ข่าว

วิดีโอ



ซีรีส์เลือดมังกร : เสือ

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก แอคชั่น ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ยิ่งยศ ปัญญา

กำกับการแสดงโดย: พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง

ผลิตโดย: บริษัท แอค อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: อนันดา เอเวอริงแฮม,คิมเบอร์ลี แอน เทียมศิริ

อัลบั้ม: ซีรีส์ฟอร์มยักษ์ เลือดมังกร ตอน เสือ จับ อนันดา ประกบ คิมเบอร์ลี่

วันวิสาไม่สนใจคำเตือนของจู๋ ตระเวนสำรวจรอบเกาะหาทางหนีทีไล่ตลอดบ่าย จนเจอกับชายหาดสีครามแสนสวย แต่ก็เหมือนโชคจะไม่เข้าข้าง เมื่อภรพมาพบเข้า!

“ใครใช้ให้ออกมาแถวนี้ ฉันสั่งแล้วใช่ไหมว่าให้อยู่แต่ที่กระท่อม”

“นายไม่มีทางกักขังฉันได้หรอก”

“พูดอย่างนี้แปลว่าจะลองดี รู้จักฉันน้อยไปแล้ว เมื่อเช้ามืดเพิ่งยิงหัวไอ้พวกบุกรุกไปสองศพ เพิ่งฝังศพมันเสร็จหมาดๆ อยากจะเป็นอีกศพหนึ่งหรือไง แต่บอกเลยว่าศพเธอฉันไม่ฝังให้เปลืองแรง โยนทะเลให้ปลากินง่ายกว่า”

วันวิสาฮึดฮัด ยืนยันไม่กลับไปจับเจ่าที่กระท่อม ภรพเลยรวบตัวแบกขึ้นบ่า ไม่แยแสเสียงโวยวายของเธอ

“จะโดนหนักกว่านี้อีกถ้ายังดื้อด้านไม่ฟังคำสั่ง ผู้หญิงอะไร...วันๆดีแต่เดินไปเดินมา สอดรู้สอดเห็นทุกเรื่อง อีกหน่อยมีผัวแล้วจะรู้สึก ผู้ชายหน้าไหนมันก็ไม่ชอบผู้หญิงสาระแนหรอก เอาไปทำพันธุ์มีแต่เจ๊งกับเจ๊ง!”

จบคำก็ตะโกนเรียกจู๋มาพาเชลยสาวกลับกระท่อม แต่ที่ทำให้วันวิสาแทบปรี๊ด ก็เมื่อเขาสั่งให้จู๋อบรมสั่งสอนเธอให้เป็นเมียที่ดี ทำตัวให้ผัวรักผัวหลง จู๋ถึงกับอ้าปากค้าง แต่ภรพก็ไม่สนใจ โบกมือไล่แล้วผละจากไปดื้อๆ

ภรพมาตรวจงานที่ออฟฟิศ ภาษิตเลยถือโอกาสรายงานว่าจัดการโทร.บอกทางกรุงเทพฯแล้วว่าเจ้านายหนุ่มมาซ่อนตัวที่เกาะรังนก พร้อมย้ำว่ามีไพศาลเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้ตามคำสั่งภรพ แต่ที่ทำให้ผู้จัดการหนุ่มหนักใจกว่าคือการที่วันวิสาถูกกักตัวไว้ที่นี่ เกรงว่าจะเกิดปัญหาเลวร้ายตามมา ภรพถอนใจยาวก่อนจะอธิบาย

“ฉันต้องการให้เป็นปัญหา นายไม่ต้องห่วง ทุกอย่างที่เกิดฉันยินดีรับผิดชอบด้วยตัวฉันเอง”

ฝ่ายวันวิสา...เจ็บใจที่ถูกภรพทำร้ายจิตใจ เลยระบายอารมณ์ด้วยการทำอาหารรสเผ็ดจัด หวังให้เขาทุกข์ทรมานเสียบ้าง ภรพไม่รู้เรื่อง ตักเข้าปากด้วยท่าทีกวนประสาท ก่อนจะต้องกล้ำกลืนลงคออย่างยากลำบากเพราะรสชาติเผ็ดร้อน แต่ถึงกระนั้น...ทายาทหนุ่มแก๊งเสือก็ไม่ยอมเสียท่าง่ายๆ

บอกให้จู๋ยกข้าวมาอีกจาน แล้วสั่งให้เชลยสาวกินเป็นเพื่อน วันวิสาถึงกับพูดไม่ออก แต่ก็จำต้องตักข้าวเข้าปากทั้งน้ำตา

วันเดียวกันที่บ้านรุ่งเรืองไพศาลศิริ...สุพรรษาถอนใจด้วยความโล่งอก เมื่อสามีแจ้งข่าวว่าลูกชายปลอดภัยดีที่เกาะรังนก แต่ที่ทำให้เธอกังวลใจกว่า คือเรื่องการหายตัวไปของวันวิสา

“อีไปคนเดียวใช่ไหม ไม่ได้เอาลูกสาวเขาไปด้วยใช่ไหม”

ไพศาลส่ายหน้าน้อยๆ “อีไม่ได้บอกอะไร แต่อั๊วว่าอีคงไม่ทำเรื่องสิ้นคิดอย่างนั้นหรอก อาภรพอีมีความคิดพอ อีแยกผิดชอบชั่วดีได้ อีเรียนรู้แล้วว่านั่นมันเป็นเรื่องโง่เง่าหลงผิดไป”

“แล้วทำไมต้องข้ามไปเกาะด้วย”

“อีไปสืบเรื่องรังนกที่ถูกตีกลับ อีต้องการรู้ให้ได้ว่าเราพลาดที่ตรงไหน ลื้ออย่าบอกใครเรื่องนี้เด็ดขาด!”

ooooooo

วันวิสาพยายามใช้เสน่ห์ความเป็นหญิง ออดอ้อนและพูดจาหว่านล้อมจู๋ ให้เลิกเฝ้าเธอตลอดเวลา เพื่อจะได้ลัดเลาะไปสำรวจเกาะหาทางหนีอีกรอบ แต่โชคก็ไม่เข้าข้างเธออีกครั้ง เมื่อภรพผ่านมาเห็น

“ผู้หญิงทุกคนบนโลกเหมือนเธอหรือเปล่า สอดรู้สอดเห็นทุกเรื่อง”

“ก็ถ้าไม่มีเรื่องให้สอดรู้ ก็ไม่มีความจำเป็นต้องสอดเห็นหรอก”

ท่าทางลอยหน้าลอยตาของเชลยสาว ทำให้ภรพหัวเสียมาก ฉุดกระชากลากถูอีกฝ่ายไปโรงคัดแยกรังนก

