูดถึงเรื่องเรียนของมัน เพราะคุณท่านเพิ่งสั่งห้ามมันกลับไปเรียนต่อน่ะค่ะ”

“สั่งห้ามกลับไปเรียนต่อ? อลิสาก็เพิ่งโดนเหมือนกัน” อลิสาบ่นหน้าเศร้า

ooooooo

รชานนท์ไม่ออกไปไหน ล้ำสบโอกาสพาสาวใช้สองคนเข้ามาพบเพื่อบอกเรื่องที่พวกเธอยังไม่ได้รับเงินเดือนทั้งที่สิ้นเดือนนานแล้ว

สาเหตุมาจากมณีฉายผู้ดูแลค่าใช้จ่ายในบ้านเอาเงินไปใช้ส่วนตัวหมดจนไม่มีให้คนรับใช้ แต่ไม่ทันที่สาวใช้สองคนจะได้พูดปัญหาของตน มณีฉายเข้ามาแทรกเสียก่อน ปะเหมาะพอดีกับที่บุษบามินตรามาถึงบ้านเพราะต้องการพบรชานนท์ด้วย

รชานนท์ออกมาต้อนรับบุษบามินตราภายในสวน เดาว่าเธอต้องมีเรื่องสำคัญมาก หญิงสาวพูดไม่อ้อมค้อมว่าตนอยากคุยเรื่องพิตะวัน...เวลานั้นพิตะวันกำลังส่งไลน์หวานๆมาหารชานนท์ แต่เขาไม่ได้อ่าน

บุษบามินตราถามรชานนท์ว่าคบพิตะวันแบบไหน คำตอบที่ได้คือเราสองคนเป็นเพื่อนกัน

“น่าจะมากกว่านั้น”

“ผมยอมรับว่าพิตะวันเป็นคนสวย มีเสน่ห์ อยู่ด้วยแล้วมีความสุข แต่สำหรับผมตอนนี้เขาก็ยังเป็นเพื่อน”

“แล้วต่อไปคุณคิดจะคบกับเขาแบบแฟนไหมคะ”

“ก็ไม่แน่ นั่นเป็นเรื่องของอนาคต ว่าแต่คุณถามผมทำไมครับ”

บุษบามินตราชั่งใจเล็กน้อยก่อนตัดสินใจพูด

“คุณรู้ไหมว่าพิตะวันเป็นแฟนพี่เสือ”

รชานนท์ชะงัก ไม่ได้แปลกใจเรื่องภิทูรแต่แปลกใจที่เธอเป็นนายหน้ามาพูดให้

“แล้วพี่เสือก็รักพิตะวันมาก ฉันอยากขอร้องให้คุณเลิกยุ่งกับพิตะวันได้ไหม”

รชานนท์ถอนใจเบาๆ พูดแบบเข้าใจโลกเพราะรู้ดีว่าพิตะวันไม่ได้รักภิทูร “คุณแน่ใจนะว่าสิ่งที่คุณขอจากผม จะทำให้พวกเขามีความสุขจริงๆ”

“ฉันก็ไม่รู้หรอก ฉันก็ทำในสิ่งที่เพื่อนควรทำและถ้าคุณเป็นเพื่อนฉันอย่างที่คุณเคยพูด ฉันก็คงต้องขอให้คุณทำสิ่งที่ถูกต้องด้วย”

“ด็อกเตอร์ภิทูรเป็นคนดี เขาเคยช่วยผม ผมเองก็ไม่อยากทำให้เขาเสียใจ”

“แสดงว่าคุณจะเลิกยุ่งกับพิตะวัน”

“คุณมิ้นต์...คนเรารู้จักคบหากัน อยู่ๆจะให้เลิกคุยเลิกติดต่อเพียงเพราะกลัวแฟนเขาจะโกรธ ผมคิดว่ามันไม่ถูก เอาเป็นว่าผมจะระวังตัว จะไม่ทำอะไรที่เกินเลย แต่ ที่ผ่านไปแล้วผมคงจะแก้ไขอะไรไม่ได้ หวังว่าคุณจะเข้าใจ”

