ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เลือดรักทระนง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

หลังจากคุณพระได้ดูรูปหมั้นของรามกับปูเป้แล้วก็กินไม่ได้นอนไม่หลับ ท่านชายบอกกระถินว่าตนได้ยินข่าวนี้มานานแล้วแต่คิดว่ารามคงไม่อยากให้ทางบ้านรับรู้

“พี่รามคงไม่อยากให้ทางบ้านรับรู้จริงๆนั่นแหละค่ะ” กระถินพลิกด้านหลังรูปให้ท่านชายดู “ลายมือของพี่รามทำไมหม่อมฉันจะจำไม่ได้เพคะ ถ้าเดาไม่ผิดนี่คงเป็นคุณปูเป้ปลอมลายมือพี่รามส่งมา พี่รามไม่น่าจะรู้เห็นด้วยหรอกเพคะ” ท่านชายถามว่ากระถินรู้ว่าเขาหมั้นกันจริงๆ

ใช่ไหม “เรื่องความรักเธอคงไม่ได้โกหก แต่เรื่องที่เธอทำให้คุณลุงทรุดลง หม่อมฉันก็ยอมไม่ได้เช่นกันเพคะ”

กระถินเขียนจดหมายถึงปูเป้แสดงความยินดีตามที่ปูเป้เขียนขอมาว่า

“ดิฉันขอแสดงความยินดีกับการหมั้นของคุณและพี่รามด้วย ที่ดิฉันตั้งใจส่งจดหมานี้ถึงคุณปูเป้โดยเฉพาะ เพราะรู้ว่าคุณเป็นคนส่งรูปถ่ายใบนั้นมาให้ ในฐานะน้องสาว ดิฉันยินดีจะยกพี่ชายให้คุณแต่กรุณาคืนพี่รามให้คุณพ่อของเขาด้วย คุณลุงกำลังป่วยหนัก อย่าพยายามให้พี่รามตัดขาดกับทางบ้าน เพราะพี่รามไม่ได้เป็นแค่คู่หมั้นของคุณ แต่เขายังมีพันธะเป็นลูกชายของคนอื่นอยู่เช่นกัน”

อ่านแล้วปูเป้ขยำจดหมายทิ้งอย่างหงุดหงิดที่กระถินรู้ทันตน คำรามอย่างแค้นใจ

“ป่วยงั้นเหรอ แผนตื้นๆคิดว่าฉันจะหลงกลแกรึไงนังกระถิน”

วันนี้สร้อยสนไปรับยาของคุณพระจากโรงพยาบาลกลับมาบอกกระถินว่า

“หลวงแพทย์ให้ระวังเสมหะจะอุดตันที่ปอดแล้วทำให้ปอดติดเชื้อ นี่เป็นยาตัวใหม่ ตอนนี้ยาเท่าที่หาได้ทั้งโรงพยาบาลมีแค่ 30 เม็ดเท่านี้ ท่านกำชับให้กินต่อเนื่องอย่าให้ขาดจนกว่ายาจะหมด”

กระถินเทยาออกมาเป็นแคปซูลสีแดงดำ แม่นิ่มปรารภว่าหมดยาคราวนี้แล้วคงหาลำบากกว่าเก่าเพราะนำเข้ายาไม่ได้อีกแล้ว กระถินเสนอให้พาคุณลุงย้ายไปอยู่ที่หัวหิน สร้อยสนเห็นด้วยเพราะถ้าทางรถไฟโดนตัดเราจะไม่มีทางพาคุณลุงไปได้อีกเลย

สภาพของคุณพระขณะนี้ นอกจากเคลื่อนไหวไม่ได้แล้วยังต้องเจาะคอช่วยหายใจและดูดเสมหะทำให้พูดไม่ได้ เมื่อกระถินไปถามเรื่องย้ายไปอยู่หัวหินก็ได้แต่ทำเสียงฮือ...ฮือ...กระถินรู้ว่าท่านไม่อยากไป บอกว่าไม่อยากไปก็ไม่ไป ตนจะอยู่ด้วยกันไม่ไปไหน คุณพระจึงสงบลง

เมื่อคุณพระไม่ยอมไป กระถินจึงหว่านล้อมให้เอมปรีดิ์กับแม่นิ่มพาบ่าวไพร่อพยพล่วงหน้าไปก่อน ท่านชายเห็นด้วย บอกว่าเสด็จพ่อมีเรือนตากอากาศที่นั่น อีกหลัง ถ้าที่ไม่พออยู่ก็ขยับขยายไปอยู่ได้ ท่านชายบอกเอมปรีดิ์ว่า

“คุณป้าไม่ต้องเป็นห่วงกระถินหรอกนะจ๊ะชายกับพี่หญิงอยู่ทางนี้จะช่วยดูแลกระถินให้ ถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่ พวกเราก็จะรีบตามไปสมทบที่หัวหินทันที”

