ข่าว

วิดีโอ



ซีรีส์เลือดมังกร : เสือ

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก แอคชั่น ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ยิ่งยศ ปัญญา

กำกับการแสดงโดย: พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง

ผลิตโดย: บริษัท แอค อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: อนันดา เอเวอริงแฮม,คิมเบอร์ลี แอน เทียมศิริ

อัลบั้ม: ซีรีส์ฟอร์มยักษ์ เลือดมังกร ตอน เสือ จับ อนันดา ประกบ คิมเบอร์ลี่

สถานการณ์เลวร้ายของกิจการรังนกทำให้บ้านรุ่งเรืองไพศาลศิริทนเฉยไม่ไหวบุกไปถึงบ้านจิตวรบรรจง ผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่งในเช้าวันต่อมา บันลือไม่หวาดหวั่นเลย รอต้อนรับด้วยท่าทียียวนกวนประสาท

“ลื้อมาช้าไปหน่อย ไม่งั้นจะชวนมากินข้าวต้มด้วยกัน ระลึกความหลังกันซะหน่อย”

“กี่ปี สันดานคนอย่างลื้อมันก็ไม่เคยเปลี่ยน ลอบกัดข้างหลัง” ไพศาลสวน

“หัวหงอกแล้วสันดานคนอย่างลื้อก็ไม่เคยเปลี่ยนเหมือนกัน เอาดีใส่ตัว เรื่องชั่วๆยกให้คนอื่น”

ไพศาลเลือดขึ้นหน้าจะตอกกลับ แต่ช้ากว่าบันลือ ประจานและประณามหยามเหยียดทุกอย่าง ว่าอีกฝ่ายตีสองหน้า ทำตัวเป็นคนดี ทั้งที่ขี้โกงและเห็นแก่ตัว ไพศาลโมโหชักปืนออกมา เช่นเดียวกับภรพและลูกน้องคนอื่นๆ บันลือไม่สะทกสะท้าน ท้าให้ยิงอีกต่างหาก แต่ที่ทำให้ทุกคนตะลึง ก็เมื่อวันวิสาวิ่งมาขวางหน้าพ่อไว้

“ถ้าคิดจะเอาชีวิตป๊าฉันก็ข้ามศพฉันไปก่อน”

สมาชิกแก๊งเสือไม่มีใครกล้ายิงวันวิสา โดยเฉพาะภรพ อึดอัดใจมากต้องเป็นศัตรูกับแฟนสาว สุดท้ายเลยต้องพาทุกคนกลับไปตั้งหลักที่บ้าน ไพศาลเครียดจัด ล้มหมดสติคาห้อง ภรพเลยต้องแบกรับความกดดันทุกอย่างคนเดียว มงคลสงสารและเห็นใจเจ้านายหนุ่มมาก อยากเสนอตัวช่วย

“คุณภรพครับ...วู่วามไปไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นหรอกนะครับ”

“กับคนชั่ว ยังไงมันก็ต้องแลกด้วยตาต่อตา ฟันต่อฟัน”

“แต่ถ้าผมเป็นเสี่ยบันลือ ที่ต้องการทำลายความน่าเชื่อถือของรุ่งเรืองไพศาลศิริ ผมจะแนบเนียนกว่านี้ครับ”

“เราไม่เคยมีศัตรู ค้าขายมาตั้งกี่ปีก็ไม่เคยมีปัญหา ป๊าเองยังแน่ใจว่าเป็นฝีมือแก๊งมังกรทอง”

ใช่แต่บ้านรุ่งเรืองไพศาลศิริต้องเจอกับเหตุร้าย สมาชิกบ้านจิตวรบรรจงก็รับเคราะห์หนักไม่แพ้กัน เมื่อขบวนรถถูกคนร้ายไม่ทราบสังกัดรุมถล่มด้วยห่ากระสุนแบบไม่ยั้งมือ มาลีกับวันวิสากังวลมาก อยากให้บันลือกับบดินระวังตัวกว่านี้ แต่สองพ่อลูกกลับไม่สน โดยเฉพาะบดิน มั่นใจว่าคนบงการต้องเป็นแก๊งเสือ

“พวกมันทำเราก่อนนะม้า ไอ้แก๊งเสือมันคิดว่า พวกมันใหญ่ คอยดูเหอะ...เสือจะกลายเป็นหมาข้างถนนสักวัน!”

เหตุการณ์ร้ายแรงที่เกิดกับพ่อและพี่ชายทำให้วันวิสาตัดสินใจไปดักพบแฟนหนุ่มที่ศาลเจ้าในวันต่อมา ภรพซึ่งระวังตัวอยู่แล้ว ปัดปืนทิ้ง ก่อนจะหยิบคืน แล้วท้าให้ยิงถ้าเธอกล้า วันวิสาโกรธมาก ขู่เสียงเข้ม

“ถ้าป๊าฉันมีอันเป็นไป ฉันจะฆ่านายด้วยมือฉันเอง”

“ก็ฆ่าซะตอนนี้เลยสิ คนเลวอย่างป๊าคุณ ผมไม่เอาไว้แน่”

“พวกลอบกัดอย่างนาย ศักดิ์ศรีไม่ได้คู่ควรกับการเป็นเสือหรอก แต่ต่ำทรามกว่านั้น”

“แล้วมังกรทองอย่างพวกคุณล่ะ คู่ควรนักหรือ”

วันวิสาหมดความอดทน ตบหน้าเขาฉาดใหญ่ ภรพโกรธมาก ดึงตัวแฟนสาวมาบดจูบอย่างดุเดือด วันวิสาถึงกับช็อก พยายามผละตัวออก แล้วตบหน้าเขาอีกฉาด ภรพไม่สะทกสะท้าน และฉวยโอกาสดึงเธอไปจูบอีกรอบ คราวนี้มือแข็งราวคีมตรึงตัวเธอไว้แน่น ฝังจูบเนิ่นนาน ก่อนจะค่อยๆถอนตัวออกมาเอง

