นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    เลื่อมสลับลาย

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: นิว-วงศกร ประกบ รถเมล์-คะนึงนิจ กับ แซมมี่ เคาวเวลล์ ใน “เลื่อมสลับลาย”







    ทันทีที่ได้รับคำสั่งจากคุณโปรย จุ้นพุ่งเข้าไปรวบกอดนครินทร์จากข้างหลังไว้แน่น ฉวยโอกาสซบเคลิ้ม ร้องบอก

    “คุณผู้หญิงคะ แย่งมาเลยค่ะ ไม่ต้องห่วงจุ้น จุ้นโอเคมากค่ะ”

    คุณโปรยเข้าไปดึงมือถือจากนครินทร์ เขาตกใจถามว่า “คุณแม่ทำอะไรครับเนี่ย”

    “แม่อยากรู้ว่ารินทร์คุยกับใคร เผื่อว่าเป็นแฟนรินทร์แม่จะได้ช่วยดูว่าผ่านหรือไม่ผ่าน” แล้วยกมือถือจะเปิดดูแต่เปิดไม่เป็น นครินทร์บอกว่าตนช่วยเปิดให้ คุณโปรยเลยยื่นมือถือให้ พอได้มือถือนครินทร์ก็เดินเข้าบ้านไปเลย

    “รินทร์! เอามือถือมาให้แม่เดี๋ยวนี้นะรินทร์!” ทั้งคุณโปรยและจุ้นวิ่งตามนครินทร์เข้าบ้านไป

    ปิ่นปักกลับมาเห็นแม่วิ่งไล่กวดกับนครินทร์ถามว่าเล่นอะไรกัน คุณยอดติงคุณโปรยขำๆ ว่าทำอย่างกับลูกชายอายุสิบสี่สิบห้าอย่างนั้นแหละ คุณโปรยย้อนถามว่าตนไม่มีสิทธิ์จะห่วงลูกชายหรือไง คุณยอดเย้าว่าหวงได้แต่อย่าถึงกับใส่ห่วงก็แล้วกัน ทั้งนครินทร์ ป้าแสงและปิ่นปักเลยหัวเราะขำกัน

    คุณโปรยถามปิ่นปักว่าศกไม่มาด้วยหรือ เธอบอกว่าเขาไม่ค่อยว่าง เวลาจะเจอกันยังไม่ค่อยจะมีเลย

    “เป็นธรรมดา เขาเป็นนักธุรกิจ มีงานเยอะ เราแต่งงานกับใครเราก็ต้องทำใจให้คล้อยตามอาชีพเขา”

    “ค่ะ ปิ่นเข้าใจดี” ปิ่นปักยิ้มเศร้าๆ นครินทร์ดูออก มองน้องสาวอย่างเป็นห่วง เมื่อปิ่นปักไปยืนที่ระเบียงเขาจึงไปถามว่าคิดอะไรอยู่ มีเรื่องอะไรคุยกับพี่ได้นะ “ปิ่นกำลังคิดว่า ปิ่นไม่ชอบชีวิตอย่างที่เป็นอยู่เลย มันไม่เป็นครอบครัวสักเท่าไหร่ คุณศกทำงานตามสบายมากเกินไป นึกจะกลับดึกก็กลับ ไม่เคยห่วงปิ่น ไม่เห็นจะเหมือนคุณพ่อ คุณพ่อไม่เคยห่างคุณแม่เลย ไปไหนก็เป็นห่วงตลอด”

    “ก็นั่นคุณยอด สามีปิ่นคือคุณศก คุณศกเขายังหนุ่ม เดี๋ยวต่อไปมีลูกเขาก็อาจจะเปลี่ยนนิสัย พี่ว่าปิ่นน่าจะหาอะไรทำ จะได้ไม่ต้องคิดมาก”

    “ค่ะพี่รินทร์ ปิ่นจะพยายาม” เธอยิ้มให้พี่ชายอย่างยังไม่สบายใจนัก

    ooooooo

    พาไลไปทำงานเป็นผู้ช่วยสมรวันแรกก็ถูกตำหนิอย่างไม่พอใจว่าพิมพ์งานตั้งแต่เช้าเพิ่งจะได้ครึ่งหน้า เอกสารอีกกองเบ้อเร่อชาตินี้จะหมดไหม

    พาไลบอกว่าตนจะพยายาม สมรบ่นว่าทำอะไรไม่เป็นสักอย่างไม่รู้คุณศกรับเข้ามาทำงานได้ยังไง

    สมรไม่พอใจยิ่งขึ้นเมื่อศกจะออกข้างนอกปกติจะต้องให้ตนไปแต่คราวนี้ให้พาไลไปแทน พาไลถามว่าทำไมต้องพาตนไปพบลูกค้าด้วย ศกอ้างว่า

    “ผมคิดว่าคุณจะเอ็นเตอร์เทนลูกค้าได้ดีกว่าคุณสมร” เห็นพาไลทำหน้าไม่เชื่อ “ไม่เชื่อผมเหรอ ผมคงแย่มากในสายตาคุณ”

    “ใช่ค่ะ”

    ศกหัวเราะบอกว่าตรงดี แล้วขอโทษที่ตนเสนอไปวันนั้น ยอมรับว่าตนประเมินเธอต่ำเกินไป พูดจริงจังว่า

    “ผมรู้แล้วว่า สิ่งที่สำคัญกับคุณไม่ใช่เงิน แต่เป็นโอกาสที่จะได้สร้างความภาคภูมิใจให้ตัวเอง คุณโชคดีมากที่ผมเป็นคนชอบให้โอกาสคน”

    “ถ้าคุณคิดเท่าที่คุณพูดจริง ฉันก็ต้องขอบคุณมากค่ะ ไม่ต้องห่วงค่ะ ถึงฉันจะไม่มีความรู้ แต่ฉันจะพยายามทำงานตอบแทนโอกาสที่คุณมอบให้ให้คุ้มค่าที่สุด”

    “ผมเชื่อว่าคุณทำได้”

    ooooooo

    ศกพาพาไลไปพบลูกค้าชาวต่างชาติ ถามเธอว่าพูดภาษาอังกฤษได้ไหม เธอบอกว่าได้เพราะเคยมีแฟนเป็นฝรั่ง และเมื่อไปพบลูกค้า พาไลก็พูดคุยกับฝรั่งได้อย่างฉะฉานมีมารยาททางสังคมอย่างไม่มีที่ติ

    ที่นี่เองพาไลเจอกับอ้อยที่เคยทำงานเป็นเด็กเชียร์เบียร์ด้วยกัน พออ้อยรู้ว่าพาไลทำงานเป็นผู้ช่วยเลขาของศกก็ชมว่าเก่งจัง พาไลยิ้มอย่างภาคภูมิใจในตัวเอง ศกยืนดูอยู่ เขายิ้มอย่างพอใจที่อ่านพาไลไม่ผิด

    เสร็จงานก็หมดเวลาทำงานพอดี พาไลจะกลับก่อนศกบอกว่าจะไปส่ง เธอติงว่าคอนโดที่ตนอยู่ตรงข้ามกับบ้าน ภรรยาเขา ถามว่า “คุณไม่กลัวใครจะเข้าใจผิดหรือคะ”

    “ถ้าผมกลัว ผมไม่ชวนคุณมาทำงานหรอกพาไล” ศกตอบอย่างไม่แยแสแล้วดึงมือพาไลไปขึ้นรถ

    แต่ศกไม่ได้มาส่งพาไลทันที เขาแวะไปที่คอนโดของตัวเองอ้างว่าจะมาเอาสูท พรุ่งนี้จะไปงาน แต่ให้พาไลขึ้นไปเอาให้อ้างว่าจะโทร.คุยงานกับลูกค้า แต่พอพาไลลงจากรถไป เขาก็โทร.คุยกับเดโชพลางเดินตามพาไลขึ้นไป

