ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

มายา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

บุษบามินตราเปลี่ยนใจมากับรชานนท์เพื่อคอยกันท่าพิตะวันเพราะไม่ต้องการให้สองคนนี้ใกล้ชิดสนิทสนมกันเกินไป เธอเป็นห่วงภิทูร กลัวเขาอกหัก เพราะรักพิตะวันมาก ในขณะเดียวกันตัวเธอเองก็เริ่ม รู้สึกดีๆกับรชานนท์ด้วยเช่นกัน

พิตะวันเซ็งมากที่มีมารผจญ แถมพอมาถึงในงานบุษบามินตราก็ช่วงชิงเอาความโดดเด่นจนเธอเป็นรอง

ในระหว่างที่งานดำเนินไปใกล้จบ บุษบามินตราได้รับแจ้งข่าวร้ายจากรวิศว่าพ่อกับแม่ของเธอประสบ อุบัติเหตุทางรถยนต์ หญิงสาวแทบช็อกหมดสติ รีบให้รชานนท์พาตนไปโรงพยาบาลที่พ่อกับแม่รักษาตัว แต่พอไปถึงก็ยิ่งตกใจสุดขีดเมื่อรู้ว่าพ่อกับแม่เสียชีวิตแล้ว

บุษบามินตรามีพี่น้องห้าคน พอพ่อกับแม่ตายและทิ้งหนี้สินไว้มากมาย แต่ละคนก็มีปฏิกิริยาแตกต่างกันไปโดยพี่สาวคนโตเห็นแก่ตัวกว่าใคร ไม่ร่วมรับผิดชอบแถมยังจะมาเอาเงินไปใช้ส่วนตัว ขณะที่คนอื่นๆและบุษบามินตราเห็นพ้องกันว่าจะขายบ้านหลังใหญ่เอาไปเคลียร์หนี้สิน หลังจากนั้นบุษบามินตราจะไปอยู่กับน้าที่บ้านสวน

พิตะวันสะใจในความสูญเสียของบุษบามินตรา เธอแต่งตัวสวยประโคมเครื่องประดับของอินทนิลมาร่วมงานแล้วเจอรชานนท์ที่ต่างคนต่างมา แต่เพราะความใกล้ชิดของสองคนที่ภิทูรซึ่งมางานนี้ด้วยเห็นเข้าจึงมีอาการหึงหวงต่อหน้า ทำให้พิตะวันต้องหาทางเลี่ยงออกห่างรชานนท์เพราะกลัวสิ่งที่ตัวเองเคยโกหกไว้จะเปิดเผย

ภิทูรต่อว่าพิตะวันที่บอกว่าจะไม่มางานศพทั้งที่เขาพยายามชวน พิตะวันอ้างว่าเพิ่งรู้ว่างานที่จะไปทำนั้นยกเลิกกะทันหันก็เลยว่าง ภิทูรไม่เชื่อและเค้นจะเอาความจริงเรื่องความสัมพันธ์ของเธอกับรชานนท์ ทำให้เธอโมโหแล้วท้าเลิกกันในที่สุด

ภิทูรไม่ยอมเลิกเพราะรักพิตะวันมาก เขาคร่ำครวญขอร้องและขอโทษเธอเป็นวรรคเป็นเวรจนเธอใจอ่อนแต่เหตุผลแท้จริงคือยังต้องการเขาไว้เป็นที่พึ่งเรื่องเงินล้วนๆ

บุษบามินตราขัดสนเรื่องเงินที่จะต้องรวบรวมใช้หนี้ให้พ่อกับแม่ แถมพี่สาวคนโตยังมาเอาเงินช่วยงานศพไปใช้ เธอตัดสินใจนำสร้อยเส้นเดิมที่เคยจะขายให้รชานนท์มาแล้วครั้งหนึ่งเอามันไปขายให้เขาอีกครั้ง รชานนท์ไม่รับซื้อแต่ยินดีให้ทั้งเงินและทุกสิ่งทุกอย่างที่ตนมีแลกกับความรักจากเธอ

หญิงสาวหวั่นไหวและอึ้งไปนานกับข้อเสนอนั้น ก่อนจะลุกขึ้นยืนพูดกับเขาอย่างปากกับใจไม่ตรงกัน

