สมาชิก

เลือดรักทระนง

ตอนที่ 6

กระถินถามท่านชายว่ารู้จักปูเป้ด้วยหรือ ท่านชายบอกว่าเคยเจอกันสมัยอยู่ที่อังกฤษ ไม่นึกว่าตอนนี้เธอจะหันมาคุ้นเคยกับราม กระถินถามอีกว่าเขาเป็นคนอย่างไรหรือ

“เอาเป็นว่าเขาเป็นคนที่เราจะตัดสินจากการรู้จักเพียงผิวเผินไม่ได้ แต่หากรามสนิทกันถึงอย่างนี้ แปลว่าน่าจะชอบพอกันดี”

กระถินนึกขึ้นได้เล่าอาการป่วยของแม่นิ่มว่าเกิดจากได้รับพิษจากเมล็ดลำโพงและพุดกรองเป็นตัวการสำคัญ ท่านชายถามว่าเธอบอกใครหรือยัง กระถินส่ายหน้า ท่านชายพอใจ แล้วทั้งสองก็ปรึกษากันอย่างเคร่งเครียด

ฝ่ายพุดกรองก็เป่าหูรามว่าพอเขาไปกระถินก็หาที่คุ้มกะลาหัวใหม่ ป่านนี้คงไม่เห็นหัวเขาแล้วกระมัง แต่รามไม่หลงกลบอกว่าตนก็ยังเห็นปกติดี

“งั้นก็ลองดูไปแล้วกันค่ะ ว่ามันจะยังคงจงรักภักดีกับคุณอยู่ไหมในเมื่อเจ้านายคนใหม่ก็ออกจะแสนดีขนาดนี้”

พุดกรองกลับไปเจอละมุดกับสร้อยสนกำลังนินทารามว่าทำไมเอาผู้หญิงอย่างปูเป้มาเป็นคนรัก สร้อยสนบ่นว่าถ้าปูเป้มาเป็นสะใภ้ที่นี่เราคงแย่ พุดกรองยุว่าถ้าไม่อยากได้คนอย่างนั้นมาเป็นพี่สะใภ้ก็ต้องหาทางกีดกัน โดยแต่งงานกับรามเสีย

“ถ้าแกเป็นเมียราม สมบัติทุกอย่างก็จะเป็นของแก ชีวิตทั้งชีวิตแกจะไม่ต้องดิ้นรนอะไรอีกเลย ถ้าแกรับปาก แม่จะช่วยให้แกไม่ต้องเรียนหนังสือต่อยังได้...ผู้หญิงถ้าไม่เรียนหนังสือก็ต้องฉลาดหาผัว ของดีอยู่ใกล้ตัว แกจะปล่อยให้คนอื่นมาสอยเอาไปได้ยังไง” แล้วจับสร้อยสนขยับนั่นแต่งนี่ชมว่า “ลูกแม่น่ะสวยเฉิดกว่ายายปูเป้นั่นเป็นไหนๆ

ooooooo

กระถินกลับไปทำบัญชีที่ห้อง คุณพระเดินเข้ามากับราม เธอนึกรู้ทันทีว่ารามต้องรายงานเรื่องปูเป้กับคุณพระแล้วแน่

คุณพระเข้ามาถามว่ารู้เรื่องคนใช้เราไปหาเรื่องเพื่อนของรามหรือเปล่า กระถินรับอย่างไม่ลังเลว่าเป็นตนเอง รามถามว่าทำไมเสียมารยาทกับเขา ทำให้เขาดูถูกได้ หรือจงใจให้เขาดูถูก

กระถินโต้ว่าเป็นคนหัวนอกไม่ได้แปลว่าจะทำอะไรไม่ต้องเกรงใจใคร รามดุว่าเจอเขาไม่เท่าไร ไม่มีสิทธิ์ไปว่าเขาแบบนั้น กระถินโต้ว่าถ้าวันหลังปูเป้มาแล้วบ่าวพากันวิ่งหนีหมดก็อย่ามาว่าก็แล้วกัน

คุณพระเห็นกระถินเถียงคำไม่ตกฟากก็ปรามว่าปากพาจน กระถินหาว่าท่านไม่เข้าข้างตน เพราะเขามาดูถูกคนของเราก่อน คุณพระบอกว่านั่นมันเรื่องของคนอื่น แต่ตอนนี้กำลังพูดถึงที่มีเรื่องกับรามอยู่

“มันก็เรื่องเดียวกันแหละค่ะ”

“คุณพ่อเห็นรึยังครับ แบบนี้เขาเรียกว่าหาเรื่องมากกว่าอยากจะพูดกันให้รู้เรื่อง”

“ถึงจะหวงรามก็ควรมีขอบเขต ไปเอะอะกับคนของรามเขามันไม่งาม” คุณพระพูดแทงใจดำจนกระถินตกใจเถียงเสียงดังว่าตนไม่ได้หวง “เวลาจนมุม ต้องตะเบ็งเสียงใส่ทุกที โดนจี้ใจดำล่ะสิ”

“ก็กระถินไม่ได้หวงคุณรามจริงๆนี่ คุณรามจะคบใคร เป็นเพื่อนกับใครก็เป็นเรื่องของเขาสิคะ กระถินเป็นแค่เด็กรับใช้ไม่มีสิทธิ์ไม่พอใจสักหน่อย”

คุณพระเห็นกระถินยิ่งเถียงก็ยิ่งเขว ตัดบทว่าไม่หวงก็ไม่หวง กระถินอายจนรีบออกจากห้องไป รามดูแล้วอดคิดไม่ได้ว่าหรือกระถินจะหวงตนจริงๆ ส่วนคุณพระพูดขำๆแกมเอ็นดูว่า

“เรื่องใจแข็งไม่เท่าไหร่ ปากแข็งนี่เป็นที่หนึ่ง”

รามตามกระถินออกไปบอกว่าเรายังคุยกันเรื่องปาริชาติไม่จบ กระถินบอกว่าจบแล้ว รามยังตามตื๊อ เมื่อกระถินยังรั้นเขาใช้ไม้ตายของคุณพ่อถามว่าเธอหวงตนใช่ไหม กระถินสะดุ้งถามว่าจะหวงทำไม

“ถ้าไม่หวงแล้วเธอไปแสดงฤทธิ์เดชขนาดนั้นทำไม เขาจะหาว่าเธอหย่อนการอบรมเอาได้ ถ้าไม่หวงก็บอกมาว่าเธอเป็นอะไรกันแน่”

“ก็เป็นลูกโจรที่ไม่มีสกุลรุนชาติไงคะ ถึงได้หย่อนการอบรมแบบนี้” กระถินประชดกระทืบเท้าอย่างขัดใจแล้ววิ่งหนีไป รามจะคว้าไว้แต่ไม่ทัน เขาตกใจไม่นึกว่าจะทำให้กระถินโกรธได้ถึงขนาดนี้

กระถินวิ่งไปที่หลังบ้าน เจอชบาปามะเขือเทศที่กำลังล้างด่าตัวเองว่า “อีชบา...อีโง่ รักเขาข้างเดียวอยู่ได้” กระถินเห็นอาการของชบาแล้วนึกถึงตัวเองที่ไม่ต่างจากชบาเวลานี้เลย ไม่เข้าใจตัวเองเลยว่ารู้สึกกับรามแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?

