ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เลือดตัดเลือด

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: 'เลือดตัดเลือด' 2 คู่บู๊กระจาย! 'กันต์ เป้' ดันนางเอกหน้าใส 'แพรว-แพร'



ในเมื่ออนาวิลไม่ยอมบอกว่าใครฆ่านัท ดุจดาว จึงคิดสืบเรื่องนี้ด้วยตัวเอง เธอลาออกจากงานที่เดิมแล้วมาสมัครทำงานในหน่วยอินทรีพิฆาต โดยได้รับความเห็นชอบจากท่านผู้การที่ต้องการทำโทษ อนาวิลที่กล้าขัดคำสั่ง

ขณะเดียวกัน หลี่เฟยสงสัยการกระทำของเหว่ยชิง ที่ไม่ไยดีโชว โกรธถึงขนาดทำร้ายร่างกายราวไม่ใช่ลูก จึงให้เฉินไปสืบประวัติเด็กที่เกิดวันเดียวและโรงพยาบาลเดียวกันกับโชวเมื่อ 25 ปีก่อน แต่พอเฉินไปถึงกลับพบว่าเอกสารเหล่านั้นถูกเผาทำลายไปแล้วโดยไม่รู้ว่าเป็นฝีมือคนของเหว่ยชิง

อนาวิลกลุ้มใจที่ดุจดาวเข้ามาทำงานในหน่วยอินทรีพิฆาตเพื่อสะสางคดีของนัท เขานัดเจอเม่ยเพื่อปรับทุกข์ แต่โชวกับวีนัสบังเอิญมาเจอ วีนัสจงใจหาเรื่องเม่ย แต่อนาวิลคอยปกป้อง โชวเห็นแล้วยิ่งหึงหวงเม่ยจนทนดูไม่ได้เดินหนีไปด้วยความโมโห

แล้วคืนนั้นเอง โชวไปเที่ยวผับไม่ยอมกลับบ้าน วีนัสฉวยโอกาสวางยานอนหลับแล้วจะพาเขาออกจากผับ แต่จู่ๆอนาวิลปรากฏตัวแย่งโชวไป ทิ้งความเจ็บใจไว้ให้วีนัสที่คิดจะรวบหัวรวบหางโชวเพื่อเป็นเมียประมุขจตุรภาคี

โชวฟื้นขึ้นมาเห็นอนาวิลนึกว่าเขาวางยา แต่พอคิดทบทวนก็จำได้ว่าเป็นวีนัส อนาวิลไม่อยากพูดมาก บอกโชวตรงๆว่าเขาชอบเม่ยและจะเอาชนะใจเธอให้ได้ โชวตกใจและโกรธ กลัวจะเสียเม่ยไป เมื่อกลับบ้านโดนเม่ยคาดคั้นว่าใครฆ่านัท โชวเลยพาลหงุดหงิดผลักเธอล้มแล้วประกาศว่าต่อให้ฆ่าตนตายตนก็ไม่บอก

แต่สำหรับดุจดาวแล้วต้องรู้ให้ได้ว่าใครฆ่านัทแฟนหนุ่มของเธอ เมื่อเธอขอผู้การรื้อคดีของนัทใหม่ ปรากฏว่าท่านไม่ยอม ย้ำว่าเป็นคำสั่งจากเบื้องบน ทุกคนต้องทำตาม ดุจดาวดึงดันไม่ยอม พูดโพล่งว่าถ้างั้นตนจะฟ้องเอาเรื่องนี้ไปประจานให้สังคมรู้ ผู้การโกรธมากที่เธอแข็งข้อ ตวาดเสียงดังลั่นห้องประชุม โดยที่พวกอนาวิลก็อยู่ด้วย

“เอาสิดุจดาว อยากทำอะไรก็เชิญ แต่ก่อนอื่นผมขอไล่คุณออก ต่อไปคุณไม่ใช่อินทรีพิฆาตอีก...อนาวิลจัดการเรื่องนี้ให้ผมด้วย”

“ผู้การครับ...”

