ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

มายา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

วันก่อนเอาตัวรอดจากเมียของจรณ์มาได้ แต่วันนี้พิตะวันเกือบใบหน้าเสียโฉมด้วยน้ำกรดถ้าไม่ได้ บุษบามินตราเข้ามาช่วยทันท่วงที

พิตะวันขวัญหนีดีฝ่อ ไม่คิดว่าเมียจรณ์จะอาฆาตแค้นขนาดนี้ เธอทั้งตกใจและอับอายที่โดนประจานปาวๆว่าแย่งผัวคนอื่น จึงวิ่งหลบออกมาในขณะที่เมียจรณ์โดนยามจับกุมตัว

บุษบามินตราวิ่งตามมาทัน ถามพิตะวันว่าจะแจ้งความหรือไม่ หรือจะให้ตนตามภิทูรให้ไหม พิตะวัน ปฏิเสธทั้งสองอย่าง และจำใจขอบคุณอีกฝ่ายที่ช่วยเหลือก่อนจะเดินหนีไปอย่างรวดเร็ว คลาดกับรชานนท์แค่นิดเดียว

ก่อนหน้านี้รชานนท์เจอบุษบามินตราโดยบังเอิญ จึงชวนกันกินอาหารแล้วบุษบามินตราขอตัวไปเข้าห้องน้ำ กระทั่งมาเจอเหตุการณ์ชวนระทึกที่พิตะวันจะโดนสาดน้ำกรด แต่บุษบามินตราไม่ได้เล่ารายละเอียดให้รชานนท์ฟัง บอกแค่ว่าเจอพิตะวันที่นี่

เมื่อรู้ว่าพิตะวันเพิ่งจากไป รชานนท์ผละจากบุษบามินตราไปตามหา แต่ไม่เจอเพราะพิตะวันขึ้นรถแท็กซี่ออกไปแล้ว

คืนนั้นพิตะวันมาหาสถินีที่บ้าน เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง สถินีโวยวายด้วยความโมโห ไม่คิดว่าเมียจรณ์จะหึงโหดขนาดนั้น แต่พิตะวันกลับบอกว่าหึงแบบนี้แหละดี...แล้ววันถัดมาพิตะวันก็นัดเจอจรณ์ด้วยสีหน้าท่าทีที่เหนือกว่า ไม่ยอมให้เขาถูกเนื้อต้องตัว

“อะไรกัน...นี่ผมนึกว่าคุณนัดผมมาเพื่อทำตามสัญญาของเราซะอีก”

“ฉันว่าเรื่องระหว่างเราควรจบลงตรงนี้ ถ้าคุณไม่อยากเสียชื่อเสียงไปกว่านี้”

“จบได้ไง ผมยังไม่ได้อะไรจากคุณเลย”

“คุณก็รู้เรื่องที่ภรรยาคุณทำกับฉันเมื่อวันก่อนแล้วนี่ ฉันไม่เอาเรื่องเพราะไม่อยากให้เป็นข่าวใหญ่โต คุณเองก็จะเดือดร้อน ลองคิดดูสิคะ ถ้าคลิปที่ภรรยาคุณสาดน้ำกรดฉันหลุดไป...”

“นี่เธอขู่ฉันเหรอ”

“ฉันแค่เสนอทางเลือกที่ดีที่สุดให้คุณ คุณคงไม่อยากให้คนในเน็ตมาขุดคุ้ยแฉเรื่องคุณใช่ไหม ฉันเคยโดนมาก่อน บอกเลยว่ามันไม่สนุก ยิ่งคุณมาถูกแฉกับคนไม่มีอะไรจะเสียอย่างฉัน ดีไม่ดีคุณอาจจะทำให้ฉันดังขึ้นโดยไม่ต้องเป็นปกหนังสือของคุณก็ได้”

จรณ์โกรธมาก ขู่ฟ่อว่าตนจะฉีกสัญญาจ้างทิ้ง พิตะวันนึกอยู่แล้วจึงไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน

“คุณจะเสียทั้งเงิน ทั้งชื่อเสียง เพื่อเอาชนะคนอย่างฉันทำไมคะ มันไม่คุ้มหรอก แค่คุณไม่ยุ่งกับฉัน เราต่างแยกย้ายไปทำงานของตัวเอง เมียคุณก็จะไม่หึง ฉันก็ไม่แฉ แล้วคุณก็ยังมีเกียรติมีชื่อเสียงอย่างเดิม วินทุกฝ่ายไงคะ”

จรณ์ไม่สบอารมณ์ เจ็บใจแต่ทำอะไรไม่ได้ จำใจยอมรับว่าเกมนี้พิตะวันเป็นผู้ชนะ

ooooooo

ตั้งแต่กลับไปอังกฤษ อลิสาพยายามติดต่อมาหาอินทนิลแทบทุกวันทั้งทางอีเมลและโทรศัพท์แต่ไม่สำเร็จ จนกระทั่งวันนี้เพียรโทร.มาที่บ้านแล้วได้พูดกับลำพู แต่ไม่ทันจะรู้ข่าวร้ายของคุณป้า เจริญศรีเข้ามาแย่งพูดเสียก่อน

