ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เลือดรักทระนง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เมื่อสร้อยสนหายแล้ว เอมปรีดิ์และแม่นิ่มพาสร้อยสนกับกระถินไปเฝ้าท่านชายและท่านหญิงที่วัง สร้อยสนตื่นเต้นกับความหรูหราของวัง ดีใจที่จะได้เจอผู้ช่วยชีวิตตน แต่กระถินนั่งไม่เป็นสุข

เมื่อท่านชายกับท่านหญิงเข้ามา เอมปรีดิ์กราบพระบาทท่านหญิงกับท่านชาย ท่านหญิงถามว่าสบายดีหรือ

“สบายดีเพคะ วันนี้หม่อมฉันพาสร้อยสนลูกเลี้ยงของคุณพระมากราบขอบพระทัยท่านชายที่ทรงช่วยชีวิตเอาไว้”

“หม่อมฉันซาบซึ้งในพระกรุณา ถ้าไม่ได้ท่านชายวันนั้น หม่อมฉันคงอยู่มาไม่ถึงวันนี้เพคะ” สร้อยสนเรียกความสนใจ ท่านชายบอกว่าดีใจที่ได้เห็นเธออีกครั้ง ถามว่าหายดีแล้วหรือ “ดีขึ้นมากแล้วเพคะ”

“แม่ของเธอเป็นห่วงเธอมาก ตอนนี้เธอคงโล่งใจ ไม่โทษว่าเป็นความผิดของกระถินแล้วใช่ไหม”

ทุกคนแปลกใจที่ท่านชายเรียกกระถินอย่างสนิทสนม กระถินทำตัวไม่ถูกกลัวความผิดรีบก้มกราบ

“กราบขอประทานอภัย หม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจจะล่วงเกินท่านชายเพคะ”

ท่านชายบอกว่าตนยังไม่ทันว่าอะไรเลย กระถินก็พร่ำแต่ขอประทานอภัย ตนผิดไปแล้ว พูดและทำท่าอย่างที่จำมาจากลิเก จนท่านชายกับท่านหญิงขำ แม่นิ่มแก้ต่างให้ว่า

“ขอประทานอภัยเพคะ กระถินเป็นเด็ก ยังไม่ค่อยรู้ประสา”

กระถินยังคงก้มกราบก้นโด่ง ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบตาท่านชายอีกเลย

เอมปรีดิ์ทูลเชิญท่านหญิงและท่านชายเสด็จไปเสวยที่บ้านสักวัน สร้อยสนรีบย้ำว่าท่านชายต้องเสด็จไปให้ได้ เมื่อทุกคนมาขึ้นรถแล้ว กระถินกำลังจะขึ้นรถท่านชายเรียกไว้ถามเย้าว่า วันนี้ไม่มีเขาควายมาขายหรือ กระถินเงอะงะไม่นึกว่าท่านชายจะพูดด้วย ได้แต่ส่ายหน้าแทนคำตอบ

“เห็นฉันเป็นพี่บรรณคนเดิมของเธอเถอะ แล้วบอกสายฟ้าด้วยนะว่าฉันคิดถึง”

“สงสัยท่านชายจะทรงล้อเล่นแรงไป คราวนี้เลยเกร็งท่านชายไปเลยกระหม่อม” เสมอพูดขำๆ

ท่านหญิงถามท่านชายว่าไปสนิทสนมกับเขาตั้งแต่เมื่อไหร่

“เด็กคนนั้นถือเป็นเพื่อนคนแรกของชาย เสียดาย ดูท่าเขาจะไม่อยากคบกับชายเสียแล้ว”

ฝ่ายสร้อยสนเข็ดขยาดที่ตกม้าจนไม่อยากจะไปหัดขี่ม้าอีก นิธิจะพาไปฝึกก็ปฏิเสธไม่ไปเพราะแผลยังไม่หายอักเสบ แต่พอพุดกรองรู้ก็ไม่ยอม ถามว่า “แล้วงานวันเกิดแกจะทำยังไง แม่อุตส่าห์ซื้อม้ามาให้ตั้งเท่าไหร่ เชิญแขกมามากมายบอกเขาว่าจะมีแข่งม้าเพราะหนุ่มๆ ก็อยากมาดูม้ากันทั้งนั้น ขืนบอกว่ามางานแกใครเขาจะมา”

สร้อยสนถามว่าเขาต้องการมาดูม้าไม่ได้มาดูตนหรือ

“แกก็ต้องรู้จักทำตัวให้เตะตา ผู้ชายรวยๆจะได้อยากจับจองแกไว้” สร้อยสนถามว่าท่านชายบรรณมาไหม เพ้อว่าท่านหล่ออย่างกับชายในฝัน พุดกรองเบ้หน้าถามว่า “ท่านชายตกอับ แกจะไปชายตาแลทำไม”

“ตกอับอะไรคะ วังท่านใหญ่โตจะตาย”

“จำใส่หัวเอาไว้ถึงแกจะโง่แค่ไหน ก็ต้องฉลาดเลือกผู้ชายให้เป็น ความรักไม่ใช่เรื่องสำคัญ เงินเท่านั้นที่เป็นสิ่งจำเป็น” พุดกรองบ่นอย่างหงุดหงิดที่สร้อยสนไม่ได้ดั่งใจ

ooooooo

วันนี้ พุดกรองเห็นทดเอากุญแจให้แม่นิ่มก็สงสัยว่าเป็นกุญแจอะไร พอทดจะเดินไปก็เรียกไว้

“อย่าเพิ่งไป ฉันต้องการเบิกเครื่องเพชรมาไว้ใส่ในวันงาน”

“ถ้าเป็นสมบัติส่วนตัวของท่าน คุณพระให้คุณนิ่มเป็นคนดูแล คุณนิ่มเธอเป็นคนดูแลทรัพย์สินในบ้านถ้าคุณต้องการ ต้องไปขอเบิกจากเธอ”

พุดกรองคิดว่ากุญแจดอกนั้นคงเป็นกุญแจเซฟ นึกไม่ถึงว่าคุณพระจะไว้ใจแม่นิ่มขนาดนั้น เมื่อเจอแม่นิ่มพุดกรองวางมาดสั่งให้เอากุญแจหีบเงินของคุณพระมา ละมุดสาระแนแทรกว่าคุณผู้หญิงต้องการเครื่องประดับในงานวันเกิดคุณสร้อย

“ฉันคงอนุญาตไม่ได้ เพราะพวกนั้นเป็นของแม่คุณราม แม้แต่คุณพี่ก็ไม่มีสิทธิ์เอาไปให้เธอ”

