นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    เลื่อมสลับลาย

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: นิว-วงศกร ประกบ รถเมล์-คะนึงนิจ กับ แซมมี่ เคาวเวลล์ ใน “เลื่อมสลับลาย”





    พาไลเปิดประตูเจอผู้ชายหน้าตาดียืนอยู่ เธอถามว่ามาหามิ้มหรือ มิ้มออกไปข้างนอกเดี๋ยวมา ให้เข้ามารอข้างในก่อน

    พอผู้ชายคนนั้นเข้าไป พาไลยังไม่ทันปิดประตู บัวทองก็พาคุณเชื่อมโผล่พรวดมา บัวทองฟ้องฉอดๆ ทันทีว่า เพื่อนที่โรงเรียนไม่ได้โกหก พาไลหนีมาอยู่กับผู้ชาย พาไลตกใจปฏิเสธว่าตนเปล่า แต่ถูกคุณเชื่อมตบฉาดใหญ่ไปแล้ว ชายหนุ่มคนนั้นรีบหนีออกไป คุณเชื่อมชี้หน้าด่าพาไลอย่างเจ็บช้ำสาหัสว่า

    “ฉันเคยเชื่อว่าคนเราจะดีได้อยู่ที่การเลี้ยงดู

    ฉันอุตส่าห์เลี้ยงแกมาอย่างดี แต่เปล่าเลย คนที่มีเลือดชั่วอยู่ในตัว ล้างยังไงก็ไม่ออก แต่แกกลับใฝ่ต่ำ ทำตัวไม่มีศักดิ์ศรีเหมือนเลือดชั่วๆในตัวของแก”

    “พ่อคะ ฟังไลก่อน”

    “ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าพ่อ ต่อไปนี้แกไม่ใช่ลูกของฉัน แกจะไปทำตัวชั่วๆเหมือนพ่อแม่แกที่ไหนก็ไป!”

    คุณเชื่อมหันหลังไปทันที บัวทองยิ้มเย้ยพาไลแล้วจึงเดินตามไป พาไลมองตามคุณเชื่อมไปร้องไห้อย่างอัดอั้น เล่าเรื่องในอดีตให้นครินทร์ฟังแล้ว พาไลสรุปว่า

    “หลังจากนั้นฉันก็ไปอยู่กับมิ้มที่เชียงใหม่ ไม่เรียนหนังสือ หางานทำ เที่ยว แต่งตัว เปลี่ยนผู้ชายไปเรื่อยๆ เพราะแค่อยากประชดพ่อ”

    “คุณทำผิดพลาดไม่ได้หมายความว่าคุณโง่” นครินทร์ติง พาไลพูดอย่างไม่สนใจว่าไม่ต้องมาปลอบใจตน “ผมพูดความจริง ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะทำผิดพลาดกันได้ แต่ถ้าเอาความผิดพลาดนั้นมาเป็นบทเรียน คนคนนั้นจะเป็นคนฉลาดที่สุด” ชายหนุ่มหยุดมองลึกเข้าไปในดวงตาเธอบอกว่า “ถึงเวลาที่คุณจะต้องสร้างความภูมิใจให้ตัวเองแล้ว คุณจะได้รู้ว่าความสุขที่แท้จริงมันเป็นยังไง”

    “แต่ฉันมาไกลเกินไปแล้ว”

    “แต่ถ้าคุณไม่เริ่มต้นตอนนี้ มันก็จะยิ่งไกลออกไปทุกทีนะพาไล”

    พาไลมองหน้าเขา คิดตามที่เขาพูดอย่างสับสน ไม่แน่ใจว่าควรจะทำอย่างไรกับชีวิตของตัวเอง

    ooooooo

    ฝ่ายคุณเชื่อมเสียใจจนพิสมัยต้องประคอง เข้าบ้าน เพ็ญที่เดินตามยุฉอดๆว่า

    “คุณพี่ไม่น่าไปช่วยมันเลย เอาเงินไปทำบุญกับสัตว์พิการซะยังจะดีกว่า เสียดายเงิน”

    “พี่ไปรบกวนเงินของเธอหรือเปล่า ถ้าไม่ ก็ไม่ต้องเดือดร้อน” คุณเชื่อมปราม

    เพ็ญบ่นว่าตนพูดเพราะหวังดี แล้วหันไปฟ้องพิสมัยว่า “พี่พิศดูสามีพี่สิคะ แตะต้องพาไลนิดหน่อยไม่ได้เลย อาลัยอาวรณ์กันซะขนาดนี้ ทำไมไม่ตามกลับมาอยู่ด้วยกันเลยล่ะ”

    พอพิสมัยบอกว่าตามแล้ว เพ็ญตะลึงถามว่าจริงหรือ

    “จริง พี่เคยตามแล้ว แต่พาไลยังดื้อไม่ยอมกลับมา แต่พี่ไม่ละความพยายามหรอกนะ พี่มั่นใจด้วยว่าสักวันพาไลจะต้องกลับมาอยู่ที่นี่” พูดแล้วพิสมัยประคองคุณเชื่อมขึ้นบ้านไป เพ็ญหันพูดกับบัวทองอย่างร้อนใจว่า

    “แย่แล้วยัยบัว ถ้านังพาไลมันกลับมา มีหวังเราตกกระป๋อง อดได้มรดกแน่ๆ”

    “คุณแม่ไม่ต้องห่วงค่ะ ถ้านังพาไลเข้ามาเฉียดใกล้พวกเรา บัวจะไล่ตะเพิดมันออกไปเอง บัวเคยทำได้มาแล้ว ทำไมบัวจะทำอีกไม่ได้” บัวทองยิ้มอย่างมั่นใจ จิกตาร้ายหมายมาด

    คุณเชื่อมเข้าห้องแล้วนั่งดูอัลบั้มรูปเก่าๆของพาไลสมัยเรียนมัธยม ลูบไล้ไปบนรูปถ่ายอย่างโหยหาวันคืนเก่าๆที่ผ่านไป ถามพิสมัยว่าตนทำอะไรผิด ทำไมแค่เด็กผู้หญิงคนเดียวตนถึงไม่มีปัญญาเลี้ยงให้เป็นคนดีได้

    พิสมัยได้แต่กอดคุณเชื่อมไว้อย่างปลอบใจ

    ooooooo

    คุณโปรยอ่านออกเสียงพาดหัวหนังสือพิมพ์วันนี้ โดยมีป้าแสงกับจุ้นนั่งปอกผลไม้อยู่ใกล้ๆ

    “จับน้องเซอร์ไพรส์เน็ตไอดอลชื่อดังคาผับพบยาหนึ่งเม็ด แก๊งเพื่อนตามมาอาละวาดตบตีกับนักข่าวบนโรงพัก” อ่านแล้วคุณโปรยบ่น “เฮ้อ อยากรู้นักว่าพ่อแม่ของผู้หญิงพรรค์นี้เลี้ยงลูกด้วยอะไรถึงได้ทำตัวต่ำกันครบสูตร”

    ปิ่นปักสะพายกระเป๋าลงมาจากชั้นบนได้ยินพอดี เธอบอกคุณโปรยว่า

    “การเลี้ยงดูกับสังคมรอบตัวมีอิทธิพลต่อการกระทำเกือบจะเท่าๆกันค่ะคุณแม่ ต่อให้พ่อแม่เลี้ยงดูมาดียังไง แต่ถ้าไปอยู่ในสังคมที่มีแต่คนทำทุกอย่างตามใจตัวเอง ไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี เปอร์เซ็นต์ที่จะกลายเป็นคนแบบนั้นก็จะมีสูง โบราณถึงมีสุภาษิตที่ว่า คบคนพาลพาลพาไปหาผิดไงคะ”

    “บุญของแม่ที่ลูกแม่คิดเป็น ไม่ทำตัวต่ำให้ใครมาดูถูก แล้วนี่ปิ่นจะไปไหน”

    ปิ่นปักบอกว่าไปทานข้าวกับพัชรินเพื่อนที่เรียนมหาวิทยาลัยด้วยกัน ตั้งแต่กลับมายังไม่ได้เจอกันเลย คุณโปรยบอกว่าเธอควรชวนคุณศกไปด้วย วันหยุดทั้งทีจะได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ปิ่นปักบอกว่าไม่ดีกว่า ตนไม่ชอบให้มีผู้ชายเดินตาม แล้วออกไปเลย คุณโปรยมองลูกสาวบ่นอย่างไม่สบายใจ