เจริญศรีไม่บอกสักคำว่าอินทนิลป่วยหนัก พูดเอาความดีใส่ตัวเองกับลูกสาวแล้ววางสายหน้าตาเฉย จากนั้นหันขวับมาเอาเรื่องลำพูจนกลัวหัวหด สั่งห้ามไม่ให้บอกใครว่าอินทนิลป่วย ต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับจนกว่าเธอจะหาย

“แต่นั่นคุณอลิสานะคะ ไม่ใช่นักข่าว”

“ใครที่ไหนก็ไม่ได้ทั้งนั้น ฉันไม่ไว้ใจ ฉันไม่ต้องการให้ใครมาสมเพชคุณพี่ แค่ที่เป็นก็น่าสงสารอยู่แล้ว จำไว้นะ ถ้าฉันเห็นแกบอกเรื่องคุณพี่กับใครอีก ฉันเฉดหัวแกออกจากบ้านแน่”

เจริญศรีประกาศกร้าวแล้วหยิบกรรไกรมาตัดสายโทรศัพท์ก่อนเดินกลับขึ้นชั้นบนไป ทิ้งให้ลำพูยืนเกาหัวแกร็กๆ ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ด้วย

เมื่อขึ้นมาเจอยี่สุ่น เจริญศรีแว้ดใส่ด้วยท่าทีดุดันเอาเรื่อง “แกก็อีกคน ชอบขัดคำสั่งฉันนัก อย่าคิดว่าอยู่มานานแล้วฉันจะไม่กล้าไล่ออกนะ”

“ถ้าคุณไม่มีอะไรแล้วอิฉันขอตัวนะคะ”

“เดี๋ยว! ต่อไปแกต้องปลีกเวลามาช่วยฉันกับลูกแตงดูแลคุณพี่ด้วยเข้าใจไหม”

“อิฉันว่าคุณน่าจะจ้างพยาบาลพิเศษมาดูแลคุณท่านนะคะ”

“จ้างทำไมให้เปลืองเงิน คนที่บ้านก็มีตั้งเยอะแยะ จะเลี้ยงให้มันนั่งกินนอนกินสบายงั้นเหรอ หรือแกมีปัญหา”

“ไม่มีปัญหาหรอกค่ะ เพื่อคุณท่านอิฉันทำได้อยู่แล้ว”

“ดี!! งั้นไปได้แล้ว ฉันไม่มีอะไรจะใช้แล้ว อ้อ...แล้ววันนี้ไม่ต้องตั้งอาหารเย็นนะ ฉันกับลูกแตงจะไปออกงาน”

“แล้วใครจะดูแลคุณท่านคะ”

“ก็แกน่ะสิ ไม่เห็นจะต้องถามเลย” เจริญศรีสะบัดเสียงใส่แล้วเดินเข้าไปในห้อง นั่งลงข้างเตียงมองอินทนิลที่นอนป่วยปากเบี้ยวน้ำลายไหลยืด ร่างกายด้านขวาเป็นอัมพาตขยับไม่ได้ ด้านซ้ายขยับได้บ้างแต่ยังอ่อนแรง

อินทนิลลืมตามอง รับรู้สิ่งต่างๆแต่พูดไม่ได้ กีรติสุดาเข้ามาอีกคน พูดอย่างสมเพชว่าไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นคุณป้าสภาพแบบนี้ เจริญศรีแสยะยิ้มสมน้ำหน้า ก้มลงมาพูดใกล้ๆ

“เป็นยังไงคะคุณพี่ ดีใจไหมคะที่ได้กลับบ้าน จริงๆคุณหมอเขาอยากให้อยู่โรงพยาบาลต่อ แต่น้องว่ามันเปลือง เก็บเงินไว้ให้น้องกับลูกแตงซื้อแหวนเพชรสวยๆ ใส่ดีกว่า คุณพี่น่ะแก่แล้ว ลงทุนกับสุขภาพไปมันก็ไม่มีประโยชน์ แต่คุณพี่ไม่ต้องห่วงนะคะ น้องกับลูกแตงจะดูแลคุณพี่เอง ตอบแทนข้าวของเงินทองที่อุตส่าห์ซื้อเก็บไว้ ตอนนี้น้องกับลูกแตงจะเอามาใช้แทนเองนะคะ”

อินทนิลโกรธและเสียใจ แต่ทำอะไรไม่ได้ นอกจากนอนน้ำตาซึม เจริญศรีเช็ดน้ำตาให้แต่ไม่ได้สงสารสักนิด แถมพูดล้อเลียนเย้ยหยัน ก่อนจะช่วยกันกับลูกสาวป้อนข้าวให้อินทนิล แต่เพราะอินทนิลตัวใหญ่ทำให้สองแม่ลูกจับขยับร่างกายลำบาก อาหารที่ป้อนเลยเข้าปากบ้างไม่เข้าบ้าง หกเลอะเทอะเปรอะที่นอนไปหมด กีรติสุดาร้องยี้ขยะแขยง บอกว่าตนรับไม่ได้

“รับไม่ได้ก็ต้องได้ แกคงไม่อยากให้คนอื่นมาทำแล้วคอยจับผิดว่าเราสองคนยักย้ายถ่ายเทสมบัติอะไรไปบ้างหรอกนะ รู้ไว้ด้วยนะว่าบ้านอื่นเขาอยากจะมาทำอย่างแกกันทั้งนั้น เพราะฉะนั้นถ้ายังอยากอยู่กินสบาย หยุดบ่นแล้วทำ”