กลับไปเรือนพุดซ้อนแม่นิ่มถามว่าหน้าจ๋อยมาแบบนี้มีเรื่องอะไร กระถินสารภาพว่าตนขึ้นเสียงและกระทืบเท้าใส่ราม แม่นิ่มบ่นว่าทำไมไม่เก็บกิริยา ทำแบบนี้ไม่งามเลย กระถินสัญญาว่าต่อไปจะไม่ทำอีกแล้ว แม่นิ่มสั่งพรุ่งนี้ไปขอโทษรามเสีย กระถินต่อรองว่าให้แม่นิ่มตีขาสิบทีแทนได้ไหม แม่นิ่มถามว่าทำไมถึงโกรธรามขนาดนั้น

“กระถินไม่ชอบคุณปาริชาติค่ะ”

“ไม่ว่าคุณปาริชาติจะทำกิริยาอย่างไร พูดจาดูถูกใครแค่ไหน ถ้าเราทำเฉยเสียเราก็จะไม่เป็นไปตามเขา ถ้ากระถินตอบโต้ด้วยกิริยาอย่างเขาก็เท่ากับว่าเราเป็นเสียเอง ถ้าไม่อยากเป็นเด็ก ต้องรู้จักควบคุมอารมณ์ได้แล้ว”

“ค่ะแม่นิ่ม กระถินจะโตคืนนี้เลย จะไม่ทำน่าเกลียดอีกแล้ว”

แม่นิ่มบอกว่าเมื่อรู้ตัวแล้วก็ไปขอโทษรามเสีย กระถินไม่รู้จะทำหน้าอย่างไรถ้าไปขอโทษ เพราะรู้แก่ใจตัวเองดีว่าทำไปเพราะหึงราม

ฝ่ายคุณพระถามรามว่าคบกับปูเป้ถึงไหนแล้ว ผู้ใหญ่เขารับรู้ด้วยหรือเปล่า รามยืนยันว่าเป็นแค่เพื่อนกันแต่สนิทกันเพราะปูเป้เป็นคนหัวสมัยใหม่ ไม่ค่อยถือเรื่องเพื่อนชายเลยเข้ากับกลุ่มเพื่อนได้ ส่วนเรื่องกระถินนั้นตนขอจัดการเอง ดื้ออย่างนี้คงจะใจอ่อนด้วยไม่ได้ พูดอย่างหมายมาดว่า

“กับผู้หญิง เขาว่าต้อง Treat them mean, Keep them keen.” คุณพระหัวเราะชอบใจบอกว่าจริง อย่าตามใจเขาแล้วเขาจะตามใจเรา รามพูดอย่างมันเขี้ยวที่จะปราบพยศกระถินให้ได้ว่า “เห็นเราใจดีด้วยก็เลยได้ใจ แบบนี้เห็นทีจะต้องดัดนิสัย ถึงเวลาลูกต้องกำราบลูกเสือให้กลายเป็นลูกแมวเสียแล้ว”

ฝ่ายท่านชายกลับไปเล่าให้ท่านหญิงฟังว่ารามกลับมาพร้อมปูเป้ ท่านหญิงถามว่าเขาคบกันอยู่หรือ เปรยว่า

“ถ้าเขารู้ว่าชายรู้จักราม เขาจะทำหน้ายังไงนะ ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าโลกจะกลมอย่างนี้ สุดท้ายก็หนีกันไม่พ้น”

ooooooo

พุดกรองวางแผนให้สร้อยสนจับราม วันนี้จึงเสนอคุณพระว่าที่โรงเรียนมีผู้ชายมาติดพันสร้อยสน ตนเลยจะให้หยุดเรียนเพื่อตัดปัญหา

คุณพระถามสร้อยสนว่าแน่ใจหรือว่าจะไม่เรียน เธอบอกว่าตัดสินใจดีแล้ว คุณพระติงว่ายังไงก็น่าจะมีความรู้ติดตัวไว้

“ช่วงนี้สร้อยก็ว่างแล้ว ถ้าคุณรามต้องการอะไรก็ไหว้วานให้ทำได้นะคะ หนุ่มสาววัยเดียวกันน่าจะรู้ใจกันดี”

ทั้งแม่นิ่มและรามต่างแปลกใจที่พุดกรองเปิดทางให้ราม แม่นิ่มตัดบทถามว่ารามอยากกินอะไรจะทำให้กินให้หายอยากเลย รามบอกว่าคิดถึงต้มกะทิสายบัวที่สุด แม่นิ่มให้คนไปเก็บมาทำให้กินได้ไหม

คุณพระเสนอว่าให้รับปูเป้มาทานเสียด้วยเลย ถือว่าเราเลี้ยงไถ่โทษเขาสักมื้อ

รุ่งขึ้นกระถินกระเดียดกระจาดและมีดมาเก็บสายบัว พบรามรออยู่แล้ว กระถินจ้องรามคิดว่าเขาต้องมาดักหาเรื่องแน่

“จ้องฉันเหมือนแมวจ้องตะปบหนู บอกไว้ก่อนว่าฉันไม่กลัวสักนิดเดียว” รามเปิดฉากอย่างยียวนและท้าทาย

ทั้งสองประชดประชันกันด้วยอารมณ์ค้างจากเมื่อวาน กระถินประชดรามเรื่องปูเป้ ส่วนรามหาว่าลับหลังตนกระถินก็คงมีผู้ชายอื่นเหมือนกัน กระถินประชดว่าเหมือนกับที่เขามีปูเป้นั่นแหละ

“ถ้าอย่างนั้นก็ถือว่าเราหายกันแล้วนะ” รามกระโดดลงเรือแย่งพายไปพายเอง ปรากฏว่าเขาพายได้เก่งจนกระถินทึ่ง

รามพายเรือให้กระถินเก็บสายบัว กระถินรู้สึกว่ารามเปลี่ยนไปมากดูเป็นคนเจ้าสำราญฟุ้งเฟ้อไม่จริงจังตึงเครียดกับเรื่องที่บ้านเหมือนเดิม พูดเหน็บว่าพอมีเรื่องอื่นในชีวิตก็เลิกใส่ใจปัญหาที่บ้านเสียแล้ว

“ถ้าเขาอยากได้สมบัติของพ่อนักก็ให้เขาเอาไป ฉันโตแล้ว รู้จักสร้างฐานะเองได้” กระถินบ่นว่าเขาไม่รู้หรอกว่าที่ผ่านมาพวกตนต้องเจอกับอะไรบ้าง

มันไม่คุ้มเลยที่อุตส่าห์สู้เพื่อคนที่ลืมอะไรง่ายๆ มิน่าเล่าเขาจึงญาติดีกับพุดกรองได้ รามบอกว่า “ฉันก็มีวิธีของฉันในการเอาคืนเขา วิธีแบบที่คนเป็นผู้ใหญ่เขาทำกัน”