    “ฉันยังไม่ได้จะทำอะไรพาไลมากสักหน่อย ฉันก็แค่จะใช้วิธีน้ำหยดลงหินทุกวันหินมันย่อมกร่อน ถ้าหินเกิดอ่อนปวกเปียกตั้งแต่หยดแรก ก็ถือว่าเป็นโชคดีของฉัน แค่นี้ก่อนนะ”

    เดินมาถึงหน้าห้องศกเปิดเข้าไป พาไลถามว่าขึ้นมาทำไม เขาอ้างว่ากลัวเธอจะหยิบสูทไม่ถูก ถามว่าเธอกลัวอะไรพลางรวบพาไลเข้าไปกอด พาไลพยายามเบี่ยงตัวหลบ ก็พอดีมีเสียงถามเข้ามาว่า “ใช่สูทตัวนี้รึเปล่าคะ” ทำให้ศกต้องรีบปล่อยพาไล หญิงคนนั้นเข้ามาเห็นศกเธอยกมือไหว้ ศกรับไหว้บอกว่า ผมไม่ยักรู้ว่าคุณจะขึ้นมาด้วย

    “พอดีว่าฉันไม่กล้าขึ้นมาคนเดียว กลัว ‘ผีหลอก’ ก็เลยชวนคุณเดียร์ที่อยู่ที่เคาน์เตอร์มาเป็นเพื่อนด้วย” พาไลพูดอย่างผู้ชนะ รับสูทจากเดียร์ไปดู “สูทสีเทาน่ะใช่แล้ว ฉันลงไปรอข้างล่างนะคะ” แล้วเดินลงไปเลย

    “อย่าคิดว่าจะชนะผมไปทุกครั้งนะพาไล” ศกเดินตามพาไลไป

    แต่ขณะออกจากลิฟต์ ถูกพัชรินเพื่อนสนิทของ ปิ่นปักเดินมากับยุทธจะมาดูห้องเห็นเข้า พัชรินมองพาไลไม่ชัดแต่แน่ใจว่าเป็นกิ๊กของศก จึงยกโทรศัพท์จะถ่ายรูป ถูกยุทธกระชากมือพัชรินถามว่า “คุณจะทำอะไร?”

    “อย่ายุ่ง!” พัชรินกระชากมือกลับจะถ่ายรูปอีกแต่รถศกเคลื่อนออกไปแล้ว “โธ่เอ๊ย! อดเห็นหน้ากิ๊กคุณศกจนได้ เพราะคุณคนเดียวแท้ๆเลย! แต่ก็ยังดีที่พอได้หลักฐานมาช่วยเปิดตายัยปิ่นบ้าง” พัชรินมองมือถืออย่างหมายมาด

    ไวเท่าความคิด พัชรินส่งรูปที่ถ่ายไปให้ปิ่นปักดูถามว่าศกกลับหรือยัง พอรู้ว่ายังก็ฟันธงว่าศกพาผู้หญิงขึ้นคอนโดแน่ๆ ทำให้ปิ่นปักไม่สบายใจ แต่เมื่อศกกลับมาเธอก็ไม่กล้าถาม ไม่อยากให้เป็นปัญหากัน แต่ตัวเองเครียดจนน้ำตาไหล

    พาไลระมัดระวังตัวมาก เธอให้ศกส่งก่อนถึงคอนโดอีกไกล บอกว่าจะเดินไปเพราะไม่อยากตกเป็นขี้ปากชาวบ้านอีก แต่ระยะทางยังไกล พาไลเดินไปไม่นานรองเท้าพลิกข้อเท้าเจ็บจนซี้ดปาก เธอถอดรองเท้าเดินเท้าเปล่าต่อไป

    พาไลเจ็บเท้าจนคิดท้อว่าทำไมชีวิตถึงต้องเหน็ดเหนื่อยขนาดนี้ แต่แล้วก็ฮึดขึ้นเมื่อนึกถึงคำเตือนของพ่อที่ว่า

    “อย่าเพิ่งท้อนะไล ปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้น มีไว้เพื่อให้เราเรียนรู้ว่าความสำเร็จมันหอมหวานมากแค่ไหน”

    ooooooo

    มีความอัดอั้น ระแวง แต่ไม่กล้าถามศก ปิ่นปักทำงานอย่างเหม่อลอย เพรียวถามก็บอกว่าไม่มีอะไร แต่เพรียวได้ยินปิ่นปักคุยโทรศัพท์กับพัชรินเรื่องศกมีผู้หญิงอื่น เขาจึงเล่าให้นครินทร์ฟัง

    นครินทร์ไปหาศกที่ห้องทำงาน เจอพาไลกำลังเอางานมาส่งศกและเดินสะดุดเสียหลักไปนั่งตักศกพอดี เป็นจังหวะที่นครินทร์เปิดประตูเข้ามาเห็นเต็มตา! ทั้งนครินทร์และพาไลมองกันอึ้ง

    เมื่อตั้งสติได้นครินทร์ถามพาไลว่าเธอมาทำอะไรที่นี่ พอรู้ว่าเธอมาทำงานกับศก เขานิ่งอึ้ง

    ศกจับตาสังเกตความสัมพันธ์ของทั้งสอง ถามว่ารู้จักกันด้วยหรือ นครินทร์บอกว่าเราเป็นเพื่อนกัน ศกบอกว่าไม่เคยได้ยินพาไลพูดถึงเขา นครินทร์สวนไปว่า “พาไลก็ไม่เคยพูดว่าทำงานกับคุณให้ผมฟังเหมือนกัน” นครินทร์พูดกับศกโดยไม่มองหน้าพาไลเลย ศกยังเลียบเคียงถึงความสัมพันธ์ของทั้งสองแล้วเขาก็สรุปว่า สองคนนี้มีซัมติง!

    ศกบอกให้พาไลออกไปข้างนอกได้แล้วตนจะคุยกับนครินทร์ ถามนครินทร์ว่ามีอะไรจะคุยกับตน พาไลออกไปแล้วยังยืนอยู่หน้าห้อง เพราะกระวนกระวายใจอยากจะคุยกับนครินทร์

    “คุณรู้หรือเปล่าว่า ตอนนี้ปิ่นปักกำลังทุกข์ใจ” นครินทร์เปิดฉากไม่อ้อมค้อม พูดออกตัวว่า “เรื่องที่ปิ่นไม่สบายใจ ปิ่นไม่ได้บอกผมหรอกครับ แต่ผมสังเกตอาการของปิ่นเอาเอง”

    “งั้นคุณก็ไม่ควรจะกล่าวหาผม ว่าผมเป็นต้นเหตุ”

    “ผมไม่ได้กล่าวหาคุณ ผมแค่จะมาบอกให้คุณรู้ว่าปิ่นรู้สึกอย่างไร เพราะคุณอาจจะงานยุ่งจนลืมใส่ใจความรู้สึกของปิ่น” ศกนิ่งไปนิดหนึ่งแล้วพูดอย่างมีนัยว่า เขาพูดถูก เพราะช่วงนี้ตนมีเรื่องให้ยุ่งเยอะ “ยุ่งยังไงก็อย่าลืมว่าปิ่นคือผู้หญิงที่คุณเลือกมาเป็นคู่ชีวิต”

    บรรยากาศเป็นไปอย่างตึงเครียด ทั้งนครินทร์และศกต่างมองหน้ากันอย่างเอาเรื่อง

    ooooooo

    พาไลพยายามที่จะดักพูดคุยกับนครินทร์ แต่ถูกสมรใช้ให้ไปฝ่ายการเงิน พอกลับมาเห็นนครินทร์เดินไปลานจอดรถเธอเรียกเขาแต่ไม่ทัน

    ปิ่นปักเป็นลมที่บริษัท เพรียวโทร.บอกนครินทร์เขารีบไปที่บริษัททันที

    จำรูญที่กระหืดกระหอบตามหาศก พอเจอก็บอกว่าพนักงานที่เขาซื้อตัวมาทำงานกับเรากำลังจะถูกบริษัทคู่แข่งแย่งซื้อตัวไป ศกสั่งให้เพิ่มค่าตัวให้เขาเป็นสามเท่า จำรูญติงว่าจะมากไปหรือเปล่าเพราะจริงๆ แล้วเขาก็ไม่ได้เก่งอะไรนักหนา

