ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

มายา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ภิทูรกับบุษบามินตราช่วยกันเก็บโต๊ะและจานชามเพื่อเอาไปล้าง พิตะวันถือโทรศัพท์เดินยิ้มอ่อนหวานเข้ามาแสดงน้ำใจประหนึ่งมิตรที่เอื้ออาทรเหลือเกิน

“เบอร์คงปิดไปจริงๆค่ะคุณมิ้นต์ แต่ตะวันเอาเบอร์นี้ไปลงในกรุ๊ปเพื่อนๆที่เรียนด้วยกัน ถ้าได้เรื่องยังไงตะวันจะรีบโทร.บอกนะคะ”

“พี่ว่าคงตามไม่ได้แล้วล่ะ”

“แต่มิ้นต์ก็ต้องตามจนถึงที่สุดล่ะค่ะ รับปากผู้ใหญ่ไว้แล้ว”

พิตะวันไม่พอใจ แอบมองบุษบามินตราที่ไม่ยอมจบเรื่องสักที ภิทูรอยากช่วยจึงแนะนำว่ามีอีกวิธีที่จะตามหา หากเรารู้ชื่อคนคนนั้นรับรองหาไม่ยากแน่

“จริงสิ ให้หม่อมป้าไลน์ไปถามชื่อจากเพื่อนก็ได้”

พิตะวันตกใจโพล่งขึ้นอย่างลืมตัว “ถ้าเขาลงทุนปิดเบอร์ ก็ไม่อยากให้ใครตามได้รึเปล่าคะ”

ภิทูรกับบุษบามินตรามองพิตะวันอย่างแปลกใจว่าทำไมต้องร้อนรนขนาดนั้น พิตะวันรู้ตัวรีบยิ้มหวานทำหน้าใสซื่อกลบเกลื่อน

“ตะวันลองคิดแทนเขาดูน่ะค่ะ ถ้าหนีมาไกลขนาดนี้แล้วยังมีคนตามจิกให้ไปรับใช้อีก เขาอาจจะไม่ชอบก็ได้...ก็แค่คิดน่ะค่ะ ไม่โกรธกันนะคะคุณมิ้นต์”

บุษบามินตราพยักหน้า พิตะวันรู้สึกหวั่นกลัวที่แสดงอารมณ์ออกไปจึงหยิบจานชามเข้ามาในครัว บ่นพึมพำว่าจะตามล้างตามผลาญกันไปถึงไหน แต่พอเห็นรชานนท์เดินมาก็รีบทำตัวปกติ ร้องห้ามเมื่อเห็นเขาพับแขนเสื้อจะช่วยล้างจาน

“อุ๊ย! ไม่ต้องค่ะ คุณเป็นแขก”

รชานนท์ไม่ฟัง ลงมือล้างจานอย่างคล่องแคล่วและถามโดยไม่ได้มองหน้าหญิงสาวว่าทำไมดูเครียดจัง

พิตะวันฉีกยิ้มกลบเกลื่อน อ้างว่างานวิจัยที่ตนทำยากมาก

“นึกว่าโกรธที่ผมมาขัดจังหวะซะอีก” พิตะวันทำหน้างงๆ ชายหนุ่มอธิบายว่า “ก็คุณกำลังเดตกับแฟนอยู่ แล้วผมกับคุณมิ้นต์ก็มาขัดจังหวะ”

หญิงสาวทวนคำว่าแฟนเสียงหลง รชานนท์เลยต้องระบุชื่อแฟนให้ชัดว่า ดร.ภิทูร

“เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว ตะวันมาคุยกับอาจารย์เรื่องงานวิจัย นักศึกษาที่นี่ก็มาปรึกษาอาจารย์แบบนี้ทั้งนั้นแหละค่ะ เพราะอาจารย์ใจดี สงสัยต่อไปตะวันคงต้องระวังตัว เดี๋ยวใครจะเข้าใจผิดอีก”

พิตะวันกระฟัดกระเฟียดเล็กๆ ใส่จริตให้น่ารัก แล้วสบตาเขาเป็นประกายด้วยความพึงพอใจ

ooooooo

สมควรแก่เวลา บุษบามินตราลากลับ โดยทิ้งรชานนท์ให้นอนที่บ้านภิทูร ส่วนพิตะวันก็ต้องกลับด้วยเช่นกันเพื่อไม่ให้รชานนท์คลางแคลงใจว่าเธอเป็นแฟนกับภิทูร แถมต่อหน้าทุกคนเธอก็เรียกภิทูรว่าอาจารย์ทุกครั้งและทำตัวห่างเหิน

ภิทูรค่อนข้างงงกับวาจาและท่าทางของพิตะวัน แต่ไม่ทันได้พูดอะไรเพราะพิตะวันชิงตัดบทแล้วบอกลาทุกคนจากไป โดยไม่ยอมให้บุษบามินตราไปส่งที่โรงแรมเพราะกลัวเจอหม่อมมณีฉาย

แต่จนแล้วจนรอดพิตะวันก็เจอทั้งหม่อมมณีฉายและเพ็ญพักตร์ขณะขึ้นลิฟต์ของโรงแรม เธอรีบหยิบหมวกปีกกว้างมาใส่ปิดบังใบหน้าและเอาตัวรอดไปได้อย่างหวุดหวิด

วันถัดมา รวิศโทร.ชวนบุษบามินตราดูหนังรอบเย็น แต่หญิงสาวไปไม่ได้เพราะต้องพาแม่ไปช็อปปิ้ง รวิศเข้าใจแต่อดน้อยใจแฟนสาวไม่ได้ เขาเหลือบเห็นภิทูรเลยตั้งใจจะชวนดูหนัง แต่สักครู่ก็เห็นพิตะวันเข้ามาจึงเปลี่ยนใจ ปล่อยให้สองคนสวีตหวานกันตามสะดวก

ภิทูรพาพิตะวันไปเลือกซื้อเสื้อผ้า พิตะวันถือโอกาสนี้เลียบเคียงถามถึงความสัมพันธ์ของบุษบามินตรากับรชานนท์ คำตอบคือสองคนเป็นเพื่อนกัน รชานนท์บอกว่าเพิ่งเจอกันด้วยซ้ำ

“แปลกนะคะ อุตส่าห์มาพบกันถึงที่นี่ ไปเที่ยวกัน กลับเมืองไทยด้วยกัน”