กระถินปรามาสว่าคนอย่างเขาไม่มีวันทันเล่ห์เหลี่ยมพวกเขา รามจึงท้ามาเก็บสายบัวแข่งกันว่าใครจะเก็บสายบัวได้ยาวกว่ากันถ้าตนชนะกระถินจะต้องยอมเรียกตนว่าพี่ กระถินรับคำท้าทันที แต่รามเก็บสายบัวได้ยาวกว่า กระถินจึงจำต้องเรียกเขาว่าพี่ รามเสนอว่าเมื่อเป็นพี่น้องกันแล้วห้ามมีความลับต่อกัน

รามถือว่าเป็นพี่โอบกระถินไว้ พอได้สัมผัสกันทั้งรามและกระถินต่างตกใจเพราะก้นบึ้งของหัวใจไม่อาจมีความรู้สึกเป็น “พี่น้อง” กันได้สนิทใจ ต่างอึ้ง เขิน จนรามตัดสินใจปล่อยมือออกมา

ความรู้สึกของทั้งสองเปลี่ยนจากทิฐิถือดีกลายเป็นเก้อเขินกัน จนกระทั่งฝนตกลงมา รามจึงเด็ดใบบัวมากันฝน แต่บัวเล็กรามจึงโอบกระถินเข้ามา ทำให้ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น

ooooooo

คุณพระตัดสินใจเอ่ยปากขอกระถินเป็นสะใภ้จากแม่นิ่ม บ่นว่ากระถินเล่นตัวนัก แม่นิ่มบอกว่า

“กระถินเป็นคนดื้อมากนะคะ ถ้าบอกให้ทำอย่างเธอก็จะทำอีกอย่าง ลองบอกให้รักระวังจะเกลียดเข้าให้ เจออย่างนี้ สงสัยจะเป็นไปไม่ได้”

เย็นนี้ปูเป้มาก่อนเวลานัดมาก ขณะนั่งรอในห้องรับแขก กระถินเอาจิงเจอร์เอลไปเสิร์ฟแต่วันนี้เธอขอน้ำส้มแทน

“ส้มดีอยู่บางมด ซึ่งอยู่ไกลมากค่ะ หากอยากดื่มจริงอีกสองสามวันค่อยมาใหม่นะคะ” กระถินพูดหน้าตาเฉย ปูเป้ฟ้องรามว่าต่อหน้าเขาเด็กรับใช้ยังกล้าขนาดนี้ รามบอกว่ากระถินเป็นน้องสาวตนไม่ใช่คนใช้

รามขอโทษแทนกระถิน ปูเป้ไม่ยอม รามถามว่าแล้วจะให้ทำอย่างไร

“คืนพรุ่งนี้ไปงานเต้นรำกับปูเป้สิคะ ถ้ารามไปเป็นคู่เต้นให้ปูเป้ ปูเป้จะยกโทษให้”

พุดกรองแอบได้ยิน วางแผนจะดับฝันปูเป้ให้ได้ บอกสร้อยสนเตรียมให้พร้อมตนจะหาวิธีให้ได้ไปออกงานกับรามเอง พอดีนิธิเดินเข้ามาจะสอนพิเศษให้สร้อยสน พุดกรองจิกตาบอกว่า

“ต่อไปนี้ไม่ต้องมาสอนพิเศษแล้ว สร้อยสนจะเลิกเรียน เตรียมออกเรือนอย่างเดียว”

ooooooo

ที่โต๊ะอาหาร ปูเป้นั่งติดกับราม พอเธอดื่มจนกรึ่ม ก็คุยฟุ้งอวดชีวิตฟุ้งเฟ้อความสนิทสนมกับรามที่อังกฤษ

คุณพระยิ้มที่ปูเป้เฟลิร์ตรามขนาดนั้น พุดกรองมองอย่างหมั่นไส้ คนอื่นทึ่งในความก๋ากั่นของเธอ แต่พอเธอคุยเรื่องรามเรียนจบแล้วจะทำงานที่นั่นสองปีรอตนเรียนจบแล้วกลับมาด้วยกัน รามติงว่าตนยังไม่ได้ตัดสินใจ เธอแย้งทันทีว่า

“แต่ปูเป้พนันได้ว่ารามทำงานร่วมกับคนไทยไม่ได้หรอกค่ะ เมืองไทยล้าหลังจะตาย เสียดายวิชาความรู้”

คุณพระกับกระถินมองหน้ากันอย่างรู้สึกตรงกันว่าผู้หญิงคนนี้คงทำให้รามตกต่ำแน่ รามเองก็อึดอัดกับคำพูดของปูเป้

คืนนี้เอง พุดกรองอ้างกับคุณพระว่าเห็นปูเป้แล้วคิดว่าสร้อยสนยังเข้าสังคมไม่เก่งเสนอให้คุณพระช่วยพูดให้รามพาสร้อยสนไปงานประจำปีของสโมสร เมื่อคุณพระพูดกับรามเขายินดีเพราะไปกันหลายๆคนสนุกดี ถามว่าสร้อยสนคนเดียวหรือ คุณพระพอใจที่รามยังคิดถึงกระถิน เมื่อรามไปชวนเองกระถินบอกว่าตนไม่ว่างต้องช่วยท่านหญิงทำงาน

ที่แท้ท่านหญิงตั้งใจพากระถินไปงานนี้โดยนัดท่านชายตามไป ไปถึงแล้วกระถินเพิ่งรู้ว่าท่านหญิงพามางานนี้ เห็นรามควงปูเป้กับสร้อยสนขนาบซ้ายขวามา และปูเป้พยายามเบียดสร้อยสนจนแทบกระเด็นไปจากราม

“หน้าที่ของกระถินคืนนี้มีอย่างเดียว คือเป็นคู่เต้นให้กับชายบรรณ” ท่านหญิงย้ำกับกระถิน

พอดีท่านชายมาถึง เห็นรามควงคู่มากับปูเป้รามเองก็เห็นท่านชายอยู่กับกระถินและท่านหญิง ต่างทักทายกันพอเป็นพิธี แล้วปูเป้ก็ชวนรามแยกไปอ้างว่าเพื่อนเรามากันครบแล้ว ปล่อยสร้อยสนยืนคว้างอยู่
ตรงนั้น เดินไปเจอท่านหญิงกับท่านชายและกระถินจึงโล่งใจที่ได้เพื่อน

เมื่อนักร้องร้องเพลงเต้นรำรามกับปูเป้ออกไปเต้นรำอยู่บนฟลอร์เป็นคู่เด่นที่ใครๆก็พากันชื่นชม ท่านหญิงเอ่ยกับท่านชายว่ารามกลายเป็นเครื่องประดับชิ้นใหม่ของปูเป้ไปแล้ว กระถินงง ท่านหญิงจึงเล่าว่า

ปูเป้มีคู่ควงเป็นเครื่องประดับ ก่อนหน้านี้เคยมาติดพันชายบรรณจนเสด็จพ่อพยายามหาผู้หญิงมากันท่าเพราะกลัวชายบรรณจะไปหลงเสน่ห์ปูเป้ เธอได้ชื่อว่าเป็นคนที่ถ้าต้องการผู้ชายคนไหนแล้วไม่มีวันที่จะหลุดมือไปได้แม้แต่ผู้ชายที่แต่งงานแล้ว ถึงได้ถูกส่งไปดัดนิสัยที่เมืองนอก