“แค่คุณรับปากฉันก็โอเคแล้ว ตอนแรกฉันคิดว่าคุณจะไม่ฟังฉันซะอีก”

“ก็อย่างที่บอกว่าตอนนี้คุณตะวันกับผมเป็นแค่เพื่อนกัน เพราะถ้าเขาเป็นคนที่ผมรักเมื่อไหร่ ต่อให้สิบคุณมิ้นต์มาขอ ยี่สิบด็อกเตอร์ภิทูรมาอ้อนวอน ผมก็คงไม่ยอมหรอก”

“ชักอยากเห็นหน้าผู้หญิงที่ทำให้คุณเป็นแบบนั้นได้จัง”

“ผมยังไม่เจอ เอาเป็นว่าถ้าผมเจอเมื่อไหร่ผมจะบอกคุณมิ้นต์เป็นคนแรกก็แล้วกัน”

บุษบามินตราพยักหน้ารับทราบ ก่อนบอกลาไปพร้อมมิตรภาพที่ดีระหว่างกัน

ส่งแขกเสร็จ รชานนท์กลับเข้ามาในบ้าน ล้ำแอบด้อมๆมองๆรีบสาระแนเข้ามาถามด้วยความอยากรู้

“คนนี้เหรอครับ ว่าที่คุณผู้หญิงของพวกผม สวยเก๋อย่างกับไทยซุปเปอร์โมเดล”

“ไม่ใช่หรอก ฉันกับคุณมิ้นต์เป็นเพื่อนกัน”

“อ้าว...ก็เห็นคุณหม่อมบอกว่าคุณกับ...”

“นั่นเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่คิด แต่ฉันกับคุณมิ้นต์เราเป็นเพื่อนกันจริงๆ”

“ถ้าไม่ใช่คนนี้ คุณรชาต้องมีเล็งๆคนอื่นไว้บ้าง ผมอยากเห็นจัง”

“ไม่มีหรอก ฉันไม่มีใครจริงๆ” รชานนท์ยิ้มเศร้าเดินออกไป ล้ำมองตามสัมผัสได้ถึงความเหงาและความโดดเดี่ยวของเจ้านาย

เมื่อเข้ามาอยู่ในห้องส่วนตัว รชานนท์เห็นไลน์ของพิตะวันที่ส่งมา เขาตัดสินใจไม่ตอบข้อความนั้นเพื่อไม่สานต่อสัมพันธ์ตามที่รับปากบุษบามินตราไว้แล้ว

ooooooo

อินทนิลยังเห่อหลานสาวคนใหม่ไม่เลิก นำอัลบั้มรูปถ่ายของบรรดาญาติมาให้อลิสาดู หญิงสาวเพลินมากกับการลำดับญาติและท่องจำรายชื่อ

ระหว่างนี้ทัดคนขับรถเยี่ยมหน้าเข้ามาถามเธอว่าจะออกไปไหนหรือเปล่า อลิสาตอบกลับด้วยรอยยิ้มว่ายังไม่รู้เลย ไว้รู้ว่าอยากไปเที่ยวไหนแล้วจะบอก

อินทนิลเข้ามาเห็นทัดเดินลิ่วออกไป เธอหน้าตึงมาโวยวายกับอลิสาทันที

“ไอ้ทัดมันขึ้นมาบนนี้ทำไม ไม่ใช่หน้าที่ของมันสักหน่อย”

“เขามาถามอลิสาว่าวันนี้จะไปไหนรึเปล่า”

“แล้วธุระอะไรของมัน ไม่ใช่เรื่องที่มันจะมาถามโน่นถามนี่หลานสาวฉัน จำไว้นะ ต่อไปถ้ามันมาพูดด้วย ไม่ต้องไปพูดกับมัน มันเป็นแค่คนขับรถ คิดอยากจะทำตัวตีเสมอ”