“ก็บังเอิญน่ะครับ”

“ไม่มีความบังเอิญบนโลกหรอกค่ะ คนตั้งใจทำให้มันเกิดทั้งนั้น พวกคนรวยๆน่ะปากบอกว่าไม่มีคลุมถุงชน แต่สุดท้ายก็เอาถุงเงินชนกันทุกราย คนพวกนี้ไม่คิดจะเผื่อแผ่ความรวยให้คนอื่นบ้างรึไง”

“แต่คุณมิ้นต์ไม่มีทางยอมหรอกครับ”

“ก็ไม่แน่นะคะ ตะวันเห็นคุณมิ้นต์ดูเป็นห่วงเป็นใยหาที่พัก มารับมาส่งคุณรชานนท์ ทั้งๆที่ปกติเธอเย็นชาจะตาย”

“ตะวันจะบอกว่าคุณมิ้นต์ชอบคุณรชานนท์เหรอครับ”

พิตะวันไม่ตอบแต่ยิ้มมีเลศนัย เดินไปหยิบเสื้อเดรสสีดำดีไซน์เก๋ ด้านหน้าดูเรียบโก้ แต่ด้านหลังเปลือยถึงเอวมาให้ภิทูรดู

“พี่ภิทูรว่าตะวันจะใส่ชุดนี้สวยไหมคะ”

“ตะวันใส่ชุดไหนก็สวยทุกชุดแหละ แต่พี่ว่าชุดนี้มันโป๊ไปหน่อย”

“เซ็กซี่ดีออกค่ะ ตะวันไปลองดีกว่า” พูดแล้วไม่รอช้าเดินถือชุดนั้นเข้าห้องลอง พอเห็นป้ายราคาที่แพงมากก็ชะงัก แต่ครุ่นคิดนิดหน่อยก็ยิ้มพราย เปลี่ยนชุดแล้วเรียกภิทูรเข้ามาดูความเซ็กซี่ยั่วยวนของตนเอง

ภิทูรชอบแต่บ่นเรื่องโป๊อีก พิตะวันอ้อนว่าซื้อไว้ใส่ให้เขาดูคนเดียว แค่นั้นชายหนุ่มก็ใจอ่อนยอมซื้อให้ทั้งที่แสนเสียดายเงิน

“เออนี่ ตะวันยังไม่ได้บอกผมเลยว่าคุณมิ้นต์ชอบคุณรชานนท์หรือเปล่า”

“ตอนนี้ไม่ชอบ แต่ต่อไปไม่แน่ ผู้ชายอย่างคุณรชานนท์ไม่มีผู้หญิงคนไหนปฏิเสธหรอกค่ะ พี่ภิทูรไม่เชื่อตะวันใช่ไหมล่ะ งั้นคืนนี้เราชวนคุณมิ้นต์กับคุณรชานนท์ไปคลับกัน แล้วดูว่าคุณมิ้นต์จะเป็นอย่างที่ตะวันบอกรึเปล่า”

“จะดีเหรอครับ พี่ว่ามันแปลกๆ”

“ถ้าไม่อยากให้แปลกก็ชวนคนอื่นไปด้วยสิคะ ชวนคุณวิศด้วยก็ได้ เขาสองคนจะได้มีโอกาสอยู่ด้วยกัน”

“คิดแผนแบบนี้เพราะอยากไปเที่ยวเองรึเปล่า”

“ก็นิดนึง ตะวันสงสารคุณวิศด้วยค่ะ เห็นหน้าเศร้าๆเมื่อกี้แล้วอยากช่วย”

“งั้นก็ได้ครับ เดี๋ยวพี่ลองชวนทุกคนดู”

พิตะวันยิ้มแววตาเป็นประกายเพราะทุกอย่างเป็นไปตามแผน...อีกไม่นานก็จะได้เจอรชานนท์แล้ว

ooooooo

เวลานั้นรชานนท์กับบุษบามินตรากำลังหอบหิ้วถุงข้าวของพะรุงพะรังเดินตามเพ็ญพักตร์กับมณีฉายเข้าห้องพักภายในโรงแรม

ผู้ใหญ่ทั้งสองบ่นเหนื่อยเพราะช็อปปิ้ง พลางส่งซิกให้แก่กันเมื่อบุษบามินตราถามเรื่องกินว่ายังอยากกินอาหารจีนอยู่หรือเปล่า สองคนต้องการให้หนุ่มสาวไปกินกันตามลำพังจึงอ้างว่ามื้อเย็นพวกตนไดเอต

ได้ผล! หนุ่มสาวต้องไปกันเอง เพ็ญพักตร์กับมณีฉายแอบหัวเราะคิกคักสมใจ คิดตรงกันว่าสองคนสนิทสนมกันเร็วดีจัง หารู้ไม่ว่าบุษบามินตราให้ได้แค่ความเป็นเพื่อนกับรชานนท์เท่านั้น

ออกมาได้ไม่นาน บุษบามินตราได้รับการติดต่อจากรวิศ หญิงสาวยิ้มหน้าบานขยับหนีห่างไปจากรชานนท์เพื่อคุยโทรศัพท์กับแฟนหนุ่ม

“ขอโทษที่กวน ไม่รู้ว่ามิ้นต์ยังยุ่งอยู่รึเปล่า แต่อยู่ๆพี่เสือเขาเป็นอะไรก็ไม่รู้ ชวนพวกเราไปคลับ มิ้นต์จะไปมั้ย”

“คลับ? พี่เสือเนี่ยนะ คิดยังไงของเขา”

“นั่นสิ ร้อยวันพันปีไม่เคยเที่ยวกลางคืน สงสัยอยากไปเดตกับแฟนมั้ง มีแฟนวัยรุ่นก็ยังงี้ แกคงอยากชวนพวกเราไปเป็นเพื่อน มิ้นต์ว่าไงล่ะ แต่พี่เสือเขาชวนคุณรชานนท์ด้วยนะ”

“จะชวนไปทำไม”

“มิ้นต์จะทิ้งเขาไว้กับป้ากับแม่มิ้นต์งั้นเหรอ”

“โอเคๆ มิ้นต์จะลองชวนดู” หญิงสาววางสายก่อนเดินกลับมาถามรชานนท์อย่างเสียไม่ได้

“คุณหิวอยู่รึเปล่า เปลี่ยนจากกินข้าวไปคลับกันมั้ย”