    “ต่อให้เป็นแค่ก้อนดิน แต่ถ้าผมจะเอา ผมก็ต้องได้” ศกพูดกับจำรูญแต่ตามองพาไลที่เดินมากับฝนอย่างมุ่งมั่น จำรูญมองตามสายตาเขาแล้วพยักหน้าอย่างรู้ได้ว่าเขาพูดถึงพาไล

    เมื่อนครินทร์ไปดูแลปิ่นปักที่บริษัท เขาถามน้องอย่างไม่สบายใจว่าระยะนี้เธอผอมไปมาก ปิ่นปักอ้างว่างานหนัก

    “แน่ใจหรือว่าใช่เรื่องงาน ปิ่นมีปัญหากับคุณศกใช่ไหม”

    ปิ่นปักเรียกเตือนพี่ชาย เพรียวรู้ตัวว่าเป็นส่วนเกินจึงขอตัวออกไป พอเพรียวออกไป ปิ่นปักกระซิบบอกพี่ชายว่า

    “พี่รินทร์อย่าพูดเรื่องครอบครัวปิ่นที่นี่ได้ไหมคะ ปิ่นเป็นถึงรองผู้อำนวยการ เป็นเจ้าของโปรเจกต์พราวเลดี้ ถ้าใครมาได้ยินว่าชีวิตคู่ของปิ่นมีปัญหาปิ่นเป็นลมเพราะเครียดว่าสามีไปมีผู้หญิงอื่น ทั้งที่แต่งงานกันได้ไม่ถึงปี แล้วใครเขาจะเชื่อถือปิ่นล่ะคะ”

    “จ้ะ...พี่เข้าใจ งั้นเรากลับไปคุยกันที่บ้าน ปิ่นต้องให้พี่ไปส่งที่บ้าน แล้วให้เพรียวขับรถของปิ่นกลับไป”

    เพรียวออกจากห้องไปแล้ว แต่เขายังยืนมองปิ่นปักอยู่ที่ประตูอย่างเห็นใจ

    ooooooo

    เมื่อกลับถึงบ้าน ปิ่นปักจึงบอกนครินทร์ว่าศกมีผู้หญิงอื่น แต่ตนไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร

    เพรียวขับรถของปิ่นปักมาให้ที่บ้านพร้อมผลไม้แต่พอเห็นบ้านใหญ่โตของปิ่นปักก็ไม่กล้าเอาผลไม้ธรรมดาๆที่ซื้อมาให้ นครินทร์จึงให้แม่มายเอาไปจัดการแต่บอกว่าเพรียวซื้อมาฝาก

    นครินทร์ถามแม่มายจึงรู้ว่า ศกกลับบ้านทุกวันแต่กลับดึกไม่เป็นเวลา ตั้งแต่ตนมาทำงานที่นี่ศกกับปิ่นปักทานข้าวเย็นด้วยกันน้อยมาก ปิ่นปักมักทานคนเดียวเกือบทุกวัน บางวันก็ไม่ทานกลับมาก็เก็บตัวอยู่แต่ในห้อง

    “ผมฝากดูแลปิ่นด้วย แล้วถ้ามีอะไรแม่มายโทร.หาผมได้ตลอดเวลาเลยนะครับ” นครินทร์เอานามบัตรของตนให้แม่มาย เพรียวแย่งนามบัตรไปเขียนเบอร์โทร.ของตนไว้หลังนามบัตรบอกแม่มายว่าถ้าโทร.ถึงนครินทร์ไม่ติดให้โทร.ถึงตนได้ตลอดเวลา

    เมื่อแม่มายขอตัวไปทำงานแล้ว เพรียวมองเรือนหอของปิ่นปักเปรยๆกับนครินทร์ว่า

    “สร้างเรือนหอใหญ่โต แต่ไม่มีเวลาให้กัน มันจะไปมีความสุขได้ยังไง อ้อ...ว่าไงไอ้รินทร์ เรื่องที่แกบอกว่าจะไปเคลียร์กับคุณศก ได้เรื่องว่ายังไงบ้าง”

    ไปนั่งทานอาหารที่ร้านกัน นครินทร์จึงเล่าให้ฟังว่าพาไลไปทำงานกับศก เพรียวถามว่าเขาคิดไหมว่าสองคนนี้มีพฤติกรรมไม่น่าไว้ใจ เพราะถ้าพาไลบริสุทธิ์ใจจริง ก็ต้องบอกเขา นครินทร์บอกว่าตนไม่สำคัญกับพาไลถึงขนาดเธอต้องบอกทุกเรื่อง เพรียวติงว่า หรือไม่ก็เขาอาจสำคัญมากจนเธอไม่กล้าบอก แจกแจงเหตุผลให้ฟังว่า

    “นายเกิดมาดีพร้อมทุกอย่าง หน้าตาหล่อ การศึกษาดี นิสัยเยี่ยม ผู้หญิงคนไหนอยู่ใกล้นายแล้วไม่ชอบก็บ้าแล้ว ยิ่งนายไปให้ความสนิทสนมกับพาไลมากเป็นพิเศษ ทำไมพาไลจะไม่หวั่นไหว หรือนายจะปฏิเสธว่านายไม่เคยรู้สึกได้เลยว่าพาไลมีใจให้”

    นครินทร์นิ่งไปครู่หนึ่ง บอกเพรียวว่า ตนเคยคิดว่าพาไลชอบตน แต่ตนอาจคิดไปเอง เพรียวยืนยันว่าไม่คิดไปเองหรอก พาไลชอบเขาจริงๆ แต่พาไลก็สนใจศกด้วย นครินทร์ถามว่าเธอจับปลาสองมือหรือ ตนเชื่อว่าพาไลจะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้

    “นายจะเชื่ออะไรก็เชื่อไป แต่นายต้องไม่ลืมว่า สิ่งที่พาไลเป็น มันไม่ใช่แผลสดที่ใช้เวลารักษาไม่นานก็หาย แต่มันเป็น ‘แผลเป็น’ ที่เกิดขึ้นมาเป็นสิบปี มันรักษาให้หายขาดกันไม่ได้ง่ายๆ แม่ฉันเคยบอกว่า คนเราถ้าสบายจนเคยตัว ความอดทนต่อความลำบากมันก็ต่ำลง แล้วนี่พาไลสุขสบายจากเงินของสามีคนอื่นมาเป็นสิบปี นายคิดว่าความอดทนของเขาจะเหลือสักเท่าไหร่วะ”

    นครินทร์นิ่งคิดตามที่เพรียวพูดเพราะกังวลใจที่ยังไม่ได้พูดคุยชี้แจงให้นครินทร์ฟัง คืนนี้พาไลจึงไม่ยอมขึ้นห้องพัก เดินไปเดินมารอเขาอยู่ที่หน้าบ้านมีมิ้มกับฝนอยู่เป็นเพื่อน จนมืดค่ำยุงเริ่มมา ต้องไล่ยุงตบยุงกันยุกยิก

    จุ้นออกมาทิ้งขยะเห็นทั้งสามก็เข้าไปหาเรื่องว่า จะหาเหยื่อก็ไปยืนไกลๆ เดี๋ยวชาวบ้านจะเข้าใจผิดว่าบ้านนี้สนับสนุนให้ชะนีขายเนื้อสด

