นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    เลื่อมสลับลาย

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: นิว-วงศกร ประกบ รถเมล์-คะนึงนิจ กับ แซมมี่ เคาวเวลล์ ใน “เลื่อมสลับลาย”

    ไปดูหลานกันแล้ว คุณขจีกับคุณเศียรชื่นมื่นกันมาก ทั้งสองบอกว่าไปหาซินแสหาชื่อมงคลมาให้เจ้าตัวเล็กแล้วได้มาหลายชื่อ

    คุณเศียรบอกว่าตนชอบชื่อ บูรณ์พิภพ แต่คุณขจีบอกว่าตนชอบชื่อ ปณชัย ชื่อเล่นว่า มอนเต้ แปลว่าภูเขา ถามว่าทุกคนเห็นด้วยไหม

    “ไม่ค่ะ ปิ่นจะให้ลูกชื่อเล่นว่า หนึ่ง ง่ายดี ชีวิตมันยากอยู่แล้ว อย่าทำอะไรให้มันยุ่งยากอีกเลยค่ะ”

    คุณขจีถึงกับหน้าชา ส่วนคุณยอด คุณโปรย และนครินทร์มองหน้ากันอย่างเหนื่อยใจกับความแข็งกระด้างของปิ่นปัก

    ขณะคุณโปรยกับคุณยอดออกมาส่งคุณขจีกลับนั้น คุณขจีเสนอว่า ถ้ามีเวลาให้พาหนูปิ่นไปตรวจสุขภาพจิตบ้าง ตนรู้สึกนับวันหนูปิ่นยิ่งจะดูแปลกๆเหมือนผีเข้า คุณเศียรเห็นด้วย เกรงว่าเวลาเลี้ยงลูกเกิดเธอสติแตกขึ้นมาจะจับลูกทุ่มเหมือนในข่าว คุณโปรยกับคุณยอดมองหน้ากันอย่างพยายามอดกลั้นเต็มที่ คุณยอดเอ่ยหน้านิ่งๆว่า

    “แต่ผมว่าคุณน่าจะให้คุณศกมาทำหน้าที่สามีและพ่อที่ดี ไม่นอกใจเมีย รับรองครับ ปิ่นหายเป็นประสาทแน่นอน” คุณโปรยเรียกเตือนสติเบาๆ คุณยอดยืนยันว่า “ผมพูดความจริง คุณขจีกับคุณเศียรเห็นด้วยใช่ไหมครับ”

    “เรื่องในครอบครัวเขา เราไม่รู้หรอกค่ะว่าลึกๆ แล้วเกิดอะไรขึ้น จะมาโทษตาศกของดิฉันฝ่ายเดียวไม่ได้ ดิฉันลากลับล่ะค่ะ จะแวะไปทำบุญสักหน่อย ช่วงนี้จิตใจไม่ค่อยดี” พูดประชดแล้วเดินไปเลย

    คุณโปรยบ่นคุณยอดว่าไปพูดแบบนั้นกับเขาทำไม คุณยอดย้อนถามว่าจะปล่อยให้เขามาด่าลูกเราฝ่ายเดียวหรือไง?

    “ยัยปิ่นก็แปลกๆไปอย่างที่เขาพูดจริงๆ ไม่เหมือนปิ่นปักลูกแม่คนเดิม”

    “มันไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้วคุณ” คุณยอดโอบกอดคุณโปรยไว้อย่างเข้าใจความรู้สึกกัน

    ooooooo

    ปิ่นปักปั๊มนมให้ลูก เธอดึงจุกปั๊มนมออกจากในเสื้อของตัวเองด้วยสีหน้าเจ็บปวด พัชรินที่มาเยี่ยมมองดูปิ่นปักด้วยสีหน้าสยอง บอกว่าถ้าปั๊มนมต้องเจ็บปวดขนาดนี้ ก็นับว่าตนโชคดีที่คุณยุทธมีลูกให้ไม่ได้

    พยาบาลบอกว่าคุณแม่คลอดใหม่ๆ จะเจ็บแบบนี้แต่พอร่างกายฟื้นตัว อาการเจ็บก็จะทุเลาไปเอง บอกปิ่นปักว่า “อดทนอีกนิดนะคะ”

    “ปิ่นทนได้ค่ะ”

    “จะว่าไปนะ ตั้งแต่เป็นเพื่อนกันมา ฉันไม่เคยเห็นชีวิตเธอต้องอดทนกับเรื่องอะไรเลย นี่ถ้าเธอไม่ได้แต่งงานมีลูกมีผัวก็คงไม่รู้จักกับคำนี้”

    “ไม่ใช่แค่รู้จัก แต่รู้ซึ้งเลยล่ะ” ปิ่นปักประชดตัวเอง

    พอดีศกเอาช่อดอกไม้มาเยี่ยม พัชรินถามว่าไปหาลูกหนึ่งมาแล้วหรือยัง พอศกบอกว่าไปมาแล้ว พัชรินเอ่ยอย่างชื่นชมว่า “หน้าตาเหมือนคุณศกอย่างกับก๊อบปี้กันออกมาเลยนะคะ”

    “ฉันกับลูกยังโชคดี นี่ถ้าลองลูกหน้าไทยเหมือนฝั่งครอบครัวฉัน ลูกฉันได้โดนครหาว่าเป็นลูกชู้อีกแน่ๆ”

    ศกทนไม่ได้ต่อว่าว่าตนอุตส่าห์มาเยี่ยมอย่าทำให้อารมณ์เสีย ถูกสวนหน้านิ่งๆ ว่า “ถ้าลำบากมากไม่ต้องมาก็ได้”

    “ปิ่น!” ศกตวาดจนพัชรินตกใจ ทำทีขอไปซื้อกาแฟข้างล่าง แล้วลุกลี้ลุกลนหยิบกระเป๋าสตางค์จากกระเป๋าสะพายใหญ่ ความรีบทำให้กุญแจรถตก เธอหยิบใส่ไว้ในกระเป๋าสะพายแล้วรีบออกจากห้องไป แต่ไม่ได้ไปซื้อกาแฟอย่างที่บอก พอออกไปนอกห้อง ก็แอบถ่ายคลิปศกกับปิ่นปักทะเลาะกันจากประตูที่เปิดแง้มไว้อย่างสะใจ!