ฟังคำถามนั้นแล้วรชานนท์เลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ

ooooooo

แผนของพิตะวันที่ต้องการใกล้ชิดรชานนท์สำเร็จลุล่วงสมใจ สองคนได้มาเจอกันอีกครั้งในคลับชื่อดังซึ่งเป็นแหล่งนิยมของกลุ่มวัยรุ่น

พิตะวันให้ความสนิทสนมกับรชานนท์โดยหลบหลีกสายตาของภิทูรได้อย่างแนบเนียน ส่วนภิทูรเจอมรกตโดยบังเอิญจึงคุยกันติดพันเพราะเขาต้องการขอโทษที่ทำให้เธอเสียความรู้สึกและเสียใจ

มรกตกล้ำกลืนรับคำขอโทษและยินดีเป็นเพื่อนกับเขา แต่สำหรับพิตะวัน เธอไม่มีวันให้อภัยอย่างเด็ดขาด ฝ่ายรวิศกับบุษบามินตราที่จะต้องจากกันในอีกไม่กี่วันทั้งที่ไม่เต็มใจ เพราะฝ่ายหญิงต้องกลับเมืองไทยพร้อมแม่ รวิศเศร้ามากกลัวเธอจะไม่กลับมา แต่บุษบามินตรา สัญญาว่าต้องกลับมาแน่เพราะเขาคือคนที่เธอรักสุดหัวใจ

นอกจากพิตะวันจะได้ใกล้ชิดรชานนท์แล้วเธอยังได้เต้นรำอย่างแนบชิดกับเขาด้วย อัญย่าเห็นแล้วขัดใจ เมื่อได้ยินภิทูรถามหาพิตะวันก็เลยพูดโพล่งว่าออกไปแดนซ์กับรชานนท์

เท่านั้นเอง ความหึงหวงของภิทูรพุ่งปรี๊ด เดินจ้ำไปตามหาพิตะวัน แต่ไม่พบเพราะเธอไหวตัวหลบหลีกได้เสียก่อนด้วยการพารชานนท์ไปยังมุมบาร์เครื่องดื่ม ทั้งที่ชายหนุ่มอยากกลับมารวมกับเพื่อนคนไทย พิตะวันอ้างว่าตนไม่ชอบคนเยอะๆ โดยเฉพาะสุธีที่ชอบทำรุ่มร่ามกับเธอบ่อยๆ

รชานนท์ไม่ติดใจสงสัย คุยกันต่อเรื่องเพลงที่ชอบและบังเอิญชอบเพลงเดียวกันเสียด้วย ซึ่งพิตะวันบอกว่าเพลงนี้แม่ของตนชอบร้องเวลาออกงานการกุศลบ่อยๆ ตนเลยชอบด้วย

พูดถึงเพลง Some Enchanted Evening พิตะวันนึกย้อนถึงตอนอยู่ที่บ้านอินทนิล เธอได้รับมอบหมายจากอินทนิลให้แปลความหมายของเพลงนี้ โดยมียี่สุ่นกับลำพูนั่งขัดเครื่องเงินและเช็ดจานชามอยู่ใกล้ๆ

พิตะวันง่วนกับการเปิดดิกชันนารีแปลเนื้อเพลง ขณะที่ปากก็บ่นไปด้วยว่า “จริงๆถ้าแปลไม่ได้ คุณก็น่าจะร้องเพลงไทย”

“ก็ไม่เก๋น่ะสิ งานนี้ออกทีวีด้วยไม่ใช่เหรอ”

“หยุดนินทาเจ้านาย ท่านสั่งให้ทำอะไรก็ทำๆไปเถอะ”

ยี่สุ่นปรามทั้งสองคน แต่พิตะวันยังไม่หยุดสงสัย หันไปพูดกับยี่สุ่นโดยไม่เห็นอินทนิลเดินเข้ามาข้างหลัง

“เพลงนี้เด็กมัธยมต้นก็แปลได้ ถ้าคุณแปลเองไม่ได้ก็หมายความว่า...”

“โง่!!” เสียงนั้นทำให้ทุกคนสะดุ้งสุดตัว หันไปก็เห็นอินทนิลเดินเข้ามาหน้าตาเอาเรื่อง “แกคิดว่าฉันโง่ เพราะเรียนน้อยกว่าแกงั้นสิ”

พิตะวันตกใจแก้ตัวปากคอสั่น “ไม่ใช่นะคะ ตะวันไม่เคยคิดอย่างนั้น”

“แกคงคิดล่ะสิว่าเรียนสูงแล้วจะมาดูถูกฉันได้ อย่าลืมนะ เงินทุกบาททุกสตางค์ที่แกเรียน มันก็มาจากฉัน ฉันคือผู้มีพระคุณของแก อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าไม่มีฉันซักคน น้ำหน้าอย่างแกจะมีปัญญาหาเงินเรียนเองรึเปล่า ป่านนี้คงเป็นหมาหัวเน่าอยู่ในท้องร่องสวนในป่านู่นใช่มั้ย”

พิตะวันรีบกราบแทบเท้าอินทนิลพร้อมกับร้องไห้ด้วยความกลัว “ใช่ค่ะ ตะวันขอโทษ ตะวันผิดไปแล้ว คุณอย่าให้ตะวันเลิกเรียนเลยนะคะ”

อินทนิลก้มมองพิตะวันที่ก้มกราบเท้าด้วยความสะใจ สีหน้าดูถูกเย้ยหยัน

“ฮึ!! เห็นรึยังนังตะวัน ถึงแกจะจบด็อกเตอร์จากดาวดวงไหน ยังไงแกก็ต้องมาเป็นขี้ข้าและกราบเท้าคนอย่างฉันอยู่ดี”

เหตุการณ์ในวันนั้นทำให้พิตะวันแค้นเคืองอินทนิลมาก...แต่วันนี้เธอกำลังนั่งอยู่ต่อหน้าชายหนุ่มในฝัน สีหน้าเธอสลดลงจากเมื่อสักครู่อย่างเห็นได้ชัดจนเขาแปลกใจ ถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ตะวันคิดถึงคุณแม่ คุณรชานนท์ชอบเพลงนี้เพราะเชื่อเรื่องรักแรกพบรึเปล่าคะ”

“ถ้าบอกว่าเชื่อ”

“แสดงว่าคุณเคยมีรักแรกพบ”

“ยังไม่เคยมีนะครับ แล้วคุณตะวันล่ะครับมีรึเปล่า”

หญิงสาวตอบรับและส่งสายตาหวานซึ้งบ่งบอกความรู้สึก แต่เขากลับไม่แสดงออกใดๆ

“จริงๆผมอยากได้แผ่นเสียงเพลงนี้กลับไปฟังที่บ้านนะครับ ในลอนดอนน่าจะมีขาย”

“มีสิคะ ตะวันรู้ว่าร้านอยู่แถวไหนด้วย อยากให้ตะวันพาไปซื้อไหมคะ” เธอรีบเสนอตัว หวังอย่างยิ่งว่าจะได้มีโอกาสเที่ยวกับเขาตามลำพังสองต่อสอง...