    “ยัยปิ่นจะโกรธคุณศกไปถึงไหน ผู้ชายดีๆอย่างคุณศกหาได้ง่ายเสียที่ไหน นี่ถ้าเขาเกิดรำคาญขึ้นมาเดี๋ยวก็ถูกผู้หญิงอื่นแย่งเอาไปจนได้”

    “โทร.ไปบอกคุณศกให้ตามคุณปิ่นไปเลยค่ะ คุณศกกับคุณปิ่นอยู่ใกล้กัน คุณปิ่นไม่ใจอ่อนก็ให้รู้แล้วรู้รอดไป”

    จุ้นลอยหน้าลอยตาเสนอ และคุณโปรยก็ยิ้มอย่างเห็นด้วย

    ooooooo

    เช้านี้ มิ้มเคาะประตูห้องพาไลเร่งให้เปิดประตู หน่อย แต่พอประตูเปิด กลายเป็นเนตรเดินติดกระดุมเสื้อออกมา มิ้มถามว่ามาได้ไง? เนตรย้อนถามว่านี่ห้องแฟนตนทำไมจะมาไม่ได้ แล้วเดินผ่านมิ้มกับฝนออกไปเลย

    สองสาวรีบเข้าไปในห้องพาไลถามว่าเนตรให้ค่าเสียขวัญมาเท่าไหร่เธอถึงยอมคืนดีกับมัน พอพาไลบอก ว่าสามแสนสองสาวก็ตาลุก พาไลพูดอย่างรู้สึกไม่ดีว่า

    “ฉันรู้ว่าฉันใจอ่อนแบบนี้เนตรจะได้ใจ แต่ฉัน...”

    “ไม่ต้องแต่หรอกไล ไอ้คุณเนตรได้ใจแต่แกได้ตังค์ แค่นี้ก็จบ” มิ้มตัดบท ฝนเห็นด้วย แล้วอ้อนพาไลไปช็อปแก้เซ็งกันไหม ชวนไปหาซื้อชุดใหม่ใส่ หาอะไรสนุกๆทำกัน ฉุกคิดอะไรได้เสนอเพื่อนทั้งสองว่า

    “เอาอย่างนี้ดีกว่า คืนนี้ใครได้ผู้ชายอายุน้อยที่สุด ต้องเลี้ยง” แล้วฝนกับมิ้มก็ช่วยกันลากพาไลออกไป

    ooooooo

    ปิ่นปักกับพัชรินเพื่อนรักภรรยานักการทูตทานอาหารอิตาเลี่ยนกันแล้วก็ไปเดินดูเสื้อผ้าต่อ พาไลเดินมาเจอ เธอทักว่ามาช็อปเหมือนกันหรือ ปิ่นปักยิ้มให้ตามมารยาทแล้วหันดูเสื้อผ้าต่อ

    พาไลหน้าแตกแต่ก็ไม่สนใจ พากันไปยืนเลือกเสื้อผ้าอยู่ข้างหลังพัชริน ปิ่นปักเห็นคนเบียดเสียดกันมากจึงเตือนพัชรินให้ระวังกระเป๋าหน่อย พาไลฉุนคิดว่าปิ่นปักว่าตน พอปิ่นปักกับพัชรินเดินออกจากร้าน พาไลตามไปถามว่า

    “คุณคิดว่าฉันจะขโมยของเพื่อนคุณเหรอ” ปิ่นปักย้อนถามว่าถ้าไม่ใช่ทำไมต้องร้อนตัวด้วย พัชรินหันมองร้องอย่างจำได้ว่า นี่มันน้องเซอร์ไพรส์ที่ถูกจับยาเสพติดเมื่อคืนนี้ เธอขอบใจปิ่นปักที่ช่วยเตือน พึมพำอย่างโล่งใจ

    ว่าเกือบไปแล้วไหมล่ะ พาไลเลยยิ่งไม่พอใจด่าว่า พวก ปิ่นปักเป็นพวกอยู่ในกะลาครอบ ชอบตัดสินคนอื่นทั้งที่ยังไม่รู้จักเขาดีพอ

    “ฉันตัดสินจากสิ่งที่เห็นและฉันก็มีสิทธิ์ระวังตัวไม่ใช่เหรอ” ปิ่นปักย้อนถาม พาไลโต้ว่าแต่เธอไม่มีสิทธิ์ดูถูกตน “ถ้าเธอไม่ดูถูกตัวเองก่อนใครจะไปดูถูกเธอได้” ปิ่นปักโต้แล้วเดินออกไป พัชรินรีบตาม

    มิ้มหมั่นไส้กัดฟันกรอดบอกว่าอยากตบด็อกเตอร์ให้เป็นบุญมือจริงๆ ถามพาไลว่า

    “แกเชื่อฉันหรือยังพาไล ถึงแกจะพยายามเป็นคนดียังไง แต่ใครๆก็มองเราเป็นตัวน่ารังเกียจ เราต้องเรียกร้องความยุติธรรมให้กับตัวแก อย่าปล่อยให้มันดูถูกแกอยู่แบบนี้” พอดีเห็นศกเดินมา มิ้มถามฝนว่านั่นแฟนยัยปิ่นหักใช่ไหม พอฝนบอกว่าใช่ พาไลก็บอกเพื่อนทั้งสองว่า “ฉันจะสั่งสอนยัยคุณหนูคอเชิดว่าอย่ามาดูถูกฉัน”

    ooooooo

    ศกเดินคุยโทรศัพท์กับปิ่นปักในห้างบอกว่าเดี๋ยวเจอกัน เดินมาครู่เดียวฝนก็แกล้งทำเป็นเดินสวนยกมือไหว้แนะนำว่าตนคือพนักงานที่บริษัทเขา ถามเขาว่ามาช็อปปิ้งหรือ ศกบอกว่าตนมาหาปิ่นปัก

    ศกเดินต่อไปอึดใจเดียวก็ถูกพาไลเดินออกมาแกล้งชนล้มลงอย่างแรง แล้วทำเป็นทักศกอย่างตื่นเต้นว่าเราเคยเจอกันมาก่อนแล้วใช่ไหม ศกมองด้วยแววตาไร้ความรู้สึกบอกว่า “ไม่ทราบสิครับ”

    พาไลจะลุกแต่ทำเป็นเจ็บข้อเท้ามาก ศกจึงประคองเธอพาเดินไป ปิ่นปักเห็นเข้าพอดี พัชรินร้องราวกับถูกผีหลอกว่า

    “ว้าย! ตายแล้ว นั่นมันยัยน้องเซอร์ไพรส์นี่...ทำใจไว้บ้างเถอะปิ่น คนเราถ้ามีเพชรไว้กับตัวมันก็เกร็ง เพราะมันมีค่ามากเกิน บางทีมีดินกรวดไว้กับตัวถึงจะไม่มีค่าแต่ก็สบายใจดี”

    “เป็นไปไม่ได้ คุณศกไม่ใช่ผู้ชายมักง่าย ฉันมั่นใจในตัวเขา”

    “งั้นตามไปดูให้เห็นกับตากันเถอะ ว่าคุณศกเป็นผู้ชายมักง่ายหรือว่าง่ายมั่กๆ” พัชรินจูงมือปิ่นปักลากไป

    มิ้มกับฝนยืนดูอยู่อีกด้านหนึ่งด้วยสีหน้ายิ้มร้าย เวลาเดียวกันพาไลก็โทร.ถามทั้งสองว่าปิ่นปักยังตามมาใช่ไหม แล้วเดินแยกไป ศกยังเดินตามไปห่างๆด้วยสีหน้าเรียบเฉย พาไลแอบไปดักหน้าพอเห็นศกเดินมาก็ออกไปถามว่าตามตนมาทำไม แล้วทั้งยั่ว ทั้งอ่อย ว่าถ้าคุยกันตรงนี้ไม่สะดวกก็ไปคุยกันที่อื่น พลางกระแซะเข้าไปจนหน้าเกือบชิดกัน ศกอึ้งๆ จนดูเหมือนกำลังเคลิ้ม ปิ่นปักเห็นเต็มตา พัชรินยุให้เข้าไปจัดการเลย ทันใดก็เห็นศกดึงมือพาไลออกจากตัว พร้อมกับปฏิเสธว่า