“เอ้า...ดูให้เต็มตา มีอะไรที่อยากเห็น จะได้ไม่ต้องทำลับๆล่อๆแอบดูช่องโน้นช่องนี้อีก”

วันวิสากวาดตามองรอบๆ ก่อนจะสะดุ้งเฮือก เมื่อภรพแกล้งตะโกนบอกคนงานหนุ่มๆนับสิบ

“พวกเรา...เวลาอาบน้ำอาบท่าก็ระวังกันด้วยนะ บนเกาะรังนกนี่มีแขกเป็นพวกถ้ำมอง”

พวกคนงานหัวเราะครืน วันวิสาโกรธมากปรี๊ดแตก

“มันจะมากเกินไปแล้วนายภรพ ฉันเป็นสุภาพสตรีนะ หัดให้เกียรติกันบ้าง”

“สุภาพสตรีเหรอ เสียใจนะ บนเกาะนี้จะมีผู้หญิงผู้ชาย มันก็ไม่ต่างกันหรอก ใครทำผิดก็ต้องถูกประจาน”

ภรพไม่เปิดโอกาสให้เชลยสาวยอกย้อน ลากเธอไปถึงถ้ำรังนก วันวิสาแทบหน้าคะมำ ตั้งท่าจะด่าอยู่แล้ว ถ้าจะไม่หันมาเห็นภาพคนงานหนุ่มหลายคนโรยตัวเก็บรังนกบนที่สูง ท่าทางเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย

“ดูซะให้เต็มตา ผู้คนที่นี่ต้องลำบาก เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายขนาดไหนกว่าจะได้รังนกสักรัง ปากท้องลูกเมียเขา อนาคตของพวกเขา ฝากไว้ที่รังนกอย่างเดียว” วันวิสารวนว่าจะบอกทำไม “ก็บอกให้มันเข้าในสมองทะลุเข้าไปถึงหัวใจพวกจิตวรบรรจงอย่างพวกเธอไง ว่าสิ่งที่ป๊าเธอทำกับพวกฉันมันเลวทรามยิ่งกว่าโจรปล้นกันเสียอีก”

“นายอย่ามากล่าวหาป๊าฉันนะ พวกนายน่ะแหละ เลือดเย็นบ้าอำนาจ ทนเห็นใครยิ่งใหญ่กว่าตัวเองไม่ได้ ต้องทำลายล้างมันให้หมดหรือไง คิดว่าตัวเองจะอยู่ค้ำฟ้าไปคนเดียวหรือไง”

วันวิสาผลุนผลันออกไปแล้ว ภรพโกรธมาก ตามไปเอาเรื่องถึงกระท่อม วันวิสาฮึดสู้ไม่ถอย ไม่หวั่นแม้จะถูกเขาทำร้ายร่างกายและจิตใจแค่ไหน แต่สุดท้ายเมื่อสู้ไม่ไหว ก็โพล่งออกไปอย่างเหลืออดว่าอีกฝ่ายเป็นพวกป่าเถื่อน

ภรพยิ้มเยาะก่อนเย้ย “แต่ชอบใช่ไหมล่ะ ถ้าไม่ชอบก็คงไม่ท้าทายฉันอย่างนี้”

“คนเลว...นายต้องการอะไรกันแน่”

“แล้วเธอคิดว่าฉันต้องการอะไรล่ะ”

“จับฉันมาเป็นตัวประกัน บีบบังคับป๊าฉันให้หมดทางสู้”

“ฉลาดมาก สมเป็นนักเรียนจากปีนัง ทีแรกฉันก็แค่คิดเล่นๆว่าไอ้หน้าจืดคู่เต้นรำของเธอคืนนั้นมันจะคิดยังไง ถ้าเธอหายตัวไปไม่ส่งข่าว ขอบใจนะ...

เธอทำให้ฉันคิดได้อีกเยอะ ไหนๆก็ลงทุนขนาดนี้แล้ว ทำกำไรอย่างที่เธอว่าก็เข้าท่าดี ขอบใจนะ...สำหรับความคิดดีๆ เห็นไหม...ฉันเป็นสุภาพบุรุษขนาดไหน ขอบใจศัตรูอย่างเธอ ฉันก็ทำได้”

พูดจบก็หมุนตัวออกจากกระท่อม ทิ้งวันวิสาให้กรีดร้องตามหลังคนเดียวด้วยความคับแค้นใจ แต่ถึงกระนั้น...สาวหน้าใสก็ไม่ยอมแพ้ หาทางหลอกถามจากจู๋จนได้ว่าคนบนเกาะติดต่อคนบนฝั่งเช่นไร

จู๋ส่ายหน้าไม่อยากพูด “นายหัวสั่งไม่ให้จู๋พูดมากครับ ไม่งั้นนายหัวจะตัดเงินเดือนจู๋”

วันวิสาไม่ละความพยายาม “แล้วสมมติจะติดต่อใครต่อใครจะทำยังไง”

“คุณผู้หญิงจะติดต่อใครล่ะครับ”

“เปล่า...สมมติเฉยๆ ติดต่อคนไกลๆอย่างทางกรุงเทพฯน่ะ”

“อ๋อ...ก็ต้องโทรเลขหรือโทรศัพท์ทางไกลบนฝั่งสิครับ อุ๊ย...จู๋พูดเยอะไปแล้วครับ”

จู๋ยกมือปิดปาก ตั้งใจจะไม่หลุดปากอีก แต่วันวิสาก็ตื๊อไม่เลิก แกล้งถามว่าอยากได้ของใช้ผู้หญิง

“เรือจากที่นี่มีไปฝั่งทุกอาทิตย์ล่ะครับ คุณผู้หญิงโชคดีนะครับ พรุ่งนี้เช้ามืด เรือจะออกไปซื้อข้าวสารพอดี น้ำมันก็ใกล้หมดแล้วครับ เอ...จู๋พูดมากไปหรือเปล่า คุณผู้หญิงอย่าบอกนายหัวนะครับว่ารู้มาจากจู๋”

“ฮือ...ไม่บอกหรอกน่า...ไม่ต้องกลัว”

ooooooo

วันวิสาปิดปากเงียบจริงๆอย่างที่สัญญา แต่ก็เพื่อผลลัพธ์บางอย่าง ภรพยังไม่รู้แผนการหนีของเชลยสาว กลับกระท่อมมานอนด้วยความอ่อนเพลีย อารมณ์ดีไม่น้อยเมื่อเห็นว่าเธอทำตัวว่าง่าย ไม่ต้องให้บ่นเหมือนเคย เลยถือโอกาสไปเปิดแผ่นเสียงเพลงที่เคยฟังด้วยกันบนเกาะ และชวนเธอเต้นรำ วันวิสาอ้างว่าปวดขา แล้วปฏิเสธ