ทางด้านภิทูรที่หาพิตะวันไม่พบ คืนนั้นเขาเดินไปส่งรวิศที่หน้าหอพัก รวิศสังเกตเห็นภิทูรเคร่งเครียดเงียบขรึมตั้งแต่อยู่ในคลับก็ถามด้วยความสงสัยว่าเขาเป็นอะไร

“นายว่าตะวันกับเพื่อนคุณมิ้นต์ดูแปลกๆกันมั้ย”

“คุณตะวันคงรำคาญสุธีมั้งครับ จ้องจะจีบอยู่เรื่อย ทำไมพี่ไม่ประกาศเรื่องพี่กับเขาสักทีล่ะครับ”

“ตะวันไม่อยากให้พี่ทำแบบนั้น พี่ก็กะจะให้คนอื่นรู้ๆกันไปเอง”

“แล้วทำไมตะวันต้องทำแบบนั้นล่ะครับ”

“พี่อาจจะไม่คู่ควรกับเขา”

“เฮ้ย!! พี่อย่าก๊อปคำพูดผมไปใช้สิ ระดับด็อกเตอร์ภิทูรไม่มีผู้หญิงคนไหนไม่คู่ควรหรอกครับ”

“บางทีตะวันอาจจะไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นก็ได้”

ฟังภิทูรแล้วรวิศนิ่งเงียบด้วยความสงสารและเห็นใจ... ไม่ว่าจะภิทูรหรือรวิศต่างอยู่ในชะตากรรมเดียวกัน

ฝ่ายบุษบามินตรามาส่งรชานนท์กับพิตะวันที่ล็อบบี้โรงแรม เธอฝากรชานนท์บอกหม่อมมณีฉายกับแม่ของตนด้วยว่าพรุ่งนี้จะมารับตอนเก้าโมง แต่รชานนท์ขออนุญาตไม่ไปด้วยสักวันได้ไหม

“ก็ไม่มีปัญหานะ ฉันไปคนเดียวก็ได้ ว่าแต่คุณจะไปไหน”

“ไปในที่ที่อยากไป”

บุษบามินตราเบื่อความกวนของรชานนท์ พูดประชดว่า “เอาที่สบายใจแล้วกัน แต่ยังไงก็อย่าลืมบอกแม่กับคุณป้า”

จากนั้นเธอหันมาลาพิตะวันก่อนจะเดินออกไป รชานนท์กับพิตะวันมองหน้ากันยิ้มๆแล้วเดินไปที่ลิฟต์พร้อมกัน เขาตั้งใจเดินมาส่งเธอหน้าห้องอย่างสุภาพบุรุษ แต่ฝ่ายหญิงดูเก้อเขิน บอกลาและว่าพรุ่งนี้เจอกัน พอเขาตอบรับโดยดี เธอแทบกรี๊ด รีบเข้าห้องเปิดคอมพิวเตอร์ค้นหาร้านขายแผ่นเสียงในลอนดอน ไม่นานก็ได้สมดังใจ วาดฝันว่าพรุ่งนี้ต้องทำคะแนนให้เขาประทับใจมากที่สุด

ooooooo

ที่กรุงเทพฯ อินทนิลรับโทรศัพท์จากหม่อมมณีฉายด้วยความตกใจ “อะไรนะคะ นังตะวันมันไม่ไปรับใช้หม่อมเลยเหรอคะ”

“ใช่ค่ะ นี่ก็เลยต้องให้หนูมิ้นต์เดินตามหิ้วของต้อยๆ น่าสงสาร เป็นถึงลูกสาวรัฐมนตรีแท้ๆต้องมาเป็นคนคอยหิ้วของให้เรา”

“แต่ฉันก็บอกมันไปแล้วนะคะ แต่การสื่อสารมันอาจจะไม่ดี เดี๋ยวฉันจะลองตามมันให้อีกที ต้องขอโทษหม่อมจริงๆนะคะที่นังตะวันมันทำให้ยุ่งยากแบบนี้”

“ก็หวังว่าเด็กนั่นคงจะไม่หลงแสงสีจนลืมคำสั่งของคุณพี่นิลหรอกนะคะ ฉันล่ะกลั๊วกลัวว่าข้าวแดงแกงร้อนของคุณพี่นิลจะสูญเปล่า เลี้ยงมันมาตั้งนานหมดเงินกับมันไปเท่าไหร่ แต่มันไม่ยอมตอบแทนบุญคุณ”

“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ นังเด็กนั่นไม่มีทางได้ทำแบบนั้นหรอกค่ะ ถ้าคิดจะอกตัญญูกันจริงๆ ฉันไม่เอามันไว้แน่”

อินทนิลทิ้งท้ายก่อนวางสายด้วยความโมโห แล้วตะโกนเรียกคนรับใช้เสียงดังลั่นบ้าน

“นังยี่สุ่น นังยี่สุ่นอยู่ไหน หายหัวไปไหนกันหมด ไม่ได้ยินที่ฉันเรียกรึไง หูตึงหูแตกกันหมดแล้วเหรอ”

ยี่สุ่นรีบวิ่งมาหน้าตาตื่น อินทนิลตวาดถามว่าทำอะไรชักช้า ไม่ได้ยินที่ตนเรียกหรือไง

“ขอโทษค่ะคุณผู้หญิง อิฉันกำลังทำความสะอาดห้องอยู่ เลยไม่ค่อยได้ยิน”

“ไปตามเจริญศรี นังแตง หรือใครก็ได้ที่รู้เรื่องคอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ตมาพบฉัน บอกพวกมันมาช่วยฉันตามล่านังตะวันเดี๋ยวนี้”