พูดจบเจริญศรีหยิบสมุดเช็คออกมาเซ็นชื่ออินทนิล เขียนจำนวนเงินห้าแสนบาทแล้วอวดลูกสาว เสร็จเรื่องทางนี้จะได้ไปซื้อชุดไปงานคืนนี้กัน กีรติสุดาลั้นลาตาพองก๋า บอกว่าแบบนี้ค่อยคุ้มค่ากับงานน่าขยะแขยง

ooooooo

พิตะวันได้ถ่ายแฟชั่นขึ้นปกนิตยสารสมใจโดยที่ตัวเองไม่ได้เสียหายอะไรแม้แต่นิดเดียว แต่การถ่ายทำไม่ราบรื่นเพราะมีพวกทีมงานคอยซุบซิบนินทาเกี่ยวกับเรื่องฉาวๆที่ผ่านมา รวมทั้งอัญย่าที่เพิ่งเข้ามาทำงานที่นี่

ไม่ทันข้ามวัน อัญย่าก็กระจ่ายข่าวให้เพื่อนในกลุ่ม อย่างแสงอรุณกับสุธีรู้ แถมยังดึงมรกตมาร่วมเม้าท์กันอย่างสนุกปาก มีแต่ภิทูรเท่านั้นที่คอยเป็นกำลังใจให้พิตะวัน และกระตุ้นให้เธอไปเยี่ยมคุณแม่บ้าง คนป่วยต้องการกำลังใจ ยิ่งถ้าไปช่วยดูแลท่าน นั่นเท่ากับว่าได้แสดงความกตัญญู

ฟังภิทูรแล้วพิตะวันได้คิดบางอย่าง บอกตัวเองว่าต้องกลับไปแสดงความกตัญญูต่ออินทนิล...

ส่วนรชานนท์ที่รู้ใจตัวเองแล้วว่าชอบบุษบามินตรา เขาแวะเวียนมาดักเจอเธออีกครั้ง แต่ครั้งนี้ผิดหวังเพราะเธอมีรวิศมารออยู่ก่อนแล้ว

บุษบามินตราเห็นรชานนท์แต่บอกรวิศว่าเขาคงมาหาเพื่อน รวิศไม่ติดใจสงสัย ชวนแฟนสาวไปกินอาหารแล้วแอบทำเซอร์ไพรส์ให้แหวนรูปหัวใจก่อนพูดอย่างจริงจังว่า

“วิศเรียกว่านี่เป็นการขอแต่งงานไม่ได้ เพราะวิศยังเรียนไม่จบ ยังไม่มีงานทำ ไม่มีบ้านของตัวเอง ไม่มีเงิน ไม่มีรถ ไม่มีอะไรคู่ควรกับมิ้นต์สักอย่าง แถมครอบครัวมิ้นต์ก็ยังไม่ยอมรับวิศด้วย เดือนหน้าวิศก็ต้องกลับไปเรียนต่อแล้ว วิศอยากจะมั่นใจว่ามิ้นต์ยังไม่เปลี่ยนใจ”

“วิศเห็นมิ้นต์เป็นคนใจโลเลงั้นเหรอ”

“วิศก็แค่อยากรู้ เพราะถ้าเกิดมิ้นต์เปลี่ยนใจ วิศจะได้ตัดใจ”

“มิ้นต์ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ทุกอย่างระหว่างเรายังเหมือนเดิม”

“แสดงว่ามิ้นต์ก็จะยังแต่งงานกับวิศ ถ้าวิศพร้อมใช่ไหม”

หญิงสาวพยักหน้า รวิศยิ้มกว้าง ย้ำว่ามันไม่ใช่แหวนหมั้นแต่เป็นแหวนที่ทำให้เธอไม่ลืมเขา และไม่ลืมคำสัญญาของเรา

“มิ้นต์สัญญาได้ไหมว่าจะไม่ลืม”

บุษบามินตราชะงักเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นสีหน้าใสซื่อจริงใจของเขาก็ให้คำมั่นสัญญา รวิศดีใจมากรีบสวมแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายของเธอ เสร็จแล้วเอาโทรศัพท์มือถือถ่ายรูปไว้...

ผ่านไปไม่ทันข้ามคืน รูปบุษบามินตราสวมแหวนรูปหัวใจก็โชว์หราในไอจี เพ็ญพักตร์เห็นก่อนใคร สงสัยและคิดจะหาคำตอบ...ฝ่ายภิทูรที่เห็นรูปนั้นก็ชี้ชวนให้พิตะวันดูด้วย คาดว่าบุษบามินตราคงตอบแต่งงานกับรวิศแล้ว พิตะวันไม่แสดงความเห็นแต่แอบสะใจที่หมดคู่แข่งคนสำคัญเรื่องรชานนท์ไปหนึ่งคน