ท่านหญิงเล่าช่วงที่ปูเป้คบกับท่านชายว่า ตอนที่ชายบรรณแข่งเรือชนะเธอก็ลงทุนยอมตกน้ำจนชายบรรณถอดเสื้อบลูที่เป็นเสื้อสามารถสำหรับหนุ่มนักกีฬาเอามาสวมทับให้ จากนั้นมาเธอก็เที่ยวป่าวประกาศความเป็นเจ้าของชายบรรณ จนคนที่นั่นให้ฉายาว่าเธอเป็นจิ้งจอกล่าเสื้อบลู ท่านหญิงเล่าในตอนท้ายว่า

“อย่าให้มีคนไทยได้ใส่เสื้อเกียรติยศนั่นมาเชียวเธอจะต้องไปคว้ามาเคี้ยวเล่นทุกราย”

กระถินฟังแล้วไม่พอใจกลัวรามจะตกเป็นเหยื่อจิ้งจอกอย่างปูเป้ไปอีกคน ก็พอดีท่านชายเข้ามาขอกระถินเต้นรำ สร้อยสนยืนคว้างที่ท่านชายไม่มองตนเลย พอท่านชายออกไปเต้นรำกับกระถินสร้อยสนจึงค่อยๆ เลี่ยงออกไปจากงาน

เมื่อท่านชายเปลี่ยนไปเต้นรำกับปูเป้ กระถินออกมาเดินหาสร้อยสน เจอราม เขาขอให้เต้นรำกับตนสักเพลง ระหว่างเต้นรำรามถามว่าแม่นิ่มรู้ไหมว่าเธอมีเพื่อนผู้ชาย กระถินบอกว่าตนไม่เคยมีอะไรปิดบังแม่นิ่ม เขาเป็นคนบอกเองไม่ใช่หรือว่าให้ตนโตเป็นผู้ใหญ่ คนเป็นผู้ใหญ่ทำแบบนี้ได้ไม่เสียหายไม่ใช่หรือ รามเลยกอดกระชับกระถินแน่นเข้าจนเธอตกใจ กระซิบบอกว่า “ผู้ใหญ่เขาต้องเต้นกันแบบนี้แหละ” กระถินอายจนทำตัวไม่ถูก

ooooooo

เมื่อเพลงจบกระถินรีบแยกตัวออกมา ปูเป้จิกมองไม่พอใจ พอดีสร้อยสนเดินกลับมาเห็นปูเป้ตรงไปฉกรามออกจากฟลอร์แล้วรี่ไปทางเด็กเสิร์ฟที่ถือถาดเครื่องดื่มมาจงใจชนให้ถาดเครื่องดื่มหกใส่กระถิน

สร้อยสนเห็นดังนั้นพุ่งไปผลักกระถินพ้นไปได้หวุดหวิด ปูเป้โมโหเลยหันมาผลักสร้อยสนกระเด็นไปชนโต๊ะวางแก้วค็อกเทลที่จัดเป็นรูปพีระมิดแก้วร่วงกราว เศษแก้วบาดสร้อยสนจนต้องรีบพาส่งโรงพยาบาล หมอบอกว่าคงต้องเย็บแผล สร้อยสนร้องโวยวายลั่นห้องจนกระถินต้องรีบไปตามนิธิที่เข้าเวรพอดีมาช่วยดู

นิธิรู้ว่าสร้อยสนกลัวเลือดจึงทำแผลให้โดยมีกระถินคุยเบี่ยงเบนความสนใจอยู่ข้างๆ สร้อยสนบอกนิธิให้ทำเบาๆ

“รับรองจะถนอมสุดชีวิตเลยครับ”

รามตามมาที่โรงพยาบาล บ่นว่าไม่นึกว่าจะเกิดอุบัติเหตุขึ้น กระถินบอกว่าสร้อยสนถูกปูเป้ผลักต่างหาก รามไม่เชื่อถามว่าปูเป้จะทำอย่างนั้นทำไม ท่านชายบอกว่ารามนั่นแหละทำให้ปูเป้ทำแบบนั้น

“ฉันรู้จักปูเป้มานานกว่านาย แต่ก็ไม่เท่ากับที่ฉันเชื่อใจกระถิน ทำไมถึงเชื่อใจคนอื่นมากกว่าคนของนายเอง”

รามอึ้ง พอดีนิธิมาบอกว่าทำแผลเรียบร้อยแล้ว แผลอาจจะยังอักเสบแต่ให้สร้อยสนกลับบ้านได้แล้ว สร้อยสนไม่ยอมกลับกลัวถูกแม่โวยวายว่าทำให้ขายหน้า กระถินจะอยู่เป็นเพื่อน นิธิติงว่าพรุ่งนี้เธอมีเรียน ตนอยู่เองเพราะต้องเข้าเวรอยู่แล้ว

ท่านชายจึงชวนกลับอาสาจะไปส่งกระถิน รามรีบกันท่าชวนกระถินกลับด้วยกันแล้วพากระถินไปขึ้นรถเลย กระถินนั่งเงียบมาตลอดทาง รามถามว่าจะต้องหาคนผิดมารับผิดชอบเรื่องคืนนี้ให้ได้ใช่ไหม

“ไม่น่าเชื่อว่าความรักจะทำให้คนเราลืมความถูก-ผิดไปได้ ไว้ตาสว่างเมื่อไหร่ค่อยกลับมาให้กระถินนับถือแล้วกันนะคะ” กระถินลงจากรถตรงไปเรือนพุดซ้อนทันที รามหนักใจว่านับแต่กลับมาตนกับกระถินมีแต่เรื่องผิดใจกันเรื่อย

ooooooo

กระถินตรวจบัญชีพบสิ่งผิดปกติจึงเอาบัญชีไปให้คุณพระซึ่งเดินมากับทดดู ทดบอกว่าตนเป็นคนสั่งซื้อสินค้าพวกนี้มีอะไรสงสัยถามตนได้ คุณพระจึงให้รามไปตรวจสอบเพื่อทดจะได้ไปทำงานอื่น

ทดบอกพุดกรองขณะไปรับสร้อยสนที่โรงพยาบาลว่ากระถินตั้งใจจับผิดตน แล้วคุณพระก็ให้รามตรวจสอบตน สงสัยสองคนนี้จะรวมหัวกันเขี่ยตนแน่ และถ้ารามกลับมาช่วยงานคุณพระตนก็มีหวังโดนไล่ออก

กระถินกับสมพรพนักงานบัญชีที่คุณพระจ้างไว้พากันมาตรวจของที่โกดัง สมพรบอกว่าเท่าที่ตนตรวจดูจำนวนสินค้าก็ตรงกับยอดสั่ง รามมาเจอก็ไม่พอใจหาว่ากระถินไม่เชื่อใจตนพาลสงสัยว่ากระถินมีอะไรกับสมพร ลากกระถินให้กลับได้แล้ว ซ้ำหาว่ากระถินจับผิดทดเพราะการสั่งสินค้าบางช่วงต้องมีการกักตุนสินค้าเข้ามา กระถินจึงเข้าใจ รามอบรมเชิงตำหนิว่า

