ข่าว

วิดีโอ



มายา

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก-ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: สวิตตา

กำกับการแสดงโดย: บุญชู พิทักษ์เลิศกุล

ผลิตโดย: บริษัท โพลีพลัส เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

นักแสดงนำ: อารักษ์ อมรศุภศิริ, อุษามณี ไวทยานนท์

รชานนท์ได้พบบุษบามินตราในเช้าวันถัดมาที่ตึกทำงานเดียวกัน หญิงสาวรับฟังเรื่องที่เขาเล่าโดยไม่แปลกใจสักนิดเพราะรู้อยู่แล้วว่าพิตะวันต้องไม่ยอมเลิกกับเขา

“ต้องได้มากเท่าไหร่ เขาถึงจะพอใจ”

“ก็คงมากเท่ากับที่ภรรยาของคุณรชานนท์ สุเรนทร ควรจะได้มั้งคะ”

“คุณหมายถึงครึ่งนึง...ผมให้เขาได้นะ ถ้ามันจะทำให้เขาพอใจ ผมไม่อยากให้พิตะวันมาทำอะไรให้คุณเดือดเนื้อร้อนใจอีก”

“นี่คุณกลัวที่เขาขู่เหรอคะ”

“สำหรับพิตะวันมันไม่ใช่ขู่ ผมเชื่อว่าเขาจะทำอย่างนั้นได้จริง”

“มิ้นต์ไม่กลัวหรอกค่ะ เพราะมิ้นต์ผ่านทุกอย่างมาหมดแล้ว สุดท้ายมันก็จะผ่านไปอยู่ดี”

“ผมอยากให้เรื่องนี้ผ่านไปเร็วๆ ผมอยากจะเริ่มต้นชีวิตใหม่”

“มิ้นต์เป็นกำลังใจให้คุณนะคะ เชื่อเถอะค่ะ ไม่ว่ามันจะยากเย็นแสนเข็ญแค่ไหน สุดท้ายมันก็จะผ่านไปอยู่ดี”

บุษบามินตราให้กำลังใจ รชานนท์มีความหวังและเชื่อมั่นอย่างนั้นเหมือนกัน แต่ยังไม่ทันจะขึ้นไปทำงาน เขาได้รับแจ้งจากล้ำว่าเกิดเรื่องใหญ่ให้รีบกลับคอนโด

พิตะวันจ้างคนมาขนข้าวของและเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องไปขาย รชานนท์กลับมาทัน ถามพิตะวันอย่างไม่พอใจว่าทำอะไร?

“ตะวันก็กำลังขายของในห้องคุณไงคะ ก็คุณบอกตะวันเองไม่ใช่เหรอว่าจะให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ตะวันต้องการเพื่อชดเชยความผิดที่คุณทำกับตะวัน เพียงแต่สิ่งที่คุณให้เมื่อวานมันน้อยไป ถ้าคุณอยากให้ตะวันรู้สึกดี แล้วยอมไปจากชีวิตคุณง่ายๆ คุณต้องให้ทุกสิ่งทุกอย่างทั้งหมดในชีวิตของคุณ”

รชานนท์อึ้งจนพูดไม่ออก พิตะวันยิ้มสะใจ ถามว่าเขากล้าไหม หรือเกิดเสียดายของขึ้นมา

“ถ้าคุณได้ทุกสิ่งทุกอย่างทั้งหมด คุณจะพอใจ แล้วเราจะไม่มีอะไรติดค้างกันแล้วใช่ไหม”

พิตะวันตอบรับคำเดียว และคิดว่าเขาไม่กล้าแลกแน่ แต่ผิดคาด! รชานนท์ยกทุกอย่างให้เธอหมด เพราะของพวกนี้มีค่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับที่ตนต้องเสียเวลามีชีวิตอยู่กับคนที่ไม่เคยพอแบบเธอ

พูดจบเขาเดินออกไปโดยไม่ได้สนใจคนที่มายกข้าวของเลยสักนิด พิตะวันที่ไม่อยากเชื่อว่ารชานนท์จะยอมทำถึงขนาดนี้ ถึงกับกรี๊ดออกมาด้วยความโกรธและรู้สึกแพ้ วิ่งตามไปกระชากเขาแล้วอาละวาดหนักกว่าเดิม

“คุณยังไปไหนไม่ได้ ถ้าคุณยกทุกสิ่งทุกอย่างให้ตะวันทั้งหมด คุณก็ไม่มีสิทธิ์เอารถของคุณไป”

รชานนท์หยิบกุญแจรถออกจากกระเป๋าวางไว้ให้ พิตะวันเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งโกรธแค้น รีบเดินไปดักหน้า พูดจาเอาเรื่อง

“โทรศัพท์มือถือ นาฬิกา พวกนั้นคุณก็เอาไปไม่ได้ มันเป็นของตะวัน”

รชานนท์โกรธแต่ไม่ตอบโต้ ยอมให้ของสองอย่างที่พิตะวันต้องการแล้วเดินออกไป

พิตะวันแค้นแทบกระอัก พุ่งไปหยิบเงินและบัตรเครดิตทุกใบออกจากกระเป๋าสตางค์ แล้วเย้ยว่า

“อยากรู้ว่าจะมีผู้หญิงคนไหนจะรักผู้ชายที่ไม่เหลืออะไรเลยอย่างคุณ”

“ผมไปได้แล้วใช่ไหม”

รชานนท์ถามแต่ไม่รอคำตอบ เดินจากไปทันที พิตะวันทั้งโกรธ เสียใจ และเจ็บปวด ไม่คิดว่าเขาจะกล้าทำขนาดนี้เพื่อให้ได้ไปจากตน หักบัตรเครดิตทุกใบจนหงิกงอ