    ศกพยายามอดกลั้น ถามปิ่นปักว่าจะกลับบ้านเมื่อไร จะได้ให้แม่มายจัดเตรียมห้องไว้ให้ ปิ่นปักบอกว่าตนจะไม่กลับไปที่บ้านนั้นอีก แต่จะไปอยู่บ้านคุณแม่

    “คุณก็รู้นะปิ่น ว่าผมไม่ชอบง้อใคร” ศกเสียงแข็ง

    “ปิ่นรู้ค่ะว่าคุณไม่เคยทำอะไรเพื่อใคร นอกจากเพื่อตัวคุณเอง”

    ศกคว้าตัวปิ่นปักไปบีบไหล่อย่างแรง ตะคอกว่าตนชักจะหมดความอดทนแล้วนะ เธอท้าว่าจะตบตนก็ตบเลย ตนไม่กลัว เพราะมันคงเจ็บไม่มากไปกว่าที่ตนเคยเจ็บอยู่ตอนนี้หรอก!

    “ผมจะบอกให้นะ ไอ้ที่คุณหวีดร้องตะโกนร้อง เรียกร้องความสนใจอยู่ตอนนี้ มันลดคุณค่าของคุณ มีความรู้เสียเปล่าแต่ไม่ช่วยอะไรเลย”

    “ใช่ซี...คุณไม่เคยเข้าใจความรู้สึกของปิ่นหรอก เพราะคุณไม่ได้เป็นคนที่ถูกคนรักนอกใจ ไม่ได้เป็นคนที่ต้องนอนกลืนน้ำตาอยู่ในบ้านหลังใหญ่โตเพียงลำพัง แถมยังถูกนังผู้หญิงไม่มีราคาคนนั้นที่คุณเป็นคนพามันเข้ามาในชีวิตคู่ของเราฆ่าลูก เรื่องนี้ถ้าจะมีคนชั่วที่สุด มันก็คือคุณ!”

    “แล้วจะเอายังไง หย่าเลยไหม”

    ปิ่นปักอึ้งไม่คิดว่าเขาจะพูดคำนี้แต่ด้วยความทิฐิทำให้เธอท้ากลับไปว่า

    “หย่าก็หย่า ปิ่นก็ไม่อยากจะทนแล้วเหมือนกัน” ปิ่นปักลุกขึ้นไปเอากุญแจรถในกระเป๋าสะพายของพัชรินพรวดพราดออกไป พัชรินรีบตามไป ศกไม่เรียกและไม่ตาม เขายืนมองตามปิ่นปักไปอย่างหงุดหงิด

    ปิ่นปักออกมาหน้าห้องก็พอดีมีคนส่งดอกไม้มาบอกว่ามีของมาส่งให้คุณปิ่นปัก ปิ่นปักกับพัชรินมองไปเห็นเป็นพวงหรีดที่เขียนว่า “ขอให้ลูกแกตาย”

    ปิ่นปักกรีดร้องจนศกออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น เธอคว้าพวงหรีดปาใส่หน้าศกแล้ววิ่งหนีไปขึ้นรถพัชรินขับออกไปอย่างเร็ว

    ooooooo

    ที่อีกมุมหนึ่งของโรงพยาบาล พาไลเข็นรถพาฝนมาตามทาง ฝนโทร.แจ้งร้านดอกไม้ว่าส่งเงินค่าดอกไม้ไปให้แล้ว ขอบคุณแล้ววางสาย แต่พอพาไลถามว่าส่งดอกไม้ให้ใคร ฝนบอกว่าไม่มีอะไร ถามว่าพาไลเอารถใครมารับตน

    พาไลบอกว่ารถมิ้ม ฝนถามว่าเธอบังคับเอามาใช่ไหม พาไลบอกว่ามิ้มเต็มใจ ฝนยักไหล่เหยียดปากอย่างไม่เชื่อ

    ขณะพาไลเข็นรถฝนข้ามถนนนั่นเอง ปิ่นปักขับรถมาเจอเธอจิกตามองอย่างแค้นใจแล้วพุ่งรถเข้าหาราวกับจะชนแต่หยุดกึกก่อนถึงตัว ฝนกรีดร้องอย่างตกใจ ปิ่นปักลงจากรถไปถามอย่างสะใจว่า

    “ทีนี้รู้แล้วใช่ไหมว่าความกลัวมันเป็นยังไง”

    ฝนลุกจากรถเข็นปราดเข้าตบหน้าปิ่นปักสุดแรง ปิ่นปักตบคืนอย่างแรงเช่นกัน พาไลพยายามห้ามทั้งสอง พอดีนครินทร์มาเห็นเขาเข้าไปดึงปิ่นปักออก ในขณะที่พาไลก็รั้งตัวฝนไว้ จึงแยกจากกันได้

    เมื่อพาปิ่นปักกลับมาที่ห้องพักในโรงพยาบาล นครินทร์ตำหนิน้องว่าทำไมทำแบบนั้น คิดถึงผลที่จะตามมาบ้างไหม ถ้าหยุดรถไม่ทันขึ้นมาจะทำอย่างไร ปิ่นปักบอกว่าตนไม่ได้คิด เวลานั้นตนแค่โกรธและอยากทำ

    พัชรินแทรกขึ้นว่าทีหลังก็คิดให้มาก เพราะรถที่ชนเป็นรถของตนรถเพิ่งใช้ได้แค่ไม่กี่ปีต้องมาชนคนตายแค่คิดก็กลุ้มแล้ว เธอขอตัวกลับบอกว่าจะแวะไปให้พระพรมน้ำมนต์ให้รถหน่อย

    ขณะปิ่นปักยืนเหม่อลอยกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้น นครินทร์เอ่ยขึ้นว่า “พัชบอกว่าปิ่นกับคุณศกจะหย่ากัน?”