“เธอจงใจจับผิดคุณทดมากไป ทำไมถึงไปชนกับเขาซึ่งๆหน้าแบบนั้น ฉันชักเป็นห่วงถ้าเธอยังไม่รู้จักเก็บอารมณ์ เธอจะสร้างศัตรูไม่เว้นวัน” กระถินบอกว่าตนจะไม่ยอมให้ใครโกงคุณลุงได้ “อย่าทำเป็นเก่งกล้าไปนัก เธอนั่นแหละจะเป็นคนแรกที่ได้รับอันตราย”

ทดกลับมาที่โกดังเจอรามกับกระถินออกมาพอดี ถามว่ามีอะไรผิดปกติไหม รามบอกว่าไม่มี ขอโทษที่ทำให้เป็นเรื่องใหญ่ หมดธุระแล้วพวกตนขอตัว พอออกมากระถินบอกให้รามไปส่งที่วัง รามโมโหถามว่าไปทำไม ไม่เจอท่านชายสักวันจะขาดใจหรือไง กระถินบอกว่าไม่อยากส่งตนก็จะลงตรงนี้ รามรำคาญความดื้อรั้นของกระถินแต่ก็ขับรถไปส่งที่วัง

ปรากฏว่าวันนี้ที่วังจะมีการฉายหนังดูกัน ท่านหญิงชวนรามอยู่ดูหนังด้วยกันและจะมีปาร์ตี้กันทั้งคืนด้วย

แล้วจู่ๆปูเป้ก็โผล่มา รามถามว่ามาได้ยังไง เธอบอกว่าไปหาเขาที่บ้านรู้ว่าเขามาปาร์ตี้ที่วังจึงตามมามองไปไม่มีที่นั่งจึงนั่งตักรามหน้าตาเฉย รามอึดอัดจึงลุกบอกว่าจะไปเอาเครื่องดื่มมาให้ ปูเป้ขอเบียร์เย็นๆ รามเดินไปถึงถังใส่น้ำแข็ง พอยื่นมือไปหยิบเบียร์ก็จ๊ะกับมือกระถินที่จะหยิบเหมือนกัน กระถินดึงมือกลับเดินหนีไปทันที รามดูออกว่ากระถินหึงเขากับปูเป้

นิธิดูแลสร้อยสนอย่างดีเอาเครื่องดื่มและอาหารมาให้แต่สร้อยสนกลับมองรามที่ปูเป้เกาะแจอยู่ คิดถึงคำสั่งของพุดกรองที่ว่า คืนนี้ต้องเอาใจรามให้มาก ทำให้เขาเอ็นดู รั้งรามให้อยู่ด้วยกันทั้งคืนก็ได้ยิ่งดี สร้อยสนเห็นปูเป้ไม่อยู่แล้วจึงจะเอาเครื่องดื่มและอาหารจะไปให้ราม แต่พอจะก้าวไปปูเป้ก็กลับมาเสียก่อน

สร้อยสนเห็นว่าแม้รามจะนัวเนียอยู่กับปูเป้แต่ตามองกระถินตลอดเวลา รู้ตัวว่าตนสู้กระถินไม่ได้แน่ถอดใจเดินออกไป นิธิเป็นห่วงตามไปดู บอกว่าถ้าไม่สนุกตนจะพากลับเอาไหม สร้อยสนสะเทือนใจที่เธอถูกทอดทิ้งจากคนที่ตัวเองหมายปอง แต่กลับได้รับความห่วงใยจริงใจจากนิธิ เธอมองเขานิ่งบอกว่า

“ห้ามไปดีกับใครแบบนี้อีกนะ ให้ดีกับสร้อยได้แค่คนเดียว” แล้วโผเข้ากอดนิธิ พร่ำบอกว่า “ขอแค่นิธิเอ็นดูสร้อยคนเดียว คนอื่นสร้อยไม่เอาก็ได้ นิธิเป็นของสร้อยคนเดียวได้ไหม”

นิธิอึ้งจนทำอะไรไม่ถูก...พึมพำเสียงแผ่ว...

“คุณสร้อย...”

ooooooo

หนังกำลังสนุกไฟก็ดับพรึ่บ บรรยากาศเลยวุ่นวาย รามอาศัยจังหวะนั้นเดินไปพากระถินออกไปถามว่าเธอกับท่านชายคบหาแบบไหนกันแน่ กระถินไม่ตอบแต่ย้อนถามว่าแล้วเขากับปูเป้ล่ะจริงจังกันถึงขั้นไหน

รามหาว่ากระถินอยู่กับท่านชายตลอดแต่ไม่บอกให้ตนรู้จงใจปกปิดตน กระถินบอกว่าเขาระแวงผิดคนแล้ว ตนไม่เคยคิดว่าเรื่องท่านชายเป็นความลับ

ขณะที่รามกับกระถินกำลังเถียงกันอยู่ข้างนอก ข้างในก็สงสัยกันว่าทั้งสองและสร้อยสนหายไปไหน

พอไฟมาปูเป้ก็ออกตามหาราม นอกจากเจอทั้งสองอยู่ด้วยกันแล้ว ปูเป้ยังได้กลิ่นน้ำปรุงจากตัวกระถินเป็นกลิ่นเดียวกับผ้าเช็ดหน้าที่รามพกติดตัว เธอถามรามว่ากระถินเป็นแค่น้องสาวแน่รึ ดักคอว่าน้องสาวที่ไหนจะหวงพี่ชายออกนอกหน้าขนาดนี้

เมื่อกลับเข้าไปข้างในกระถินเป็นห่วงสร้อยสนจึงขอตัวกลับ รามชวนกลับพร้อมกันท่านชายบอกว่าจะไปส่ง ปูเป้พูดขึ้นลอยๆว่าตนก็จะกลับใครจะมีแก่ใจไปส่งบ้างไหม แต่ไม่มีใครสนใจ ท่านชายตัดหน้าพากระถินไปขึ้นรถ ปูเป้เลยกราบลาท่านชายแล้วลิ่วไปขึ้นรถราม

ที่แท้นิธิพาสร้อยสนขี่จักรยานเล่นจนเธอสบายใจจึงพามาส่งที่หน้าคฤหาสน์นารายณ์ กระถินขึ้นไปไม่เจอสร้อยสนจึงลงมา เจอทั้งสองพอดีถามว่าไปไหนกันมา ทุกคนเป็นห่วง เร่งสร้อยสนให้รีบขึ้นบ้านก่อนที่พุดกรองจะกลับมาเจอ

แต่หารู้ไม่ว่าพุดกรองกำลังนอนกกกับทดอยู่ที่บ้านของเขา พุดกรองฝันร้ายว่าเสือกาจบุกมาจะจับตัวไป แต่มันเป็นความจริงที่เสือกาจรู้ว่าพุดกรองมานอนกับทดจึงทำทีปล้นสั่งโม่ว่า

“ถ่วงเวลาไว้จนกว่าจะมีคนแห่มา กูจะให้ทุกคนรู้ว่ามันมาสมสู่กันอยู่ที่นี่”