“คนอย่างคุณ ถ้าไม่มีเงินไม่มีทางไปไหนรอดหรอก คอยดูเถอะอีกไม่กี่วันคุณก็ต้องซมซานกลับมาหาตะวัน”

หลังจากรชานนท์ไปแล้ว พิตะวันสั่งเก็บของทุกอย่างเข้าที่ ไม่ขายสักชิ้น...ฝ่ายรชานนท์ที่ไม่มีแม้แต่ค่ารถแท็กซี่ ไม่รู้จะไปทางไหน เดินเรื่อยไปเจอตู้โทรศัพท์สาธารณะ จึงใช้เหรียญสิบบาทที่มีอยู่เหรียญเดียวโทร.หาบุษบามินตรา

ขณะเดียวกันพิตะวันที่ได้อยู่ลำพังคนเดียวก็เริ่มคิดได้ รู้สึกผิดในการกระทำของตัวเอง คว้ากุญแจรถขับออกไปตามหารชานนท์แต่ไม่พบ

ooooooo

บุษบามินตราเป็นห่วงรชานนท์มาก เพราะก่อนหน้านี้ล้ำโทร.มาบอกเหมือนกันว่าเขาทะเลาะกับพิตะวันอย่างรุนแรง

เมื่อเธอตามหาเขาจนพบก็โล่งใจ เพราะตอนเขาโทร.มาหานั้นยังพูดไม่ทันจบสัญญาณก็ขาดหายไปเสียก่อน

“ฉันคิดว่าจะหาคุณไม่พบซะแล้ว นี่มันเกิดอะไรขึ้นคะ ทำไมพิตะวันถึงทำกับคุณแบบนั้น”

“เขาก็แค่โกรธและอยากเอาชนะผม”

“แต่เขาก็ไม่ได้ชนะคุณ”

“ผมไม่ได้สนใจหรอกว่าจะชนะหรือแพ้เขา สิ่งเดียวที่ผมอยากรู้ตอนนี้ก็คือ คุณจะยังรักผู้ชายที่ไม่เหลืออะไรเลยอย่างผมหรือเปล่า”

“ไอ้ที่ว่าไม่เหลือเนี่ย ไม่เหลือขนาดไหน”

“ไม่เหลืออะไรพอที่จะทำให้คุณสุขสบายได้เลย”

“นี่คุณจะบอกว่าเราต้องเริ่มนับศูนย์กันใหม่”

“ใช่ครับ แต่ผมสัญญาว่าจะรักคุณคนเดียวตลอดไป”

“แค่นั้นก็พอแล้วค่ะ มิ้นต์ไม่ได้ต้องการอะไรไปมากกว่านี้”

“แสดงว่าคุณไม่รังเกียจผม”

“จะรังเกียจทำไมล่ะคะ ในเมื่อคุณเองก็ไม่เคยรังเกียจผู้หญิงตกยากอย่างมิ้นต์เหมือนกัน”

“งั้นเราแต่งงานกันนะครับ”

หญิงสาวตอบรับด้วยท่าทีเขินอาย รชานนท์สวมกอดเธอด้วยความดีใจกับความรักแสนเรียบง่ายที่ริมถนนไร้ซึ่งพิธีรีตอง แต่เต็มไปด้วยความจริงใจและความสุขอย่างที่สุดของคนสองคน...

หลังจากตกลงใจใช้ชีวิตร่วมกันฉันสามีภรรยา บุษบามินตรากับรชานนท์พากันไปเช่าบ้านหลังเล็กอยู่ด้วยกัน ก่อนจะไปจดทะเบียนสมรสในวันรุ่งขึ้น

เมื่อน้ารู้เรื่องก็ไม่ได้ว่าอะไรหลานสาวเพราะเห็นว่าโตเป็นผู้ใหญ่และมีความรับผิดชอบ รชานนท์สัญญาจะดูแลบุษบามินตราอย่างดี ทำให้น้านึกถึงเพ็ญพักตร์ที่อยากให้ลูกสาวแต่งงานกับผู้ชายคนนี้เหลือเกิน และในที่สุดสองคนก็ได้อยู่ด้วยกันจริงๆ รชานนท์นำสร้อยของบุษบามินตราที่พิตะวันทำขาดไปซ่อมจนสวยงามเหมือนเดิมแล้วนำมามอบให้พร้อมกับบอกว่ามันเป็นของสิ่งเดียวที่พิตะวันเอาไปจากตนไม่ได้

บุษบามินตราซึ้งใจแทบร้องไห้ จากนั้นเธอโทร.ไปบอกเล่าเรื่องราวของตนให้รวิศฟังถึงลอนดอน รวิศแสดงความยินดีกับเพื่อนรัก แล้วมาบอกต่อภิทูรกับมรกต ทุกคนล้วนดีใจกับบุษบามินตราที่ได้ลงเอยกับผู้ชายที่เธอรัก ส่วนรวิศนั้นภิทูรก็พยายามจะหาแฟนใหม่ให้เขาอยู่เหมือนกัน

ในขณะที่รชานนท์กับบุษบามินตรามีความสุข พิตะวันกลับเป็นทุกข์อย่างแสนสาหัส เธอดื่มเหล้าเมามาย แล้วอาละวาดทำลายข้าวของในห้องเกลื่อนกลาดไปหมด ล้ำทำความสะอาดไม่ไหวจึงขอลาออก ทิ้งให้เธออยู่คนเดียวจะทำอะไรสกปรกเลอะเทอะแค่ไหนก็ได้ตามอำเภอใจ

ooooooo

เจริญศรีตัดสินใจร่วมทุนกับชางทำธุรกิจเครื่องสำอาง แต่เพราะติดขัดเรื่องเงินที่ยักยอกจากอินทนิลได้ไม่ครบตามที่ชางต้องการ เพราะพวกพินัยเริ่มระแคะระคายไม่ไว้ใจ และนำพาไปสู่การยกเลิกการร้อง ขอต่อศาลเพื่อให้อินทนิลเป็นบุคคลไร้ความสามารถ เมื่อเป็นเช่นนี้เจริญศรีเครียดมาก เพราะชางก็เร่งรัดเรื่องเงินทุนทุกวัน ซึ่งเธอได้ต่อรองยืดระยะเวลาออกไปอยู่เรื่อยจนชางไม่พอใจ ทั้งบีบทั้งขู่เพื่อให้ได้เงินก้อนโตนั้นมา...