    “ในเมื่ออยู่กันไม่ได้แล้วก็หย่าไปเสียให้จบเรื่อง คอยดูนะพี่รินทร์ ปิ่นจะไม่มีวันจดทะเบียนกับใครหน้าไหนอีกแล้ว” นครินทร์ถามว่าแล้วลูกล่ะ “ลูกต้องเป็นของปิ่นเท่านั้น ปิ่นจะไม่ให้พวกมันแตะต้องลูกปิ่นได้เลย” นครินทร์ติงว่าทางเขาคงไม่ยอม “ไม่ยอมก็ให้เขาฟ้องเอาแล้วกัน”

    “คิดดูดีๆแล้วกันปิ่น อย่าปล่อยให้ความเจ็บแค้นของเรามาทำลายตัวเราเอง ปิ่นต้องคิดให้รอบคอบด้วยสติไม่ใช่ด้วยอารมณ์ ปิ่นต้องคิดด้วยว่าถ้าปิ่นหย่าแล้ว ปิ่นจะทำตัวยังไงในสภาพของแม่ม่าย”

    “ปิ่นไม่คิดอะไรแล้วค่ะพี่รินทร์ ทีตอนปิ่นคิดแทบตาย ระวังตัวแทบตาย ปิ่นไม่เห็นได้รับผลตอบแทนเลย ความดีของปิ่นที่ทำมาตลอดมันช่วยอะไรปิ่นบ้าง” ปิ่นปักร้องไห้อย่างหนัก นครินทร์ได้แต่กอดปลอบใจน้องสาว

    ooooooo

    นครินทร์ไปที่บ้านสวน ถามพาไลว่าฝนเป็นอย่างไรบ้าง พอรู้ว่าหลับแล้วเขาขอโทษฝนแทนปิ่นปักด้วย ตนไม่อยากให้พวกเขาผูกใจเจ็บต่อกัน พาไลเห็นด้วยเพราะตัวต้นเหตุอย่างศกกลับไม่ได้เดือดร้อนอะไรด้วยเลย

    นครินทร์บอกว่าอยากขอบคุณเธอเรื่องเสื้อที่ส่งให้แต่เธอไม่อยู่ก็เลยไม่ได้โทร.มาหาก่อน

    พอนครินทร์จะกลับพาไลเตือนเขาด้วยความเป็นห่วงปิ่นปักว่า

    “คนที่เคยมั่นใจในตัวเองอย่างคุณปิ่นกำลังผิดหวังเสียใจ คุณต้องดูแลเธอให้กำลังใจเธอ อย่าให้เธอเลือกแก้ปัญหาด้วยการประชดชีวิตเหมือนอย่างที่ฉันเคยทำ ฉันไม่อยากเห็นใครมีชีวิตพลาดพลั้งแบบนั้น”

    ฝ่ายคุณโปรยเตรียมช่วยปิ่นปักเลี้ยงดูหลานเต็มที่ แต่พอปิ่นปักพาลูกกลับมาถึงบ้าน คุณโปรยหน้าเสียเมื่อปิ่นปักจ้างพยาบาลมาเลี้ยงลูก บอกคุณโปรยว่าไม่อยากให้ทุกคนเหนื่อย คุณโปรยติงว่าเกรงหลานโตมาจะเป็นเด็กมีปัญหา

    “ปิ่นใกล้ชิดคุณแม่มาตลอด ปิ่นยังมีปัญหาเลยค่ะ ขอให้คุณแม่เชื่อว่าที่ปิ่นทำแบบนี้ไม่ใช่ว่าปิ่นไม่รักลูก ปิ่นรักลูกมากเขาคือชีวิตของปิ่น ปิ่นถึงเลือกหนทางที่ดีที่สุดให้เขาและ ‘ตัวปิ่นเอง’ ปิ่นอดทนเพื่อลูกเพื่อคนอื่นมามากพอแล้วค่ะ ถ้าคุณแม่ไม่อยากเห็นปิ่นเป็นบ้า อย่าบังคับปิ่นอีกเลยนะคะ” พูดแล้วปิ่นปักจะเดินออกไป

    “ปิ่นจะไปไหน”

    “ไปใช้ชีวิตของปิ่นค่ะ” ปิ่นปักเดินออกไปเลย มิไยว่าคุณโปรยจะเรียกให้กลับมาคุยกันก่อน นครินทร์จึงห้ามแม่ไว้

    “แม่ครับ ปล่อยปิ่นไปเถอะครับ อย่าเพิ่งห้ามปิ่นเลย ปิ่นจะยิ่งเตลิดมากไปกว่านี้”

    ooooooo

    นับแต่นาทีนั้นปิ่นปักปรับเปลี่ยนตัวเองอย่างสิ้นเชิง เธอเข้าห้างซื้อเสื้อผ้า เครื่องสำอาง แปลงโฉมตัวเองเป็นปิ่นปักที่เซ็กซี่ เปรี้ยว และก๋ากั่นไปนั่งดื่มในผับคนเดียว

    ความสวยเซ็กซี่ของปิ่นปัก สะดุดตานักเที่ยววัย 30-40 สองคนอย่างจัง หนึ่งในนั้นสั่งเครื่องดื่มให้พนักงานเอาไปให้ และตัวเองเดินไปยืนตรงหน้าปิ่นปัก เธอมองเขาอย่างกิริยาดีและไว้ตัว

    “ขอบคุณมากที่สั่งให้ฉัน แต่ฉันดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้ ยังต้องให้นมลูก” ชายคนนั้นมองอย่างสำรวจบอกว่าไม่เชื่อ ปิ่นปักตามใจและขอโทษด้วยตนต้องการความเป็นส่วนตัว

    แต่พอชายคนนั้นจะไป เขาพูดอย่างสุภาพว่าตนเห็นเธอนั่งคนเดียวกลัวจะเหงาเลยจะมานั่งเป็นเพื่อน พอเขาจะไป ปิ่นปักเรียกไว้ บอกว่า “ฉันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าความเหงามันน่ากลัวแค่ไหน” ชายคนนั้นจึงนั่งเป็นเพื่อนคุย

    ที่บ้านปิ่นปัก ทั้งคุณขจีคุณเศียรและศกมาเยี่ยมหลาน ต่างสงสัยว่าปิ่นปักหายไปไหน คุณโปรยพูดให้ดูดีว่าปิ่นปักออกไปสปากับพัชริน แต่พูดไม่ทันไรพัชรินกับยุทธก็มาเยี่ยมปิ่นปัก ศกชักสีหน้าถามคุณโปรยว่าไหนว่าปิ่นปักออกไปสปากับพัชริน คาดคั้นคุณโปรยว่า

    “คุณแม่บอกเราตามตรงเถอะครับ ว่าปิ่นหายไปไหน”

    นครินทร์สงสารแม่จึงตอบแทนว่า “เราก็ไม่รู้เหมือนกันครับว่าปิ่นไปไหน”

