ข่าว

วิดีโอ



เลือดรักทระนง

อ่านเรื่องย่อ

แนว: ดราม่า - โรแมนติก

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ดนยา ทรัพย์ยิ่ง

กำกับการแสดงโดย: แมน เมธี

ผลิตโดย: บริษัท เมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: ธนวรรธน์ วรรธนภูติ,เดียร์น่า ฟลีโป


ร่างไร้สติของพุดกรองถูกเข็นเข้ามาในโรงพยาบาลที่กำลังวุ่นวายเพราะมีคนบาดเจ็บจากระเบิดจำนวนมาก หมอก็ไม่พอ สร้อยสนร้องไห้เมื่อไม่มีใครมาดูแลแม่ เห็นนิธิตรวจคนเจ็บอยู่จึงเข้าไปอ้อนวอนว่า แม่ตกบันไดให้ช่วยมาดูด้วย

ฝ่ายท่านชายกับรามช่วยกันหากระถินอยู่ริมถนนแถวบางกอกน้อยแต่ไม่เจอ รามคิดว่ากระถินไม่น่ามาไกลถึงขนาดนี้ แต่พอท่านชายเอาสร้อยกับจี้ทองของกระถินให้ดู รามใจหายวาบถามว่ากระถินอยู่ไหน

“ด้านในไม่มี ฉันลองถามเผื่อกระถินบาดเจ็บถูกส่งตัวไปรักษาก็ไม่มีใครบอกได้เลย”

รามได้ฟังก็วิ่งเข้าในซากปรักหักพังทันที ท่านชายบอกว่าที่นี่ไม่น่ามีเพราะตนค้นหาแล้ว คนเจ็บแถวนี้ถูกนำตัวไปหมดแล้วที่เหลือมีแต่คนตาย ปลอบรามให้ใจเย็นๆ สร้อยกับจี้ทองนี้อาจจะตกอยู่แต่อาจมีคนช่วยกระถินไว้แล้ว รามถามว่าแล้วถ้ากระถินตั้งใจมาฆ่าตัวตายล่ะ เพราะเธอทิ้งจดหมายสั่งเสียไว้

รามวิ่งเข้าไปในซากปรักหักพังท่านชายร้องห้ามว่าอันตรายและถึงเจอก็ช่วยไม่ได้มีแต่จะเข้าไปตายเท่านั้น

“ตายก็ตาย กระหม่อมนี่แหละที่สมควรตาย!! กระหม่อมเป็นคนไล่กระถินมาตาย ทำไมถึงได้เป็นกระถินที่โชคร้าย ทำไมกระถินต้องไป ทั้งๆที่คนสมควรตายคือพี่!!” รามร้องไห้โฮทรุดลงนั่งคร่ำครวญอยู่ท่ามกลางซากไฟไหม้...

ooooooo

เสือกาจไปหาเรือเพื่อพากระถินกลับบ้านเพราะทางรถไฟถูกตัดขาด กระถินไม่ยินดียินร้ายจนเสือกาจถามว่าเป็นอะไร กระถินบอกว่าเป็นห่วง

“เขา” ไม่รู้ว่า “เขา” เป็นตายร้ายดีอย่างไร

กระถินถามเสือกาจว่าฆ่าเขาทำไม เสือกาจโพล่งอย่างแค้นใจว่า “มันทำร้ายมึง มันสมควรตาย”

“ฉันทำบาปอะไร ทำไมฉันถึงต้องมาเห็นพ่อแม่ฆ่ากันเองแบบนี้ ฉันจะต้องทนดูพวกคุณฆ่ากันเองอีกกี่ที ถ้าทุกอย่างเป็นเพราะลูกคนนี้ฉันต่างหากที่สมควรตาย ไม่รู้พวกคุณจะให้ฉันเกิดมาทำไม รู้หรือเปล่าว่ามันทรมานแค่ไหนที่ต้องมารับกรรมที่พวกคุณก่อเอาไว้ ยิ่งโกรธยิ่งเกลียดพวกคุณ ฉันก็ยิ่งรู้สึกบาปในใจ ฉันทนเห็นตัวเองเลวไปกว่านี้ไม่ได้ กรรมเวรอะไรทำไมฉันถึงจะมีพ่อมีแม่อย่างคนอื่นเขาไม่ได้”

กระถินร้องไห้จนเสือกาจสะเทือนใจบอกว่า ตนแค่อยากปกป้องเธอ ถามว่าตนทำหน้าที่พ่อตอนนี้มันสายไปแล้วใช่ไหม กระถินเห็นเสือกาจน้ำเสียงอ่อนลงจึงอ้อนวอนขอกลับไปดูอาการพุดกรองก่อน

“ฉันขอแค่ได้ไปดูใจ ให้ฉันได้ไถ่บาปที่ฉันเคยทำกับเขาไว้ ฉันขอแค่นี้ไม่ได้เหรอ”

เสือกาจเห็นน้ำตากระถินก็ใจอ่อน

นิธิทำแผลให้พุดกรองแล้วจึงให้ทุกคนเข้าเยี่ยม บอกว่า

“คุณพุดกรองมีบาดแผนที่ศีรษะกระทบกระเทือนถึงสมองกระดูกบางส่วนหักกดไขสันหลังทำให้เขาเป็นอัมพาตขยับร่างกายไม่ได้ อาการโดยทั่วไปยังวิกฤติ” บอกสร้อยสนว่า “แต่ไม่ต้องกลัวนะ ขอแค่ท่านตื่นมา ผมจะหาทางรักษาท่านให้ดีขึ้นให้ได้”

สร้อยสนกอดนิธิไว้อย่างหวังเป็นที่พึ่ง อรชรแปลกใจว่าทั้งสองสนิทสนมกันขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

ที่หน้าห้อง กระถินกับเสือกาจมาแอบดู กระถิน

ช็อกที่เห็นพุดกรองอาการสาหัสขนาดนี้ เมื่อออกมาแล้ว เสือกาจให้กระถินตัดสินใจว่าจะอยู่หรือจะไปกับตนก็ตามใจ กระถินขอว่า

“ขอเวลาอีกนิดได้ไหม ให้ฉันแน่ใจว่าทุกคนอยู่ได้โดยไม่มีฉัน แล้วฉันจะไป”

ooooooo

ที่หน้าคฤหาสน์นารายณ์ทุกคนนั่งฟังตำรวจและสมพรเล่าการค้นหากระถินอย่างเคร่งเครียด โดยเฉพาะรามทั้งเครียดและอ่อนเพลียเพราะไม่ได้นอนมาทั้งคืน