พอแม่นิ่มกับกระถินเดินไป พุดกรองจิกตาร้ายกาจ พึมพำ

“มันคงนึกว่าเป็น ‘โชค’ ของมัน แต่ฉันว่าเป็น ‘เคราะห์’ ของมันมากกว่า ดูซิถ้าของที่มันเฝ้าหายไป มันยังจะลอยหน้าลอยตาอยู่ในบ้านนี้ได้อีกไหม”

ooooooo

พุดกรองจดรายการของที่ต้องการใช้ในการจัดการไปให้แม่นิ่ม สั่งว่าต้องได้ครบภายในวันนี้

แม่นิ่มเห็นรายการยาวเหยียดบอกว่าคุณพระไม่ได้ให้เงินไว้แต่จะไปเอาที่ห้างให้

พอแม่นิ่มออกไปห้างกับจันทร์ พุดกรองก็ส่งสัญญาณให้ละมุดขึ้นไปค้นหากุญแจที่ห้องแม่นิ่มแต่หาไม่เจอ พุดกรองคาดว่าแม่นิ่มคงเอาติดตัวไปด้วย บอกละมุดว่ากำจัดแม่ไม่ได้ก็ให้กำจัดลูก แล้วพุดกรองเองก็สั่งให้กระถินรีดชุดของสร้อยสนหลายชุด กระหนาบว่า รีดให้เรียบ ถ้ามีปัญหาก็อย่าหวังว่าจะได้อยู่ในบ้านนี้อีก

ขณะกระถินกำลังรีดผ้า นิธิมาเห็นจึงอาสาช่วยรีด ละมุดขึ้นห้องแม่นิ่มไม่ได้จึงออกอุบายหลอกนิธิว่าคุณผู้หญิงเรียก พอนิธิไป ละมุดก็เอาถ่านใส่เตาพัดจนลูกไฟกระเด็นแล้ววางไว้ที่เดิม กระถินกลับมาไม่เห็นนิธิแต่เตาหนักๆ ก็คิดว่านิธิเติมถ่านให้แล้วจึงลงมือรีด ลูกไฟกระเด็นถูกชุดของสร้อยสนเป็นรอยไหม้

“ฉันบอกแกแล้วใช่ไหมว่าถ้าแกทำผิดอีกครั้ง แกจะอยู่ที่นี่ไม่ได้” กระถินขอโทษแล้วขอโทษอีก ขอโอกาสตนอีกครั้ง “เก็บข้าวของของแก แล้วไสหัวออกไปภายในวันนี้” พุดกรองเด็ดขาดจนกระถินช็อก

ooooooo

กระถินเข้าห้องเพื่อเก็บของ ต้องตกใจผงะเมื่อเห็นข้าวของถูกรื้อกระจุยกระจาย พอดีรามตามเข้ามาเพื่อห้ามกระถินไปเห็นสภาพห้องถามว่านี่มันอะไรกัน

กระถินนึกถึงวันที่พุดกรองจะเอากุญแจจากแม่นิ่ม ลำดับเหตุการณ์แล้วรู้ทันทีว่าเรื่องราวทั้งหมดวันนี้เป็นแผนการของพุดกรองเพื่อจะขโมยกุญแจจากแม่นิ่ม รามถามว่าพุดกรองมาเกี่ยวอะไรด้วย

กระถินพุ่งไปยังโต๊ะเครื่องแป้งเทอับแป้งร่ำขนาดใหญ่ออกเพราะรู้ว่าแม่นิ่มซ่อนกุญแจไว้ในนั้น

เมื่อเทอับแป้งเห็นกุญแจร่วงลงมา กระถินถอนใจโล่งอกที่กุญแจยังอยู่ รามดูแล้วจึงเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

ooooooo

ขณะพุดกรองกับสร้อยสนกำลังถ่ายแฟชั่นเซตสุดท้ายอย่างสวยงามอยู่นั้น รามเดินเข้ามาพร้อมกระถิน ละมุดที่คอยอวยสองแม่ลูกอยู่ข้างๆ เห็นเข้าก็โวยว่าทำไมกระถินยังไม่เก็บข้าวของไปอีก

“รอให้ฉันจับโจรให้ได้ก่อน” รามเดินเข้าไปจ้องหน้าพุดกรองถามว่า “เธอให้คนไปค้นห้องแม่นิ่มเพื่อหากุญแจดอกนี้ใช่ไหม” พลางชูกุญแจจ้องจับผิด

พุดกรองกับละมุดหน้าเสียแต่ปรับได้ทันทีตีหน้าซื่อถามว่ารามพูดอะไรไม่รู้เรื่อง มีหลักฐานอะไรมาปรักปรำตน กระถินทนไม่ได้เปิดโปงว่า

“คุณหลอกให้แม่นิ่มออกจากบ้าน แล้วก็เรียกฉันมาใช้งาน เพราะคุณต้องการขโมยของในหีบที่แม่นิ่มเก็บไว้”

“ถ้าไม่มีหลักฐานก็อย่ามาเฉไฉ ความผิดตัวเองมีหลักฐานคาตายังดื้อด้านอยู่ได้” พุดกรองหยิบชุดของสร้อยสนที่มีรอยไหม้ให้รามดู

รามเดินเข้าไปที่กล่องใส่สัมภาระของช่างกล้อง ค้นกล่องแล้วดึงฟิล์มออกมาให้โดนแสง สร้อยสนกับพุดกรองโวยวายลั่น กระถินก็ร้องให้รามหยุด

“นั่นใครโวยวายอะไร” คุณพระกลับมาได้ยินเสียงโวยวายจากในบ้านหันไปถามทดที่ไปรับที่สถานีรถไฟมา คุณพระเดินไปหลังบ้านเห็นสองฝ่ายกำลังประจันหน้ากันขึงขัง บ่นอย่างระอาว่า “พอฉันไม่อยู่ เกิดเรื่องอีกจนได้”

เมื่อเข้าไปนั่งในห้องรับแขกต่อหน้าคุณพระ

สร้อยสนฟ้องฉอดๆว่ารามอิจฉา พยายามทำลายงานวันเกิดตน สองแม่ลูกรุมกันฟ้อง รามปล่อยให้พูดแล้วย้อนถามว่าทีพวกเธอไปขโมยของคนอื่นเขาล่ะ

“แกมีหลักฐานอะไรไปโทษว่าเป็นความผิดของพุดกรอง” คุณพระถาม

รามบอกว่าเรื่องขโมยตนไม่มีหลักฐานแต่เรื่องชุดที่มีรอยไหม้ตนเห็นละมุดสับเปลี่ยนถ่านให้เกิดลูกไฟ เชื่อว่า...