ในวันที่กระถินส่งพวกแม่นิ่มเดินทางไปสถานีรถไฟ ต่างอาลัยอาวรณ์และเป็นห่วงกัน แม่นิ่มบอกกระถินว่าให้ “เข้มแข็ง อดทน เราต้องเป็นที่พึ่งให้ทุกคน แม่นิ่มสัญญาว่าเราต้องได้เจอกันอีก”

พุดกรองยืนมองอยู่ที่ระเบียง พูดอย่างสะใจว่า “ดีแล้วที่ไปเสียได้ ไม่ต้องกลับมาได้ยิ่งดี” ละมุดเสนอว่าเราก็น่าจะหาทางหนีทีไล่เอาไว้บ้าง พุดกรองพูดเหี้ยมเป็นนัยว่า “ถ้าจะมีใครตายก็คงไม่ใช่พวกเราหรอก”

ooooooo

ก่อนไปหัวหินแม่นิ่มเก็บดอกบุนนาคฝากไว้ให้คุณพระ เมื่อจันทร์เอาไปให้ คุณพระรับไปดมอย่างมีความสุขที่แม่นิ่มฝากดอกไม้ไว้ให้เหมือนแทนใจ

เมื่อแม่นิ่มไม่อยู่ พุดกรองมาคลุกคลีทำเป็นช่วยดูแลคุณพระแต่ที่แท้มาแอบดูยาที่กระถินป้อนให้คุณพระหลังอาหารเห็นไม่ใช่ยาตัวเดิมกลายเป็นแคปซูล

สีดำแดง สร้อยสนบอกว่าคุณลุงอาการไม่ดีหลวงแพทย์เลยเปลี่ยนยาให้

เมื่อกลับไปที่ห้องตัวเอง พุดกรองสั่งละมุดให้ขโมยยานั้นมาแล้วสอดไส้ยาพิษของตนแทน ละมุดนึกว่าเป็นยาโด๊ปที่พุดกรองเคยบอกติงว่า จนป่านนี้แล้วยังหมกมุ่นเรื่องพวกนี้ กลัวจะเป็นแตงเถาตายหรือ

“นังละมุด ถ้าเอ็งไม่ทำก็ไสหัวไปเลยนะจะมาเกาะกินถ่วงชีวิตข้า ทำให้ข้าดักดานอยู่อย่างนี้” ละมุดถามว่าจะให้ทำอย่างไรในเมื่อกระถินหวงยาขนาดนั้น พุดกรองจิกตาร้ายพึมพำ “มันต้องมีวิธีสิวะ”

แล้ววันนี้พุดกรองก็ไปป้อนข้าวให้คุณพระแทนจันทร์ พอกระถินเข้ามาไขกุญแจเอาขวดยามาเทยาออกมาแคปซูลหนึ่ง พุดกรองก็แกล้งทำข้าวต้มหกรดคุณพระจนกระถินต้องวางขวดยาหันมาดูแลคุณพระ ละมุดรีบแอบเปลี่ยนขวดยาทันที

ต่อมาละมุดรู้ว่ายาที่พุดกรองให้เปลี่ยนนั้นเป็นยาพิษ ตกใจถามว่า “เอ็งวางยาท่าน!” พุดกรองพูดเลือดเย็นว่าอาการปางตายอย่างนั้นปล่อยให้ทรมานทำไม ถึงไม่ไปตอนนี้ระเบิดลงก็ไปอยู่ดี

“ถ้าถึงคราวท่านก็ไปเองแหละไม่ถึงกับต้องฆ่าแกงกัน” ละมุดโยนยาทิ้งอย่างกลัวเรื่องจะแดง

พุดกรองหว่านล้อมว่าเราไม่ต้องลงมือเองแค่เปลี่ยนยาแล้วยืมมือกระถินลงมือให้ จะกลัวอะไร ถามว่าอยากเป็นขี้ข้าไปตลอดชีวิตหรือไง นี่เป็นทางเดียวที่เราจะยึดทุกอย่างไว้และโยนความผิดให้กระถินเป็นฆาตกร เห็นละมุดกลัวก็ปลอบว่า

“รามไม่อยู่นังแก่กับอีนิ่มก็เปิดไปแล้ว อีกระถินก็ยังไม่ระแคะระคายถ้าคุณพี่ตายเสียตอนนี้ก็จะไม่มีใครสาวถึงเรา”

ละมุดเอาขวดยาที่ใส่ยาพิษกลับมาที่ห้องพักฟื้นของคุณพระท่าทางมีพิรุธ เมื่อกระถินจะเอายาให้คุณพระกิน ละมุดก็หลอกกระถินว่ามีโทรศัพท์เข้า พอกระถินไปรับสายก็รีบเปลี่ยนขวดยา คุณพระเห็นก็ทำเสียงเอะอะแต่พูดไม่ได้