ทดรู้ว่าถูกปล้นก็คว้าปืนออกไปยิงสู้ เสียงปืนดังไปถึงคฤหาสน์นารายณ์ คุณพระคว้าปืนออกไปเจอรามกลับจากส่งปูเป้พอดีจึงให้รามขับรถไปช่วยทด

ทดให้พุดกรองหลบอยู่ข้างใน แต่พุดกรองกลัวคนมาเจอตนอยู่ที่บ้านทดจึงปีนหน้าต่างหนี โดดหน้าต่างไปเจอนิธิมาช่วย แต่เจอรามขับรถพาคุณพระมาพอดี นิธิจึงให้พุดกรองไปหลบอยู่หลังพุ่มไม้บอกให้รีบกลับไปก่อนที่ใครจะมาเห็น แล้วตัวเองออกไปรับหน้ารามกับคุณพระพากันไปช่วยทด

ฝ่ายเสือกาจกับสมุนระดมยิงเข้าไปในบ้านแต่เห็นเสียงปืนเงียบไปจึงสั่งถอยอย่างสะใจที่ได้ฉีกหน้ากากพุดกรอง

รุ่งขึ้น ตำรวจมาดูสถานที่เกิดเหตุและสอบปากคำพยาน แต่ยังชี้ชัดไม่ได้ว่าเป็นโจรก๊กไหน ทดปดว่าตนอยู่ในบ้านคนเดียว สารวัตรวิเคราะห์ว่าโจรคงรู้จึงลงมือปล้น แต่รามแปลกใจว่าทำไมมันเลือกปล้นบ้านทดทั้งที่คฤหาสน์และวังก็อยู่ใกล้กัน สารวัตรขอเวลารวบรวมหลักฐานก่อน แต่ไม่ต้องห่วงตนจะเร่งมือสืบจับโจรให้ได้

ooooooo

วันต่อมา พุดกรองแอบพบทดที่สวนหลังคฤหาสน์บอกว่านิธิรู้ว่าคืนนั้นตนอยู่ที่นั่น สั่งทดปิดปากนิธิให้สนิท ไม่อย่างนั้นเรื่องของเราต้องแดงแน่

ชบาอยู่แถวนั้นจึงแอบฟังรู้ความลับของทั้งสอง ต่อมาจึงขู่ทดว่าตนรู้เรื่องที่ทั้งสองเป็นชู้กันแล้วยื่นคำขาดว่า ถ้าไม่อยากให้เรื่องนี้ถึงหูคุณพระก็เลิกกับพุดกรองมาอยู่กินกับตน ภายในสามวันเขาจะต้องมาสู่ขอตนกับพ่อแม่ ถ้าไม่อย่างนั้นเรื่องเขากับคุณผู้หญิงถึงหูคุณพระแน่

แล้วทดก็ยิ่งเครียดและสับสนเมื่อถูกนิธิต่อว่าอย่างรุนแรงว่า

“ไหนอาสอนนักสอนหนาให้ผมตอบแทนคุณท่าน แล้วทำไมอาถึงทำกับคุณพระเสียเอง เมื่อคืนพอรู้ว่าอาเดือดร้อนท่านรีบเสี่ยงชีวิตมาช่วยอาก่อน อาก็เห็นใช่ไหมครับ กลับตัวตอนนี้เสียอย่าจบอนาคตเพราะผู้หญิงคนเดียวเลย”

เกิดเหตุโจรปล้นครั้งนี้ เอมปรีดิ์เข้มงวดกวดขันทุกคนในบ้านโดยเฉพาะกระถินห้ามไปโรงเรียนคนเดียว รามได้โอกาสอาสาจะไปรับส่งเอง เอมปรีดิ์เห็นด้วย กำชับว่าต่อไปกระถินจะไปไหนมาไหนต้องบอกรามด้วย

รามสมใจนัก เขาโทร.บอกปูเป้ว่าช่วงนี้ที่บ้านมีเรื่องตนคงไม่มีเวลาไปพบเพื่อนฝูง หมดเรื่องเมื่อไรค่อยติดต่อกัน

พุดกรองเห็นนิธิคุยกับสร้อยสนก็ระแวงว่าเขาจะปูดเรื่องของตน สั่งต่อไปห้ามนิธิมาที่นี่ ด่านิธิและดูถูกเหยียดหยามนิธิจนสร้อยสนตกใจถามว่าคุณแม่นึกว่าตัวเองเป็นใครจะดูถูกอะไรเขานักหนา อย่างนี้ยังกล้าเรียกตัวเองว่าผู้ดีอีกหรือ

สร้อยสนต่อว่าแม่แล้วเดินหนีเข้าบ้าน พุดกรองจะตามเอาเรื่องแต่ถูกเอมปรีดิ์ที่จะมาเก็บดอกไม้และเห็นพฤติกรรมของพุดกรองจึงเรียกไว้ อบรมต่อหน้าบ่าวไพร่ทุกคนอย่างไม่ไว้หน้าว่า

“อย่ามาเที่ยวเหยียดว่าคนอื่นไม่เต็มคน ที่นี่เราไม่แบ่งชนชั้นกันด้วยกำพืดหรือฐานะ เราไม่มี ‘ผู้ดี’หรือ ‘ไพร่’ เพราะถ้าใจหยาบ ถึงเป็นนายก็ไม่สมควรให้คนอื่นกราบ ไปขัดเกลาพฤติกรรมของหล่อนเสียใหม่อย่าให้แม้แต่ลูกก็หมดความนับถือในตัวแม่อย่างเธอ”

วันนี้สารวัตรโทร.แจ้งคุณพระว่าพบเบาะแสโจรแล้วว่ามีการซ่องสุมกำลังกันอยู่ที่สวนละแวกนี้ เชื่อว่าเป็นไอ้มากที่มาเช่าที่คุณพระอยู่ ตำรวจกำลังไล่ล่าอยู่

ทดได้ทีจิกกระถินว่าตนเตือนแต่แรกแล้ว แต่กระถินไว้ใจปล่อยให้พวกมันซ่องโจรใกล้ๆ คุณพระลอมชอมว่าพวกเราก็ถูกตบตาด้วยกันทั้งนั้น แต่กระถินก็ยังไม่เชื่อสนิทใจว่าตนจะดูคนผิด

โม่ที่ปดกระถินว่าตนชื่อมาก บอกเสือกาจว่าอย่าเสี่ยงอยู่ที่นี่เลย แต่เสือกาจยังอยากเจอกระถินอีกสักครั้ง จึงให้โม่พาสมุนล่วงหน้าไปก่อนไม่ต้องห่วงตน

ooooooo

เมื่อเรื่องวุ่นๆคลี่คลาย ท่านหญิงไปขออนุญาตเอมปรีดิ์กับแม่นิ่มพากระถินไปผ่อนคลายที่บางปูโดยจะไปเช้าเย็นกลับ กระถินดีใจมากเพราะเกิดมา

ยังไม่เคยเห็นทะเลเลย อ้อนจนเอมปรีดิ์อนุญาต

รามหาทางที่จะไปด้วย จึงไปชวนสร้อยสน พุดกรองอวยเต็มที่ คุณพระจึงเสนอรามให้ชวนกระถินไปด้วย กระถินรีบบอกว่าท่านหญิงกับท่านชายจะพาตนไปอยู่แล้ว คุณพระเลยเสนอไปด้วยกันเสียเลย เอารถไปสองคันจะได้ไม่รบกวนทางวังแล้วฝากรามให้ดูแลน้องด้วย