“กระถินถูกป้ายความผิดเพื่อจะได้ไล่ออกจากบ้าน ลูกมั่นใจว่ากระถินบริสุทธิ์แน่นอน”

คุณพระพอใจที่เห็นรามกล้าที่จะปกป้องกระถิน เสนอว่าเมื่อไม่มีหลักฐานว่ากระถินตั้งใจทำชุดเสียหายก็อย่าเพิ่งด่วนตัดสิน พุดกรองไม่ยอม คุณพระจึงบอกว่า “ก็เหมือนกับที่ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเธอให้คนไปค้นห้องของเขานั่นแหละ”

สร้อยสนถามว่าแล้วที่รามทำลายฟิล์มของตนล่ะ ตนจะเอารูปที่ไหนไปแจกแขก

“ลุงจะให้รามชดใช้ด้วยการลงแข่งม้าในงานของสร้อย ถ้าหากรามแข่งม้าชนะ กระถินจะได้อยู่ที่นี่ต่อไป แต่ถ้าแพ้กระถินจะต้องออกจากบ้านไปทำงานที่โกดังสินค้า ถ้าเป็นแบบนี้แกยังยืนยันจะช่วยกระถินอยู่ไหม” คุณพระถาม รามไม่อยากไปร่วมงาน คุณพระบอกสร้อยสนว่า “ทำแบบนี้ก็จะได้ไม่มีเหตุผลที่รามจะเล่นงานสร้อยอีกแล้วไง”

รามหนักใจเพราะตนไม่ชอบและไม่เคยขี่ม้ามาก่อน แต่คุณพระพอใจที่รามจะได้รู้จักลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อคนอื่นบ้าง

นิธิดีใจที่กระถินไม่ต้องไปแล้ว กระถินพูดปลงว่าอะไรก็ยังไม่แน่นอน รามไม่พอใจประชดว่าถ้านิธิลงแข่งเธอคงมั่นใจกว่านี้ใช่ไหม กระถินฮึดขึ้นมาบอกว่าถ้าเขาไม่เต็มใจก็ไม่ต้องฝืน รามวางท่าว่าถ้าขอร้องดีๆ ตนก็อาจจะยอมสู้เพื่อเธอ

“งั้นก็อย่าเสียเวลาเลยค่ะฉันไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณใคร” กระถินเดินคอแข็งไปอย่างไม่แยแส

เมื่อกลับห้องแม่นิ่มจัดของเข้าที่แล้ว กระถินส่งกุญแจคืนแม่นิ่มถามว่าทำไมแม่นิ่มจึงเป็นคนรักษาสมบัติเหล่านี้ไว้ “เพราะต่อไปรามจะต้องเป็นเจ้าของที่นี่แม่นิ่มจะต้องเก็บรักษาทุกอย่างให้แน่ใจว่าตกไปถึงมือของราม”

กระถินจึงรู้ว่านี่คือเหตุที่พุดกรองพยายามเฉดพวกตนออกไป แม่นิ่มบอกว่าไม่ต้องห่วงรามจะต้องช่วยได้

ฝ่ายสร้อยสนถามพุดกรองว่าถ้ารามชนะตนจะต้องเต้นรำกับเขาใช่ไหม พุดกรองยืนยันว่ารามไม่มีวันชนะแน่นอน ตนมีวิธีที่จะทำให้รามชนะไม่ได้

ooooooo

“วิธี” ของพุดกรองคือ ไปเสนอท่านชายบรรณถึงวังปรียวัฒน์ว่าให้ท่านชายไปแข่งม้าในงานวันเกิดของสร้อยสน ถ้าชนะก็แลกกับการที่ตนจะช่วยซื้อที่ดินหลังวังที่ท่านหญิงประกาศขายไว้ ปรามาสทิ้งท้ายว่า

“หม่อมฉันรู้ดีว่าท่านชายกำลังเดือดร้อนมาก แค่ไหน โปรดรับข้อเสนอของดิฉันด้วยนะเพคะ”

เมื่อท่านชายเล่าให้ท่านหญิงฟัง ท่านหญิงปรารภว่าเมียคุณพระคนนี้ดูจงใจเหยียดหยามเราเหลือเกิน บอกท่านชายว่า

“ชายไม่จำเป็นต้องไปตกปากรับคำเขา เราไม่ได้อัตคัดอะไร เสด็จพ่อแค่อยากตัดภาระเรื่องไร่นาเลยให้พี่ประกาศขายที่ไปเท่านั้น”

“ชายแค่สงสัยเท่านั้นเองกระหม่อมว่าทำไมการแข่งครั้งนี้ถึงได้สำคัญขนาดที่เขาต้องวางเดิมพันขนาดนั้น”

ต่อมาท่านชายเห็นรามไปหัดขี่ม้าโดยมีนายหวัดคอยส่งสัญญาณให้ ท่านชายถามนายหวัดจึงรู้ว่ารามกำลังเตรียมลงแข่งม้าในงานเลี้ยงวันเสาร์นี้ ท่านชายสงสัยว่าทำไมต้องฝึกจริงจังขนาดนี้ นึกว่าเป็นแค่งานสังสรรค์ธรรมดาเสียอีก

“มิได้กระหม่อม งานนี้คุณรามมีเดิมพัน ถ้าหากคุณรามแพ้วันนั้น กระถินจะโดนไล่ออกจากบ้านทันทีกระหม่อม”

ท่านชายแปลกใจว่าทำไมพุดกรองถึงอยากกำจัดกระถินออกจากบ้านขนาดนี้

ฝ่ายคุณพระพูดกับแม่นิ่มว่า รามฝืนทำขนาดนี้ทั้งที่ไม่ชอบ แสดงว่าในที่สุดกระถินก็เปลี่ยนรามได้ รามถึงแพ้ไม่ได้ แม่นิ่มติงว่าถ้ารามแพ้กระถินต้องไปทำงานที่โกดังตั้งแต่เด็ก คุณพระบอกว่าเรื่องนี้ตนก็เป็นกังวลไม่น้อยกว่าแม่นิ่ม

ooooooo

วันนี้กระถินกับชบาต้องไปเก็บสายบัวมาทำกับข้าว ชบาเบื่อหน่ายกับการทำงานตากแดดตัวดำ คิดจะจับทดเพื่อชีวิตจะได้สบายขึ้น เลยทิ้งให้กระถินไปเก็บสายบัวคนเดียว

รามจูงม้าผ่านมาเห็นกระถินอยู่ริมบึงจึงคิดแกล้ง ผูกม้าไว้ริมบึงแล้วโดดลงเรือพายออกไปจนกระถินโดดตามแทบไม่ทัน แต่รามพายเรือไม่เป็นจึงพายวนอยู่กับที่ กระถินรำคาญแย่งพายลุกยืนจะพายเอง เรือโคลงจนรามโวยวาย กระถินเอาคืนทันทีว่า “ถ้าคุณอ้อนวอนฉัน ฉันอาจจะเลิกแกล้งก็ได้”