กระถินได้ยินเสียงคุณพระเอะอะรีบกลับมาถามว่าคุณลุงเป็นอะไร คุณพระได้แต่ส่งเสียงเอะอะกระถินบอกว่าคุณลุงไม่สบายให้กินยาเสีย คุณพระพยายามขัดขืน กระถินหว่านล้อมให้กินยาจะได้หายไวๆ แล้วป้อนยาคุณพระจนได้ คุณพระน้ำตาไหลเมื่อต้องกลืนยาเข้าไป

“อดทนหน่อยนะคะ สักวันคุณลุงจะต้องหาย” กระถินให้กำลังใจ ไม่รู้ว่ายาที่ตนป้อนให้คุณพระนั้นเป็นยาพิษ!

ที่หัวหิน แม่นิ่มที่ปั่นด้ายอยู่ด้ายขาดจึงไปจับที่กงล้อก็โดนบาดนิ้วจนเลือดออก แม่นิ่มสังหรณ์ใจว่าจะเป็นลางร้าย

ขณะเดียวกัน ท่านชายให้เพื่อนนำโทรเลขไปให้รามที่แมนชั่น อ่านโทรเลขแล้วรามเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางอย่างเร่งรีบ ปูเป้ถามว่าจะไปไหน รามบอกว่าพ่อป่วยหนักตนต้องกลับเมืองไทย

ปูเป้ตกใจถามว่ารามรู้ได้อย่างไร พอรามบอกว่าท่านชายให้คนนำโทรเลขมาให้ก็โล่งใจจะตามกลับไปด้วย ขณะจัดเสื้อผ้าใส่กระเป๋าทำสร้อยห้อยจี้ทองของกระถินหล่น รามถามว่าสร้อยนี้มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ปูเป้ตกใจแต่ทำไก๋ถามว่า

“นั่นสิ สร้อยของกระถินมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง” รามถามว่ารู้ได้ยังไงว่าเป็นของกระถิน? “กระถินเป็นคนส่งมา เขาก็แค่จะปั่นหัวให้รามกลับไป เรื่องพ่อนี่ก็เหมือนกัน รามอย่าไปหลงกลเขาเลยนะ เขาเอาเรื่องนี้มาอ้างตลอดเวลา”

รามจับโกหกปูเป้ได้ ถามว่าทำไมเธอรู้เรื่องดี แต่ตนไม่รู้เรื่องพ่อเลย ปูเป้โผกอดรามบอกว่าเรื่องนี้ตนอธิบายได้

“งั้นอธิบายเรื่องสร้อยนี่ให้ผมฟังทีได้ไหม”

ปูเป้หน้าเจื่อนกลัวถูกรามจับได้ว่าตนเป็นคนกักทำลายจดหมายติดต่อทั้งหมดไว้เอง

ooooooo

สุขภาพของคุณพระทรุดโทรมอย่างรวดเร็ว จนวันนี้ตามองไม่เห็นแล้ว กระถินร้องไห้เสียใจบอกสร้อยสนว่าคุณลุงตามองไม่เห็นแล้ว สร้อยสนพากระถินไปที่ห้องพุดกรอง เอายาแคปซูลสีแดงดำออกมาให้ดูบอกว่า

“ฉันไม่รู้ว่ามันเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยไหม วันนี้ฉันเข้าไปค้นดูพินัยกรรมในห้องคุณแม่ แล้วเจอยานี้”

กระถินมั่นใจว่าตนเป็นคนดูแลยาไม่มีวันที่ใครจะมาทำอะไรได้ สร้อยสนเสนอให้ตรวจนับยานับแต่วันที่เอามาว่ากินไปกี่เม็ดและเหลือกี่เม็ด บอกว่า “บางทีที่อาการคุณลุงทรุดลงขนาดนี้อาจจะเกี่ยวกับคุณแม่ก็ได้”

เมื่อกลับมาที่ห้องพักฟื้นของคุณพระ กระถินเจอพุดกรองอยู่ในห้องก่อนแล้วท่าทางลุกลี้ลุกลนจึงแอบดูได้ยินพุดกรองตวาดถามคุณพระว่า “ตกลงแกเอาพินัยกรรมไว้ที่ไหน” คุณพระทำเสียงไม่เป็นภาษา พุดกรองโมโหปัดหนังสือบนโต๊ะตกรวมทั้งหนังสือ “โคลงโลกนิติ” ที่คุณพระสอดพินัยกรรมที่เขียนใหม่ไว้ด้วย พุดกรองอ่านพินัยกรรมตาลุกคำราม

“ที่แท้แอบเขียนไว้ใหม่ นี่ยังเห็นฉันเป็นเมียอยู่ไหม โง่ยกสมบัติให้อีกระถิน มันเป็นเมียแกอีกคนรึไง นี่คงไม่รู้ตัวสินะว่ามันป้อนยาพิษใส่ปากแกอยู่ทุกวัน ที่แกเป็นแบบนี้ก็ฝีมือนังลูกโจรมันทั้งนั้น แล้วยังจะยกสมบัติไปปรนเปรอมัน สมแล้วที่จะถูกมันปล้นหมดตัว ไอ้โง่เอ๊ย!!!”