สมพรรายงานว่า ตนกับตำรวจออกตามหากระถินไปตามโรงพยาบาลและตามวัดหลายแห่งแต่ไม่พบ ทางตำรวจก็แจ้งว่ามีชิ้นส่วนจำนวนมากที่ไม่อาจจำแนกได้ว่าเป็นใคร ส่วนคดีปล้นจากการตรวจสอบร่องรอยพบว่าคนร้ายใช้กุญแจมาเปิดหีบขนของออกมา ทรัพย์สินทุกอย่างถูกทิ้งไว้ ยกเว้นเครื่องเพชรชุดสำคัญ

เอมปรีดิ์หันไปบอกท่านหญิงอย่างลำบากใจว่า “เครื่องเพชรชุดรัดเกล้าที่คุณพระรับซื้อจากเสด็จพ่อของท่านหญิงหายไป คุณพระสั่งให้เก็บเอาไว้จนกว่าเสด็จท่านจะมาขอคืน”

ตำรวจสันนิษฐานว่า คนร้ายอาจจะไม่ได้มีแค่

พุดกรองคนเดียว อาจมีคนในรู้เห็นเป็นใจ โดยเฉพาะกระถินที่เป็นคนถือกุญแจหีบสมบัติ แม่นิ่มแย้งทันทีว่าเป็นไปไม่ได้ กระถินไม่ได้เป็นคนเอาเครื่องเพชรชุดนั้นไป

“แต่หลังเกิดเหตุ เราตรวจค้นทุกที่ในบ้าน ไม่พบหลักฐานว่าใครน่าสงสัย” ตำรวจติง แล้วเล่าถึงสองวันก่อนที่ไปตรวจค้นบ้านทดที่ท้ายสวน เจอกระเป๋าถือ

ของกระถินอยู่ที่นั่น ตำรวจสันนิษฐานว่า “ถ้าคุณมินตราเป็นผู้ถือกุญแจหีบสมบัติไว้ ก็เป็นไปได้ว่าเครื่องเพชรอาจจะหายไปก่อนวันเกิดเหตุก็เป็นได้”

“ไม่มีเหตุผลที่กระถินจะต้องขโมยเครื่องเพชรพวกนั้นไป” เอมปรีดิ์แย้ง

“นี่เป็นเพียงข้อสันนิษฐานครับ แต่เรายังไม่ได้ปักใจ คนที่จะช่วยไขความจริงเรื่องเครื่องเพชรได้ก็มีแต่คุณพุดกรองเท่านั้น” ตำรวจสรุป

ooooooo

ต่อมาตำรวจไปสอบสวนพุดกรองที่โรงพยาบาล สร้อยสนขอร้องว่าแม่ยังพูดไม่ได้เพิ่งฟื้นอย่าเพิ่งกดดันได้ไหม ตำรวจบอกว่าแค่จะมาขอดูอาการและดูว่าเขามีสติสัมปชัญญะแค่ไหนเท่านั้น

ตำรวจถามเพื่อดูว่าพุดกรองรับรู้ได้แค่ไหนว่า กระถินรู้เรื่องการปล้นกับเธอด้วยหรือไม่ และเธอเอากุญแจหีบสมบัติมาจากกระถินใช่ไหม พุดกรองตกใจหวาดกลัวทำเสียงและสีหน้าปฏิเสธ ในขณะที่ละมุดสะดุ้งเมื่อรู้ว่าตำรวจสงสัยเรื่องกุญแจ

สร้อยสนบอกตำรวจว่ากุญแจไม่ได้อยู่กับกระถินเพราะเธอเอามาฝากตนไว้แล้ว ตำรวจถามว่ามีใครรู้ไหมว่ากุญแจอยู่ที่เธอ สร้อยสนบอกว่าไม่มี มีแต่ตนกับน้องรู้กันสองคน และตนไม่เคยเปิดหีบใบนั้นเลย

เมื่อซักถามถึงเครื่องเพชรชุดรัดเกล้าที่หายไป สร้อยสนปกป้องว่าแม่ประสบอุบัติเหตุเอาอะไรออกไปไม่ได้หรอก

“ถ้าอย่างนั้นก็อาจจะมีใครขนเครื่องเพชรชุดนั้นไปก่อนหน้า ทั้งคุณทั้งมินตราเป็นไปได้ทั้งนั้น”

สร้อยสนบอกว่าตนไม่รู้เห็นอะไรทั้งนั้น ขอความ เป็นธรรมพวกตนบ้าง แค่นี้พวกตนยังรับกรรมไม่พออีกหรือ

“ถึงได้รับผลกรรม ก็ยังต้องรับผลของการกระทำตามกฎหมาย ต่อให้บาดเจ็บก็ต้องรับโทษอยู่ดี”

ละมุดตกใจลุกลี้ลุกลน แต่เพราะสร้อยสนมัวแต่สนใจตำรวจจึงไม่ได้สังเกต

ขณะสร้อยสนออกไปส่งตำรวจและพูดคุยกันไปตามทางนั้น มีสายตาลึกลับจับตามองตลอดเวลา แต่เธอไม่รู้ตัว

ระหว่างสร้อยสนออกไปส่งตำรวจ ละมุดอยู่กับ พุดกรองที่ตื่นตกใจทำเสียงฮือๆ เพราะละมุดเป็นคนเก็บกุญแจไว้คนเดียว ก็ถูกละมุดปรามว่าให้อยู่เฉยๆจะกระโตก กระตากให้ตำรวจสงสัยทำไม พุดกรองมองผ่านละมุดไปเห็นใครบางคนแอบดูอยู่ที่ประตู พุดกรองตะลึงส่งเสียงฮือๆละมุดหันขวับไป แต่ประตูปิดพอดีเลยไม่เห็นอะไร ละมุดใจเสียจนทำอะไรไม่ถูก

สร้อยสนกลับมาเห็นพยาบาลกำลังฉีดยาให้

พุดกรองจนค่อยสงบลง เธอบอกแม่ว่า

“คุณแม่นอนพักนะคะ ไม่ต้องกลัว แค่รักษาตัวให้หายไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สร้อยจะไม่มีวันปล่อยให้คุณแม่ต้องติดคุกเด็ดขาด”