“คุณเรียกร้องมันเอง เป็นไงล่ะ...ป่าเถื่อนสมใจหรือยัง”

วันวิสาน้ำตาร่วง กัดฟันข่มความอาย หมุนตัววิ่งจากไป ทิ้งภรพมองตามนิ่งๆ ไม่ได้สะใจเหมือนปากว่าเลย

ooooooo

บันลือกับบดินถอนใจโล่งอก เมื่อเห็นวันวิสากลับบ้านอย่างปลอดภัย สองพ่อลูกไม่รอช้า ถลาไปต่อว่าคุณหนูคนเล็กของบ้านที่หายตัวจากบ้านแต่เช้า ไม่รู้หรือไงว่าทำให้ใครต่อใครเป็นห่วง

“ลื้อไว้ใจใครได้ ไอ้พวกคนชั่ว ผู้หญิงมันก็ไม่ละเว้นหรอกเว้ย” บันลือแหวเสียงเข้ม

“หนูดูแลตัวเองได้ ป๊าไม่ต้องห่วงหรอก หนูรู้แล้วว่าใครมาดีมาร้าย”

“ฉลาดแล้วก็อย่ากลับไปโง่อีกก็แล้วกัน”

วันวิสาจะเถียง บดินต้องโพล่งออกไป เปลี่ยนเรื่องให้น้องสาวไปเตรียมแต่งตัวสวยๆ รอประยูรมารับไปทานมื้อเย็น วันวิสาจะปฏิเสธ แต่กลับต้องหน้าจ๋อย เมื่อมาลียื่นคำขาด ให้เลิกก่อเรื่องและทำหน้าที่ลูกสาวที่ดี

“หัดไว้...ชีวิตมันก็อย่างนี้แหละ จะทุกข์ยังไงลื้อก็ต้องเก็บงำ จะหวังให้คนอื่นอีร่วมทุกข์กับลื้อ...ไม่มีทางหรอก”

“ม้า...หนูเป็นภาระของม้ามากใช่ไหม ม้าถึงเสือกไสให้หนูแต่งงานกับอี”

“ลื้ออย่าพูดอย่างนี้อีก ไม่มีพ่อแม่คนไหนคิดจะเสือกไสลูกสาวตัวเองหรอก แต่พ่อแม่จะสบายใจ ตายตาหลับก็ต่อเมื่อลูกสาวได้คนดีๆไว้ดูแล ให้แน่ใจว่าวันข้างหน้าชีวิตจะมั่นคง”

ภรพลำบากใจไม่แพ้วันวิสา เมื่อถูกพ่อแม่พี่น้องเจ้ากี้เจ้าการให้ไปกินมื้อเย็นกับวาริน แต่ที่ทำให้ทายาทแก๊งเสือถึงกับพูดไม่ออก เมื่อดันไปเจอแฟนสาวซึ่งควงมากับประยูรที่ภัตตาคารเดียวกัน แต่ถึงกระนั้น...

สองหนุ่มสาวก็ทำเป็นหมางเมินเหมือนคนไม่รู้จักกัน โดยเฉพาะภรพ พยายามอย่างมากจะเป็นคู่ควงที่ดีของวาริน

“พี่ภรพคะ...วาวได้ยินเขาลือว่ารุ่งเรืองไพศาลอาจถูกตัดสิทธิ์ไม่ให้เข้าประมูลสัมปทานรังนกของปีนี้หรือคะ”

“ข่าวลือ...จะลือกันยังไงก็ได้ครับ ยิ่งทำให้คนถูกลือเสียหายเท่าไหร่ยิ่งสนุกปาก อย่าไปสนใจเลยครับ”

“วาวก็ว่าอย่างนั้นแหละค่ะ รุ่งเรืองไพศาลของพี่ภรพมั่นคงอย่างกับอะไรดี ใครก็โค่นไม่ลงหรอกค่ะ”

วันวิสาซึ่งนั่งโต๊ะติดกับเขาได้ยินทุกอย่างถึงกับเบ้หน้า เมื่อประยูรถามถึงแฟนหนุ่ม

“พี่ได้ยินมาว่าไอ้พวกแก๊งเสือกำลังจะหมดอำนาจ มันตุกติกขี้โกง จนเขาตัดสิทธิ์ไม่ให้ประมูลสัมปทานปีนี้”

วันวิสาทำเป็นไม่สนใจ “มันเรื่องของเขามังคะ ใครทำกรรมอะไรไว้ก็ต้องรับกรรมนั้น”

“น้องวันเห็นผู้หญิงที่มากับมันไหมล่ะ นั่นน่ะ...ลูกสาวคนเดียวของนายธนาคารเชียวนะ พี่ว่าไอ้หมอนี่คงกำลังพยายามดิ้นเฮือกสุดท้าย ให้ตัวเองเป็นหนูตกถัง

ข้าวสาร จะได้อาศัยบารมีฝ่ายหญิงกอบกู้โคตรเหง้าตัวเอง”

“เขาคงไม่มีทางเลือกล่ะมังคะ”

ประยูรส่ายหน้าไม่เห็นด้วย “แต่มันน่าละอายใจนะครับน้องวัน เลือกทางนี้มันก็ไม่ต่างจากเกาะชายกระโปรงผู้หญิงกินหรอก ไม่มีศักดิ์ศรีเอาซะเลย แก๊งเสือจะเปลี่ยนเป็นแก๊งหนูซะล่ะมั้ง...หนูตกถังข้าวสาร”

วันวิสาไม่ขำด้วย แถมทำหน้าไม่ถูกตอนประยูรชวนเต้นรำ เสียงดนตรีของหยกมณีให้ความรู้สึกอ่อนหวานลึกล้ำเหมือนเคย แม้แต่วารินก็อดคล้อยตามไม่ได้ และร่ำร้องขอให้ภรพออกไปเต้นรำด้วย

ooooooo0

สี่หนุ่มสาวเต้นรำกลางฟลอร์ด้วยท่าทางเหมือนคนถูกบังคับ โดยเฉพาะภรพสายตาเร่าร้อนด้วยความหึง เมื่อเห็นแฟนสาวที่กำลังจะเป็นอดีตเต้นรำกับผู้ชายอื่นต่อหน้าต่อตา ด้วยอารมณ์หมั่นไส้เลยตัดสินใจป่วนจนวันวิสาแทบทนไม่ไหวกับความกวนประสาทของเขา แต่ประยูรอยากเบ่งอวดสาว เลยทำท่าจะเอาเรื่องภรพ

วันวิสาโมโหมาก หมุนตัวออกจากฟลอร์ดื้อๆ ประยูรมองตามเลิ่กลั่ก ก่อนจะถลาตามติด แต่ยังโวยไม่เลิก

“ไอ้บ้านี่มันหาเรื่องชัดๆ เห็นสายตามันพี่ก็รู้แล้ว สันดานพวกมันอันธพาล น้องวันไม่น่าห้ามพี่ไว้เลย ไม่งั้นป่านนี้พี่ได้สั่งสอนมันให้หลาบจำไปแล้ว ไอ้คนพวกนี้มันไม่ใช่ของจริงหรอก ดีแต่เห่า ยิ่งเรากลัว มันยิ่งวางอำนาจ เสียดาย...พี่น่าจะได้ชกมันสักหมัด มันจะได้รู้ว่าหมัดพี่หนักขนาดไหน”

วันวิสาเบ้หน้า ท้ากวนๆ “งั้นก็ลองดูสิคะ เขายืนอยู่ข้างหลังแน่ะ”

ประยูรหน้าซีดเผือด กระโจนหนีไปซ่อนตัวหัวซุกหัวซุน วันวิสาส่ายหน้าหน่ายๆก่อนจะขอตัวเข้าห้องน้ำ แต่สาวหน้าใสก็ต้องอ้าปากค้าง เมื่อเจอกับภรพซึ่งมาดักรอ พร้อมคำพูดยียวนถึงประยูร

“แล้วนายล่ะ ทิ้งคนรักของนายมาได้ยังไง”

“คนรักกัน เขาเข้าใจกันดีว่าเวลาไหนเป็นเวลาส่วนตัว ไม่ใช่แม่ลิงลูกลิง ถึงต้องเกาะกันแจ”

“แต่คู่ของนายฉันว่ายิ่งกว่าลูกลิงเกาะแม่ลิงอีกนะ...เหมือนเห็บเกาะหมา”

จบคำก็จะผละไป ภรพโกรธมาก แต่พยายามเก็บอาการ หัวเราะเย้ยหยันที่เธอควงประยูรแก้ขัด

วันวิสาแทบปรี๊ด แต่ต้องข่มอารมณ์ตอกกลับ “โลกนี้ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบ แต่อย่างน้อยฉันก็โชคดีที่มีคนมารัก คนเราโชคลาภอะไรก็ไม่ประเสริฐเท่ามีนัยน์ตามองเห็นความจริงก่อนหายนะมาเยือนหรอก”

คำพูดทิ้งท้ายของอดีตแฟนสาวทำให้ภรพนิ่งไปอึดใจ ก่อนจะไล่ตามเพื่อถามให้รู้เรื่องว่าเธอหมายความถึงอะไร แต่วันวิสากลับไม่ตอบ ขืนตัวสุดความสามารถเมื่อถูกกระชากมาใกล้

“จะเอาคำตอบชัดแค่ไหนล่ะ นายมันคนเลวคบไม่ได้...ชัดพอไหม”

“แล้วผู้หญิงอย่างเธอล่ะ แค่เปลี่ยนวันก็เปลี่ยนผู้ชายได้อย่างหน้าระรื่น มีค่าควรคบมากเลยใช่ไหม”

วันวิสาเหยียดยิ้มเย็น ตอกกลับไม่ไว้หน้า “แน่นอน... อย่างน้อยฉันก็เต็มใจ ไม่เหมือนใครบางคน จนตรอกยอมได้แม้กระทั่งเป็นหนูตกถังข้าวสาร” ภรพเลิกคิ้วไม่เข้าใจ วันวิสาไม่สน แขวะต่อ “ใครๆเขาก็รู้กันทั้งนั้น นายเตรียมจะเกาะชายกระโปรงผู้หญิงกิน ศักดิ์ศรีสมเป็นชาติเสือจริงๆเลยนะ”

วันวิสาสะบัดตัวหนีไปแล้ว ภรพยังคาใจ ตามไปรวบตัวไว้ วันวิสาดิ้น แหวลั่น

“อย่ามาแตะต้องตัวฉันนะ คนอย่างนายมันน่ารังเกียจ สกปรกแม้แต่ความคิด”

“ต่างกันเหรอ งั้นมันก็สกปรกพอกันแหละ”

ภรพกระชากอดีตแฟนสาวมาใกล้ ตั้งท่าจะจูบให้หายคลั่ง แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อรู้สึกได้ถึงกระสุนปืนที่เฉี่ยวมาใกล้ วันวิสาไม่รู้เรื่อง พยายามผละตัวจากเขาด้วยความยากลำบาก ก่อนจะโพล่งออกไปอย่างเหลืออด

“เลิกยุ่งกับฉัน ไหนๆเราก็เป็นศัตรูกัน ถ้านายเป็นลูกผู้ชาย ก็สู้กันอย่างซึ่งหน้า ไม่ใช่ลอบกัดเหมือนที่ผ่านมา”

ภรพไม่ทันตอบ ก็ต้องลากอดีตแฟนสาวไปหลบกระสุนด้วยความทุลักทุเล กระสุนปืนไม่กี่นัดก่อนหน้า กลายเป็นห่ากระสุนไม่กี่นาทีหลังจากนั้น ตามด้วยระเบิดหลายลูก จนสองหนุ่มสาวต้องหนีตายแบบไม่คิดชีวิต