กระถินช็อกที่ได้ฟังความจริงจากปากพุดกรอง พอเข้าไปต่อว่าก็ถูกพุดกรองหาว่าปรักปรำตน โทษว่า

“แกนั่นแหละคือคนที่ป้อนยาพิษให้มันทุกวัน แกต่างหากที่เป็นคนฆ่ามันเพราะพินัยกรรมฉบับนี้ไง”

พุดกรองอ้างว่าพินัยกรรมฉบับนี้จะเป็นหลักฐานว่ากระถินทำเพราะต้องการยึดสมบัติ ขู่ว่าถ้ากระถินเล่นงานตน ตนก็จะให้ตำรวจยัดข้อหาให้จับเข้าตะราง คุณพระส่งเสียงโวยวายเพื่อจะช่วยกระถินแต่พูดไม่รู้เรื่อง กระถินคุกเข่ากุมมือคุณพระร้องไห้อย่างรู้สึกผิดมหันต์...

เมื่อกลับไปที่บ้านทด พุดกรองเอาพินัยกรรมที่คุณพระเขียนใหม่ให้ทดดู พูดอย่างเจ็บใจว่า

“มันทำพินัยกรรมระบุให้รามแต่งงานกับกระถินแล้วจะได้สมบัติ นังกระถินมันจะได้ครอบครองทุกอย่างในบ้าน คุณพี่จะต้องเสียสติไปแล้ว”

“ในเมื่อยังไม่เคยมีใครเห็นพินัยกรรมฉบับนี้ แล้วเราจะปล่อยให้มันเป็นอย่างนั้นทำไม” ทดแววตาเจ้าเล่ห์ แล้วเผาพินัยกรรมฉบับนั้นทันที

ooooooo

กระถินส่งข่าวเรื่องอาการป่วยของคุณพระให้เอมปรีดิ์และแม่นิ่มที่หัวหิน แม่นิ่มจับรถไฟกลับทันที แต่ไม่ได้มาคนเดียวเพราะเจอรามบนรถไฟขบวนเดียวกันเลยมาคฤหาสน์นารายณ์พร้อมกัน

ท่านชายมาเยี่ยมคุณพระ เห็นกระถินเฝ้าคุณพระจนหลับทั้งที่ยังจับมือคุณพระอยู่ก็เป็นห่วง ท่านชายรู้ว่าคุณพระเป็นห่วงกระถินมาก จึงเอ่ยปากขอกระถินกับคุณพระ รับปากว่าจะดูแลปกป้องและยกย่องกระถินเป็นภรรยาไม่ให้ใครมารังแกได้อีก บอกกระถินว่า

“แต่งงานกับฉันนะกระถิน คุณพระท่านจะได้หมดห่วงไม่ต้องทรมาน...” เห็นกระถินอึ้งก็รบเร้า “ว่ายังไงล่ะ เธอจะแต่งงานกับฉันไหม”

ทันใดนั้นประตูห้องเปิดออก แม่นิ่มกับรามเดินเข้ามา ทั้งท่านชายและกระถินตะลึง รามเห็นสภาพคุณพระก็โผเข้ากอดร้องไห้โฮ แม่นิ่มเดินเข้ามาชิดขอบเตียงบอกว่า “ดิฉันกลับมาแล้วค่ะคุณพี่”

รามถามอย่างรับไม่ได้ว่าคุณพ่อป่วยหนักขนาดนี้ทำไมไม่ส่งข่าวให้ตน แม่นิ่มบอกว่ากระถินทั้งเขียนจดหมายและโทรเลขไปบอกแต่รามไม่เคยตอบกลับมาเลย รามเห็นกระถินกับท่านชายสนิทสนมกันก็คิดว่ากระถินคงตกลงปลงใจกับท่านชายแล้ว บอกแม่นิ่มอย่างสิ้นหวังว่า “ตอนนี้รามไม่เหลือใครแล้วครับ” แม่นิ่มได้แต่ปลอบให้รามเข้มแข็ง ตอนนี้คุณพ่อกำลังต้องการกำลังใจจากเขา

แล้วคืนนี้ก็มีเสียงไซเรนเตือนภัยดังไปทั่ว กระถินเร่งให้รามหนีไปก่อนตนจะอยู่ดูแลคุณลุงเอง รามไม่ยอมไปไหน บอกว่า “พี่จะไม่ไปไหน พี่จะอยู่กับคุณพ่อ...พี่ทิ้งคุณพ่อไปหลายปี พี่จะไม่ยอมทิ้งคุณพ่อไปไหนอีก”