    มีหรือที่สาวจัดจ้านเจนสังคมอย่างมิ้มกับฝนจะยอมให้ว่าเอาถึงขนาดนี้ โต้เถียงกับจุ้นไม่กี่คำก็ลุยใส่กัน จนพาไลต้องหย่าศึก พามิ้มกับฝนขึ้นไปที่ห้องแล้วตัวเองกลับลงมาปักหลักรอนครินทร์ที่เดิม

    ooooooo

    ศกกลับถึงบ้าน รู้จากแม่มายว่าปิ่นปักกลับมาไม่ได้ทานอะไรกลับมาแล้วก็เอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้อง ศกพึมพำอย่างรำคาญใจว่า พี่ชายเขาคงคาบข่าวมาบอกแล้วล่ะสิ แม่มายนึกได้บอกว่าวันนี้ปิ่นปักเป็นลมที่บริษัท

    ปิ่นปักนั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียงแต่ใจวกวนอยู่แต่กับรูปศกอยู่กับผู้หญิงที่พัชรินส่งมา พอศกเปิดประตูเข้ามาเธอทำเป็นอ่านหนังสือไม่สนใจเขา ศกพูดลอยๆว่าแม่มายบอกว่าเธอเป็นลม ถามว่าหาหมอหรือยัง เธอตอบเนือยๆว่ายังเพียงแต่อ่อนเพลียนิดหน่อยไม่ได้เป็นอะไร

    “วันหลังหัดดูแลตัวเองให้ดี จะเป็นลมเพราะสุขภาพร่างกายหรือมีเรื่องกระทบกระเทือนใจก็ต้องรู้จักควบคุมตัวเอง ทำตัวอ่อนแอเป็นลมเป็นแล้ง ใครเขาจะเชื่อถือ”

    ปิ่นปักพยายามอดกลั้น แต่พอศกบอกให้หยิบชุดนอนให้ตนจะอาบน้ำ เธอสวนไปว่าให้หยิบเองตนอ่านหนังสืออยู่

    “ปิ่น! ผมสั่ง”

    “แล้วทำไมจะต้องสั่งด้วยคะ ในเมื่อคุณอยู่ใกล้ตู้เสื้อผ้ามากกว่าปิ่น”

    “เพราะคุณเป็นเมียผม คุณก็ต้องหัดปรนนิบัติผมบ้าง”

    “ศกคะ” ปิ่นปักยิ้มเยาะ “นี่มัน พ.ศ.อะไรแล้ว ผู้หญิงยุคนี้ไม่ได้แต่งงานมาเพื่อเป็นเมียทาสให้สามี แต่ผู้หญิงต้องการเป็นคู่ชีวิต เป็นคนที่สามีให้เกียรติเป็นช้างเท้าหน้าเดินไปด้วยกัน”

    “แล้วคุณรู้ไหมว่าทำไมผู้ชายทุกยุคทุกสมัยถึงชอบมีเมียน้อย เพราะเมียน้อยเอาใจเก่งกว่าเมียหลวงไง”

    ความอดทนที่มีอยู่เพียงน้อยนิดของปิ่นปักหมดไปทันที เธอปาหนังสือใส่ศกแล้วถือโทรศัพท์ออกจากห้องไปเลย

    “ปิ่น!” ศกตวาด คาดไม่ถึงว่าเธอจะกล้ากับตนถึงขนาดนี้ เดินตามไปสั่งให้มาขอโทษตนเดี๋ยวนี้ก่อนที่ตนจะหมดความอดทน ปิ่นปักถามว่าจะให้ขอโทษเรื่องอะไร ศกบอกว่าเรื่องที่เธอไม่ให้เกียรติตน

    “งั้นคุณก็ต้องขอโทษปิ่นด้วย เพราะคุณก็ทำตัวไม่ให้เกียรติปิ่นเหมือนกัน!” ศกบอกว่าเธอข้องใจอะไรพูดออกมาเลยดีกว่า ปิ่นปักโพล่งถามว่า “คุณมีคนอื่นใช่ไหมคะ” แล้วเธอก็ระเบิดอารมณ์ออกมาทั้งร้องไห้ทั้งทุบตีศก ถามว่า

    “ทำไมคุณทำกับปิ่นแบบนี้ ไหนคุณเคยสัญญาว่าจะรักปิ่นคนเดียว ทำไมคุณไม่รู้จักพอ ปิ่นไม่ดีตรงไหน ทำไมคุณต้องมีคนอื่น”

    ศกตวาดว่าหยุดกล่าวหาตนเสียที ปิ่นปักโต้ว่าตนไม่ได้กล่าวหาแต่มีหลักฐาน แล้วเอามือถือมาเปิดรูปให้ดู

    ศกอึ้งไปนิดหนึ่งถามว่าไปเอารูปมาจากไหน เธอบอกว่าจากคนที่รักและหวังดีกับตน ถามว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร ดีกว่าตนตรงไหน เขาถึงยอมทรยศตนหรือมันเป็นพวกเมียน้อยที่ไม่มีค่าแต่ช่างเอาใจเขาถึงรักหลงมัน

    “ผมไม่จำเป็นต้องอธิบายเพราะคุณตัดสินผมไปแล้ว”

    “แต่ปิ่นทรมานใจจะตายอยู่แล้ว”

    “คุณทำตัวเองทั้งนั้น เชิญคุณนอนจมทุกข์กับรูปถ่ายงี่เง่าไปตามสบายนะ เอาไว้ให้ความรู้ที่คุณมีอยู่เต็มหัวเรียกสติคุณกลับคืนมาได้เมื่อไหร่เราค่อยคุยกัน”

    ศกเดินผละไปอย่างไม่แยแส ปิ่นปักมองตามร้องไห้เสียใจ ในขณะที่แม่มายยืนมองปิ่นปักด้วยความสงสารจับใจ

    แล้วแม่มายก็โทร.บอกนครินทร์ว่าปิ่นปักทะเลาะกับศก นครินทร์บอกว่าถ้าศกเห็นตนกลับไปตอนนี้เขาต้องไม่พอใจ ฝากแม่มายดูแลปิ่นปักให้ด้วย คืนนี้ถ้ามีอะไรให้โทร.หาตนได้เลย แล้วนครินทร์ก็ถอนใจอย่างกลัดกลุ้ม

    ooooooo

    แต่พอนครินทร์ขับรถกลับมาถึงหน้าบ้าน เขาเห็นพาไลนั่งฟุบหลับอยู่ริมฟุตปาท เขาแปลกใจ ตกใจ ลงจากรถไปหาพอพาไลตื่นมาเห็นเขา เธอดีใจมาก โผกอดเขาแน่นจนนครินทร์อึ้ง

    จุ้นมาเปิดประตูรั้วแต่ไม่เห็นรถของนครินทร์แล้ว เดินไปชะเง้อซ้ายขวาบ่นอุบอิบ “คุณรินทร์หายไปไหน??”

    นครินทร์กับพาไลไปเดินคุยกันอยู่ที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง พาไลเคลียร์ตัวเองกับเขาว่า

    ข้อแรก ตนไม่เคยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับศก ทั้งทางกาย วาจา ใจ ส่วนที่ตนไม่บอกเขาเพราะแคร์เขา เกรงว่าถ้าตนบอก เขาต้องไม่สบายใจ ตนรู้ว่าศกไม่ได้อยากให้ตนทำงานแต่เขาอยากให้ตนทำอย่างอื่นมากกว่า นครินทร์เริ่มฉุนถามว่ารู้อย่างนี้แล้วเธอยังยอมไปทำงานกับเขาอีกหรือ

    “ทำยังไงได้ล่ะคะ ในเมื่อมันเป็นโอกาสที่ดีที่คนอย่างฉันจะมีงานประจำทำ ส่วนเรื่องว่าเขาจะคิดยังไงกับฉันมันก็เรื่องของเขา เพราะเขาจะไม่มีวันทำสำเร็จ นครินทร์ถามว่าแล้วเธอเคยนึกถึงความรู้สึกของน้องสาวตนบ้างไหม?

    “ปิ่นเพิ่งเริ่มต้นชีวิตคู่ แต่สามีออกไปเล่นเกมเอาชนะกับคุณอยู่นอกบ้าน แล้วถ้าคุณเกิดแพ้คุณศกขึ้นมา ปิ่นต้องมีสามีร่วมกับคุณอย่างงั้นเหรอพาไล” พาไลบอกว่าตนจะไม่พลาด ตนรับมือได้ นครินทร์ย้ำเตือนว่า...