    “คุณคงเข้าใจอะไรผิด ผมไม่ได้ตามคุณมาเลย ผมจะไปที่รถของผม” พาไลหน้าแตกยับเยิน ส่วนศกเดินอ้อมไปเปิดประตูรถหยิบช่อดอกไม้สีขาวออกมาเดินย้อนกลับไปที่ห้าง เจอปิ่นปักพอดี เธอถามว่ามาทำอะไรตรงนี้ พัชรินตอบแทนว่าปิ่นปักตามมาดูว่าเขามาทำอะไร “ผมลืมดอกไม้ไว้ก็เลยกลับมาเอา นี่ครับ กุหลาบที่ปิ่นชอบ”

    “ขอบคุณนะคะศก ขอบคุณมากจริงๆ” ปิ่นปักรับช่อดอกไม้ยิ้มอย่างมีความสุข เธอปรายตามองพาไลอย่างผู้ชนะ

    ooooooo

    วันนี้ ทั้งคุณโปรยและคุณยอดต่างดีใจมากที่นครินทร์กลับบ้านเป็นวันแรก คุณยอดหยอกว่านึกว่าจะไม่ยอมกลับบ้านเพราะพาแฟนฝรั่งมาเที่ยว

    นครินทร์บอกว่าถ้าตนมีแฟนจะพามาเที่ยวบ้านเป็นที่แรกเลย คุณโปรยแทรกทันทีว่าไม่ได้ ถ้าเขาจะมีแฟนต้องพามาให้แม่ดูก่อน เพราะผู้หญิงสมัยนี้ไว้ใจได้เสียที่ไหน

    “ไว้ใจไม่ได้ตั้งแต่สมัยก่อนแล้วล่ะค่ะ” ป้าแสงคนเก่าแก่ที่ทั้งคุณโปรยและคุณยอดเกรงใจเอ่ยขึ้นหางตาไปทางคุณโปรยเหน็บลอยๆ “ปากบอกว่าจะไม่มีวันแต่งงานกับผู้ชายฐานะด้อยกว่า แต่พอเจอผู้ชายหล่อหน้าขาว เข้าหน่อย ถึงกับต้องกลืนน้ำลายตัวเอง”

    “แต่พี่แสงก็เห็นแล้วนี่ว่าฉันเลือกไม่ผิดคน ถึงคุณยอดจะไม่ได้เป็นเศรษฐี แต่คุณยอดก็สร้างตัวมาได้ และที่สำคัญ คุณยอดไม่เคยทำให้ฉันเสียใจเลยสักครั้ง ขอบคุณนะคะ” คุณโปรยกุมมือคุณยอดสบตากันหวานซึ้ง จนนครินทร์หยอกว่าเมตตาคนโสดอย่างพวกตนบ้างเถอะ คุณโปรยเลยย้ำว่า “รินทร์จะหาคู่ชีวิตต้องเลือกดีๆอย่างแม่ อย่างน้องนะ เออ...นี่...แม่อยากจะให้รินทร์ช่วยพูดกับยัยปิ่นหน่อย”

    เมื่อปิ่นปักกลับมาเธอดีใจมากรีบไปหาพี่ชายที่ห้อง นครินทร์บอกน้องว่า

    “คุณแม่ให้พี่มาคุยกับปิ่นเรื่องที่ปิ่นไม่ยอมแต่งงานกับคุณศก”

    สองพี่น้องลงไปเดินคุยกันที่สวนหน้าบ้าน ปิ่นปักชี้แจงกับพี่ชายว่า

    “สำหรับปิ่น การแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ค่ะ ปิ่นจะแต่งงานครั้งเดียว มีสามีคนเดียวเท่านั้น ปิ่นจะไม่มีวันแต่งงานกับใครจนกว่าปิ่นจะแน่ใจว่าผู้ชายคนนั้นเขา พร้อมจะหยุดอยู่ที่ปิ่นคนเดียว” นครินทร์ถามว่าอะไรทำให้เธอไม่แน่ใจศก ทั้งที่ไม่ใช่เพิ่งคบกัน “ปิ่นอยากแน่ใจมากกว่านี้ค่ะ”

    “ก็ดีนะ พี่เห็นด้วย ถึงปิ่นกับคุณศกจะคบกันมาหลายปี แต่ก็อยู่ห่างไกลกัน ไม่เคยได้รู้จักนิสัยใจคอกันจริงๆ”

    กลายเป็นนครินทร์เห็นด้วยกับปิ่นปัก เธอยิ้มให้พี่ชายที่เข้าใจตน

    ooooooo

    คืนนี้ ศกอยู่ที่บ้านเดโชเพื่อนรัก เขาเห็นหนังสือพิมพ์ที่ลงข่าวพาไลเล่นยา บอกเดโชว่าตนเคยเจอผู้หญิงคนนี้ครั้งหนึ่งแล้ว ตอนนั้นไม่เท่าไหร่ แต่วันนี้สวยมาก

    เดโชอำเพื่อนว่าครั้งสุดท้ายที่ได้ยินเขาชมผู้หญิงว่าสวยคือคุณปิ่น แสดงว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ ถามว่าจะเอาเบอร์ไหมหาไม่ยาก

    “ไม่เอา ไม่รู้ผ่านผู้ชายมาแล้วกี่คน ฉันไม่ชอบกินของเหลือ”

    “งั้นระวังปากไว้ให้ดีแล้วกัน ผู้หญิงเจนจัดพวกนี้อย่าได้เผลอไปกินเชียว เพราะมันจะอร่อยติดใจเลยล่ะ”

    ศกยักไหล่ ยิ้มอย่างไม่เชื่อว่าคำพูดของเดโชจะเป็นจริง

    ฝ่ายเจ้าตัวพาไลอยู่ที่คอนโด เธอโทร.บอกพิสมัย ว่าผลการตรวจร่างกายไม่มีสารเสพติดแม้แต่นิดเดียว ไม่ต้องห่วงตนไม่ติดคุกแน่แต่ต้องไปรายงานตัวตามศาลนัดเท่านั้นเอง พอดีเธอเหลือบเห็นรถเข็นผลไม้ข้างล่าง เธอขอวางสายกับแม่แล้ววิ่งลงไปตะโกนเรียกพลางโบกมือ “กลับมาหน่อยค่ะ กลับมา!!”

    นครินทร์ได้ยินเสียงโผล่ไปดูเห็นเป็นพาไลก็พึมพำ “พาไล!?? ทำไมมาอยู่ตรงนี้ได้”

    พาไลรอจนรถเข็นขายผลไม้มาถึง ยังไม่ทันซื้อเธอก็ทำท่าจะเป็นลม นครินทร์เปิดประตูบ้านออกมาเห็นพอดีเขารีบเข้าไปประคองไว้ ถามว่าเธอพักที่ไหน พอรู้ก็ประคองเธอไปยังคอนโดที่อยู่ตรงข้ามบ้านเขานั่นเอง

    จุ้นกลับจากตลาดมาเห็นพอดี มองตาโตด้วยความตกใจ รีบผลุบเข้าบ้านไปทันที

    นครินทร์พาพาไลไปที่ห้องของเธอ ถามอย่าง เป็นห่วงว่าแน่ใจหรือว่าจะไม่ให้ตนพาไปหาหมอ เธอบอกว่าไม่เป็นไรนอนพักเดี๋ยวก็หาย บอกให้เขากลับไปได้แล้ว พูดออกตัวว่า

    “ฉันไม่ได้ไล่นะคะ แต่ฉันเป็นห่วงกลัวคุณจะตกเป็นข่าวกับฉัน ชื่อเสียงของคุณจะเสียเปล่าๆ” นครินทร์บอกว่าตนไม่มีชื่อเสียงจะเสีย “แต่เชื่อฉันเถอะ ว่าครอบครัวคุณไม่คิดอย่างงั้นหรอก”