สร้อยสนปลอบโยนและเฝ้าพุดกรองจนค่อยๆ หลับลง

ooooooo

เมื่อสงครามสงบ หลวงเวชประสิทธิ์ ผอ.โรงพยาบาล คุณพ่อของอรชร เรียกอรชรและนิธิไปพบ บอกข่าวดีว่าจะส่งอรชรไปเรียนด้านพยาบาลต่อที่วอชิงตัน แต่เป็นห่วงอรชรจึงจะออกทุนให้นิธิไปด้วย

นิธิติงว่าค่าเรียนคงแพงมาก หลวงเวชฯบอกว่า นิธิเป็นคนเก่ง ถ้าได้เรียนต่อคงจะมีอนาคตอีกไกล แต่ตนมีข้อแม้ว่าให้แต่งงานกับอรชรก่อนไป เพราะสองคนไปมาหาสู่กันมานานตนยินดีที่จะได้คนดีๆอย่างเขามาเป็นเขย รวบรัดกับทั้งสองว่า

“ไหนๆก็จะไปเรียนต่อ สร้างอนาคตด้วยกันแล้ว ก็ตบแต่งให้มันถูกต้องตามประเพณีเสียเลยจะได้ไม่เป็นที่ครหา” อรชรจะทักท้วงแต่ถูกคุณพ่อตัดบทว่า “ถ้าไม่ ขัดข้องก็วางแผนสมัครเรียนพร้อมกับทำเรื่องสู่ขอไปพร้อมกันเลย”

แทนที่จะดีใจ นิธิกลับเครียดเพราะเขาไม่เคยคิดอะไรกับอรชรเลย แต่ด้วยความเกรงใจเขาพูดไม่ออก

พอออกจากห้องหลวงเวชฯแล้ว ขณะเดินผ่านห้องพักคนไข้ของพุดกรอง นิธิมองเข้าไปเห็นสร้อยสนกำลังช่วยพลิกตัวพุดกรองอย่างยากลำบากจึงเข้าไปช่วยและแนะนำให้

สร้อยสนรู้สึกแย่ที่ตนช่วยแม่ไม่ได้บ่นว่าถ้าเขาไม่อยู่ตนจะทำอย่างไร แต่ก็บอกพุดกรองอย่างแจ่มใสว่า

“สร้อยต้องทำให้ได้ เรามีกันแต่สองคน แม่เลี้ยงสร้อยมาได้ สร้อยก็ต้องดูแลแม่ได้”

นิธิเห็นสร้อยสนพยายามเข้มแข็งก็ยิ่งรู้สึกผิดที่ตนจะทิ้งเธอให้เผชิญปัญหาอยู่คนเดียว

ooooooo

เมื่อตำรวจมีข้อสันนิษฐานว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเครื่องเพชรรัดเกล้าหายคือกระถินกับสร้อยสน เมื่อแม่นิ่มเอากุญแจมาคืนราม เห็นเขาครุ่นคิดหน้า เครียด จึงถามว่า

“รามคงไม่ได้สงสัยว่ากระถินเอาเครื่องเพชรไปหรอกใช่ไหม” เห็นรามนิ่งก็ตัดพ้อว่า “อย่าดูถูกหัวใจคนอื่นว่าเขาไม่รู้ดีรู้ชั่วที่พูดกันว่า ‘คนเราเลี้ยงได้แต่ตัว แต่หัวใจเลี้ยงไม่ได้’ มันใช้ได้กับทุกคน”

“รามรู้แล้วครับ กระถินไม่เคยทรยศราม คนที่ทรยศคือรามต่างหาก การที่รามระแวงคิดว่าเขาเห็นคนอื่นสำคัญกว่าราม มันก็เท่ากับว่ารามนั่นแหละที่ทรยศความรักของเขา”

“มาเสียใจตอนนี้แล้วมันจะได้อะไร ถึงขอโทษไปใครจะได้ยิน”

“แล้วจะให้รามทำยังไง” รามร้องไห้อย่างอัดอั้น “รามไม่เหลือใครอีกแล้ว ชีวิตรามจบตั้งแต่วันนั้นแล้วแม่นิ่ม มันทรมาน รามอยากตาย รามไม่รู้จะอยู่ไปทำไม ทำไมคนที่ตายไม่ใช่ราม”

แม่นิ่มกอดรามไว้ด้วยความสงสาร...

วันนี้ขณะที่สร้อยสนจะไปเฝ้าพุดกรองที่โรงพยาบาล แม่นิ่มพาไปพบเอมปรีดิ์ที่รออยู่ที่ห้องรับแขก

เอมปรีดิ์ถามว่าทำไมไม่พาพุดกรองกลับบ้าน สร้อยสนบอกว่าไม่กล้าเพราะแม่ทำกับทุกคนไว้มาก

แม่นิ่มบอกให้พากลับมาเสียเพราะลำพังสร้อยสนกับละมุดจะดูแลอย่างไรไหว

“เขาก็ได้รับกรรมของเขาแล้วฉันไม่ติดใจอะไร” เอมปรีดิ์เอ่ย แม่นิ่มเสริมว่า

“เราเหลือกันอยู่แค่นี้ ถ้าเราไม่ดูแลกันแล้วจะมีครอบครัวไว้ทำไม”

สร้อยสนซาบซึ้งใจมาก รู้แก่ใจดีว่าแม้พุดกรองจะก่อปัญหาไว้มากมายแต่จนวันนี้ก็ยังไม่สำนึก ได้แต่กราบแทบเท้าเอมปรียาเอ่ยทั้งน้ำตาว่า

“สร้อยขอโทษแทนคุณแม่ด้วยนะคะ คุณท่านมีบุญคุณกับพวกเรามาก แต่คุณแม่ไม่เคยเห็นค่า แล้วสุดท้ายทุกคนที่นี่ก็ยังอุตส่าห์ให้อภัยแล้วก็เมตตา ทั้งๆที่คุณแม่ทำกับคุณลุงกับพี่รามเอาไว้”