ภรพไม่ยอม เอ่ยเสียงเข้มขึ้น “ปวดขาก็ต้องเต้น ในเมื่อฉันสั่ง”

“นายจะบังคับกันไปถึงไหน”

“ได้เชลยมาทั้งทีมันก็ต้องใช้ให้คุ้ม ลงทุนมันก็ต้องมีกำไรสิ...ลุกขึ้นมา”

วันวิสาเต้นรำกับเขาแบบเสียไม่ได้ ภรพไม่สน รั้งตัวเธอมาใกล้ ก่อนจะแขวะเมื่อเห็นท่าทางฝืนๆ

“ทำไม...ทีเต้นรำกับไอ้หน้าจืดนั่น เห็นท่าทางมีความสุขอย่างกับอะไรดี”

วันวิสาข่มความโกรธ ประชดกลับ “นายนี่เก่งนะ ดูอะไรๆทะลุปรุโปร่งไปหมด”

“งั้นก็ช่วยเสแสร้งว่าตอนนี้กำลังมีความสุขหน่อย”

“ฉันฝืนความรู้สึกตัวเองไม่เป็น”

ภรพเริ่มหงุดหงิด เจ็บหนึบในหัวใจอย่างบอกไม่ถูก ก่อนจะกระชากตัวเธอมาใกล้ แล้วแดกดัน

“อย่างน้อยเพลงนี้ก็เคยเป็นเพลงโปรดไม่ใช่หรือ”

“อดีตก็คืออดีต มันเป็นแค่ภาพลวงตา ปัจจุบันต่างหากที่มันคือความจริง”

สองหนุ่มสาวอดีตคู่รักสบตากันด้วยความเจ็บปวดชั่วขณะ ก่อนจะผละจากกันดื้อๆเพื่อสงบสติอารมณ์ ภรพก้าวไปปิดเพลงแห่งความทรงจำ แล้วชวนเธอนอน วันวิสาเหนื่อยเกินกว่าจะต่อล้อต่อเถียง ยอมเดินเข้ามุ้งเงียบๆ ก่อนจะมีอารมณ์ขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อเขาเอาโซ่มาคล้องขาสองข้างของเธอไว้

วันวิสาโกรธมาก แหวอย่างเหลืออดว่าเธอไม่ใช่หมาที่เขาจะผูกหรือล่ามไว้ในกระท่อม ไม่ให้ไปไหน

“เธอไม่ใช่แน่นอน...หมาน่ะมีแต่ความซื่อสัตย์ แต่คนไว้ใจไม่ได้ อย่างเธอเป็นอะไรดีล่ะ”

“นายมันบ้า แล้วดึกๆ เกิดฉันจะเข้าห้องน้ำ จะให้ทำยังไง”

“จะขี้จะเยี่ยวก็ต้องอั้นไว้”

“เข้าขั้นโรคจิตแล้วนายน่ะ”

“หุบปากแล้วก็นอนได้แล้ว”

ภรพเหน็บกุญแจไว้กับชายพกโสร่ง วันวิสาจับจ้องไม่วางตา จนเขาต้องขู่จะมัดมือไพล่หลังด้วย ถ้าเธอไม่ยอมนอน สาวหน้าใสกัดฟันข่มความแค้น นอนรอเวลาใกล้รุ่ง จึงค่อยๆลืมตาและหาทางขโมยกุญแจ แล้วโชคก็เข้าข้าง เมื่อภรพหลับลึก ทำให้เธอคว้ากุญแจปลดล็อกตัวเองได้ในที่สุด

วันวิสาออกจากกระท่อมได้ก็วิ่งฝ่าความมืดจนถึงชายหาด ก่อนจะปีนไปซ่อนตัวที่ใต้ท้องเรือ ใจเต้นตึกตักด้วยความลุ้นระทึก แต่ทุกอย่างก็พังไม่เป็นท่า เมื่อเรือจอดสนิทอีกครั้ง สาวหน้าใสยิ้มร่า เตรียมกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ ก่อนจะหุบยิ้มฉับ เมื่อเจอภรพที่ปราดมาขวางด้านหน้าเรือ!

ความจริงก็คือเรือไม่ได้แล่นออกไปถึงไหน แต่ออกจากฝั่งแล้ววกมาจอดที่เกาะ โดยมีภรพรับรู้ทุกอย่าง และเป็นคนวางแผนตลบหลังเช่นนี้ วันวิสาถูกลากจากเรือกลับกระท่อม และเหวี่ยงลงพื้น

“ความจริงฉันควรจะโยนเธอทิ้งทะเลมากกว่า ไม่น่าพากลับมาเลย” ภรพแหวลั่น

“ก็แล้วทำไมไม่โยนล่ะ”

“คนคิดไม่ซื่ออย่างเธอสมควรเจอบทเรียนที่ต้องจำไปจนวันตายมากกว่า”

วันวิสาไม่กลัว จ้องหน้ากลับ ท้าทาย “ใครกันแน่ที่คิดไม่ซื่อ นายมันคนลวงโลก ต่อหน้ากล้าบอกทุกคนว่าทำมาหากินอย่างซื่อสัตย์ แต่จริงๆแล้วนายมันขี้โกง เห็นแก่ตัว แถมยังโหดเหี้ยมมากด้วย”

ภรพโมโหมาก กระชากเธอมาใกล้ ขู่เสียงเข้มให้เธอหยุดพล่าม

“ถ้ายังไม่หยุดประณามครอบครัวฉัน เธอจะหาว่าฉันไม่เตือนไม่ได้นะ!”

ooooooo

วันวิสาพยศไม่เลิก ต่อล้อต่อเถียงกับเขาไม่หยุด โดยเฉพาะเรื่องเขาจับตัวเธอมาทรมานที่เกาะนี้ ภรพไม่สนใจท่าทางเกรี้ยวกราดของเชลยสาว ตอกกลับว่ายินดีมากที่จะฆ่าเธอทิ้งเพื่อตัดปัญหา วันวิสาเหลืออด สวนกลับ

“นายไม่มีวันกักขังฉันได้ตลอดไปหรอก ยังไงฉันก็ต้องหนีไปจากเกาะบ้าๆนี่ให้ได้ ถึงจะต้องว่ายน้ำข้ามไปให้ฉลามกินฉันก็ไม่กลัว ฉันยอมตายซะดีกว่าเป็นตัวประกันให้นายใช้เป็นเครื่องมือทำลายครอบครัวฉันอย่างนี้”

“อยากกลับไปแต่งงานกับไอ้หน้าจืดนั่นมากกว่ามั้ง”

วันวิสาไม่แก้ตัว ประชดกลับด้วยความโกรธ “ใช่...นายฉลาดจังเลย ทายถูกเผง ฉันอยากแต่งงานกับเฮียประยูรมาก เพราะโลกนี้ไม่มีผู้ชายคนไหนดีไปกว่าเขาแล้ว เขาเป็นสุภาพบุรุษทุกอย่าง ไม่เหมือน...”