รชานนท์กับบุษบามินตรานัดพบอลิสาที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง อลิสาดีใจกับทั้งคู่ที่ได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขกับชีวิตที่พอเพียง

“เรื่องเงินผมไม่มีปัญหาหรอกครับ ถึงพิตะวันจะเอาทุกอย่างของผมไป แต่ก็ผมก็ยังทำงานมีเงินเดือนของผมเองมากพอที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ แล้วผมก็เพิ่งได้รู้ว่าการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายธรรมดาๆ มันก็ไม่ได้ใช้เงินมากเท่าไหร่ด้วย”

“คุณมิ้นต์เก่งนะคะ ที่ทำให้คุณชายอย่างคุณรชานนท์กลายมาเป็นผู้ชายธรรมดาๆได้”

“มิ้นต์ไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะ ชีวิตเปลี่ยนไปตามทางของมันเอง แล้วคุณรชานนท์ก็ยอมรับที่จะเปลี่ยนมันได้”

“ถ้าไม่มีคุณอยู่ข้างๆ ผมก็คงเหวอเหมือนกัน”

“แต่ยังไงอลิสาก็ยินดีด้วยจริงๆนะคะ ที่คุณสองคนแต่งงานกัน คุณเป็นคู่ที่เหมาะสมและควรจะได้อยู่ด้วยกันจริงๆ”

“แต่ผมก็รักษาสัญญาที่ให้กับคุณป้าคุณไม่ได้”

“ถ้าเรื่องพิตะวัน...คุณทำดีที่สุดแล้วค่ะ สิ่งที่คุณให้เขาไปมันก็มากเกินพอที่เขาจะไปหาความสุขในชีวิตของตัวเองได้”

“แต่มิ้นต์กลัวว่าพิตะวันจะไม่รู้ว่าความสุขจริงๆ ของเขาคืออะไรน่ะสิคะ”

อลิสาฟังแล้วเป็นห่วง อยากไปดูพิตะวันให้เห็นกับตา แยกจากสองคนนี้แล้วจึงไปที่คอนโด พิตะวันกำลังชื่นชมเครื่องประดับมากมายของแม่รชานนท์ที่เพิ่งค้นเจอ เสียงเคาะประตูทำให้เธอดีใจมากนึกว่ารชานนท์กลับมารีบวิ่งไปเปิดประตูแล้ว แต่พอเห็นอลิสาก็ชะงัก ถามเสียงแข็งว่ามาทำไม

“อลิสาอยากมาเยี่ยมพี่ตะวันน่ะค่ะ พี่ตะวันเป็นยังไงบ้างคะ”

“ฉันก็สบายดีและมีความสุขมาก นี่ไง คุณรชานนท์ซื้อเครื่องเพชรแพงๆให้ตะวันใส่เล่นอยู่บ้านด้วย”

อลิสาไม่พูดหรือแย้งอะไรทั้งที่รู้ว่าพิตะวันโกหก ในขณะที่อีกฝ่ายยังอวดไม่เลิก

“พอดีเมื่อคืนมีปาร์ตี้กันห้องก็เลยรกไปนิดนึง คือคุณรชานนท์เขาเซอร์ไพร์สขอแต่งงานกับตะวันน่ะ เราจะแต่งงานกันแล้วนะ”

“ถ้าว่างๆพี่ตะวันกลับไปเยี่ยมคุณป้าบ้างสิคะ คุณป้าท่านบ่นคิดถึงอยากเจอพี่ตะวันตลอดเลย”

“ฉันคงไม่ว่างหรอก เพราะต้องเตรียมเข้าคอร์สเจ้าสาว”

อลิสาไม่สนใจเรื่องที่พิตะวันโกหกสักนิด พูดแต่เรื่องของป้าว่าตอนนี้ท่านพูดได้เยอะขึ้น มือก็เคลื่อนไหวได้ และกำลังหัดเดินอยู่

“แล้วจะมาบอกฉันทำไม หรือว่าเธอไม่มีเงิน

ค่ารักษาคุณแล้ว ได้ข่าวว่าคุณเจริญศรีกับนังแตงยึดอำนาจ ทางการเงินหมดนี่ หรือว่าเธอมาเพราะคิดจะขอเงินฉัน”

“ไม่ใช่นะคะ อลิสาอยากมาขอร้องให้พี่ตะวันกลับไปเยี่ยมคุณป้าบ้าง”

“ไม่ต้องมาโกหก เธอรู้ว่าฉันมีเงิน รู้ว่าคุณรชานนท์ยกสมบัติทั้งหมดให้ฉัน ก็เลยคิดกะจะมาสูบเงินใช่ไหม ฉันไม่ให้เธอหรอก กว่าจะได้มาเธอไม่รู้หรอกว่าฉันต้องแลกกับอะไรในชีวิตไปบ้าง”