    ก่อนกลับไปนครินทร์ชงน้ำหวานไว้ให้เธอดื่ม บอกว่าน้ำตาลจะช่วยให้เธอดีขึ้น แล้วขออนุญาตไปเปิดตู้เย็น นำของที่มีในตู้ทั้งผลไม้และโซดามาทำน้ำผลไม้ให้เธอดื่ม พาไลดื่มแล้วชมว่าอร่อยดี

    ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูดังขึ้น นครินทร์บอกว่าตนไปเปิดเอง แต่พอเปิดประตูเขาชะงักอึ้งเมื่อเห็นคุณโปรยยืนหน้าบึ้งอยู่ เขาอุทานถาม “คุณแม่! คุณแม่มาได้ยังไงครับ”

    “แม่ต่างหากที่ต้องถามรินทร์ ว่ารินทร์ขึ้นมาทำอะไรบนนี้!” คุณโปรยย้อนถามจิกตาใส่พาไลอย่างเกลียดชัง

    ooooooo

    กลับถึงบ้าน นครินทร์ถูกคุณโปรยซักฟอกอย่างหนัก เขาบอกว่าตนกับพาไลรู้จักกัน เห็นชีวิตพาไลน่าสนใจดีก็เลยอยากให้เธอมาเป็นกรณีศึกษางานวิจัยของตน

    คุณโปรยบอกว่าชีวิตผู้หญิงใจแตกคิดไม่เป็นไม่เห็นมีอะไรน่าศึกษา นครินทร์ติงว่าคุณแม่มองพาไลในแง่ร้ายเกินไป ก็ถูกคุณโปรยหาว่าเขามองผู้หญิงคนนั้นในแง่ดีเกินไป เพราะใครๆก็รู้พฤติกรรมของผู้หญิง

    คนนี้ว่าเหม็นฉาวโฉ่ขนาดไหนพูดเหมือนยื่นคำขาดว่า “ถ้าไม่อยากเห็นแม่หัวใจวายตายก็อย่าไปยุ่งกับผู้หญิงคนนั้นอีกเด็ดขาด”

    “ถ้าคุณแม่มีเหตุผลห้ามผมไม่ให้เป็นเพื่อนกับพาไลได้ไม่เพียงพอ ผมก็ทำตามคำสั่งของคุณแม่ไม่ได้ ผมขอตัว”

    นครินทร์เดินขึ้นข้างบน คุณโปรยจะเรียกให้กลับมาคุยก่อนก็ไม่มา จุ้นสาระแนว่าพาไลต้องจ้องจับนครินทร์แน่ๆเลย

    “ไม่มีวัน! ฉันจะไม่มีวันปล่อยให้รินทร์คว้าผู้หญิงพรรค์นั้นมาทำเมียแน่!” พลางคุณโปรยจิกตาไปทางห้องพาไล

    ooooooo

    จู่ๆพาไลก็เกิดอาการเวียนหัวอยากอาเจียน ฝนซื้อปลาเผาเจ้าอร่อยมากินกันก็บ่นว่าเหม็น จนฝนเอะใจสงสัยว่าพาไลจะท้อง พาไลตกใจเมื่อฉุกคิดถึงเรื่องนี้

    ปรากฏว่าพาไลท้องจริงๆ เมื่อเธอไปบอกเนตรที่ดาดฟ้าผับแห่งหนึ่ง เขากลับแสดงท่าทีไม่รับผิดชอบหาว่าเธอท้องกับใครมาแล้วจะมาให้ตนรับผิดชอบ พาไลถามว่าทำไมพูดอย่างนี้ ตลอดเวลาที่คบกับเขาตนไม่เคยคบคนอื่นเลย

    “ผู้หญิงอย่างคุณอ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ คุณเห็นว่าธุรกิจที่ผมทำกำลังไปได้สวย ผมกำลังจะรวยเป็นเศรษฐี คุณปล่อยให้ท้องเพราะคิดจะจับผม”

    “ไอ้เนตร!! ไอ้เลว ฉันอุตส่าห์รักคุณ! ยอมคุณ ทุกอย่าง! ทำไมถึงทำกับฉันแบบนี้!” พาไลปราดเข้าทุบตีเนตร ร้องไห้อย่างโมโหสุดขีด ถูกเนตรคว้ามือเหวี่ยงไปกระแทกกับขอบกั้น ตวาดไล่ให้กลับไปถ้าไม่กลับตนจะเรียกการ์ดมาลากออกไปแล้วอย่าหาว่าตนใจร้ายก็แล้วกัน แล้วหันเดินไปเลย

    “ตกลงว่าคุณจะไม่รับผิดชอบฉันใช่ไหม”

    “เสียใจด้วยนะ ผมไม่ได้โง่!” เนตรเดินไปอย่างไม่แยแส พาไลทิ้งตัวนั่งร้องไห้โฮๆอยู่ตรงนั้น

    พอฝนกับมิ้มรู้ก็ด่าและสาปแช่งเนตรต่างๆนานา พาไลบอกให้พอเถอะตนโง่เองต่างหาก ฝนถามว่าแล้วจะทำอย่างไรต่อไป มิ้มโพล่งไปทันทีว่าก็ทำแท้งสิ ตนจะหาคลินิกให้เอง

    “ไม่! ฉันไม่ฆ่าลูก ฉันเคยโกรธพ่อแม่ที่ทิ้งฉัน แล้วถ้าฉันฆ่าลูก ฉันไม่เกลียดตัวเองไปตลอดชีวิตเลยเหรอ”

    ฝนเสนอว่าพาไลเพิ่งท้องได้เดือนเดียวให้รีบไปหาแฟนใหม่ หาให้ดีกว่าเนตร เดือนหน้าก็บอกเขาว่าท้อง พอเจ็ดเดือนคลอดก็บอกว่าคลอดก่อนกำหนด มิ้มติงว่าผู้ชายดีๆไม่ได้มีมาให้จับง่ายๆหรอก ฝนบุ้ยไปหน้า

    คอนโดบอกว่าผู้ชายฝั่งโน้นไง ตนเชื่อว่าเขาน่าจะชอบพาไลอยู่ พาไลบอกว่าไม่ใช่หรอกเพราะถ้าเขาชอบเขาไม่ได้แค่มาส่งตนที่ห้องแน่

    “ชอบไม่ชอบไม่รู้ รู้แต่ว่าเขารวย ดีกรีด็อกเตอร์มีนามสกุลผู้ดี และที่สำคัญยังโสด แค่นี้ก็ครบคุณสมบัติเป็นพ่อของลูกแล้ว”

    พาไลมองไปที่บ้านนครินทร์นิ่งคิดอย่างสับสน

    ooooooo

    บัวทองไปซื้อของจุกจิกที่ตลาดนัด พอเดินออกมาก็ชนเข้ากับนครินทร์ ชนแค่เบาๆ แต่พอนครินทร์หันมาขอโทษ บัวทองเห็นความหล่อของเขาก็ทำเป็นเจ็บปวดขึ้นมาทันที

    นครินทร์เป็นห่วงประคองเธอไว้ บัวทองฉวยโอกาสอิงอกเขา เงยหน้ามองเขายิ้มเจื่อนๆ นครินทร์ดูออกว่าบัวทองแกล้งเจ็บ แต่ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษ เขาประคองเธอไปส่งที่หน้าออฟฟิศ

    “แหม...เหมือนเป็น Destiny เลยนะคะ คุณรินทร์สอนอยู่ใกล้ๆกับออฟฟิศของบัว วันหลังบัวขออนุญาตแวะเอาขนมไปฝากคุณรินทร์ที่คณะนะคะ บัวอยากตอบแทนที่คุณรินทร์มีน้ำใจเดินมาส่งบัว”

    “ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมไม่ได้ลำบากอะไรเลย คุณบัวต่างหากที่ต้องเดินแบบนี้อยู่นาน คงจะเมื่อยน่าดู”

    บัวทองมารยาว่าไม่เมื่อยแต่เจ็บมากกว่า เห็นเขามองอย่างไม่เชื่อเธอรีบพูดว่าเจ็บจริงๆ แล้วครางเบาๆ เสียงแตรรถดังขึ้นใกล้ๆ ทั้งสองหันไปดู เห็นคุณเชื่อมลงจากรถฝั่งคนขับ แล้วกวักมือเรียกบัวทอง เธอรีบโบกมือกลับ “ค่ะ...คุณลุง”