    “คุณกำลังประมาท คุณจะแพ้เพราะคุณมั่นใจในตัวเอง” พาไลบอกว่านี่เป็นโอกาสดีของตน “สิ่งนี้ไม่ใช่โอกาส แต่คุณกำลังเปิดทางให้เขา ‘ฉวยโอกาส’ จากคุณ เชื่อผมเถอะพาไล โอกาสที่ดีที่ไม่ทำให้ตัวเองกับคนอื่นเดือดร้อนมีอีกถมเถ”

    พาไลมั่นใจตัวเองและขอให้เขามั่นใจตนเหมือนเดิม ตนเคยแพ้ใจตัวเองมาแล้ว จะไม่มีวันแพ้อีก นครินทร์ได้แต่หนักใจกับความมั่นใจของเธอ

    เมื่อจะกลับ พาไลขอขึ้นแท็กซี่กลับเอง นครินทร์ถามว่าเธอมีสตางค์หรือ พาไลจึงนึกได้ว่าไม่มีสักบาทแต่บอกเขาว่าตนมีทางลัดอาจจะไม่ต้องเสียค่ารถเลย

    สักบาทก็ได้ นครินทร์ขับรถตามเธอไป ตัดสินใจลงไปอุ้มเธอมาขึ้นรถพามาส่งที่หน้าคอนโด จุ้นแอบอยู่หลังพุ่มไม้ พอเห็นนครินทร์มาส่งพาไลก็พึมพำ “คุณรินทร์ออกไปกับนังเหลือบไลจริงๆด้วย”

    คุณโปรยคอยอยู่ พอนครินทร์กลับมาก็บ่นแกมว่าประชดว่า ถ้าอีกชั่วโมงยังไม่กลับแม่จะไปแจ้งความลูกชายหาย เขาบอกว่ามีเรื่องคุยกับพาไล คุณโปรยถามทันทีว่าเรื่องอะไร

    “ไม่ใช่เรื่องบนเตียงคุณแม่ไม่ต้องห่วง คุณแม่เอาเวลาไปสนใจปิ่นดีกว่าครับ ช่วงนี้ปิ่นไม่ค่อยสบายใจ ผมขอตัวนะครับ”

    ooooooo

    รุ่งขึ้น เมื่อพาไลเอาเอกสารไปให้ศกเซ็นในห้อง เขาทำทีพูดว่านึกว่าเธอจะมายื่นใบลาออกเสียอีกเพราะเมื่อวานเห็นท่าทาง “เพื่อน” ของเธอไม่พอใจที่เห็นเธอมาทำงานกับตน

    พาไลบอกว่าเขาไม่ได้ไม่พอใจแต่เขาไม่สบายใจเป็นห่วงกลัวตนจะมาแย่งเขาไปจากปิ่นปัก แต่ตนยืนยันไปแล้วว่าจะไม่มีวันนั้น แล้วบอกว่าอยากให้ปิ่นปักรู้ว่าตนมาทำงานกับเขาเพื่อความสบายใจของทุกคน

    วันนี้ปิ่นปักหงุดหงิดมากเมื่อคุณขจีพาซินแสมาดูฮวงจุ้ยที่บ้านบอกว่าเราควรจะปรับฮวงจุ้ยเพื่อเธอจะได้ท้องเสียที ปิ่นปักตัดบทขอคุยส่วนตัวกับคุณขจี เธอไม่พอใจที่คุณขจีเที่ยวพาใครต่อใครมาที่บ้านโดย

    ไม่บอกตน ส่วนเรื่องที่อยากให้ตนมีลูกนั้น เธอบอกว่าที่ตนยังไม่มีลูกก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเพราะเพิ่งแต่งงานและทั้งตนทั้งศกต่างก็ทำงานหนักร่างกายอาจจะยังไม่พร้อมก็ได้

    คุณขจีถามว่าแล้วเมื่อไหร่จะพร้อม มีลูกตอนอายุมากระวังลูกจะโง่

    “ถ้าอยากให้ร่างกายปิ่นพร้อม ก็ขอให้ปิ่นเครียดเรื่องงานอย่างเดียวได้ไหมคะ”

    “นี่หาว่าแม่สร้างปัญหาให้ปิ่นเรอะ! งั้นแม่ก็ต้องขอโทษด้วยแล้วกัน! วันหลังแม่จะไม่มาสร้างความเครียดให้ปิ่นอีก” คุณขจีเดินปึงปังออกไป เจอกับคุณโปรยที่มาหาปิ่นปักพอดี คุณปิ่นทักว่าคุณขจีมานานแล้วหรือ “นานค่ะ นานพอที่จะโดนลูกสาวคุณถอนหงอกจนหมดหัว!”

    เมื่อคุณโปรยคุยกับปิ่นปัก ติงลูกสาวว่าไม่น่าไปพูดแบบนั้นกับคุณขจี ปิ่นปักบอกว่าไม่พูดก็จะยิ่งได้ใจ คราวที่แล้วก็พาเพื่อนมาทานข้าวที่บ้านโดยไม่ถามตนสักคำว่าพร้อมหรือไม่ บ่นว่า “เห็นปิ่นว่างงานนักหรือไง”

    “แต่ปิ่นต้องมีวิธีที่ดีกว่านี้ วิธีที่จะทำให้บัวไม่ช้ำน้ำไม่ขุ่น เพราะถ้าเขาเอาปิ่นไปว่าให้คนอื่นฟังว่าปิ่นเป็นสะใภ้ที่ไม่ได้เรื่องปิ่นจะเสียหาย”

    “ก็ลองดูสิคะ ปิ่นจะได้พูดบ้างว่าลูกชายเขาต่างหากที่ไม่ได้เรื่อง”

    คุณโปรยถามว่าศกทำอะไรให้ไม่สบายใจหรือ เรื่องผู้หญิงใช่ไหม ปิ่นปักจึงระบายให้คุณโปรยฟังว่า พัชรินหวังดีกับตนจึงถ่ายรูปศกพาผู้หญิงขึ้นคอนโดของเขามาให้ดู คุณโปรยบอกว่ารูปแค่นี้ไม่น่าจะบอกได้ว่าศกมีคนอื่น

    แล้วคุณโปรยก็พาปิ่นปักไปที่คอนโดของศกแกล้งบอกว่าศกทำกระเป๋าเอกสารหล่นหาย ขอดูกล้องวงจรปิดว่าทำหล่นที่นี่หรือเปล่า พนักงานหายไปครู่หนึ่งกลับมาบอกว่าเจ้าหน้าที่ดูแลห้องควบคุมกล้องวงจรปิดกลับไปแล้ว แต่ตนยืนยันได้ว่าวันนั้นศกไม่ได้ถืออะไรมา

    เคลียร์ พนักงานที่ขึ้นไปหยิบสูทให้พาไลวันนั้นบอกว่า ศกมากับผู้ช่วยเลขาไม่เห็นศกถืออะไรมา คุณโปรยจึงให้ปิ่นปักเอารูปในมือถือมาให้ดูถามพนักงานว่าผู้หญิงคนนี้ใช่ไหมที่มากับศกวันนั้น

    “ใช่ค่ะ ขึ้นไปพร้อมกันแล้วก็ลงมาพร้อมกัน”

    เมื่อเรื่องชัดเจนเช่นนี้ คุณโปรยเตือนปิ่นปักว่า

    “ต่อไปนี้ปิ่นต้องไม่ฟังคำพูดของพวกผู้หวังดีอีก ปิ่นต้องเชื่อมั่นในสติปัญญาของตัวเอง ปิ่นเรียนจบมาขนาดนี้ปิ่นไม่ใช่คนโง่ ปิ่นต้องมั่นใจว่าปิ่นได้ใช้สติและปัญญาเลือกผู้ชายที่ดีที่สุดให้กับชีวิตของตัวเองแล้ว”