แม่นิ่มกับสร้อยสนบอกกระถินว่าปล่อยให้รามทำหน้าที่ลูกเถอะ ให้รามได้ชดเชยที่ได้จากไปนาน กระถินมองรามที่กอดคุณพระไว้แน่น พึมพำอย่างรู้สึกผิด สะเทือนใจว่า

“ขอโทษค่ะพี่ราม ทุกอย่างเป็นเพราะกระถินดูแลคุณลุงไม่ดี”

ท่ามกลางเสียงระเบิด รามกอดคุณพระไว้แน่นปลอบว่าไม่ต้องกลัว เราต้องไม่เป็นอะไร พูดคุยเพื่อไม่ให้พ่อกลัวว่า...

“ถ้ารู้ว่ากลับมาคราวนั้น ลูกจะได้เจอคุณพ่อเป็นครั้งสุดท้ายลูกคงจะไม่ยอมกลับไป ลูกเป็นลูกที่ใช้ไม่ได้ ทั้งๆที่รู้ว่าคุณพ่อคงอยากจะเจอลูกยิ่งกว่าใคร แต่ลูกก็ไม่ได้กลับมา ความเสียใจของลูกตอนนี้คงเทียบกับเวลาหลายปีที่คุณพ่อเป็นฝ่ายรอลูกไม่ได้ ลูกคงจะรู้สึกผิดไปจนตายคงไม่มีทางไหนที่ลูกจะชดใช้ให้กับคุณพ่อได้อีกแล้ว”

คุณพระหายใจไม่ออกกระสับกระส่าย รามตกใจบอกให้คุณพ่อทำใจดีๆ แข็งใจไว้ แต่สิ้นเสียงของราม คุณพระก็หายใจเฮือกสุดท้ายคอพับไป

“คุณพ่อ!!” รามร้องสุดเสียง คุณพระสิ้นใจไปในอ้อมกอดของรามทั้งๆที่ยังลืมตา รามกอดคุณพระร้องไห้ท่ามกลางเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว

ooooooo

คุณพระนอนตายตาไม่หลับ กระถินบอกว่าเป็นเพราะท่านเป็นห่วงราม

“คุณพ่อไม่ต้องห่วงลูกนะครับ ลูกสัญญาจะดูแลตัวเองและทุกคนที่นี่แทนคุณพ่อ คุณพ่อหลับให้สบาย ลูกอยู่ตรงนี้ คุณพ่อไม่ต้องกังวลอะไรอีกแล้ว” พูดแล้วรามเอามือลูบเปลือกตาคุณพ่อปิดลง คุณพระจึงตายตาหลับ รามร้องไห้อย่างหนักเมื่อรู้ว่าคนที่คุณพ่อเป็นห่วงที่สุดจนตายตาไม่หลับคือตน

ในขณะที่ทุกคนร้องไห้เสียใจกับการจากไปของคุณพระ พุดกรองกลับไม่มีน้ำตาแม้แต่หยดเดียว แต่พอเห็นสร้อยสนจ้องมองอยู่ ก็ร้องไห้โฮโผเข้าไปจับเท้า

คุณพระคร่ำครวญว่าต่อไปตนจะอยู่อย่างไร สร้อยสนได้แต่มองมารยาของแม่ปลงๆ 

สร้อยสนถามกระถินว่าป่านนี้ยังหาพินัยกรรมของคุณลุงไม่เจอหรือ

“พินัยกรรมฉบับใหม่ที่คุณลุงเขียนอยู่ที่คุณพุดกรองแล้วค่ะ คุณลุงซ่อนไว้ คุณพุดกรองเป็นคนหาเจอแล้วหยิบไป” สร้อยสนถามว่ารู้ไหมว่าคุณลุงเขียนไว้ว่าอย่างไร กระถินส่ายหน้า “ไม่รู้ว่าคุณลุงเขียนไว้ว่ายังไง แต่รู้ว่าคุณพุดกรองอ่านแล้วไม่พอใจ ตอนนี้เรื่องพินัยกรรมเราคงทำอะไรไม่ได้ ก็ได้แต่หวังว่าคุณผู้หญิงจะไม่ทำให้ความตั้งใจของคุณลุงสูญเปล่า”

ในงานศพคุณพระ แม่นิ่มเข้าไปบอกรามที่นั่งอยู่หน้าโลงศพบอกว่า คุณยายทราบข่าวแล้วอยากจะขึ้นมาแต่แม่นิ่มห้ามไว้เพราะทางรถไฟโดนระเบิดไม่สะดวกเหมือนก่อน รามบอกว่าดีแล้วตนก็เป็นห่วงคุณยายเหมือนกัน ไม่อยากให้ท่านลำบากมา พอดีพระมา รามจึงลุกไป