    “คุณเชื่อม” นครินทร์จำได้เพราะเคยเห็นเมื่อวันที่เจอคุณเชื่อมทะเลาะกับพาไลบนโรงพัก เขาถามอย่างประหลาดใจว่า “คุณเชื่อมเป็นลุงของคุณเหรอครับ”

    “เป็นลุงเขยน่ะค่ะ พอดีวันนี้คุณลุงแวะมาหาหมอแถวนี้ก็เลยแวะมารับบัวกลับบ้านด้วย เอ๊ะ! คุณรู้จักคุณลุงของบัวด้วยเหรอคะ” นครินทร์ปดว่าเคยเห็นในหนังสือพิมพ์ “อ๋อ...ใช่ค่ะ คุณลุงของบัวเป็นที่ปรึกษาด้านการเงิน ใครๆก็รู้จัก บัวขอตัวก่อนนะคะ”

    บัวทองเดินไปที่รถ หันมองนครินทร์อีกครั้ง เห็นเขายังมองอยู่ก็คิดเข้าข้างตัวเองว่าสงสัยมีใจให้ตน

    ooooooo

    ปิ่นปักเลิกงานแล้วกำลังเดินออกจากออฟฟิศ เธอคุยโทรศัพท์กับคุณโปรยที่โทร.มาคุยเรื่องนครินทร์ เธอปลอบใจคุณโปรยว่าต้องเชื่อใจนครินทร์ว่าไม่เลือกผู้หญิงอย่างพาไลมาเป็นแฟนหรอก

    คุณโปรยบอกให้ปิ่นปักช่วยสืบ เธอบอกว่า “ปิ่นกับพี่รินทร์เราไม่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวกัน” แต่พอมองไปอีกด้านเห็นเพรียวถือกระเป๋าเดินมา เธอบอกคุณโปรยก่อนวางสายว่า “ปิ่นรู้แล้วว่าจะสืบเรื่องพี่รินทร์กับพาไลได้ยังไง”

    ปิ่นปักเดินไปหาเพรียวชวนไปทานข้าวกันไหม เพรียวเพิ่งอ่านข้อความในมือถือว่า “ดวงของคุณวันนี้โชคดี จะสมหวังในสิ่งที่รอคอย” พอปิ่นปักชวนไปทานข้าว เขาหัวใจพองโตพูดกับมือถือว่า “แม่นมาก”

    เมื่อไปที่ร้านอาหาร ขณะปิ่นปักกำลังดูเมนู เพรียวก็สั่งเด็ก “น้องครับ พี่ขอพระกระโดดกำแพง” พอเด็กบอกไม่มีเขาสั่งใหม่ “ไม่มีพระ งั้นขอเณรแล้วกัน หรือไม่ก็แม่ชี ฮ่าๆๆ ผมล้อเล่นครับ”

    ปิ่นปักเอาเมนูบังหน้าด้วยความรู้สึกอายกับความล้นของเพรียว เมื่อเพรียวสั่งอาหารของตัวเอง ปิ่นปักจึงสั่งต้มยำรวมมิตร เพรียวกำชับเด็กว่า “ไม่ใส่เห็ดนะครับ คุณผู้หญิงเขาไม่ชอบเห็ด”

    “พี่เพรียวจำได้ด้วยเหรอคะว่าปิ่นไม่ชอบทานเห็ด” เขาตอบอย่างมีนัยว่าตนไม่ได้อยากจำแต่มันดันไม่ลืม แล้วถามเธอว่าคิดอย่างไรถึงได้ชวนตนมากินข้าว พอปิ่นปักบอกว่าอยากปรึกษาเรื่องเกี่ยวกับพี่รินทร์ เพรียวถามอย่างผิดหวังว่าแค่นี้เองเหรอ พอเธอตอบรับ เขาตะโกนเรียกพนักงานเสิร์ฟ

    “น้องๆ น้ำแห้วแก้วนึง...ว่ามาเลยจ้ะ อยากถามพี่เรื่องอะไร”

    พอปิ่นปักถามความสัมพันธ์ระหว่างนครินทร์กับพาไล บอกว่าตนกลัวพี่ชายจะเผลอใจให้ผู้หญิงอย่างพาไล

    “ไม่เห็นต้องกลัวเลย ถ้าสมมติไอ้รินทร์ชอบพาไล พาไลทำให้รินทร์มีความสุข เราก็ควรยินดีกับรินทร์ การได้เจอคนที่เรารักและรักเรา มันดีที่สุดเลยนะปิ่น”

    ปิ่นปักติงว่าจะดีกว่านี้ถ้าคนคนนั้นเป็นคนดีน่าคบหา เพรียวย้อนถามว่า ความหมายของคำว่า ‘คนดี’ ของเธอกับนครินทร์อาจจะไม่เหมือนกัน ปิ่นปักถามว่าไม่เหมือนอย่างไร เพรียวตอบสั้นๆ แต่ชัดเจนว่า

    “คนดีของปิ่นใช้ตามอง แต่ไอ้รินทร์มันใช้หัวใจมอง” แต่ก็ปลอบใจว่า “เอาเป็นว่าปิ่นสบายใจได้เลยนะ ตอนนี้รินทร์ไม่ได้คิดอะไรกับพาไลอย่างที่ปิ่นเป็นห่วง” ปิ่นปักพูดดักว่าตอนนี้? แสดงว่าต่อไปไม่แน่หรือ? เพรียวมองหน้าถาม

    “มีใครรู้อนาคตบ้างล่ะปิ่น”

    ปิ่นปักฟังแล้วไม่สบายใจ

    ooooooo

    อาการแพ้ท้องของพาไลค่อนข้างรุนแรง เธออาเจียนหนัก อาเจียนจนหมดแรง เหลือบเห็นรูปที่ตัวเองถ่ายคู่กับเนตรที่หัวเตียงก็ด่า “ไอ้ชั่ว” แล้วปัดทิ้งจนกระจกแตก

    นครินทร์มาเยี่ยมเธอพร้อมผลไม้สด บอกเธอว่าเห็นไฟในห้องยังเปิดเลยแวะเอาผลไม้มาให้ ถามว่าอาการเป็นอย่างไรบ้าง ดีขึ้นหรือยัง พาไลตอบโดยไม่สบตาผิดกับทุกครั้งว่า “ยังค่ะ” แต่พอเขาจะพาไปหาหมอ เธอส่ายหน้าปฏิเสธ เปลี่ยนเรื่องถามว่า

    “คุณขึ้นมาหาฉัน ไม่กลัวคุณแม่คุณขึ้นมาตามอีกเหรอคะ”

    “ผมไม่ได้ขึ้นมาฆ่าใคร ไม่เห็นต้องกลัวอะไรเลย”

    พาไลมองหน้า เห็นแววตาที่ใสซื่อจริงใจของเขา นึกถึงคำยุของเพื่อนที่ให้จับนครินทร์มาเป็นพ่อของลูกในท้องขึ้นมา เธอตกอยู่ในภวังค์จนนครินทร์เรียกหลายครั้งก็ไม่ได้ยิน พอเธอรู้สึกตัว นครินทร์บอกว่าตนกลับก่อนดีกว่าเธอจะได้พักผ่อน พูดอย่างห่วงใยว่า “แล้วถ้าดึกๆ คุณอาการแย่อยากไปโรงพยาบาล โทร.หาผมได้เลยนะ ผมสแตนด์บายรออยู่ฝั่งโน้น”

    “อยู่คุยเป็นเพื่อนฉันก่อนนะคะ” พาไลเอ่ย เมื่อตัดสินใจที่จะทำอะไรบางอย่างตามที่เพื่อนยุ

    ระหว่างนั้น มิ้มกับฝนกลับมา พอรู้ว่าพาไลอยู่กับนครินทร์แต่ไม่ได้ปิดประตู ทั้งสองก็ล็อกประตูให้แล้วพากันกลับไปหาอะไรกิน เพื่อให้เวลากับเพื่อนปฏิบัติการหาพ่อให้ลูกได้สำเร็จ