“ที่อลิสามาเพราะอยากให้พี่ตะวันรู้ว่าพี่ตะวันยังมีคนรักแล้วก็เป็นห่วง และกลับไปหาเขาได้เสมอ”

“ถ้าคนนั้นหมายถึงคุณ...ฉันไม่เชื่อ คนอย่างคุณไม่รู้จักรักแล้วก็เป็นห่วงใครหรอก ออกไปจากห้องฉันได้ แล้ว แล้วไม่ต้องกลับมาพูดอะไรเพ้อเจ้อไร้สาระอีก”

พิตะวันผลักอลิสาออกจากห้องแล้วปิดประตูใส่หน้า อลิสาไม่โกรธแต่หนักใจและสงสาร หากพิตะวันรู้ว่ารชานนท์ไม่กลับมาที่นี่อีกแล้วจะเป็นยังไง

ooooooo

พิตะวันยังไม่รู้เรื่องครองรักครองเรือนระหว่างรชานนท์กับบุษบามินตรา จนกระทั่งเธอจัดงานเลี้ยงวันเกิดให้ตัวเองและได้รับของขวัญเซอร์ไพรส์เป็นใบทะเบียนสมรสที่เหมือนจริงมากของสองคนนั้นจากสถินี ถึงกับช็อกไปชั่วขณะท่ามกลางเสียงฮือฮาของผู้มาร่วมงาน

เมื่อตั้งสติได้ พิตะวันไม่เชื่อและแสดงท่าทีโกรธมาก สถินีจึงนำภาพถ่ายจากโทรศัพท์มือถือให้ดูเป็นการยืนยัน ภาพนั้นรชานนท์กับบุษบามินตรากราบหม่อมมณีฉายหลังจากไปจดทะเบียนสมรสกันมาแล้ว

เสียงซุบซิบนินทาของผู้มาร่วมงานอื้ออึงในทันที พิตะวันพยายามบอกใครต่อใครว่าไม่จริง รชานนท์ยังอยู่กับตน เขารักตนและไม่มีวันแต่งงานกับคนอื่นเด็ดขาด แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครเชื่อคำพูดเธอเสียแล้ว และสถินีก็ยิ้มเย้ยบอกให้พิตะวันยอมรับความจริง

พิตะวันเสียใจและทนอับอายไม่ไหว ขว้างเค้กวันเกิดทิ้งด้วยความโมโหก่อนจะวิ่งเตลิดออกไปท่ามกลางเสียงซุบซิบของแขกทุกคน แล้วเช้าวันรุ่งขึ้นก็บุกไปถึง ที่ทำงานของรชานนท์ แต่ไม่พบเพราะเขาลาพักร้อนซึ่งพนักงานคนหนึ่งบอกด้วยว่าน่าจะลาไปฮันนีมูน

พิตะวันโวยวายกรี๊ดใส่พนักงานคนนั้นก่อนเดินลิ่วจากมาด้วยความเจ็บใจ แล้วดั้นด้นไปถึงบ้านสวนเพื่อเอาเรื่องบุษบามินตราแต่ไม่พบ รู้จากน้าว่าเธอย้ายไปอยู่กับรชานนท์และจดทะเบียนสมรสกันจริง แต่น้าไม่ยอมบอกว่าสองคนไปอยู่ที่ไหน

หลังจากพิตะวันกลับไปแล้ว น้ารีบโทร.บอกบุษบามินตราให้เตรียมรับมือ หญิงสาวตกใจมากและเชื่อว่าพิตะวันไม่มีวันจบเรื่องนี้ จนกว่าจะได้รชานนท์กลับไป

แน่นอนว่าพิตะวันไม่ยอมเสียรชานนท์ไปง่ายๆ เธอดิ้นรนทุกทางเพื่อให้ได้รู้แหล่งที่อยู่ของเขากับบุษบา–มินตรา ซึ่งคนที่น่าจะรู้ก็คืออลิสา

พิตะวันไปคาดคั้นอลิสาต่อหน้าอินทนิล พูดจาหยาบคายไม่เกรงใจใครทั้งนั้น อลิสาไม่ตอบโต้แต่ก็ไม่บอกว่าสองคนนั้นอยู่ที่ไหน ได้แต่บอกว่าถ้าอยากได้ ความรักความอบอุ่นขอให้กลับมาอยู่ที่นี่ อินทนิลที่เริ่มจะพูดได้บ้างก็ยินดีต้อนรับพิตะวันกลับมา แต่พิตะวันปฏิเสธ เพราะฝังใจว่าอินทนิลไม่เคยรักและห่วงใครนอกจากตัวเอง

เจริญศรีกับกีรติสุดาเห็นพิตะวันมาแต่ไม่กล้าตอแยเพราะเธอแว้ดใส่ก่อนอย่างหัวเสีย แล้วพอดีชางโทร.มาทวงเงินลงทุนที่ยังให้ไม่ครบ เจริญศรีไม่เฉลียวใจสักนิด นึกถึงแต่ผลกำไรมากมายมหาศาลจึงรับปากจะหาเงินจำนวนนั้นให้เขาเร็วที่สุด

แต่เมื่อหมดหวังที่จะยักยอกเงินของอินทนิล เพราะพวกพินัยไหวตัวไม่ร่วมมือ เจริญศรีจึงประกาศขายบ้านที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายโดยไม่ฟังเสียงทัดทานของลูกสาว

ooooooo

รชานนท์กับบุษบามินตราต่างหมดวันลาพักร้อน สองคนรู้จากคนในบริษัทว่าพิตะวันมาเฝ้ารออยู่นั่น ทุกวัน แต่ไม่คิดจะหลบหลีก รชานนท์ตัดสินใจเผชิญ หน้ากับพิตะวันและปฏิเสธที่จะกลับไปอยู่ด้วยกันเพราะเรื่องระหว่างเราจบแล้ว