“สงครามจบแล้วคนอื่นรบกันเราก็ยังรอดมาได้ อย่าให้สงครามในบ้านมันกัดกินใจ ยิ่งเกิดปัญหา เรายิ่งต้องดูแลกันเอาไว้ อย่าให้สงครามมาพรากอะไรไปจากพวกเรามากกว่านี้เลย” เอมปรีดิ์เอ่ยอย่างเปี่ยมด้วยเมตตา เข้าไปลูบหัวสร้อยสน “แค่ทำหน้าที่ของลูกให้ดี ใช้โอกาสที่เหลืออยู่ทำให้แม่เขาคิดได้ พุดกรองควรจะได้รู้ว่าลูก เป็นของมีค่าที่สุดในชีวิตที่เขามีชีวิตนี้เขาไม่จำเป็นจะต้องดิ้นรนไขว่คว้าอะไรอีกแล้วก็ได้ เพราะลูกเป็นสมบัติชิ้นเดียวที่ใครก็แย่งไปจากเขาไม่ได้”

“ทำให้พุดกรองรู้ว่าเขามีบุญแค่ไหน ที่ได้รอดมาเห็นค่าในสิ่งที่เขามี ส่วนแม่นิ่มวาสนาไม่มี ถึงต้องถูกพรากกระถินไปอย่างนี้” แม่นิ่มน้ำตาซึม

“ถ้าเลือกได้ สร้อยก็อยากจะตายแทนน้องให้ อย่างน้อยถ้ากระถินยังอยู่ คุณแม่อาจจะเห็นความดีของกระถินในตอนนี้ก็ได้” สร้อยสนคลานเข้าไปกอดแม่นิ่ม สองคนกอดกันร้องไห้ด้วยความคิดถึงกระถิน...

“พ่อแม่ก็เป็นคน มีดีมีเลวได้ ใช่ว่าคนเราจะเกิดมามีพ่อแม่ดีพร้อมเสมอไป แต่นั่นไม่ใช่ข้ออ้างที่เราจะเป็นคนดีไม่ได้เป็นลูกที่ดียิ่งต่อบุพการี กุศลก็จะเกิดกับตัวเราไม่ใช่ใคร ถ้ามัวโกรธโทษชะตา น้อยเนื้อต่ำใจ ก็มีแต่จะสร้างบาปทับถมตัวเอง ถึงเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะเป็นได้ พุดกรองควรจะดีใจ อย่างน้อยเขาก็มีลูกที่ดีทั้งคู่”

ทุกคนฟังเอมปรีดิ์อย่างซาบซึ้ง เป็นมงคลของชีวิตที่ได้อยู่ใต้ร่มไทรของผู้ใหญ่ที่เปี่ยมด้วยคุณธรรมและเมตตา

ooooooo

วันนี้...สร้อยสนมารับพุดกรองกลับไปอยู่บ้าน อรชรนึกได้ว่านิธิเล่าว่าเขาเคยอาศัยอยู่ที่คฤหาสน์นารายณ์ บ้านนี้มีบุญคุณกับเขามาก จึงอยากไปกราบลา

สร้อยสนจึงรู้ว่าอรชรและนิธิจะไปศึกษาต่อที่เมืองนอก อรชรแปลกใจที่นิธิไม่บอกสร้อยสน แอบกังวลว่าหรือไม่เขาก็ไม่อยากไป?

สร้อยสนน้อยใจ เสียใจ ที่นิธิไม่บอกตนเรื่องจะไปเรียนต่อ เมื่อนิธิมาถามว่าจะพาแม่กลับหรือ จะกลับอย่างไร ตนจะไปส่ง สร้อยสนตอบอย่างเย็นชาหมางเมินว่าไม่ต้อง ตนเกรงใจจะให้รบกวนเขาไปตลอดได้ยังไง นิธิบอกว่าตนเต็มใจ

“ไม่จำเป็น!! ถ้าต้องคอยพึ่งคนอื่นตลอดเวลา พอนิธิไปเรียนต่อ สร้อยจะทำยังไง” นิธิอึ้งที่เธอรู้เรื่องนี้ ถามว่าใครบอก สร้อยสนถามว่าที่ไม่บอกตนเพราะกลัวตนจะทำใจไม่ได้ใช่ไหม นิธิบอกว่าที่ตนไม่บอกเธอเพราะยังไม่ได้ตัดสินใจต่างหาก เห็นท่าทีน้อยใจเสียใจของสร้อยสน นิธิบอกว่าถ้าเธอไม่อยากให้ตนไป...แต่พูดไม่ทันจบสร้อยสนสวนทันทีว่า

“ทำไมสร้อยจะไม่อยากให้ไป สร้อยกับแม่เคยตัดอนาคตนิธิไปแล้วครั้งหนึ่ง อย่าเอาอนาคตมาแลกกับคนอย่างสร้อยเลย ถ้ามีโอกาสดีๆในชีวิตก็ควรคว้าไว้” นิธิติงว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องเรียนเท่านั้น “ไม่ว่าเรื่องเรียนหรือเรื่องอะไร ถ้ามีโอกาสเลือกได้นิธิก็ไม่ควรมาจมอยู่กับคนไม่มีอนาคตอย่างสร้อย... สร้อยยังมีแม่ต้องดูแล สร้อยไม่อยากเป็นภาระให้ใคร”

“ทำไมคิดอย่างนี้”

“ถ้าคุณแม่ต้องรับโทษ สร้อยคงปล่อยให้คุณแม่ติดคุกไม่ได้ ถ้าจำเป็น สร้อยจะรับผิดแทนให้ นิธิอย่าเอาอนาคตมาแลกกับสร้อยเลย”

พุดกรองนอนฟังอยู่ถึงกับอึ้งไม่นึกว่าสร้อยสนจะเสียสละเพื่อตนขนาดนี้

สร้อยสนตัดสินใจที่จะตัดขาดจากนิธิเพื่อแม่และเพื่ออนาคตของนิธิ ทำเป็นเข้มแข็งเดินไปหยอกล้อและคุยกับพุดกรอง นิธิได้แต่อึ้ง มองสร้อยสนอย่างผิดหวัง...

ooooooo

จู่ๆวันนี้ปูเป้ก็ขนข้าวของมาที่คฤหาสน์นารายณ์จนบ่าวต้องช่วยขนกันเป็นขบวน เธอประกาศว่าวันนี้มาในฐานะคุณผู้หญิงของบ้านนี้เพราะกระถินตายไปแล้วตนจึงมาทวงตำแหน่งคืน

