ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เลือดตัดเลือด

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: 'เลือดตัดเลือด' 2 คู่บู๊กระจาย! 'กันต์ เป้' ดันนางเอกหน้าใส 'แพรว-แพร'





โชวกำมีดที่จ่อคออนันต์ซึ่งนอนแน่นิ่งไว้แน่นด้วยความแค้นเพราะถูกเหว่ยชิงปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก แต่พอจะลงมือฆ่าจริงๆ เขากลับทำไม่ลง ตัดสินใจเก็บมีด ปล่อยให้อนันต์นอนหายใจรวยรินอยู่ตรงนั้น ชายหนุ่มเดินจากมาได้ไม่กี่ก้าวก็ชะงัก เลือดแห่งความดีในกายทำให้เขากลับมาช่วยศัตรู เขย่าเรียกให้รู้สึกตัว

“คุณ...ทำใจดีๆไว้นะคุณ”

อนันต์สะลึมสะลือเห็นโชวแบกตัวเองขึ้นหลัง แล้ววิ่งออกไป จากนั้นสติของเขาก็ดับวูบ ชายหนุ่มไม่ล่วงรู้เลยว่าการกระทำของตัวเองครั้งนี้จะทำให้เขาดีใจไปตลอดชีวิต...

ทันทีที่รู้ข่าวพ่อเข้าโรงพยาบาล อนาวิลรีบมาดูอาการ เห็นท่านนอนหลับอยู่บนเตียงผู้ป่วยโดยมีดุจดาวและนวลจันทร์คอยเฝ้าอยู่ไม่ห่าง ถามว่าท่านเป็นอย่างไรบ้าง ได้ความว่าโรคกำเริบเพราะเครียดหนัก

“เพราะไอ้พวกจตุรภาคีมันแกล้งให้คุณพ่อเสีย

ชื่อเสียง จนถูกผู้ใหญ่ตำหนิ” อนาวิลขบกรามแค้นใจอนันต์ค่อยๆรู้สึกลืมตามองทุกคนงงๆว่าเกิดอะไรขึ้น ตนเองมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ดุจดาวเล่าให้พ่อฟังว่าโรคหัวใจของท่านกำเริบตอนไปวิ่งออกกำลังกาย โชคดีที่มีคนใจดีพามาส่งโรงพยาบาล ส่งท่านเสร็จก็รีบออกไป ไม่ทันได้ทิ้งชื่อไว้ พวกเราก็เลยไม่รู้ว่าชายใจดีคนนั้นเป็นใคร

“อืม เราน่าจะได้ขอบคุณเขาสักคำ” อนาวิลเองก็เสียดายเช่นกัน...

กลับถึงบ้านยังไม่ทันจะนั่งพักให้หายเหนื่อย เหว่ยชิงเข้ามาต่อว่าโชวว่าไปช่วยอนันต์ทำไม เขามีหน้าที่ต้องฆ่ามันไม่ใช่หรือ

“การฆ่าคนมันง่ายเกินไป ถ้าจะให้สะใจ เราต้องค่อยๆ ทำลายมัน เริ่มจากชื่อเสียงเกียรติยศของมันก่อน ไปจนถึงสิ่งที่มันรักสุดหัวใจ พอมันหมดสิ้นทุกสิ่ง เราถึงค่อยฆ่ามัน...นายแม่เคยสอนผมแบบนี้ไม่ใช่เหรอฮะ”

“ถ้าคิดแบบนั้น ถึงเวลาก็อย่าลืมคำพูดตัวเองซะล่ะ”

แม้จะถูกปลูกฝังความแค้นที่มีต่ออนันต์ แต่โชวเองก็ไม่มั่นใจนักที่จะฆ่าคนตายโดยไม่รู้สึกอะไร

ooooooo

อนันต์นั่งอยู่ในห้องพักฟื้นผู้ป่วยเพียงลำพัง เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง นึกถึงชายหนุ่มที่ช่วยชีวิตตนเองเอาไว้ รู้สึกถูกชะตาอย่างบอกไม่ถูก เขามัวแต่ใจลอยไม่ได้ยินเสียงเหว่ยชิงเข้ามา กว่าจะรู้สึกตัวเธอก็เข้ามายืนประชิดเตียงแล้ว

“โชคดีที่ท่านยังไม่ตาย มันคงเป็นเวรกรรมที่ท่านเคยทำร้ายจิตใจคนอื่นเอาไว้ เลยทำให้ท่านกลายเป็นโรคหัวใจ จะตายก็ไม่ตายสักที คงทรมานน่าดูสิคะ” เหว่ยชิงแดกดัน

“คุณต้องการอะไร”

เหว่ยชิงแค่จะมาดูให้เห็นกับตาว่าเขายังไม่ตาย อนันต์ไม่ยอมตายง่ายๆ ตราบใดที่ยังกำจัดภาคีชั่วๆไม่ได้ เธอเองก็ยังไม่อยากให้เขาตายตอนนี้เช่นกันเพราะเกมเพิ่งเริ่มต้น อยากให้เขาอยู่ดูจนถึงตอนสำคัญ ไม่แน่เมื่อถึงเวลานั้น เขาอาจจะอยากตายขึ้นมาก็ได้...

อีกมุมหนึ่งตรงทางเดินใกล้ห้องพักฟื้น อนาวิลกำลังจะมาเยี่ยมพ่อเห็นชายฉกรรจ์เดินเตร่อยู่แถวหน้าห้อง เริ่มไม่สบายใจ ยิ่งรู้ว่าพวกนั้นไม่ใช่ตำรวจนอกเครื่องแบบที่มาอารักขาพ่อ รีบพุ่งไปที่ห้อง แต่ยังไม่ทันเปิดประตู เหว่ยชิงเดินออกมาเสียก่อน เธอฉีกยิ้มกว้างดีใจสุดๆ ที่ได้เจอลูกชายตัวเอง

“อนาวิล ลูกชายของท่านอนันต์สิคะ คุณไม่เหมือนท่านอนันต์เลยสักนิด รู้ตัวไหมคะ”

ชายหนุ่มไม่เข้าใจว่าเธอพูดแบบนั้นเพื่ออะไรกันแน่ เหว่ยชิงยิ้มให้เขาอีกครั้งก่อนจะเดินจากไปพร้อมกับสมุน เขายังคาใจไม่หาย จึงเข้าไปถามพ่อว่านายหญิงของจตุรภาคีมาที่นี่ทำไม

“คงกลัวพ่อตายก่อนจะได้แก้แค้นมั้ง เธอปักใจว่าพ่อฆ่าจางฉง”

“แล้ววันนั้นมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ครับ พ่อฆ่าจางฉงจริงหรือเปล่า”

พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความคิดของอนันต์ ตอนนั้นเขากำลังต่อสู้กับจางฉงอย่างดุเดือดผลัดกันรุกผลัดกันรับอยู่บนระเบียงดาดฟ้า จางฉงพลาดท่าจะพลัดตกดาดฟ้า แต่มือข้างหนึ่งของเขาคว้าขอบตึกไว้ทัน ส่วนอีกมือหนึ่งถือปืนไว้ไม่ยอมปล่อย เสียงเรียกของอนาวิลปลุกเขาให้ตื่นจากภวังค์

“พ่อครับ วันนั้นจางฉงตายยังไงครับ”

อนันต์ไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้อีกในเมื่อจางฉงรับกรรมไปแล้ว อนาวิลได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้...

อนาวิลไม่ยอมปล่อยเรื่องการตายของจางฉงให้คาใจ เอาแฟ้มคดีที่เกี่ยวข้องมานั่งอ่าน ดุจดาวกับนัทรู้เข้าก็อดแปลกใจไม่ได้ เขาจะขุดคุ้ยเรื่องนี้ไปทำไม อนาวิลก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันทำไมถึงอยากรู้

“แล้วได้เรื่องว่ายังไงบ้างล่ะคะ”

“ในสำนวนคดีก็ไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรมาก แต่พวกตำรวจบางคนในยุคนั้น ก็ยังสงสัยว่าคุณพ่อวิสามัญจางฉงตายเพื่อ...แลกกับตำแหน่ง”

นวลจันทร์มาทันได้ยินพอดี ปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง อนันต์ไม่มีวันทำแบบนั้นเด็ดขาด อนาวิลสงสัยทำไมแม่ถึงมั่นใจนักในเมื่อวันเกิดเหตุมีแต่พ่อกับจางฉงเท่านั้นและท่านก็ไม่เคยปริปากพูดเรื่องนี้กับใคร

“แม่มั่นใจเพราะผู้ชายคนนั้นเป็นพ่อของลูกไง แล้วพวกลูกๆล่ะ มั่นใจในพ่อของตัวเองกันไหม”...

วายุกับโชว รวมทั้งอันดาและภูผานัดเจอกันที่ร้านมอเตอร์ไซค์ วายุเห็นโชวใช้ปืนเก็บเสียงยิงรูปถ่ายของอนันต์ซึ่งใช้แทนเป้าก็อดถามไม่ได้ว่าวันนี้เขาไปช่วยอนันต์มาไม่ใช่หรือ เขาไม่อยากจะช่วยแค่ไม่อยากเห็นมันตายก่อนจะได้แก้แค้น อันดาคุยโม้ หากเป็นตนเองไม่รอให้เสียเวลา ยิงโป้งเดียวจบไปเลย

“แล้วแกจะทำยังไงกับมันต่อวะ”

โชวรัวปืนใส่รูปอนันต์ที่ใช้เป็นเป้าจนขาดกระจุย กระจายแทนคำตอบ

ooooooo

อนันต์เพ้อเพราะฝันร้ายร้องห้ามลูกเสียงลั่นก่อนจะสะดุ้งตื่น อนาวิลที่นั่งเฝ้าอยู่ข้างๆ ถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า ท่านแค่ฝันร้ายเท่านั้น ชายหนุ่มรู้สึกได้ถึงความเป็นกังวลในสีหน้าของท่าน ก้มกราบที่ตัก

“ผมขอโทษครับพ่อที่ถามเรื่องไม่เข้าท่าเมื่อวานนี้”

“มันก็แค่ฝันร้ายน่ะ พอตื่นขึ้นมาเราก็จะพบแต่สิ่งดีๆ เหมือนพ่อตอนนี้ไง”...

ที่ห้องทำแผลของโรงพยาบาล ดุจดาวพาผู้ต้องหาในคดีปล้นที่ได้รับบาดเจ็บมาทำแผล เขาปากแข็งไม่ยอมรับสารภาพในความผิดที่ได้กระทำ แต่ด้วยความช่วยเหลือจากเม่ยพยาบาลสาวเพื่อนซี้ ทำให้เขายอมเปิดปากสารภาพว่าเป็นคนปล้นเอง ดุจดาวตอบแทนเพื่อนซี้ด้วยการเลี้ยงกาแฟที่ร้านอาหารของโรงพยาบาล สองสาวหัวเราะกันสนุกสนานที่จัดการคนร้ายได้ นัทเข้ามาถามว่าหัวเราะอะไรกัน

“ก็แฟนพี่นัทน่ะสิคะ ทำให้เม่ยต้องสวมบทพยาบาลจอมโหดอีกละ ประจำเลย ชอบเอาคนร้ายมาให้สารภาพที่นี่”

ดุจดาวปฏิเสธว่าไม่ได้ทำอย่างเพื่อนรักว่า แค่เอาคนร้ายมาทำแผลเท่านั้น แล้วเพิ่งสังเกตเห็นชายคนรักหอบข้าวของมาเต็มสองมือถามว่าซื้ออะไรมาเยอะแยะ เขาซื้อของมาเยี่ยมพ่อของเธอ ดุจดาวเห็นเป็นโอกาสเหมาะ ชวนเม่ยไปพร้อมกันเลย เธอจะได้วัดความดันโลหิตให้พ่อและจะได้รู้จักกับพี่ชายของตนด้วย เม่ยยิ้มอย่างรู้ทันว่าเพื่อนรักริอ่านจะเป็นแม่สื่อแม่ชัก...

เมื่อได้เจอหน้ากันที่ห้องพักฟื้นของอนันต์ ทั้งอนาวิลและเม่ยต่างจำกันได้ร้องทักทายกัน ดุจดาวโวยลั่น ไปรู้จักกันมาตั้งแต่เมื่อไหร่ทำไมตนถึงไม่รู้ เม่ยไม่ยอมบอกอะไร ได้แต่ถามเขาว่าแฟนของเขาอาการดีขึ้นหรือยัง ทั้งพ่อ แม่ น้องสาวและนัทต่างแปลกใจเพราะไม่รู้เรื่องเขามีแฟนมาก่อน เม่ยเห็นท่าทางของทุกคนแล้ว ตระหนักในทันทีว่าตัวเองพูดเรื่องที่ไม่ควรพูด

“เอ่อ ฉันวัดความดันเสร็จแล้ว ขอตัวก่อนนะดาว ไปนะคะคุณพ่อคุณแม่” เม่ยไหว้ลาอนันต์กับนวลจันทร์แล้วรีบออกไป ดุจดาวไม่ได้สนใจเธอแม้แต่น้อย เพราะมัวแต่จะเอาเรื่องอนาวิลที่มีแฟนแล้วไม่รู้จักบอกกันบ้าง

ooooooo

ภูผาเห็นแก่ความร่ำรวย แอบทำธุรกิจค้ายาเสพติดทั้งที่ผิดกฎของภาคีที่จางฉงได้ตั้งไว้ เจิดคู่ค้าของเขาเพิ่งรู้กฎข้อนี้จึงเอามาแบล็กเมล์เขาเพื่อขอส่วนแบ่งค่าค้ายาเพิ่มขึ้น เขาจำต้องตกลงตามที่เจิดต้องการ

“แบบนี้สิถึงสมกับเป็นหัวหน้ากลุ่มฟ้าเหนือ” เจิดพูดจบหยิบยาเสพติดขึ้นมายัดใส่ปากแล้วยื่นให้ภูผา เผื่อจะสนใจลองยาเสพติดตัวใหม่ที่เพิ่งส่งมา เขาเมินหน้าหนี

“เป็นพ่อค้าแต่ไม่เคยลองของจะขายยังไงวะ” เจิดหัวเราะชอบใจก่อนจะเดินจากไป ภูผาแค้นใจมาก หยิบมือถือขึ้นมาโทร.หาสมุนของตัวเอง ออกคำสั่งตายให้เจิดที่บังอาจมาแบล็กเมล์เขา...

ขณะที่เจิดยังไม่รู้ตัวว่าถูกหมายหัว วีนัสไม่พอใจมากเมื่อกลับถึงบ้านแต่ไม่มีเด็กรับใช้มารอต้อนรับ ตะโกนเสียงลั่นว่าไปไหนกันหมด เด็กรับใช้วิ่งลนลานเข้ามาพร้อมกับวางรองเท้าสำหรับใส่ในบ้านให้เธอตรงหน้า วีนัสถอดรองเท้าส้นสูงโดยสะบัดใส่หน้าเด็กรับใช้จนคิ้วแตกเลือดอาบ แล้วเดินเชิดจะเข้าข้างในไม่สนใจเธอแม้แต่น้อย เด็กรับใช้มองตามอย่างเคียดแค้น ก่อนจะพึมพำเบาๆ

“นังลูกเมียน้อย”

วีนัสหูไวถึงกับหยุดกึก เรียกให้สมุนมาจัดการสั่งสอนนังปากเสีย ผลัดกันตบเธอเลือดกบปาก เท่านั้นยังโหดไม่พอสั่งให้เธอตะโกนไปด้วยว่า “ขอโทษค่ะคุณหนู จะไม่พูดแบบนี้อีกแล้วค่ะ” ซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้นเสียงตะโกนของเด็กรับใช้ปลุกให้อันดาที่นอนหลับสนิทอยู่ในห้องนอนกับสาวสวยลงมาดูด้วยอารมณ์บูดบึ้งเห็นสมุนของตัวเองสองคนกำลังผลัดกันตบปากเด็กรับใช้ โดยมีวีนัสนั่งจิบน้ำส้มอ่านหนังสือแฟชั่นอยู่ใกล้ๆ

“ทำเสียงดังอะไรกันวะ”

พวกสมุนหยุดกึก หันไปทางวีนัส อันดาปรี่เข้าไปหาตัวต้นเหตุ แต่เธอนั่งอ่านหนังสือไม่สะทกสะท้าน เขาตะคอกถามว่าทำเสียงดังอะไร เธอยียวนว่าไม่มีตาหรือก็เห็นอยู่ว่าเธอกำลังลงโทษเด็กรับใช้ อันดาโกรธจัดกระชากเธอมาตบหน้าหัน สั่งว่าอย่ามาขึ้นเสียงกับตน

“สำหรับคนนอก เธออาจจะเป็นคุณหนูของกลุ่มอันดามัน แต่สำหรับฉัน เธอมันก็แค่ลูกเมียน้อยจำไว้” พูดจบอันดาเดินจากไปอย่างหัวเสีย วีนัสมองตามด้วยสายตาชิงชัง...

ในเวลาเดียวกัน เจิดกับลูกน้องสองคนถูกมือปืนซึ่งเป็นสมุนของภูผาไล่ล่า ลูกน้องของเขาถูกฆ่าตาย ส่วนเจิดต้องหนีกระเซอะกระเซิงเข้าไปในเขตโรงพยาบาล มือปืนจอดมอเตอร์ไซค์มองตามสีหน้าลังเล ก่อนจะหยิบกระบอกเก็บเสียงมาสวมกับปืน แล้วขี่มอเตอร์ไซค์ตาม

อีกมุมหนึ่งตรงทางเดินใกล้สวนหย่อม อนาวิลพยายามเดินหนีดุจดาวที่ตามตื๊อจะให้เล่าเรื่องแฟน เขายังไม่อยากเปิดเผยตัวแฟนสาวให้รู้จึงใช้อุบายหลอกล่อ ก่อนจะวิ่งหนีไปแอบตรงมุมตึก ระหว่างกำลังดีใจที่หนีน้องสาวพ้น รู้สึกเหมือนมีคนอยู่ด้านหลัง เขาหันขวับไปมองเห็นเม่ยยืนอมยิ้มอยู่

“เม่ยคงทำให้พี่วินลำบากน่าดู ขอโทษด้วยนะคะ” เม่ยพูดจบผละจากไป อนาวิลยืนอึ้งอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะวิ่งตาม ไม่ทันสังเกตเห็นสมุนของภาคีที่โชวสั่งให้ตามอารักขาเม่ย เดินตามเขามาอีกทอดหนึ่ง...

ฝ่ายเจิดวิ่งหนีมาเจอมือปืนกำลังจะชักปืนยิง โชคไม่ดีที่เม่ยเดินผ่านมาพอดี เขาพุ่งไปหาเธอหวังจะใช้เป็นโล่กำบัง อนาวิลตามมาด้านหลังตะโกนเตือนให้เธอระวังตัว แต่ไม่ทันกาล เจิดล็อกคอเธอไว้ แล้วเอามีดจี้ มือปืนเห็นคนเยอะรีบถอยออกมาตั้งหลัก ส่วนสมุนของภาคีเห็นท่าไม่ดี รีบโทร.แจ้งให้โชวทราบถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เขาร้อนใจมากคว้าเสื้อกับกุญแจรถมอเตอร์ไซค์ รีบร้อนจะออกไป มิ่งอดถามไม่ได้ว่าจะไปไหน

“ไปช่วยเม่ย คนที่ฉันส่งไปอารักขาเม่ยโทร.มาบอกว่าเม่ยถูกคนร้ายเมายาจับไปเป็นตัวประกัน”

ooooooo

อนาวิลจำหน้าเจิดได้ว่าเป็นผู้ต้องสงสัยคดียาเสพติด พยายามเกลี้ยกล่อมให้ปล่อยตัวเม่ย เจิดคิดว่าเขาเป็นพวกเดียวกับมือปืน ขู่ไม่ให้เข้ามาใกล้ไม่อย่างนั้นจะเชือดคอตัวประกัน...

ด้านโชวขี่มอเตอร์ไซค์แซงซ้ายปาดขวามาตามถนนอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นมีเด็กวิ่งข้ามถนนตัดหน้า เขาหักหลบกะทันหัน มอเตอร์ไซค์เสียหลักไถลไปกับพื้นถนนถลอกเลือดซิบไปทั้งตัว แต่เขากัดฟันขี่มอเตอร์ไซค์ต่อไปด้วยความเป็นห่วงเม่ย...

ในเวลาต่อมา ดุจดาวกับนัทไปพาตัวลูกกับเมียของเจิดมาช่วยกันเกลี้ยกล่อมอีกแรงหนึ่ง เจิดเห็นหน้าลูกเมียก็มีท่าทีอ่อนลง ในที่สุดก็ทิ้งมีด อนาวิลส่งสัญญาณให้เม่ยค่อยๆเดินออกมา พลันมีเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด กระสุนโดนหัวเจิด เลือดกระเด็นเปื้อนเม่ย อึดใจมีเสียงปืนดังขึ้นติดกันอีกสองนัด กระสุนพุ่งใส่ร่างเจิดตายคาที่ อนาวิลรีบดึงตัวเม่ยเข้าที่กำบัง ขณะที่นัทกับดุจดาวรีบวิ่งไปยังต้นเสียงปืนเพื่อล่าตัวมือปืน แต่เขาขึ้นมอเตอร์ไซค์หนีไปได้ นัทรีบโทร.แจ้งตำรวจสกัดจับรถของมือปืน

ไม่นานนัก ลานหน้าโรงพยาบาลเต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยพิสูจน์หลักฐาน แจ็คลูกชายของเจิดกับแม่กอดศพเจิดร้องไห้เป็นเผาเต่า อนาวิล หันไปเห็นเม่ยนั่งนิ่งเพราะยังตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เดินเข้าไปปลอบ แล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาค่อยๆ ซับเลือดที่เลอะใบหน้าของเธอให้อย่างอ่อนโยน หญิงสาวนิ่งอึ้งเพราะไม่เคยมีผู้ชายคนไหนทำแบบนี้กับเธอมาก่อน จังหวะนั้นโชวพาร่างถลอกปอกเปิกของตัวเองเข้ามาเห็นภาพนั้นพอดี มองด้วยสายตาเจ็บปวด ก่อนจะหันหลังเดินออกไป

“ขอบคุณค่ะ...เอ่อ เขาเป็นใครกันคะ”

“นายเจิดเป็นนักค้ายาเสพติด สายบอกว่าเขาทำธุรกิจกับจตุรภาคี”

“จตุรภาคี! เท่าที่รู้จตุรภาคีไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดนี่คะ”

อนาวิลก็ได้ยินมาแบบนั้นเช่นกัน แต่เมื่อไม่นานมานี้สายของเขาเพิ่งรายงานว่าจตุรภาคีเริ่มมาทำธุรกิจค้ายาเสพติดระดับประเทศแล้ว ก่อนจะเอะอะใจว่าเธอรู้จักจตุรภาคีด้วยหรือ เม่ยยังไม่ทันจะตอบคำถาม ดุจดาวเดินเข้ามากับนัทเสียก่อน แล้วประคองเม่ยจะเข้าไปให้หมอตรวจร่างกาย พอเธอเห็นอนาวิลตามมาด้านหลัง วิญญาณแม่สื่อเข้าสิง ทำเป็นลืมให้ข้อมูลสำคัญกับตำรวจ ผลักเพื่อนรักให้พี่ชายแล้วดึงแขนนัท ออกไป อนาวิลประคองเม่ยไว้ด้วยความเป็นห่วง จู่ๆโชวก็เข้ามากระชากมือเขาออกสั่งให้อยู่ห่างๆเธอไว้

“ทำไมผมต้องเชื่อคุณด้วย”

“เพราะผู้หญิงคนนี้เป็น...บ่าวในบ้านฉัน แกไม่มีสิทธิ์มายุ่งกับคนของฉัน”

เม่ยน้อยใจที่โชวมองเธอมีค่าแค่นั้น ขณะที่อนาวิลตกใจคาดไม่ถึงว่าเธอจะเป็นพวกเดียวกับจตุรภาคี

สองหนุ่มมีปากเสียงกัน อนาวิลต่อว่าโชวที่ทำให้เกิดเรื่องเลวร้ายนี้ขึ้น เพราะภาคีของเขาไม่ไปข้องแวะกับธุรกิจแบบนั้น โชวงงไม่รู้ว่าเขาพูดเรื่องอะไร คิดว่าเขาจงใจจะหาเรื่องกระชากคอเสื้อเข้ามาจะต่อย เม่ยพยายามห้ามแต่ไม่มีใครฟัง จะมีเรื่องกันให้ได้ ทันใดนั้น เธอเป็นลมล้มพับ สองหนุ่มตกใจพุ่งไปหา โชวไวกว่าคว้าเธอมาในอ้อมกอด แล้วอุ้มออกไป

ooooooo

จากนั้นไม่นาน โชวกับอนาวิลมานั่งรอเม่ยอยู่ที่หน้าห้องปฐมพยาบาล หลี่เฟยกับเฉินตามมาสมทบถามว่าเธอเป็นอย่างไรบ้าง โชวยังไม่ทันจะตอบ หมอออกมาแจ้งว่าคนไข้ปลอดภัยแล้ว

“เธอไม่เป็นอะไรมาก คงเป็นเพราะเจอภาวะกดดันเลยทำให้ความดันผิดปกติ ถ้าฟื้นแล้วก็กลับไปพักผ่อนที่บ้านได้” หมอรายงานเสร็จขอตัวไปตรวจคนไข้ต่อ อนาวิลมองเขม่นโชว

“ผมเตือนไว้ก่อน เตรียมตัวรอรับให้ดี งานนี้ผมกัดไม่ปล่อยแน่”

โชวมองตามอนาวิลที่เดินออกไปอย่างงงๆ ขณะที่หลี่เฟยกับเฉินตีหน้าตายไม่รู้ไม่ชี้...

เสร็จจากให้หมอช่วยทำแผลจากรถมอเตอร์ไซค์ล้ม โชวเดินครุ่นคิดถึงเรื่องที่อนาวิลต่อว่าว่าถ้าไม่ใช่เพราะภาคีของเขาไปข้องแวะกับธุรกิจแบบนั้น เรื่องเลวร้ายครั้งนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น

พลันสายตาของเขาสะดุดกับบางอย่างบนพื้น หยิบขึ้นมาดูเห็นยาบ้าที่หลุดรอดจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุของตำรวจ มีอักษรภาษาจีนปั๊มอยู่ จังหวะนั้นเขาได้ยินเสียงฝีเท้าด้านหลัง จำได้ว่าเป็นเสียงฝีเท้าของเฉิน รีบเอายาบ้าซ่อนไว้

“มีอะไรพี่เฉิน”

“พ่อให้ผมมาเรียนคุณชายให้กลับบ้านไปพักผ่อน ทางนี้พวกเราจัดการเองครับ”...

โชวกลับถึงบ้านตระกูลจางนานแล้ว ไม่เห็นเม่ยกลับสักที เริ่มเป็นกังวลเดินมาชะเง้อคอยาวอยู่หน้าบ้าน แต่พอเธอกลับมาจริงๆ เขากลับทำเป็นไม่สนใจ แต่ก็อดถามไม่ได้ว่าไม่เป็นอะไรแล้วใช่ไหม เธอพยักหน้ารับคำ

“ก็ดี เป็นพยาบาลแต่ดันมาป่วยเสียเอง ดูน่าสมเพชนะ จริงไหมวะไอ้มิ่ง”

“เอ่อ...จริงครับ คนบางคนพอรู้ว่าเกิดเรื่องกับคุณเม่ยปุ๊บก็รีบไปหาปั๊บเลย อันนี้น่าสมเพชเหมือนกัน” มิ่งเผลอปากเสีย พอนึกขึ้นได้รีบตบปากตัวเอง เม่ยรู้ทันทีว่าโชวต้องส่งคนตามประกบ ถึงได้รู้ว่าเกิดเรื่องกับเธอก็โวยวายต่อว่าว่าเขาไม่มีสิทธิ์ละเมิดความเป็นส่วนตัวของเธอ แล้วห้ามเขาส่งคนตามดูเธออีก โชวโวยกลับ

“ฉันเป็นเจ้านาย เธอมีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน”

“ถ้าคุณชายไม่ทำตาม ฉันจะไม่พูดกับคุณชายอีก...ไปกันเถอะค่ะพี่แจ่ม”

แจ่มประคองเม่ยไปที่ห้องนอนของเธอ พลางแก้ตัวแทนเจ้านายว่าเขาทำไปเพราะความเป็นห่วง เธอก็รู้ว่าภาคีของเรามีศัตรูมากมาย เม่ยตัดพ้อด้วยความน้อยใจ หากเธอไม่ใช่คนในบ้านนี้ เขาก็คงไม่สนใจ แล้วบอกให้แจ่มไปนอน ส่วนเธอก็จะพักผ่อนเช่นกัน

ทันทีที่อยู่เพียงลำพังในห้อง เม่ยอดคิดถึงสัมผัสอันอบอุ่นของอนาวิลที่ช่วยเช็ดเลือดที่หน้าให้เธอไม่ได้ รู้สึกประทับใจเขาจนเผลอยิ้มออกมา...

หลังจากพาเม่ยไปส่งบ้าน หลี่เฟยกับเฉินมาร่วมประชุมกับอันดา ภูผาและวายุ รวมทั้งเหว่ยชิงที่โรงน้ำชาเก่าของตระกูลจาง เธอทุบโต๊ะดังปังสีหน้าไม่พอใจ

“มันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ยังไง ทำไมพวกอินทรีพิฆาตถึงคิดว่าเป็นฝีมือเรา”

ทุกคนเอาแต่ก้มหน้าเงียบ เหว่ยชิงสั่งให้ไปสืบมาให้ได้ ถ้ารู้ว่าคนของเราไปยุ่งเกี่ยวกับแก๊งค้ายาพวกนั้นจริงก็ลากคอมันมา ทุกคนขานรับเป็นเสียงเดียวกันก่อนจะแยกย้ายกันไป...

ในเวลาต่อมา โชวนอนมองดาวอยู่บนระเบียงบ้าน แล้วนึกถึงยาบ้าที่เก็บได้จากโรงพยาบาล หยิบขึ้นมาส่องดู จังหวะนั้นรถคันหรูของเหว่ยชิงแล่นเข้ามา โดยมีรถของหลี่เฟยและสมุนตามเข้ามาเป็นพรวน โชวชะโงกดูเห็นเหว่ยชิงสั่งการอะไรบางอย่างกับหลี่เฟยก่อนจะเดินเข้าบ้าน ยิ่งทำให้ความสงสัยของโชวเพิ่มมากขึ้น

เพื่อให้คลายข้อกังขา โชวรีบไปดักถามหลี่เฟยว่าไปไหนกันมา เขาอ้างมีประชุมด่วนเรื่องสำคัญมาก โชวสวนทันที ถ้าเป็นเรื่องสำคัญทำไมไม่บอกประมุขภาคีอย่างตนด้วย

“เอ่อ นายหญิงเห็นวันนี้คุณชายวุ่นๆ ท่านเลยไปจัดการเองน่ะครับ”

“งั้นหรือครับ ผมนึกว่านายแม่กับทุกคนกำลังปิดบังอะไรผมอยู่ซะอีก” โชวจ้องจับผิดหลี่เฟยเขม็งแต่เขายืนยันว่าไม่มีอะไรปิดบังจริงๆ โชวไม่อยากเซ้าซี้อะไรเขาอีกแม้จะยังติดใจสงสัยไม่หาย

ooooooo

ภูผากลัวคลิปหลักฐานที่ตัวเองกำลังซื้อขายยาเสพติดจะยังหลงเหลืออยู่ที่บ้านของเจิด จึงส่งมือปืนให้ไปเอาโน้ตบุ๊กของเขาและสั่งให้ฆ่ายกครัวทั้งลูกทั้งเมีย มือปืนสังหารแม่ของแจ๊คเรียบร้อย กำลังจะลงมือฆ่าเขาด้วย แต่อนาวิลมาช่วยดึงเขาหลบกระสุนได้ทันเวลา แล้วยิงตอบโต้

มือปืนเห็นท่าไม่ดี คว้าโน้ตบุ๊กโดดหนีออกทางหน้าต่าง อนาวิลจะตามแต่ก็เป็นห่วงแจ๊คที่กอดศพแม่ร้องไห้ เดินเข้าไปจับบ่าหวังจะปลอบใจ แต่เขาปัดมือออก ตะโกนอย่างเคียดแค้นว่าอย่ามายุ่งกับตน แล้ววิ่งหนีออกไป อนาวิลตัดสินใจไม่ตาม เนื่องจากต้องการตรวจดูรอบๆบ้านว่ายังมีหลักฐานอะไรหลงเหลืออีก...

แม้จะได้คลิปหลักฐานที่เจิดแบล็กเมล์เขาจากในโน้ตบุ๊กมาทำลาย แต่ภูผาก็ไม่พอใจที่มือปืนทำงานพลาด ซ้อมสะบักสะบอมแถมให้เอาไปยิงทิ้ง แต่สมุนคนสนิทของเขาขอร้องไว้ ในเมื่อมือปืนเป็นคนมีฝีมือ เขาสมควรจะไว้ชีวิต มือปืนขอร้องอย่าฆ่าตนเลย เก็บตนไว้ใช้จะดีกว่า

“นายอย่ากังวลไปเลยนะครับ ผมสืบมาแล้ว หลักฐานที่ไอ้เจิดมี มันโยงมาไม่ถึงพวกเรา ไอ้พวกอินทรีพิฆาตทำอะไรเราไม่ได้แน่” คำพูดของสมุนคนสนิททำให้ภูผาเบาใจ และยอมเว้นโทษตายให้มือปืน...

เป็นอย่างที่คนสนิทของภูผาว่าไว้ หน่วยอินทรีพิฆาตไม่มีหลักฐานพอจะเอาผิดภูผาหรือสาวไปถึงจตุรภาคีได้ นัทโมโหมากถึงกับขว้างแฟ้มเอกสารทิ้งระบายแค้น อนาวิลปลอบให้ใจเย็นๆ อย่างไรเสียต้องหาหลักฐานเอาผิดพวกมันให้ได้ นัทเห็นด้วย ตราบใดที่เขายังเป็นหัวหน้าหน่วยอินทรีพิฆาตอยู่ ไม่มีวันยอมแพ้แน่
ระหว่างนั้น จ่าเดชวิ่งหน้าตื่นเข้ามาแจ้งว่ามีหนังสือจากท่านผู้การ ให้ผู้กองนัทเข้ารายงานตัวด่วน

“จากประสบการณ์ อีแบบนี้ผมว่าไม่ใช่เรื่องดีแน่” จ่าเดชตั้งข้อสังเกต...

ในระหว่างที่เก้าอี้หัวหน้าหน่วยอินทรีพิฆาตของนัทเริ่มสั่นคลอน จตุรเทพทั้งสี่ของจตุรภาคีมีนัดแข่งรถประลองฝีมือกัน โชวนำตั้งแต่ออกสตาร์ต แต่พอใกล้ถึงเส้นชัย เขากลับปล่อยให้ภูผาแซงเข้าเส้นชัยไปก่อน วายุมองออกว่าโชวออมมือให้ ภูผาเองก็รู้เช่นกันมองมาที่เขาด้วยสีหน้าไม่พอใจ

เสร็จจากแข่งรถ โชวเล่าถึงข้อสงสัยในตัวหลี่เฟยให้วายุ อันดาและภูผาฟัง ทั้งสามคนช่วยกันแก้ต่างให้หลี่เฟยวุ่นวายไปหมด จนโชวเริ่มสงสัยว่าทุกคนรู้เห็นเป็นใจกับเรื่องนี้ ถามย้ำว่าพวกเขาไม่มีอะไรปกปิดตนใช่ไหม ทั้งสามรับคำอย่างพร้อมเพรียงกัน โชวรีบตัดบท

“เอาล่ะๆ ฉันเชื่อพวกแก งั้นฉันกลับไปพักผ่อนก่อนดีกว่า เหนื่อย”

โชวทำทีเดินออกไป ทั้งสามคนคิดว่าเขาไปแล้ว พากันถอนใจโล่งอก วายุไม่เข้าใจทำไมเหว่ยชิงต้องปกปิดเรื่องสำคัญแบบนี้กับโชว ภูผาเชื่อว่าท่านต้องมีเหตุผลของท่าน คำสนทนาที่โชวแอบได้ยิน ยิ่งทำให้สงสัยมากขึ้น ตัดสินใจจะสืบให้ได้ว่ามีอะไรกันแน่

คิดได้ดังนั้น โชวจึงวางแผนเข้าไปแอบท้ายกระโปรงรถของหลี่เฟย จนกระทั่งรถของเขามาถึงโกดังของวายุซึ่งตั้งอยู่แถวชานเมือง โชวพบว่าหลี่เฟยและวายุกำลังตรวจดูอาวุธสงครามจำนวนมากที่อยู่ในโกดังและยังทดลองประสิทธิภาพของอาวุธยิงไปที่ลังไม้โดยไม่รู้ว่าโชวซ่อนตัวอยู่

โชคดีเขาโดดหลบได้ทัน หลี่เฟยเห็นแค่หลังใครบางคนไวๆ ร้องถามว่าใคร โชวตกใจรีบวิ่งหนี หลี่เฟยกับวายุสั่งให้สมุนไล่ล่าตัวผู้บุกรุกให้ได้ โชวพยายามจะหนีให้พ้น แต่สุดท้ายถูกคมกระสุนของ

วายุเฉียดแขนล้มลง เขากระชากตัวผู้บุกรุกขึ้นมาดูต้องตกใจที่เห็นว่าเป็นโชว

“มีอะไรที่ประมุขภาคีอย่างฉันควรรู้อีกไหม” โชวมองวายุกับหลี่เฟยด้วยความผิดหวัง

ooooooo

โชวทั้งโกรธทั้งเสียใจที่ถูกทุกคนรวมหัวกันปกปิดเรื่องค้าอาวุธสงคราม บุกเข้าไปต่อว่า

เหว่ยชิงถึงห้องทำงานภายในบ้านตระกูลจางที่ไม่ยอมบอกเรื่องนี้ให้เขารู้ เธอยอมรับว่าเป็นคนสั่งทุกคนไม่ให้บอกเรื่องนี้กับเขา โชวขอฟังเหตุผล ทำไมต้องทำอย่างนั้น เหว่ยชิงตัดบท ไม่ต้องถามเหตุผลแค่ทำตามที่สั่งก็พอ

“แล้วถ้าผมไม่ทำตามล่ะ”

“แกกล้าแข็งข้อกับฉันหรือ”

“ผมทำตามคำสั่งนายแม่มาทั้งชีวิต ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าผมไม่ทำจะเกิดอะไรขึ้น”

เหว่ยชิงตบหน้าเขาฉาดใหญ่แทนคำตอบ โชวน้อยใจแม่มาก ผลุนผลันออกจากห้อง หลี่เฟยเข้ามาถามว่าจะไปไหน เขาเดินต่อไปไม่ตอบอะไรทั้งสิ้น เฉินจะขวาง โชวชี้หน้า

“ใครตามมาฉันจะฆ่าให้หมด” ขู่เสร็จ จ้ำพรวดๆต่อไป

อีกมุมหนึ่งหน้าบ้าน เม่ยเพิ่งขับรถเข้ามาจอดตอนที่โชวเดินออกมา พร้อมกับมีเลือดไหลจากแขนเป็นทาง เธอเห็นเข้าก็ตกใจ ถามว่าไปโดนอะไรมา เขาไม่ตอบเดินหน้าบอกบุญไม่รับไปขึ้นรถ เธอเห็นหลี่เฟยกับเฉินตามออกมา เดาได้ว่าต้องมีเรื่องกันแน่ รีบโดดขึ้นรถ โชวไล่ให้ลง เธอก็ไม่ยอมลง

“ไม่ ฉันจะปล่อยคุณชายไปทั้งที่บาดเจ็บแบบนี้ไม่ได้”

โชวไม่มีอารมณ์จะเถียงด้วย ขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว เฉินจะขับรถตาม แต่หลี่เฟยห้ามไว้...

ooooooo

ดึกแล้ว อนันต์นอนไม่หลับ เฝ้านึกถึงเรื่องที่โชวช่วยชีวิตเขาเอาไว้ ดุจดาวเห็นพ่อนอนลืมตาโพลงอยู่ ร้องทักทำไมยังไม่นอนอีก คิดถึงเรื่องอะไรอยู่ เขาคิดถึงคนที่ช่วยชีวิตเขาไว้ เธอแปลกใจที่พ่อพูดเหมือนรู้ว่าเป็นใคร

อนันต์พยักหน้ารับ “แต่ที่น่าแปลกคือทำไมเขาถึงไม่ฆ่าพ่อเมื่อมีโอกาส ทั้งๆที่เขาน่าจะเป็นคนที่อยากให้พ่อตายมากที่สุด”

“บางทีจริงๆแล้ว คนคนนั้นอาจจะเป็นคนดีมากๆก็ได้นะคะ...แล้วเขาคือใครคะพ่อ”

พอดุจดาวรู้ว่าคนที่ช่วยชีวิตพ่อตัวเองเอาไว้คือโชว ประมุขจตุรภาคีก็ตกใจไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง...

ด้านโชว...ระหว่างขับรถมุ่งหน้าออกนอกเมือง เขาให้โอกาสเม่ยตัดสินใจอีกครั้งให้ไปจากตระกูลจาง ไปจากจตุรภาคีบ้าๆนี่และไปจากเขาตอนนี้เลยก็ได้ เชิญเธอตามสบาย เม่ยเห็นแววตาเจ็บปวดของเขาก็รู้ทันทีว่าเขารู้เรื่องทั้งหมดแล้ว

“นี่เป็นโอกาสครั้งสุดท้ายของเธอ ไปซะ”

เธอยืนกรานไม่ยอมไป โชวเตือนว่าอย่าคิดเปลี่ยนใจภายหลังเพราะเธอหมดโอกาสแล้ว...

ฝ่ายวายุดื่มเหล้าอย่างหนักเพราะกลัวโชวจะโกรธที่ปกปิดเรื่องค้าอาวุธสงคราม ภูผากลับพอใจที่โชวโกรธ แถมภาวนาให้เขาแตกคอกับทุกคนได้ยิ่งดี

ooooooo

โชวขับรถมาถึงท่าเรือริมทะเลแห่งหนึ่งในเช้าวันรุ่งขึ้น เห็นเม่ยยังนอนหลับอยู่ก็ไม่อยากปลุก ลงจากรถไปหาสมุนที่ดูแลท่าเรือ สั่งให้เตรียมเรือ ตนจะข้ามฝั่ง สมุนกำลังจะไปทำตามคำสั่ง แต่เขาร้องเรียกไว้

“อย่าบอกใครว่าฉันมาที่นี่ ถ้าแกไม่อยากตาย”

โชวสั่งเสร็จกระชากมือถือของสมุนโยนทิ้ง แล้วกลับมาที่รถ เห็นเม่ยยังหลับอยู่ เดินไปเปิดประตูฝั่งที่เธอนั่ง ร้องเรียกให้ตื่นได้แล้ว เธอยังหลับสนิทไม่รู้เรื่อง เขาเอื้อมมือไปจะปลดเข็มขัดนิรภัยให้ ใบหน้าของทั้งคู่อยู่ใกล้กันแค่คืบ เขาอดใจไม่ไหวค่อยๆยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนจมูกจะชนแก้ม เธอรู้ตัว หยิกต้นแขนเขาถึงกับร้องโอ๊ย
ลั่น โวยวายว่ามาทำร้ายกันทำไม

“เพราะคุณชายคิดมิดีมิร้ายกับฉันก่อน”

“ฉันเนี่ยนะ...กับเธอ ไปบวชตลอดชีวิตดีกว่า...ลงมาได้แล้ว” โชวลากเม่ยลงจากรถ

เม่ยมองไปรอบๆก็แปลกใจว่าที่นี่ที่ไหน เขาสั่งห้ามถาม ให้ตามมาอย่างเดียวแล้วลากเธอตัวปลิว เม่ยเปลี่ยนใจจะขอกลับบ้าน หยิบมือถือขึ้นมาจะโทร.หาหลี่เฟย โชวแย่งไปเสียก่อน

“ฉันให้โอกาสนั้นแล้ว ตอนนี้เธอเปลี่ยนใจไม่ได้อีก”

โชวเห็นเธอพยายามดิ้นหนี รีบลากตัวไปลงเรือ...

การเดินทางครั้งนี้ทำให้โชวเสียเลือดไปมาก เริ่มอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัด กว่าเรือจะมาถึงเกาะส่วนตัวของตระกูลจางซึ่งเป็นจุดหมายปลายทาง โชวแทบหมดเรี่ยวแรง เม่ยต้องประคองเขาขึ้นฝั่งอย่างทุลักทุเล

“ไหวไหมคุณชาย อดทนอีกนิดนะ”

“ใครบอกว่าฉันเป็นอะไร ปล่อยได้แล้ว ฉันเดินเองได้” โชวเดินได้ไม่กี่ก้าวก็หมดสติทรุดลงกองกับพื้น

ooooooo

ความผิดพลาดจากงานคราวที่แล้ว ส่งผลให้นัทถูกปลดจากหัวหน้าหน่วยอินทรีพิฆาตและให้

อนาวิลขึ้นเป็นหัวหน้าแทนที่ เขาไม่ต้องการรับตำแหน่งแทนนัท อาสาจะไปคุยกับผู้การให้เอง นัทรีบห้ามไว้

“ผู้การตัดสินใจถูกต้องแล้ว ที่ผ่านมาหน่วยอินทรีพิฆาตไม่เคยพลาด ฉันมันเป็นหัวหน้าที่ไม่เอาไหนเอง”

“ไม่จริงหรอกพี่นัท อย่าโทษตัวเองสิ เรากำลังเจอกับอะไร พี่ก็รู้ว่าไอ้พวกจตุรภาคีมันร้ายกาจแค่ไหน”

“ก็เหมาะแล้วนี่กับหัวหน้าอินทรีพิฆาตร้ายกาจแบบนาย”

นัทเห็นอนาวิลหน้าเคร่งเครียด บอกว่าอย่าคิดมาก ใครเป็นหัวหน้าหน่วยก็เหมือนกัน ขอให้เราได้กำจัดคนเลวออกไปจากสังคมก็พอ ทั้งคู่จับมือกันเหมือนเป็นสัญญาลูกผู้ชาย จังหวะนั้นชินกับริวเข้ามาแจ้งว่าสายของเรารายงานมาว่าโชวประมุขภาคีหายตัวไป ทั้งนัทและอนาวิลมองหน้ากันแปลกใจ...

คนที่หน่วยอินทรีพิฆาตถามหากำลังนอนซมเพราะพิษไข้เนื่องจากแผลถูกยิงอักเสบอยู่ในบ้านพักตากอากาศบนเกาะส่วนตัวของตระกูลจาง เม่ยเห็นเขาตัวร้อนจัด หันไปหยิบยาจากกระเป๋าถือของตัวเอง

“โชคดีนะที่มียาติดกระเป๋ามาด้วย...คุณชายคะกินยาแก้อักเสบกับยาแก้ไข้ก่อน”

เม่ยประคองโชวที่ไม่ค่อยรู้สึกตัวให้ลุกขึ้นมากินยา แล้วจับนอนลงอย่างเดิม ค่อยๆปลดกระดุมเสื้อของเขาออกเพื่อจะเช็ดตัวให้ไข้ลด แต่พอเห็นแผ่นอกที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ก็อดหวั่นไหวไม่ได้

“เป็นอะไรไปเนี่ย เช็ดตัวคนไข้มาตั้งเยอะ ทำไมมาเขินเอาตอนนี้”

เม่ยเขินไม่เลิกจนต้องหลับตาเช็ดตัวให้เขา อยู่ๆโชวคว้ามือเธอมากุมไว้ เพ้อเพราะพิษไข้

“ผมไม่อยากทำ อย่าให้ผมทำเลยนะครับแม่” โชวดึงเธอมากอดไว้ “อย่าทิ้งฉันไปนะ อย่าไป”

เม่ยสงสารเขาจับใจปล่อยให้เขากอดตามสบายไม่ขัดขืนใดๆทั้งสิ้น

ooooooo

โชวรู้สึกตัวตื่นขึ้นในตอนเช้า เห็นเม่ยอยู่ในอ้อมกอดตัวเองทั้งแปลกใจระคนดีใจ นอนยิ้มมีความสุข เธอค่อยๆลืมตาขึ้นมอง เห็นเขาจ้องอยู่ก็เขิน

ผลักเขาออกห่างแล้วรีบลงจากเตียง โชวเห็นตัวเองสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ ซักว่าเมื่อคืนทำอะไรเขาหรือเปล่า เธอปฏิเสธเป็นพัลวันว่าไม่ได้ทำอะไร เขาต่างหากที่ดึงเธอไปกอด

“ถ้าไม่ได้ทำ แล้วฉันอยู่ในสภาพนี้ได้ยังไง ใครเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ฉันล่ะ”

เม่ยยังไม่ทันจะตอบคำถาม ลุงมีพ่อของมิ่งเดินเข้ามาเสียก่อน...

อาหารเช้าถูกยกมาวางที่ระเบียงบ้านพัก โชวซึ่งอาการดีขึ้นมาก ลุกมานั่งกินข้าวกับเม่ยได้สักพัก ลุงมียกถ้วยยาสมุนไพรมาให้เขากิน เม่ยสนใจยาในถ้วยยกขึ้นมาดม

“ยาสมุนไพรแก้อักเสบนี่ ลุงมีความรู้เรื่องพวกนี้ด้วยหรือคะ”

ลุงมีไม่ตอบอะไร เดินหนีโดยไม่ฟังเสียงเรียกให้อยู่ก่อนของเธอ โชวถึงบางอ้อทันที นี่แสดงว่าลุงมีเป็นคนเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขาใช่ไหม เม่ยได้ทียื่นหน้าเข้าไปใกล้อย่างหมั่นไส้

“รู้เอาไว้ซะ แล้วจำไว้ด้วยว่าฉันไม่ได้ทำอะไรคุณชาย”

โชวบ่นพึมพำว่าเสียดาย เม่ยได้ยินไม่ถนัดถามว่าพูดอะไร เขาแกล้งเสียงเขียวใส่ให้รีบๆกิน พูดมากแบบนี้ถึงไม่มีผู้ชายคนไหนสนใจ

“คุณชาย!”

โชวก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อไปไม่สนใจ เม่ยถอนใจเหนื่อยใจก่อนลงมือกินอาหารเช่นกัน บรรยากาศสบายๆของที่นี่ทำให้อาหารมื้อนี้อร่อยขึ้นมาก...

กินมื้อเช้าเสร็จ โชวออกมายืนทอดอารมณ์อยู่ริมทะเล ครุ่นคิดถึงความลับของจตุรภาคีที่ตัวเองเพิ่งรู้ เม่ยมองโชวอยู่บนระเบียงบ้านสักพัก ลุงมีมาหยุดมองเขาเช่นกัน เธอเห็นสายตาที่ลุงมีมองเขาอย่างเอ็นดูก็ถามว่ารักคุณชายมากใช่ไหม แกพยักหน้าแทนคำตอบ ตอนนี้แววตาที่แกมองโชวเปลี่ยนเป็นเศร้าอย่างเห็นได้ชัด เม่ยนิ่วหน้าสงสัย ลุงมีหันมาสบตากับเธอ รู้ว่าเธอสงสัยในตัวแกอยู่จึงรีบเดินเลี่ยงออกมา เม่ยพึมพำตามหลัง

“ลุงมีต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่ ที่สำคัญลุงมีมีความรู้เรื่องสมุนไพรพวกนั้นได้อย่างไรกัน”

ในขณะที่โชว ประมุขจตุรภาคียังคงยืนมองทะเลไม่ขยับไปไหน ใครบางคนที่แอบมองเขาอยู่ค่อยๆขยับเข้าไปหาทางด้านหลัง เขามองทะเลเพลิด-เพลินอยู่ไม่ทันรู้สึกตัว ใครคนนั้นเดินเข้าใกล้เขาเข้าไปทุกที

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

สนุก–อร่อยหน้าจอ

สนุก–อร่อยหน้าจอ
14 พ.ค. 2564

22:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม 2564 เวลา 22:39 น.