    เวลาเดียวกัน เดโชเพื่อนสนิทของศกไปเที่ยวผับเดียวกัน เห็นปิ่นปักอยู่กับชายคนนั้น เขามองอย่างแปลกใจ

    ปิ่นปักฟังชายคนนั้นเล่าเรื่องตลกๆให้ฟัง เธอหัวเราะขำอย่างสบายใจและผ่อนคลายกลายเป็นความสนิทใจต่อกัน

    เมื่อปิ่นปักจะกลับชายคนนั้นจะเดินไปส่ง ปิ่นปักบอกไม่ต้องเพราะรถตนอยู่ตรงนี้เอง ชายคนนั้นยื่นมือให้ปิ่นปักพลางเอ่ย “ยินดีที่ได้รู้จักครับ” เพื่อรักษามารยาท ปิ่นปักยื่นมือไปสัมผัสบอก “ยินดีเช่นกันค่ะ”

    เดโชเอามือถือถ่ายรูปทันทีและส่งไปให้ศกดู ศกบอกทุกคนที่นั่งกันอยู่ว่าตนรู้แล้วว่าปิ่นปักอยู่ที่ไหน พลางยื่นมือถือให้ทุกคนดูรูปที่ปิ่นปักสัมผัสมือกับ ชายแปลกหน้าคนนั้น

    คุณโปรยหน้าเสีย ติงว่าปิ่นปักไม่เคยแต่งตัวแบบนี้ อาจเป็นคนหน้าเหมือนก็ได้ ศกโพล่งไปขึงขังว่า

    “ยอมรับความจริงได้แล้วครับ ว่าลูกสาวคนดีของคุณแม่เปลี่ยนไปแล้ว ที่จริงที่ผมมาวันนี้ เพราะหวังว่าจะมาปรับความเข้าใจกับปิ่น เราจะได้ไม่ต้องลงเอยด้วยการหย่า แต่เห็นแบบนี้แล้ว ผมว่ายากแล้ว ผมฝากบอกปิ่นด้วยว่า ถ้าผมพร้อมแล้ว ผมจะให้เลขาฯ โทร.มานัด วันหย่า” พูดแล้วเดินออกไปเลย คุณขจีและคุณเศียรลุกตามไปด้วย ทิ้งให้พวกนครินทร์นั่งมองอย่างไม่สบายใจ

    ooooooo

    นครินทร์รอจนปิ่นปักกลับมา เขาถามทันทีว่าไปไหนมา?

    ปิ่นปักบอกว่าไปหาความสุขให้ตัวเอง เล่าอย่างสบายใจว่าที่จริงผับบาร์ไม่น่ากลัวหรือเต็มไปด้วยคนเลวอย่างที่คุณแม่เคยบอกเลย ที่นั่นเราสามารถหาเพื่อนคุยได้ไม่ยาก อย่างวันนี้ตนก็นั่งคุยกับเพื่อนใหม่ เขาเล่าเรื่องตลกให้ฟังหลายเรื่องตนไม่ได้หัวเราะอย่างนี้มานานแล้ว

    เมื่อนครินทร์เตือน เธอพูดอย่างเชื่อมั่นตัวเองว่าตนไม่ได้ทำอะไรเสียหายทั้งยังชวนพี่ชายวันหลังไปเที่ยวด้วยกัน

    “ถ้าปิ่นจะไปเที่ยวกลางคืนเพราะอยากไปเที่ยว พี่ก็ยินดีจะไปด้วย แต่ถ้าไปเพราะหายาแก้โรคผิดหวัง พี่ว่าปิ่นอยู่บ้านดีกว่าเพราะต่อให้ปิ่นไปไหน ปิ่นก็หนีใจตัวเองไม่ได้”

    “พี่รินไม่เคยเจอแบบปิ่น พี่รินไม่เข้าใจหรอกว่าปิ่นรู้สึกยังไง พี่รินทร์ขา...ตอนนี้ใจปิ่นมันแย่มาก...”

    “จ้ะ...พี่รู้ว่าปิ่นเจ็บ แต่โลกนี้ก็มีคนที่เขาเจ็บเหมือนปิ่นอีกมาก เขายังผ่านมาได้ ปิ่นอย่ายอมให้ผู้ชายคนเดียวมาทำลายความศรัทธาในตัวเองของปิ่นเลยนะคนเก่งของพี่”

    ปิ่นปักน้ำตาซึมอย่างเจ็บปวด นครินทร์กอดน้องไว้อย่างปลอบใจ

    เมื่อกลับเข้าห้อง ปิ่นปักอุ้มหนูหนึ่งไปนั่งให้นมอยู่ริมหน้าต่างท่ามกลางความมืดภายในห้อง หัวใจยังเจ็บปวดกับเรื่องราวในชีวิต เธอให้นมลูกอย่างไร้ชีวิตจิตใจ ไม่แม้แต่จะกอดลูกไว้ในอ้อมอกเยี่ยมแม่ที่ควรทำ

    ที่บ้านศก คุณขจีเอาเงินฟาดหัวฝนหนึ่งล้านบาทตามที่ฝนขอ และสั่งห้ามมายุ่งวุ่นวายกับที่นี่อีก ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าตนไม่เตือน

    แต่คนที่เต็มไปด้วยเขี้ยวเล็บอย่างฝนไม่มีวันยอมจำนน บอกคุณขจีว่าเตือนมาเถอะ ตนอยากรู้ คุณเศียรสะกิดคุณขจีให้นิ่งแล้วตัวเองพูดแทน ขู่นิ่มๆว่า เมื่อก่อนพวกตนเคยเมตตาฝนเพราะฝนอุ้มท้องหลานของตนอยู่ แต่ตอนนี้ไม่มีเด็กแล้วถือว่าเธอไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเราอีก ฝนย้อนถามว่าถ้าตนมีลูกกับศกอีกคุณพ่อคุณแม่ก็จะกลับมาเมตตาตนเหมือนเดิมใช่ไหม

    ทั้งสองถามว่าหมายความว่ายังไง ฝนไม่บอกแต่ขอไปใช้เงินก่อน คุณขจีกลุ้มใจถามคุณเศียรว่าจะจัดการฝนอย่างไรดี

    คุณเศียรบอกให้ใจเย็นๆ ตอนนี้ฝนกำลังบ้า หายบ้าเมื่อไรก็คงไปเอง แต่คุณขจีกังวลว่ามันจะไม่เป็นอย่างนั้น...