วันถัดมา เพ็ญพักตร์รู้ข่าวอินทนิลป่วยหนัก ส่วนหม่อมมณีฉายโดนหลานชายไล่ออกจากบ้าน เธอเริ่มไม่มั่นใจในสิ่งที่คาดหวัง นึกอยากจะมองหาชายอื่นให้ลูกสาว แต่วาสน์ติงว่าควรให้ลูกตัดสินใจเรื่องคู่ครองเองดีกว่า

“ให้มันไปคว้าไอ้ว่าที่ด็อกเตอร์นั่นน่ะนะ”

“ผมว่าเขาก็ไม่ได้เสียหาย”

“แต่ไม่ใช่คนที่เราจะฝากชีวิตลูกเราไว้ได้นะคะ เงินเรียนหนังสือยังไม่มี แล้วจะมาเลี้ยงลูกสาวเราได้ยังไง”

“คุณก็ยังเคยฝากชีวิตไว้กับคนจนๆอย่างผม ผมก็ทำให้คุณมีความสุขได้ไม่ใช่เหรอ ผมไม่อยากให้คุณตัดสินคนด้วยเงินทอง”

“แล้วคุณจะให้ฉันตัดสินจากอะไรล่ะคะ”

“ความสุขของลูก”

เพ็ญพักตร์ฟังแล้วอึ้งไปอย่างคิดหนัก...ผู้ชายคนไหนที่จะทำให้บุษบามินตรามีความสุขที่สุด

ooooooo

ถึงเวลาแสดงความกตัญญูแล้ว! พิตะวันแต่งตัวมิดชิดปิดบังหน้าตามาด้อมๆมองๆเข้าไปในบ้านอินทนิล จนกระทั่งเห็นเจริญศรีกับกีรติสุดานั่งชูคอในรถออกมา เธอจึงโทร.เข้าบ้านพูดคุยกับยี่สุ่น

เวลานั้นยี่สุ่นกับลำพูกำลังช่วยกันจัดการกับที่นอนของอินทนิลที่เต็มไปด้วยอุจจาระและปัสสาวะ ซึ่งสองแม่ลูกผู้ตั้งตัวเป็นผู้ดูแลแสดงความรังเกียจจนต้องหนีออกไปเที่ยวนอกบ้าน

เมื่อพิตะวันเข้ามารู้เห็นอาการป่วยของอินทนิลก็ตกใจไม่น้อย ไม่คิดว่าจะมีสภาพเลวร้ายถึงขนาดนี้ อินทนิลรับรู้การมาของเธอ อยากพูดแต่ไม่มีเสียง ลำพูดูออกบอกยี่สุ่นว่าคุณท่านดีใจที่พี่ตะวันมา

“คุณท่านอยากให้แกกลับมามากนะตะวัน วันที่เกิดเรื่อง ท่านก็ให้พวกเราช่วยกันจัดห้องแกใหม่ รอรับแกกลับมา”

พิตะวันน้ำตาซึม สวมกอดอินทนิลที่น้ำตาไหลออกมาเช่นกัน “ตะวันขอโทษนะคะ ตะวันโง่เอง ตะวันจะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว”

อินทนิลรับรู้ทุกคำของพิตะวันด้วยความดีใจ ยี่สุ่นกับลำพูปลาบปลื้มใจ ทุกคนเชื่อสนิท รวมทั้งพวกพินัยที่มาเห็นความตั้งใจจริงและไม่รังเกียจคนพิการ ต่างชื่นชมและสนับสนุนให้พิตะวันได้ดูแลอินทนิลแทนเจริญศรีกับกีรติสุดา

แต่สองแม่ลูกทำท่าจะไม่ยอม ทุ่มเถียงกับพวกพินัยอยู่พักใหญ่ก่อนจะถอยออกมาซุบซิบหารือกันเคร่งเครียด แล้วในที่สุดเจริญศรีก็คล้อยตามลูกสาว เพราะการที่ให้พิตะวันมาดูแลอินทนิลมีข้อดีหลายอย่าง เราแม่ลูกสบาย ไม่ต้องดูแลเอง ไม่ต้องจ้างพยาบาลมาให้เปลืองเงิน พวกลุงป้าน้าอาไม่เข้ามาวุ่นวาย เรายังแอบใช้เงินของอินทนิลได้เหมือนเดิม โดยที่เราไม่ต้องเหนื่อย ไม่ต้องทะเลาะกับยี่สุ่นให้หงุดหงิด เราสองคนจะได้ไปเที่ยวรอบโลกให้มีความสุข เพราะยังไงพิตะวันก็ไม่กล้าหือกับเราอยู่แล้ว

ฟังข้อดีทั้งหมดนั้นแล้วเจริญศรียิ้มหน้าบาน ชวนลูกสาวกลับเข้ามาบอกพวกพินัยว่าตนยอมให้พิตะวันดูแลอินทนิล แต่เราสองแม่ลูกจะเป็นคนดูแลพิตะวันอีกที

“แบบนี้เธอโอเคไหมพิตะวัน” พินัยถาม

“ตะวันไม่มีปัญหาหรอกค่ะ ขอแค่ให้ตะวันได้มีโอกาสกลับมาช่วยดูแลคุณบ้าง แค่นี้ตะวันก็พอใจแล้วค่ะ”

พวกพินัยและยี่สุ่นกับลำพูมองพิตะวันด้วยความชื่นชม เจริญศรีกับกีรติสุดาเห็นแล้วหมั่นไส้แต่ทำอะไรไม่ได้