    แต่พอลงไปจะข้ามถนนก็ถูกปิ่นปักบีบแตรใส่เพราะข้ามถนนในระยะกระชั้นชิด มิ้มหมั่นไส้ปิ่นปักอยู่แล้วจะหาเรื่องทะเลาะกันให้ได้ ปิ่นปักไม่เล่นด้วยบอกว่าตนไม่ชอบคุยกับคนที่พูดไม่รู้เรื่อง

    “ปากดีไปเถอะ พรุ่งนี้ฉันจะพานังไลไปประกาศตัวเป็นพี่สะใภ้ แกได้เป็นบ้าตายแน่อี ‘ด๊อกเว่อร์’ ฮ่าๆๆ”

    ปิ่นปักเอะใจกำลังจะถาม แต่ทั้งมิ้มกับฝนไม่อยู่ให้ถาม พอดีนังจุ้นกลับมาแปลความหมายให้ฟังว่าแสดงว่าพาไลต้องเป็นเมียคุณรินทร์ ถ้าคุณผู้หญิงรู้มีหวังปรี๊ดแตกแน่ ปิ่นปักถามว่านครินทร์อยู่ไหน

    “เห็นเดินถือถุงผลไม้ออกมาข้างนอกค่ะ พอดีป้าแสงใช้ให้จุ้นช่วยยกของไปหลังบ้าน จุ้นก็เลยไม่ได้ตามออกมา” พอฉุกคิดอะไรได้ก็ร้องอย่างตกใจ มองขึ้นไปที่ห้องพาไลเห็นไฟเปิดแค่สลัวๆ “ไฟเปิดแต่ผ้าม่านปิด หรือว่าคุณรินทร์อยู่บนห้องนังเหลือบไลคะ” ปิ่นปักจะโทร.หานครินทร์ นังจุ้นบอกไม่ต้องโทร. ขึ้นไปดูให้เห็นกับตาเลย

    พาไลทั้งอ่อยทั้งยั่วนครินทร์อย่างแนบเนียนช่ำชอง แต่ในที่สุดเธอก็ทำคนดีๆอย่างเขาไม่ลง เธอลงลิฟต์มาส่งเขา พอประตูลิฟต์เปิด ก็เจอทั้งปิ่นปักและมิ้มกับฝนมาสกัดปิ่นปักไม่ให้ขึ้นไป

    ปิ่นปักมองหน้าพี่ชายอย่างจับผิดถามว่าไปไหนมา เขาบอกว่าพาไลไม่สบายเลยมาเยี่ยม ปิ่นปักถามว่าคุณแม่ทราบหรือเปล่า นครินทร์ไม่ทันตอบพาไลก็พูดแทรกขึ้นว่า

    “คุณรินทร์กลับไปเถอะค่ะ อย่าให้ฉันเป็นต้นเหตุทำให้ใครไม่สบายใจมากไปกว่านี้เลย”

    “รู้ตัวนี่” ปิ่นปักเย้ย ถูกนครินทร์เรียกปรามว่าอย่าเสียมารยาท “คนบางคนไม่จำเป็นต้องมีมารยาทด้วยหรอกค่ะ” นครินทร์บอกพาไลว่าตนกลับก่อนนะ ปิ่นปักลากพี่ชายออกไปทันที และมิ้มกับฝนก็พุ่งเข้าถามพาไลทันทีเช่นกันว่า

    “ไล เป็นไง เรียบร้อยไหม”

    พาไลนิ่ง นึกถึงเหตุการณ์หมาดๆเมื่อครู่นี้ เธอพยายามอ่อยเขา หลังจากใกล้ชิดกันมากแล้ว เธอขอเขา

    “คุณรินทร์คะ คุณช่วยทำให้ฉันมีความสุขได้ไหมคะ”

    นครินทร์มองลึกเข้าไปในดวงตาเธอที่อยู่ใกล้กันจนรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆของกันและกัน

    นครินทร์นิ่งอย่างไม่เข้าใจว่าเธอต้องการให้ทำอะไร แต่แล้วพาไลก็เปลี่ยนใจซบหน้ากับบ่าเขากอดเขาแน่นบอกว่า

    “แค่นี้ฉันก็มีความสุข มีกำลังใจแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะคุณรินทร์”

    พอฝนกับมิ้มรู้ก็บ่นเพื่อนว่าบ้าหรือโง่กันแน่ เหยื่อติดเบ็ดแล้วจะปล่อยให้หลุดมือไปทำไม พาไลตอบเพื่อนว่า

    “เขาเป็นคนดีเกินไป ฉันทำร้ายเขาไม่ลง”

    ooooooo

    ปิ่นปักตามนครินทร์เรียกพี่ชายที่เดินอ้าวออกมา นครินทร์หันบอกว่า รู้ว่าเธอจะพูดอะไร บอกว่าไม่ต้องห่วงตนไม่ได้คิดอะไรกับพาไลล้านเปอร์เซ็นต์ พอจะเดินต่อก็นึกอะไรได้หันบอกเธอว่า

    “อ้อ...แล้วพี่ก็ไม่ชอบเลยนะ ที่ปิ่นทำตัวเสียมารยาทกับพาไลเขาแบบนั้น ไม่ว่าเขาจะเป็นยังไง เขาก็เป็นคนเหมือนกับเรา”

    นครินทร์เดินผละไป ปิ่นปักเรียกเขาแล้วหันเรียกจุ้น จุ้นถามปิ่นปักว่าจะให้ตนไปสืบอะไรไหม

    “ฉันไม่ได้จะให้เธอสืบอะไร แต่ฉันจะสั่งว่าห้ามเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้คุณแม่ฟังเด็ดขาด ฉันไม่อยากให้คุณแม่ไม่สบายใจมากไปกว่านี้”

    “แต่...”

    “ไม่มีแต่ ถ้าฉันรู้ว่าเธอขัดคำสั่งฉัน ฉันจะประกาศรับสมัครหาคนทำงานใหม่” พูดแล้วเดินเข้าบ้านไปเลย

    ฝ่ายนครินทร์ พอขึ้นห้องนอนก็คิดทบทวนเหตุการณ์กับพาไลที่ห้องนอนเธอ พึมพำอย่างสงสัย

    “พาไล...คุณทำแบบนี้กับผมทำไม???”

    ooooooo

    วันที่ปิ่นปักกับเพรียวไปทานข้าวกันนั้นมีคนโทรศัพท์บอกศก เขาบอกปลายสายอย่างเข้าใจว่าปิ่นปักต้องมีสังคม เธอจะไปกินข้าวกับผู้ชายบ้างก็ไม่แปลก พอวางสายแล้วก็บ่นกับเศียรที่นั่งอยู่ในห้องทำงานว่า

    “เบื่อไอ้พวกชอบเสี้ยม เห็นปิ่นกินข้าวอยู่กับผู้ชายหน่อยก็ต้องรีบโทร.มาฟ้อง ปิ่นก็เหลือเกินทำตัวไม่ให้เกียรติกันบ้าง จะไปกินข้าวกับใครไม่หัดหาร้านที่มันลับตาคนหน่อย”

    เศียรถามว่าเขาไม่กลัวใครจะมาแย่งปิ่นปักไปหรือ ศกตอบอย่างมั่นใจว่า

    “ไม่เห็นต้องกลัวเลยพ่อ ปิ่นเขารู้ดีอยู่แล้วว่าผมดีที่สุดสำหรับเขา”

    “ดีที่สุด แต่อาจจะยังไม่ถูกใจที่สุด หนูปิ่นถึงไม่ยอมแต่งงานกับแกสักที พ่อจะเตือนให้นะศก ลูกผู้ชายอย่างเรา ไม่มีอะไรเสียศักดิ์ศรีได้เท่ากับโดนแย่งแฟนไปอีกแล้ว”