“หรือคุณจะขัดคำสั่งอีกคน”

อนาวิลนิ่งเงียบ ผู้การเดินออกไป ทุกคนมอง ดุจดาวที่ยังยืนอึ้งเสียใจ อนาวิลเป็นห่วงขอร้องน้องสาวให้ล้มเลิกความคิดนี้เพราะมันไม่มีประโยชน์ แต่เธอปฏิเสธทันควันว่าไม่มีอะไรมาเปลี่ยนแปลงความคิดตนได้

ดุจดาวมุ่งมั่นตั้งใจ ย้ำกับตัวเองไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไรตนก็จะเอาคืนให้พี่นัท...แล้วเย็นนั้นเอง เธอลงทุนยิงปืนเฉี่ยวแขนตัวเองเลือดอาบก่อนจะไปขอความช่วยเหลือจากโชว

โชวทำแผลให้เธออย่างอ่อนโยนก่อนจะถามว่าเกิดอะไรขึ้น ดุจดาวโกหกว่าผู้ใหญ่ไม่ยอมให้เธอทำคดีแฟน แล้วยังไม่ยอมบอกว่าคนร้ายเป็นใคร พอเธอจะฟ้องก็เลยโดนไล่ออก แล้วถูกลอบทำร้ายมาแบบนี้

“พวกเขาทำร้ายคุณ?”

“ใช่ ฉันเลยสงสัยว่าเบื้องหลังการตายของแฟนฉันอาจจะเป็นฝีมือพวกเขา”

“เป็นไปได้เหรอ”

“ไม่มีใครเห็นด้วยกับฉัน ทั้งพ่อแม่ หรือพี่ชาย ฉันเลยอยากมาขอพึ่งคุณกับจตุรภาคี รับฉันเข้าภาคีด้วยนะ”

“ไม่ได้”

“ถ้าคุณไม่ช่วยฉัน ฉันก็ไม่มีใครอีกแล้ว ได้โปรดเถอะค่ะ”

โชวไม่ใจอ่อน เดินหนีไป ดุจดาวผิดหวังมาก กลับมาขอโทษผู้การที่เธอทำงานไม่สำเร็จ ไม่สามารถเจาะเข้าไปอยู่ในจตุรภาคีได้

ที่แท้เหตุการณ์ก่อนหน้านี้ในห้องประชุมเป็นแผนของดุจดาวและผู้การร่วมมือกันเพื่อให้ดุจดาวเข้าไปอยู่ในจตุรภาคี

“ไม่เป็นไร มันเรื่องง่ายซะที่ไหนล่ะ นี่ลงทุนเจ็บตัวเลยเหรอ”

ดุจดาวนิ่งเงียบแทนคำตอบ ผู้การเห็นใจบอกว่าพรุ่งนี้จะเซ็นคืนตำแหน่งให้

“ไม่ค่ะท่าน ฉันจะไม่ยอมหยุดแค่นี้ค่ะ จตุรภาคีต้องยอมรับฉัน ไม่วันนี้ก็ต้องวันหน้า”

ดุจดาวสีหน้ามุ่งมั่นมาก คืนนั้นเธอกลับถึงบ้านพบว่าอนาวิลรอคอยอยู่ เขาเห็นบาดแผลที่แขนเธอก็ตกใจถามว่าเป็นอะไร ใครทำร้าย แต่ดุจดาวไม่สนใจฟังจะเดินหนีขึ้นห้อง ทันใดเสียงอนันต์ดังขึ้นจนเธอชะงัก

“หยุดตรงนั้นแหละดุจดาว”

อนันต์เดินเข้ามาหาลูกสาว ถามว่ากำลังทำบ้าอะไรอยู่ ดุจดาวก้มหน้าไม่ตอบ กระทั่งอนันต์สั่งให้หยุดเดี๋ยวนี้ ไม่ว่าคิดจะทำอะไรขอให้หยุด เธอถึงต่อต้านออกมา

“แล้วถ้าดาวไม่ทำตามล่ะคะ”

“ก็ออกจากบ้านนี้ไปซะ”

สองพี่น้องตกใจ ดุจดาวมองหน้าพ่อนิ่งแต่แววตา ผิดหวังเสียใจ อนาวิลสงสารน้องสาวแต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไร

ooooooo

เช้าวันใหม่ นวลจันทร์ตั้งใจมาปลุกดุจดาวแต่พบว่าไม่มีลูกสาวในห้อง เธอเดินสำรวจครู่หนึ่งก็ตกใจ ในตู้เสื้อผ้าว่างเปล่าไม่มีเสื้อผ้าและข้าวของเหลือสักชิ้น

นวลจันทร์ตกใจมากร้องเรียกสามีและลูกชายดังลั่น อนันต์กับอนาวิลวิ่งพรวดเข้ามา

“มีอะไรเหรอคุณ”

“ยัยดาวค่ะคุณ ยัยดาวไม่อยู่ เสื้อผ้าก็หายไปด้วย ยัยดาวไปไหน เกิดอะไรขึ้นกับลูกคะคุณ”

นวลจันทร์เสียงสั่นเครือ อนันต์กับอนาวิลมองหน้าอึ้งๆ รู้ที่มาที่ไปว่าเพราะอะไร แต่ไม่นึกว่าดุจดาวจะกล้าทำถึงขนาดนี้...

ส่วนที่บ้านตระกูลจาง เม่ยกำลังจะออกจากบ้านหลังจากอนาวิลโทร.มานัดเจอ โชวเห็นเข้าก็ระแวงถามว่าจะไปไหน

“ธุระส่วนตัว”

“ส่วนตัวกับไอ้อนาวิลใช่มั้ย”

“ค่ะ” เม่ยตอบรับหน้านิ่งแล้วจะเดินไป โชวไม่พอใจสั่งห้ามไม่ให้เธอไปกับมัน แต่เธอไม่ฟัง สาวเท้าเดินต่อไป เหตุนี้เองทำให้โชวทนไม่ไหว ดึงเธอมาประทับจูบหนักหน่วงแทนคำพูดที่แอบรักเม่ยมานาน...

เม่ยออกไปพบอนาวิลตามนัดแต่ยังคิดทบทวนเหตุการณ์ที่โชวจูบเธอ...โชวบอกว่านี่คือการลงโทษที่เธอขัดคำสั่ง เธอโกรธมากตบหน้าเขาแล้ววิ่งหนีออกมาทันที

อนาวิลเดินกลับมาพร้อมแก้วน้ำดื่มยื่นให้เม่ยที่กำลังเหม่อลอย เขาถามเธออย่างห่วงใยว่าไม่สบายหรือเปล่า เห็นซึมอยู่นานแล้ว

เม่ยปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นอะไร แล้วพูดถึงดุจดาว ที่หนีออกจากบ้าน

“บ้านเพื่อนดาวเราก็ไปมาหมดแล้ว เอาไงต่อดีคะ”

อนาวิลหน้าเครียดขึ้นมาทันที ส่ายหน้าไม่รู้จะเอายังไงดีเหมือนกัน

“ให้เวลาดาวอยู่คนเดียวสักพัก อาจมีอะไรดีขึ้นก็ได้นะคะ”

“ก็คงต้องอย่างนั้น”

“สักวันดาวจะเข้าใจค่ะ”

อนาวิลพยักหน้าน้อยๆ อาสาไปส่งเม่ยที่บ้าน โชวแอบมองออกมาเห็นทั้งคู่ สีหน้าบึ้งตึงไม่พอใจ...แน่ใจว่าอนาวิลกำลังรุกคืบตามที่เคยบอกเขาว่าชอบเม่ยจริงๆ แล้วก็จะเอาชนะใจเธอให้ได้ด้วย

หลังจากอนาวิลออกรถไปแล้ว เม่ยเดินเข้าบ้านเจอโชวกำลังจะไปข้างนอก เขาเดินผ่านไปราวกับเธอไม่มีตัวตน...

โชวไปที่ผับประจำซึ่งเพื่อนๆในกลุ่มกำลังสนุกสนานกันเต็มที่ เพราะคืนนี้มีสาวดริ๊งก์คนใหม่ ซึ่งผู้จัดการรับรองว่าพวกคุณชายเห็นแล้วต้องร้องซี้ด!

ไม่นาน ผู้จัดการก็เปิดตัวพนักงานคนใหม่ในชุดสวยเซ็กซี่ เธอออกมาวาดลีลาเรียกเสียงฮือฮาจากหนุ่มๆ แต่สำหรับโชวไม่ได้สนใจแต่แรก เขาหันหลังเดินออกมาถึงประตู

แต่แล้วโชวชะงักกับชื่อของพนักงานคนใหม่ที่พิธีกรประกาศขึ้น

“พิเศษในค่ำคืนนี้ด้วยการเปิดตัวน้องสาวคนใหม่ของร้านเรา...น้องสตาร์ ดุจดาว”

เสียงปรบมือดังกราว โชวหันกลับมามองดุจดาวด้วยความตกใจ วายุกับอันดาเห็นแล้วอึ้งตะลึงในความสวย จ้องมองหญิงสาวตาไม่กะพริบ!

ooooooo

ดุจดาวปลอมตัวเป็นนางโชว์เข้ามาทำงานในผับหรูหลังได้ข้อมูลจากจ่าเดชเรื่องการตายของนัทว่าเกี่ยวข้องกับพวกจตุรภาคี

ความสวยน่ารักของดุจดาวสะดุดตาวายุและอันดา แต่สำหรับวีนัสมีแต่ความหมั่นไส้ เธอจงใจหาเรื่องแต่วายุเข้ามาขัดขวาง นอกจากจะช่วยไม่ให้ดุจดาวถูกวีนัสทำร้ายแล้ว วายุยังขอให้โชวรับเธอเข้าทำงานที่จตุรภาคีด้วย

โชวไม่พอใจและไม่เล่นด้วย ต่อว่าวายุไปหลายคำ แต่แล้วโชวก็ต้องประหลาดใจที่วันรุ่งขึ้นเหว่ยชิงสั่งให้เขารับลูกสาวอนันต์เข้าภาคี

“ให้ผมไปฆ่าไอ้อนันต์เลยดีกว่า อย่าดึงคนอื่นมาเกี่ยวข้องเลย”

“ทำไมจะไม่เกี่ยว มันเป็นลูกต้องรับผลกรรมที่พ่อทำไว้ ลูกฉัน...แกยังต้องกำพร้าพ่อ เพราะฉะนั้นมันก็ไม่เว้นเหมือนกัน”

“แต่จะเป็นผลเสียกับภาคีมากกว่า”

“ฉันควบคุมได้ ทำตามที่สั่งก็พอ” เหว่ยชิงตัดบทเสียงเข้ม โชวเลยนิ่งไปอย่างสบายใจ

ด้านอนาวิลที่กลุ้มใจไม่รู้ดุจดาวไปอยู่ไหน...วันนี้เขาเข้ามาที่หน่วยอินทรีพิฆาตแล้วถูกแจ็ครบเร้าให้ฝึกซ้อมวิชาต่อสู้เพื่อเอาไว้แก้แค้นพวกจตุรภาคีให้พ่อแม่ อนาวิลไม่ค่อยพร้อมแต่ก็ไม่ขัดศรัทธาแจ็ค เริ่มต้นสอนการเตะต่อยกระสอบทราย ปรากฏว่าแจ็คหัวไวทำได้ดีเป็นที่พอใจ

เสร็จการซ้อม อนาวิลกำลังจะออกจากหน่วยฯ พอดีชินรีบร้อนมาบอกว่ารู้ที่ซ่อนของผิดกฎหมายของพวกจตุรภาคีแล้ว...อนาวิล ชิน และริวบุกไปถึงโกดังเก็บอาวุธสงครามจำนวนมาก ปะทะกับบรรดาสมุนของวายุจนพวกมันบาดเจ็บหนีกระเจิงไป แต่บางส่วนถูก อนาวิลจับกุมตัวเอาไว้

โชวอยู่กับวายุที่บ้าน รู้ข่าวนี้จากสมุนคนหนึ่งที่กระหืดกระหอบมาบอก วายุโกรธและกังวลมากกลัวสมุนจะสารภาพความจริงและสาวมาถึงตัวเขา แต่โชวบอกให้ใจเย็น ให้นึกถึงคำพูดที่ว่าพี่น้องต้องไม่ทรยศกัน

“คำสอนของนายใหญ่จางฉง” วายุพึมพำอย่างจำได้

“ใช่...คนของแกคงฆ่าตัวตายแล้ว”

จริงดังคำของโชว สมุนจำนวนหนึ่งของวายุที่โดนอนาวิลจับตัวมาคาดคั้นไม่ยอมบอกความจริง

“ปกป้องความลับเจ้านาย พวกแกว่ามันจะเห็นบุญคุณเหรอ บอกความจริงมาเถอะ”

สมุนทุกคนมองหน้ากันไปมาแล้วพูดออกมาพร้อมกัน “พี่น้องต้องไม่ทรยศกัน”

จบคำทุกคนก็ขบกัดอะไรบางอย่างในปากพร้อมกัน ชั่วพริบตาทั้งหมดน้ำลายฟูมปากชักตายต่อหน้าต่อตาพวกอนาวิล!

ริวกับชินสำรวจแล้วพบเม็ดยาแคปซูลหล่นจากปากศพหนึ่ง ชินตรวจเช็กจนแน่ใจก่อนบอกอนาวิลว่า

“มันเป็นยาพิษชนิดรุนแรง ที่สามารถฆ่าคนให้ตายได้ภายในไม่กี่วินาที พวกมันมียานี้ซ่อนอยู่ในปากทุกคน”

“สมุนจตุรภาคีสละชีวิตเพื่อพวกพ้องได้ขนาดนี้เลยเหรอ” ริวเปรยอย่างไม่อยากเชื่อ

อนาวิลได้ยินแล้วยิ่งแค้น “ไอ้โชวมันโชคดีจริงๆที่มีสมุนที่จงรักภักดีพร้อมปกป้องมัน”

“แล้วทีนี้เราจะเอาไงต่อดีล่ะครับ ทั้งพยานทั้งหลักฐานที่มีไม่มีอะไรโยงใยไปถึงพวกจตุรภาคีเลย”

คำพูดของริวทำให้อนาวิลหน้าเครียด มองไปรอบๆ พลันสะดุดตาแหวนรูปหัวกะโหลกที่นิ้วมือสมุนคนหนึ่ง อนาวิลเดินไปถอดแหวนจากศพมาดู ด้านในเป็น Flash Drive ที่ใช้เก็บข้อมูล ริวกับชินมองหน้ากันอย่างทึ่งจัดที่อนาวิลช่างสังเกต

เมื่อกลับถึงหน่วยอินทรีพิฆาต ชินเอา Flash Drive เสียบกับคอมพิวเตอร์แล้วระบบก็เชื่อมต่อทันที ภาพสัญลักษณ์จตุรภาคีขึ้นที่หน้าจอ ทุกคนหันมายิ้มให้กัน เชื่อมั่นว่าในนี้ต้องเก็บข้อมูลสำคัญของพวกมันไว้แน่

“เปิดเข้าไปเลยชิน”

“ครับหัวหน้า”

ชินพยายามเปิดแต่ไม่สำเร็จ “มันมีระบบป้องกันครับหัวหน้า เราต้องใส่รหัสเข้าไป”

“นายเจาะข้อมูลเข้าไปเลยได้ไหม”

ชินลองกดที่จอคอมพ์ พยายามเจาะข้อมูลอีกครั้งแต่ไม่ได้ผล

“ไม่ได้ครับหัวหน้า เราต้องเจาะรหัสป้องกันของมันก่อน”

“งั้นจัดการเลย”

ชินรับคำแล้วลงมือเจาะรหัสผ่านทันที อนาวิลลุ้นเต็มที่อยากรู้ว่าคราวนี้โชวจะเอาตัวรอดยังไง...จ่าเดชที่อยู่ในกลุ่มสีหน้าเคร่งเครียด กังวลใจ

ooooooo

ที่ห้องประชุมจตุรภาคี เหว่ยชิงซึ่งได้รับรายงานจากจ่าเดชเรียกผู้เกี่ยวข้องประชุมพร้อมหน้า บอกทุกคนว่า

“สายของฉันรายงานมาว่าตอนนี้พวกอินทรีพิฆาตได้ข้อมูลสำคัญบางอย่างไป พวกมันกำลังเจาะรหัสป้องกันอยู่”

ทุกคนตกใจ เหว่ยชิงหันไปถามวายุว่าพอเดาออกไหมว่าข้อมูลอะไร

“ในนั้นเป็นข้อมูลซื้อขายและรายชื่อลูกค้าทั้งหมดของเรา”

“ข้อมูลสำคัญแบบนี้ปล่อยให้หลุดไปได้ยังไง” ผู้ใหญ่คนหนึ่งตำหนิขึ้นมา คนอื่นทำท่าจะซ้ำเติม แต่โชวท้วงเสียก่อนว่า

“ฟังวายุพูดให้จบก่อนเถอะครับ”

“เราเก็บข้อมูลสำคัญไว้อย่างดี ถ้าพวกมันเอาไปได้แสดงว่ามือขวาของผมเขาต้องตายไปแล้ว”

“งั้นเราต้องรีบชิงข้อมูลนั้นกลับมาก่อน” ภูผาเสริมขึ้น ขณะที่หลี่เฟยถามเหว่ยชิงว่าให้สายของเราในนั้นช่วยได้ไหม

“ไม่ได้! พวกมันคุ้มกันอย่างดี ทำแบบนั้นสายของเราจะถูกจับได้”

“ถ้างั้นผมขอรับผิดชอบเรื่องนี้เอง”

“ไม่ต้องวายุ ฉันจัดการเอง”

“แต่มันเป็นความผิดของฉันนะโชว”

“แต่ฉันเป็นประมุข”

“พอได้แล้ว! ฉันจะจัดการเรื่องนี้เอง” เหว่ยชิงประกาศกร้าวจนทุกคนสงบนิ่งไปด้วยความงุนงงสงสัย

ooooooo

ดุจดาวมาทำงานที่ผับหรูเหมือนเดิม เธอโดนพนักงานสาวๆเขม่นเพราะเด่นดังเกินหน้า แต่คนอย่างดุจดาวไม่ยอมลงให้ใครง่ายๆ เหตุนี้เองสองฝ่ายจึงมีปากเสียงกันเสียงดังจนผู้จัดการต้องเข้ามาปราม

ผู้จัดการลากดุจดาวออกไปหน้าผับแล้วตะคอกใส่ “ออกไป! ฉันไล่เธอออก ไม่ต้องมาทำงานที่นี่อีกแล้ว”

“แต่พวกมันมาหาเรื่องฉันก่อนนะ มาไล่ฉันออกคนเดียวได้ไง”

“แต่เมื่อวานเธอมีเรื่องกับคุณหนูวีนัส...จบนะ ไปได้แล้ว อย่ามาเกะกะหน้าร้าน”

“ไปๆๆๆๆ” สาวๆรุมขับไล่ ดุจดาวทำอะไรไม่ได้ นอกจากเดินออกไปอย่างสุดเซ็ง

เหมือนคนไม่รู้จะไปไหน ดุจดาวเข้าไปอาศัยสวนสาธารณะนั่งพัก ก่อนจะค่อยๆเอนตัวลงนอนกับพื้นหญ้า พึมพำออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน

“ดาวจะทำยังไงต่อไปดีพี่นัท...ดาวเหนื่อยจัง”

เธอจนปัญญา นอนหลับตาปล่อยให้น้ำตาเอ่อไหลออกมาโดยไม่รู้ว่ามีใครคนหนึ่งยืนมอง จนกระทั่งเขาเข้ามาใกล้ ลงนั่งเอื้อมมือมาเช็ดน้ำตาให้ เธอสะดุ้งตกใจลุกพรวดทันที

“คุณ!”

วายุนั่นเอง เมื่อคืนเขาช่วยเธอไว้ เธอจำหน้าเขาได้แม่น

“แค่โดนไล่ออกจากงาน ถึงกับน้ำตาตกเลยเหรอ”

“คุณรู้ได้ไง”

“ผมแวะไปที่นั่น เห็นเข้าพอดี”

“ก็เลยตามฉันมา...นี่รู้มั้ย สะกดรอยตามแบบนี้ฉันฟ้องคุณได้นะ”

วายุยิ้มหวานแล้วยื่นสองมือไปให้เธอ บอกว่าตนยอมให้จับ ดุจดาวแคลงใจ เดาว่าเขาคงไม่ได้ตามมาปลอบใจตนแน่

“ใครบอก ผมอยากปลอบใจคุณจริงๆ”

“ตลกละ มีอะไรก็ว่ามา”

“นายหญิงเหว่ยชิง แม่ของโชวอยากพบคุณ”

ดุจดาวแปลกใจแต่ก็ตามวายุไปถึงบ้านตระกูลจางซึ่งทุกคนที่ประชุมกันก่อนหน้านี้ยังอยู่ครบ ดุจดาวเดินตามวายุเข้ามาในห้องโถง ชำเลืองมองทีละคนพยายามจดจำและเก็บข้อมูล

วายุพาเธอเดินไปหยุดตรงหน้าเหว่ยชิงกับโชวแล้วแนะนำ “นี่นายหญิงเหว่ยชิง”

ดุจดาวยืนมองเฉยไม่ทำความเคารพ หลี่เฟยไม่พอใจพูดเสียงดังว่าเจอนายหญิงยังไม่ทำความเคารพอีกหรือ

“ไม่เป็นไรหลี่เฟย” เหว่ยชิงยิ้มอย่างผู้ใหญ่ใจดี “รู้มาว่าเธออยากเข้าจตุรภาคี...เพราะอะไร”

“ฉันอยากแก้แค้นให้คู่หมั้น ฉันสงสัยว่าพวกอินทรีพิฆาตอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ เพราะพี่นัทคู่หมั้นฉันเป็นสายของจตุรภาคี”

“สายของจตุรภาคี” โชวทวนคำอย่างแปลกใจ

“ใช่ น่าจะเป็นเพราะเรื่องนี้แหละพวกอินทรีพิฆาตถึงได้เก็บพี่นัท”

ทุกคนมองหน้ากันคิดว่าดุจดาวเข้าใจผิด มีแต่เหว่ยชิงเท่านั้นที่อมยิ้มเพราะรู้เรื่องหมด

“พูดตรงดี แต่บอกตามตรงฉันไม่ไว้ใจเธอ ถึงยังไงเธอก็เป็นลูกสาวของอนันต์ แถมหัวหน้าหน่วยอินทรีพิฆาตก็เป็นพี่ชายเธออีก เธอจะให้ฉันเชื่อใจยังไง”

“ฆ่าฉัน...ถ้าฉันหักหลังพวกคุณ”

“เรื่องนั้นมันแน่นอนอยู่แล้ว แต่ก่อนอื่นเธอต้องทำอะไรให้ฉันเชื่อใจซะก่อน”

“หักหลังพี่ชายเธอเองเพื่อพิสูจน์ความจริงใจ”

ดุจดาวอึ้งงันกับเงื่อนไขของเหว่ยชิง...ขณะนั้นเม่ยเดินเข้ามาหน้าห้อง เฉินรีบดักหน้าบอกน้องสาวให้กลับไปก่อน ตอนนี้ทุกคนกำลังยุ่ง

“นายหญิงมีแขกเหรอ”

เฉินพยักหน้า เม่ยยืนนิ่งสงสัยว่าใคร แต่โดนพี่ชายทำตาดุใส่ก็เลยจำใจเดินออกไป...คลาดกับดุจดาวที่เดินออกมากับวายุอย่างฉิวเฉียดดุจดาวสีหน้าไม่สบายใจ วายุสังเกตเห็นเอ่ยอย่างอาทรว่า

“ถ้าคุณไม่สบายใจไม่ต้องทำก็ได้นะครับ”

“ไม่! ฉันจะทำ ฉันอยากช่วยคุณ...ถือว่าเป็นการตอบแทนที่คุณช่วยฉันเมื่อคืน ไม่ต้องห่วงยังไงฉันก็จะต้องเอามันมาคืนคุณให้ได้”

ดุจดาวท่าทางมุ่งมั่นตัดสินใจแล้วว่าจะทำ วายุเลยนิ่งไป

ooooooo








นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"เบลล่า-กองทัพ พีค" สร้างเคมีใหม่ ชวนฟินขยี้ใจใน ละคร “ให้รักพิพากษา”

"เบลล่า-กองทัพ พีค" สร้างเคมีใหม่ ชวนฟินขยี้ใจใน ละคร “ให้รักพิพากษา”
15 มิ.ย 2564

11:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 15 มิถุนายน 2564 เวลา 17:10 น.