    “ค่ะคุณแม่ ต่อไปนี้ปิ่นจะไม่เชื่อคำพูดของใครอีกแล้ว ปิ่นจะเป็นภรรยาที่ดีกว่านี้ ปิ่นจะเชื่อสามีของปิ่นคนเดียว”

    คุณโปรยโทรศัพท์ไปหาศกถามว่าใกล้จะกลับถึงบ้านหรือยัง ศกถามว่ามีอะไรไหม

    “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แม่แค่อยากแน่ใจว่าคืนนี้คุณศกจะกลับบ้าน พอดีว่ายัยปิ่นเตรียมทำอะไรไว้ให้คุณศก แม่ก็ไม่อยากให้ลูกสาวแม่เป็นสายบัวแต่งตัวเก้อน่ะค่ะ แต่คุณศกห้ามบอกยัยปิ่นนะคะ ว่าแม่โทร.มาบอกคุณก่อน”

    เมื่อศกกลับถึงบ้านวันนี้จึงเห็นปิ่นปักเตรียมอาหารไว้พร้อมและรอรับเขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ศกเองก็มีช่อกุหลาบสีขาวมาเซอร์ไพรส์เธอ เอ่ยกับเธอด้วยน้ำเสียงสุภาพและอบอุ่นว่า

    “ถ้ามีเรื่องอะไรที่ผมทำให้คุณไม่สบายใจ โดยที่ผมไม่รู้ตัว ผมต้องขอโทษด้วย ผมไม่อยากเห็นคุณเครียด ผมอยากเห็นคุณกลับมาเป็นปิ่นปัก...ผู้หญิงที่น่ารักยิ้มง่ายคนเดิม”

    ปิ่นปักปลื้มจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ศกเช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน

    “ปิ่นน่าจะรู้ดีอยู่แก่ใจว่าคุณเป็นคนดี คุณรักปิ่นมากแค่ไหนแต่ปิ่นก็ยังเอารูปถ่ายไร้สาระมาตัดสินคุณ” ศกบอกว่าเธอได้บทเรียนแล้ว วันหลังก็อย่าเชื่อใครอีก “ค่ะ...ต่อไปนี้ ปิ่นจะไม่เชื่อคำพูดของใครอีกแล้ว ปิ่นจะเชื่อคุณคนเดียว”

    ศกหอมหน้าผากปิ่นปักที่หลับตาพริ้มด้วยความสุขใจ ระหว่างทานอาหาร ปิ่นปักถามว่าทำไมเขาไม่ถามเลยว่า ทำไมตนถึงรู้ว่าเข้าใจเขาผิดเรื่องรูป ศกกลบเกลื่อนว่า

    “ผมไม่อยากรู้ แต่คุณเข้าใจก็พอแล้ว”

    “ปิ่นซึ้งแล้วล่ะค่ะ ว่าความเข้าใจทำให้เรามีความสุขแค่ไหน”

    เมื่อบรรยากาศดี ศกคิดถึงที่พาไลบอกว่าอยากให้ปิ่นปักรู้ว่าตนมาทำงานกับเขา จึงตัดสินใจบอก ผู้หญิงในรูปคือพาไลที่ตนรับมาเป็นผู้ช่วยเลขา ปิ่นปักถามว่าทำไมเขาถึงยอมรับคนอย่างพาไลเข้าทำงาน

    “เขาฝากเพื่อนมาขอทำงาน ผมก็เลยให้มาช่วยงานคุณสมร คอยดูแลต้อนรับลูกค้า ผู้หญิงใจแตกพวกนั้นเอาใจคนเก่ง” พูดแล้วเห็นเธอไม่สบายใจ ถามว่า “คุณหึงผมกับพาไลเหรอเปล่า”

    “ปิ่นบอกแล้วไงคะว่าปิ่นไว้ใจคุณ ปิ่นจะไม่ทำผิดพลาดอีกแล้ว ปิ่นเป็นห่วงคุณค่ะ คนที่ไม่รักตัวเองแบบพาไล แสดงว่าเป็นคนมีความอดทนต่ำ ถึงไม่มีความต้านทานต่อกิเลสตัณหา แล้วคนประเภทนี้จะทำงานสำเร็จได้ยังไง ปิ่นเป็นห่วงคุณจังเลยค่ะ”

    “ถ้าทำไม่ดีผมก็ไล่ออกเท่านั้นเอง คุณสบายใจเถอะปิ่น”

    ปิ่นปักยิ้มให้เขา แต่ก็ยังไม่สบายใจอยู่ดี

    ooooooo

    เมื่อแก้ปัญหาที่ขัดข้องหมองใจกับศกแล้วปิ่นปักทำงานอย่างมีความสุขขึ้น

    วันนี้ปิ่นปักไปประชุมโครงการ “PROUND LADY” เธอบรรยายในที่ประชุมที่เพรียวมาร่วมด้วยว่า

    “ดิฉันขอให้ทุกคนช่วยกันคิดสโลแกนในประเด็นที่ว่า ผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว จะต้องภูมิใจและเชื่อมั่นสามีของตัวเอง เพราะจากผลการวิจัยพบว่า ... ปัญหาครอบครัว ส่วนหนึ่งมาจากการที่สามีภรรยาต่างไม่เชื่อมั่นในตัวกันและกัน ทำให้เกิดความหวาดระแวงความไม่ไว้ใจ เมื่อมีสิ่งใดมากระทบแม้เพียงเล็กน้อยก็จะสั่นคลอนกันได้ง่าย”

    เพรียวแปลกใจกับความเปลี่ยนแปลงของปิ่นปัก ถามนครินทร์ว่าปิ่นปักกับศกคืนดีกันแล้วหรือ ทำไมเร็วจัง นครินทร์บอกว่าคุณแม่เป็นกาวประสานใจให้ คุณแม่ทำให้ปิ่นรู้ว่าศกไม่ได้มีผู้หญิงอื่น

    เห็นเพรียวหน้าหงอย นครินทร์ถามว่า “เป็นไร ไม่อยากเห็นน้องสาวฉันมีความสุขรึไง”

    “อยากเห็นแต่ไม่อยากให้ปิ่นคืนดีกับคุณศกต่อไปปิ่นก็ต้องเสียใจอีก”

    นครินทร์พยักหน้ารับอย่างไม่สบายใจเหมือนกัน จู่ๆปิ่นปักก็ไปที่บริษัทของศก สมรรีบมาต้อนรับ เอาใจ บอกว่าศกไม่อยู่ ปิ่นปักบอกว่าตนไม่ได้มาหาศกแต่มาหาพาไล

    พาไลถามว่ามีธุระอะไรกับตนหรือ ปิ่นปักพูดดูถูกว่า เธอโชคดีที่ศกให้โอกาสทำงานดีๆ ทั้งที่ไม่มีความรู้อะไร จิกหัวย้ำว่า

    “เพราะฉะนั้นเธอต้องตอบแทนบุญคุณของคุณศกนะพาไล” พาไลถามว่า คิดว่าตนต้องตอบแทนอย่างไรถึงจะเพียงพอกับบุญคุณ “ตั้งใจทำงานไงล่ะ อย่าให้เงินเดือนเสียเปล่า ที่สำคัญก็คือเธอประพฤติตัวให้ดี ควบคุมกาย วาจา ใจ ให้อยู่กับร่องกับรอย อย่าทำตัวให้ด่างพร้อยมากไปกว่านี้ เพราะมันจะเสียมาถึงชื่อเสียงของคุณศกและฉัน”

    พาไลใจร้อนรุ่มๆ โกรธปิ่นปักมาก แต่ยังสะกดกลั้นไว้

    “แล้วอีกอย่าง ฉันรับรู้มาว่า เธอยังติดต่อกับพี่ชายของฉัน แต่ฉันจะไม่ห้ามเธอแล้วนะ เพราะฉันมาคิดอีกที ฉันควรจะไว้ใจและเชื่อมั่นในตัวพี่รินทร์ ว่าพี่รินทร์ไม่มีวันหลงกลผู้หญิงอย่างเธอ”

    พาไลจ้องหน้าปิ่นปักเขม็ง ในอารมณ์นั้นเธอเห็นตัวเองปราดเข้าตบปิ่นปักจนคว่ำจิกผมขึ้นมาพูดใส่หน้า

    “ที่คนเลวอย่างฉันไม่มีวันกลับเนื้อกลับตัวได้เพราะมีคนอย่างคุณคอยซ้ำเติมทำลายความอดทน ฉันถึงต้องกลับไปทำตัวต่ำเหมือนเดิมแบบนี้ไง” พูดแล้วตบหน้าอีกครั้งอย่างสะใจ!