ปรากฏว่าท่านชายชวนนิธิไปด้วย รามกันท่าให้นิธิไปรถท่านชายส่วนกระถินกับสร้อยสนให้ไปรถตน นิธิขอไปรถรามอ้างว่าเผื่อจะได้ช่วยกันขับ ท่านชายเห็นด้วย รามพูดไม่ออกที่ทุกอย่างผิดแผนหมด

แต่ทั้งหมดไปไม่ถึงบางปูเพราะรถของรามเสียจึงต้องจอดอยู่ริมทุ่งและหาช่างมาซ่อม กระถินจึงเสนอให้ปิกนิกกันริมทุ่งนี้เลยเพราะอาหารเราก็มีอยู่แล้ว ท่านชายไปติดต่อผู้ใหญ่บ้านให้หาช่างมาซ่อมรถ ผู้ใหญ่บ้านบอกว่าคืนนี้ทางหมู่บ้านได้จ้างคณะรำวงมาเล่นขอให้ท่านชายช่วยเหมารำวงไปสักรอบ คืนนี้คณะปิกนิกจึงได้จับคู่รำวงกันเก้ๆกังๆ

ฝ่ายปูเป้ถูกคุณพ่อถามเรื่องราม เธอบอกว่ารามคือตัวเลือกที่ดีที่สุดที่ตนจะแต่งงานด้วย คุณแม่เธอจึงเสนอว่า คืนนี้จะมีเพื่อนคุณพ่อมาให้ชวนรามมากินข้าวเย็นด้วยกันจะได้ตอบคำถามใครๆไปพร้อมกันเลยว่าเขาจริงจังกับลูก

เมื่อปูเป้ไปบอกรามจึงรู้ว่าเขาไปบางปูกันโดยมีกระถินไปด้วย ปูเป้ไม่พอใจสั่งแม่นิ่มว่าถ้ารามกลับมาตอนเย็นให้ตามไปที่บ้านเพราะคุณพ่อมีเลี้ยงมื้อค่ำ ท่านเชิญรามไปด้วย แต่ปูเป้คอยแล้วคอยเล่าก็ไม่เห็นรามมา

ฝ่ายชบา เมื่อผ่านไปสามวันทดยังไม่มีทีท่าจะมาสู่ขอตนจึงเขียนจดหมายขู่จะเอาไปให้ทด เจอพุดกรองอยู่กับทดพอดีพุดกรองบอกทดให้จัดการเด็ดขาดเสีย ทดกลัวชบาจะไปฟ้องคุณพระพุดกรองพูดเหี้ยมว่า

“ลองมันลอบกัดเรา มันนั่นแหละที่จะโดนดี”

ชบามาแอบได้ยิน ผลักประตูเข้าไปท้า “ลองดูไหมล่ะว่าคุณพระยังจะเชื่อน้ำหน้าคุณผู้หญิงอีก”

พุดกรองบอกว่าชบาไม่มีวันได้เปิดปากหรอกตรงตบชบาเลือดกบปาก ผลักชบาจนตกบันได ทดเห็นดังนั้นรีบพาพุดกรองไปขึ้นรถจะออกไป ชบาวิ่งไปขวาง ถูกทดที่ออกรถพุ่งชนกระเด็น พุดกรองบอกให้ถอยไปซ้ำให้สิ้นเรื่อง ทดลังเล
“ฉันบอกให้ฆ่ามันไง” พุดกรองตวาด ชบาที่ยังมีสติได้ยินแต่ไม่มีแรงลุกหนี ทดตัดสินใจขับรถพุ่งไปข้างหน้าหนีไป

ไม่นานเสือกาจกับโม่มาเจอชบานอนจมกองเลือด โม่เห็นว่ายังไม่ตายจึงอุ้มไป ชบายังพอมีสติปรือตาเห็นโม่ก็จำได้

“กูจะให้อีพุดกรองมันชดใช้ด้วยชีวิต” เสือกาจคำราม

คณะของคุณชายไปปิกนิกได้แค่ทุ่งริมถนน แต่ช่วงเวลาสั้นๆนั้น รามก็ได้มอบนาฬิกาพกหรูที่เขาเตรียมไว้เป็นของขวัญให้กระถินนานแล้ว และอ้อนขอจี้ทองที่กระถินใส่ติดตัวตลอดมา แต่กระถินยังไม่ให้คำตอบ พอซ่อมรถเสร็จทั้งคณะจึงพากันกลับ

รุ่งขึ้นที่คฤหาสน์นารายณ์ก็โกลาหลเมื่อชบาหายไป ละมุดฟันธงว่าชบาหนีตามผู้ชายไป แต่กระถินไม่เชื่อเพราะกระถินชวนชบาไปบางปู ชบาบอกว่าตนมีธุระจะอยู่สะสาง และจะรอกระถินกลับจากบางปูเย็นนี้

ชบาอาการดีขึ้นก็จะกลับบ้าน เสือกาจถามว่าจะกลับไปให้พุดกรองฆ่าหรือ ชบาจึงขอเขียนจดหมายถึงบ้าน ขณะที่กระถินกำลังคัดเลือกจดหมายมีโทรศัพท์เข้าจึงไปรับสาย ทดเดินมาชนกองจดหมายล้มเห็นจดหมายจ่าหน้าซองถึงกระถินแอบหยิบไปอ่านจึงรู้ว่าชบายังไม่ตาย แต่แปลกใจว่าชบาหายไปไหนอย่างไร้ร่องรอย

ทดจะส่งคนไปสืบว่าจดหมายของชบาส่งมาจากไหน คิดว่าเงินจะปิดปากชบาได้

“ฉันไม่ยอมให้อีนังลิ่วล้อพวกนี้มันโค่นฉัน คอยดู สักวันฉันจะยึดคฤหาสน์นารายณ์มาเป็นของฉันให้พวกมันดู”

พุดกรองคำรามอย่างทะเยอทะยานจนหน้ามืด

ooooooo

ก่อนปูเป้จะเดินทางกลับไปอังกฤษกับราม เธอไปดักพบท่านชายยุแหย่ว่า

“หม่อมฉันไม่ต้องการให้รามพานังกระถินติดไปแม้แต่ในความคิด ท่านชายโปรดทรงรู้ไว้ด้วยว่าสองคนนั้นแอบคบหากันลับหลังพวกเรา หนึ่งปีจากนี้ไป ถ้าท่านชายทรงผูกมัดกระถินเอาไว้ไม่ได้ นังเด็กกระถินจะต้องหันมาคว้ารามแน่”
ท่านชายถามว่าถ้าเขารักกันแล้วมันธุระอะไรของตน “หม่อมฉันยอมพลาดหวังจากท่านชาย แต่จะไม่ยอมเสียรามไป หม่อมฉันจะทำทุกทางเพื่อยึดรามไว้ ส่วนนังเด็กกระถินก็เป็นภาระที่ท่านชายทรงทำให้มันติดใจ อย่าให้มันมาให้ท่ารามอีก”