“ขอโทษนะคะ มิ้นต์ไม่มีความรู้สึกอย่างอื่นให้คุณ นอกจากความเป็นเพื่อน และมิ้นต์ก็ไม่ได้ต้องการเงินทั้งหมดของคุณด้วย มิ้นต์เคยมีแล้ว แล้วก็รู้ว่าเงินพวกนั้นก็ซื้อได้แค่บางอย่าง มันซื้อทุกอย่างไม่ได้ โดยเฉพาะสิ่งที่คุณอยากได้มันไม่ได้มีไว้ขาย ถ้ามิ้นต์เต็มใจมิ้นต์จะให้เอง แต่ถ้าคุณต้องการสิ่งนั้นมากนัก คุณก็คงต้องไปหาซื้อจากคนอื่น บางทีอาจจะได้ราคาถูกกว่านี้”

“แล้วถ้าผมไม่ซื้อ แต่ผมรอจนกว่าคุณจะเต็มใจให้เองล่ะ”

“อย่าเสียเวลาเลยค่ะ เราสองคนเป็นเพื่อนกันดีที่สุด”

รชานนท์เห็นสายตาบุษบามินตราหนักแน่น ไม่หวั่นไหวก็ยอมแพ้ในความใจแข็งของเธอ ยอมรับว่าตัวเองอกหักโดยดุษณี

“โอเคผมเข้าใจแล้ว งั้นผมขอซื้อสร้อยนี้ในราคาห้าแสนบาท” พูดขาดคำเขากดโอนเงินผ่านมือถือให้เธอทันที “ผมโอนเงินให้คุณเข้าบัญชีเดิมที่เคยโอนแล้วนะครับ ผมจะเก็บมันเอาไว้จนกว่าคุณจะมาขอคืน คุณบุษบามินตราคงหมดธุระกับผมแล้ว งั้นผมขอตัวนะครับ”

รชานนท์ลุกเดินออกไป บุษบามินตราก้าวตามมาเรียกเขาไว้ บอกว่าไม่ต้องเอาสร้อยมาคืนตน ถ้าเขา อยากเอาไปให้ผู้หญิงคนไหนก็เชิญตามสบาย

“แล้วถ้าผมให้พิตะวันล่ะครับ”

“แต่คุณเคยสัญญากับมิ้นต์ว่าจะไม่เป็นบุคคลที่สาม ในเรื่องของใคร”

“ผมก็รักษาสัญญานั้นมาตลอด แต่การจะเป็นบุคคลที่สามในชีวิตใครมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับผมคนเดียว บางทีถ้าให้พิตะวันเป็นฝ่ายเลือก ผมอาจจะไม่ได้เป็นบุคคลที่สามก็ได้”

บุษบามินตราอึ้ง ตอบกลับไม่ถูก...รชานนท์ยิ้มเศร้า ก่อนจะขึ้นรถขับออกไปด้วยความเร็ว ผ่านไปไม่นาน เสียงโทรศัพท์ดัง เห็นเป็นเบอร์จากอังกฤษจึงกดรับ

อลิสานั่นเอง เธอโทร.มาถามเรื่องอินทนิลที่ไม่สามารถติดต่อได้ เมื่อรู้ข่าวร้ายของป้าจากรชานนท์ อลิสาจึงรีบเดินทางกลับเมืองไทยโดยเร็ว ส่วนรชานนท์ที่ผิดหวังและเสียใจกับการปฏิเสธของบุษบามินตรา เขาตัดสินใจไปหัวหินตามคำชวนของพิตะวันที่มีงานถ่ายแบบอยู่ที่นั่น

เป็นจังหวะเวลาที่บุษบามินตราคิดทบทวนจิตใจตัวเองอีกครั้งแล้วตั้งท่าจะโทร.หารชานนท์ แต่พอดีรวิศเข้ามาแทรกเสียก่อน เธอเลยไม่กล้าทำร้ายจิตใจรวิศ ผู้แสนดี

ooooooo

พิตะวันเสร็จงานในตอนค่ำ เธอไม่แน่ใจว่ารชานนท์จะมาหรือไม่ กอปรกับตัวเองไม่มีรถกลับ ต้องอาศัยรถตู้ของทีมงานจึงบอกคืนห้องพักเพื่อกลับพร้อมพวกเขา แต่แล้วรชานนท์ก็มาปรากฏตัว พิตะวัน ดีใจมากสวมกอดเขาแน่น