กระถินได้ทีถือโอกาส “สั่งสอน” ราม นอกจากขย่มเรือโคลงแล้วยังท้าว่าใครเก็บสายบัวได้ยาวกว่าคนนั้นชนะ กระถินโดดจากเรือว่ายไปที่น้ำลึกที่สุดเพื่อจะได้สายบัวยาวที่สุด รามเห็นกระถินโดดน้ำหายไปก็เป็นห่วงโดดตามไปแต่หากระถินไม่เจอ ซ้ำถูกสายบัวพันแข้งพันขาแทบเอาชีวิตไม่รอดอีกด้วย

พอรามว่ายขึ้นฝั่งก็เห็นกระถินถือสายบัวยาวเฟื้อยรออยู่แล้ว รามถูกกระถิน “สั่งสอน” จากความเป็นจริงจนพูดไม่ออกแต่ก็ไม่วายขี้แพ้ชวนตีว่า

“ฉันมันโง่ที่ไม่ทันใช้สมอง ถ้าฉุกคิดเสียหน่อยก็คงทันเล่ห์เหลี่ยมลูกโจรอย่างเธอ...แต่จำไว้นะ เธอนี่แหละที่จะต้องมาง้อฉัน สักวันเธอจะต้องมาเอ่ยปากขอโทษหรือขอบคุณผู้ชายแย่ๆอย่างฉัน”

“หลงตัวเอง คุณพูดตกไปอีกอย่าง...” กระถินพูดไม่ทันจบ รามก็เดินกลับไปที่ม้าอย่างหัวเสียแล้ว

ที่แนวไม้ไกลๆ เสือกาจกับโม่แอบดูอยู่ โม่พึมพำ “สมเป็นลูกพี่กาจ กระถินนี่มันใจเด็ดจริงๆ”

ooooooo

วันนี้ท่านชายและท่านหญิงเสด็จมาที่คฤหาสน์นารายณ์ สนทนากับเอมปรีดิ์และคุณพระอย่างสนิทสนม พูดคุยกันถึงอดีตที่ท่านหญิงเคยมาวิ่งเล่นที่นี่และติดแม่นิ่มมาก ร้องหา “พี่นิ่ม...พี่นิ่ม” ทั้งวัน

“ตอนนั้นยังทูลเสด็จพ่อให้ทรงพาพี่นิ่มไปเมืองนอกด้วยกัน” ท่านหญิงจำได้

“ประทับนานขนาดนั้น กระหม่อมนึกว่าท่านหญิงจะไม่เสด็จกลับมาที่นี่เสียแล้ว” คุณพระเอ่ย

“เพราะชายบรรณหญิงเลยกล้ากลับมา ชายเกิดที่นู่นแต่อยากใช้ความรู้มาพัฒนาบ้านเมืองที่นี่ ได้มาทำงานให้กระทรวงต่างประเทศดูจะชอบใจ คงจะลงหลักปักฐานอยู่ที่นี่ ไม่ไปไหนอีกแล้ว”

ทุกคนชื่นชม หันมองท่านชายที่เดินเล่นอยู่กับสร้อยสนที่ด้านนอก

ท่านชายเดินมองไปรอบๆ สร้อยสนถามว่าท่านมองหาอะไร ท่านสะดุ้ง ตอบเลี่ยงไปว่ามองหาเจ้าสายฟ้า สงสัยกระถินจะพาไปเดินเล่น สร้อยสนพูดเหยียดทันทีว่าท่านชายอุตส่าห์จำเด็กรับใช้อย่างกระถินได้ ท่านชายถามว่ากระถินเป็นลูกเต้าเหล่าใคร พ่อแม่อยู่ไหน

สร้อยสนอึ้ง บอกว่าก็แค่เด็กเก็บมาเลี้ยง ถามว่าท่านชายถามทำไม

“ฉันแค่ได้ยินว่าเขาอาจจะไม่ได้อยู่ที่นี่ต่อ เลยสงสัยว่ามีปัญหาอะไร”

ทันใดนั้น พุดกรองที่ตามมาเห็นสร้อยสนอึกอัก รีบพูดแทรกขึ้นว่า กระถินแอบอ้างกับคนอื่นว่าเป็นลูกสาวตน ถามว่ากระถินทูลเรื่องนี้กับท่านหรือ ท่านชายบอกว่าเปล่า กระถินไม่เคยบอก

“ถ้าเช่นนั้นก็โล่งอกไป หม่อมฉันแค่กลัวว่าท่านชายจะทรงตกเป็นเหยื่อของนังเด็กหัวหมอนั่นอีกคน”

พุดกรองถล่มกระถินแล้วสังเกตสีหน้าท่านชายก็ระแวงว่า อะไรทำให้ท่านชายสนใจกระถินขึ้นมา

ooooooo

งานเลี้ยงฉลองวันเกิดของสร้อยสนเริ่มขึ้นแล้วอย่างอลังการ การแข่งม้ากลายเป็นแม่แรงดึงดูดแขก เหรื่อทั้งหนุ่มๆในสังคมไฮโซและบรรดาคนรับใช้ในคฤหาสน์ที่แอบพนันขันต่อกันอย่างคึกคัก

โม่แฝงตัวเป็นคนงานมาช่วยขนย้ายสิ่งของในงาน โม่ดีใจที่ได้เจอชบา แต่ชบาหมางเมินทำเป็นไม่รู้จักเมื่อเห็นโม่เป็นแค่คนงาน ละมุดเห็นชบาคุยกับโม่ก็ด่าว่านัดผู้ชายมาหา ไล่โม่ให้ไปที่อื่น แต่พอเห็นความล่ำบึ้กของโม่อารมณ์ไก่แก่แม่ปลาช่อนก็ซาบซ่า แต่ถูกพุดกรองมาจิกเรียกถามเรื่องที่ให้ไปสืบ ละมุดถอยออกมาเซ็งๆ รายงานว่า

“นังกระถินไม่น่ารอดแน่ๆ เพราะคุณรามยังขี่ม้าไม่แข็งเท่าไหร่ ร้อยทั้งร้อย ยังไงท่านชายก็ต้องชนะแล้วนังกระถินก็ต้องโดนเฉดหัวออกจากบ้านแน่คราวนี้”

โม่หลบออกมาแอบฟัง จึงรู้ถึงแผนการที่พุดกรองจะกำจัดกระถินออกจากบ้าน

ใกล้เวลาการแข่งม้าแล้ว กระถินไปลาเจ้าสายฟ้าเพราะคิดว่าตนต้องถูกไล่ออกจากบ้านแน่ รามเซ็งที่กระถินไม่เชื่อฝีมือตน บอกว่าอาจเกิดปาฏิหาริย์ขึ้นก็ได้ ท่านชายเดินเข้ามาเห็นกระถินกับรามอยู่ด้วยกัน ทักรามว่า