เมื่อพิตะวันกลับมาเก็บเสื้อผ้าข้าวของที่ห้องพักซึ่งอยู่กับภิทูรเพื่อกลับไปดูแลอินทนิล ภิทูรที่เชื่อมาตลอดว่าพิตะวันเป็นลูกสาวบุญธรรมของอินทนิล เห็นด้วยอย่างยิ่งว่าหญิงสาวควรกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ เขาเองก็อยากไปพบ แต่พิตะวันเลี่ยงอย่างมีชั้นเชิงว่า

“ตอนนี้คุณแม่ตะวันไม่สบายมากนะคะ ท่านไม่รับรู้อะไรแล้ว ถึงพี่ภิทูรจะไปหรือไม่ไปท่านก็ไม่สนใจหรอกค่ะ”

“แต่พี่อยากทำให้ท่านเห็นว่าพี่จริงใจกับตะวันนะครับ”

“ไม่จำเป็นที่ใครต้องรู้หรอกค่ะ แค่ตะวันรู้ก็พอแล้วนี่คะ ตะวันรู้ว่าพี่ภิทูรรักและเป็นห่วงตะวันมากแค่ไหน ตะวันไม่เคยลืม”

“แต่เดือนหน้าพี่ก็ต้องกลับอังกฤษแล้วนะครับ”

“งั้นพี่ภิทูรกลับไปรอตะวันที่นั่นนะคะ ถ้าคุณแม่อาการดีขึ้น ตะวันจะรีบกลับไปเรียนต่อค่ะ”

“จริงๆนะครับ”

“ค่ะ ยังไงตะวันก็ต้องกลับไปเรียนให้จบอยู่แล้ว”

ภิทูรดีใจและมีความหวัง ในขณะที่พิตะวันมีความหวังเหมือนกัน แต่หวังคนละอย่างกับเขา...

เมื่อรวิศรู้เรื่องพิตะวันจากภิทูรก็เห็นด้วยที่เธอกลับไปดูแลแม่ ภิทูรยอมรับว่าเหงา แต่สบายใจที่เห็นคนที่ตนรักมีความกตัญญูรู้คุณ

ขณะที่สองหนุ่มกำลังพูดคุยกันอยู่ในห้างสรรพสินค้า ไม่นึกว่าจะเจอแก๊งสามเกลอที่มาพร้อมกับมรกต

อัญย่า แสงอรุณ และสุธีช่วยกันต้อนรวิศออกจากภิทูรเพื่อเปิดทางให้มรกตได้เคลียร์กับเขา แต่ภิทูรยังเคืองมรกตที่ร่วมมือกับกีรติสุดาแฉพิตะวัน จึงพูดประชดเธอว่าอยากล้วงความลับอะไรของพิตะวันอีกให้ถามมาตนจะบอกให้ มรกตได้ฟังถึงกับสะอึก หน้าซีดเจื่อน

“ผมไม่คิดเลยนะครับว่าเพื่อนคนที่ผมไว้ใจจะทำร้ายคนที่ผมรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า”

“ขนาดคุณรู้เรื่องเขาแบบนั้นแล้ว ทำไมคุณยังรักเขาอีกล่ะคะ”

“เพราะสิ่งที่เขาทำผิดมันเล็กน้อยมากสำหรับผมไม่แคร์เลยว่าเขาเป็นใคร ขอแค่เราจริงใจให้กันก็พอแล้ว”

“แล้วคุณแน่ใจได้ยังไงว่าพิตะวันจริงใจกับคุณ เขาอาจจะกำลังเหยียบคุณเป็นสะพานเพื่อไปหาคนอื่นก็ได้”

“ผมรู้จักพิตะวันมากพอ เขาไม่มีทางเป็นอย่างนั้นเด็ดขาด”

“ก็ไม่แน่นะคะด็อกเตอร์ ยังมีอะไรอีกหลายอย่างเกี่ยวกับพิตะวันที่คุณไม่รู้”

“พวกคุณก็ให้บทเรียนกับเขาไปแล้วนี่ ทำไมถึงยังต้องตามทำร้ายกันอีก คุณอยากทำให้คนคนนึงถึงกับไม่มีที่ยืนในสังคมเลยเหรอครับ ทำไมคุณถึงได้จงเกลียด จงชังพิตะวันเขานัก”

“ก็เพราะคุณชอบทำแบบนี้น่ะสิ ฉันถึงได้เกลียดเขา รู้ซะบ้างเถอะค่ะด็อกเตอร์ว่าพิตะวันไม่เคยจริงใจกับใครเลย” มรกตพูดทิ้งท้ายแล้วจากไปด้วยความเสียใจ...