    ooooooo

    วันนี้จุ้นพาหนูหนึ่งซึ่งอายุได้ 3 เดือนแล้ว เข็นรถพาไปข้างนอก ซื้อไอศกรีมกิน พลางหยอกล้อหนูหนึ่งอย่างเอ็นดู

    หารู้ไม่นักเลงคนหนึ่งกำลังจับตามองอย่างประสงค์ร้าย พอจุ้นเผลอมันพุ่งเข้าไปยกรถเข็นหนูหนึ่งจะพาหนี จุ้นตกใจร้องขอความช่วยเหลือ พาไลกำลังมองหาแท็กซี่ได้ยิน เธอวิ่งไปกระหน่ำฟาดหัวคนร้ายสั่งให้ปล่อยเด็กเดี๋ยวนี้ มันตกใจทิ้งรถเข็นและตัวหนูหนึ่งวิ่งหนีไป

    จุ้นรู้สึกเหมือนรอดตาย ไหว้ขอบคุณพาไลปลกๆ ที่ช่วยหนูหนึ่งไว้ พาไลจะให้ไปแจ้งความ จุ้นกลัวความแตก แล้วตนต้องถูกไล่ออกแน่ กอดขาพาไลอ้อนวอนอย่าไปแจ้งความเลย พาไลจึงเร่งให้จุ้นพาหนูหนึ่งเข้าบ้านเสีย แต่จุ้นฝากหนูหนึ่งไว้กับพาไล ตนขอกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วจะรีบกลับมา

    ระหว่างนั้นเอง นครินทร์กลับมาเห็นจุ้นวิ่งมาจากทางประตูเชื่อม สงสัยว่าจุ้นไปทำอะไรที่บ้านสวน

    นครินทร์ไปที่บ้านสวน เห็นพาไลกำลังหยอกล้อกับหนูหนึ่งอย่างเอ็นดู มีความสุข ทั้งยังร้องเพลงช้าง... ให้ฟังด้วยพอเงยหน้าเห็นนครินทร์ยืนมองอยู่ เธอถามว่ามาตั้งแต่เมื่อไหร่

    “ตั้งแต่... น้องเคยเห็นช้างหรือเปล่า...” นครินทร์ร้องเป็นเพลงหยอก พาไลทำหน้างอนหาว่าเสียมารยาทที่มาแอบฟัง “งั้นผมก็ต้องขอโทษด้วย ว่าแต่ทำไมจุ้นถึงพาหนูหนึ่งมาอยู่กับคุณ”

    “เอ่อ...จุ้น... จุ้นบอกว่างานบ้านเยอะ ไม่มีใครอยู่ ก็เลยเอามาฝากฉัน” นครินทร์จ้องหน้าถามอย่างแปลกใจว่าจุ้นไว้ใจเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ พาไลอึกอักเขาย้ำว่าบอกตนมาตามตรงเถอะ พาไลจึงเล่าความจริงให้ฟังแล้วขอร้องว่า “จุ้นขอเอาไว้ว่าไม่ให้ฉันบอกใคร เพราะจุ้นกลัวว่าจะถูกไล่ออก”

    “แต่จุ้นทำไม่ถูก”

    “ค่ะ...ฉันเข้าใจคุณ เข้าใจจุ้นด้วย เท่านี้จุ้นก็รู้สึกผิดมากแล้ว ต่อไปจุ้นคงไม่กล้าพาหนูหนึ่งออกไปเดินข้างนอกตามลำพังอีก”

    นครินทร์รับปากว่าจะไม่เอาเรื่องเพราะหลานตนก็ปลอดภัยแล้ว พาไลตั้งข้อสังเกตว่าตนเห็นคนร้ายเดินตามหลังจุ้นพอจุ้นเผลอก็ลงมือ เหมือนกับว่า เขาตั้งใจเจาะจงมาลักพาตัวหนูหนึ่ง

    ที่ห้างสรรพสินค้า ฝนซื้อของหิ้วเต็มสองมือ พอวางสายโทรศัพท์ก็จิกตาร้ายพึมพำ

    “นังปิ่น ครั้งนี้ถือว่าเป็นโชคดีของแก”

    นครินทร์บอกพาไลว่าตนจะไปคุยกับเพื่อนตำรวจให้ช่วยหาเบาะแสคนร้าย พาไลเตือนว่าระหว่างนี้ต้องดูแลหนูหนึ่งให้ดี อาสาว่าถ้าไม่มีคนดูแลเอามาให้ตนดูแลก็ได้ นครินทร์ขอบคุณที่เป็นห่วงหลานตน

    “ฉันสงสารแกค่ะ ยังไม่ทันจะรู้เรื่องอะไรเลย พ่อแม่ก็ต้องแยกทางกัน ระหว่างไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพ่อแม่ที่แท้จริงไปเลยอย่างฉัน กับรับรู้ว่าพ่อแม่มีปัญหาอย่างไรกันเหมือนหนูหนึ่ง ฉันไม่รู้เลยว่า อย่างไหนจะดีกว่ากัน”

    นครินทร์พยักหน้าอย่างเข้าใจความรู้สึกของเธอ

    ooooooo

    ในที่สุด ศกกับปิ่นปักก็เซ็นใบหย่ากัน ในขณะที่ศกเซ็นใบหย่าโดยไม่มองหน้าปิ่นปักเลยนั้น ปิ่นปักเองกลับรู้สึกเจ็บปวดเมื่อนึกถึงวันชื่นคืนสุขที่ผ่านมา

    ฝ่ายคุณโปรย อับอายขายหน้าจนไม่อยากรับโทรศัพท์ที่โทร.มาถามข่าวคราว สั่งจุ้นว่าถ้าใครโทร.มาก็ให้บอกว่าตนไม่อยู่ บ่นกับคุณยอดว่า “เรื่องชาวบ้านอยากรู้กันเหลือเกิน”

    “ก็ตอนแต่ง คุณเที่ยวโทร.เล่านิยายรักหวานของปิ่นกับคุณศกให้ชาวบ้านฟังไปทั่ว เขาก็ต้องอยากรู้ตอนจบของนิยายรักเรื่องนี้น่ะสิ” คุณยอดติง