เวลาเดียวกันด้านในภัตตาคารฉั่วเทียนเหลา... ประยูรกับวารินเฝ้ารอคู่ควงของตนด้วยสีหน้ากระสับกระส่าย ก่อนจะคลานไปซ่อนใต้โต๊ะเพื่อหลบระเบิด เช่นเดียวกับหยกมณี ลงจากเวทีหนีความวุ่นวายไปที่มุมหนึ่ง เจอกับภรพและวันวิสาที่มาเอากุญแจรถจากตู้ของร้าน

นักร้องสาวยิ้มให้เจื่อนๆ และไม่รอช้าจะคว้ากุญแจทั้งแผงให้ภรพตามที่เขาขอ ภรพหากุญแจรถตัวเองจนเจอ จึงขอบคุณนักร้องสาว แล้วลากวันวิสาไปขึ้นรถ

ระหว่างที่ภรพกับวันวิสาหนีตาย...พวกไพศาลกับพวกบันลือก็ร้อนรนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะหัวหน้าแก๊งเสือ ตั้งท่าจะไปช่วยลูกชายที่ถูกลอบสังหารถึงฉั่วเทียนเหลาให้ได้ ต่างจากบันลือ แม้จะเป็นห่วงลูกสาวคนเล็กมากแค่ไหน แต่ก็ระแวงว่าอาจเป็นแผนของพวกแก๊งเสือ เลยรั้งรอไม่ยอมให้บดินไปช่วยวันวิสา

ฟากภรพ...ขับรถลงใต้เรื่อยๆ อาศัยความเงียบจมกับความคิดของตัวเองตลอดทาง วันวิสาเห็นเหตุการณ์สงบ พวกมือปืนถูกอดีตแฟนหนุ่มจัดการสลัดทิ้ง ก็ทำท่าจะเรียกร้องอิสรภาพของตัวเอง แต่เธอคงเอะอะโวยวายมากไปหน่อย ภรพเลยรำคาญ แหวลั่นให้หยุดกรี๊ดและก่อความวุ่นวาย วันวิสาไม่ยอมสวนกลับ

“คนอย่างนาย...คิดเหรอว่าฉันจะฟังคำสั่ง ไม่จอดฉันจะโดดลงไปเดี๋ยวนี้แหละ”

“โดดเลย...อยากตายศพเละ ไอ้คนรักหน้าจืดจำไม่ได้ก็โดดเลย”

“นายมันคนถ่อย จิตใจหยาบกระด้าง ขี้โกง คิดแต่เรื่องชั่ว ทำลายคนอื่น ตีสองหน้า ไม่มีศักดิ์ศรี ไอ้...”

ด่าไม่ทันจบ ภรพก็เหยียบเบรกดื้อๆ วันวิสาไม่ทันตั้งตัว หัวทิ่มหน้าคะมำไม่เป็นท่า เมื่อตั้งหลักได้ก็จะแหวใส่เขา ภรพเลยหมดความอดทน จัดแจงเอาเสื้อกล้ามเหม็นๆบนรถยัดปาก มัดมือเท้าแน่นหนา แล้วโยนไว้ที่เบาะหลัง วันวิสาพยายามดิ้นรนสุดกำลัง ส่งเสียงอู้อี้ประท้วง ก่อนจะผล็อยหลับเพราะหมดแรงในเวลาต่อมา

ooooooo

การหายตัวไปของภรพกับวันวิสาทำให้แก๊งเสือและแก๊งมังกรทองวุ่นวาย โดยเฉพาะบ้านรุ่งเรืองไพศาลศิริ มองหน้ากันเครียดๆ เมื่อไพศาลเล่าว่าถูกวันชัยต่อว่ายกใหญ่ ที่พาวารินไปเสี่ยงตาย แถมไม่คุ้มครองดูแล มงคลกับโชคทวีหนักใจไม่แพ้กัน แต่ก็จำต้องรายงานตามจริงว่าไม่พบตัวภรพแม้แต่เงา

ด้านภรพ...ไม่รู้เรื่องและไม่กังวลใจว่าใครจะตามหา มัวหมกมุ่นกับความคิดตัวเองขณะขับรถลงใต้ ว่ากลุ่มมือปืนปริศนามีเป้าหมายที่ใครกันแน่ ระหว่างเขากับอดีตแฟนสาว ส่วนวันวิสา ผล็อยหลับแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็ตื่นขึ้นมาโวยวายใหม่ แต่อดีตแฟนหนุ่มก็ไม่สะทกสะท้าน แถมกวนประสาทกลับจนเธอแทบหมดความอดทน

และเมื่อสบโอกาสดี ตอนภรพจอดรถให้ลงไปยืดเส้นยืดสาย วันวิสาก็ไม่ลังเลจะหนี พร้อมตะโกนบอกว่าตัวเองถูกลักพาตัวและต้องการความช่วยเหลือ แต่ก็ไม่มีใครโผล่มา จนเธอเริ่มหมดแรง ภรพเดินตามมา ยิ้มยียวนแล้วย้อน

“ถูกลักพาตัวมาหรือ สำคัญตัวผิดไปหรือเปล่าอีเจ๊ คนอย่างเธอมีค่าขนาดนั้นเชียวหรือ”

วันวิสาวิ่งหอบมาไกล แต่ไม่วายโพล่งออกไปว่าเขาต้องการอะไรจากเธอแน่ ภรพไม่ตอบ ขู่บังคับให้ลุกและทำตามคำสั่งนับจากนี้ สาวหน้าใสไม่มีทางเลือก ต้องกลับไปขึ้นรถแบบเสียไม่ได้

ภรพขับรถพาอดีตแฟนสาวถึงท่าเรือที่ทั้งสองเคยเจอกันครั้งแรก ก่อนจะกึ่งลากกึ่งจูงไปขึ้นเรือ ลูกน้องบนเกาะรังนกซึ่งรับหน้าที่มารับมองหน้าสองหนุ่มสาวอึ้งๆ โดยเฉพาะหญิงสาวหน้าสวยในชุดราตรีหรูหรา

ที่ไม่น่าจะเป็นแขกมาเที่ยวบนเกาะ และสุดท้ายก็อดรนทนไม่ไหว ต้องถามเจ้านายหนุ่มด้วยความอยากรู้

“เมียคุณภรพหรือครับ”

วันวิสาหน้าเสีย แหวลั่น “ไม่ใช่นะ ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับนายคนนี้”

ภรพเหยียดยิ้มร้าย ตอบเสียงเข้ม “ไม่ใช่เมีย...อย่าเข้าใจผิด ผู้หญิงคนนี้แค่นางบำเรออั๊วเท่านั้นแหละ!”

วันวิสาเจ็บจี๊ด อยากตบปากอดีตแฟนหนุ่มให้หายแค้น แต่ก็ได้แค่คิด รู้ดีว่าเขาคงไม่อยู่เฉยให้เธอลงมือแน่

เวลาเดียวกันที่บ้านจิตวรบรรจง...ประยูรบุกมาหาวันวิสาแต่เช้า สมาชิกทุกคนในบ้านกระอักกระอ่วนใจมาก ไม่รู้จะบอกความจริงยังไง เลยจำใจปดว่าวันวิสาไปค้างบ้านเพื่อน และคงกลับในอีกไม่กี่วัน ประยูรไม่ติดใจสงสัย อาสาไปรับ บันลือส่ายหน้าปฏิเสธ แล้วบอกว่าเมื่อลูกสาว กลับมาจะโทร.บอก

ประยูรกลับไปนานแล้ว แต่สมาชิกบ้านจิตวรบรรจงกลับคิดไม่ตก หนักใจไม่เลิก เพราะไม่รู้ว่าวันวิสาหายตัวไปไหน บดินซึ่งไปสืบข่าวเริ่มนั่งไม่ติดด้วยความเป็นห่วงน้อง และยิ่งเครียดกว่าเดิม เมื่อรู้ว่าภรพก็หายตัวไปในคืนเดียวกัน

บันลือไม่รอช้า พาลูกชายกับพรรคพวกบุกไปถึงบ้านรุ่งเรืองไพศาลศิริ เพื่อเอาเรื่องภรพ คนของแก๊งเสือพยายามขวางไว้ ไม่ให้เข้ามา แต่เมื่อไพศาลทราบเรื่องกลับประกาศกร้าว

“ให้มันเข้ามา มันจะเอาไปพูดลับหลังไม่ได้ว่าคนอย่างอั๊วขี้ขลาด ตัวต่อตัวยังไม่สู้หน้ามัน”

“ถ้ามันคิดไม่ซื่อ ผมจะจัดการมันด้วยตัวผมเองครับเจ็ก” โชคทวีอาสา

แต่ไพศาลไม่อยากให้ใครรับหน้าแทน เลยตัดสินใจเผชิญหน้ากับพวกบันลือ

“ลูกชายลื้อมันมุดหัวอยู่ที่ไหน” บันลือเปิดฉาก

“อาภรพ...อีไม่เคยต้องหลบซ่อนหน้าใคร ลื้อมีธุระอะไรก็ว่ามาตรงๆ”

“มันเอาตัวลูกสาวอั๊วไป”

“ลื้อมีหลักฐานอะไรมาปรักปรำลูกชายอั๊ว”

“พวกลื้อมันหมดหนทางสู้ ไอ้หมาจนตรอก เลยต้องใช้วิธีสกปรกอย่างงี้”

“ลื้ออย่ามาปรักปรำกันไอ้บันลือ พวกอั๊วไม่สิ้นคิดขนาดลดศักดิ์ศรีตัวเองทำเรื่องทรามอย่างนั้นหรอกโว้ย ลูกสาวลื้อหนีไปกับผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้ ลื้อมาโวยวายที่นี่ก็เท่ากับประจานตัวเองแหละวะ”

จบคำก็ร้องสั่งให้อาเจิ้งส่งแขก บันลือหัวเสียมาก แต่ก็จำต้องถอยเพราะไม่อยากมีเรื่องในถิ่นของแก๊งเสือ แต่ที่ทำให้หัวหน้าแก๊งมังกรทองต้องชะงัก ก็คือการได้เจอหน้าสุพรรษา แต่เมื่อตั้งสติได้ ก็เอ่ยทักเสียงเรียบ

“ลื้อยังสวยเหมือนเดิมนี่นะ”

สุพรรษาอึ้งไปอึดใจ ก่อนเอ่ย “ลูกเต้าโตๆกันหมดแล้ว อะไรๆมันก็เปลี่ยนแปลงไปตามเวลา”

“แต่บางอย่าง อั๊วไม่เคยคิดจะเปลี่ยน ความแค้นมันแน่น อยู่ยังไงก็ยังแน่นอยู่อย่างนั้น”

“แล้วจะหาความสุขเจอได้ยังไงกัน”

“นี่แหละ...ความสุขของอั๊ว”

“อะไรก็ไม่สำคัญเท่ายอมรับความจริงให้ได้หรอกนะ”

“ถ้าความจริงของลื้อมันคือความพ่ายแพ้ของอั๊ว...อั๊วก็ไม่ขอยอมรับ”

บันลือผลุนผลันออกไปแล้ว บดินวิ่งตามงงๆจับต้นชนปลายไม่ถูก ไม่รู้ว่าพ่อกับนายหญิงแก๊งเสือมีความหลังกันมาแบบไหน ส่วนสุพรรษา...มองตามสองพ่อลูกด้วยแววตานิ่งสงบ ถอนใจหนักหน่วงด้วยความเวทนาปนสมเพชบันลือที่ผูกใจเจ็บไม่เลิกถึงเรื่องอดีต...แต่เธอก็ไม่สน ถ้าคิดทำร้ายคนในครอบครัวเธอล่ะก็ เธอไม่ปล่อยไว้แน่!

ooooooo

ภรพมาถึงเกาะรังนกในวันเดียวกัน ภาษิตรีบมาต้อนรับ ก่อนจะอึ้งเมื่อเห็นว่าเจ้านายหนุ่มมีแขกเป็นผู้หญิงคนสวยหน้าคุ้น วันวิสาไม่สนใจสายตาอยากรู้อยากเห็นของคนงานบนเกาะ จดๆจ้องๆมองหาทางหนี แต่ภรพซึ่งจับสังเกตอยู่แล้ว ดักคอและสั่งให้ลุยน้ำขึ้นฝั่ง ภาษิตเห็นท่าไม่ดี พยายามไกล่เกลี่ย

“มีของต้องขนจากเรือหรือเปล่าครับคุณภรพ”

ภรพส่ายหน้า บุ้ยใบ้ไปทางวันวิสา “ไม่มีหรอกภาษิต มีแต่ตัวถ่วงความเจริญนั่นแหละ”

วันวิสาแทบกรี๊ด แต่ไร้เรี่ยวแรงเต็มที ได้แต่ลุยน้ำไปข้างหน้าช้าๆ ก่อนจะทรุดลงเพราะถูกเปลือกหอยตำเท้า ภาษิตจะช่วยพยุง แต่ภรพร้องห้ามเสียงห้วน

“ไม่ต้องช่วยภาษิต ยายเจ๊นี่เขาเก่ง เขาไม่ต้องการให้ใครช่วยเขาหรอก”

วันวิสากัดฟันข่มความโกรธ พยายามประคองร่างตัวเองขึ้นฝั่งด้วยความทุลักทุเล ภรพรำคาญเลยเข้าไปฉุดกระชากลากถูด้วยตัวเอง ก่อนจะเหวี่ยงเธอกระเด็นบนชายหาด

“เอ้า...ดูซะให้เต็มตา นี่ไงที่พวกเธออยากจะแย่งชิงไปจากพวกฉันด้วยวิธีสกปรก”

“นายอย่ามากล่าวหาปรักปรำกันนะ”

“ตั้งแต่นาทีนี้ไป เธอจะได้รู้ซึ้งว่าทำไมพวกเธอถึงต้องได้รับการตอบโต้อย่างสาสม”

จบคำก็ลากอดีตแฟนสาวไปถึงกระท่อมบนเกาะ วันวิสาพยายามจะหนี แต่ก็ถูกเขาขวางไว้

“เข้าไป...แล้วห้ามออกไปไหน จนกว่าฉันจะสั่ง”

“เรื่องอะไรฉันต้องทำตามคำสั่งนายด้วย”

“เพราะตอนนี้เธอเป็นเชลยของฉันไง”

“นายคิดจะใช้ฉันเป็นเครื่องมือต่อรองป๊าฉันงั้นสิ”

“หัวไวเหมือนกันนี่หว่า”

“นายมันเลวกว่าที่ฉันคิดไว้ซะอีก”

“เลวกว่านี้ก็ทำได้ ถ้าขืนไม่เชื่อฟังคำสั่งฉัน... เข้าไป...ฉันบอกให้เข้าไป!”

วันวิสาถูกขังไว้ในกระท่อม ภรพเหยียดยิ้มสะใจแล้วมุ่งหน้าไปออฟฟิศบนเกาะ ภาษิตรอรับคำสั่งอยู่แล้ว แค่แปลกใจนิดหน่อย เพราะไม่คิดว่าเจ้านายหนุ่มจะมาถึงเร็วกว่าที่คิด

“ฉันตั้งใจจะมาตั้งแต่เกิดเรื่องแล้ว ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่ทางโน้นวุ่นวายมาก”

“ผมก็กำลังสืบให้อยู่ว่าเราผิดพลาดตรงไหน”

“ฉันแน่ใจว่าพวกมันตั้งใจทำลายความน่าเชื่อถือของรุ่งเรืองไพศาล และฉันก็มั่นใจว่าไม่ใช่ฝีมือพวกเรา”

“พวกเราทุกคนที่นี่ สำนึกบุญคุณรุ่งเรืองไพศาลครับ ไม่มีใครกล้าคิดทรยศแน่”

“แล้วเราจะได้รู้กัน...ภาษิต”

ผู้จัดการหนุ่มเกาะรังนกพยักหน้ารับช้าๆ ก่อนจะตัดสินใจอ้อมๆแอ้มๆถามถึงแขกสาว

“เธอเป็นคนเดียวที่ติดเกาะกับคุณภรพไม่ใช่หรือครับ”

“นายจำไม่ผิดคนหรอกภาษิต”

“จะเป็นการละลาบละล้วงเกินไปไหมครับ ถ้าผมจะถามว่า...”

“นายจำไม่ผิด แต่นายกำลังเข้าใจผิด ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้เป็นอะไรกับฉัน ยายนี่แหละตัวแสบ...เป็นผู้ต้องสงสัย เป็นเชลยที่ต้องเอาตัวมากักไว้ก่อนเท่านั้น!”

ooooooo

วันวิสาเดินพล่านทั่วกระท่อมด้วยความหงุดหงิดสุดขีด อยากอาละวาดปาข้าวของให้หายแค้น แต่ก็ต้องพยายามสงบสติอารมณ์เพราะกลัวภรพจะทำร้าย สาวหน้าใสมองหาทางหนีทีไล่อย่างเร่งรีบ ก่อนจะตัดสินใจปีนออกทางหน้าต่าง แต่ไม่ทันขยับก็ต้องชะงัก เมื่อ มีคนเปิดประตูเข้ามาเสียก่อน