    พลันพาไลสะดุ้งจากภวังค์หลุดจากความคิดเพราะเสียงเรียกของปิ่นปัก ถามว่าเข้าใจที่ตนพูดใช่ไหม

    “เข้าใจลึกซึ้งเลยล่ะค่ะ” พาไลมองหน้าปิ่นปัก ต่างจองกันอย่างไม่มีใครยอมใคร เมื่อปิ่นปักไปแล้ว พาไลเดินอ้าวเข้าห้องน้ำ มองตัวเองในกระจก เตือนตัวเองว่า

    “อดทนไว้พาไล อดทนไว้”

    ปิ่นปักไปคุยกับสมร พอดีฝนถือแฟ้มเอกสารผ่านมาจึงแอบฟัง สมรแสดงความห่วงใยเตือนปิ่นปักให้ระวังพาไลกับศกไว้ให้ดี ปิ่นปักบอกว่าถ้าเป็นผู้หญิงอื่นตนคงจะหวั่นใจ แต่นี่เป็นพาไล ตนสบายใจว่าศกไม่ยุ่งกับพาไลแน่

    “ทำไมคะ”

    “เป็นเพราะพาไลเป็นผู้หญิงไม่มีราคาค่ะ”

    ฝนโกรธจี๊ดที่ปิ่นปักดูถูกเพื่อนตน ไประบายกับจำรูญอย่างเจ็บใจ

    “นังปิ่นหัก! แกคิดว่าตัวเองเป็นนางฟ้าเทวดารึไง ถึงมาดูถูกเพื่อนฉัน!” จำรูญบอกให้เบาๆ เดี๋ยวใครได้ยินเอาไปฟ้องคุณปิ่นฝนอาจจะโดนไล่ออกได้ “ฝนไม่กลัวหรอกค่ะ อีกไม่นานฝนก็ต้องแต่งงานออกไปเป็นแม่บ้านให้คุณอยู่แล้ว”

    “หา!” จำรูญสะดุ้งเฮือก ฝนถามว่า หาอะไรมิทราบ “เอ่อ...หา...หาฤกษ์งามยามดีแต่งงานไงจ๊ะ เราสองคนจะมาเป็นคู่ชีวิตกันทั้งทีก็ต้องมีเวลาดีๆให้เป็นสิริมงคล”

    “ไม่จำเป็นหรอกค่ะ ดูอย่างคุณปิ่นสิ จัดงานซะใหญ่โต ฤกษ์แต่งงานคงจะเป๊ะเว่อร์ แต่ผัวก็ยังคิดอยากจะกินผู้หญิงอื่นได้เลย”

    “ก็เพราะว่าคุณศกไม่ได้รักคุณปิ่นมากพอ เหมือนที่พี่รักน้องฝนไงจ๊ะ” จำรูญกะล่อนเอาใจ

    “ถ้าไม่รักมากพองั้นก็อย่าอยู่ด้วยกันเลยดีกว่า เสียดายของดีๆอย่างคุณศก ให้คุณศกมารักเพื่อนฝนดีกว่า พาไลจะได้สบายเสียที”

    ooooooo

    เย็นนี้ฝนจึงพาพาไลไปเลี้ยงที่ร้านอาหารหรู พาไลบ่นว่าน่าจะชวนมิ้มมากินด้วย

    “คุณจำรูญให้เงินฉันมาหนึ่งหมื่นไม่ใช่หนึ่งแสน กินกันแค่สองคนนี่แหละ มิ้มกินบ่อยแล้ว” พอดีศกเดินเข้ามา ฝนยกมือเรียก ศกยิ้มรับแล้วเดินมาที่โต๊ะ พาไลถามฝนว่านัดศกมาด้วยหรือ?

    “ใช่...เมื่อคืนแกทำตัวไม่น่ารักกับเขา ฉันอยากให้แกแก้ตัว ง้อเขาเสีย” พอดีศกเดินมาถึง ฝนรีบลุกขึ้นผายมือให้ศกไปนั่งข้างพาไล บอกว่า ตรงนั้นวิวดีกว่า

    ศกยิ้มแล้วเดินไปนั่งข้างพาไล ฝนมองทั้งสองที่นั่งคู่กัน ยิ้มอย่างมีแผน

    เมื่อพนักงานนำอาหารมาเสิร์ฟ ฝนมองอาหารชมว่าน่าทานจังเลย

    “ฟัวกราตับห่านจากฝรั่งเศส ทานกันเป็นใช่ไหม”

    “เป็นค่ะ เมื่อก่อนมีสปอนเซอร์พาพาไลมาทานบ่อยๆ ฝนก็เลยได้รับอานิสงส์ติดสอยห้อยตามมาด้วย แต่นี่ไม่ได้ทานมาเกือบปีแล้ว” ศกแกล้งถามว่าทำไมล่ะ พาไลชิงตอบว่า

    “เพราะฉันเพิ่งเรียนรู้ว่า ทานข้าวแกงจานละยี่สิบสามสิบก็อิ่มอร่อยได้เหมือนกัน”

    “งั้นคืนนี้ก็ขอให้เป็นอาหารพิเศษนะ ทานกันให้เต็มที่ ไม่ต้องเกรงใจ ลองทานนี่ดูสิพาไล” ศกตักอาหารให้

    ฝนแกล้งหยิบมือถือขึ้นมากดเล่น แต่จริงๆ แล้วแอบถ่ายรูปขณะที่ศกตักอาหารให้พาไล ถ่ายแล้วยิ้มอย่างมีแผน

    อึดใจเดียวรูปนั้นก็ส่งไปถึงปิ่นปัก แล้วอึดใจต่อมาพัชรินก็ได้รับโทรศัพท์จากปิ่นปัก พัชรินแก้ตัวพัลวันว่าตนไม่ได้ส่ง ถามปิ่นปักอย่างอยากรู้ว่า มีใครส่งรูปอะไรมาให้เธอหรือ

    พอปิ่นปักบอกว่ารูปศกทานข้าวกับพาไล พัชรินก็ถล่มทันทีว่าตนว่าแล้วว่าศกต้องเสร็จผู้หญิงพวกนั้น

    “พัช...คุณศกไม่ใช่ผู้ชายมักง่ายเหมือนคนอื่น พาไลเป็นผู้ช่วยเลขาของคุณศก เขาก็คงคุยงานกับลูกค้าอยู่” แต่พัชรินยังไม่วายยุแหย่ ปิ่นปักยืนยันว่าตนเชื่อใจสามีตัวเอง มั่นใจว่าเมื่อเธอไม่ได้ส่งก็ต้องเป็นฝีมือของพาไล

    “ต๊าย...อีตัวร้าย เราเป็นนางเอกยุคใหม่ เราต้องไม่ยอมนะปิ่น” พัชรินยุ ปิ่นปักนิ่งไปแต่สีหน้าแววตาเห็นด้วย

    ooooooo

    มิ้มสะใจกับการกระทำของฝนมาก ถามว่าฝนเอามือถืออะไรส่งรูปไปให้ปิ่นปัก

    “ไม่ต้องห่วง!! ระดับฝน รับรองไม่มีทางจับได้แน่นอน”

    “แต่ฉันว่าแกไม่น่าทำเลย ฉันอยากทำงานอย่างมีความสุข ไม่อยากมีปัญหากับใคร” พาไลติง

    “ต่อให้นังฝนไม่ทำ ยัยคุณปิ่นหักก็ต้องหาปัญหามาให้แกอยู่แล้ว” มิ้มเชื่ออย่างนั้น

    ปิ่นปักเอารูปให้นครินทร์ดู ฟ้องพี่ชายว่าพาไลตั้งใจส่งรูปมาหาเรื่องตน ถามว่าคราวนี้เชื่อหรือยังว่าผู้หญิงคนนี้ไม่มีคุณค่าอะไรที่เขาจะต้องไปยุ่งเกี่ยวเลย นครินทร์ถามว่าแน่ใจหรือว่าพาไลเป็นคนส่งมา?