ปูเป้วางอำนาจเข้าไปในห้องรับแขกหยิบหมอนอิงโยนทิ้งบอกว่าบ้านนี้ต้องไม่มีเศษซากของ “นังนั่น” อีก เห็นรูปคู่แต่งงานของรามกับกระถินก็จิกตาใส่ “โดยเฉพาะนั่น!” แล้วตรงเข้าไปจะหยิบ จันทร์เข้าแย่งเถียงกันเสียงดัง

“ทำอะไร?” รามได้ยินเสียงเอะอะลงมาดู จันทร์บอกว่าปูเป้จะเอารูปนั้นทิ้ง ปูเป้โต้ว่าคนตายไปแล้วจะให้มาวนเวียนอยู่แถวนี้ทำไม รามเสียงเข้มใส่ “ที่คุณพูด...นั่นเมียผมนะ”

ปูเป้ยังด่าว่ากระถินต่างๆนานาซ้ำพูดอย่างดูถูกว่าแค่ผู้หญิงไม่รักดี ตายเสียได้ก็ดีรามจะได้หมดเวรหมดกรรมเสียที

“หยุดลามปามกระถินเดี๋ยวนี้!!...ถึงเขาตาย ผมก็ยังอยากเก็บเขาไว้ในชีวิตมากกว่าคุณ...คนที่ควรจะไปให้พ้นๆจากผมในชาตินี้ ก็คือคุณ!” ปูเป้ปารูปลงแตกกระจาย ถามว่าถึงไม่มีกระถินรามก็ไม่กลับมาหาตนใช่ไหม “จะพรุ่งนี้หรืออีกสิบปี ก็ไม่มีใครมาแทนที่กระถินได้ นับแต่วันที่ผมรักเขา ผมก็ไม่มีหัวใจไว้รักใคร แม้แต่คุณผมก็ไม่เคยมีให้!”

ปูเป้ตะโกนว่าไม่ดีตรงไหน?

“ผู้หญิงบางคนทำได้แค่ร่วมสุขแต่ร่วมทุกข์ด้วยไม่ได้ หลายปีมานี้ผมกับกระถินร่วมทุกข์กันมานาน กระถินไม่เคยเรียกร้องอะไรจากผมสักอย่าง วันนี้ถึงเขาจะไม่อยู่ แต่ผมก็จะทำให้เขามีแต่ความสุขเพื่อชดเชยให้...ผมเคยสัญญาว่าจะทำให้เขาภูมิใจที่ได้เป็นภรรยาของนายราม วันนี้ผมจะรักษาสัญญาด้วยการทำให้เขารู้ว่าไม่มีอะไรจะสำคัญกว่าเกียรติและศักดิ์ศรีของเมียผม คุณกลับไปเสีย ชาตินี้ทั้งชาติผมจะซื่อสัตย์กับเมียผมคนเดียวไปจนตาย ผมจะไม่มีวันรักใครอย่างที่รักเขา”

เมื่อถูกปฏิเสธอย่างไม่ไว้หน้าเช่นนี้ ปูเป้ประชดว่างั้นก็เชิญจมปลักกันต่อไป ถ้าจะให้ดีก็ตายตามกันไปเสียเลยแล้วเดินสะบัดผ่านทุกคนไป มะยมกับชบาต่างดีใจที่ปูเป้ไปเสียได้

เมื่อปูเป้กลับถึงบ้าน คร้ามดักคอว่า “อย่าบอกนะว่าไปหาเรื่องทะเลาะกับเขามา”

“อยากจะเกาะเขา คุณพ่อก็ไปง้อเขาเองแล้วกัน เขาไล่ปูเป้กลับมาเหมือนหมูเหมือนหมา”

“ไอ้ราม!” คร้ามคำรามแค้น

ooooooo

สร้อยสนรับพุดกรองกลับมาแล้ว แต่ไม่ได้อยู่คฤหาสน์นารายณ์ หากไปอยู่ห้องนอนของทดที่ท้ายสวน พุดกรองสีหน้าไม่พอใจ ละมุดก็บ่นว่ามาอยู่อุดอู้อย่างนี้ต้องการประจานเราต่อหน้าบ่าวไพร่ชัดๆ

สร้อยสนติงว่าพูดอย่างกับว่าเรามีที่ไป ละมุดพูดอย่างยะโสว่าทำไมจะไม่มี ทำให้พุดกรองที่รู้เช่นเห็นชาติกันดีกับละมุดเชื่อว่าละมุดต้องเป็นคนขโมยสร้อยเพชรไปแน่จึงอวดรวยคุยโตอย่างนี้

พอดีตำรวจมาสอบปากคำเพิ่มเติมเรื่องทด ถามว่าได้ยินว่าทดสนิทสนมกับพุดกรองดีแต่ตอนนี้เขาหายตัวไป เขาเป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัย เชื่อว่าเขาอาจจะรู้เห็นเป็นใจกับพุดกรอง บอกสร้อยสนว่ารบกวนช่วยให้เบาะแสเกี่ยวกับทดหน่อย สร้อยสนจึงออกไปคุยกับตำรวจข้างนอก

เมื่อพุดกรองอยู่กับละมุดตามลำพัง พุดกรองเห็นความลุกลี้ลุกลนของละมุดก็ยิ่งมั่นใจว่าละมุดเป็นคนขโมยสร้อยเพชรไป แต่เพราะพูดไม่ได้จึงใช้ปฏิกิริยาต่อต้าน เวลาละมุดป้อนอาหารก็พ่นใส่หน้า สายตาที่มองก็เต็มไปด้วยความอาฆาต ละมุดดูออกว่าพุดกรองรู้ว่าตนขโมยสร้อยเพชรไป จึงยอมรับอย่างประชดประชันว่า

“เออ...ข้าเอาไปเอง เอ็งอยากรู้แค่นี้ใช่ไหม” พุดกรองแสดงอาการแค้นที่ถูกหักหลัง ละมุดแก้ตัวว่า “ก็ข้าไม่ไว้ใจกลัวเอ็งโกง ข้าก็เลยแอบไปยักย้ายเพชรชุดนั้นมาตั้งแต่วันก่อนหน้า ก็ข้าไม่รู้ว่ามันจะเกิดเรื่องกับเอ็งนี่หว่า”

ละมุดลุกไปหยิบหมอนที่เย็บอยู่ซึ่งซ่อนสร้อยเพชรไว้ในนั้น เอามาให้ดูบอกว่าสร้อยเพชรอยู่ในนี้ โทษว่าเพราะ พุดกรองทำความแตกตนเลยเอาออกไปปล่อยไม่ได้ขู่ว่า

“รู้อย่างนี้แล้วเอ็งก็หุบปากเอาไว้ ถ้าเอ็งกระโตกกระตากทำให้เรื่องแดงเมื่อไหร่ ระวังหลักฐานจะมัดตัวเอง...

แค่รอเวลาแล้วค่อยออกจากที่นี่ไปพร้อมกัน ถ้าเอ็งไม่หักหลัง ข้าก็จะไม่ทิ้งเอ็ง” ละมุดเอาหมอนที่ซ่อนสร้อยเพชรมาหนุนแทนหมอนใบเก่าที่พุดกรองหนุนอยู่ แล้วยกถาดอาหารออกไป

พุดกรองรู้ว่าละมุดกำลังจะป้ายความผิดให้ตน มองหมอนที่ตัวเองหนุนอยู่ อยากจะเอาสร้อยเพชรมาล้างความผิดของตัวเอง เหลือบไปเห็นมีดปอกผลไม้ที่ละมุดลืมไว้แล้วพยายามจะไปคว้ามีดจนตัวเองตกเตียง สร้อยสนกลับมาตกใจที่แม่ตกเตียงถามว่าจะไปเอาอะไร พุดกรองพยายามจะพูดว่าหมอน สร้อยสนเอะใจเห็นหมอนที่แม่หนุนอยู่เปื้อนน้ำลายจึงเอาไปล้าง

สร้อยสนถือหมอนไปทางหลังบ้านคลาดกับละมุดที่ถือถาดยาขึ้นมาที่ห้องพุดกรอง และการเคลื่อนไหว ภายในบ้านทั้งหมดอยู่ในสายตาของใครบางคนที่เข้ามาสอดแนม

จอมรายงานรามว่ามีร่องรอยคนบุกรุกเข้ามาในบ้าน รามสั่งให้ค้นให้ทั่ว

ooooooo

ละมุดกลับมาไม่เห็นหมอนที่ให้พุดกรองหนุนก็ตกใจถามว่าหมอนไปไหน กระชากหมอนมาค้นดู เมื่อไม่พบสร้อยเพชรก็ปาหมอนทิ้งด่าว่าพุดกรอง หักหลังตน ตรงเข้าเขย่าขยุ้มอย่างแรง

“หยุดนะ!” เสียงตวาดพร้อมกับร่างละมุดถูกเหวี่ยงออกไป ละมุดหันมองตาเหลือกเมื่อเห็นว่าเป็นกระถิน เลยหาว่าพุดกรองกับกระถินรวมหัวกันหักหลังตนโยนความผิดให้ตนว่าขโมยเพชร กระถินงงถามว่าพูดเรื่องอะไร เพชรอะไร ละมุดผลักกระถินออกไปแล้ววิ่งไปคว้ามีดปอกผลไม้มาจี้คอพุดกรอง ถามว่าสร้อยเพชรอยู่ไหน

ละมุดเอามีดจ่อคอพุดกรองสั่งให้เอาหมอนคืนมา พอดีสร้อยสนไปล้างหมอนแล้วเอามาคืน กระถินจึงเข้าไปยึดหมอนไว้ บอกละมุดว่าปล่อยพุดกรองแล้วค่อยมาเอาเพชรคืน ละมุดลังเล กระถินจึงขว้างหมอนออกไปให้ละมุดวิ่งไปเอาแต่ละมุดยังไม่ไว้ใจ เอามีดจ่อคอพุดกรองลากไปด้วยกันทำให้มีดบาดคอเลือดออก กระถินบอกว่าให้ปล่อยพุดกรองแล้วจบทุกอย่างตรงนี้ ละมุดกลับปาดคอพุดกรองแล้ววิ่งหนีไปพร้อมหมอน

พุดกรองถูกละมุดปาดคอในที่สุดก็สิ้นใจต่อหน้าสร้อยสนและกระถิน กระถินประกาศว่า “กระถินจะไม่ให้คุณตายเปล่า” แล้ววิ่งตามออกไป
ละมุดวิ่งกระเซอะกระเซิงไปเจอทดมาดักแก้แค้นพุดกรองกับพวกที่บอกให้ตำรวจจับตนอยู่ที่สวนผลไม้ ละมุดโยนหมอนไปเพื่อหลอกล่อทดแล้ววิ่งหนีไป ทดยิงถูกหมอนนุ่นกระจายและสร้อยเพชรหลุดร่วงออกมา กระถินที่วิ่งตามละมุดมาเห็นสร้อยเพชรพอดี

กระถินยืนอยู่ระหว่างทดกับละมุดมีสร้อยเพชรอยู่ที่พื้น ทดถามว่าพุดกรองอยู่ไหน กระถินบอกว่าตายแล้วละมุดเป็นคนฆ่า ทดสะใจเดินไปหยิบสร้อยเพชรขึ้นมา กระถินถามว่าจะไปไหน ทดกำสร้อยเพชรไว้แน่นเล็งปืนใส่กระถินบอกว่าไม่มีพยานใครจะเอาผิดตนได้ และจะฆ่ากระถินปิดปาก

รามมาถึงพอดีเขาพุ่งเข้ากอดกระถินไว้เลยถูกยิงแทน ทดจะยิงอีกกระถินกอดรามบังกระสุนไว้ ทันใดนั้นเสียงปืนดังขึ้นนัดหนึ่ง ร่างทดทรุดฮวบลงทันที

ฝีมือเสือกาจนั่นเอง!

รามได้รับบาดเจ็บเพราะรับกระสุนแทนกระถิน กระถินกอดรามพร่ำบอกว่าอย่าเป็นอะไรตนจะรีบพาไปหาหมอ

“พี่จะพยายามเราจะไม่จากกันอีก...สัญญา...” พูดจบรามก็หมดสติไป กระถินอ้อนวอนเสือกาจให้ช่วยราม แต่เสือกาจไม่ทันทำอะไรเขาก็ถูกทดที่ยังไม่ตายยิงจนทรุด และจะยิงซ้ำ กระถินจึงคว้าปืนของรามที่ตกอยู่ยิงทดตายคาที่

ขณะกระถินตกใจไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะทั้งรามและเสือกาจถูกยิงบาดเจ็บสาหัส ก็พอดีท่านชายได้ยินเสียงปืนวิ่งเข้ามาพร้อมจอมและนายหวัด ท่านชายตะลึงเมื่อเห็นกระถินยังไม่ตาย!

ooooooo

รามถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ส่วนเสือกาจถูกนำตัวไปที่วังปรียวัฒน์ให้นิธิรักษา ระหว่างนั้นท่านชายได้รับโทรศัพท์แจ้งว่ารามปลอดภัยแล้ว

แม้กระถินจะโล่งใจที่รามปลอดภัย แต่เสือกาจยังอาการวิกฤติ กระถินอ้อนวอนให้นิธิช่วยพ่อด้วย นิธิบอกว่าคนเจ็บเสียเลือดมากหัวใจหยุดเต้นไปสองครั้งเพิ่งกู้ขึ้นมาใหม่ เขาเจ็บหนักถ้ายิ่งฝืนร่างกายจะสู้ไม่ไหว กระถินคร่ำครวญว่า ทำไมเสือกาจต้องมาเจ็บแทนตนด้วย ท่านชายบอกว่า “เขาก็อยากทำหน้าที่พ่อปกป้องลูกสาวของเขาไง”

“พ่ออยากกลับบ้านให้เราไปอยู่ด้วยกัน ถ้าอย่างนั้น กระถินจะพาเขากลับไป ไม่ว่าเขาจะตื่นขึ้นมาอีกรึไม่ แต่กระถินก็อยากให้เขาได้อยู่ที่บ้านเป็นที่สุดท้าย กระถินจะพาพ่อกลับไปอยู่ด้วยกันอย่างที่เขาตั้งใจเพคะ”

เสือกาจถูกพาลงเรือ กระถินนั่งกุมมือไว้ตลอดเวลาเฝ้าบอกว่า “ถึงบ้านแล้วพ่อต้องตื่นขึ้นมานะ” โม่จ้ำพายเรือสุดแรง เพื่อกลับบ้านให้เร็วที่สุดตามความตั้งใจของเสือกาจ...

ooooooo

เสือกาจหมดสติไปหลายวัน พอฟื้นขึ้นมาเห็นกระถินกำลังตัดกระบอกไม้ไผ่เพื่อหลามข้าว เขาถามโม่ว่าทำไมกระถินมาอยู่ที่นี่ โม่บอกว่าเขายอมจากรามมาเพื่อดูแลพ่อ ทำให้เสือกาจรู้สึกผิดที่ทำให้กระถินต้องทิ้งครอบครัวมาดูแลตน

ทนเห็นลูกเสียสละเพื่อตนไม่ได้ เสือกาจเขียน จดหมายถึงท่านชายให้มารับกระถินกลับไปตนไม่อาจทำร้ายลูกได้ถึงขนาดนี้ ให้ถือว่านี่เป็นคำสั่งเสียของตน ตนคงตายไม่ได้ถ้าไม่ได้เห็นลูกมีความสุข

ท่านชายไปหารามเห็นนั่งเศร้ารอกระถินอยู่ถามว่าคิดถึงทำไมไม่ไปหาเขาล่ะ รามบอกว่าตนรู้ว่ากระถินอยากจะตอบแทนพ่อเขาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้จึงไม่อยากกดดันให้ต้องพะวงเรื่องตน ท่านชายถามว่ารู้เรื่องที่ตนจะไปประจำที่ต่างประเทศแล้วใช่ไหม รามถามว่าเมื่อไหร่

“จนกว่าฉันจะจัดการบางเรื่องให้เสร็จเสียก่อน โดยเฉพาะเรื่องของนาย” แล้วยื่นจดหมายของเสือกาจให้อ่าน

แล้วท่านชายกับรามก็นั่งเรือไปตามลำน้ำเพชรบุรีบ่ายหน้าไปยังกระท่อมของเสือกาจ โดยมีพรานป่านำทางเมื่อไปถึง กระถินไม่อยู่เพราะไปพังกับดักที่ลูกน้องเสือกาจไปดักสัตว์มาทำอาหาร เสือกาจบอกท่านชายกับรามว่าถ้าตนไม่ใช้ไม้นี้กระถินคงไม่ยอม กำชับว่า

“มันดื้อ คงจะไม่ยอมกลับไปง่ายๆ ถ้ามันรู้ว่าทั้งหมดเป็นแผน มันจะต้องไม่ยอมไป เจอตัวมันเมื่อไหร่พวกมึงต้องตัดใจพากันออกไปให้เร็วที่สุด”

ท่านชายวางแผนว่าถ้ากระถินเข้าทางต้นน้ำ ก็ให้พรานเอาเรือไปดักตรงนั้นเราจะได้พาออกจากป่าเลยเพราะถ้าขืนให้มาเจอเสือกาจกระถินอาจตัดใจไม่ได้ ราม จึงนัดแนะว่าเมื่อตนตามกระถินเจอให้ไปพบกันที่เรือเลย

ooooooo

รามตามเจอกระถิน แต่ไม่ทันไรโม่ก็ตามมาบอกว่าเสือกาจถูกคร้ามจับตัวไป กระถินและรามรีบออกตามหาจนเจอ

คร้ามประกาศแค้นว่า

“มึงทำกูหมดตัว ครอบครัวกูวอดวาย มึงคิดหรือว่ากูจะให้มึงอยู่ต่อไปสบายๆงั้นหรือ” รามโต้ว่าคร้ามทำตัวเองต่างหาก บอกให้ปล่อยตัวเสือกาจ ถึงไม่มีกระถินตนก็ไม่มีวันรักปูเป้

“แกเห็นไอ้โจรจัญไรพวกนี้ดีกว่าลูกฉันได้ยังไง!!” คร้ามตวาด

“ถึงจะเป็นโจร แต่อย่างน้อยเขาก็ยังมี ‘ความเป็นคน’ มากกว่าคุณก็แล้วกัน!! สามัญสำนึก ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีพวกเขามีมากกว่าคุณทั้งนั้น!! และนี่ต่างหากที่ทำให้ผมนับถือคุณไม่ลง!!”