เมื่อคนที่หัวใจเรียกร้องต้องการเขามานานแสนนาน กับอีกคนที่กำลังอกหักมาหมาดๆได้มาอยู่ด้วยกันในห้วงเวลาแบบนี้ สองคนจึงปล่อยตัวปล่อยใจมีสัมพันธ์กันลึกซึ้ง...สาสมใจพิตะวันเป็นที่สุด

พิตะวันกับรชานนท์ดื่มด่ำความสุขอยู่ด้วยกันที่หัวหินอีกหลายวัน ภิทูรจะกลับอังกฤษเร็วๆนี้เพียรโทร.หา พิตะวันแต่ไม่สามารถติดต่อได้ เขาร้อนใจมากชวนรวิศกับบุษบามินตราไปหาเธอที่บ้านอินทนิล แต่มาถึงรู้จากยี่สุ่นที่ไม่ค่อยเต็มใจต้อนรับว่าพิตะวันไม่อยู่ บอกว่าไปถ่ายแบบสามวันแต่นี่ห้าวันแล้วยังไม่กลับ

“แต่แค่ไปถ่ายแบบก็ไม่เห็นจำเป็นต้องปิดโทรศัพท์เลยนี่ครับ”

“เขาก็คงไม่อยากให้ใครตามกลับมาดูแลคุณท่านมั้ง”

บุษบามินตรากับรวิศมองหน้ากันรู้สึกแปลกๆกับคำพูดของยี่สุ่น แต่ภิทูรไม่สน รีบแก้ตัวให้พิตะวัน

“แต่ผมว่าน่าจะมีปัญหาอย่างอื่นมากกว่า อาจเกิดอุบัติเหตุ หรือไม่ก็ไม่สบาย เราน่าจะโทร.ตาม”

“คุณอยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ แค่ต้องดูแลคุณท่านแทนมัน ฉันก็ไม่มีเวลาทำอย่างอื่นแล้ว”

“งั้นคุณป้าช่วยบอกผมว่าพิตะวันไปถ่ายแบบที่ไหน”

ยี่สุ่นไม่สนใจฟัง เดินหนีเข้าบ้าน ภิทูรโมโหจะโวยวายแต่รวิศรีบห้ามเพราะกลัวจะมีเรื่อง

“กลับกันดีกว่าพี่เสือ”

“กลับได้ไง เรายังไม่ได้เรื่องอะไรเลย”

“พี่เสือคะ ถึงยังไงก็คงจะไม่มีใครบอกอะไรเรา มากกว่านี้หรอกค่ะ เชื่อมิ้นต์เถอะ”

“คนบ้านนี้เป็นอะไร คนหายไปทั้งคนทำไมไม่ห่วงกันบ้าง”

“มิ้นต์ว่าพี่เสือใจเย็นๆก่อนนะคะ รอจังหวะเหมาะๆ แล้วค่อยกลับมาเช็กข่าวใหม่”

“แต่พี่เป็นห่วงตะวัน จะให้พี่รออยู่เฉยๆ พี่ทนไม่ได้หรอก เดี๋ยวพี่จะลองโทร.เช็กตามสถานีตำรวจกับโรงพยาบาล”

“เอาจริงเหรอพี่”

“จริง...ก็ถ้าพวกเขาไม่สนใจ พี่จะตามหาตะวันเอง” ภิทูรมุ่งมั่นเสียจนอีกสองคนได้แต่ถอนใจไม่รู้จะห้ามเขายังไง

ooooooo

หลังจากพวกภิทูรกลับไปสักพักอลิสาก็มาถึง ยี่สุ่นกับลำพูดีใจมาก กุลีกุจอช่วยทำตามความต้องการของอลิสาด้วยความเต็มใจ

บ่ายนั้นพิตะวันกลับมาพร้อมรชานนท์ ฝ่ายชายตั้งใจมาบอกให้อินทนิลรับรู้ถึงความสัมพันธ์ของตนกับพิตะวันเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