“ตีเสมอ? หมายความว่ายังไงคะ”

“ก็หมายความว่ามันคิดจะมาทำตัวเท่าเทียมกับเรา”

“แล้วทำไมคุณป้าต้องโมโหคะ คนเราทุกคนก็เท่าเทียมกันอยู่แล้ว”

“มันจะเท่าเทียมกันได้ยังไง เราเป็นเจ้านาย มันเป็นคนใช้ จำไว้ แค่ต่อไปไม่ต้องไปพูดกับมัน เข้าใจนะ”

“อลิสาไม่เข้าใจค่ะ ถ้าไม่พูดกันแล้วจะสื่อสารกันยังไง”

“เราไม่ต้องสื่อสาร เราแค่ใช้เขา เขาเป็นแค่คนรับใช้”

อลิสาฟังแล้วยิ่งงง อินทนิลตัดบทว่าต่อไปหนูจะเข้าใจเอง แล้วบอกให้หลานไปแต่งตัว ป้าจะพาไปกราบหม่อมมณีฉาย

“หม่อมมณีฉายเป็นพระเหรอคะ คุณป้าถึงอยากพาอลิสาไปกราบ” คำพูดของหลานสาวเล่นเอาป้าที่กำลังโกรธอยู่ถึงกับหลุดหัวเราะออกมา ทั้งขำทั้งเอ็นดู

ooooooo

กีรติสุดารู้เห็นว่าอินทนิลจะพาอลิสาไปบ้านหม่อมมณีฉายก็ตื่นเต้นอยากไปด้วย เพราะวันก่อนเจริญศรีเพิ่งบอกเธอว่าหลานชายหม่อมทั้งหล่อทั้งรวยจึงคิดจะตีสนิทเพื่อหว่านเสน่ห์

อินทนิลไม่ให้ไปแต่ไม่พูดตรงๆ กระทั่งพิตะวันที่หมั่นไส้กีรติสุดาแกล้งเดินผ่านทำกาแฟหกใส่เลอะเทอะ ทำให้กีรติสุดาเสียเวลาเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ อินทนิลได้ทีพาอลิสาที่อยู่ในชุดสวยงามราวกับนางฟ้านั่งรถออกไปโดยไม่สนใจเสียงตะโกนโหวกเหวกของเจริญศรีและกีรติสุดา

เมื่อหม่อมมณีฉายได้เห็นอลิสาก็ชื่นชอบในความสวยน่ารักก่อนจะยุให้อินทนิลพาออกงานเพื่อให้คนฮือฮา แต่ส่วนตัวแล้วหม่อมไม่คิดจับคู่ให้รชานนท์ เพราะหมายตาบุษบามินตราลูกสาวรัฐมนตรีเอาไว้ให้หลานชายแล้ว

หม่อมมณีฉายกับอินทนิลใส่หน้ากากเข้าหากัน แอบพูดจิกกัดกันไปมาจนอลิสาซึ่งไม่ค่อยเข้าใจนัก
เริ่มเบื่อ หม่อมมณีฉายจึงให้เธอออกไปเดินเล่นที่สวนกุหลาบ เป็นจังหวะที่รชานนท์กำลังเครียดหลังรู้จากล้ำว่าหม่อมป้านำเงินค่าใช้จ่ายในบ้านไปใช้ส่วนตัวจนไม่เหลือจ่ายเงินเดือนคนรับใช้ จึงออกมาเดินชมกุหลาบในสวนของแม่เป็นการผ่อนคลาย

อลิสากับรชานนท์พบกันที่สวนกุหลาบ ชายหนุ่มปิ๊งหญิงสาวตั้งแต่แรกเห็น พอได้พูดคุยแนะนำตัวกันเขาก็ยิ่งประทับใจในความเรียบร้อยน่ารักของเธอ ถึงขนาดอาสาพาเที่ยวเมืองไทยที่มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย

เมื่อรชานนท์มาขออนุญาตป้าของเธอ อินทนิลไม่ปฏิเสธแต่ก็ไม่เปิดไฟเขียวซะทีเดียว ไม่ให้ไปกันสองต่อสองต้องหาเพื่อนผู้หญิงไปด้วยสักสองสามคน กันคนนินทา อลิสาเลยขอชวนพี่ๆน้องๆลูกอาไปด้วย รชานนท์ตอบรับด้วยความเต็มใจ หม่อมมณีฉายสังเกตท่าทีหลานชายที่มีต่ออลิสาก็หนักใจแทนบุษบามินตราที่น่าจะมีคู่แข่งเสียแล้ว

รชานนท์เชื่อในรักแรกพบ เขาประทับใจอลิสาอย่างไม่เคยรู้สึกกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน ส่วนพิตะวันที่เขากำลังรู้สึกลังเล กอปรกับบุษบามินตรามาขอร้องให้เลิกยุ่งเกี่ยวเพื่อเห็นแก่ภิทูร ทำให้รชานนท์ตัดสินใจง่ายขึ้นว่าจะไม่สานต่อความสัมพันธ์กับเธออีก

เมื่อพิตะวันโทร.มาชวนเขาดินเนอร์ในค่ำนั้น รชานนท์ปฏิเสธอย่างนุ่มนวล ให้เอาไว้เจอกันวันงานการกุศล...วางสายจากพิตะวันแล้วเห็นหม่อมมณีฉายแต่งตัวสวยจะออกจากบ้าน เขารีบมาขอเบอร์ติดต่อทนายอุดม อยากดูบัญชีกองกลางของบ้านเพราะไม่ได้เห็นมาหลายปีแล้ว

มณีฉายใจคอไม่ดี อ้างว่าอยากดูบัญชีและขอเบอร์กะทันหันแบบนี้ตนคงจัดการให้เร็วทันใจไม่ได้ แต่รชานนท์ไม่เร่ง บอกตนรอได้แล้วเดินผละไป ทิ้งให้มณีฉายยืนเหงื่อกาฬแตก บ่นงึมงำว่าอยู่ๆมาถามเรื่องนี้ หรือว่ามันจะรู้ว่าเราใช้เงินหมดแล้ว...

เมื่อคืนทราบข่าวจากเพ็ญพักตร์ว่าบุษบามินตราป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่อยู่โรงพยาบาล เช้านี้รชานนท์จึงไปเยี่ยมเธอพร้อมตุ๊กตาหมีน่ารัก

เพ็ญพักตร์ปลื้มมาก กำชับลูกสาวให้คุยกับเขาดีๆ อย่าออกฤทธิ์ให้มากนัก ก่อนเปิดโอกาสให้หนุ่มสาวอยู่กันตามลำพังในห้อง รชานนท์ถือโอกาสนี้บอกบุษบา-มินตราว่าตนเจอคนที่รักแล้ว ขณะเดียวกันพิตะวันกำลังก้มหน้าก้มตาคุยไลน์กับสถินีที่บอกข่าวใหญ่ว่าบุษบา-มินตราป่วยไปงานการกุศลไม่ได้

พิตะวันดีใจแทบกรี๊ด เชื่อตามที่สถินีบอกว่า รชานนท์ต้องชวนเธอไปงานนี้แน่นอน ยี่สุ่นขัดเครื่องเงินอยู่ใกล้ๆเหล่มองพิตะวันด้วยความรำคาญ ก่อนจะไล่ไปพ้นหน้าถ้าไม่คิดจะช่วยเหลือ

แต่แล้วพิตะวันก็ผิดหวังอย่างแรง เพราะรชานนท์ให้หม่อมป้าโทร.มาชวนอลิสาไปงานการกุศล อินทนิลจึงพาหลานสาวออกไปเลือกซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่เพื่อให้สวยงามโดดเด่นที่สุดในงาน โดยมีรชานนท์มาช่วยเลือก

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้
28 ก.พ. 2563
08:15 น.