    ศกลงมือทันที เขาไปสืบหาเพรียว รู้ว่าเพรียวอยู่ในชุมชน แอบถ่ายรูปแม่เพรียวที่ทำขนมขายในชุมชน เพรียวรู้สึกตัวแต่ไม่แน่ใจเพราะไม่เห็นคนถ่ายศกรับโทรศัพท์จากปิ่นปักนัดเดี๋ยวจะไปรับไปทานข้าวด้วยกัน เขาขับรถไปที่หน้าที่ทำงานของปิ่นปัก เห็นแอ่งน้ำที่หน้าตึก และเห็นเพรียวเดินมา เขาจงใจขับรถผ่านแอ่งน้ำให้น้ำพุ่งใส่เพรียวจนเสื้อเลอะ แล้วจอดรถลงไปหาส่งเงินให้ห้าพันบาทบอกว่าเป็นค่าเสื้อผ้าถ้าไม่พอก็ส่งบิลผ่านปิ่นปักมาตนจะจ่ายเพิ่มให้

    เพรียวไม่รับก็พูดดูถูกว่า “ถือซะว่าผมช่วยอุดหนุนขนมของแม่คุณแล้วกัน” เพรียวแปลกใจว่าเขารู้ว่าแม่ตนขายขนมได้อย่างไร

    “ใครจะมายุ่งกับแฟนผม ผมต้องรู้ประวัติให้หมด ปิ่นเป็นคนเชื่อคนง่าย ผมเป็นห่วง กลัวจะโดนหลอก”

    พอดีปิ่นปักลงมาเห็นถามว่ามีอะไรหรือเปล่า ศกชิงบอกว่าไม่มีอะไร อุบัติเหตุนิดหน่อยเท่านั้น แล้วพาเธอขึ้นรถไปทานข้าวกัน บอกว่าตนจองโต๊ะอาหารอิตาเลี่ยนที่เธอชอบไว้แล้ว

    จูงปิ่นปักไปขึ้นรถแล้วศกเดินย้อนกลับมาที่คนขับ เขาเหลือบมองเพรียวกวนๆก่อนขึ้นรถขับไปเพรียวได้แต่มองตามอย่างเจ็บใจ

    ooooooo

    เพรียวนัดนครินทร์ไปพบกันที่สวนสาธารณะล้างเสื้อเปื้อนโคลนผึ่งไว้ที่กิ่งไม้เล่าเรื่องถูกศกแกล้งให้นครินทร์ฟังเพราะไม่มีใครรู้ว่าแม่ตนขายขนม อีกทั้งแม่ขายเป็นวันแรกและคงเป็นวันสุดท้ายด้วย

    เพรียวเชื่อว่าศกทำเพราะหึงปิ่นปักซ้ำยังเอาเงินมาฟาดหัวตอกย้ำให้รู้ว่าตัวเองรวย เพรียวบอกนครินทร์ว่าตนเป็นห่วงปิ่นปัก ไม่อยากให้เธอแต่งงานกับศกเลย

    “ปิ่นรู้จักคุณศกน้อยเกินไป เหมือนที่ปิ่นรู้จักแกน้อยเกินไป ปิ่นถึงมองข้ามคนจิตใจดีๆอย่างแก” เพรียวบอกว่าตนไม่กล้าคิดหรอก ถามว่าแล้วเขาได้พบกับพาไลบ้างไหม บอกว่าถ้าเขาเลิกกับพาไลได้ก็เลิกเถอะสงสารแม่กับน้องเขา นครินทร์บอกว่า “แม่กับปิ่นไม่มีเหตุผล”

    เพรียวถามว่าพาไลมีอะไรดีเขาถึงอยากทำความรู้จักนัก ไปติดใจอะไรสารภาพมาเสียดีๆ

    “ทะลึ่งแล้วไอ้เพรียว ฉันบริสุทธิ์ใจกับพาไลโว้ย พาไลมีอะไรในตัวที่ทำให้ฉันอยากหาคำตอบตลอดเวลา อย่างตอนนี้ฉันกำลังสงสัยว่าพาไลมีอะไรปิดบังฉันอยู่”

    แต่เย็นนี้เอง เมื่อนครินทร์กลับบ้าน เขาทั้งแปลกใจและกังวลเมื่อรู้ว่าวันนี้พ่อแม่ของศกจะมาที่บ้าน คุณโปรยบอกว่า

    “แม่ว่าเขาต้องมาทาบทามสู่ขอปิ่นแน่ๆ”

    “ปิ่นอยู่ไหนครับ” นครินทร์ร้อนใจอยากคุยกับน้องสาว เมื่อรู้ว่าปิ่นปักอยู่ห้องนอนเขาขึ้นไปหาทันทีถามว่า

    “ปิ่นยอมให้คุณศกพาพ่อแม่มาสู่ขอ ปิ่นพร้อมจะแต่งงานกับศกแล้วเหรอ” เมื่อปิ่นปักบอกว่าตนพร้อม เขาติงว่า “พี่อยากให้ปิ่นดูคุณศกให้มากกว่านี้ พี่อยากเห็นปิ่นมีความสุข”

    “คุณศกจะทำให้ปิ่นมีความสุขได้ค่ะ คุณศกมีความพร้อมทั้งฐานะและหน้าที่การงาน และที่สำคัญเขารักปิ่นให้เกียรติปิ่น” นครินทร์สวนทันทีว่าแต่เขาไม่ให้เกียรติคนอื่น ปิ่นปักมองหน้าถาม “พี่รินทร์พูดอะไรคะ?”

    “พี่รู้ว่าพี่พูดไปอาจจะไม่ดี แต่ในเมื่อเรื่องนี้เกี่ยวกับชีวิตของน้องสาวพี่ พี่จำเป็นต้องพูด คุณศกทำพฤติกรรมดูถูกเพรียวเพราะหึงปิ่น” เธอนิ่วหน้าถามว่าเมื่อไหร่? “เรื่องนั้นไม่สำคัญ สำคัญที่ว่าปิ่นจะเลือกคนที่ไม่รู้จักให้เกียรติคนอื่นแบบนี้มาเป็นคู่ชีวิตจริงๆเหรอ”
    ปิ่นปักเงียบ

    “ตอนนี้เขายังรักปิ่น เขาก็ยอมปิ่นทุกอย่าง แต่ถ้าวันหนึ่งที่มีคำว่าชินชาเข้ามาแทนที่ความรัก ปิ่นคิดเอาเองแล้วกันว่าปิ่นจะต้องเจออะไรจากคนที่ไม่รู้จักให้เกียรติคนอื่น ชีวิตคู่การให้เกียรติซึ่งกันและกันสำคัญกว่าฐานะหรือหน้าที่การงานเสียอีก...พี่ไม่ได้ขอให้ปิ่นเลิกรักคุณศก แต่พี่อยากขอให้ปิ่นใช้เวลาตัดสินใจให้นานกว่านี้ พี่ยังยืนยันคำเดิมว่าพี่อยากเห็นปิ่นมีความสุข”

    ปิ่นปักฟังแล้วหนักใจ ก็พอดีจุ้นเปิดประตูมาบอกว่า “คุณปิ่นขา ขบวนเถ้าแก่ของคุณศกมาแล้วค่ะ”

    ooooooo

    คุณยอดกับคุณโปรยนั่งคู่กัน ศก คุณเศียรและคุณขจี นั่งอยู่ด้วยกันอีกฟากหนึ่ง

    “ค่าสินสอดทองหมั้นทางเราก็ไม่ได้เรียกร้องอะไร สุดแล้วแต่คุณเศียรกับคุณขจี” คุณยอดเอ่ยขึ้น

    “เงินสดสิบล้าน ทองอีกเก้าสิบบาท แล้วก็มีที่ดินอีกสักสิบไร่” คุณเศียรบอก คุณโปรยขอบพระคุณที่เมตตาปิ่นปัก

    “ไม่เป็นไรครับ รับสะใภ้เข้าบ้านทั้งทีต้องให้สมเกียรติฐานะครอบครัวของผม ขืนผมให้น้อยใครรู้เข้าขายขี้หน้าตาย”

    ทั้งคุณเศียรและคุณขจีหัวเราะกัน คุณโปรยผสมโรงไปด้วย แต่นครินทร์กับคุณยอดไม่ค่อยชอบใจนัก

    ปิ่นปักเดินลงมา คุณโปรยบอกลูกสาวว่าคุณศกให้คุณพ่อคุณแม่มาทาบทามสู่ขอ ถามว่า “ปิ่นจะว่ายังไงจ๊ะ”