แต่ปรากฏว่าในบ้านไม่มีอินทนิล ยี่สุ่น และลำพู... พิตะวันร้อนรนทำราวกับเป็นห่วงอินทนิลมากมาย เพื่อให้รชานนท์เห็นว่าตนเองกตัญญู

เมื่อหาไม่พบก็เอะใจว่าอาการอินทนิลอาจกำเริบ จึงโทร.ถามที่โรงพยาบาล ก่อนจะรีบร้อนไปที่นั่นพร้อมรชานนท์...เห็นยี่สุ่นกับลำพูอยู่หน้าห้องตรวจพิตะวันโวยวายไม่ชอบใจว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงต้องพามาโรงพยาบาล ยี่สุ่นบอกคุณท่านไม่ได้เป็นอะไร แค่พามาตรวจร่างกาย พิตะวันโกรธจัดต่อว่ายี่สุ่นเสียงเขียว

“ใครเป็นคนอนุญาต ป้าก็รู้นี่ พวกคุณๆให้สิทธิ ตะวันดูแลและตัดสินใจเรื่องคุณคนเดียว ถ้าตะวันไม่อนุญาต ไม่มีใครมีสิทธิพาคุณออกไปไหนทั้งนั้น”

อลิสาออกจากห้องตรวจ บอกพิตะวันว่าตนพาคุณป้ามาเอง ตนพยายามโทร.หาเธอแล้วแต่เธอปิดเครื่องเลยไม่รู้จะบอกยังไง

พิตะวันแทบไม่เชื่อสายตา สงสัยว่าอลิสามาได้ยังไง รชานนท์ยอมรับว่าบอกอลิสาเรื่องอินทนิลป่วยเพราะเธอโทร.มาหาวันที่ตนกำลังจะไปหาพิตะวันที่หัวหิน ตอนนั้นตนยังแปลกใจว่าทำไมถึงไม่มีใครบอกเรื่องนี้แก่อลิสา พิตะวันหน้าเสียแต่รีบหาทางแก้ตัวไปได้ว่าตนไม่อยากให้อลิสาตกใจ กลัวว่าจะทิ้งการเรียนกลับมา

หลังจากหมอตรวจร่างกายอินทนิลก็รายงานผลว่าคนไข้อาการไม่ดีขึ้น น้ำหนักตัวลด กล้ามเนื้อไม่มีแรงตอบสนอง อลิสาสงสารป้าและรับปากหมอว่าจะดูแลป้าของตนอย่างสุดความสามารถเพื่อให้ท่านมีอาการดีขึ้นจนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ

พิตะวันหวาดหวั่นไม่อยากให้อินทนิลหาย เพราะหลายสิ่งหลายอย่างที่ตนกระทำต้องถูกเปิดเผย เมื่ออลิสาจะให้อินทนิลนอนโรงพยาบาลเพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียดอีกครั้งและทำกายภาพด้วย พิตะวันพยายามทัดทาน แต่ไม่สำเร็จ แถมยังโดนยี่สุ่นจับผิดว่าทำร้ายอินทนิลจนแขนเขียวช้ำ ถ้าท่านกลับมาพูดได้เมื่อไหร่ได้โดนแฉรอบสองแน่ รับรองว่าคราวนี้จะไม่เหลือแม้แต่ที่ซุกหัวนอน

พิตะวันหวาดกลัวในตอนแรก แต่พอนึกได้ว่าตัวเองกำลังจะเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของรชานนท์ก็ไม่เห็นต้องแคร์อะไรอีกแล้ว

วันถัดมา พิตะวันรุกหนักออกจากบ้านอินทนิลไปทำอาหารเช้าให้รชานนท์ที่คอนโด โดยมีล้ำเฝ้ามองอย่างระอาในความเจ้ากี้เจ้าการของเธอ รชานนท์เองก็คาดไม่ถึง แต่เพราะเขาจะออกไปทำงานเป็นนักวิเคราะห์การลงทุนให้กับบริษัทของเพื่อนจึงปฏิเสธที่จะกินอาหารเช้าฝีมือพิตะวัน