    พัชรินดี๊ด๊ามาหาปิ่นปัก ถามว่าหย่ากันเรียบร้อยแล้วหรือ ศกให้อะไรเธอบ้าง พอรู้ว่าเซ็นเช็คให้ยี่สิบล้าน พัชรินอุทานตื่นเต้น บอกว่าโชคดี ถึงหย่าก็ยังได้ของตอบแทน ผู้หญิงคนอื่นไม่เคยได้อะไรทั้งขึ้นทั้งล่อง

    “จะมีเงินอีกกี่สิบกี่ร้อยล้าน มันก็แลกกับสิ่งที่ฉันเสียไปไม่ได้หรอก” ปิ่นปักฝืนยิ้มทั้งน้ำตากลับถึงบ้าน พัชรินเข้าครัวโยนพริกแห้งลงในกระทะเชฟลอน กลิ่นฉุนจนยุทธบ่นว่า เคยบอกแล้วว่าถ้าจะเผาพริกเผาเกลือแช่งใครให้ออกไปเผาข้างนอก ในบ้านมันฉุน พัชรินหาว่าเขามองตนในแง่ร้าย ตนจะทำสปาเกตตีพริกแห้งที่เขาชอบให้ต่างหาก ยุทธถามว่านึกยังไงถึงได้ลุกขึ้นมาทำครัว?

    “วันนี้ฉันอารมณ์ดีและมีความสุขมาก เพราะว่ายัยปิ่นหย่ากับคุณศกแล้วค่ะ” ยุทธถามว่าชีวิตครอบครัวเพื่อนพังเธอยังจะมีความสุขได้ลงคอหรือ “แน่นอน! ฉันรอให้ถึงวันนี้มานานแล้ว วันที่ยัยปิ่นรู้จักคำว่าผิดหวังบ้าง ไม่ใช่ว่าเกิดมาโชคดีไปเสียทุกอย่าง ในที่สุดฉันก็รู้ว่าโลกนี้ยังมีความยุติธรรมอยู่จริงๆ”

    “แต่โลกไม่ยุติธรรมกับผม ที่ทำให้ผมมีเมียนิสัยอย่างคุณ” พัชรินกรี๊ดถามว่าด่าตนทำไม “ผมพูดความจริง ผมอดทนกับนิสัยแย่ๆของคุณมานานมากแล้ว เพราะผมคิดว่าสักวันคุณน่าจะดีขึ้น แต่เปล่าเลย นับวันคุณยิ่งขี้อิจฉา ขี้เกียจ ขี้เม้าท์คนอื่น ผมไม่กินสปาเกตตีแล้ว อยากให้คุณเอาพริกแห้งไปเผาสาปแช่งชีวิตคู่ของเรา คุณจะได้เข้าใจความรู้สึกคุณปิ่นว่าเวลาหย่ากับผัวมันเป็นยังไง”

    ยุทธพูดแล้วเดินออกไปเลย พัชรินกรี๊ดลั่น ตะโกนถามแทบจะคลั่งว่า

    “คุณยุทธ คุณจะเลิกกับฉันเรอะ! ไอ้คุณยูททททท!!!” พัชรินเปลี่ยนจากหน้าระรื่นเป็นกรีดร้องคร่ำครวญทันที

    ooooooo

    เพรียวอ่านข่าวการหย่าของปิ่นปักจากหนังสือ พิมพ์ แม่เขาในชุดนุ่งขาวห่มขาวเดินลงมาถามว่ายิ้มอะไร พอเพรียวบอกว่าปิ่นกับศกหย่ากันแล้วแม่ถามว่า แล้วยิ้มทำไม

    “ผมดีใจแทนปิ่นน่ะแม่ สามีปิ่นเป็นคนไม่ดี ปิ่นเลิกกับเขาได้ก็จะได้หลุดพ้นจากนรกเสียที”

    “เลือกคู่ชีวิตผิดมันก็ต้องทุกข์แบบนี้แหละ เราเองก็ระวังไว้เถอะ จะเลือกใครมาเป็นเมียก็ต้องดูให้ดี อย่าไปเอาผู้หญิงที่ยอมนอนกับเราง่ายๆ เอาปากกาขีดหน้าผากไว้เลยว่า อย่าเอามาตบแต่ง เพราะถ้าลองเขานอนกับเราง่าย เขาก็นอนกับผู้ชายอื่นง่ายเหมือนกัน แม่ไม่อยากเห็นเราทุกข์ไปจนตายเหมือนแม่ พอเหอะไม่อยากพูดมากให้ใจฟุ้งซ่าน ไปปฏิบัติธรรมเดี๋ยวไม่ได้บุญ”

    เพรียวยิ้มๆ ไม่ถือสาอะไรแม่

    ที่มหาวิทยาลัย นครินทร์ชวนมิตราไปหาหนูหนึ่งกัน เธอถามว่าเขาชวนเองหรือมีใครให้ชวน พอเขาบอกว่าชวนเอง มิตราจึงตกลงไป

    คุณยอดดูสายตาลูกชายที่มองมิตราเล่นกับหนูหนึ่งออก บอกลูกชายว่าชวนเขามาบ้านแต่มายืนมองเขาอยู่อย่างนี้วันหลังใครเขาจะอยากมาอีก

    “ผมกำลังคิดอะไรหน่อยน่ะครับ ทำไมผมถึงไม่นึกรักคุณมิน คุณมินเองก็ดีทุกอย่าง ถ้าผมรักคุณมิน ได้ ทุกคนก็คงจะมีความสุข”

    “เพราะเสน่ห์ของพาไลเข้าฝังในใจรินทร์แล้วน่ะสิ”

    “พ่ออย่าโยง ไม่เกี่ยวกันสักหน่อย”

    “อย่าปฏิเสธ พ่อเป็นผู้ชายที่อาบน้ำร้อนและน้ำในอ่างมาก่อนแก แต่เอาเถอะนะรินทร์...ถึงใจแกจะยังไม่รักหนูมิน ยังไงก็อย่าเพิ่งปิดประตูลงกลอนไปก่อนล่ะ วันนี้ไม่รัก พรุ่งนี้อาจจะรักไปเอง แล้วอีกอย่างนะ สงสารแม่เรา เขาผิดหวังเรื่องปิ่นมากมีเรื่องหนูมินมาให้เขาได้รู้สึกดีบ้างก็ยังดี”