“นี่คุณคิดเหรอว่าเอาเงินเอาทรัพย์สมบัติฟาดหัวแล้วจะทิ้งตะวันไปได้ง่ายๆ”

“ผมยกทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณอยากได้ให้คุณหมดแล้ว คุณยังอยากได้อะไรอีก”

“ตะวันอยากให้คุณกลับไป เรากลับไปอยู่ด้วยกันเหมือนเดิมได้ไหมคะ ตะวันอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคุณ”

พิตะวันเปลี่ยนจากความโกรธเป็นวิงวอนขอร้องทั้งน้ำตา บอกว่าเธอขาดเขาไม่ได้ รชานนท์สงสารแต่ไม่ใจอ่อน เพราะเขาแต่งงานกับบุษบามินตราแล้ว

“นี่คุณทิ้งตะวันไปแต่งงานกับนังมิ้นต์ ผู้หญิงที่ไม่มีอะไรดีกว่าตะวันเลยเหรอคะ ตะวันทั้งสวยกว่ามัน รวยกว่ามัน ทำไมคะ...ทำไม”

“ก็เพราะคุณมิ้นต์ยอมแต่งงานกับผมทั้งๆที่ผมไม่เหลือสมบัติอะไรเลย เราไปจดทะเบียนกันง่ายๆ อยู่บ้านเช่าหลังเล็กๆด้วยกัน”

“นี่คุณใช้ชีวิตตกต่ำถึงขนาดนี้เลยเหรอคะ”

“ในสายตาคุณ ผมอาจจะตกต่ำ แต่สำหรับผมมันเป็นช่วงชีวิตที่ผมมีความสุขมากที่สุด”

“นี่คุณกำลังจะบอกว่าคุณอยู่กับตะวัน คุณไม่เคยมีความสุขเลยใช่ไหม”

“ใช่” รชานนท์พูดความจริงที่พิตะวันรับไม่ได้ เธอกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดก่อนตัดพ้อต่อว่า

“คุณทิ้งตะวันไปหาผู้หญิงอื่น แล้วคุณยังจะเหยียบย่ำทำร้ายจิตใจตะวันให้แหลกอีกเหรอคะ คุณก็รู้ว่าตะวันทิ้งชีวิตทุกสิ่งทุกอย่างมาเพื่อคุณ”

“คุณไม่ได้ทิ้งอะไรมาเพื่อผมหรอก คุณทิ้งมาเพื่อตัวของคุณเอง แล้วถ้าคุณจะบอกว่าใครสักคนเหยียบย่ำทำร้ายคุณ ผมว่าตัวคุณเองน่ะแหละที่เหยียบย่ำทำร้ายตัวเองด้วยความไม่เคยพอ แล้วถ้าคุณยังไม่ยอมพอ ก็จะไม่มีใครในโลกนี้สนองความต้องการของคุณได้เลย ผมว่าเราคงไม่มีอะไรจะพูดกันอีกแล้ว กลับไปเถอะ ผมต้องทำงาน”

“คุณรชานนท์ คุณจะทำเหมือนตะวันเป็นเศษสวะไม่ได้นะคะ”

“หยุดเถอะตะวัน ผมไม่อยากทะเลาะกับคุณอีก ถ้าเราจะจากกัน เราก็ควรจากกันด้วยดีเถอะนะ ถือว่าผมขอร้อง”

พิตะวันยังคงยืนนิ่งไม่ยอมไปไหน รชานนท์จึงกดอินเตอร์คอมพ์ภายในห้องทำงานบอกให้ยามมาพาเธอออกไป พิตะวันรู้สึกตัวเองไม่มีตัวตนในสายตาเขาอีกแล้ว ตัดสินใจเดินปึงปังออกจากห้องด้วยความโกรธแค้น แล้วบังเอิญเจอบุษบามินตราที่กำลังจะมาหารชานนท์เพราะเป็นห่วง

พิตะวันโกรธจัดไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหนอีกแล้ว พุ่งเข้าตบตีบุษบามินตราไม่ยั้ง จนผู้คนแถวนั้นตกอกตกใจช่วยกันเข้ามาจับแยกแต่ไม่เป็นผล กระทั่งรชานนท์ออกมาบอกว่าจะแจ้งตำรวจจับ พิตะวันถึงยอมหยุดคลั่ง โดนยามลากตัวออกไป

รชานนท์เอาน้ำแข็งประคบแก้มให้บุษบามินตราและพูดขอโทษที่ปล่อยให้พิตะวันทำร้ายเธอ

“ช่างมันเถอะค่ะ มิ้นต์รู้ว่าคุณไม่ได้อยากให้มันเกิด”

“นี่เป็นสิ่งที่ผมกลัวที่สุด กลัวว่าเขาจะมาทำร้ายคุณ”

“มิ้นต์ไม่กลัวหรอกค่ะ เพราะมิ้นต์รู้ว่าคุณจะดูแลและปกป้องมิ้นต์ได้”

“แต่ผมก็อยู่กับคุณตลอดเวลาไม่ได้”

“มันไม่มีอะไรแล้วค่ะ คุณไม่ต้องห่วงหรอก คุณพูดกับพิตะวันไปขนาดนั้น เขาคงไม่กล้ามายุ่งกับพวกเราแล้ว”

“ผมก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น” พูดไปแล้วแต่รชานนท์ก็ยังอดเป็นกังวลไม่ได้...