“พร้อมจะลงแข่งขันแล้วใช่ไหมเห็นมุ่งมั่นฝึกอยู่หลายวัน สู้ให้เต็มที่ เพราะฉันก็จะไม่ออมมือให้เหมือนกัน” แล้วบอกกระถินว่า “ฉันกับพี่หญิงบัวคุยกันแล้วว่า ยินดีจะอุปการะกระถินต่อจากที่นี่ไปอยู่กับฉัน เธอจะได้เรียนต่อมัธยมอย่างที่ตั้งใจ” กระถินตกใจ รามได้ยินก็ใจเสียไปเหมือนกัน ท่านชายพูดกับรามอีกว่า “ถ้าชนะ ฉันจะขอกระถินไปอยู่กับฉัน คุณคงไม่ขัดข้องใช่ไหม”

รามไม่ตอบแต่หึงจนพาลโกรธนึกว่ากระถินเอาใจออกห่างจากตน

ooooooo

การแข่งม้าเริ่มขึ้นแล้ว มีหนุ่มเข้าร่วมแข่งห้าคน เริ่มไปได้ไม่นานท่านชายกับรามก็ทิ้งห่างอีกสามหนุ่มไปมาก

ท่านชายชักม้าทะยานนำรามไปท่ามกลางนักพนันที่เชียร์กันคึกคัก รามนึกถึงกระถินที่บอกว่าตนทนอยู่ที่นี่เพราะแม่นิ่มและกำลังจะหมดความอดทนเพราะเขา รามก็ฮึดขึ้นมา ส่วนท่านชายก็คิดถึงคำพูดของกระถินที่ว่า ตนไม่อาจเลือกชีวิตของตนเองได้ อยู่ที่ไหนก็ไม่มีความสุข ท่านชายจึงพยายามที่จะเอาชนะรามเพื่อรับกระถินไปอยู่ด้วย

รามฮึดควบม้าไปแต่ก็ยังตามหลังท่านชาย จนท่านชายคว้าผ้าคลุมที่ผูกไว้ได้แล้วควบม้ากลับ

เสือกาจรู้แผนร้ายของพุดกรองจากโม่ จึงมาแอบดูรู้ว่าถ้าท่านชายชนะรามกระถินจะต้องออกจากบ้านนี้ จึงยกหน้าไม้ยิงไปดักม้าของท่านชาย ทำให้ม้าตื่น ท่านชายทำผ้าที่แย่งมาได้หลุดมือปลิวไปตามลม

รามเห็นดังนั้นควบม้าแซงไปคว้าผ้าไว้ได้แล้วพุ่งเข้าบ้านเป็นคนแรก นักพนันที่ถือข้างท่านชายเงียบกริบ สร้อยสนผิดหวังมากที่รามเป็นผู้ชนะ

กระถินที่คิดว่ารามแพ้แน่แล้วกำลังจะกลับ นิธิวิ่งไปจับไว้บอกด้วยความดีใจว่า

“คุณรามชนะแล้วกระถิน!!”

กระถินวิ่งกลับมา รามเห็นก็กระโดดลงจากหลังม้า ชูผ้าวิ่งเข้ามาบอกอย่างดีใจสุดขีดว่า

“ชนะแล้ว...เราชนะแล้ว!!” ทั้งสองวิ่งเข้ากอดกัน รามบอกว่า “เธอไม่ต้องไปไหนแล้วนะ” แล้วอุ้มกระถินลอยขึ้น

คุณพระเห็นอารมณ์ของทั้งสองก็ภูมิใจที่รามทำเพื่อกระถินได้สำเร็จ ฝ่ายท่านชายแม้จะแพ้แต่ก็ดีใจที่เห็นกระถินมีความสุข

สร้อยสนเสียหน้าที่รามเป็นผู้ชนะ สะบัดพรืดเข้าบ้าน ไปอย่างเจ็บใจที่ตนต้องเปิดฟลอร์กับรามแทนที่จะเป็นท่านชาย

รามกับกระถินยังคงหัวเราะกันร่าเริงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ชัยชนะของรามครั้งนี้พังทลายความรู้สึกปิดกั้นที่ต่างมีต่อกันจนหมดสิ้น

คุณพระศานต์ชื่นชมยินดีกับราม ชมว่าเยี่ยมมาก ให้กำลังใจว่าไม่มีอะไรที่รามทำไม่ได้ ทั้งสร้อยสนและกระถินคงประทับใจ รามบอกว่าไม่เห็นพวกเขาจะซาบซึ้งอะไร คงจะผิดหวังมากกว่าที่คนชนะเป็นตน

“บางที เสน่ห์ของผู้หญิงก็อยู่ตรงที่เขาไม่แสดงออก พูดอย่างทั้งที่ใจคิดอีกอย่าง รามเพิ่งเป็นหนุ่ม ยังมีเวลาให้ต้องเรียนรู้ผู้หญิงอีกเยอะ”

ooooooo

พิธีกรประกาศผลการแข่งขันและเชิญสร้อยสนเต้นรำเปิดฟลอร์กับพระเอกของงานให้สมกับเป็นคิงและควีนของงาน

ทั้งคู่ไปเต้นรำเปิดฟลอร์กันเซ็งๆ เต้นไปก็แทบไม่มองหน้ากัน ซ้ำสร้อยสนยังแอบบอกให้นักดนตรีเล่นเพลงเร็ว เพราะไม่อยากเต้นซึ้งๆกับราม ต่างเต้นอย่างไม่แคร์กันจนสร้อยสนเหยียบเท้าราม และรามก็แอบเอาคืนจนสร้อยสนร้อง

และแล้วสร้อยสนก็แทบคลั่งเมื่อเห็นท่านชายออกไปเต้นรำกับกระถิน ตนต้องพลาดเต้นรำกับท่านชายแล้วยังต้องมาเต้นกับรามที่หยาบคายอีก ทนไม่ได้สะบัดหน้าออกจากฟลอร์ทิ้งรามให้ยืนคว้างอยู่คนเดียวจนต้องเดินออกจากฟลอร์ไป

สร้อยสนตะบึงตะบอนเดินมาจนส้นรองเท้าพลิกล้มลงข้อเท้าแพลง นิธิมาเจอถามว่าเป็นอะไร เมื่อเข้าไปดูบอกว่าคงจะเท้าแพลง สร้อยสนสั่งทำให้ตนหายเจ็บเดี๋ยวนี้ ตนจะไปเต้นรำกับท่านชาย นิธีจึงเอาผ้าเช็ดหน้าของตัวเองห่อน้ำแข็งที่เหลือจากแก้วเครื่องดื่มประคบให้บอกว่าตนคงทำให้ได้แค่นี้ เอาแค่ลุกขึ้นยื่นให้ได้ก่อน สร้อยสนสั่งให้จัดการพาตนไป นิธิกลัวๆกล้าๆ ย่อตัวลงแบกและก้มหยิบรองเท้าถือไป