ยี่สุ่นรับคำแล้ววิ่งหัวซุกหัวซุนออกไป เพียงไม่นาน เจริญศรีน้องสาวต่างมารดาของอินทนิล กับแตงหรือกีรติสุดาลูกสาวของเจริญศรีซึ่งอาศัยอยู่อีกบ้านแต่ในรั้วเดียวกันก็ตามยี่สุ่นมาพบอินทนิล เพื่อตรวจสอบช่องทางการติดต่อพิตะวันทั้งหมด แต่ไม่สามารถติดต่อได้เลย

“แตงว่ามันหนีคุณป้าแล้วค่ะ แตงส่งเมลไปกี่อันๆ ก็ตอบกลับมาว่าเมลนี้ปิดไปแล้ว”

“โทรศัพท์มันก็ปิดเบอร์ไป ไลน์ สไกป์ ก็หายหมดค่ะคุณพี่”

อินทนิลกำมือแน่นด้วยความโมโห “นังตะวันมันกล้าทำแบบนี้กับฉันงั้นเหรอ”

“มันคงจะคิดหนีคุณพี่ตั้งแต่มันได้ไปอังกฤษแล้วมั้งคะ ก็เคยบอกแล้วว่านังเด็กนี่มันร้าย คุณพี่ก็ไม่เคยเชื่อ ให้มันใช้นามสกุลมันก็ยิ่งได้ใจ”

“หุบปาก!! นามสกุลของคุณพ่อฉัน ฉันมีสิทธิ์จะให้ใครใช้ก็ได้ ไม่ใช่หน้าที่ลูกเมียรองอย่างเธอจะมาเสนอความคิด”

เจริญศรีโกรธแต่ข่มใจเอาไว้ เสแสร้งแกล้งจ๋อยอย่างเกรงใจ “ขอโทษค่ะคุณพี่ น้องแค่โกรธที่นังเด็กนั่นมันทำไม่เห็นหัวคุณพี่ ทั้งๆที่คุณพี่ดีกับมันจะตาย”

“มันทำแบบนี้แล้วมันคิดว่าจะหนีฉันพ้นงั้นเหรอ”

“ได้ไม่ได้ ตอนนี้เราก็ตามตัวมันไม่ได้แล้วล่ะค่ะ”

“ไม่มีอะไรที่คนอย่างคุณอินทนิลทำไม่ได้...นังแตง แกต้องไปอังกฤษเมื่อไหร่”

“อีกสองอาทิตย์ค่ะ”

“รีบกลับไปเก็บของให้เสร็จ เพราะแกต้องไปอังกฤษกับฉันโดยเร็วที่สุด”

“อย่าบอกนะคะว่าคุณพี่จะไปตามตัวมันถึงที่นั่น”

“ต่อให้มันไปขึ้นสวรรค์ ลงนรกที่ไหน ฉันก็จะไปลากมันกลับมา ให้มันรู้ว่าคนอย่างคุณอินทนิลไม่มีวันยอมให้นังเด็กขอมาเลี้ยงถีบหัวส่งได้หรอก แกรู้จัก ฉันน้อยไปนังตะวัน” อินทนิลประกาศกร้าวด้วยความโกรธ

เจริญศรีกับกีรติสุดาแอบยิ้มสะใจ แต่ยี่สุ่นกลับหนักใจ เดินเข้าไปในครัวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ลำพูกำลังรอคอยเพราะอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นคุณผู้หญิงถึงได้เสียงดังโวยวายขนาดนั้น

“ก็นังตะวันน่ะสิ มันตัดการติดต่อทุกทางกับคุณผู้หญิง ไม่ให้คุณผู้หญิงตามตัวมันที่เมืองนอกได้ มันคงจะคิดว่าหนีคุณผู้หญิงพ้นมั้ง”

“แล้วทำไมต้องทำอย่างนั้นด้วย”

“เพ้อไง ทะเยอทะยานใฝ่สูงเกิน มันคงคิดว่าถ้าออกไปจากที่นี่ได้ มันคงจะมีชีวิตอย่างที่มันชอบฝันมั้ง”

“แล้วพี่ตะวันชอบฝันว่าอะไรจ๊ะ”

“ก็ฝันว่าได้เป็นคนมีเกียรติ มีคนนับหน้าถือตา มีบ้านหลังใหญ่ๆ มีของแพงๆอย่างคุณผู้หญิงไว้ใช้ มีผู้ชายดีๆมารุมรัก มีเงินทองใช้มากมายไม่มีวันจบ”

“อุ๊ย อย่างนั้นมันเจ้าหญิงในนิยายแล้วมั้งป้า”

“ก็นังตะวันมันคิดว่ามันเป็นเจ้าหญิงไง แต่เป็นเจ้าหญิงตกยากที่รอเจ้าชายรูปงามมารับพาไปอยู่ปราสาทราชวังด้วย เพียงแต่มันคงลืมฝันถึงแม่เลี้ยงใจร้าย ที่ ไม่ใช่ร้ายธรรมดานะ แต่ร้ายจนทำทุกอย่างที่จะทำลายมันได้ด้วย”

ยี่สุ่นพูดเสร็จก็ทอดถอนใจ ไม่รู้จะสงสารหรือสมน้ำหน้าพิตะวันดี แต่สำหรับสองแม่ลูกเจริญศรีกับกีรติสุดานั้นแน่นอนว่าสมน้ำหน้าและสะใจเป็นที่สุด

“นี่เป็นโอกาสแล้วนะที่แกจะได้ใกล้ชิดป้าแก ประจบเอาใจให้เขารักแกมากๆ แกจะได้เป็นคนโปรด เขาจะได้เมตตาแบ่งเงินแบ่งสมบัติให้พวกเราบ้าง”

“ไม่ต้องห่วงค่ะ เรื่องแบบนี้แตงถนัด ยิ่งได้ทำลายนังพิตะวันด้วย งานนี้แตงทุ่มสุดตัวแน่”

กีรติสุดามุ่งมั่นมาก เตรียมทำลายล้างพิตะวันที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันตั้งแต่เด็กๆ

ooooooo

ริมถนนหน้ามหาวิทยาลัยในลอนดอน ภิทูรเดินหอบหนังสือเดินตามพิตะวันราวกับเป็นคนใช้ พิตะวันเดินรักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้คนอื่นเข้าใจผิด แต่ไม่ไกลเกินไปจนภิทูรสงสัย