    ปิ่นปักฟันธงว่ามีแต่พาไลคนเดียวเท่านั้นที่ทำได้ นครินทร์ถอนใจกลุ้มๆ พูดให้แง่คิดน้องสาวว่า

    “พี่ว่านะ ปิ่นทำโครงการให้เห็นคุณค่าในตัวเอง ปิ่นก็ควรจะเน้นให้เราเห็นคุณค่าของผู้หญิงอื่นด้วย”

    “พี่รินทร์! พี่รินทร์ว่าปิ่น! ถ้าพี่รินเข้าข้างพาไลมากกว่าน้องสาวตัวเอง ก็แล้วแต่พี่รินทร์เถอะค่ะ ต่อไปนี้ปิ่นจะได้ไม่ต้องมาพูดเรื่องผู้หญิงคนนั้นให้พี่รินทร์ฟังอีก”

    ปิ่นปักทั้งโกรธทั้งงอนน้อยใจพี่ชายเดินหนีไปที่รถ นครินทร์รีบตามไปคุยด้วย

    บัวทองเห็นนครินทร์คุยกับปิ่นปักก็สงสัยว่าเขาคุยกับใคร ย่องไปแอบฟัง ได้ยินนครินทร์บอกปิ่นปักว่าอย่าโกรธตนเลย ปิ่นปักบอกว่าตนไม่ได้โกรธ แต่น้อยใจ เพราะ “ตั้งแต่เล็กจนโต พี่รินทร์เข้าข้างปิ่น ไม่เคยว่าปิ่นเลยสักคำ แต่ตอนนี้พี่รินทร์กลับเห็นคนอื่นดีกว่าปิ่น”

    “ถ้าปิ่นมีหลักฐานว่าพาไลยุ่งกับคุณศกสามีของปิ่น พี่ก็พร้อมจะเชื่อ”

    “พาไลเป็นเมียน้อย” บัวทองพึมพำตาลุก

    ooooooo

    บัวทองลิ่วกลับไปฟ้องเพ็ญ คุณเชื่อมและพิสมัยว่า ตนรู้แล้วว่าความจริงพาไลทำงานอะไร

    พาไลทำงานแต่ยังไม่ได้รับเงินเดือน เธอยืมเงินจากมิ้มสองหมื่นเอาไปให้คุณเชื่อมบอกว่า

    “เงินเดือนก้อนแรกของไล ไลให้คุณพ่อเป็นของขวัญวันเกิดค่ะ” คุณเชื่อมเพิ่งฟังบัวทองมาว่าพาไลไปเป็นเมียน้อยเจ้านาย ถามว่าทำงานยังไม่ถึงเดือนทำไมเขาจ่ายเงินเดือนให้ล่ะ “เขาจ่ายก่อนครึ่งนึงค่ะ คุณพ่อรับไว้นะคะ ถึงเงินนี้มันจะไม่ได้มากมายอะไรนัก แต่มันก็เป็นเงินจากน้ำพักน้ำแรงของไล ไลขอให้คุณพ่อสุขภาพแข็งแรง อยู่กับไลไปนานๆนะคะ”

    คุณเชื่อมกอดพาไล ถามว่าทำงานเป็นยังไงยากไหม เพ็ญสอดขึ้นทันทีว่าให้คุณเชื่อมถามตรงๆเลยว่าความสัมพันธ์กับหัวหน้าไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ทำไมเมียหลวงเขาถึงต้องทุกข์ใจกับตัวเองนักหนา พาไลหันมองเพ็ญอย่างแปลกใจ

    คุณเชื่อมดุเพ็ญว่าบอกแล้วใช่ไหมว่าตนจะพูดกับพาไลด้วยตัวเอง ให้เพ็ญออกไปข้างนอกก่อน พาไลถามว่ามีเรื่องอะไรกันหรือ พอคุณเชื่อมบอก พาไลสาบานว่าไม่จริงตนไม่ได้เป็นเมียน้อยศก ถามว่าคุณพ่อไปเอาเรื่องนี้มาจากไหน

    “พ่อรู้มาจากไหนไม่สำคัญ สำคัญที่ว่าไลไม่ได้ทำอย่างที่เขาพูดก็พอแล้ว”

    “ค่ะ ไลไม่ได้ทำ ไม่เคยแม้แต่จะคิดด้วย ถึงครอบครัวเมียคุณศกจะไม่เชื่อในความบริสุทธิ์ใจของไล แต่ไลจะไม่ยอมแพ้ ไลจะใช้เวลาพิสูจน์ให้พวกเขาเห็นเองค่ะ”

    คุณเชื่อมเตือนว่าอคติของคนมีมากจนไม่มีอะไรเอาชนะได้ เธอคงเหนื่อยเปล่า พาไลถามว่าจะให้ตนลาออกหรือ ตนไม่อยากเสียโอกาส

    “ถ้าเรายังดื้อดึงคว้าโอกาส ทั้งที่รู้ว่าโอกาสนั้นสร้างความทุกข์ใจให้คนอื่น มันไม่ได้หมายความว่าเราเป็นคนเก่ง แต่มันหมายความว่าเรากำลังเป็นคนเห็นแก่ตัว”

    คืนนี้พาไลกลับมาคิดหนักทั้งที่นครินทร์พูดและคุณเชื่อมพูด

    นครินทร์มองเธอจากหน้าต่างห้องตัวเอง เห็นเธอเครียดซึมเศร้าก็สงสารเห็นใจ

    รุ่งขึ้นพาไลโทร.ขอให้นครินทร์เป็นเพื่อนเธอไปทำธุระบางอย่าง

    พาไลไปลาออกกับศกขอบคุณเขาที่หยิบยื่นโอกาสดีๆให้ตน แล้วเธอก็ขนของมาที่รถของนครินทร์ที่จอดรออยู่ บอกเขาว่า

    “กลับไปบอกคุณแม่กับน้องสาวคุณด้วยนะคะ ว่าฉันจะไม่มาที่นี่อีกแล้ว”

    นครินทร์ถามเมื่อมาส่งที่คอนโดว่าแล้วเธอจะทำอะไรต่อ

    “ยังไม่รู้เลยค่ะ แต่ที่แน่ๆ ต้องหาที่อยู่ใหม่ ที่นี่ไม่เหมาะกับคนเตะฝุ่นอย่างฉัน” นครินทร์ขอโทษถ้าที่ตนพูดคืนนั้นทำให้เธอรู้สึกไม่ดี “ฉันเข้าใจค่ะ ถ้าเป็นฉัน มีผู้หญิงที่เคยหากินกับสามีของคนอื่นมาเข้าใกล้สามีของน้องสาวฉัน ฉันก็ต้องทำเหมือนคุณ อาจจะทำมากกว่าที่คุณทำกับฉันด้วยซ้ำ”

    “คุณไม่เข้าใจผม”

    “ไม่แปลกหรอกค่ะ บางครั้งฉันยังไม่เข้าใจตัวเองเลย ขอบคุณอีกครั้งนะคะ” พาไลหอบข้าวของเดินเข้าข้างใน

    นครินทร์มองตามพาไลไปอย่างเหนื่อยใจ...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    20 ต.ค. 2564

    09:40 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 19:01 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์