สร้อยสนพอใจที่สั่งนิธิได้และเคลิ้มที่ได้สัมผัสกับชายหนุ่ม

ทดเห็นเข้าก็ไม่พอใจที่นิธิรับใช้สร้อยสนเหมือนทาส เมื่อส่งสร้อยสนแล้ว ทดถามอย่างขัดใจว่า

“แกนี่มันซื่อหรือโง่กันแน่ โดนผู้หญิงหลอกใช้ยังไม่รู้ตัว” นิธิถามว่าเธอจะหลอกตนทำไม “เขาเห็นผู้ชายที่ไหนก็อยากสนตะพายเอาไว้ใช้ทั้งนั้น”

“ผมว่าอามองโลกในแง่ร้ายเกินไป คุณสร้อยก็แค่เด็กเอาแต่ใจไม่ได้ฉลาดขนาดจะมีลูกไม้อะไรกับใครหรอกครับ”

“ขืนยังอ่อนต่อโลก สักวันชีวิตแกจะพังก็เพราะ ผู้หญิง” ทดบ่นอย่างขัดใจ นิธิมองอย่างไม่เข้าใจว่าทดโมโหอะไร...

ooooooo

ท่านชายสอนกระถินเต้นรำ ยิ่งเต้นก็ยิ่งสนุก รามนั่งมองอย่างไม่พอใจและดื่มหนักจนแม่นิ่มเตือนว่าดื่มจัดไปรึเปล่า รามบอกว่าวันนี้คุณพ่ออนุญาตให้ดื่มแล้ว พลางพยักพเยิดให้แม่นิ่มดูท่านชายกับกระถินเต้นรำกัน ถามว่า

“แม่นิ่มไม่ไปห่วงลูกสาวตัวเองบ้าง ฉลองจนความสุขจุกคอไปแล้วมั้งรายนั้น” ว่าแล้วเดินหนีไปอย่างหงุดหงิด

ครู่หนึ่งเมื่อกระถินกลับมา แม่นิ่มถามว่าลืมอะไรหรือเปล่า กระถินงง

“คุณรามไงล่ะ กระถินขอบคุณคุณรามเธอสักคำรึยัง”

กระถินนึกได้ คิดว่าป่านนี้รามคงโกรธตนไปแล้ว

รามไปยืนอยู่ที่ระเบียงชั้นสอง สะบัดเสียงว่า “นึกว่าฉันอยากได้ยินนักรึไงไอ้คำขอบคุณจากปากเธอ!!” ที่แท้รามคิดไปเอง เขาพูดกับรูปปั้นคิวปิด ไม่มีกระถินอยู่ตรงนั้นเลย ยังพูดต่ออย่างมีอารมณ์ว่า “คิดว่าจะง้อรึไง...ฉันมันโง่เองที่เสียแรงทำเพื่อคนอย่างเธอ” แล้วเทไวน์ใส่แก้วดื่มรวดเดียวหมดอย่างหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิม

เมื่อแม่นิ่มเตือน กระถินรีบไปหาราม เดินมาเจอนายหวัดถือถาดไวน์กำลังจะขึ้นข้างบน ถามว่าเห็นรามไหม พอรู้ว่านายหวัดกำลังจะเอาไวน์ไปให้ก็ขอเอาไปให้เอง นายหวัดเตือนว่าให้ระวังหน่อยเพราะท่าทางรามกำลังอารมณ์ไม่ดี

กระถินรับถาดไวน์เดินไปเจอพุดกรองออกจากห้องพอดี ถูกพุดกรองด่าว่าร้ายนักนะแม่ตัวดี กล้ามาหักหน้าลูกตน ดัดจริตไปให้ท่าท่านชาย เพราะอยากตีตัวเสมอสร้อยสน กระถินบอกว่าตนไม่ได้ทำ พุดกรองบีบคอกระถินตะคอกว่าเป็นเพราะตนไม่ยอมรับเป็นลูกใช่ไหม ถึงได้ไม่ยอมปล่อยให้ตนมีความสุข

“คุณต่างหากที่ทนเห็นลูกคนนี้มีความสุขไม่ได้”

“แกจะมีความสุขได้ยังไง ลูกโจรอย่างแกต้องรับกรรมที่ทำเอาไว้”

“คุณขโมยทุกอย่างจากคุณราม คุณต่างจากโจรตรงไหน ฉันเป็นลูกโจร ก็เพราะมีแม่เป็นโจร!!”

พุดกรองผลักกระถินกระเด็นไปจนถาดไวน์หล่น ขวดไวน์แตก รามได้ยินเสียงโผล่มาดูเห็นพุดกรองกำลังมีเรื่องกับกระถินจึงเข้าไปขวางตวาด “อย่าแตะต้อง กระถิน!!”

ทั้งสองโต้เถียงกันอย่างรุนแรง พุดกรองไล่กระถินให้ไปอยู่กับพ่อ รามโต้ว่าคนที่ควรตามเสือกาจไปควรจะเป็นเธอ รามคว้าขวดไวน์ที่แตกพุ่งเข้าหาพุดกรอง กระถินเข้ากอดรามร้องห้าม “อย่า!!” พุดกรองปรามว่า อย่าทำอะไรบ้าๆนะ

“ฉันไม่ใช่เด็กอีกแล้ว ถ้าเธอลงมือกับเรา ฉันจะเอาคืน” พุดกรองท้าว่ากล้าฆ่าตนหรือ “ถ้าไม่มีเธอสักคน พวกเราก็คงไม่ต้องทรมานอย่างนี้...เงินที่เธอมี มันอาจจะซื้อได้ทุกอย่าง แต่มันไม่มีวันแลกกับความรักที่เด็กคนหนึ่งมีให้เธอได้ เงินเธอไม่มีวันซื้อใจ ต่อให้เธอปล้นทุกอย่างจากฉันไป เธอก็จะไม่มีวันได้ใจลูกของเธอคืน”

รามปาขวดแตกไปข้างๆพุดกรอง กระถินตกใจรีบลากรามไปที่ห้องนอน รู้สึกว่าเขายิ่งโตก็ยิ่งน่ากลัวขึ้นทุกวัน

เมื่อเมามากจนครองสติไม่อยู่ รามก็เผยจิตใต้สำนึกออกมาตัดพ้อว่าตนทำดีไม่ขึ้น ทำดีแล้วนอกจากไม่ขอบคุณยังถูกต่อว่าอีก กระถินต้องแข็งใจขอบคุณ รามได้คืบจะเอาศอก อ้อนให้เรียกพี่ พอกระถินจำใจเรียกก็ขอนอนหนุนตัก พร่ำเพ้อรวบรัดว่า