พูดแล้วปูเป้ผละไปท่านชายคิดว่ากระถินต้องเดือดร้อนแน่ถ้าคิดไปเป็นคู่แข่งกับปูเป้

ก่อนรามจะเดินทางกลับไปเรียนต่อสร้อยสนให้ปากกาหมึกซึมอย่างดีเป็นของขวัญ สร้อยสนบอกรามว่าอย่าลืมใช้ปากกาด้ามนี้เขียนจดหมายมาหาสร้อยสนบ้าง

คุณพระถามกระถินว่ามีอะไรให้เป็นของขวัญรามไหม หยอกว่าของขวัญอะไรก็ให้ไปเถอะแต่อย่ามาส่งสายเหมือนคราวก่อนก็แล้วกัน

กระถินช่วยดูสัมภาระของราม ขณะก้มปิดกระเป๋ารามแกล้งเข้ามาโอบช่วยแต่มือไปจับที่สร้อยห้อยจี้ทองทวงเบาๆ

“พรุ่งนี้ก็ต้องเป็นของพี่แล้วสินะ”

“อย่าเพิ่งมั่นใจนักเลยค่ะ” กระถินไม่ให้ความหวัง พอดีจันทร์เดินเข้ามา กระถินจึงเลี่ยงออกจากห้องไป

ooooooo

ที่สถานีรถไฟ...ขณะทุกคนที่คฤหาสน์นารายณ์มาส่งและอวยชัยให้พรรามนั้น กระถินช่วยจัดของไปก็จับจี้ที่คอมองรามไปอย่างหาจังหวะจะเข้าไปบอกลา จู่ๆพลโทคร้าม พ่อของปูเป้ก็เข้ามาพูดกับคุณพระว่า

“ที่จริงผมอยากให้ลูกเราหมั้นหมายกันไว้

ต้องไปอยู่ไกลหูไกลตาด้วยกันถึงเมืองนอกเมืองนา ผมบอกตรงๆว่าผมไม่อยากให้ลูกสาวเป็นขี้ปากใคร” เอมปรีดิ์เชื่อว่ารามเป็นสุภาพบุรุษรับรองว่าปูเป้จะไม่เสียหาย แต่พลโทคร้ามอ้างวัยหนุ่มสาวที่อาจห้ามใจไม่ได้ ถามว่า “ทางนี้เคยคิดจะทำอะไรให้ชัดเจนในเรื่องนี้ไหม”

ปูเป้ได้ยินติงพ่อว่าจะมาเร่งรัดอะไรตอนนี้ คร้ามยืนยันว่าถึงยังไม่ได้เป็นคู่หมั้นก็ให้แน่ใจว่าเป็นคู่หมายกันไม่อย่างนั้นผู้ชายจะเป็นอิสระเที่ยวมองใครต่อไป ปูเป้รับรองว่าตนกับรามเปิดใจให้กัน เขาไม่มีวันปกปิดตนและเชื่อว่า
“ถ้าไม่บอกก็แสดงว่าเรื่องนั้นไม่ได้มีความหมายกับใจเขา”

คร้ามถามว่ารามกล้ายืนยันไหม รามยืนยันว่าตนตั้งใจไปศึกษาเล่าเรียน ตราบใดที่ยังพึ่งตัวเองไม่ได้คงไม่กล้าจะผูกรัดกับใครให้มาร่วมหัวจมท้ายกับตนเวลานี้

กระถินเห็นผู้ใหญ่กำลังคุยกันเครียดจึงเดินเลี่ยงออกไป ครุ่นคิดว่าสิ่งที่รามขอกับตนนั้นไม่รู้ว่าจะจริงจังแค่ไหนแอบเอานาฬิกามาดูอย่างชั่งใจ ทันใดนั้นมีเด็กวิ่งราวมาฉกกระเป๋าและนาฬิกาไป กระถินวิ่งตามร้องขอให้คนช่วยแต่เด็กวิ่งเร็วมาก

รถไฟจะออกแล้ว...ทุกคนลากันอีกครั้ง ท่านชายพูดเป็นนัยกับปูเป้ว่าไม่ต้องห่วง “คนทางนี้” ตนสัญญาว่าจะช่วยดูแลให้ รามฟังออก พูดแทรกขึ้นว่า

“กระหม่อมคิดว่าไม่น่าจะมีอะไรให้ห่วงคนทางนี้”

“เวลาเป็นปี อะไรก็ประมาทไม่ได้ทั้งนั้น” ท่านชายติง

เอมปรีดิ์มองหากระถิน ปูเป้สอดแทรกเย้ยว่า “สงสัยคงไปนั่งร้องไห้ทำใจที่ต้องลาพี่ชายอยู่มังคะ”

สร้อยสนอาสาไปดูให้ ปูเป้จึงแอบเลี่ยงขึ้นมาบนรถไฟก่อน

ที่แท้เป็นแผนของปูเป้จ้างเด็กไปวิ่งราวนาฬิกาที่รามให้กระถิน ปูเป้จ่ายค่าจ้างเด็กแล้วเอานาฬิกาให้รามบอกว่ากระถินฝากไว้ให้เขา ยุแหย่ว่า

“กระถินบอกว่าคงรับน้ำใจจากรามไว้ไม่ได้ เขาขอคืนให้รามเอากลับไป”

กระถินวิ่งมาทันรถไฟออกพอดีจึงโบกมือเรียกราม

แต่รามคิดว่าเธอโบกมือลา ปูเป้ยังเล่นเล่ห์ถามรามว่า

“ของนี่คงสำคัญมากใช่ไหม กระถินคงลำบากใจไม่กล้าเอามาคืนให้รามกับมือ”

รามมองกระถินที่โบกมือหยอยๆอยู่ที่ชานชาลาอย่างไม่เชื่อสายตาว่าจะถูกกระถินปฏิเสธอย่างนี้ คิดถึงคำสัญญาที่ให้กันขณะปิกนิกกันริมทุ่งอย่างเจ็บปวด...

“ถ้ากระถินรับปากว่าจะเป็นของพี่ ให้กระถินสวมนาฬิกาเรือนนี้ติดตัวไว้ แต่กระถินต้องจ่ายมัดจำให้พี่เป็นสร้อยเส้นนี้ได้ไหม ถ้าหากกระถินยอมยกสร้อยของกระถินให้ พี่จะถือว่ากระถินยอมมอบใจให้พี่ ส่วนกระถินก็มีนาฬิกาเรือนนี้ไว้แทนใจพี่เช่นกัน”

ปูเป้จับตาดูรามอย่างสะใจที่แผนของตนได้ผลชะงัด

รามนั่งมองนาฬิกาเรือนนั้นไม่คิดว่าทุกอย่างจะ กลับตาลปัตรอย่างนี้ เขากำนาฬิกาอย่างเจ็บปวด ในที่สุดรามดูนาฬิกาอีกครั้ง แล้วตัดสินใจยื่นมือออกไปนอกหน้าต่างรถไฟ ปล่อยนาฬิกาทิ้งไปเพื่อจะให้ลืมกระถินให้ได้...

ooooooo

เลือดรักทระนง

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด