ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เลือดรักทระนง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

พุดกรองจะชุบตัวให้สร้อยสนเป็นคุณหนูในสังคมชั้นสูง เป็นลูกท่านหลานเธอให้ได้ ในงานวันเกิดครั้งนี้นอกจากของอื่นที่หรูหราฟู่ฟ่าแล้ว พุดกรองยังซื้อม้ามาให้สร้อยสนหัดขี่ กะเกณฑ์ให้ต้องขี่โชว์ในงานวันเกิดด้วย

ซื้อม้ามาแล้วพุดกรองสั่งให้กระถินเป็นคนเลี้ยงม้า ให้สร้อยสน รามไม่ยอมเพราะกระถินเป็นคนของตน ต้องฟังคำสั่งตนคนเดียว พุดกรองถึงกับอึ้งเมื่อรู้ว่าคุณพระยกกระถินให้เป็นคนของรามแล้ว

รามสั่งกระถินให้นั่งรถเป็นเพื่อนขณะตนหัดขับรถทุกเย็น กระถินกล้ำกลืนปฏิบัติตาม ขณะนั่งรถที่รามหัดขับไปก็ใจหายใจคว่ำไม่รู้จะตายตอนไหนเพราะรามขับกระตุก กระชาก ปัดซ้ายป่ายขวาจนบางครั้งจะตกถนน กระถินทนไม่ไหวบอกว่า ไม่ต้องไปไหนแล้ว กลับเลย รามถามว่ากล้าสั่งตนหรือ แล้วกระชากรถออกไปจนกระถินหน้าหงายหน้าคว่ำร้องลั่นรถ

อีกมุมหนึ่ง...ม.จ.บรรณบริวัฒน์ ปานปรีย์ และม.จ.บัวบูชา ราชนิกุลสองพี่น้องที่มีตำหนักอยู่ใกล้คฤหาสน์นารายณ์ ม.จ.บรรณบริวัฒน์กำลังขับรถพาพี่หญิงกลับตำหนัก

บัวชมพูเห็นรถที่รามหัดขับ จำได้ว่าเป็นรถบ้านคุณพระ แต่สงสัยว่าทำไมจึงขับส่ายไปมา บรรณบริวัฒน์สงสัยว่าเพิ่งหัดขับ สองพี่น้องพูดกันไม่ทันไร รถที่รามหัดขับก็ส่ายหนักจนรามบังคับไม่อยู่ ตัดสินใจหักพวงมาลัยและพุ่งเข้าชนต้นไม้ริมทาง โดยรามหักพวงมาลัยเอาหน้ารถฝั่งคนขับพุ่งเข้าไป ป้องกันกระถินไม่ให้ได้รับอันตราย แล้วพยายามดับเครื่อง

บัวชมพูกับบรรณรีบจอดรถลงไปช่วยเหลือ จะพาส่งโรงพยาบาล รามบอกว่าตนไม่เป็นอะไร บรรณจึงไปส่งที่บ้านแทน

พอถึงคฤหาสน์นารายณ์ สองพี่น้องถามว่าเป็นอะไรกับคุณพระ รามบอกว่าตนเป็นลูกชาย บัวชมพูถามว่าถ้าอย่างนั้นกระถินคงเป็นลูกสาวของคุณน้าผู้หญิงคนใหม่ที่เขาพูดถึงกัน กระถินรีบบอกว่าไม่ใช่ ตนไม่ได้เป็นอะไรกับพุดกรอง

แม่นิ่มมาเห็นสภาพของรามก็ตกใจ เมื่อเห็นว่าท่านชายบรรณบริวัฒน์กับท่านหญิงบัวชมพูพามาส่งก็จำได้ ท่านหญิงดีใจ บอกว่า ไม่นึกว่าจะได้เจอคุณนิ่มโดยไม่คาดฝัน บอกว่าพวกเขาคงตกใจกันอยู่ โชคดีที่ตนผ่านไปตรงนั้นพอดี

ooooooo

วันเดียวกันนี้ ทดพาหลานชายชื่อนิธิที่สอบติดแพทย์มาอยู่ด้วย ทดฝากนิธิให้อยู่กับคุณพระเพื่อมีอะไรจะได้รับใช้ไหว้วานได้ ซึ่งคุณพระก็เต็มใจและยินดี

ขณะนั้นเองจันทร์เข้ามาบอกว่ารามกับกระถินขับรถชนต้นไม้ คุณพระ แม่นิ่มและนายหวัดจึงไปดูรถซึ่งยังจอดอยู่ในที่เกิดเหตุ แม่นิ่มเล่าว่าโชคดีที่ท่านหญิงกับท่านชายขับรถผ่านมาจึงมาช่วย ไม่อย่างนั้นคงหนักกว่านี้ แม่นิ่มทำใจไม่ได้เอ่ยปากขอกระถิ่นคืน เพราะรามอาจจะเด็กเกินไปที่จะปกครองใคร

“รามมันไม่ได้คึกคะนองอยากจะแกล้งกระถินหรอกนะ มันเป็นอุบัติเหตุจริงๆ แม่นิ่มมาดูนี่” คุณพระพาแม่นิ่มเดินอ้อมไปดูหน้ารถฝั่งคนขับที่ชนต้นไม้ “เห็นรึเปล่าว่ารถวิ่งมาจากทางนั้น พอรถพุ่งจะชนต้นไม้ รามหักเอาฝั่งตัวเองปะทะต้นไม้ไว้ด้วยซ้ำ”

คุณพระอธิบายสภาพการชนชี้ให้เห็นว่า “ที่เป็นอย่างนี้ เพราะรามเลือกให้ตัวเองเป็นคนเจ็บแทนกระถินที่นั่งมาด้วยกัน” แต่จนเมื่อมาเจอกันที่โต๊ะอาหารแม่นิ่มดูนิธิทำแผลให้กระถินอย่างยังทำใจไม่ได้ คุณพระหว่านล้อมว่า

“ฉันไม่อยากให้แม่นิ่มมองเจตนาของรามผิด ลึกๆแล้วรามไม่ได้เกลียดกระถินหรอกนะ ไม่งั้นในนาทีคับขันแบบนั้นคงไม่เอาตัวเข้าไปปกป้องกระถินไว้... ให้โอกาสรามมันอีกนิดเถอะนะ ฉันเป็นผู้ชาย ฉันมองออก ผู้ชายอย่างเราถึงจะใจแข็งแต่ก็ใช่ว่าจะไม่รู้จักหวั่นไหว เหตุการณ์ครั้งนี้คงจะกระทบใจรามมากทีเดียว”

“ดิฉันไม่ได้จะเอาผิดรามนะคะ เพียงแต่คิดว่าจะต้องเรียกร้องความเป็นธรรมให้กระถินบ้าง”

“ฉันขอนะ แม่นิ่มอดทนอีกหน่อย เหมือนอย่างที่แม่นิ่มอดทนกับฉันครั้งแล้วครั้งเล่า แต่คราวนี้ฉันเชื่อว่ากระถินจะเปลี่ยนใจรามได้”

แม่นิ่มสงสารกระถิน แต่ขัดใจคุณพระไม่ได้

ooooooo

นิธิทำแผลให้กระถินเสร็จ กระถินไหว้ขอบคุณ ทดนึกขึ้นได้ว่านิธิยังไม่รู้จักกระถินกับรามจึงเรียกมาแนะนำให้รู้จักว่ารามเป็นลูกชายคุณพระ ส่วนกระถินเป็นเด็กในบ้านนี้ นิธิบอกว่าถ้าใครเป็นอะไรเล็กๆน้อยๆก็เรียกใช้ตนได้

“พี่นิธิเป็นหมอเหรอจ๊ะ” กระถินถาม

นิธิกำลังจะตอบแต่ถูกพุดกรองชิงแทรกขึ้นว่าไม่ใช่หรอกเขาก็เป็นบ่าวคนหนึ่งเหมือนเธอนั่นแหละ ทดขัดขึ้นว่าพุดกรองคงจะเข้าใจอะไรผิด ละมุดสาระแนแทรกบ้างว่าใครมาอยู่ที่นี่ก็ต้องทำงานจะให้บ้านนี้เลี้ยงให้เสียข้าวสุกหรือไง

ทดรู้ว่าพุดกรองจงใจสับโขกนิธิ แต่นิธิเห็นอาตนไม่สบายใจจึงบอกพุดกรองว่าถ้ามีอะไรจะให้ตนรับใช้ตนก็ยินดี

“ต่อไปนี้เธอมาคอยรับใช้สร้อยสน เป็นคนของสร้อยสน รับฟังคำสั่งของสร้อยสนคนเดียว” พุดกรองสั่ง

สร้อยสนไม่อยากแม้แต่จะเข้าใกล้นิธิที่เป็นคนบ้านนอกไม่หมดจดทันสมัยฟู่ฟ่า พุดกรองปรามสร้อยสนว่า

“ในเมื่อคุณรามมีกระถินไว้รับใช้ สร้อยสนก็จะมีนิธิไว้รับใช้เหมือนกัน ต่อไปนี้เธอต้องมาคอยดูแลม้า พาสร้อยสนไปหัดขี่ม้า และเอาใจสร้อยสนทุกอย่างในฐานะที่สร้อยสนเป็นคุณหนูของบ้านนี้”

พุดกรองปรายตามองทดอย่างเย้นหยันที่ข่มเขาได้ ทดแค้นใจที่ถูกพุดกรองกดหัวตนและหลานชาย เมื่อกลับไปที่บ้านพักซึ่งเป็นบ้านไม้สองชั้นของคุณพระให้มาอยู่ใกล้ๆกันเพื่อสะดวกในการทำงาน ทดบอกนิธิว่าไม่ต้องทำตามที่เขาสั่ง หน้าที่ของเขาก็คือเรียนให้ดีที่สุด ย้ำกับหลานชายว่า

“ความรู้นี่แหละที่จะทำให้คนอื่นกดหัวเราไม่ได้ แถมยังเป็นสมบัติที่ติดตัวเราไปจนวันตาย ใครหน้าไหนก็แย่งไปจากแกไม่ได้ทั้งนั้น” นิธิจะติงว่าคุณผู้หญิงสั่ง ทดขัดขึ้นว่า “เขาไม่ใช่คนที่แกต้องเชื่อฟัง สมัยนี้ไม่มี ผู้ดี-ไพร่อะไรทั้งนั้น ถ้าจะนับถือ ให้เลือกนับถือคนด้วยคุณความดี ไม่ใช่นับถือเพราะอำนาจบารมีปลอมๆแบบนั้น”

นิธิลำบากใจ เพราะนับแต่วันแรกที่เข้ามาก็มีปัญหาเสียแล้ว แต่ทดคับแค้นใจที่ถูกผู้หญิงอย่างพุดกรองข่มจนเป็นปมด้อยฝังอยู่ในใจมานานแสนนาน...

ooooooo

วันนี้กระถินไปหาดอกไม้สีต่างๆเพื่อเอามาระบายรูปวาด บรรณขับรถมาเห็นกระถินก็จอดรถถามว่าทำอะไร

“อ้าว...พี่นั่นเอง” กระถินจำได้ บอกว่ามาหา

ดอกไม้เพื่อเอาไประบายสี นึกได้บอกว่าวันก่อนยังไม่ได้ขอบคุณที่ช่วย ถามว่า “พี่ชื่ออะไรจ๊ะ”

ท่านชายแปลกใจที่กระถินไม่รู้จัก บอกไปอย่างกันเองว่า ชื่อบรรณ กระถินถามว่าเป็นคนขับรถที่นี่หรือ บรรณไม่อยากให้กระถินเสียหน้าที่ดูคนผิดเลยบอกว่าใช่ ถามว่ากระถินได้สีดอกไม้ครบหรือยัง กระถินบอกว่ายังขาดสีเหลือง บรรณจึงชวนเข้าไปหาที่วังปรียวัฒน์

กระถินถามว่าเจ้าของเขาไม่ว่าเอาหรือ บรรณตอบเลยตามเลยว่าไม่ เจ้าของเขาใจดี

ขณะนั้นเองเสมอบัตเลอร์ของวังออกมารับบรรณ พอกระถินเห็นนึกว่าเป็นท่านชาย รีบคุกเข่าไหว้ถวายบังคมที่จำแบบอย่างมาจากลิเก เอ่ย “ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะ” ทั้งบรรณและเสมอเลยผสมโรงสวมบทเจ้ากับคนขับรถกันหน้าตาย

ooooooo

บรรณเก็บดอกกรรณิการ์ที่มีก้านสีเหลืองให้กระถินดอกหนึ่ง ถามว่าใช้แทนสีเหลืองได้ไหม กระถินบอกว่าได้ บรรณบอกให้เก็บได้ตามสบายเลย เอะใจถามว่าทำไมถึงไม่ใช้สีอย่างคนอื่นเขาล่ะ

“กระถินเป็นแค่เด็กในบ้าน ไม่มีเงินซื้อสีหรอกจ้ะ ก็เลยว่าจะหาเอาอย่างอื่นมาแทน ถ้าใช้ได้กระถินจะวาดรูปมาให้พี่เป็นการตอบแทน”

“เอาซี พี่จะรอดู”

กระถินได้ดอกกรรณิการ์แล้วบอกบรรณว่าต้องกลับบ้านก่อนป่านนี้รามคงรอแล้ว ยกมือไหว้ขอบคุณแล้ววิ่งจู๊ดออกไปทางหน้าวังเลย บรรณมองอย่างประทับใจในความใสซื่อเป็นธรรมชาติของกระถิน

ขณะท่านชายบรรณนั่งนึกถึงกระถินด้วยความรู้สึกดีนั้น ท่านหญิงบัวชมพูกลับมาบอกข่าวดีว่าทางโฮเต็ลส่งจดหมายตอบรับตนเข้าทำงานต้อนรับ คอยรับรองแขกฝรั่งแล้ว ข่าวว่าช่วงนี้ต้องรับรองราชวงศ์ฝรั่งหลายครั้ง กลัวจะติดเรื่องธรรมเนียม

“ที่จริงพี่หญิงอยู่เฉยๆไม่ต้องทำงานก็ได้นะกระหม่อม ชายยินดีทำงานเลี้ยงดูพี่หญิงไปจนตาย”

“พี่ไม่ทำตัวให้เป็นภาระชายบรรณหรอก แค่ที่พี่ปฏิเสธการแต่งงานแล้วทำให้เสด็จพ่อกริ้วเรื่องคู่ ภาระก็อาจจะตกไปอยู่ที่ชาย”

“เรื่องนั้นพี่หญิงยิ่งไม่ต้องห่วงกระหม่อม ชายคงไม่ลงเอยกับใครแค่เพียงเพราะท่านพ่อพอพระทัยแน่”

สองพี่น้องยิ้มให้กันอย่างเข้าใจความรู้สึกกัน

ooooooo

กระถินหิ้วตะกร้าที่มีกระท้อนและดอกกรรณิการ์กึ่งเดินกึ่งวิ่งอย่างร่าเริงกลับบ้าน รามที่ขับรถเปิดประทุนมาเจอเขาโฉบเข้าไปบอกให้ขึ้นรถ

กระถินขึ้นนั่งที่เบาะหลัง รามยังไม่ออกรถ เขาพยายามเอาประทุนปิดหลังคารถแต่ทำไม่ได้ บอกกระถินให้ลงไปดึงประทุนขึ้นให้ พอกระถินลงไปรามก็ขับรถออกไปเลย กระถินตกใจที่ตะกร้ายังอยู่บนรถ วิ่งตามพลางร้องขอตะกร้าคืนรามไม่เพียงไม่คืนตะกร้าหากยังหยิบกระท้อนในตะกร้าปากระทิน ร้องท้าว่า

“อยากได้ก็ตามมา” แล้วโยนกระท้อนออกไปอีก กระถินวิ่งตามไปจนเหนื่อยหอบ

เสือกาจที่มาซุ่มดูอยู่ที่หลังต้นไม้ เห็นรามแกล้งกระถินก็ทั้งสงสารและแค้นใจที่ลูกถูกรังแก โม่ที่ปลอมตัวเป็นชาวบ้านเดินเข้ามาหากาจอย่างเข้าใจความรู้สึก

เสือกาจทุบต้นไม้คำรามอย่างแค้นใจว่า...

“พวกมันทำยังกับลูกกูไม่ใช่คน”

ที่คฤหาสน์นารายณ์ คุณพระศานต์จะเดินทางไปทำสัญญาซื้อขาย ส่วนเอมปรีดิ์ไปปฏิบัติธรรมที่บางปะอิน ชวนแม่นิ่มไปด้วย แต่แม่นิ่มขออยู่ดูแลเรือน

“คุณพระกับคุณท่านไม่อยู่พร้อมกันแบบนี้ ขืนแม่นิ่มไม่เฝ้าเอาไว้ เรือนลุกเป็นไฟแน่” จันทร์เอ่ยอย่างรู้สถานการณ์

พุดกรองและทดไปส่งคุณพระที่สถานีรถไฟ ทันทีที่รถไฟเคลื่อนไป พุดกรองก็หันสั่งนายหวัดและจิกทดทันทีว่า

“นายหวัดกลับไปก่อน ส่วนนายทดเดี๋ยวไปส่งฉัน” ทดบอกว่าลูกค้าตนรออยู่ที่ห้าง ก็ถูกพุดกรองแหวใส่ว่า “คุณพี่ซื้อรถให้เธอใช้งาน หน้าที่บริการฉันก็เป็นงานอย่างหนึ่งเหมือนกัน”

ทดหันเดินไปที่รถอย่างเจ็บใจที่ถูกพุดกรองจิกหัวใช้ไม่ต่างจากบ่าวในบ้าน นายหวัดได้แต่มองทดอย่างเห็นใจ

ooooooo

พุดกรองให้ทดขับรถไปที่โรงแรมโอเรียนเต็ลที่ท่านหญิงบัวบูชามาเริ่มงานวันแรก บรรดาคุณนายจำท่านหญิงได้พากันซุบซิบว่า ใครจะนึกว่าตกอับจนต้องมาทำงานในโฮเต็ลแบบนี้

อีกคนจีบปากจีบคอพูดอย่างผู้รู้ว่า “ตั้งแต่ครอบครัวหมดบารมีก็ลี้ภัยไปอยู่เมืองนอก ก่อนกลับได้ยินว่าโดนถอนหมั้น จะโดนจับใส่ตะกร้าล้างน้ำแต่งกับคนแก่คราวพ่อ แต่คงไม่มีใครเอา”

ส่วนพุดกรองที่เพิ่งถีบตัวขึ้นมาเป็นคุณนายอยากลองดีว่าหัวสูงขนาดนั้นจะยอมลดตัวลงมารับใช้พวกเราหรือเปล่า แกล้งทำช้อนหล่น ท่านหญิงรีบมาเก็บและจะให้คนเอามาเปลี่ยนให้ คุณนายคนเดิมบอกพุดกรองให้ยุคุณพระไปจับจองวังไว้ แค่เศษเงินจากห้างก็ซื้อปรียวัฒน์ได้ทั้งวังแล้ว

พุดกรองฟูขึ้นมาทันที ความหวังที่คนธรรมดาอย่างตนจะได้ขึ้นมาข่มพวกเจ้านายเก่าที่ล่มสลายใกล้เป็นจริงแล้ว พอเดินออกมาหน้าโรงแรมเจอทดกำลังคุยกับท่านหญิงอยู่ ก็ตรงเข้าไปจิกสั่งให้ส่งตนกลับบ้านเพราะเสร็จธุระแล้ว ทดจึงแนะนำให้รู้จักท่านหญิงว่าประทับอยู่วังปรียวัฒน์ใกล้กับเรา และแนะนำพุดกรองว่าเป็นภรรยาของคุณพระ

พุดกรองทำเป็นแสดงความยินดีที่ได้เจอองค์จริงของท่านหญิง แต่แล้วก็ชมเชิงเย้ยว่า

“ท่านหญิงทรงเป็นคนหัวสมัยใหม่ คงไม่ยึดติดกับเรื่องยศถาล้าหลังอะไรอย่างนั้น ไม่งั้นคงไม่ออกมาทรงงานอย่างนี้จริงไหมคะ”

ทดเกรงใจท่านหญิงที่ถูดพุดกรองเย้ยจึงขอตัวกลับ พอออกมาแล้วเขาติงพุดกรองว่า

“คุณควรให้เกียรติท่านหน่อย ท่านเป็นถึงเจ้านาย” พูดกรองโต้ว่าเกรงใจทำไมคนเหมือนกัน เผลอๆตอนนี้ตนอาจจะรวยกว่าด้วยซ้ำ “แต่คุณพระย้ำเสมอว่า สายสกุลท่านหญิงมีบุญคุณกับท่าน”

“ก็เลยจะให้ฉันคลานเข่าเข้าไปหางั้นสิ”

“คำว่า ‘บุญคุณ’ คุณควรทำความรู้จักไว้ แต่ก็นะ พวก ‘เห็นแก่ได้’ มักไม่เข้าใจคำว่า ‘คุณคน’ หรอก”

“นายทด!!” พุดกรองโกรธเรียกปราม แต่ทดไม่สนใจเดินตรงไปที่รถแล้ว

ooooooo

รามจบจากโรงเรียนประจำกลับมาอ่านหนังสือเตรียมสอบวัดระดับมัธยมอยู่ที่สวนยุโรปในอาณาบริเวณคฤหาสน์ ได้ยินเสียงใครเล่นฮาร์พแต่เล่นไม่เป็นเพลงก็รำคาญบอกกระถินไปจัดการให้เงียบเลิกกวนประสาทคนอื่นเสียที

กระถินรู้ว่าเป็นพุดกรองเล่น เมื่อรามสั่งก็จำต้องไปแต่ไม่กล้าเข้าไปบอกเพราะรู้ว่าต้องมีเรื่องแน่ รามไม่พอใจตามมาดู พอดีละมุดมาตามพุดกรองไปรับโทรศัพท์ รามเห็นกระถินยืนลังเลอยู่ สั่งให้ลากมันออกไปหรือไม่ก็ตัดสายทิ้งเสีย พลางส่งมีดพับให้ กระถินไม่กล้า รามจึงเข้าไปตัดสายทิ้งเอง กระถินตกใจรีบแย่งมีดพับไป

สร้อยสนเข้ามากับพุดกรองเห็นฮาร์พถูกตัดสายก็โวยวาย พุดกรองรี่เข้าหากระถินทันที กระถินปฏิเสธว่าตนไม่ได้ทำ พุดกรองมองมีดพับในมือตะคอกว่า “ถ้าไม่ใช่แก แล้วจะใครทำ”

กระถินมองหน้ารามเห็นรามทำเฉยก็ไม่กล้าบอกเพราะถ้าบอกไปจะต้องเกิดเรื่องใหญ่โตแน่ พุดกรองรู้ว่าต้องเป็นฝีมือราม แต่เมื่อรามไม่รับจึงลงโทษกระถินประชด สั่งให้ยืนขาเดียวกางแขนและคาบมีดพับ

จันทร์ไปบอกแม่นิ่มว่าเกิดเรื่องแล้ว แม่นิ่มมาเห็นกระถินถูกทำโทษ ถามว่ามีเรื่องอะไรกัน ทั้งพุดกรอง สร้อยสนและละมุดรุมกันฟ้อง แม่นิ่มถามกระถินว่าทำจริงหรือเปล่า กระถินส่ายหน้าเพราะปากคาบมีดพับอยู่ แม่นิ่มบอกว่ากระถินไม่ได้ทำ

“ถ้าไม่ทำก็ต้องสารภาพมาว่าใครทำ อยู่บ้านนี้ต้องซื่อสัตย์กับฉัน ถ้าเห็นหัวคนอื่นมากกว่าฉัน ก็เชิญไสหัวออกไป”

พุดกรองบีบกระถินจะให้บอกว่ารามเป็นคนทำแต่กระถินไม่ยอมบอก

“ให้มันยืนสำนึกผิดอยู่นี่จนกว่าจะเปิดปากสารภาพ ถ้าหาตัวการไม่เจอ มันนี่แหละที่ต้องรับผิดชอบ ถ้าใครคิดจะปกป้องก็เชิญไสหัวออกไปจากบ้านพร้อมมันได้เลย” พุดกรองประกาศอย่างผยองแล้วไปนั่งกันท่าแม่นิ่มที่โซฟา

แม่นิ่มได้แต่สบตากระถินอย่างสงสาร นึกรู้ว่ากระถินปกป้องรามเพราะเห็นหนังสือเรียนของรามวางอยู่ที่นั่น เมื่อแม่นิ่มออกมากับจันทร์ จันทร์ถามว่าปล่อยไว้อย่างนั้นจะดีหรือ ข้าวปลาไม่ได้กินเดี๋ยวเป็นลมตายกันพอดี

แม่นิ่มมองขึ้นไปที่ห้องรามเห็นไฟเปิดอยู่ พูดอย่างอยากวัดใจรามว่า

“ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าความดีจะซื้อใจคนได้จริงรึเปล่า”

แต่พุดกรองไม่หยุดเพียงเท่านั้น จงใจเปิดแผ่นเสียงดังจนรามทนไม่ได้เดินลงมาเห็นกระถินยังยืนขาเดียวกางแขนคาบมีดพับอยู่อย่างอ่อนเพลีย รามไปหยิบมีดพับออกบอกกระถินว่าจะไปไหนก็ไป แต่กระถินไม่กล้าไป รามโมโหถามว่า

“อ๋อ...เดี๋ยวนี้เชื่อฟังมันมากกว่าฉันแล้วหรือไง ใครกันแน่ที่เป็นเจ้านายเธอ” กระถินเถียงว่ารามหาเรื่องเขาก่อน “ก็นี่มันบ้านฉัน ฉันจะทำอะไรไม่เห็นต้องไว้หน้าใคร” แล้วรามก็ตรงไปหยิบแผ่นเสียงปาจนแตกกระจาย

เสียงเพลงหยุดและมีเสียงแผ่นเสียงแตก พุดกรองพรวดเข้ามาถามกระถินว่าฝีมือแกอีกแล้วใช่ไหม กระถินบอกว่าตนไม่ได้ทำ พุดกรองได้ทีหาเรื่องรามทันทีว่าถ้ากระถินไม่ได้ทำก็ต้องเป็นราม

“ใช่...ฉันทำเองทั้งหมด มีอะไรไหม” รามโพล่งออกไปอย่างท้าทาย พุดกรองพาลว่าเมื่อรามทำลายของรักของตน ตนก็จะทำลายของรักของเขา สั่งกระถินให้มาทำงานชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด รามสวนทันทีว่า “ไม่จำเป็น”

“จำเป็นสิคะ ต่อไปนี้กระถินจะต้องมารับใช้สร้อยสนชดใช้ค่าเสียหาย ไม่งั้นถ้าหากคุณพระกลับมา ฉันจะบอกคุณพระให้ลงโทษคุณเอง”

“นึกหรือว่าฉันจะกลัว” รามย้อนถาม

ทั้งสองจ้องหน้ากันอย่างท้าทายโดยมีกระถินเป็นเหยื่อต่อรอง

ooooooo

ท่านชายบรรณขี่ม้ามาที่ทุ่งข้างถนน เห็นม้าตัวหนึ่งยืนเล็มหญ้าอยู่ข้างทางก็แปลกใจ ลงจากม้าเดินไปดู เห็นรองเท้าแตะคู่หนึ่งถอดวางอยู่ริมคลอง

ที่แท้กระถินลงคลองไปงมกระจับ พอได้ก็เอามากองไว้ที่ริมตลิ่ง ท่านชายบรรณไม่เคยเห็นกระจับลองเขี่ยดูว่าเป็นอะไร รูปร่างเหมือนเขาควาย กระถินโผล่ขึ้นมาเห็นก็โวยวายนึกว่าเป็นขโมย โกยโคลนปาใส่ท่านชายบรรณจนเต็มหน้า พอรู้ว่าใครเป็นใครก็เลยต้องนั่งปาดขี้โคลนกันขำๆ

พอท่านชายบรรณรู้ว่ากระถินมาดูม้าให้สร้อยสน ถามว่าเธอขี่ม้าเป็นหรือ กระถินบอกว่าไม่เป็นมันดื้อมาก มันไม่ยอมให้ใครขี่ ท่านชายบรรณแนะนำว่าเราต้องตั้งชื่อให้และเรียกมัน เผื่อจะได้สนิทกันง่ายขึ้น กระถินเสนอให้ชื่อเจ้าสายฟ้าดีไหม แล้วทั้งสองก็เรียกมันว่า เจ้าสายฟ้า ให้คุ้น แล้วท่านชายจึงสอนให้กระถินลองขี่ดู

ท่านชายให้กระถินนั่งข้างหน้าตนบนหลังม้า พาขี่ไปอย่างสนุกสนานนั้น รามขับรถเปิดประทุนผ่านมา เขาไม่พอใจที่กระถินเอาเวลาไปอยู่กับคนอื่นมากกว่าตน

พอกระถินกลับไป รามถามว่าใครใช้ให้ไปเลี้ยงม้า เดี๋ยวนี้ไม่ฟังตนไม่กลัวตนอีกแล้วใช่ไหม กระถินอัดอั้นที่รามเป็นคนทำให้เกิดปัญหาจนตนต้องถูกลงโทษแล้วยังมาหาเรื่องอีก ระบายความอัดอั้นอย่างสุดทนว่า

“ฉันไม่เคยกลัวคุณเลยจะบอกให้ ที่ฉันทน ไม่ใช่เพราะกลัวอดตาย แต่เพราะตราบใดที่แม่นิ่มอยู่ที่นี่ฉันก็ต้องทนอยู่ให้ได้ แต่คุณกำลังทำให้ฉันเปลี่ยนใจ ตอนนี้ถ้าเลือกได้ฉันไม่อยากทนอยู่ที่นี่อีกแล้ว!!”

รามตกใจเพราะไม่เคยเห็นกระถินของขึ้นอย่างนี้มาก่อน

คืนนี้กระถินนอนเหมือนหลับอยู่ในมุ้ง จันทร์เปิดมุ้งดู บอกแม่นิ่มว่าสงสารกระถินที่ถูกจิกหัวใช้ทั้งวัน แม่นิ่มมองกระถินหน้าสลด นึกโทษตัวเองว่าเป็นต้นเหตุให้กระถินต้องรองรับอารมณ์ของคนในบ้านแบบนี้ จันทร์ถามว่า

“เป็นไงล่ะเจ้าคะ ผลของการเอาความดีชนะใจคนของแม่นิ่ม”

แม่นิ่มฟังแล้วยิ่งสะท้อนใจ ลงนอนข้างๆกระถินแต่ไม่หลับ กระถินเองก็ไม่หลับอัดอั้นจนแทบจะทนไม่ได้ แต่ไม่กล้าขัดแม่นิ่ม เกรงแม่นิ่มจะพลอยไม่สบายใจไปด้วย

ooooooo

วันนี้ชบาไปซื้อมะพร้าวห้าวที่ตลาดมาเกือบเต็มตะกร้า ชบาเชื่อว่าทดต้องขับรถผ่านทางนี้จะได้อาศัยกลับไปด้วย ทดขับรถผ่านมาชบาแกล้งทำมะพร้าวหกกลิ้งไปหมายให้ทดเห็น

แต่ทดไม่เห็นขับรถผ่านไป ชบาผิดหวัง ขว้างมะพร้าวกลิ้งไปหยุดที่เท้าของโม่ที่ยืนอยู่แถวนั้น โม่ช่วยเก็บใส่ตะกร้าแบกไปส่งที่บ้าน

กระถินยังต้องจูงม้าให้สร้อยสนหัดขี่ ทั้งเหนื่อยทั้งเจ็บ เพราะสร้อยสนขึ้นม้าไม่ได้ก็เหยียบบ่ากระถินขึ้นไป

สร้อยสนเห็นท่านชายขี่ม้าอยู่อย่างสง่างามในทุ่งหญ้า ถามว่านั่นใคร กระถินหันมองจำได้ว่าเป็นพี่บรรณ ขณะนั้นเองม้าจะเดินลงข้างทาง กระถินพยายามจูงกลับ ม้าลากเดินวนจนกระถินเหนื่อยหอบ

รามขับรถเปิดประทุนมาเจอม้าของสร้อยสนขวางถนนอยู่จึงบีบแตรไล่ ม้าตกใจพาสร้อยสนวิ่งเตลิดไป กระถินพยายามรั้งไว้สุดชีวิต

ท่านชายขี่ม้าอยู่ไกลๆ เห็นเหตุการณ์จึงมาช่วย พอบรรณผิวปากม้าก็ชะงักยกสองขาหน้าผงาดขึ้น ทำให้สร้อยสนตกลงมาสลบเนื้อตัวเปื้อนเลือด

“พี่บรรณช่วยคุณสร้อยที!!” กระถินร้องบอก ท่านชายไปดูสร้อยสนด้วยความห่วงใย แล้วอุ้มพากลับไป

ละมุดออกมาเห็นสภาพสร้อยสนก็โวยวายลั่น รามหันไปดู เขาตกใจไม่คิดว่าสร้อยสนจะเจ็บปางตายขนาดนี้ พุดกรองที่แต่งตัวจะไปออกงาน ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายจึงรีบวิ่งมาดู ก็พอดีกับที่ชบากับโม่ได้ยินเสียงวิ่งมาดู โม่เห็นพุดกรองก็ตกใจ รีบกลับไปบอกเสือกาจในกระท่อมที่ทั้งสองมาซุ่มสังเกตการเคลื่อนไหวในคฤหาสน์นารายณ์

พุดกรองเห็นสภาพสร้อยสนก็สั่งคนให้ไปรับหลวงแพทย์ แล้วหันเล่นงานกระถินหาว่าจงใจจะฆ่าลูกตน ด่าว่าและขว้างปาข้าวของใส่จนท่านชายต้องดึงกระถินหลบบอกพุดกรองว่า

“ใจเย็นๆก่อน เธอกำลังเข้าใจผิด ที่ม้าเตลิดไม่ใช่เพราะกระถิน” แล้วมองหน้ารามพูดว่า “นายก็รู้นี่ว่าทำไม”

“ถ้ายายสร้อยไม่ฟื้นขึ้นมา ไม่ว่าไอ้อีคนนั้นจะเป็นใคร มันจะต้องชดใช้อย่างสาสม!!” พุดกรองอาฆาตปิดประตูปัง

กระถินถูกจับไปขังไว้ในคอกม้าบีบจะให้สารภาพให้ได้ว่าใครเป็นคนทำสร้อยสนตกม้า แม่นิ่มพยายามบอกว่ามันเป็นอุบัติเหตุ ละมุดถามว่าถ้าสร้อยสนเป็นอะไรไป พวกเธอมีปัญญาชดใช้ไหม จันทร์ย้อนถามว่าแล้วจับกระถินไปขังไว้อย่างนั้นใจคอจะให้ตายด้วยใช่ไหม

“ชีวิตอย่างอีกระถินน่ะเรอะ จะมีค่ามาเทียบกับชีวิตคุณสร้อย ต่อให้ตายตามไปก็ยังชดใช้ไม่สาสม”

กระถินร้องขอให้แม่นิ่มช่วยด้วย จันทร์ถามแม่นิ่มว่าจะทำอย่างไรดีคุณผู้ชายก็ไม่อยู่ คุณท่านก็ไปทำบุญเสียด้วย แม่นิ่มได้แต่บอกให้กระถินอดทน แม่นิ่มจะช่วยเอง กระถินสาบานว่าตนไม่เคยคิดทำร้ายสร้อยสน ถามอย่างอัดอั้นว่าทำไมพวกเขาถึงเกลียดตนอย่างนี้จะเอาผิดตนให้ได้

แม่นิ่มอ้ำอึ้งปลอบว่ายังไงกระถินก็เป็นลูก คงไม่มีแม่ที่ไหนจะทำร้ายลูกตัวเองลงหรอก

“ไหนแม่นิ่มบอกว่าความดีจะซื้อใจคน...” กระถินทรุดนั่งพิงคอกม้าพูดเสียงสั่นเครือ “นอกจากความรักแล้ว ไม่มีอะไรที่คนเราใช้แลกความรักได้หรอกจ้ะ...ต่อให้ดีแค่ไหนถ้าคนเขาไม่รักก็คือไม่รัก...”

แม่นิ่มเสียใจที่คำสอนของตนทำให้กระถินต้องประสบชะตากรรมอย่างนี้....

กระถินถูกขังอยู่ในคอกม้าหิวน้ำจนเกือบจะกินน้ำที่เอาไว้ให้ม้ากิน รามมาดูแม้จะสงสารแต่ก็จะเอาชนะ ยื่นน้ำในกระติกของตนให้กิน กระถินเมินอย่างหยิ่งในศักดิ์ศรี รามบีบคั้นต่อไปเสนอว่าตนจะช่วยเธอก็ต่อเมื่อเธอพิสูจน์ให้รู้ว่าเรามีศัตรูตัวเดียวกัน กระถินเจ็บใจที่ตนต้องกลายเป็นเหยื่อของศึกระหว่างรามกับพุดกรอง

พอรามไป พุดกรองก็มาคุกคามกระถิน เห็นกระถินหลับอยู่ก็เอาแปรงขัดขนม้าขว้างใส่จนกระถินตกใจตื่น พาลว่าไม่ทุกข์ร้อนกับอาการของสร้อยสนและต้องชดใช้กรรมที่ทำมาคว้าคราดฟาดไปตรงหน้ากระถินจนฟางกระจุย กระถินตกใจจนหมดสติ

ความรู้สึกวูบสุดท้ายของกระถินเห็นเสือกาจมารับตน ดีใจจนน้ำตาร่วงแต่แว่วเสียงเสือกาจที่ว่า “น้ำตาไม่ได้มีไว้ให้ศัตรู ถ้ามึงยอมร้องไห้ต่อหน้าศัตรูแปลว่า

มึงแพ้เข้าใจไหม” น้ำตากระถินไหลมาทางหางตา ครางเบาๆ “กาจ...ไอ้กาจ...”

เมื่อกระถินหมดสติไป พุดกรองเดินออกไปอย่างไม่แยแส เสือกาจที่โม่ไปบอกข่าวมาซุ่มดู พึมพำอย่างแค้นใจ

“ผ่านไปกี่ปี ลูกกูก็ไม่เคยเปลี่ยนอีพุดกรองได้ หัวจิตหัวใจมันทำด้วยอะไร!” เสือกาจประคองกระถินขึ้นทายาที่แผลให้ พึมพำอย่างอาฆาตแค้น “พวกมันต้องรับกรรมที่ทำกับลูกกู!”

รุ่งขึ้นเมื่อกระถินรู้สึกตัว เห็นตัวเองยังอยู่ในคอกม้า แปลกใจว่าใครมาทายาให้ ขณะนั้นเองจอมแอบมาบอกว่า

“กระถิน เอ็งรอดแล้ว คุณสร้อยฟื้นแล้ว...เอ็งปลอดภัยแล้ว”

กระถินมิได้คิดถึงตัวเอง แต่ดีใจที่รู้ว่าสร้อยสนปลอดภัยแล้ว

เมื่อสร้อยสนฟื้นเธอร้องไห้เสียใจที่ขาเป็นแผล บอกพุดกรองว่าจะเอาคืนราม ทั้งหมดเป็นเพราะรามคนเดียว พุดกรองตกใจเมื่อรู้ความจริงจากลูก เอากระถินไปเค้นถามว่ารามเป็นคนบีบแตรใส่ม้าใช่ไหม กระถินยืนกอดอกเงียบเพราะไม่รู้ว่าถ้าพูดความจริงออกไปก็จะกลายเป็นศัตรูกับรามแล้วจะเกิดอะไรขึ้น

เมื่อกระถินไม่ยอมพูดพุดกรองเอาไม้เรียวหวดที่น่อง รามแอบดูอยู่อย่างวัดใจว่ากระถินจะเลือกใคร

พุดกรองเปิดปากกระถินไม่ได้ก็ตวาดให้ไสหัวออกจากบ้านนี้ไป

“ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น” เสียงเอมปรีดิ์แทรกขึ้นแล้วเข้ามาโดยมีแม่นิ่มกับจันทร์เดินตามมา เอมปรีดิ์สั่งเฉียบขาดว่า “ฉันจะเป็นคนสะสางความจริงเรื่องนี้เอง!”

ทุกคนตะลึง เงียบกริบ

ooooooo

คุณยายเอมปรีดิ์เรียกรามกับสร้อยสนไปซักถาม แล้วถามรามว่ายอมรับใช่ไหมว่าตัวเองทำผิด รามยอมรับ คุณยายถามกระถินว่าอยู่ในเหตุการณ์ด้วย บอกมาซิว่ารามจงใจทำให้สร้อยสนเจ็บจริงไหม

“คุณรามแค่จะเรียกตัวกระถิน ไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายร่างกายคุณสร้อยหรอกค่ะ”

พุดกรองหาว่ากระถินแก้ตัวให้ราม เอมปรีดิ์ถามว่าเหตุผลอะไรที่กระถินต้องทำอย่างนั้น พุดกรองฟ้องว่ารามเกลียดตนหาเหตุแกล้งตนกับลูกหลายครั้งแล้ว

“มันเป็นอุบัติเหตุ รามก็แค่รู้เท่าไม่ถึงการณ์” รามชี้แจง พุดกรองโวยวายว่าถ้าคนที่โดนลากไปเป็นรามบ้างล่ะ รามย้อนถามว่า “เธอจะให้ฉันชดใช้ให้ลูกเธอยังไงจะต้องเห็นฉันเจ็บปางตายใช่ไหมเธอถึงจะพอใจ”

“เอาล่ะ ยังไงรามก็มีส่วนผิดแม้จะไม่ตั้งใจ แต่เพราะประมาทเกินไปก็ขอโทษสร้อยสนซะ” เอมปรีดิ์เอ่ย

พุดกรองไม่ยอมเพราะเท่ากับสร้อยสนเจ็บตัวฟรี แม่นิ่มสุดทนถามว่าแล้วที่เธอลงโทษกระถินให้เจ็บตัวเปล่าๆ ทั้งที่กระถินไม่ผิดล่ะ? พุดกรองตะแบงว่าผิด เพราะช่วยปกปิดความผิดให้ราม

“ฉันเชื่อว่า กระถินไม่พูดก็เพราะถูกบีบบังคับด้วยหน้าที่ ไม่ได้มีเจตนาจะเข้าข้างรามหรอก เรื่องกระถิน รามก็มีส่วนต้องรับผิดชอบเช่นกัน ดังนั้น เพื่อความยุติธรรมฉันจะส่งตัวรามไปดัดนิสัย รามจะไม่ได้อยู่ที่นี่อีกต่อไป จะต้องไปอังกฤษให้เร็วที่สุด”