“เดี๋ยวเราไปดูห้องพักใหม่ของตะวันกัน แฟลตนั้นทำเลดีมาก พี่มั่นใจว่าตะวันต้องชอบแน่”

พิตะวันชะงักก่อนจะหันกลับมามองหน้าภิทูรอย่างอ้อนๆ “วันนี้ตะวันไปไม่ไหวหรอกค่ะ อ่านหนังสือมาทั้งวันเหนื่อยมาก ตะวันอยากกลับไปนอนพักจะแย่”

“แล้วห้องล่ะครับ พี่นัดเจ้าของห้องไว้แล้วนะครับ”

“งั้นพี่ภิทูรก็ตัดสินใจแทนตะวันสิคะ ถ้าพี่ภิทูรชอบตะวันก็ชอบ”

“แต่ตะวันน่าจะไปดูเองนะครับ”

“ตะวันไม่ไหวจริงๆ พี่ภิทูรทำแทนทีนะคะ แฟนกันตัดสินใจแทนกันได้อยู่แล้วเนอะ”

ได้ยินคำว่าแฟน ภิทูรยิ้มออก รับปากแข็งขันทันที แต่พอพิตะวันฝากจ่ายเงินค่ามัดจำ ค่าเช่า และเงินประกันให้ก่อน แล้วจะคืนให้ทีหลัง ภิทูรถึงกับหน้าถอดสีหญิงสาวมองออกรีบเข้าไปหอมแก้มเขาอย่างเร็ว

“ถือว่าเป็นดอกเบี้ยจ่ายให้ก่อนนะคะ” พูดแล้วแกล้งเอียงอายเดินหนีไป ทิ้งให้ภิทูรยืนยิ้มอยู่ตรงนั้นอย่างมีความสุขมาก

หลังจากไปจัดการเรื่องห้องพักใหม่ให้พิตะวันแทนการอยู่โรงแรมที่แพงมากแล้ว ภิทูรกลับออกมาเจอ รวิศที่จับตามองเขากับพิตะวันมาตลอด

“หอมแก้มฟอดเดียว แต่ต้องจ่ายเป็นแสน ไม่คุ้มเลยนะฮะพี่เสือ”

“พี่แค่ออกไปก่อน เดี๋ยวตะวันก็มาจ่ายคืน”

“แต่ผมยังไม่เห็นเขาคืนพี่สักทีนะ ค่าโรงแรมที่เขาอยู่ทุกวันนี้ พี่ก็จ่ายคืนละเป็นหมื่นทุกคืน”

“อันนั้นเป็นสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ เพราะพี่ทำให้เกิดเรื่อง”

รวิศถามด้วยความเป็นห่วงว่าไหวเหรอ ภิทูรถอนใจ แต่ยังยิ้มสู้เพราะรักพิตะวัน บอกว่าเธอเป็นลูกคุณหนูไฮโซ ตนทนให้เธอลำบากเหมือนเราไม่ได้

“อันนี้ไม่ได้ว่านะพี่ ผมว่ามิ้นต์อยู่ง่ายกินง่ายกว่าพิตะวันเยอะ”

“นายน่ะโชคดี แต่คุณแม่ตะวันเป็นผู้ดีเก่าเจ้าระเบียบ ตะวันก็เลยติดคุณแม่มาเหมือนกัน ตะวันเขาก็พยายามลดๆอยู่นะ”

“นี่ขนาดพยายามแล้วนะ”

“บางครั้งเวลาฟังตะวันพูดถึงคุณแม่ พูดถึงครอบครัว พี่ก็คิดนะว่าจะเข้ากับครอบครัวเขาได้ยังไง เขากับเรามันต่างกันมากจริงๆ”

“ผมห่วงว่ากว่าพี่จะได้แต่งงานกับเขา พี่จะหมดตัวซะก่อนน่ะสิ”

“รวิศ!” ภิทูรเสียงเข้มไม่พอใจ รวิศหน้าจ๋อยรีบกลับคำทันใด

“โอเคฮะ โอเค แล้วแต่...เอาที่สบายใจฮะ”

ooooooo

ความจริงพิตะวันมีนัดกับรชานนท์จึงหาทางแยกตัวออกจากภิทูรมาพบเขา จากนั้นก็ใช้ช่วงเวลาอยู่กันตามลำพังหว่านเสน่ห์ใส่เขาเต็มที่เพื่อให้ได้ใกล้ชิดและหวังได้หัวใจ

พิตะวันเจ้าเล่ห์แสนกล เธอสามารถทำให้รชานนท์จับมือเธอเดินเที่ยวได้ แต่พิตะวันไม่รู้เลยว่ามรกตเห็นเธอโดยบังเอิญและพยายามจะถ่ายรูปแต่ไม่สำเร็จเพราะมีคนอื่นบดบัง แถมพอจะก้าวตามทั้งคู่ก็หายไปเสียแล้ว

ในเวลาเดียวกัน บุษบามินตราที่ต้องเหน็ดเหนื่อยบริการรับใช้แม่กับหม่อมมณีฉายก็เริ่มบ่นไม่ไหว รวิศสงสารแฟนจึงอาสาช่วยค้นหาเด็กรับใช้ที่หม่อมมณีฉายพูดถึงในฐานะที่เขาเป็นผู้กว้างขวางเกี่ยวกับนักเรียนไทยที่ลอนดอน

ปรากฏว่าเบอร์โทรศัพท์ที่บุษบามินตราบอกมานั้นรวิศสามารถหาตัวเจ้าของเบอร์พบ ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นพิตะวันคนกันเอง บุษบามินตรายังไม่ปักใจ รีบกลับมาสอบถามหม่อมมณีฉายที่ห้องพัก เป็นเวลาที่หม่อมมณีฉายเพิ่งได้คำตอบจากเพื่อนที่เมืองไทยว่า
เด็กรับใช้ชื่อพิตะวันได้ทุนมาเรียนปริญญาโทที่นี่

เมื่อมั่นใจเช่นนี้แล้วเย็นนั้นบุษบามินตราจึงมาดักรอพิตะวันหน้าห้องพักในโรงแรมเดียวกัน แจ้งว่าหม่อมมณีฉายอยากพบ เธอบอกเลขที่ห้องพักแล้วผละไปโดยไม่พูดอะไรมาก ทิ้งให้พิตะวันยืนตัวสั่นทั้งกลัวทั้งโกรธ กล่าวโทษบุษบามินตราสาระแนสอดรู้สอดเห็นเรื่องของตน