ตกเย็นรวิศไปรอรับบุษบามินตราที่ออฟฟิศ

บุษบามินตราได้ทำงานในบริษัทใหญ่โตที่พ่อฝากให้ รวิศมารอไม่นานก่อนจะพากันไปบ้านของเธอเพื่อกินข้าวเย็นพร้อมพ่อแม่ แต่พอเพ็ญพักตร์เห็นรวิศก็แสดงท่าทีรังเกียจ พูดจาเหยียดหยันไม่ร่วมโต๊ะอาหารด้วย ทำให้รวิศหน้าเสีย แต่ยังดีได้วาสน์ปลอบใจและชวนคุยอย่างเป็นกันเอง

ooooooo

พิตะวันเริ่มบทบาทพยาบาลดูแลคนป่วยอัมพาต เธอทำทุกอย่างให้อินทนิลอย่างไม่รังเกียจ ผ่านไปแค่สองวันยี่สุ่นกับลำพูถึงกับออกปากว่าอินทนิลเนื้อตัวสะอาดสะอ้าน หน้าตาสดใสมีรอยยิ้ม

ฝ่ายเจริญศรีกับกีรติสุดาเห็นว่าอินทนิลมีคนดูแลอย่างดีแล้วก็ยิ่งสุขสบาย วางแผนไปเที่ยวเกาหลีโดยใช้เงินของอินทนิลอย่างสบายใจเฉิบ

หลังจากสองแม่ลูกไปเกาหลีแล้ว พิตะวันจัดแจงนัดทีมงานนิตยสารที่เธอได้ถ่ายแฟชั่นขึ้นปกมาให้สัมภาษณ์ถึงบ้าน โดยเธอเอาเครื่องประดับของอินทนิลในตู้เซฟมาใส่เฉิดฉายอวดรวย อินทนิลรับรู้การกระทำของพิตะวันทุกอย่างด้วยความเจ็บใจแต่ไม่สามารถทำอะไรได้สักอย่าง

หลังจากหนังสือเล่มนั้นวางแผง พิตะวันกลายเป็นคนดีศรีสังคมไปทันที ยิ่งได้เจ๊แสบเขียนอวยในเพจดังอีกด้วยก็ดังกระหึ่มกันใหญ่ ผู้คนให้ความสนใจและสรรเสริญคนกตัญญูที่ยอมดร็อปเรียนมาดูแลแม่ที่ป่วยหนัก บางคนถึงกับเอาเป็นเยี่ยงอย่างทำความดี

ไม่ช้าไม่นานก็มีงานอีเวนต์หลายแห่งโทร.มาชวนพิตะวันไปออกงาน ซึ่งมันคือความฝันของเธอที่ต้องการ เป็นคนดังและคนสำคัญ...สถินีมาหาพิตะวันที่บ้าน สองคนพูดคุยกันต่อหน้าอินทนิลอย่างไม่แคร์

“ใครจะนึกว่าแค่แกนั่งเฟคบอกว่าตัวเองเป็นคนกตัญญูแค่นี้คนก็รักแกค่อนประเทศแล้ว ทั้งๆที่เดือนก่อนยังเกลียดแกอยู่เลย”

“ก็ต้องขอบคุณที่คุณป่วย เขามาช่วยชีวิตฉันพอดี”

“แล้วคุณของแกเขาจะหายไหมเนี่ย”

“ไม่รู้สิ แต่นอนนิ่งๆ ไม่ต้องพูดไม่ต้องด่าใครแบบนี้ก็ดีแล้วนะ”

“เสียดายนะที่แกไม่ยอมให้ฉันถ่ายรูปคุณอินทนิลไปลงเพจ ไม่งั้นฉันได้ข่าวใหญ่แน่”

“แค่นี้คุณเขาก็รู้สึกแย่อยู่แล้ว อย่าเอาภาพตอนเขาป่วย ไม่สวย ปากเบี้ยวน้ำลายยืดแบบนี้ไปลงให้คน สมเพชเลย”

สองสาวยิ้มหวานใส่กัน ขณะที่อินทนิลนอนกลอกตาไปมาด้วยความเสียใจ สองสาวไม่สนใจเม้าท์กันต่อไปว่าจะฉลองความสำเร็จที่ไหนดี พิตะวันไม่เกี่ยงเรื่องสถานที่แต่ขอให้มีรชานนท์ด้วย เพราะตอนนี้เธออยากเจอเขาใจจะขาด

ooooooo

รชานนท์ตั้งใจมารอบุษบามินตราเลิกงานแล้วชวนไปตีเทนนิสที่สปอร์ตคลับ จากนั้นเขาทำทีพูดเรื่องที่เธอใส่แหวนรูปหัวใจลงไอจีเพื่อหยั่งเชิงว่ากำลังจะแต่งงานหรือเปล่า ครั้นได้ยินเธอปฏิเสธเสียงแข็งก็รู้สึกสบายใจ อารมณ์ดีขึ้นมาทันที

นอกจากจะหลอกถามเรื่องนี้แล้วเขายังพูดโน้มน้าวราวกับรู้ใจเธอว่ารักใคร ให้ทำตามความต้องการของตัวเองโดยไม่ต้องกลัวว่ารวิศจะเสียใจ บุษบามินตราชะงักไปนิดก่อนจะมีท่าทีโกรธเคืองเขา แต่ไม่ทันได้พูดอะไรกันต่อเพราะจู่ๆพิตะวันเข้ามาแทรก

พิตะวันมากับสถินี เธอรอคอยที่จะได้เจอรชานนท์มาตลอด เมื่อเจอกันวันนี้จึงส่งซิกให้สถินีช่วยกันบุษบามินตราออกไปจากเขา ซึ่งสถินีก็ไม่ทำให้พิตะวันผิดหวัง

สถินีใช้ความเป็นเจ๊แสบเจ้าของเพจดังลากบุษบามินตราไปสัมภาษณ์ ทั้งที่เจ้าตัวบอกว่าไม่มีอะไรจะให้สัมภาษณ์ แล้วพอรู้จากพิตะวันที่โทร.มาส่งสัญญาณ สถินีก็ถือโอกาสไล่บุษบามินตรากลับไปหน้าตาเฉย โดยบอกว่ารชานนท์ไปกับพิตะวันแล้ว

บุษบามินตราโกรธรชานนท์ที่เป็นฝ่ายชวนตนมาตีเทนนิสแล้วทิ้งกันดื้อๆ ด้วยความโกรธทำให้เธอตัดสินใจจะไปบอกภิทูรเรื่องที่พิตะวันคบรชานนท์ เพื่อไม่ให้เขาโดนหลอก แต่พอมาถึงหน้าห้องพักของภิทูรเธอกลับเดินไปเดินมาอย่างลังเล

จังหวะนี้เองรวิศมาเห็น เธอเลยเปลี่ยนใจไม่บอกภิทูรแต่เล่าให้รวิศรับรู้ รวิศตกใจไม่น้อยแต่ยังไม่ปักใจ เพราะพิตะวันกับรชานนท์อาจเป็นแค่เพื่อนกัน เหมือนอย่างที่บุษบามินตราเป็นเพื่อนกับเขา แต่ถ้าวันใดคิดจะบอกภิทูร เธอต้องหาหลักฐานมาด้วย

พิตะวันได้ควงรชานนท์สมใจอยาก เธออ้อนเขาให้พาไปกินอาหารอร่อยที่เยาวราช แล้วรุกคืบทำตัวราวกับเป็นแฟนเขา สั่งอาหารโปรดมาให้และตักป้อน รชานนท์อึดอัดแต่ไม่กล้าปฏิเสธเพราะกลัวเธอจะเก้อและเสียน้ำใจ

การกระทำของพิตะวันอยู่ในสายตาเพ็ญพักตร์กับวาสน์ที่บังเอิญมากินอาหารร้านใกล้กัน เพ็ญพักตร์เดือดมากเพราะเมื่อเย็นรชานนท์โทร.มาขออนุญาตเธอพาบุษบามินตราไปตีเทนนิส แล้วทำไมถึงมานั่งให้ผู้หญิงป้อนอาหาร

ในขณะที่พิตะวันกำลังมีความสุข ภิทูรโทร.มาชวนเธอไปเป็นเพื่อนซื้อของฝากให้เพื่อนๆที่อังกฤษ พิตะวันปฏิเสธอย่างนุ่มนวลแล้วเดินกลับมาโกหกรชานนท์ว่ามีคนโทร.มาขอตนถ่ายปกหนังสือ ตนควรจะรับงานดีไหม กลัวจะไม่มีเวลาดูแลแม่

รชานนท์แนะนำให้เธอจ้างพยาบาลสักคนเพื่อดูแลแม่ พิตะวันเห็นด้วย เพราะหากวันใดเขาอยากชวนตนไปเที่ยวตนจะได้ไม่ปฏิเสธ ชายหนุ่มได้ฟังถึงกับพูดไม่ออก จนเมื่อขับรถมาส่งเธอหน้าบ้านจึงย้ำความสัมพันธ์ระหว่างกันว่าเราเป็นเพื่อนกัน

พิตะวันผิดหวังแต่ยังไม่ถอดใจ ตื๊อหนักให้เขาไปงานด้วยกันวันพรุ่งนี้ อ้างว่าไม่อยากไปคนเดียวเพราะยังหลอนกับงานที่มีคนเยอะๆ จะให้สถินีไปเป็นเพื่อนเธอก็ไม่ว่าง

รชานนท์หมดทางเลี่ยงจำต้องรับปาก พอเขาออกรถไป ยี่สุ่นก็ปรากฏตัวตรงหน้าพิตะวัน ถามอย่างไม่ชอบใจนักว่า

“ไหนว่าจะกลับมาตอนบ่าย นี่มันสองทุ่ม เลยเวลาอาหารเย็นของคุณมานานแล้วนะ ป้าก็เลยให้ลำพูมันป้อนแทนไปก่อน”

“ก็ดีแล้วนี่ พรุ่งนี้ป้าบอกให้ลำพูช่วยดูแลคุณอีกวันละกัน พอดีตะวันมีงาน”

“มีงานอะไรนักหนา ไม่ไปไม่ได้เหรอ”

“ไม่ได้หรอก ตะวันรับปากเขาไว้แล้ว อ้อ...นี่โจ๊กเจ้าอร่อยเยาวราช ถือว่าเป็นค่าฝากดูแลคุณก็แล้วกันนะ”

พิตะวันรวบรัดให้ยี่สุ่นรับถุงโจ๊กแล้วตัวเองเดินลิ่วเข้าบ้านอย่างสบายอารมณ์

ooooooo

ทางฝ่ายบุษบามินตราที่เพิ่งกลับถึงบ้าน เธอโดนแม่ซักฟอกเรื่องรชานนท์อย่างน่ารำคาญ เลยตอบคำถามอยู่อย่างเดียวว่าไม่รู้ ไม่ได้สนใจ

“แกต้องสนไว้บ้าง จะได้ไม่เป็นคนโง่”

“มิ้นต์ไม่ดูโง่เพราะเรื่องแค่นี้หรอกค่ะ เขาจะไปไหนมาไหน หรือทำอะไรกับใคร มันก็เป็นสิทธิ์ของเขา”

“แล้วแกล่ะไปไหน ถึงกลับบ้านมาป่านนี้ ไปพบว่าที่ด็อกเตอร์กระจอกนั่นมาอีกแล้วใช่ไหม”

“ก็ถ้าแม่รู้อยู่แล้วจะมาถามอีกทำไม แล้วอีกอย่างแม่ก็ไม่ควรเรียกเขาไม่ดีแบบนั้นด้วย เขาชื่อรวิศค่ะ”

“งั้นก็ช่วยบอกนายรวิศนั่นด้วยว่า ถ้าพรุ่งนี้ว่างก็ขอเชิญมากินข้าวเย็นด้วยกันหน่อย ฉันกับพ่อแกจะไปช่วยคนในพรรคหาเสียงที่ต่างจังหวัดคงกลับมาสักสองทุ่ม”

“แม่จะเรียกเขามาด่าอะไรอีกล่ะ”

“พออยากรู้จักก็คิดว่าฉันจะเรียกมาด่า แกคงคิดว่าฉันเป็นแม่ที่คอยบังคับแกทุกเรื่องล่ะสิ”

เพ็ญพักตร์เซ็งสะบัดหน้าเดินหนี บุษบามินตราเหวอไปหลายวินาทีก่อนจะรีบวิ่งมากอดหอมแม่ด้วยความดีใจ

“ฉันแค่อยากรู้จัก ไม่ได้อนุญาตให้คบกันสักหน่อย”

“แค่นี้ก็ดีแล้ว ขอบคุณนะคะแม่”

วาสน์มองอยู่ห่างๆ ดีใจที่เพ็ญพักตร์เปลี่ยนความคิด แม้ว่าลึกๆในใจเธอจะยังคงอยากได้รชานนท์เป็นลูกเขยอยู่ก็ตาม...ด้านรวิศพอบุษบามินตราแจ้งข่าวดีมา เขาตื่นเต้นดีใจอย่างบอกไม่ถูก รับปากจะเตรียมตัวไปให้พร้อมในวันพรุ่งนี้...

เช้าวันรุ่งขึ้นวาสน์กับเพ็ญพักตร์เตรียมตัวเดินทาง สามคนพ่อแม่ลูกบอกลาและกอดกันไปมาก่อนที่พ่อกับแม่จะขึ้นรถตู้ออกไป สวนกับรถรชานนท์ที่แล่นเข้ามา ตอนแรกเพ็ญพักตร์จะลงมาต่อว่ารชานนท์ แต่เปลี่ยนใจปล่อยให้ลูกสาวตัดสินใจเองว่าจะไปต่อกับเขาหรือไม่

รชานนท์ไม่อยากออกงานกับพิตะวันสองต่อสองจึงมาชวนบุษบามินตราไปด้วย แต่โดนเธอปฏิเสธเพราะยังเคืองเรื่องเมื่อวาน...

เวลาเดียวกันนั้นพิตะวันกำลังแต่งตัวสวยเพื่อไปงาน เธอนำเครื่องประดับราคาแพงของอินทนิลออกมาเลือกว่าจะเอาชิ้นไหนไปขายเพื่อนำเงินมาใช้จ่าย โดยเลือกต่อหน้าเจ้าของที่ได้แต่นอนมองด้วยความโกรธ พยายามขยับปากจะด่าแต่ไม่มีเสียง

“อย่าพยายามเลยค่ะ คุณด่าตะวันไม่ได้แล้ว คุณน่ะนอนเฉยๆ ทำตัวว่าง่ายๆ แล้วตะวันสัญญานะคะว่าจะดูแลคุณอย่างดีเท่าที่ตะวันมีเวลา”

พิตะวันเก็บสร้อยใส่กระเป๋า พอดีกับที่ลำพูมาเรียก เธอรีบเทอาหารทิ้งถังขยะก่อนเปิดประตูรับแล้วโกหกว่าป้อนอาหารและยาให้อินทนิลเรียบร้อยแล้ว ฝากลำพูเอาถังขยะไปเทและเอาผ้าที่ใช้แล้วไปซัก ไม่ต้องขึ้นมากวนท่าน วันนี้ดูเพลียๆ น่าจะอยากนอนพักผ่อน

ลำพูเชื่อสนิท เอาถังขยะกับเสื้อผ้าออกไป พิตะวันยิ้มย่ามใจเดินมาบอกลาอินทนิลว่าถึงเวลาตนต้องไป เพราะเจ้าชายของตนมารับแล้ว

พิตะวันเดินยิ้มหน้าบานจะมาขึ้นรถ แต่ต้องชะงักอย่างคาดไม่ถึงเมื่อเห็นว่าเบาะด้านหน้าข้างคนขับมีบุษบามินตรานั่งอยู่!

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้
28 ก.พ. 2563
08:15 น.