ค่ำนั้นสองคนพากันกลับบ้านเช่าโดยไม่รู้ว่าพิตะวันแอบสะกดรอยตาม แต่ล้ำที่ยินดีมาอยู่ดูแลทั้งคู่ออกมาปิดประตูบ้านเห็นพิตะวันแวบหนึ่ง แต่คิดว่าตัวเองตาฝาดเลยไม่ได้พูดให้ฟัง

ooooooo

พิตะวันเก็บกลั้นความโกรธแค้นไว้ไม่กี่วันก็สบโอกาสไปดักทำร้ายบุษบามินตราอีก หลังจากสะกดรอยตามเธอที่มาคุยกับพวกอัญย่า อัพเดตเรื่องราวดีๆ ว่าสุธีกับแสงอรุณตกลงใจคบกันในฐานะแฟน ส่วนภิทูรกับมรกตก็กำลังจะแต่งงานกัน

ตอนแรกบุษบามินตราไม่รู้ตัวว่าโดนติดตาม ผ่านไปสักพักรู้สึกรถคันหนึ่งขับจี้ติดเหมือนจะชนท้าย จึงเริ่มระมัดระวังตัวพร้อมกับโทร.บอกรชานนท์

รชานนท์เป็นห่วงเมียสาว บอกให้เธอหาทางขับไปสถานีตำรวจหรือแหล่งชุมชนที่มีคนเยอะๆ บุษบา–มินตราทำตามและหลุดพ้นมาได้ แต่รชานนท์ยังไม่หมดห่วงเพราะล้ำเพิ่งพูดให้ฟังว่าเหมือนจะเห็นพิตะวันมาด้อมๆ มองๆหน้าบ้าน

บุษบามินตราขับรถต่อไปจนเลี้ยวเข้าซอยบ้านเช่า ทันใดพิตะวันขับรถพุ่งมาขวางก่อนเดินลงมาหน้าตาเอาเรื่อง บุษบามินตราตกใจรีบโทร.หารชานนท์แต่พูดชื่อพิตะวันได้ครั้งเดียวเสียงก็ขาดหายไป

โทรศัพท์มือถือของเธอหล่นอยู่ในรถ รชานนท์ได้ยินการโต้เถียงของสองคนตลอดเวลา ก่อนที่เขาจะรีบออกมาเมื่อรู้ชัดว่าเหตุเกิดอยู่ในซอยบ้านเช่า

พิตะวันด่าทอบุษบามินตราหน้าด้านแย่งผัวตน และยังคิดเข้าข้างตัวเองเสมอว่ารชานนท์รักตน ถ้าไม่มีบุษบามินตราสักคนเขาก็ต้องไม่ทิ้งตนไป

บุษบามินตราพยายามอธิบายแต่พิตะวันโกรธจนเลือดขึ้นหน้าไม่ฟังอะไรทั้งนั้น หยิบปืนจากกระเป๋าสะพายออกมาเล็ง บอกให้เลือกเอาระหว่างชีวิตตัวเองกับผัวจนๆที่ไม่เหลือสมบัติอะไรเลย...แน่นอนว่าบุษบา–มินตราเลือกรชานนท์เพราะเธอรักเขา และเขาก็รักเธอ ถึงพิตะวันจะฆ่าตนแต่รชานนท์ก็ไม่มีวันกลับไปหาเธอ

พิตะวันเจ็บจี๊ด โกรธจนลั่นกระสุนดังเปรี้ยง รชานนท์วิ่งมาถึงพอดี เข้าประคองบุษบามินตราก่อนจะรู้ว่าเธอไม่ได้โดนยิง แต่กระสุนเจาะกระจกรถเป็นรู และพิตะวันก็ขึ้นรถขับหนีไปแล้ว

รชานนท์จะให้บุษบามินตราไปลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจ แต่เธอปฏิเสธเพราะกลัวเรื่องจะบานปลายไปกันใหญ่ พร้อมกันนี้ก็บ่นเป็นกังวลกลัวพิตะวันจะทำร้ายตัวเอง เพราะท่าทางเธอกำลังแย่เหมือนจะรับทุกอย่างไม่ไหว

เมื่ออลิสารู้เรื่องนี้จากบุษบามินตราก็คาดไม่ถึงว่าพิตะวันจะกล้าทำถึงขนาดนั้น และยิ่งเป็นห่วงที่พิตะวันเครียดมาก กลัวจะจัดการปัญหาและความรู้สึกของตัวเองไม่ได้

“นี่ขนาดเขาได้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาต้องการแล้วนะคะ”

“มนุษย์เราอาจจะคิดว่าตัวเองอยากได้เงินทอง ข้าวของ ความสะดวกสบาย แต่เอาเข้าจริงสิ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องการมากที่สุดก็คือความรักค่ะ ความรักและความเข้าใจ”

“ซึ่งครั้งหนึ่งพิตะวันก็เคยได้รับอย่างมากมายจาก ด็อกเตอร์ภิทูร ผู้ชายที่รักและก็ยอมให้ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตกับพิตะวัน แต่เขาก็ไม่เคยเห็นค่า และพอตอนนี้ต้องการอีก ก็พยายามวิ่งหาจากคนที่เขาไม่ได้รัก”

“พิตะวันน่าสงสารนะคะ เพราะเขาไม่เคยเห็นค่า ในสิ่งที่ตัวเองมีเลย”

“คุณอลิสาช่วยเขาด้วยนะคะ มิ้นต์ไม่อยากให้พิตะวันแย่ไปกว่านี้”