แท้จริงแล้วบุษบามินตราไม่ชอบยุ่งเรื่องคนอื่น แต่ที่ทำไปเพราะเป็นความต้องการของหม่อมมณีฉาย หญิงสาวนึกไม่ถึงจริงๆว่าเพียงเพราะต้องการสร้างภาพลักษณ์ที่หรูเริดให้ตัวเอง พิตะวันถึงกับต้องโกหกโอ้อวดว่าเป็นลูกผู้ดีมีสกุล

พิตะวันมายืนลังเลอยู่หน้าห้องพักของหม่อม มณีฉายกับเพ็ญพักตร์ คิดแล้วคิดอีกอย่างเคร่งเครียด แต่สุดท้ายก็ไม่ยอมเคาะเรียก แต่เดินไปอ่อยรชานนท์เพราะเชื่อว่าเขาน่าจะยังไม่รู้เรื่องนี้...

รุ่งเช้า รชานนท์นำแผ่นเสียงมามอบให้บุษบามินตราที่ตนไปซื้อมาเมื่อวานเป็นค่าตอบแทนที่เธอต้องเหนื่อยไปเดินถือของให้ป้าหม่อมกับแม่ ระหว่างนี้พิตะวันร่าเริงเข้ามาทัก เธอนัดกับรชานนท์ไว้ว่าจะเที่ยวอำลาลอนดอนเป็นวันสุดท้าย

รชานนท์ชวนบุษบามินตราแต่เธอปฏิเสธ พอรู้ว่าพิตะวันคือไกด์ที่พาเขาไปหาซื้อแผ่นเสียงเมื่อวานก็เริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้ว่าเธอไม่ได้มาดูแลป้า แต่มาดูแลหลานชายทั้งที่ยังคบภิทูรอยู่ พิตะวันร้ายไม่ใช่เล่น

หลังจากปฏิเสธไปแล้ว บุษบามินตราแยกจากสองคนมาได้ไม่นาน ไม่คิดว่าพิตะวันจะตามมาดักหน้าวางท่ามึนตึงใส่ เมื่อถามว่าเธอไปพบหม่อมป้ามาหรือยัง พิตะวันตอบเสียงแข็งว่า

“คงจะเข้าไปกราบลาท่านตอนเย็น แต่ตะวันก็ไม่ได้ลืมทำหน้าที่ของตัวเองซะทีเดียวนะคะ”

“คุณทำหน้าที่ยังไง ดูแลใคร ก็คงต้องไปเรียนหม่อมป้าเอง”

“พรุ่งนี้คุณก็ไปแล้ว หวังว่าคุณคงจะไม่ทำให้ฉันลำบากที่จะอยู่ที่นี่ต่อไปนะคะ”

“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ มิ้นต์ไม่ชอบยุ่งเรื่องคนอื่น” พูดเสร็จบุษบามินตราผละไป พิตะวันมองตามด้วยสายตาเคียดแค้น ด่าพึมพำลับหลัง

“ให้มันจริงเถอะ นังบุษบามินตรา!”

ooooooo

รวิศมาช่วยบุษบามินตราเก็บข้าวของในห้องพักเพื่อเดินทางกลับเมืองไทยพร้อมเพ็ญพักตร์ พอรวิศถามเรื่องพิตะวันว่าใช่เด็กรับใช้ที่ตามหาหรือเปล่า บุษบามินตราท่าทีหงุดหงิดให้รวิศไปถามกันเอาเอง ตนไม่อยากสนใจ เพราะยิ่งรู้มากยิ่งเครียด

“ทำไมต้องหงุดหงิดด้วย นี่วันสุดท้ายที่เราจะได้เจอกันแล้วนะ”

“มิ้นต์แค่รู้สึกว่าคนสมัยนี้ก็น่ากลัว เราไม่มีวันรู้จริงๆ

ว่าคนที่พูดคุยยิ้มแย้มกับเราเนี่ยข้างในจริงๆเขาเป็นยังไง”

“เราก็แค่ทำข้างในเราให้ดี คนอื่นจะเป็นยังไงก็ปล่อยเขาไป”

“ยังไงก็ฝากดูพี่เสือด้วยนะ มิ้นต์เป็นห่วง”

“มิ้นต์ก็ต้องทำตัวเป็นผู้ใหญ่ กล้าเผชิญกับปัญหา แล้วอย่าทะเลาะกับแม่มาก เข้าใจมั้ย”

“ข้อหลังไม่ค่อยแน่ใจ แต่จะพยายามนะ แล้วมิ้นต์สัญญาว่าจะรีบกลับมา”

“แต่ถ้าวิศทนคิดถึงไม่ไหว วิศจะบุกไปหานะ”

“บอกจริงๆนะวิศ มิ้นต์ไม่อยากไปเลย”

เธอมองรอบห้อง รู้สึกเศร้าอย่างประหลาดเหมือนกับจะไม่ได้กลับมาที่นี่อีก รวิศมองออกขยับมาสวมกอดเธอไว้ ล่ำลากันด้วยความอาลัย...

ทางด้านภิทูรที่ติดต่อพิตะวันไม่ได้ตลอดเวลา โทร.ติดแต่ไม่มีคนรับ เขาร้อนใจมาถามพวกอัญย่าว่ามีใครเห็นพิตะวันบ้าง เมื่อไม่ได้คำตอบก็ยิ่งร้อนรนเป็นห่วง จนพวกอัญย่าพากันสงสัยว่าเขากับพิตะวันคบกันแบบไหนแน่ ซึ่งแสงอรุณกับสุธีอยากรู้ความจริง จึงหารือกันว่าจะไปถามมรกตที่น่าจะรู้เรื่องนี้

ในที่สุดทั้งสามคนก็รู้จากมรกตว่าพิตะวันกับภิทูรคบกันในฐานะแฟน แต่พิตะวันยังแอบไปปิ๊งชายคนอื่นโดยที่ภิทูรไม่รู้ ซึ่งมรกตที่เห็นกับตาว่าพิตะวันเดินจับมือรชานนท์ตั้งใจจะบอกเรื่องนี้กับเขา