“อยู่ที่นี่เธอไม่มีใคร นอกจากแม่นิ่ม พี่จะเป็นครอบครัวใหม่ให้เธอเอง”

“เมาแล้วใจดีขนาดนี้?” กระถินพึมพำทึ่ง

รุ่งขึ้นพอสร่างเมารามพบตัวเองนอนขวางเตียงอยู่ เห็นผ้าเช็ดหน้าเปื้อนไวน์วางอยู่ หยิบดูมีปักชื่อที่มุมผ้าเช็ดหน้าว่า “มินตรา ราชภักดี” พอทบทวนว่าตนทำอะไรไปบ้างระหว่างเมาก็นึกอายจนไม่รู้จะสู้หน้ากระถินยังไง

กระถินเข้ามาดูตอนเช้า เห็นรามตื่นแล้ว บอกเขาว่า “คุณลุงให้มาตาม” รามฟังไม่ชัดถามว่าอะไรนะ กระถินนึกว่า เขาต้องการให้เรียกพี่ จึงเปลี่ยนเป็น “คุณลุงให้มาตามพี่รามค่ะ” รามตกใจเมื่อได้ยินกระถินเรียกพี่ นึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนตนเคี่ยวเข็ญให้เรียกเอง ก็แก้เกี้ยวหน้าตึงว่า

“พอเลย ลืมมันไปเลย ไม่ต้องมานับญาติอะไรกับฉันทั้งนั้น!!”

“ก็ดี ไม่ได้อยากญาติดีด้วยนักหรอก” กระถินพยายามสะกดอารมณ์หันหลังเดินไปอย่างน้อยใจ

เมื่อรามลงไปหาคุณพ่อที่ห้องทานข้าว คุณพระเลื่อนตั๋วเรือให้บอกว่า

“ตั๋วเรือสำหรับเดินทางไปอังกฤษ อีกสิบวันรามต้องออกเดินทาง คุณยายฝากฝังรามไว้กับสถานทูตทางนั้น ไปถึงต้องเข้าเรียนต่อที่ออกซ์ฟอร์ดให้ได้ จบแล้วจะได้มารับช่วงจากพ่อต่อไป”

สร้อยสนฉอเลาะคุณพระว่าระหว่างรามไม่อยู่ตนจะลาออกมาช่วยงานคุณลุง พุดกรองปรามว่าความรู้ เท่านี้จะมาค้าขายอะไรได้ สร้อยสนบอกว่าเบื่อโรงเรียน ไม่อยากเรียนซ้ำชั้นอีกขอไม่ไปเรียนได้ไหม พุดกรองแอบหยิกสร้อยสนที่ใต้โต๊ะให้หยุดพูด คุณพระพูดอย่างเมตตาว่า

“อดทนเรียนให้สูงๆ จะกี่ปีลุงก็ส่งได้ กระถินก็เหมือนกัน ในเมื่อได้อยู่ที่นี่แล้ว ก็ควรจะเรียนให้ถึงมหาวิทยาลัย จบมาทุกคนจะได้เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงให้ฉัน”

กระถินขอบพระคุณอย่างคิดไม่ถึงที่ท่านจะเมตตาตนถึงเพียงนี้ แม่นิ่มจึงให้กระถินเอาเรียงความที่ได้ลงหนังสือพิมพ์วันนี้ให้ดู คุณพระชมว่าเก่ง แม่นิ่มบอกว่าปีนี้จะส่งเรียงความประกวดที่งานฉลองรัฐธรรมนูญด้วย

สร้อยสนกับพุดกรองฟังแล้วเจ็บใจที่กระถินได้หน้าในขณะที่ตัวเองอวดแต่ความขี้เท่อ

พุดกรองกลัวเสียหน้า จึงพาสร้อยสนไปให้นิธิสอนพิเศษให้ทุกวัน กำชับว่าทำอย่างไรก็ได้ไม่ให้สร้อยสนต้องซ้ำชั้น นิธิจำต้องรับคำ ส่วนสร้อยสนหน้างอเป็นจวักที่แม่ให้ตนเรียนกับเด็กบ้านนอกอย่างนิธิ

ooooooo

กระถินได้รับความเมตตาจากท่านชายบรรณกรุณาสอนภาษาอังกฤษให้ ถามว่าอยากเริ่มเรียนตรงไหนดี กระถินบอกว่าอยากเรียนเรื่องออกซ์ฟอร์ดก่อน ท่านชายถามว่านึกยังไงอยากรู้เรื่องออกซ์ฟอร์ด

“คุณรามกำลังจะไปเรียน กระถินสงสัยว่าที่นั่นอยู่ไกลแค่ไหน ทำไมคุณรามต้องไปเป็นปีๆ” ท่านชายเอาแผนที่โลกมาชี้ให้ดู กระถินถามว่าเรียนยากไหม

“เอาเป็นว่าเรียนจนแทบลืมวันลืมคืนเลยล่ะ” กระถินเปรยว่าอย่างนี้รามก็แย่สิ “อยู่ที่นู่น ไม่มีอะไรง่าย ฝรั่งเขาดูถูกเราจะตาย” ท่านชายเอาผ้าเช็ดหน้าให้ดู “เห็นนี่ไหม ผ้าเช็ดหน้าผืนนี้ไม่ได้เปื้อนแค่เหงื่อ แต่ มันซับทั้งเลือดทั้งน้ำตาของฉันมาแล้ว”

ท่านชายชี้ให้ดูตัวอักษรย่อ B.P. ที่ปักไว้ตรงมุมผ้าเช็ดหน้า เล่าว่า

“ทุกครั้งที่ท้อ ฉันจะมองมาที่ชื่อตัวเองตรงนี้ แล้วบอกตัวเองว่า จะทำให้ฝรั่งที่นั่นจดจำชื่อนี้ให้ได้ พอคิดอย่างนี้แล้ว ใครมาหาเรื่อง ฉันก็สู้ตาย”

ฟังท่านชายแล้ว กระถินห่วงรามขึ้นตงิดๆว่าคนอย่างเขาจะสู้ฝรั่งได้หรือ...