พอคุณพระเสียชีวิต ทดก็ปลอมลายมือคุณพระทำพินัยกรรมฉบับใหม่ วันต่อมาก็เรียกประชุมอ่านพินัยกรรมทันที รามทักท้วงว่าทำไมต้องรีบ ทดอ้างว่าเป็นคำสั่งของท่านว่าหากสิ้นท่านแล้วให้เปิดพินัยกรรมทันที

รามบอกว่าจะยุ่งยากทำไมในเมื่อคุณพ่อมีตนเป็นทายาทคนเดียว พุดกรองก็ไม่ได้จดทะเบียนสมรสเป็นแค่เมียนอกสมรสเท่านั้น พุดกรองกระหยิ่มยิ้มที่รามจะต้องผิดหวัง กระถินเห็นหน้าพุดกรองก็เอะใจว่าต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ ในขณะที่ทดก็พูดเป็นนัยว่า

“ผมเกรงว่าคุณรามจะต้องทำความเข้าใจเสียใหม่ครับ”

ooooooo

ทดส่งซองพินัยกรรมให้ราม รามแทบไม่เชื่อสายตาเมื่อเห็นพินัยกรรมที่เขียนด้วยลายมือของคุณพ่อ เมื่อรามอ่านแล้ว ทดย้ำว่า

“คุณพระท่านตั้งเงื่อนไขในพินัยกรรมไว้ 3 ข้อ ข้อที่ 1 คุณรามจะต้องเข้าพิธีแต่งงานและจดทะเบียนสมรสกับบุตรสาวของคุณพุดกรอง ภรรยาคนปัจจุบันของท่าน ถ้าหากคุณรามไม่ปฏิบัติตาม ทรัพย์สินทั้งหมดจะถูกแบ่งเป็นสองส่วน ครึ่งหนึ่งเป็นของคุณราม อีกครึ่งหนึ่งเป็นของคุณพุดกรองผู้เป็นภรรยาของท่าน

เงื่อนไขข้อที่ 2 คุณรามจะมีสิทธิ์ในทรัพย์สินทุกประการก็ต่อเมื่อให้กำเนิดทายาทระหว่างการสมรสกับคนที่คุณพระท่านระบุไว้และเงื่อนไขข้อสุดท้าย พินัยกรรมนี้มีผลทันทีนับจากข้าพเจ้าตาย ถ้าหากไม่มีการแต่งงานภายใน 10 วันหลังจากข้าพเจ้าตายให้ถือว่ารามยอมสละสิทธิ์ และยินยอมรับมรดกเพียงกึ่งหนึ่งตามที่ท่านระบุไว้เท่านั้น”

รามปฏิเสธว่าเป็นไปไม่ได้ คุณพ่อไม่มีวันทำพินัยกรรมแบบนี้ ทดยืนยันว่าทั้งหมดนี้เป็นลายมือของท่าน เป็นคำสั่งเสียของท่านจริงๆ รามพิจารณาลายมืออีกครั้งแล้วนิ่งอึ้ง กระถินกับสร้อยสนมองหน้ากันอย่างหมดหวัง แต่แล้วรามก็โพล่งขึ้นว่าตนจะไม่มีวันยอมแต่งงานตามพินัยกรรมบ้าๆนั่น

ทดพูดอย่างไม่แยแสว่าสุดแล้วแต่รามจะตัดสินใจ มีเวลาอีก 9 วันเท่านั้น “คุณจะสละสิทธิ์ยอมรับมรดกเพียงครึ่งเดียวก็เป็นสิทธิ์โดยชอบของคุณ แต่ผมคงต้องบอกว่าครึ่งหนึ่งที่คุณจะได้นั้นไม่รวมถึงคฤหาสน์นารายณ์หลังนี้”

“บัดซบที่สุด คุณพ่อจะยกบ้านของท่านกับคุณแม่ให้กับพวกมันไม่ได้!”

รามมองรูปคุณพระที่โต๊ะอย่างผิดหวัง ในขณะที่กระถินสงสัยว่าทุกอย่างเป็นฝีมือของพุดกรอง เพราะพินัยกรรมที่คุณพระเคยเขียนไว้ไม่มีเงื่อนไขการแต่งงานแบบนี้ แม่นิ่มก็ไม่อยากเชื่อว่าคุณพระจะเขียนพินัยกรรมแบบนั้น ถามกระถินว่าแล้วพินัยกรรมฉบับนั้นไปไหน กระถินไม่รู้ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมคุณลุงถึงแก้พินัยกรรมเป็นแบบนี้ แต่กระถินก็หวังว่า