อลิสาหนักใจ แต่พยายามจะคุยกับพิตะวันให้ได้ แต่เมื่อไปหาถึงคอนโดกลับโดนพิตะวันผลักไสไม่ให้มายุ่งวุ่นวายกับชีวิตตนอีก

ooooooo

อินทนิลอาการดีขึ้นมาก ไม่ได้บ้าคลั่งอย่างที่เจริญศรีและกีรติสุดาบอกกับพวกพินัย และเมื่อน้องๆ ต่างมารดามาเห็นกับตาตัวเอง ต่างรู้สึกมีความสุขและมีความหวังว่าอินทนิลจะเดินได้ ในขณะเดียวกันอินทนิลก็รู้สึกผิดต่อน้องๆ ที่ตลอดมาตัวเองเจ้ายศเจ้าอย่างรังเกียจพวกเขา

เมื่อพี่น้องทุกคนปรับความเข้าใจกันได้ ความสุขจึงบังเกิดกันถ้วนหน้า ยกเว้นเจริญศรีกับลูกสาวที่กำลัง ทุกข์อย่างแสนสาหัส หลังจากรู้แน่ชัดว่าตนโดนชางหลอกเงินหลายสิบล้านหายเข้ากลีบเมฆไปแล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้อินทนิลเคยเตือนเรื่องขายบ้านไปลงทุน แต่เจริญศรีไม่เชื่อฟัง

ถึงคราวเดือดร้อนสองแม่ลูกมาร้องไห้ฟูมฟายขอความช่วยเหลือ อินทนิลช่วยได้แค่ให้ที่อยู่อาศัยกับเงินเดือนอีกคนละจำนวนหนึ่งเท่านั้น

ฝ่ายพิตะวันที่ยังไม่เลิกอาฆาตแค้นบุษบามินตรา ก็ถึงกับจ้างรายการทีวีเพื่อให้ตัวเองได้ไปประจานบุษบามินตราว่าแย่งผัว แต่กลายเป็นพิตะวันโดนสถินีร่วมมือกับพิธีกรรายการทีวีนั้นแฉพฤติกรรมลวงโลกตลอดมา และยังเป็นคนอกตัญญูไม่เคยดูแลอินทนิลที่เลี้ยงดูตั้งแต่เด็ก

พิตะวันอับอายแทบแทรกแผ่นดินหนี โดนนักข่าวตามสัมภาษณ์ และไม่ว่าเธอจะไปปรากฏตัวที่ไหนก็มีแต่ คนรุมประณามเรื่องความอกตัญญูที่สังคมไทยรับไม่ได้...

ความทุกข์และความผิดหวังทั้งหมดทั้งมวลกับชีวิตที่อุตส่าห์ดิ้นรนจนมาถึงทุกวันนี้ ทำให้พิตะวันเสียใจหนัก ดื่มเหล้าและกินยานอนหลับจนสมองเบลอพร่ำเพ้อถึงรชานนท์อยากให้เขากลับมาหา

เพื่อให้ได้รชานนท์กลับมา พิตะวันจัดฉากให้เหมือนกับว่าตัวเองกรีดข้อมือฆ่าตัวตาย เมื่อรชานนท์หลงกลมาที่คอนโดก็พยายามวิงวอนขอร้องให้เขามาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม เธอยอมทำทุกอย่าง จะให้คืนสมบัติทั้งหมดของเขาก็ได้ เธอไม่ต้องการอะไรแล้ว ไม่รู้จะมีทุกอย่างไปทำไมในเมื่อไม่มีใครรักเธอสักคน

“ทำไมจะไม่มีคนรัก คุณอินทนิลไง ท่านรักแล้วก็เมตตาตะวันเสมอ”

“ไม่!! ตะวันไม่ต้องการคนอื่น ตะวันรักคุณ เรา กลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม เราจะมีบ้านสวยๆเหมือนในฝัน มีครอบครัวที่อบอุ่น มีลูกน่ารักๆ ตะวันสัญญาว่าจะไม่ออกงานอีก จะไม่วุ่นวาย จะไม่ขอ จะไม่ทำอะไร ให้คุณลำบากใจอีกแล้ว”

“แต่ผมกลับมาอยู่กับคุณไม่ได้”

“ถ้าเรื่องที่คุณจดทะเบียนแล้ว ก็แค่ไปหย่า ตะวันรอได้”

“คุณไม่ต้องรอหรอก ผมไม่มีวันจะหย่ากับคุณมิ้นต์”

“ทำไมถึงหย่ากับมันไม่ได้”

“เพราะผมรักคุณมิ้นต์ แล้วตอนนี้เราสองคนกำลังจะมีลูกด้วยกัน”

“อะไรนะ คุณกำลังจะมีลูกกับนังมิ้นต์”

“ใช่ คุณมิ้นต์ท้องห้าสัปดาห์แล้ว ผมกำลังจะพาไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาล”

“ไม่จริง!! มันจะท้องกับคุณได้ยังไง ในเมื่อกับตะวันคุณไม่เคยคิดจะมีลูกด้วย หรือว่าคุณไม่เคยรักตะวันเลยจริงๆ”

“คุณอย่าเสียใจกับคนอย่างผมเลย ผมไม่ใช่คนอย่างที่คุณฝันหรอก คุณเป็นคนที่มีค่านะ ขอให้คุณรู้และเชื่อมั่น สักวันคุณก็จะได้พบกับคนที่รักคุณจริงๆ”

รชานนท์พยายามหว่านล้อมปลอบโยน แต่พิตะวันไม่เล่นด้วย ผลักไสเขาออกจากห้องไปทั้งน้ำตา แล้วคร่ำครวญอยู่กับตัวเองอย่างเหนื่อยล้าเกินจะรับไหว

ooooooo

อลิสารู้จากรชานนท์ก็พยายามโทร.หาพิตะวันแต่เธอไม่รับสาย อินทนิลร้อนใจอยากไปหาพิตะวัน ด้วยตัวเอง รชานนท์กับบุษบามินตราและอลิสาจึงพาไป