นายจู๋คนงานหนุ่มบนเกาะซึ่งรับหน้าที่ดูแลแขกสาวของเจ้านายหนุ่มนั่นเองที่เข้ามา วันวิสาไม่รู้เรื่อง หน้าเสีย แก้ตัวเจื่อนๆว่าไม่ได้คิดหนี แค่อยากปีนดูวิวข้างนอกเท่านั้น จู๋ผายมือให้ยิ้มๆ

“เชิญตามสบายเถอะครับ จู๋แค่เอาเสื้อผ้ามาให้ เผื่อคุณจะอยากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า”

“ขอบใจนะ...แต่นี่มันมีแต่เสื้อผ้าผู้ชายนี่ โสร่งนี่ก็ของผู้ชาย”

“ครับ...ของนายหัวภรพทั้งนั้นเลย”

“ไม่มีเสื้อผ้าผู้หญิงบ้างเลยหรือไง”

“นายหัวภรพจะใส่เสื้อผ้าผู้หญิงได้ยังไงครับ คุณนี่ตลกจัง...ขำจังฮู้”

“ฉันไม่ได้หมายความอย่างงั้น ฉันหมายถึงเสื้อผ้าผู้หญิงของใครก็ได้”

“บนเกาะรังนกนี่ไม่มีผู้หญิงหรอกครับ เขาไม่ให้ผู้หญิงเหยียบเกาะครับ จะเป็นเสนียด อัปรีย์ จัญไร ทำมา หากินไม่ขึ้น ฉิบหายกันทั้งหมด” วันวิสาไม่อยากเชื่อหู ว่าอดีตคนรักจะมีความเชื่อบ้าบอแบบนี้ จู๋ก็คิดไม่ต่างกัน “คุณเป็นผู้หญิงคนแรกเลยนะครับที่ได้มาเหยียบที่นี่ ปกตินายหัวภรพจะหวง เคร่งครัดกับกฎข้อนี้มาก จู๋ก็ไม่เข้าใจจริงๆ”

พูดจบก็ทำท่าจะผละไป วันวิสาคุ้นชื่อคนงานหนุ่ม เลยรั้งตัวไว้ถาม จู๋ยิ้มกว้างก่อนตอบ

“พ่อแม่ตั้งให้ผมตั้งแต่เกิดครับ แต่คุณอย่าคิดมากนะครับ จู๋แปลว่าหดจนสั้น...สั้นจุ๊ดจู๋ไงครับ”

วันวิสาอ้าปากค้าง ก่อนจะถึงบางอ้อว่าชื่อปลอมของภรพตอนอยู่บนเกาะ มาจากชื่อคนงานหนุ่มคนนี้นี่เอง

จู๋ออกไปจากกระท่อมนานแล้ว วันวิสาเบื่อบรรยากาศรอบตัวมาก เลยมุ่งหน้าไปอาบน้ำที่ลำธารบนเกาะอารมณ์ดีขึ้นมานิดหน่อย ได้มีเวลาส่วนตัวและไม่ต้องเจอหน้าอดีตแฟนหนุ่มให้ประสาทเสีย แต่เธอก็มีความสุขได้ไม่นาน เมื่อภรพดันโผล่มาแบบไม่ให้สุ้มให้เสียง

“ใกล้บ้าแล้วมั้ง หัวเราะคนเดียวก็เป็น”

วันวิสาสะดุ้ง แหวลั่น “นายสิบ้า...มาแอบดูคนอื่นเขาอยู่ได้ ไม่มีมารยาท”

“ถ้าเข้าใจผิดก็เข้าใจใหม่นะ ที่นี่ไม่ใช่ที่ส่วนตัว ใครๆก็มาอาบกัน อย่าคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของ เย้ยฟ้าท้าดินอล่างฉ่าง ไม่รู้จักอายผีสางเทวดาเจ้าป่าเจ้าเขาเสียบ้าง หรือว่าจริงๆอยากให้ใครมาเห็น คนงานผู้ชายที่นี่มีเป็นสิบนะ”

“ความคิดสกปรก หยาบคายที่สุด!”

ภรพไม่สะทกสะท้าน ยิ้มเยาะ แล้วถอดเสื้อเตรียมโดด วันวิสารีบตะกายกลับฝั่ง แต่ถูกเขายั้งไว้

“ไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น อยู่ตรงนั้นแหละ ถูหลังให้ฉันก่อน”

“นายมีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน”

“ถามโง่ๆ สิทธิ์อะไร...ก็สิทธิ์ของความเป็นผู้คุมเชลยน่ะสิ”

ภรพไม่รอช้า กระโดดลงน้ำ วันวิสากรี๊ดลั่น แต่สุดท้ายก็ต้องถูให้เพราะถูกบังคับ ภรพอมยิ้ม ก่อนจะแหย่ให้ตั้งใจถูกว่านี้ สาวหน้าใสโมโห ประชดด้วยการทำให้แย่กว่าเดิม ภรพเลยลุกมาเผชิญหน้าและเอาเรื่องเสียงห้วน

วันวิสาเหลืออด ปรี๊ดกลับ “นายมันคนเลว ชอบกดขี่ข่มเหงน้ำใจคนอื่น”

“ขอบใจที่ชม นี่ยังน้อยไป เธอน่าจะขอบใจฉันด้วยซ้ำ”

“อย่าให้ถึงทีฉันบ้างแล้วกัน”

“ฝึกๆเอาไว้ อีกหน่อยมีผัวจะได้ปรนนิบัติผัว

ให้ถูกใจ ผัวรักผัวหลง...เข้าใจไหม”

ภรพนั่งหันหลังให้ถูต่อ วันวิสากระทืบเท้าเร่าๆด้วยความไม่พอใจ เงื้อมือจะฟาดเขาให้หายแค้น แต่เมื่อเขาหันมากลับไม่กล้า แก้ตัวเจื่อนๆว่าอยากนวดให้ด้วย ภรพรู้ทันตอกกลับไม่ไว้หน้า