    ปิ่นปักยังไม่ตอบ หันมองพี่ชายอย่างรู้กัน นครินทร์มองลุ้นด้วยสายตาให้น้องสาวตัดสินใจดีๆ ปิ่นปักยิ่งหนักใจ

    จนคุณโปรยย้ำถามว่า “ปิ่น...ว่ายังไงจ๊ะลูก พร้อมจะแต่งงานกับคุณศกหรือยัง”

    “ค่ะ...ปิ่นพร้อม ปิ่นจะแต่งงานกับคุณศกค่ะ” เธอสบตาศกก่อนให้คำตอบ นครินทร์อึ้งไปเลย ในขณะที่ทุกคนต่างยิ้มแย้มแจ่มใสด้วยความดีใจ สมใจ

    ooooooo

    ปิ่นปักรู้ว่านครินทร์ไม่พอใจ คืนนี้จึงเดินตามพยายามจะอธิบายให้เขาฟัง บอกว่าตนรู้ว่าเขาไม่พอใจที่ตนตัดสินใจแบบนี้

    “พี่ไม่ได้ไม่พอใจ แต่พี่ไม่เข้าใจว่าปิ่นรู้ทั้งรู้ว่าเขาเป็นยังไง แล้วทำไมปิ่นถึงยังแต่งงานกับเขา”

    “เพราะปิ่นรู้วิธีจัดการกับเขาน่ะสิคะ คุณศกเกิดมาบนกองเงินกองทอง อยากได้อะไรก็ได้มาง่ายๆ มีแต่ปิ่นที่เขาได้มา ‘ยาก’ ตั้งแต่เราคบกันมาปิ่นไม่เคยปล่อยตัวให้เขาเลยสักครั้ง เขาถึงหวงปิ่น ให้เกียรติปิ่น เพราะปิ่นมีค่าสำหรับเขา”

    “ปิ่นมั่นใจในตัวเองเกินไปหรือเปล่า” ปิ่นปักบอกว่าตนมั่นใจคุณค่าของตัวเองต่างหาก “เอาเถอะ ถึงพี่จะไม่เห็นด้วยที่ปิ่นตัดสินใจแบบนี้ แต่ในเมื่อมันเป็นชีวิตของปิ่น พี่ก็ต้องเคารพการตัดสินใจของปิ่น”

    “แล้วเวลาจะทำให้พี่รินทร์เห็นเองค่ะ ว่าคนอย่างปิ่นตัดสินใจไม่ผิดพลาด” ปิ่นปักยิ้มอย่างมั่นใจ

    ooooooo

    พาไลยังรับงานพริตตี้แต่ความทรุดโทรมทำให้ค่าตัวลดลง ซ้ำร้ายขณะทำงานยังคลื่นไส้อาเจียนใส่ลูกค้าจนผู้จัดการเลิกจ้างทำให้ยิ่งลำบาก

    วันนี้หนังสือพิมพ์ลงข่าวการหมั้นระหว่างศกกับปิ่นปักอย่างครึกโครม มิ้มอ่านหนังสือพิมพ์แล้วหมั่นไส้บ่นว่ามันจะเห่ออะไรกันขนาดนั้น คอยดูเถอะเลิกกันขึ้นมา ต้องหาปี๊บมาคลุมหัวแทบไม่ทัน แล้วถามพาไลที่ยืนเศร้าอยู่ว่า

    “แล้วแกล่ะไล ตัดสินใจหรือยังว่าจะทำยังไงต่อไป ท้องก็โตขึ้นทุกวันงานการก็ไม่มีใครจ้าง เงินเก็บที่มีอยู่ก็ร่อยหรอลงทุกวัน”

    “ฉันตัดสินใจแล้ว ฉันจะไม่ยอมให้ลูกออกมาทนลำบากกับฉัน ฉันจะทำแท้ง!” พาไลตัดสินใจเด็ดเดี่ยว มิ้มยิ้มดีใจ

    มิ้มจัดการหาคลินิกทำแท้งให้พาไปรอจนเหลืออีกสองคิวก็จะถึง พาไลที่เห็นคนทำแท้งต้องหิ้วปีกกันออกมาก็คิดหนักลุกขึ้นบอกมิ้มว่าเดี๋ยวมา มิ้มถามว่าจะไปไหน พาไลบอกว่าจะโทร.หาแม่ อยากคุยกับแม่ มิ้มถามว่าเธอ ต้องการให้แม่ห้ามใช่ไหมเพื่อที่เธอจะได้ไม่ทำ

    “เอาอย่างนี้แล้วกัน แกอยากโทร.ไปหาแม่ก็โทร.ไป แล้วถ้าแกจะเปลี่ยนใจ ฉันก็จะไม่ห้ามแกอีก ฉันถือว่ามันเป็นโชคชะตาของแก” มิ้มคืนมือถือให้พาไล เธอรับไปด้วยสีหน้าสับสนมาก

    พาไลพยายามโทร.ถึงพิสมัย แต่เจ้าตัวไม่ได้อยู่กับโทรศัพท์ คุณเชื่อมอยู่ใกล้พอเห็นชื่อพาไลที่หน้าจอ คุณเชื่อมโกรธมาก เมื่อพิสมัยมาเรียกให้ไปทานข้าว เขาขว้างโทรศัพท์จนแตกกระจายถามอย่างเกรี้ยวกราดว่า

    “คุณติดต่อกับผู้หญิงคนนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่! คุณเคยสัญญาว่าคุณจะไม่ติดต่อกับมัน! โลกนี้จะไม่มีใครที่ผมไว้ใจได้สักคนเลยใช่ไหม!” พิสมัยร้องไห้บอกว่าตนเป็นห่วงลูก ถูกตวาดทันทีว่า “มันไม่ใช่ลูก!”

    “คุณเลิกพูดสักทีเถอะว่าคุณเกลียดพาไล ทั้งที่ใจคุณเป็นห่วงพาไลไม่น้อยไปกว่าฉันเลย ไม่อย่างนั้นคุณจะไม่รีบไปประกันตัวพาไลหรอก” คุณเชื่อมอ้างว่าตนอยากไปดูน้ำหน้าคนดื้ออวดเก่ง “ไปดูแล้วเป็นยังไงล่ะคะ ทำให้คุณมีความสุขขึ้นบ้างไหม ชีวิตเราไม่ได้ยาวนานมากพอที่จะมาโกรธกันเกลียดกันหรอกนะคะ ที่ผ่านมาพาไลก็รู้สึกผิดอยากจะขอโทษคุณ”

    “ถ้ามันรู้สึกผิดอยากจะขอโทษจริงๆ ไม่เห็นจะต้องรออะไร”

    “เพราะคุณกับพาไลต่างคนต่างดื้อทิฐิแรงเหมือนกันไงคะ แค่ฉันเอ่ยชื่อพาไล คุณก็ไม่ยอมฟังอะไรแล้ว แล้วใครจะกล้ามาหาคุณ” เห็นคุณเชื่อมสีหน้าอ่อนลง พิสมัยเข้าไปจับมือสามีเอ่ยอย่างอ่อนโยน

    “ไม่เสียดายเวลาที่ผ่านมาบ้างเหรอคะ สิบปีที่ผ่านมาเราควรจะมีความสุขด้วยกัน เห็นเขาเติบโตมีชีวิตที่ดีอย่างที่เราหวังไว้ตั้งแต่วันแรกที่เรารับเขามาเป็นลูก แต่ในเมื่อเขาเป็นไม่ได้อย่างที่เราหวัง เราก็เลิกหวังแต่ไม่ได้หมายความว่าเราต้องเลิกรักเขาไม่ใช่เหรอคะ”

    คุณเชื่อมน้ำตาไหล เอ่ยเสียงเครือ “พาลูกมาหาผม”

    พิสมัยดีใจมาก แต่แล้วคุณเชื่อมก็เกิดอาการชักกระตุก โรคหัวใจกำเริบจนหมดสติล้มตึง พิสมัยต้องรีบพาส่งโรงพยาบาล

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง
    27 ต.ค. 2564

    06:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 09:49 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์