คร้ามประกาศว่ารามผยองนัก ตนจะให้สองคนมาคุกเข่าและจะต้องสูญเสียทุกอย่าง แล้วจ่อปืนที่หัวรามหมายจะให้ทั้งสองอ้อนวอนขอชีวิต วินาทีนั้นเสียงปืนดังขึ้นทำให้คร้ามทรุดลง แล้วท่านชายกับโม่และพรานป่าก็วิ่งเข้ามา กระถินกับรามต่างขอบพระทัยด้วยความดีใจ

“เสียดายที่ความละโมบมันบังตา ทำให้เขาเป็นอย่างนี้” ท่านชายมองคร้ามในวงล้อมของโม่และลูกน้องอย่างสมเพช

เมื่อกลับไปยังกระท่อมของเสือกาจ เสือกาจบอกกระถินว่า “ไม่ต้องห่วงข้า กลับไปเสีย ยิ่งเอ็งมีความสุขก็จะยิ่งไถ่บาปที่ข้าทำกับเอ็งกับแม่ของเอ็งเอาไว้ สัญญาว่าต่อไปนี้จะมีแต่ความสุขได้ไหม” รามสัญญาว่าจะไม่มีวันทำให้กระถินเสียใจ ส่วนกระถินถามว่าถ้ายังห่วงพ่อตนจะมีความสุขได้อย่างไร “สงครามยังสอนเอ็งไม่พออีกรึไง ชีวิตคนเรามันสั้นจะตาย ยังมีคนอีกตั้งเยอะแยะที่ยังอยากใช้ชีวิตร่วมกับเอ็ง เอ็งจะทิ้งเขามาแบบนี้ไม่ได้”

ท่านชายบอกว่ายิ่งอยู่อย่างนี้เธอยิ่งสร้างภาระทางใจให้พ่อ กระถินจึงยอมกลับแต่พ่อต้องดูแลตัวเองให้ดี แล้วตนจะกลับมาหา แต่พ่อต้องอยู่รอตนกลับมา

“เอ็งเป็นของมีค่าอย่างเดียวในชีวิตที่ข้ามี” เสือกาจเอ่ยแล้วหันไปทางราม “ฝากดูแลมันให้ดีนะ”

ooooooo

หลังจากพุดกรองตายแล้ว นิธิไปรับสร้อยสนพาไปสร้างอนาคตด้วยกันเพราะตนจะไปบุกเบิกสร้างโรงพยาบาลที่ต่างจังหวัด และขอเธอแต่งงานแล้วพาคุณแม่ไปอยู่บ้านของเรากัน ให้คำมั่นกับสร้อยสนว่า

“อนาคตผม ผมจะสร้างเอง ไม่มีคุณสร้อยชีวิตผมก็ไม่มีความหมายเรามาเริ่มต้นชีวิตของเราใหม่นับจากนี้นะครับ”

นิธิพาสร้อยสนไปกราบลาเอมปรีดิ์และแม่นิ่ม

ที่คฤหาสน์นารายณ์

รามพากระถินกลับมาที่คฤหาสน์นารายณ์ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากเอมปรีดิ์ แม่นิ่ม และบรรดาบ่าวทั้งหลาย แม่นิ่มบอกว่าถือว่าตายแล้วเกิดใหม่ก็แล้วกัน กระถินบอกว่ารู้ว่าสักวันเราต้องจากกันแต่พอถึงเวลาก็ทำใจไม่ได้

“ในเมื่อรู้แล้วว่าชีวิตมันสั้นมากแล้วก็ไม่รู้ว่าจะตายจากกันวันไหน ก็ขอให้รักกันตอนที่ยังมีลมหายใจ จะได้ไม่เสียใจในวันที่ต้องจากลา” เอมปรีดิ์เอ่ย หันไปบอกนิธิว่า “นิธิก็เหมือนกัน ต่อไปนี้เธอเป็นครอบครัวของเราแล้วนะ”

สร้อยสนกับนิธิเข้าไปกราบลาเอมปรีดิ์เพื่อเดินทางไปต่างจังหวัดตามเป้าหมายชีวิตของทั้งคู่

รามกับกระถินต่างคิดถึงระยะทางอันยาวไกลที่ทั้งสองฝ่าฟันผ่านมาอย่างยากลำบาก รามบอกว่าบ้านนี้ตอนที่ไม่มีกระถินมันเหงามาก มองไปทางไหนก็มีแต่ความทรงจำเกี่ยวกับกระถินทั้งนั้น

“นับจากนี้ เรามาช่วยกันสร้างแต่ความทรงจำดีๆ ให้ที่นี่กันนะคะ” รามบอกว่าตนไม่อยากให้ลูกของเราต้องมาเจอเหตุการณ์อย่างที่เราเจอมา “เราสองคนจะต้องแก้ไขด้วยการเป็นพ่อแม่ที่ดีกว่าที่เรามี มาทำให้ทุกวันเป็นวันใหม่ เหมือนใช้น้ำสะอาดล้างน้ำสกปรกออกไป”

ในวันที่ไปส่งท่านชายไปต่างประเทศ กระถินเอาม้วนกระดาษที่วาดรูปด้วยสีจากดอกไม้ที่ไปเก็บจากวังท่านชายเป็นที่ระลึกเพื่อท่านจะได้คิดถึงบ้านทุกครั้งที่เห็นรูปนี้...

เมื่อรามกับกระถินจะไปพักตากอากาศที่หัวหิน เอมปรีดิ์ถามว่าจะไปกี่วัน รามบอกว่าอาจจะสักสัปดาห์จนกว่ากระถินจะหายคิดถึงพ่อเขา แม่นิ่มเตรียมยาบำรุงหัวใจฝากให้นายกาจด้วย

ไปถึงหัวหิน ทั้งสองไปนั่งอยู่ชายหาด ระลึกถึงความหลัง และขวากหนามชีวิตที่ผ่านมา รามสัญญาว่า

“พี่จะรักกระถินจนถึงลมหายใจสุดท้ายหรือต่อให้หมดลมหายใจ พี่ก็ยังจะรักกระถินคนเดียว”

“พี่ราม...”

กระถินซาบซึ้งใจอยู่ในอ้อมกอดของรามท่ามกลางหาดทรายและเสียงลมคลื่นเบาๆ เหมือนต้อนรับชีวิตใหม่ของทั้งสองอย่างอบอุ่น

ooooooo

–อวสาน–


ละครเลือดรักทระนง ตอนที่ 14(ตอนจบ) อ่านเลือดรักทระนง ติดตามเลือดรักทระนง ดูรูปภาพนักแสดงในเรื่อง นำแสดงโดย ธนวรรธน์ วรรธนภูติ,เดียร์น่า ฟลีโป 12 ก.ย. 2559 10:31 2016-09-15T02:22:01+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