    นครินทร์ถามว่าปิ่นปักทำอะไรอีกหรือเปล่า จึงรู้ว่าเมื่อกลางวันก็ทะเลาะกันและเธอย้ายออกไปอยู่ข้างนอกแล้ว นครินทร์ถามว่าแล้วลูกล่ะ? คุณยอดบอกว่าเอาไว้ที่นี่ แต่จะเทียวไปเทียวมา เขาว่าอยากเป็นอิสระ

    “ปิ่นนะปิ่น จะต้องบินไปไกลถึงไหน ถึงจะพอ” นครินทร์รำพึงอย่างเป็นห่วงน้อง

    ที่แท้...ปิ่นปักไปซื้อคอนโดแล้วย้ายเข้าไปอยู่เลย เป็นคอนโดเดียวกับที่มิ้มอยู่ เมื่อพาไลบอกมิ้มขณะขายเสื้อด้วยกัน มิ้มรู้แล้วบอกว่า

    “เออสิ...อยู่ชั้นเดียวกันด้วย เมื่อก่อนเคยดูถูกพวกเรานักหนา สุดท้ายนางก็ต้องมาอยู่ที่เดียวกับคนอย่างเรา” พาไลถามว่าปิ่นปักรู้ว่ามิ้มอยู่ที่นี่เขาไม่เปลี่ยน ใจหรือ? “ฉันไม่มีอิทธิพลกับนางขนาดนั้นหรอก แต่จะว่าไปนะ ตั้งแต่นางเลิกกับผัว นางสวยขึ้นนะ ดูมีชีวิตชีวาเป็นแม่ม่ายสาวพราวเสน่ห์ ตอนนี้นางได้สถานภาพใหม่แล้ว ได้คอนโดใหม่แล้ว คอยดูเถอะ...ชีวิตนางต้องได้อะไร ‘ใหม่ๆ’ อีกเยอะ”

    พาไลขายเสื้อที่ตัวเองกับมิ้มช่วยกันปักและสร้างสรรค์แปลกตา ขายดีมาก จนพาไลไม่มีเวลาไปหาแม่ที่บ้าน ได้แต่ส่งเงินไปให้แม่ใช้

    ooooooo

    เมื่อ “ชีวิตเป็นอิสระ” ปิ่นปักเริ่มมีนัดกับเพื่อนชายที่พบกันในผับ ดื่มกินและเต้นรำกันจนเธอไว้ใจเขามากขึ้นทุกที แต่หารู้ไม่ว่าชายคนนั้นกับเพื่อนวางแผนวางยาเธออย่างแนบเนียน

    คืนนี้ เพรียวใจไม่ดีเมื่อมือไปปัดถูกกล่องใส่รูปปิ่นปักที่เขาวาดไว้ตกกระจาย เขาโทร.ไปหานครินทร์ถามว่าปิ่นปักอยู่ไหน นครินทร์บอกว่าตนก็ติดต่อไม่ได้ โทร.ไปที่คอนโดก็ไม่อยู่ บ่นกับเพรียวว่า

    “อยากให้กลับมาดูลูก ไม่รู้ว่าหนูหนึ่งเป็นอะไร ร้องไห้ไม่หยุดเลย นี่ก็ไม่มีใครอยู่บ้าน คุณพ่อพาคุณแม่ไปต่างจังหวัด ป้าแสงก็ลา ฉันอยู่บ้านกับจุ้นแค่สองคน”

    เพรียวถามว่าแล้วพยาบาลที่ปิ่นปักจ้างมาล่ะ นครินทร์บอกว่าเลิกจ้างไปตั้งแต่หนูหนึ่งอายุได้สามเดือนแล้ว

    วางสายจากนครินทร์แล้วเพรียวเป็นห่วงว่าปิ่นปักไปไหน? ไม่นานนครินทร์ก็โทร.กลับ เพรียวจึงไปผับที่นครินทร์บอกทันที

    ปิ่นปักถูกชายรูปหล่อคนนั้นพูดคุยและชวนออกไปเต้นรำ สัมผัสใกล้ชิดทำให้ปิ่นปักไว้ใจ จนถูกเพื่อนของเขาที่โต๊ะวางยาในเครื่องดื่ม ไม่นานเธอก็เริ่มรู้สึกมึน ชายคนนั้นอาสาจะพากลับ ปิ่นปักบอกว่าตนกลับเองได้

    ชายคนนั้นแสดงความปรารถนาดีเป็นห่วงประคองปิ่นปักไปที่รถ เธอพยายามขัดขืนแต่ก็ไม่มีแรงเพราะยาออกฤทธิ์

    แต่ขณะชายคนนั้นกำลังจะพาเธอขึ้นรถนั่นเองก็ถูกมือหนึ่งกระชากไปชกหน้าอย่างแรงจนเลือดกบปากล้มลง

    “มึงจะทำอะไรปิ่น” เพรียวนั่นเอง เขาตะคอกใส่ ชายคนนั้นตวาดว่าอย่ายุ่งเรื่องของผัวเมีย เลยถูกเพรียวซ้ำเข้าไปอีกหลายหมัด เพรียวก็ถูกชายอีกคนที่เป็นเพื่อนกันจะใช้ไม้ฟาดแต่เพรียวรู้ตัวและหลบทัน

    เพรียวสู้กับชายทั้งสองจนปิ่นปักตกใจร้องห้าม แต่เธอก็ถูกยานอนหลับออกฤทธิ์จนสลบไป

    แต่ชายทั้งสองที่ทำท่าจะได้เปรียบเพรียว ก็ต้องวิ่งหนีเมื่อ รปภ.เป่านกหวีดลั่น เพรียวในสภาพบอบช้ำรีบไปดูปิ่นปักที่นอนหมดสติไปแล้ว

    ooooooo

    พาไลปักเสื้ออยู่ที่บ้านสวน ได้ยินเสียงหนูหนึ่งร้องไห้งอแงผิดปกติจึงโทร.ไปถามนครินทร์ว่าหนูหนึ่งเป็นอะไร เมื่อฟังจากนครินทร์แล้วเธอไปดูที่บ้านและโทร.ไปถามแม่แล้วบอกนครินทร์ว่า

    “คุณแม่บอกว่าเด็กร้องไห้อาจเป็นเพราะไม่สบายตัว ให้ลองเปลี่ยนผ้าอ้อมใหม่”

    ทั้งสองช่วยกันเปลี่ยนผ้าอ้อมให้หนูหนึ่งกันเก้ๆกังๆ แต่จุ้นที่ดูอยู่ยิ้มกับตัวเองพึมพำว่าดูไปดูมาก็น่ารักดี