วันนี้ท่านชายกับท่านหญิงจะไปสำรวจที่ดินแถววังแต่ไม่เคยไปและไม่รู้อาณาเขต ท่านชายได้กระถินเป็นคนนำทาง กระถินขอจ่ายค่าแรงแทนค่าเรียน บังเอิญคุณพระก็ออกสำรวจที่ของตัวเอง จึงไปเจอกัน ท่านชายกับคุณพระเลยได้กระถินที่เที่ยวซนแถวนั้นจนทะลุปรุโปร่งเป็นคนนำทาง

กระถินชี้บอกว่าตรงนี้บ้านลุงเยี่ยมลูกสาวเพิ่งคลอดลูกลุงเลยไปเยี่ยมหลานที่พิจิตร ท่านชายถามว่ากระถินรู้เรื่องเขาขนาดนี้เลยหรือ กระถินเล่าว่าตนรับจ้างเฝ้ามะพร้าวให้เขาเก็บเงินไว้เลี้ยงแม่นิ่ม เพราะบอกแม่นิ่มไว้ว่าถ้าเรียนจบแล้วตนจะเลี้ยงแม่นิ่มเอง จะหาบ้านใหญ่ๆให้อยู่และไม่ต้องทำงานให้เหนื่อยอีกแล้ว

ทุกคนหัวเราะเอ็นดูความฉลาดช่างคิดและกตัญญูของกระถิน เดินสำรวจต่อไปจนเจอกระท่อมหลังหนึ่งกระถินบอกว่าไม่เคยเห็น คุณพระสงสัยว่าคงเพิ่งมาใหม่ ให้ไปดูว่าเป็นใคร มาจากไหน กระถินไปร้องเรียก ก็ไม่มีเสียงตอบ

ที่แท้เสือกาจนั่งเช็ดปืนอยู่ในกระท่อม เสือกาจซุ่มดูพอเห็นคุณพระกับทดความแค้นก็กระพือขึ้นทันที แค้นที่คุณพระและทดยิงตนตกน้ำเมื่อครั้งไปตามพุดกรอง แต่ต้องยับยั้งชั่งใจ พอดีโม่ที่ปลอมตัวเป็นชาวบ้านกลับมา ทุกคนมองโม่อย่างไม่ไว้ใจ พากันซักถาม โม่โกหกว่าพวกตนเป็นชาวไร่เพิ่งย้ายมาตั้งใจจะทำมาหากินไม่รู้ว่าที่นี่มีเจ้าของ คุณพระบอกว่าถ้าจะอยู่ก็ไปตกลงกับทนายของตนทำสัญญาเช่ากันให้เป็นกิจจะลักษณะ

พอจะกลับ กระถินถามโม่ว่าชื่ออะไร โม่โกหกว่าชื่อมาก กระถินยิ้มให้บอกชื่อตัวเอง แล้วเดินตามคณะไป

เสือกาจซ่อนตัวอยู่ในกระท่อม เมื่อเห็นกระถินไปกับคุณพระก็เจ็บใจที่ลูกดีกับคนที่เคยจะฆ่าตน คำรามแค้น

“พวกมันปล้นชีวิตกูไป”

ooooooo

รถสองคันกลับมาจอดที่หน้าคฤหาสน์นารายณ์ กระถินพาสำรวจที่จนเนื้อตัวหน้าตามอมแมม ท่านชายจึงเอาผ้าเช็ดหน้าเช็ดให้ เมื่อท่านชายและท่านหญิงจะกลับวัง กระถินคว้าผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นไว้ บอกว่าขอเอาไปซักให้

รามยืนดูอยู่หึงไม่รู้ตัว จึงไปดักที่เรือนพุดซ้อนหมายเอาเรื่องกระถิน แม่นิ่มจัดเรียงขวดน้ำปรุงอยู่จัดไปพูดไปบอกรามว่าเสื้อผ้าทุกชิ้นของเขาตนร่ำผ้าไว้ก่อนจัดใส่กระเป๋า เวลาที่รามเอาไปที่นั่นจะได้กลิ่นของตัวเองติดไปด้วย แม่นิ่มบอกว่าได้ทำกลิ่นประจำตัวของแต่ละคนไว้ จันทร์ชี้ให้ดูขวดน้ำปรุงที่เรียงกันอยู่บอกว่าขวดไหนกลิ่นไหนเป็นของใคร จนขวดสุดท้ายเป็นกลิ่นของกระถิน จันทร์บอกว่ารามคิดถึงใครจะพกขวดติดตัวไปด้วยก็ได้

รามแอบหยิบขวดน้ำปรุงกลิ่นของกระถินไป พอกลับถึงห้องก็วางไว้หัวเตียงนอนมองขวดน้ำปรุงนั้นเพลิน...

ฝ่ายกระถินก็แอบปักผ้าเช็ดหน้าไว้ให้รามเพื่อให้กำลังใจเหมือนอย่างที่ท่านชายเคยทำ

กระถินช่วยจัดเสื้อผ้าใส่กระเป๋าให้ราม ถามว่าทำไมต้องเอาข้าวของไปเยอะอย่างนี้ รามบอกว่าบางทีอาจจะไม่ได้กลับมาอีกก็ได้ รามมองตู้เสื้อผ้าที่ว่างเปล่าของตัวเอง เล่าเหตุการณ์ในวัยเด็กของตัวเองให้กระถินฟังอย่างสะเทือนใจว่า

“ตอนแม่เป็นวัณโรค ทุกคนกลัวฉันติด แม่เลยถูกจับแยกให้ไปพักที่อื่น ทุกคนบอกว่าถ้าแม่หายจะกลับมา ฉันรอโดยไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าตัวเองไม่มีแม่แล้ว จนฉันได้เห็นตู้เสื้อผ้าเปล่าๆของแม่เท่านั้น... คราวนี้ฉันอาจจะเป็นคนต่อไปที่ถูกกำจัดไปจากบ้าน”

กระถินสงสารรามหยิบลูกโลกมาเอามือวัดดูบอกว่าอังกฤษอยู่ห่างแค่คืบเท่านั้น ให้หาทางกลับมาเอง

“แค่คืบจริงๆ” รามอุทานแล้วเอามือไปวัดด้วย นิ้วกับนิ้วสัมผัสกันโดยไม่ตั้งใจ แต่รามรู้สึกเหมือนกระแสไฟแล่นปร๊าดจากปลายนิ้วถึงหัวใจทันที รามมองกระถินอยู่อย่างนั้น แต่กระถินไม่รู้ตัว เขาถามว่า “แน่ใจเหรอว่าเธออยากให้ฉันกลับมา”

“ไม่กลัวกระถินจะแย่งบ้านก็ตามใจ เห็นทุกทีหวงของนักไม่ใช่เหรอ” กระถินตอบอย่างไม่กล้าหักหาญน้ำใจ ทั้งๆที่ในใจคิดว่าถ้ารามอยู่ตนก็ไม่มีความสุขนัก

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สนุก–อร่อยหน้าจอ

สนุก–อร่อยหน้าจอ
14 พ.ค. 2564

22:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม 2564 เวลา 23:48 น.