พิตะวันไม่รับโทรศัพท์จากภิทูรเพราะเธอกำลังเที่ยวอยู่กับรชานนท์ เธอเป็นฝ่ายรุกออดอ้อนเอาใจเขาสารพัดหวังเอาชนะใจเขาให้ได้ ถึงขนาดอยากตามเขากลับเมืองไทย แต่ฝ่ายชายกลับวางตัวนิ่งๆขรึมๆ พูดแบ่งรับแบ่งสู้พิตะวันรู้สึกเหมือนโดนให้ความหวังและปฏิเสธในคราวเดียวกัน แต่ถึงยังไงเธอไม่ยอมถอยง่ายๆแน่ เพราะรชานนท์ผู้เพียบพร้อมทุกอย่างคือความหวังเดียวของเธอ

แต่ในขณะเดียวกันหม่อมมณีฉายกับเพ็ญพักตร์ก็เชียร์สุดโต่งต้องการให้บุษบามินตรากับรชานนท์ลงเอยกัน ทั้งที่หญิงสาวมีคนรักอยู่แล้ว แต่คนเป็นแม่ก็ไม่สนใจ ตั้งหน้าเคี่ยวเข็ญบังคับลูกสาวต่อไป

หลังจากติดต่อพิตะวันไม่ได้ ภิทูรเพียรส่งข้อความหาเป็นระยะ พิตะวันแยกจากรชานนท์กลับห้องพักก็เปิดดูด้วยความหงุดหงิด และไม่คิดจะตอบกลับใดๆ แต่ไปรื้อค้นหาหนังสือระเบียบการผู้รับทุนมาอ่านอย่างคร่ำเคร่ง

เมื่อถึงตาจนไม่เข้าใจในระเบียบการ พิตะวันก็บากหน้า ไปหาภิทูรถึงห้องทำงานภายในมหาวิทยาลัย แต่งเรื่องหลอกเขาว่าตนอยากกลับเมืองไทยให้เร็วที่สุดเพราะแม่ป่วยเข้าโรงพยาบาล เมื่อวานตนโทร.ถามทางบ้านวุ่นวายทั้งวันเลยไม่มีเวลารับโทรศัพท์หรือตอบไลน์ใครทั้งนั้น

“ที่อยากกลับก็เพราะอยากไปดูแลคุณแม่ ตะวันผิดด้วยเหรอคะ”

“ไม่ใช่ตะวันอยากจะรีบกลับ เพราะอยากตามรชานนท์กลับไปหรอกนะ”

พิตะวันอึ้ง ไม่คิดว่าภิทูรจะรู้เรื่องนี้ ทำไก๋ถามเขาว่าพูดเรื่องอะไร ภิทูรพาซื่อบอกหมดว่ามรกตเห็นเธอเดินจับมือรชานนท์เมื่อวันก่อน แต่พอหลุดปากไปแล้วก็หน้าเสีย คิดว่าตัวเองพลาดไม่น่าเอ่ยชื่อมรกตออกไป

“หาแหล่งข่าวได้ดีมากเลยค่ะ พี่ภิทูรก็รู้ว่าพี่มรกตเกลียดตะวันมากแค่ไหน เขาพยายามใส่ร้ายให้เราสองคนทะเลาะกัน แล้วเขาก็ทำสำเร็จ ถ้าพี่ภิทูรเชื่อเขา งั้นเราก็เลิกกัน ตะวันมันเลวเอง พี่คงพอใจนะคะ”

พิตะวันบีบน้ำตาเดินปึงปังออกไป ภิทูรตกใจรีบก้าว ตาม แต่หญิงสาวเดินหนีไม่เหลียวหลัง แล้วหลังจากนั้นไม่นานภิทูรก็ไปซื้อนาฬิการาคาแพงเตรียมไว้ง้อเธอ รวิศรับรู้อย่างไม่เห็นด้วย พยายามเตือนภิทูรด้วยความเป็นห่วงให้ดูพิตะวันดีๆว่าเธอรักเงิน สิ่งของ หรือว่ารักตัวเขากันแน่

ฝ่ายพิตะวันกำลังเครียดมาก เธออยากได้รชานนท์เป็นแฟนจึงต้องการกลับเมืองไทยแต่ติดขัดตรงที่ไม่มีเงินค่าตั๋วเครื่องบิน ค่ากินค่าอยู่ เผลอๆกลับไปแล้วต้องเสียทุนที่อุตส่าห์สอบมาได้ก็ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่...

ในที่สุดบุษบามินตรากับรชานนท์ก็เดินทางกลับเมืองไทยพร้อมหม่อมมณีฉายและเพ็ญพักตร์ ทันทีที่ถึงบ้านเพ็ญพักตร์ก็เอะอะเอาเรื่องลูกสาวที่ไม่ได้ดังใจ เธอต้องการให้เลิกกับรวิศแล้วมาคบรชานนท์ แต่บุษบามินตรา ดึงดันไม่ยอม สองแม่ลูกเลยมีปากเสียงกันอีกตามเคย

ทางฝ่ายอินทนิลที่ต้องการไปอังกฤษเพื่อเล่นงานพิตะวันให้จงได้ เวลานี้เธอกับเจริญศรีและกีรติสุดาพร้อมแล้ว รวมทั้งเรื่องที่อยู่ของพิตะวันนั้นกีรติสุดาก็ให้คนไปสืบหาอยู่ โดยเจริญศรีคุยอวดว่า ถ้าพิตะวันย้ายหนีจริงๆ ลูกแตงของตนก็มีวิธีสืบ เพื่อนของเขาที่นั่นมีเยอะ

“ดี! ฉันไม่อยากเสียเที่ยว”

“ไม่มีทางหรอกค่ะ ถ้าลูกแตงไปด้วยคุณพี่ไม่พลาดแน่ แต่น้องอยากรู้น่ะค่ะ ถ้าคุณพี่ไปถึงเจอนังตะวันแล้ว คุณพี่จะจัดการกับมันยังไงเหรอคะ”

“ฉันก็จะทำให้มันรู้ว่าคนอกตัญญูอย่างมัน ไม่ว่าจะพยายามมากแค่ไหน ก็ไม่มีวันหนีพ้นคำว่าขี้ข้าไปได้หรอก” อินทนิลกระแทกเสียงด้วยความแค้นเคือง

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"มิ้นต์" ตะลึง "เต้ย" เรตอาร์ เขินจนเดินสะดุดล้ม

"มิ้นต์" ตะลึง "เต้ย" เรตอาร์ เขินจนเดินสะดุดล้ม
22 ม.ค. 2563
07:01 น.