    ช่วยกันดูแลจนหนูหนึ่งนอนหลับปุ๋ยไปแล้ว พาไลจึงขอตัวกลับบอกว่าถ้ามีอะไรจะให้ช่วยอีกก็เรียกได้เลยเพราะตนปักเสื้อไว้ขายอยู่อีกนานกว่าจะนอน นครินทร์ถามว่าปักคนเดียวหรือ ทำไมไม่จ้างคนช่วย

    “ไม่อยากทำอะไรเกินตัวค่ะ ทำเท่าที่ทำคนเดียวไหว ค่อยเป็นค่อยไป ไม่อยากผลีผลามแล้วเจ๊งเหมือนตอนขายครีม” นครินทร์ถามถึงเรื่องเรียน “ฉันไปสมัครเรียนมหาวิทยาลัยเปิดแล้วค่ะ ขายของกับเรียนควบคู่กันไปก็พอไปไหว”

    นครินทร์ชมว่าเก่งจัง พาไลบอกว่าตนมาถึงวันนี้ ไม่ได้ถ้าไม่มีกำลังใจากคุณพ่อคุณแม่และจาก...ตัวเอง นครินทร์หน้าจ๋อยไปอย่างผิดคาดนิดหนึ่ง แต่ก็ให้กำลังใจว่ากำลังใจจากตัวเองเป็นสิ่งที่ดีที่สุด แต่พอพาไลเดินเข้าบริเวณบ้านสวน เธอหันมองนครินทร์อย่างอาลัย อาวรณ์ พึมพำจากหัวใจว่า

    “คุณคือกำลังใจสำคัญของฉันค่ะคุณรินทร์”

    ooooooo

    เพราะปิ่นปักยังไม่รู้สึกตัว เพรียวจึงพากลับไปที่บ้านของเขาซึ่งแม่ยังไม่กลับ เมื่อปิ่นปักรู้สึกตัวขึ้นเธอผวาเหมือนเจอภาพหลอน เฝ้าแต่ร้องอย่า...อย่ามายุ่งกับฉัน...

    เมื่อเพรียวเรียกจนเธอได้สติบอกว่าเธออยู่กับตนและปลอดภัยแล้ว ชี้แจงกับเธอว่า

    “พี่ไม่อยากให้ปิ่นกลับบ้านในสภาพแบบนี้ พี่ก็เลยพาปิ่นมาพักที่บ้านพี่ก่อน ถ้าปิ่นรู้สึกดีขึ้นพี่จะพากลับเอง”

    ปิ่นปักถามว่าเขาบอกนครินทร์หรือยัง พอรู้ว่ายังก็ขอร้องอย่าบอก เพราะพี่ชายเคยเตือนตนเรื่องอย่าไว้ใจคนแปลกหน้าเสมอ เพรียวรับปากจะไม่บอกเพื่อให้เธอสบายใจ ไปหาผ้าเย็นให้และบอกว่าห้องน้ำอยู่ที่ไหนให้เธออยู่ได้ตามสบาย

    “ปิ่นอยากดื่มต่อค่ะพี่เพรียว ปิ่นอยากดื่ม อยากลืมความโง่ของตัวเอง” เมื่อเพรียวไม่อยากให้ดื่มเธอก็จะออกไปหาดื่มเอง เพรียวจึงจำต้องให้ดื่มและตัวเองดื่มเป็นเพื่อน อย่างน้อยก็ทำให้ตนสบายใจว่า เธอปลอดภัยแน่

    ปิ่นปักดื่มแก้วแล้วแก้วเล่า เพรียวดื่มไม่ทันไรก็เริ่มรู้สึกมึนๆ บอกว่าตนดื่มไม่เก่ง ปิ่นปักไม่เชื่อถามว่าถ้าดื่มไม่เก่งแล้วทำไมถึงมีเหล้าไว้ในบ้านตั้งหลายขวด

    “ของแม่พี่ เวลาแม่ของขึ้นเรื่องพ่อ แม่ก็จะเอามาดื่มแก้เครียด”

    “โลกนี้ต้องมีผู้หญิงอีกกี่คน ต้องช้ำใจเพราะความไม่รู้จักพอของผู้ชาย ปิ่นเคยมั่นใจว่าชีวิตคู่ของปิ่นต้องดี ทุกคนต้องอิจฉาปิ่นเหมือนตอนที่ปิ่นแต่งงาน แต่ทุกอย่างตรงกันข้าม”

    ปิ่นปักรินเหล้ายกดื่มหมดแก้วอีก แล้วพูดต่ออย่างเจ็บปวด เล่าถึงความว้าเหว่ถูกศกทอดทิ้งให้อยู่บ้านหลังใหญ่โตแต่ไม่มีความสุข ศกไม่เคยมีเวลาให้ตน พอตนพูดก็หาว่างี่เง่าเรียกร้องมากเกินไป เล่าถึงจุดแตกหักว่า

    “ทั้งที่เขาเป็นคนทิ้งขว้างปิ่นกับลูก แถมยังเอาผู้หญิงอื่นเข้ามานอนบนเตียงของปิ่น ชีวิตปิ่นน่าสมเพชไหมพี่เพรียว”

    ปิ่นปักยังดื่มไม่หยุด เพรียวขอร้อง ยื้อแย่งกันเล็กน้อยจนปิ่นปักเซจะล้ม เพรียวกอดเธอไว้ ปิ่นปักร้องไห้โฮ

    “พี่รู้ว่าปิ่นทุกข์ พี่ทำอะไรไม่ได้ดีไปกว่าบอกปิ่นว่า ปิ่นต้องเข้มแข็ง ไปนะพี่จะพากลับบ้าน” ปิ่นปักขอร้องว่าอย่าเพิ่งพากลับให้กอดตนไว้ ตนอยากอยู่แบบนี้อีกสักพัก “ปิ่นรู้สึกดีจัง ปิ่นจำไม่ได้แล้วว่าเคยถูกกอดแบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว แต่มันคงจะนานมาก ปิ่นถึงได้เหงาเหลือเกิน...”

    ปิ่นปักมีความสุขอยู่ในอ้อมกอดที่อ่อนโยนอบอุ่นของเพรียวจนต่างเคลิ้มปล่อยใจไปตามอารมณ์ปรารถนา...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    23 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 08:06 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์