ในขณะที่ทั้งหมดอยู่ระหว่างการเดินทางที่รถติดมาก พิตะวันกำลังเหม่อลอย เปิดดูไอจีของมรกต เห็นภาพความสุขของมรกตกับภิทูรก็ยิ่งเศร้า

“นี่เหรอทุกอย่างที่ฉันยอมทิ้ง คนที่ฉันรัก ความภาคภูมิใจที่ฉันมี ฉันทิ้งมาเพื่อความว่างเปล่าแบบนี้น่ะเหรอ ทำไมมันถึงว่างเปล่า...ว่างเปล่าจริงๆ”

เมื่อไม่เหลือใครแล้ว พิตะวันก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่ เธอหยิบยานอนหลับออกมากินทีละเม็ดพร้อมกับเหล้า

“กินซะตะวัน เธอจะได้หลับ จะได้ไม่ต้องตื่นมาเจอความเจ็บปวดอีก กินซะสำหรับวันพรุ่งนี้ สำหรับมะรืน...มะเรื่อง...แล้ววันต่อๆไป”

พิตะวันหยิบยานอนหลับใส่เข้าปากไปเรื่อยราวกับคนไม่รู้สติ...กว่าพวกอินทนิลจะฝ่ารถติดมาถึง เธอก็หมดลมหายใจอยู่บนโซฟาเสียแล้ว

ทุกคนร้องไห้เสียใจต่อการจากไปของพิตะวัน โดยเฉพาะอินทนิลที่รู้สึกผิดมากมาย โทษตัวเองเลี้ยงดูพิตะวันไม่ดี ทำให้เธอรู้สึกขาดทั้งสิ่งของและความรัก

บรรยากาศงานศพพิตะวันเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ภิทูร มรกต รวิศ และแก๊งอัญย่า รวมทั้งสถินีต่างช็อกกับข่าวร้ายนี้...อินทนิลพูดไม่ได้แต่พยายามขีดเขียนบรรยายความรู้สึกที่มีต่อพิตะวันลงในจดหมายด้วยใจที่เศร้าหมองและหดหู่

“ตะวันตายเสียแล้ว...ทั้งที่ยังสาว ยังมีอนาคตอีกไกล คุณเสียใจเหลือเกินที่ไม่อาจช่วยตะวันได้ ได้แต่ทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ด้วยความเศร้าใจ คนเราทุกคนมีเคราะห์กรรมด้วยกันทั้งนั้น แต่เคราะห์กรรมบางอย่างก็มีส่วนทำให้เราได้บทเรียนที่มีค่าต่อชีวิต คุณเองถ้าไม่ป่วยก็จะไม่รู้คุณค่าและนิสัยที่แท้จริงของพี่น้อง ลูกหลานและคนในบ้านได้เลย คุณอยากจะเอาบทเรียนนี้มาสอนตะวัน แต่ก็ไม่มีโอกาส...”

“ชีวิตตะวันแม้จะขาดบางอย่าง แต่พระท่านประทานของทดแทนให้จนครบ ตะวันจะขาดความรักจากพ่อแม่ แต่ตะวันก็เคยได้รับความรักมากมายจากผู้ชายคนหนึ่ง ตะวันขาดทรัพย์ แต่ตะวันก็มีสติปัญญา มานะ ความพากเพียรดี อันนำมาซึ่งวิชาความรู้ที่ประเสริฐกว่าสมบัตินอกกาย ตะวันขาดชาติกำเนิดที่สูงส่ง แต่ตะวันก็มีรูปร่างหน้าตาและจริตกิริยาที่งดงาม เป็นที่ชื่นชมสรรเสริญทั่วไป...”

“ถ้าชาติหน้ามีจริง คุณขอให้ตะวันไปเกิดใหม่ในชาติภพที่ดีกว่านี้ คุณไม่อธิษฐานให้ตะวันมีเพียบพร้อมสมบูรณ์ทุกอย่าง เพราะมันเป็นไปไม่ได้ แต่คุณจะขออธิษฐานให้ตะวันพอใจกับสิ่งที่มี และนำส่วนดีในตัวนั้นไปใช้เป็นประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์ ตลอดจนตัวเอง เพื่อความร่มเย็นเป็นสุขด้วยกันทุกฝ่ายสืบไป...”

“สุดท้ายนี้...สิ่งใดที่คุณเคยทำให้ตะวันขุ่นข้องหมองใจ คุณขออโหสิด้วย อย่าได้ผูกพันเป็นเวรกรรมต่อกันไปอีกเลย และคุณก็ขออโหสิให้ตะวันทุกประการเช่นกัน...ถ้าพบกันอีกในชาติหน้า ขอให้ได้อุปถัมภ์ค้ำจุนด้วยรักและเมตตาต่อกันตลอดไปเทอญ...จาก “คุณ” ของตะวัน...อินทนิล สัจจามาตย์”

จดหมายฉบับนั้นถูกอินทนิลเผาไปในวันที่เอาเถ้ากระดูกของพิตะวันไปลอยอังคาร เธอเชื่อเหลือเกินว่า ดวงวิญญาณของพิตะวันต้องรับรู้ และอโหสิกรรมให้ตน...

ooooooo

–อวสาน–


ละครมายา ตอนที่ 16(ตอนจบ) อ่านมายา ติดตามมายา ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย อารักษ์ อมรศุภศิริ, อุษามณี ไวทยานนท์ 21 มิ.ย. 2560 08:49 2017-06-23T01:57:03+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