“ถ้าคุณสร้อยเข้าข้างพี่ราม ถึงจะแต่งงาน แต่คุณสร้อยก็อาจจะช่วยรักษาสมบัติของพี่รามไว้ไม่ให้คุณพุดกรองมาชุบมือเปิบไปแน่”

แม่นิ่มกลัวรามจะถอดใจเสียเองเพราะเขาหมั้นกับปูเป้อยู่แล้ว รามอาจทิ้งสมบัติเพื่อแต่งงานกับคนที่เขารักก็ได้

“ถ้าอย่างนั้นก็เท่ากับคุณรามยอมทิ้งบ้านไป คุณรามจะรักแม่คนนั้นยิ่งกว่าครอบครัวของตัวเองอีกรึไง คุณรามควรจะสู้เพื่อปกป้องบ้านของพ่อแม่ไว้สิถึงจะถูก” จันทร์หนักใจ

ooooooo

รามข้องใจเรื่องจดหมาย เดินมาถามกระถินที่ห้องทำงานว่าเธอไม่ได้รับจดหมายของตนจริงๆ หรือแกล้งไม่เอาไปให้คุณพ่อ กระถินถามว่าตนจะ
ทำอย่างนั้นทำไม พอรามบอกว่าเธออาจจะรวมหัวกับพุดกรองกีดกันเพื่อไม่ให้ตนกลับมา

กระถินเลยประชดว่าใช่ แล้วเอาจดหมายกับรูปหมั้นที่ปูเป้ส่งมาบอกว่านอกนั้นตนไม่เคยได้รับ รามจึงรู้ว่าตัวเองถูกปาริชาติหลอก คิดแล้วรู้สึกว่าไม่มีใครที่ตนจะไว้ใจได้อีกแล้ว

ฝ่ายสร้อยสนแม้จะสับสนกับพินัยกรรมของคุณพระที่ให้ตนแต่งงานกับราม แต่เมื่อฟังเหตุผลที่กระถินวิเคราะห์ว่า พุดกรองมีผู้ชายคนใหม่แล้ววางยาหมายกำจัดคุณลุง และวางแผนให้รามแต่งงานกับสร้อยสนก็เพื่อจะกำจัดรามต่อไป ฉะนั้นเราต้องหาทางเอาผิดเขาก่อนที่เขาจะฮุบทุกอย่างไปจากราม สร้อยสนถามว่าหมายถึงเราต้องจับคุณแม่เข้าตะรางหรือ

“ถ้าพี่รามยอมแต่งงาน ฉันยืนยันจะไม่ให้คุณแม่ทำอะไรพี่รามได้” สร้อยสนตัดสินใจ กระถินถามว่าเธอจะปกป้องรามหรือ “ฉันก็แค่ทำใจเอาคุณแม่เข้าตะรางไม่ได้ ยังไงเขาก็เลี้ยงฉันมา จะหาว่าฉันเห็นแก่ตัวก็ได้ ขอโอกาสให้ฉันชดใช้ความผิดของคุณแม่ด้วยการเอาทุกอย่างคืนให้พี่รามแทนได้ไหม บาปของคุณแม่จะต้องแก้ที่ลูกอย่างเราก็ได้ไม่ใช่เหรอ”

“แต่กระถินไม่รู้ว่าพี่รามจะยอมแต่งงานตามพินัยกรรมไหม”

“ก็จริง พี่รามเกลียดฉันจะตาย เผลอๆเขาอาจจะยอมตัดใจไปแต่งกับปูเป้ก็ได้”

กระถินกับสร้อยสนมองหน้ากันอย่างเหนื่อยใจ

ooooooo

เช้านี้ กระถินถือโทรเลขเข้ามาให้รามที่ห้องนอนนึกว่าเขาไม่อยู่แต่เจอเขาออกจากห้องน้ำพอดี รามอ่านโทรเลขแล้วบอกกระถินว่าปูเป้กำลังจะกลับ รามเห็นท่าทีห่างเหินของกระถินจึงแกล้งถามว่า

เธอคิดว่าตนควรเลือกคนรักหรือแต่งงานเพื่อรักษาสมบัติของพ่อไว้ ระหว่างความรักกับหน้าที่ เธอคิดว่าตนควรเลือกอะไร กระถินตอบว่า สร้อยสนไม่ใช่ผู้หญิงเลวร้ายถ้าเขาเปิดใจอาจรักเธอได้ แล้วเขาก็จะไม่ต้องฝืนใจทำหน้าที่ของตัวเองด้วย แต่ก็บอกว่า “กระถินไม่รู้ว่า ‘ความรัก’ สำคัญกับพี่รามแค่ไหนแต่สำหรับกระถิน ‘ความรัก’ ต่อพ่อแม่ต้องมาก่อนเสมอ”

“แบบนี้แปลว่าถ้าต้องเลือกระหว่าง ‘ท่านชาย’ กับ ‘ครอบครัว’ เธอก็คงจะเลือกครอบครัวสินะ แล้วถ้าเธอเป็นสร้อยสนล่ะ เธอจะยอมทิ้ง ‘ท่านชาย’ มาแต่งงานกับ ‘พี่’ รึเปล่า”

“ถ้ามันเป็น ‘หน้าที่’ ถึงต้อง ‘ฝืนใจ’ กระถินก็จะทำค่ะ”

รามถามว่าแบบนี้เธอก็ไม่มีใจเผื่อให้ ‘พี่ชาย’ คนนี้อีกแล้ว กระถินตอบไม่ลังเลว่า

“กระถินยกพี่รามให้คุณปูเป้ไปแล้ว พี่รามมีคนดูแลแทนแล้ว กระถินคงไม่จำเป็นกับชีวิตของพี่รามอีกแล้วล่ะคะ”

รามรู้สึกว่าตนต้องยอมรับความจริงอันเจ็บปวดตลอดเวลาสามปีที่หายไป ตนได้สูญเสียกระถินไปแล้ว...

ooooooo

คืนนี้ทุกคนตะลึงเมื่อนิธิมาปรากฏตัวในงานศพคุณพระ เขามาขอให้คุณพระอโหสิกรรมให้กับสิ่งที่เคยล่วงเกินท่าน นิธิมาด้วยความหวังว่าพุดกรองคงจะยอมให้คบกับสร้อยสนเพราะเขาเรียนจบเป็นแพทย์มีอาชีพที่มั่นคงแล้ว

แต่พอพุดกรองเห็นนิธิก็ส่งสัญญาณให้ทดไปจัดการ ทดบอกนิธิว่าตอนนี้สร้อยสนกำลังจะแต่งงานกับราม ปรามว่า

“ถ้าแกรักเขาก็ควรจะปล่อยให้เขามีชีวิตที่ดีกว่าอยู่กับแกเข้าใจไหม ในเมื่อแกไม่มีอะไรที่เทียบรามได้ก็อย่าริฉุดเขาให้ต่ำลงมากว่าเดิม”
สร้อยสนดีใจวิ่งมาหานิธิถามว่าเขามาหาตน

ใช่ไหม นิธิกลับบอกว่า “ผมมาลา” ทั้งยังแสดงความยินดีที่เธอได้คู่ครองที่ดีอย่างรามแล้วหันหลังเดินไปเลย กระถินสงสารทั้งสร้อยสนและนิธิมากเมื่อแน่ใจว่าทั้งสองยังรักกัน

หลังงานศพคุณพระ ทดเตือนรามว่าเหลือเวลาอีกแค่สองวันเขาต้องตัดสินใจแล้วว่าจะทำตามพินัยกรรมของคุณพระหรือไม่โดยมีพุดกรองคอยขู่อยู่เป็นระยะ กระถินเดินผ่านจึงหยุดฟัง ได้ยินรามสั่งทดว่า

“อีกสองวัน เรียกนายอำเภอมาที่นี่ ฉันจะจดทะเบียนกับลูกสาวพุดกรองไม่เกินบ่ายโมง ถ้าพ้นจากนั้น ฉันถือว่าพุดกรองเป็นคนผิดสัญญาเช่นกัน! แค่จดทะเบียนแต่จะไม่มีพิธีสมรสใดๆทั้งนั้น อย่าหวังว่าลูกเธอจะได้เป็นคุณผู้หญิงของบ้าน เพราะการแต่งงานนี้ไม่มีความหมายสำหรับฉัน ลูกเธอจะต้องทรมานที่ไม่รู้จักเจียมตัว!!”

“ผมจะจัดการทุกอย่างตามที่คุณรามว่ามา วันมะรืนคุณรามจะมีสร้อยสนเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายแน่นอน”

กระถินอึ้ง ทึ่งกับการตัดสินใจเด็ดเดี่ยวของราม เมื่อไปเล่าให้สร้อยสนฟัง สร้อยสนปรารภว่าไม่น่าเชื่อว่ารามจะยอมแต่งงานทั้งๆที่เกลียดตน กระถินบอกว่า

การแต่งงานจะช่วยประวิงเวลาไม่ให้พุดกรองมีสิทธิ์ในทรัพย์สินของคุณลุง บอกว่า

“ขอเวลาให้ผ่านเส้นตายนี้ไปก่อนนะคะ กระถินสัญญาว่าจะหาทางออกให้กับพี่สร้อย”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สองเสน่หา EP.15 เดือนหยาด ต้องหาทางออกอีกครั้ง จากข่าวฉาวที่หลุดออกไป

สองเสน่หา EP.15 เดือนหยาด ต้องหาทางออกอีกครั้ง จากข่าวฉาวที่หลุดออกไป
23 มิ.ย 2564

14:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 23 มิถุนายน 2564 เวลา 14:43 น.