พูดไม่ทันจบ ภรพซึ่งบันดาลโทสะ กระชากเธอมาใกล้อีกครั้ง ก่อนจะประกบจูบอย่างดุเดือด วันวิสาตัวแข็งทื่อ ตื่นตะลึงแต่ก็อดคล้อยไปกับเขาไม่ได้ จู๋ผ่านมาเห็นพอดี ถึงกับอ้าปากค้าง วันวิสาหันมาเห็นเลยทุบให้ปล่อย แต่ภรพกลับขืนตัวไว้ จนเธอต้องรวบรวมแรงผลักตัวออกมาเอง

วันวิสาทั้งโกรธทั้งอาย เงื้อมือจะตบให้หายแค้น แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อโดนภรพขู่จะจูบซ้ำ ส่วนจู๋เพิ่งได้สติว่าเข้ามาแทรกผิดที่ผิดเวลา เลยตั้งท่าจะถอยหนี แต่ไม่วายถูกภรพคาดโทษ

“ลื้อรู้ตัวหรือเปล่าว่าวันนี้ลื้อทำอะไรผิด”

“จู๋ไม่รู้ครับ...ทีหลังจู๋จะไม่มาแอบดูนายหัวกับคุณผู้หญิงจูบกันอีกแล้วครับ”

“ถ้ามีหนหน้าอีก ไม่ใช่แค่ตัดเงินเดือน แต่อั๊วจะไล่ลื้อออก!”

จู๋ลนลานออกไปแล้ว ทิ้งวันวิสาให้มองตามด้วยความหงุดหงิดและอับอาย ยกมือเช็ดปากแรงๆ น้ำตาแทบร่วง ภรพซึ่งหันมาเจอถึงกับอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะเปลี่ยนท่าทีเป็นมาดนิ่งแต่กวนประสาทเหมือนเดิม

“เธอว่างมากเกินไปก็เป็นอย่างนี้แหละฟุ้งซ่าน...หรือเป็นเพราะฉันใจดีเกินไป เธอถึงไม่กลัว”

“จะเอายังไงก็เอา จะฆ่าจะแกงกันให้หายแค้นก็ฆ่าซะเลย”

“ยังไม่ใช่ตอนนี้หรอก วันนี้ฉันมีธุระต้องทำนิดหน่อย กว่าจะกลับมาก็คงเย็นๆค่ำๆ ทันทีที่ฉันมาถึงที่นี่ ฉันหวังว่าจะได้เห็นผลงานของเธอบ้าง ข้าวก็กินไปตั้งหลายมื้อแล้ว หัดตอบแทนบ้าง ไม่ใช่เอาแต่นั่งๆนอนๆ ทุกคนที่นี่ทำงานกันทั้งนั้น ฝึกเอาไว้ แล้ววันที่ได้ ไอ้หน้าจืดนั่นเป็นผัว เธอจะรู้สำนึกบุญคุณฉันเองว่าไม่เสียแรงที่มาฝึกการเป็นเมียที่นี่”

เพราะมัววุ่นวายกับการหนีของวันวิสาแท้ๆ ทำให้ภรพเกือบต้องเลื่อนการขึ้นฝั่งเป็นวันถัดมา แต่สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจไปตามกำหนดเดิม เพราะไม่อยากเสียเวลาสืบเรื่องคนร้าย โดยมีภาษิตและคนงานสองสามคนตามประกบเพื่อความปลอดภัย ส่วนวันวิสานั่งหน้าเครียดในกระท่อม เมินหน้าหนีเมื่อจู๋ถือถาดกับข้าวมาให้

“ใครจะกินเข้าไปลง นายจู๋ไม่ได้ยินที่เขาว่าฉันหรอก ดีแต่นั่งๆนอนๆ ไม่คิดจะทำอะไรตอบแทนข้าวของเขาที่กินเข้าไปเลย เขาว่าฉันอกตัญญูเชียวนะนายจู๋”

“นายหัวก็พูดไปอย่างงั้นแหละครับ จู๋ไม่เคยเห็นนายหัวใจร้ายกับใครจริงๆซะที”

“งั้นฉันก็คงเป็นคนแรกล่ะมั้ง ที่เขาเกลียดชังได้มากขนาดนี้”

ooooooo

เพราะคำสบประมาทนั่นแท้ๆ เลยทำให้วันวิสาฮึด ลงมือขัดกระท่อม ทำความสะอาด และทำงานอื่นๆ ทุกอย่าง แม้จะมีภาพความทรงจำดีๆบนเกาะลอยวนเวียนในหัวเป็นระยะ ก็ไม่ทำให้เธอว่อกแว่ก ตั้งหน้าตั้งตาทำงานให้สมกับความคับแค้นที่มีอยู่จนจู๋ซึ่งเฝ้าตามห่างๆ มองมาด้วยความเป็นห่วง กลัวจะล้มป่วย

ฟากภรพ...ไม่รู้เรื่องความกดดันของเชลยสาว มัวหมกมุ่นกับการสืบเรื่องการขนส่งรังนก โดยมีภาษิตเป็นผู้ช่วย

“ถ้าจะมีการสลับสับเปลี่ยนเอารังนกย้อมไนเตรดมาสวมแทน ก็ต้องเป็นที่นี่แหละครับคุณภรพ”

ภรพกวาดตามองลานจอดรถของสถานีรถไฟ “เจ้าอื่นใช้สถานีนี้ขนส่งรังนกเหมือนเราหรือเปล่าภาษิต”

“บางเจ้าก็ใช้สถานีชุมพร บางเจ้าก็ใช้จังหวัดอื่น ...แต่เจ้าที่ใช้ที่นี่เหมือนกันคือรังนกจิตวรบรรจงครับ”

หลังจากนั้นภาษิตก็แยกไปคุมคนงานขนของและอาหารขึ้นเรือ ภรพเลยถือโอกาสเดินตลาดเพื่อซื้อของใช้บางอย่าง ภาพหญิงสาวพื้นเมืองเลือกซื้อผ้าโสร่งปาเต๊ะ ทำให้เขาอดคิดถึงใครบางคนไม่ได้ จนต้องตัดสินใจเข้าไปเลือกบ้าง

ความคิดถึงและความรู้สึกผิดถาโถมจนภรพเลือกซื้อเสื้อผ้าและของใช้ผู้หญิงมากมายหลายถุงโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะเดินเรื่อยเปื่อยไปนั่งรอ แต่กลับต้องถูกลอบทำร้ายกลางทาง ภรพไม่ยอมเป็นหมูให้เชือดง่ายๆ สู้ด้วย

มือเปล่าแบบยิบตา จนเกือบจะจนมุม เพราะอีกฝ่ายมีปืนและมากันหลายคน โชคดีที่ภาษิตมาช่วยไว้ทัน

ภาษิตรีบพาเจ้านายหนุ่มไปทำแผลบนเรือ ภรพรับอุปกรณ์ไปทำเองเงียบๆ ก่อนจะตัดสินใจยังไม่กลับเกาะวันนี้ ผู้จัดการหนุ่มหน้าเสีย เข้าใจว่าเจ้านายจะตามล่ามือปืนปริศนา ภรพไม่ตอบ แต่ถามขึ้นเสียงเรียบ

“นายว่ากี่คนกันที่รู้ว่าฉันมาที่นี่ ศัตรูอยู่ใกล้ๆตัวเรานี่เอง มันรู้ความเคลื่อนไหวของฉันตลอดเวลา”

และเพราะความสงสัย ภรพเลยตัดสินใจโทร.ถามลาดเลาทางกรุงเทพฯ ไพศาลรอจนแน่ใจว่าอยู่ตามลำพัง เลยยอมผ่อนท่าทีเป็นปกติ แล้วถามความคืบหน้าเรื่องที่ตามสืบจากลูกชาย...

เวลาเดียวกันที่บ้านจิตวรบรรจง...มาลีทนอึดอัดใจไม่ไหว โพล่งถามสามีกับลูกชายว่าเมื่อไหร่จะออกไปตามหาวันวิสา บันลือกับบดินนั่งกินข้าวกันหน้าตาเฉย ก่อนที่หัวหน้าแก๊งมังกรทองจะเป็นฝ่ายตอกกลับ

“แล้วอีทำตัวให้น่ารักสมเป็นลูกไหมล่ะ กี่ครั้งแล้วที่อีก่อปัญหา มีแต่เรื่องทำวงศ์ตระกูลเสื่อมเสีย”

มาลีน้ำตาร่วง สวนออกไปด้วยความเก็บกด “แค่อีเกิดเป็นลูกผู้หญิงใช่ไหม”

บันลือทุบโต๊ะเสียงดังด้วยความโมโห บดินเห็นท่าไม่ดี พยายามช่วยไกล่เกลี่ย แต่ก็หยุดบันลือไว้ไม่ได้

“ลื้อไปนั่งคิดนอนคิดดีกว่าว่าจะโกหกอาประยูรยังไงต่อ ให้อีเชื่อใจลูกสาวลื้อ ไม่งั้นลื้อไม่มีวันเห็นงานแต่งแน่”

มาลีผละไปแล้วด้วยความโกรธจัด ทิ้งสองพ่อลูกมองหน้ากันอึ้งๆ แทบกินข้าวไม่ลงเพราะหนักใจไม่แพ้กัน

เรื่องราวการถูกลอบทำร้ายของลูกชายทำให้ไพศาลเครียดหนัก จนต้องไปถามภรรยาให้แน่ใจว่าไม่ได้แพร่งพรายบอกใครเรื่องภรพไปซ่อนตัวที่เกาะรังนก สุพรรษาส่ายหน้า บอกว่ามีแค่พราวตากับภรีมที่ทราบ ไพศาลถอนใจหนักหน่วง แต่ไม่ทันระบายความอึดอัดใจ ก็ต้องผละไปรับแขกคนสำคัญเสียก่อน

เฮ้งหนึ่งในสมาชิกผู้ยิ่งใหญ่ประจำเยาวราชนั่นเองที่แวะมาเยี่ยม หนุ่มใหญ่คุ้นเคยกับบ้านรุ่งเรืองไพศาล-ศิริเป็นอย่างดี รวมถึงตระกูลอื่นๆ และสามารถเข้านอกออกในได้ตลอด ไพศาลส่งยิ้มน้อยๆให้สหายเก่าแก่ ก่อนจะเปรยเสียงเคร่งว่ามีแต่เรื่องยุ่งๆ เลยไม่ได้ออกไปสังสรรค์หรือพบปะเพื่อนฝูงเหมือนเคย

เฮ้งพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะแสดงความเห็นใจ

“ทำมาหากิน นับวันมันก็ยากขึ้น แล้วไอ้เรื่องยุ่งยากนี่มันก็ไม่ได้มาจากไหน มาจากคนทั้งนั้น แก่งแย่งชิงดี อิจฉาตาร้อน ปัดแข้งปัดขากันเอง”

“ท่าทางลื้อรู้เรื่องดีนี่อาเฮ้ง”

“อั๊วก็ฟังๆอีมาอีกที ใครเป็นยังไงก็รู้ๆกันอยู่ อาบันลืออีเป็นพวกโลภมาก เห็นใครได้ดีกว่าไม่ได้ นี่อั๊วไม่อยากปรักปรำอีหรอกนะ หลักฐานมันอ่อน พูดมากไปมันก็ไม่ดี อั๊วจะพลอยเดือดร้อนเปล่าๆ”

“ทุกวันนี้ก็ได้แต่อดทน หวังว่าสักวันความจริงจะพิสูจน์ตัวเอง” สุพรรษาเสริม

“ซ้อคิดถูกแล้วล่ะ คนดีๆพระย่อมคุ้มครองรุ่งเรืองไพศาลศิริ มีองค์กวนอูเป็นที่ยึดมั่น ทำมาหากินซื่อสัตย์มาตลอด องค์กวนอูต้องปกปักรักษา ยังไงอั๊วก็เป็นกำลังใจให้นะอาเซี้ยะ”

“ขอบใจอาเฮ้ง ขอบใจ...ลื้อเป็นมิตรแท้ของอั๊วจริงๆ”

ooooooo

แม้จะปากแข็งบอกภาษิตว่าไม่เป็นห่วงหรือกังวลเรื่องวันวิสาต้องอยู่เกาะคนเดียว แต่ภรพก็อดคิดถึงเชลยสาวไม่ได้ จนต้องตัดสินใจกลับแต่เช้ามืด ไม่ต่างจากวันวิสา ที่แม้จะอ้างโน่นนี่ ว่าไม่ยี่หระชะตา-กรรมของอดีตแฟนหนุ่ม แต่เมื่อเผลอก็อดเหม่อลอยไม่ได้ จู๋เห็นทุกอย่าง แกล้งแซว

“จู๋รู้แล้ว คุณผู้หญิงเป็นห่วงนายหัวใช่ไหมครับ แหม...ความรักมันมีอิทธิพลอย่างนี้นี่เอง อยากจะอยู่เคียงข้างเธอตลอดเวลา วันไหนไม่เห็นหน้าเธอ โลกนี้มันก็มืดมนเหมือนคืนเดือนแรม”

วันวิสาส่ายหน้าปฏิเสธ ก่อนจะลุกไปนอนเงียบๆ ทิ้งจู๋ให้มองตามยิ้มๆ มั่นใจว่าเธอน้อยใจเจ้านายหนุ่มแน่ๆ

เช้าวันต่อมาที่บ้านจิตวรบรรจง...เฮ้งโผล่หน้าไปเยี่ยมแต่เช้า บันลือให้การต้อนรับอย่างดี ก่อนจะพูดถึงไพศาลคู่ปรับคนสำคัญด้วยน้ำเสียงดูหมิ่นดูแคลน เฮ้งพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะยุส่ง

“อีไม่ฉลาดที่ต้มไนเตรดใส่รังนกส่งไปให้ลูกค้า”

“ตบตาใครๆไม่สำเร็จแล้วยังมาโยนความผิดให้คนอื่นอีก คนอย่างนี้อั๊วนับถือไม่ลงหรอกเจ็ก” บดินเสริม

“ต่อหน้าคนอื่น อีว่าอีนับถือองค์กวนอู ค้าขายอย่างซื่อสัตย์ แต่ลับหลัง...อย่าให้อั๊วพูดเลย เจ็บปวดหัวใจเปล่าๆ อีคงมั่นใจว่าอีเป็นขาใหญ่ธุรกิจรังนก แต่อั๊วว่าอีทำอย่างนี้มันจะบรรลัยเสื่อมเสียทั้งวงการมากกว่า”

“แต่ประมูลสัมปทานครั้งหน้า มันคงถูกตัดสิทธิ์นะอาเฮ้ง” บันลือโพล่งออกไปด้วยความเจ็บใจ

“ลื้ออย่าประมาทไป อาเซี้ยะอีมีอิทธิพลมาก อั๊วได้ยินมาว่าอีกำลังวิ่งเต้นใต้โต๊ะผู้ใหญ่หลายคน อีวางแผนจะผูกขาดสัมปทานรังนกคนเดียว อั๊วเห็นก็มีแต่ลื้อคนเดียวนี่แหละอาบันลือ ที่จะกำจัดคนเจ้าเล่ห์อย่างอาเซี้ยะได้”

ด้านภรพ...กลับถึงเกาะรังนกช่วงสายของวันเดียวกัน มองหาวันวิสาด้วยความคิดถึงอย่างบอกไม่ถูก แต่ยังรักษาท่าที แกล้งโวยวายเรียกให้มาช่วยขนของ แต่เชลยสาวก็ไม่โผล่มาให้เห็น เก็บตัวเงียบอยู่บนกระท่อม จนเขาเริ่มโมโห จู๋ซึ่งคอยดูแลเชลยสาวตามคำสั่งจะอธิบาย แต่ก็ช้ากว่าเจ้านายหนุ่มที่พุ่งไปเอาเรื่องถึงกระท่อมแล้ว

วันวิสานอนซมเพราะพิษไข้ ค่อยๆปรือตาขึ้นดู เมื่อได้ยินเสียงเอะอะอันคุ้นเคย

“ผู้หญิงแบบไหนกันเนี่ย สายป่านนี้แล้วยังนอนขี้เกียจสันหลังยาว ใครเอาไปทำเมียคงเจริญพิลึกล่ะ”

วันวิสานิ่วหน้า มึนหัวและปวดเมื่อยตัวแทบระเบิด แต่ก็พยายามยันตัวขึ้นมาด้วยความยากลำบาก

ภรพไม่ทันสังเกตท่าทางอีกฝ่าย แหวลั่น “คนเพิ่งมาถึง น้ำสักขันคิดไม่ออกหรือไงว่าต้องตักมาให้กิน ทำไมต้องให้บอกทุกอย่างเลยวะ ฝึกเอาไว้ เผื่อแต่งงานได้ผัว มีคนคอยปรนนิบัติ ก็ต้องสอนคนใช้ สอนลูกหลานให้เป็น”

วันวิสาพยุงร่างหนักอึ้งของตัวเองไปตักน้ำ ก่อนจะทรุดตัวหมดสติไปต่อหน้าต่อตา ภรพถึงกับอ้าปากค้าง ถลาไปรับร่างร้อนรุ่มไว้ในอ้อมแขน หน้าเสียเมื่อสัมผัสได้ถึงกระไอร้อนผ่าว จู๋ตามเข้ามาพอดี เลยโดนเอ็ดยกใหญ่

“คุณผู้หญิงไม่สบายตั้งแต่เมื่อวานแล้ว เธอทำงานบ้านทั้งวัน แถมออกไปซักผ้าให้นายหัวกลางแดดด้วยครับ”

ภรพโมโหมาก ซักใหญ่ว่าให้เชลยสาวกินยาหรือยัง จู๋ส่ายหน้า บอกว่าพยายามแล้วแต่เธอปฏิเสธ

“คุณผู้หญิงบอกว่าตายก็ดี ปล่อยให้เธอตายไปเลยดีกว่าครับ”

ภรพถึงกับอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะไปดูว่ามีเรือพาเชลยสาวขึ้นฝั่งไปหาหมอหรือไม่ แต่ก็ต้องหัวเสียเมื่อไม่มีเรือว่าง ต้องไปเก็บรังนกตามคำสั่งเขาเมื่อวันก่อน ภาษิตเห็นท่าทางฉุนเฉียวของเจ้านายหนุ่มก็นิ่วหน้าสงสัย

ก่อนจะลอบยิ้มน้อยๆ แล้วแกล้งถามถึงวันวิสา ภรพอึกๆอักๆ ก่อนจะแย้มว่ากลัวเชลยสาวจะเป็นมาลาเรีย

อาการของวันวิสาน่าเป็นห่วงมากขึ้นเรื่อยๆ ภรพทนเฉยต่อไปไม่ไหว ลงมือปรนนิบัติและพยาบาลเธอด้วยตัวเอง ทั้งเช็ดเนื้อเช็ดตัวและคอยดูอาการว่าเพ้อมากแค่ไหน วันวิสาไม่รู้เรื่อง พยายามปรือตามอง

ทุกอย่างรอบตัวด้วยความยากลำบาก ภรพประคองเธอไว้ในอ้อมกอด พร่ำบอกเสียงอ่อน

“คุณได้ยินผมไหมวันวิสา...อย่าเป็นอะไรไปนะ ได้ยินไหม...หนักกว่านี้คุณกับผมก็ผ่านกันมาแล้ว ไข้แค่นี้อย่าเป็นอะไรไปนะ คุณต้องเข้มแข็งนะ ไม่งั้นผมจะไม่ให้ อภัยตัวเองเลย”

วันวิสาพร่ำเพ้อถึงพ่อแม่เป็นระยะๆ ภรพมองมาด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะผละไปทำอาหารให้ด้วยตัวเอง จู๋เฝ้ามองด้วยท่าทียิ้มๆ ก่อนจะแกล้งเย้าว่าเจ้านายหนุ่มคงเป็นห่วงเชลยสาวมาก ถึงกับลงทุนลงแรงเอง แต่ภรพก็ไม่สนใจ ตั้งหน้าตั้งตาทำจนเสร็จ แล้วยกไปป้อนให้เธอถึงในกระท่อม

“วันวิสา...ได้ยินผมไหม ลุกขึ้นเถอะ คุณต้องกินข้าว จะได้กินยา แข็งใจหน่อย”

จบคำก็เข้าประคองเธอลุกนั่ง วันวิสายังไม่ค่อยได้สตินัก เห็นหน้าเขาเพียงรางๆจนนึกว่าเป็นความฝัน

“มันไม่ใช่ความจริงใช่ไหม ฉันแค่ฝันไปใช่ไหม อดีตเป็นแค่ภาพลวงตา ปัจจุบันต่างหากที่เป็นความจริง นี่ไม่ใช่นายหรอก ฉันรู้...ไม่ใช่นายหรอก ฉันแค่ฝันไป”

ภรพชะงักมือที่กำลังจะป้อน ความรู้สึกผิดถาโถม เมื่อคิดได้ว่าที่ผ่านมาเขาทำร้ายจิตใจและร่างกายเธอมากแค่ไหน เชลยสาวถึงได้พร่ำเพ้อขนาดนี้ ทายาทหนุ่มแก๊งเสือถอนใจหนักหน่วง มองหน้าเชลยสาวที่เป็นอดีตคนรักของเขาด้วยแววตาอ่อนแสง ครุ่นคิดอย่างหนักว่าจะแก้ตัว หรือทำเช่นไรกับสถานการณ์ตรงหน้าดี

ooooooo

ค่ำคืนของภรพกับวันวิสาในกระท่อมกลางเกาะผ่านพ้นไปด้วยความยากลำบาก เพราะเชลยสาวนอนขดตัวเพราะความหนาวจากพิษไข้ และพร่ำเพ้อตลอดทั้งคืน ภรพซึ่งนอนข้างๆ ตัดสินใจดึงตัวมากอด เบียดเนื้ออุ่นๆเข้าแนบชิด หวังใช้ความอบอุ่นจากร่างกายบรรเทาความทุกข์ทรมานของเธอ

วันวิสาตื่นเช้าด้วยความรู้สึกดีขึ้นมาก แต่ไม่ทันไล่เรียงลำดับเหตุการณ์ ภรพก็โผล่หน้ามาพร้อมกับถาดอาหาร แถมขยับมาใกล้ เอามืออังวัดไข้เธออีกต่างหาก วันวิสาถอยหนี แต่ภรพก็ไม่ถือสา

“เมื่อคืนคุณสั่นจนค่อนคืน บ่นว่าหนาว ผมต้องสละผ้าห่มให้อีกผืน”

“ถือว่าเป็นบุญคุณอีกตามเคยล่ะสิ”

“เอาไว้รวบยอดตอบแทนซะทีเดียวก็ได้”

วันวิสานิ่วหน้า ก่อนจะเบิกตากว้าง เมื่อค้นพบว่าเสื้อผ้าที่ตัวเองใส่ดูแปลกตา ภรพเป็นคนเฉลย

“ใหม่เอี่ยมเลย ยังไม่ทันได้ซัก หวังว่าคงไม่ถือ ผมเป็นคนเปลี่ยนให้คุณเองกับมือ”

วันวิสาอายมาก ทำหน้าไม่ถูก อยากจะกรี๊ดแต่ก็ไม่กล้า ภรพไม่สนท่าทีอึดอัดนั้น สั่งให้ไปอาบน้ำล้างหน้า

“ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน นายควรปล่อยให้ฉันตายดีกว่า ตอนนายลงเรือข้ามไปฝั่ง ฉันภาวนาขอให้เรือนายอับปาง ให้นายมีอันเป็นไป ไม่ต้องกลับมาเห็นหน้ากันอีก นายรู้ไหม...สิ่งที่ฉันเสียใจที่สุดคือลืมตาขึ้นมาแล้วต้องเห็นหน้านาย!”

วันวิสาโผเผออกไปแล้ว ทิ้งภรพให้มองตามด้วยความเจ็บปวด ไม่คิดมาก่อนว่าตนเองจะสร้างแผลใหญ่ให้แก่เชลยสาวได้ถึงขนาดนี้ และเพื่อบรรเทาความเครียด ทายาทหนุ่มแก๊งเสือเลยไปกระโดดทิ้งตัวจากหน้าผา ก่อนจะดิ่งตัวเองลงใต้น้ำเรื่อยๆ ตั้งใจจะอยู่ให้นานที่สุด เผื่อตัวตนอันเข้มแข็งของเขาจะกลับมาอีกครั้ง

ด้านวันวิสา...นั่งกินข้าวด้วยท่าทางซังกะตาย ชมแกนๆว่าอร่อยมาก จู๋หน้าบาน เตือนให้เธอกินยาให้ครบ จะได้หายเร็วๆ วันวิสาพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะอึ้งไปอึดใจ เมื่อจู๋บอกว่าภรพเป็นคนทำอาหารให้เธอเมื่อวันก่อน

“นายหัวไปต้มข้าวให้คุณผู้หญิงเองกับมือ บอกว่าจู๋ไม่มีฝีมือ คุณผู้หญิงเลยไม่ยอมกิน แต่ถึงข้าวต้มนายหัวอร่อยกว่า จู๋ก็ไม่เสียใจหรอกครับ เพราะนายหัวตั้งอกตั้งใจทำมาก ชิมแล้วชิมอีก จู๋ยอมแพ้นายหัวคนเดียว”

วันวิสาหน้าแดง แต่พยายามกลบเกลื่อน “นายจู๋มีอะไรทำก็ไปทำเถอะ”

“ตอนนายหัวรู้ว่าคุณผู้หญิงไม่สบาย นายหัวแทบบ้า คลั่งเหมือนผีเข้าเลยครับ จริงนะครับ จู๋ไม่ได้พูดเกินจริง”

ความจริงจากปากจู๋ทำให้วันวิสาตั้งตัวไม่ติด สับสนอย่างบอกไม่ถูก ไม่รู้ว่าอดีตแฟนหนุ่มคิดอะไรอยู่กันแน่ ส่วนภรพนั่งเซ็งคนเดียวที่ออฟฟิศ ไม่กล้ากลับกระท่อมไปสู้หน้าเชลยสาว กลัวถูกเธอตราหน้าเหมือนเมื่อเช้า ภาษิตสังเกตเห็นความผิดปกติของเจ้านายหนุ่มตลอด ส่งยิ้มบางๆให้ แล้วเย้าว่าคงเป็นเรื่องวันวิสา แต่ภรพก็ปฏิเสธ