พิตะวันออดอ้อนจะให้รชานนท์เปลี่ยนใจอยู่กับตนที่ตั้งใจมาดูแลเขา ตอนนี้ตนไม่มีอะไรทำเพราะอลิสากลับมาดูแลอินทนิลแล้ว รชานนท์จึงแนะให้เธอหางานทำ หรือไม่ก็เรียนต่อ แต่พิตะวันไม่ทำอะไรสักอย่าง แล้วพยายามเว้าวอนแต่ก็ไม่ทำให้รชานนท์เปลี่ยนใจ

พิตะวันหงุดหงิดอารมณ์เสีย พาลเอากับภิทูรที่โทร.เข้ามาหลายครั้ง เธอดุเขาเสียงแข็งไม่ให้โทร.มาเพราะตนไม่ว่าง ไม่มีเวลาคุยด้วย พูดเสร็จก็วางสายอย่างไม่ไยดี ทิ้งให้ภิทูรอึ้งงันไปด้วยความงุนงง

ooooooo

บุษบามินตราเตรียมเก็บข้าวของย้ายออกจากบ้านหลังใหญ่เพื่อไปอยู่บ้านสวนของน้าสาว รวิศมาช่วยเหลือด้วยความเต็มใจ เขาตัดสินใจจะยังไม่กลับไปเรียนต่อ แต่จะรอจัดการเรื่องระหว่างตัวเองกับบุษบามินตราก่อน

เมื่อรวิศพูดเรื่องแต่งงาน บุษบามินตราอึดอัดลำบากใจแต่เก็บซ่อนความรู้สึกนั้นไว้เพราะไม่ต้องการทำร้ายจิตใจอีกฝ่าย แต่เลี่ยงด้วยการเปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่นแทน

ทางด้านสถินีพอรู้ว่าพิตะวันจับรชานนท์ได้อยู่หมัดแล้วก็กระดี๊กระด๊าชมเชยเพื่อนสาว ขณะเดียวกันก็เหยียดหยันภิทูรว่าเป็นถึงด็อกเตอร์แต่โง่ให้ผู้หญิงหลอกอยู่ตั้งนานสองนาน แต่ในระหว่างที่ยังไม่ได้แต่งงานกับรชานนท์พิตะวันก็ยังต้องดูแลอินทนิลตามหน้าที่ แต่น้อยลงมากเพราะอลิสาคือตัวหลัก และอลิสาเองก็สังเกตเห็นว่าป้าของตนไม่ค่อยอยากอยู่ใกล้พิตะวัน

พิตะวันโกรธยี่สุ่นกับลำพูที่ขนข้าวของของตนออกจากห้องอลิสาโดยพลการ หนำซ้ำจะเอาเรื่องสองคนที่ทำเครื่องเพชรหายไป แต่ความจริงอลิสาเอาไปเก็บเพราะของพวกนั้นเป็นของอินทนิล พิตะวันโกรธมากแต่ไม่สามารถทำอะไรอลิสาได้

พิตะวันไปร้องห่มร้องไห้ฟ้องรชานนท์ว่าโดนคนที่บ้านนั้นรังแก แล้วออดอ้อนขอมาอยู่คอนโดกับเขาด้วย แต่รชานนท์มัวแต่คิดถึงบุษบามินตราที่เพียรโทร.หาแล้วเธอไม่รับสายจึงไม่ได้ใส่ใจฟัง ทำให้พิตะวันกระเง้ากระงอดก่อนจะกลายเป็นอ้อนหนักมาก ขอนอนค้างที่นี่เพราะไม่อยากกลับไปพบเรื่องรำคาญใจที่บ้าน

รชานนท์ปฏิเสธอย่างนุ่มนวลว่าไม่อยากให้ใครเอาเธอไปนินทา แต่พิตะวันบอกว่าตนไม่แคร์ใครทั้งนั้น ถึงคนทั้งโลกจะโกรธจะเกลียดจะใส่ร้ายป้ายสีตนแค่ไหน ขอแค่เขาเข้าใจตนเพียงคนเดียวตนก็พอใจแล้ว

รชานนท์ฟังแล้วอึ้งไปที่ตัวเองมีความหมายมีความสำคัญกับผู้หญิงคนนี้มากมาย ในขณะที่ผู้หญิงอีกคน กลับไม่เห็นความสำคัญของเขาเลยแม้แต่น้อย

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้
28 ก.พ. 2563
08:15 น.