พุดกรองถือโอกาสจะเฉดหัวกระถินด้วย ถามว่าเมื่อนายไม่อยู่จะเก็บขี้ข้าไว้ทำไมเกิดมาเอาคืนตนขึ้นมาจะว่ายังไง แม่นิ่มบอกว่าตนจะอบรมสั่งสอนกระถินเอง กระนั้นพุดกรองก็ให้คาดโทษไว้ว่าถ้ากระถินหาเรื่องตนจะต้องออกจากที่นี่ไป

เอมปรีดิ์ถามว่าต่อไปถ้ากระถินก่อเรื่องอีกก็จะไม่เลี้ยงไว้แค่นี้พอใจไหม พุดกรองจำต้องรับ แต่ในใจอาฆาตหมายมาดที่จะต้องเฉดหัวกระถินออกไปให้ได้

พุดกรองและละมุดออกไปพูดกันอย่างสะใจที่รามแพ้ภัยตัวเองแต่เสียดายที่กระถินยังอยู่

“ลำพังนังกระถินมันคงไม่อยากอยู่ที่นี่เท่าไหร่นักหรอก ต้องโทษนังนิ่มที่ออกโรงปกป้อง ถ้าไม่มีนังนิ่มอยู่ซักคนมันคงเผ่นไปนานแล้ว” ละมุดถามว่าแล้วจะปล่อยให้อยู่เป็นหนามยอกอกทำไม พุดกรองจิกตาบอกว่า “ก่อนคุณพระกลับ ฉันจะต้องหาทางไสหัวมันไปให้พ้นทางฉันให้ได้”

รามได้ยินการพูดคุยกันนี้ทั้งหมด คิดถึงกระถินที่ยอมเจ็บตัวเพื่อปกป้องตน นึกสงสัยว่าทำไมกระถินถึงได้งี่เง่าอย่างนี้ เมื่อคิดถึงที่กระถินโต้ว่าตนไม่เคยกลัวเขาแต่ที่ตนทนอยู่เพราะแม่นิ่มอยู่ที่นี่แต่ตอนนี้เขากำลังทำให้ตนเปลี่ยนใจ ถ้าเลือกได้ตนก็ไม่อยากทนอยู่ที่นี่อีกแล้ว

คิดทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว รามรู้สึกว่า ตัวเองร้ายกับกระถินจนไม่น่าให้อภัย...

เมื่อกลับไปถึงที่พัก กระถินกอดแม่นิ่มบอกว่านึกว่าตนจะไม่ได้อยู่กับแม่นิ่มอีกแล้ว แม่นิ่มบอกว่าถ้ากระถินไม่อยู่ตนก็จะไม่อยู่ที่นี่เหมือนกัน จันทร์บอกว่าถ้าไม่ใช่แม่นิ่มนั่งเรือไปรับคุณท่านมาจากบางปะอิน ป่านนี้กระถินคงยังไม่ได้ออกจากคอกม้า

“ขอบพระคุณที่ช่วยกระถินค่ะ” กระถินกราบแม่นิ่ม

“แม่นิ่มสิต้องขอบคุณที่กระถินอุตส่าห์อดทนอยู่ที่นี่เพื่อแม่นิ่ม ต่อไปนี้แม่นิ่มจะไม่ยอมให้ใครมาทำอะไรกระถินอีกแล้ว”

กระถินโผกอดแม่นิ่มเหมือนเป็นที่พึ่งสุดท้ายในชีวิต...

ooooooo

รุ่งขึ้น กระถินสำรวจบาดแผลจากการถูกพุดกรองทำร้ายในกระจก เห็นจี้ทองก็จับขึ้นดูจำได้ว่าเหมือนรูปสักยันต์ที่แขนของเสือกาจที่ตนเห็นในความฝันขณะเสือกาจทายาให้ที่คอกม้า กระถินแปลกใจที่จู่ๆตนก็ฝันถึงเสือกาจ...

จันทร์เข้ามาบอกกระถินให้ไปที่เรือนคุณท่านเดี๋ยวนี้ กระถินไปเจอรามกำลังถูกคุณท่านอบรมอยู่ว่า

“เพราะความหุนหันพลันแล่นของเราเลยพลอยทำให้ผู้หญิงเจ็บตัว ถ้าแม่รู้เขาคงผิดหวังที่รามไม่เป็นลูกผู้ชาย ผู้ชายดีๆเขาไม่ทำให้ผู้หญิงเจ็บหรือเสียใจ ไปปรับปรุงตัวเองให้เป็นผู้ใหญ่ ไม่เช่นนั้นจะไม่มีใครกล้าฝากชีวิตไว้กับคนอย่างราม”

กระถินเข้ามาได้ยิน รู้สึกสะใจที่ถูกคุณท่านกำราบราม แล้วคุณท่านก็ถามกระถินว่าได้ยินว่าคนที่วังเป็นคนช่วยสร้อยสนไว้หรือ กระถินบอกว่าเขาชื่อพี่บรรณอยู่วังข้างๆเรา แม่นิ่มรีบแก้ให้ว่า

“ต้องเรียกว่าท่านชายบรรณ ชื่อเต็มๆของท่านคือหม่อมเจ้าบรรณบริวัฒน์ ท่านชายเป็นน้องของท่านหญิงบัว ท่านทรงช่วยอุบัติเหตุของบ้านเราไว้สองครั้งแล้วค่ะ”

รามอึ้ง กระถินตกใจที่ตนเองตีสนิทกับท่านชายไปโดยไม่รู้ตัว

“ยายสร้อยอาการดีขึ้นเมื่อไหร่ เราต้องไปขอบพระทัยท่านชาย ที่ท่านทรงอุตส่าห์มาช่วยชีวิตแม่สร้อยเอาไว้ ประเดี๋ยวท่านจะทรงนึกว่าเราเป็นพวกไม่รู้คุณคน”

“เจ้าค่ะ” แม่นิ่มรับคำ

กระถินอึดอัด กระอักกระอ่วนใจที่ต้องไปเจอท่านชายที่ตนคิดว่าเป็นคนรับใช้ในวังอีก...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“มาวิน” ขึ้นแท่นพระเอก เป็นการทำงานที่มีความสุขได้หม่ำแต่เมนูอร่อยใน “รักล้นพุง”

“มาวิน” ขึ้นแท่นพระเอก เป็นการทำงานที่มีความสุขได้หม่ำแต่เมนูอร่อยใน “รักล้นพุง”
11 พ.ค. 2564

00:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม 2564 เวลา 00:46 น.