“ไม่เห็นมีอะไรต้องห่วง ไม่ใช่มาลาเรียฉันก็โล่งใจ นึกว่าจะต้องเดือดร้อนพาไปหาหมอบนฝั่งโน่น ยิ้มอะไรวะ”

“เปล่าครับ...ผมแค่ไม่เคยเห็นคุณภรพเป็นแบบนี้”

“ผู้หญิงมันจะเป็นต้นเหตุของปัญหาสารพัดในโลกนี้”

“แต่ปัญหาสารพัดก็จบได้เพราะผู้หญิงเหมือนกันนี่ครับ ถ้าเข้าใจผู้หญิงพอ”

ภรพเห็นว่าบทสนทนาจะเข้าตัว เลยเปลี่ยนประเด็นถามเรื่องงานดื้อๆ ภาษิตหัวเราะรู้ทัน แต่ยังรายงานด้วยสีหน้าเป็นปกติ ภรพพยายามตีหน้าขรึม ก่อนจะบอกให้เตรียมออกข่าวว่างวดนี้เราได้รังนกมากกว่าปกติ!

ooooooo

สถานการณ์ของภรพกับวันวิสาเลวร้ายลงเรื่อยๆ เมื่อเขาพยายามหลบหน้า ไม่กลับกระท่อมไปให้เธอเห็นบ่อยครั้ง ส่วนเชลยสาวก็กวนประสาทเหลือเชื่อ ตั้งหน้าตั้งตาประชดประชันเขาไม่เลิก โดยเฉพาะเมื่อถึงมื้อเย็น แม้เธอจะนั่งนิ่งตรงมุมกระท่อม แต่กลับไม่ยอมกินอาหารพร้อมกับเขา

“ฉันมันแค่เชลยของนาย ต้องรอฟังคำสั่งจากนายเท่านั้น”

“อย่ามาทำประชดประชัน”

“ฉันมีสิทธิ์ทำอย่างนั้นหรือ ในเมื่อนายเคยออกปากเองว่าผู้หญิงต้องกินหลังผู้ชาย”

“ฉันกินเรียบร้อยมาแล้ว กินข้าวซะจะได้กินยา ที่นี่ไม่มีใครมีเวลามากพอจะมานั่งดูแลใคร เพราะฉะนั้นดูแล

ตัวเองให้ดี อย่าให้เป็นภาระคนอื่น เอาตัวเองให้รอดปลอดภัยสักวันจะได้กลับไปเห็นหน้าป๊าม้ากับคนรักของเธอไง”

จบคำก็ผลุนผลันออกจากกระท่อม มุ่งหน้าไปขอข้าวเย็นจู๋กิน คนงานหนุ่มทำหน้างงๆ บอกว่ามีแต่ของเหลือ แล้วเย้าว่าเจ้านายหนุ่มทำตัวเหมือนเด็กๆ ภรพเหวี่ยงขาจะถีบด้วยความโมโห แต่จู๋ก็หลบทัน แต่ไม่วายปากดีแซว

“คนปากไม่ตรงกับใจนี่จู๋เห็นมาเยอะแล้ว สุดท้ายก็ได้แต่บ่นว่ารู้งี้ รู้งี้ทุกที”

ภรพไม่ยอมกลับกระท่อมจนค่อนคืน แปลกใจไม่น้อยที่เห็นเชลยสาวไม่ยอมนอน

“อ้าว...อะไรของเธออีก มานั่งตากยุงอยู่ได้ อยากเป็นมาลาเรียจริงๆหรือไง”

“เป็นก็เป็น ฉันจะทำอะไรได้นอกจากคอยฟังคำสั่งของนาย”

ท่าทางเอาเรื่องของวันวิสาทำให้ภรพอดมึนไม่ได้ แต่ไม่วายแขวะ แล้วมุดตัวเข้ามุ้ง

“น่าจะว่านอนสอนง่ายอย่างนี้ตั้งแต่แรก แล้วก็เข้าไปนอนซะ”

วันวิสายอมเข้ามุ้งแบบเสียไม่ได้ ภรพลอบมองตลอด พยายามทำตัวดีด้วย แต่เธอก็ไม่สนใจ หันหน้าหนีดื้อๆ จนเช้าวันต่อมาเชลยสาวก็ไม่เลิกประชด– ประชัน หาเรื่องแดกดันเรื่อยๆจนเขาอดอ่อนใจไม่ได้ แต่ก็จำต้องลากไปทำธุระบางอย่างที่เขาต้องการให้เธอทำให้คนเดียว

ภารกิจที่ว่าก็คือการโกนหนวด วันวิสาอึ้งไปอึดใจ เมื่อต้องปรนนิบัติเขาแบบใกล้ชิดขนาดนี้ ภรพข่มความตื่นเต้น สบตาหวานซึ้งด้วยใจระทึก ไม่อยากยอมรับเลยว่าเธอมือเบามากกว่าที่คิด เลยอดรวนไม่ได้ว่าเธอคงทำจนชินถึงมือเบา วันวิสาไม่ยี่หระอคติของเขา ตั้งหน้าตั้งตาโกนให้จบๆ ภรพเลยเป็นฝ่ายยั่วแทนเพราะทนไม่ไหว

“มีดโกนคมๆอยู่ในมือเธอแล้ว โอกาสเป็นของเธอแล้วนี่ เธอจะปาดคอฉันตอนนี้ก็ยังได้ เธอจะได้เป็นอิสระ”

“นายคิดว่าตัวนายมีค่าขนาดที่ฉันจะแลกด้วยการทำชั่วงั้นหรือ”

“คนเราก็เท่านี้แหละ พบกันเพื่อรอวันที่จะจากกัน”

“วันนั้นต้องมาถึงอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเร็วหรือช้าก็ต้องมาถึง แต่ถ้ามันพอจะมีความทรงจำดีๆเหลืออยู่บ้าง...

ฉันขอเลือกจดจำเรื่องดีๆเท่านั้น เพราะฉันจะไม่เสียใจเลย ถ้าวันนั้นมาถึงจริงๆ”

ooooooo


ละครซีรีส์เลือดมังกร : เสือ ตอนที่ 6 อ่านซีรีส์เลือดมังกร : เสือติดตามละครซีรีส์เลือดมังกร : เสือ ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย อนันดา เอเวอริงแฮม,คิมเบอร์ลี แอน เทียมศิริ 18 มี.ค. 2558 08:48 2015-03-22T01:03:07+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