“สั่งให้ถูหลัง สาระแนจะมานวด สติดีหรือเปล่าเนี่ย อย่ามา...อย่ามาเป็นลิงหลอกเจ้า”

“แล้วคนตลบตะแลงอย่างนายน่ะ เรียกว่าอะไรดี... นายจู๋”

“มันก็โกหกตลบตะแลง รู้ไส้รู้พุงกันดีน่ะแหละยายจิ๋ม”

วันวิสาโกรธมาก แต่ไม่ทันโต้ ก็ถูกเขาเหวี่ยงกางเกงใส่หน้าเสียก่อน พร้อมสั่งเสียงเข้ม

“ซักให้สะอาดด้วย อย่ามาทำต่อหน้าอย่าง ลับหลังอย่าง...ได้ยินไหม”

ภรพลุกพรวด แยกกลับขึ้นฝั่งไปแล้ว ทิ้งวันวิสาให้กัดฟันข่มความแค้นใจคนเดียว...อย่าให้ถึงทีฉันแล้วกัน!

ooooooo

กว่าวันวิสากับภรพจะเจอหน้ากันอีกครั้งก็พักใหญ่ จู๋โผล่หน้าเข้ามาในกระท่อม พร้อมอาหารเต็มถาด วันวิสารีบขยับไปล้อมวงด้วยความหิว แต่ไม่ทันได้หยิบอะไรเข้าปาก ก็ถูกภรพแหวไว้ว่าใครสั่งให้กิน วันวิสาหน้าเสีย อ้อมๆแอ้มๆบอกว่าจู๋ตักข้าวมาให้แล้ว ภรพส่ายหน้ายิ้มๆ ก่อนจะเยาะ

“ทุกอย่างตรงหน้าเธอมันคือสมบัติส่วนตัวฉันทั้งนั้น เพราะฉะนั้นคนที่อนุญาตให้เธอกินหรือไม่คือฉัน ไม่ใช่จู๋”

วันวิสาโกรธมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากวางช้อนส้อมดื้อๆ จู๋มองมาด้วยความสงสัย ทำท่าจะพูดบางอย่าง แต่ก็ต้องหุบปากแล้วคลานออกไป เมื่อถูก

เจ้านายหนุ่มไล่ไปให้พ้น วันวิสาพยายามข่มอารมณ์สุดความสามารถไม่ให้เข้าไปข่วนหน้าเขา แต่ภรพก็ทำให้เธอแทบหมดความอดทนด้วยการยั่วประสาทเหมือนเคย

“เป็นลูกผู้หญิงน่ะต้องให้ลูกให้ผัวกินให้อิ่มก่อน คนเป็นเมียถึงจะกินได้”

“แล้วฉันไปเป็นเมียนายตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบ”

“ไม่ได้เป็นแล้วก็ไม่คิดจะเอามาเป็นด้วย ที่พูดเนี่ยให้เป็นวิทยาทาน อีกหน่อยมีผัว ผัวจะได้รักได้หลง”

วันวิสาเบ้หน้า แอบขมุบขมิบปากด่า ภรพเห็นทุกอย่าง แต่ก็ไม่สะทกสะท้าน สั่งให้แกะเนื้อปลาให้

“แกะให้ดีๆ อย่าให้ติดก้างนะ ปลากระบอกก้างมันเล็ก...ขวางคอ หัดไว้ อีกหน่อยผัวจะได้รักได้หลง อีกไม่นานก็จะได้แต่งงานแล้วนี่ มาอยู่นี่ก็จบหลักสูตรพอดี”

อาหารมื้อนั้นจบลงด้วยความหิวโหยของวันวิสา เพราะแทบไม่ได้กินเป็นชิ้นเป็นอัน ต้องแอบลักเล็กขโมยกินตอนอดีตแฟนหนุ่มเผลอ ภรพลอบยิ้มด้วยความสะใจ เห็นทุกอย่าง แต่ไม่อยากทักให้อีกฝ่ายเกร็งไปกว่านี้

บ่ายจัดของวันเดียวกัน...ภรพหายหน้าไปไหนก็ไม่รู้ วันวิสาเลยฉวยโอกาสลอบออกจากกระท่อมไปสำรวจทางหนีทีไล่ จู๋ซึ่งเฝ้าระวังตลอดตามมาเห็นและพยายามเตือนให้กลับกระท่อม ก่อนที่เจ้านายหนุ่มจะมาพบ วันวิสาไม่สน แถมแหวใส่คนงานหนุ่มอีกต่างหาก ที่ยอมรับใช้คนบ้าอำนาจอย่างอดีตแฟนหนุ่ม

“จู๋ว่าคุณเข้าใจผิดแล้วล่ะครับ นายหัวภรพเป็นคนดี เป็นสุภาพบุรุษอย่างที่จู๋ไม่เคยเห็นมาก่อนเลยครับ อีกอย่างนายหัวภรพก็เรียนสูง พูดได้ตั้งหลายภาษา ภาษาไทย ภาษาปะกิด ภาษาจีน อ้อ...แล้วก็แล่งใต้ได้ด้วยครับ”

“งั้นฉันบอกนายให้รู้ไว้เลยนะ ที่นายจู๋พูดมา...นายจู๋เข้าใจผิดทั้งหมด”

จู๋นิ่งไปอึดใจ ก่อนจะหัวเราะ เข้าใจไปเองว่าเธอเหวี่ยงไปทั่วเพราะห่วงภรพ วันวิสาอ้าปากค้าง ทำท่าจะเถียง แต่ก็ช้ากว่าคนงานหนุ่ม เร่งให้กลับกระท่อม ก่อนที่เขาจะถูกเจ้านายหนุ่มเล่นงาน

วันวิสาต้องกลับกระท่อมแบบเสียไม่ได้ และได้ใช้เวลาตามลำพังเพียงไม่นานก็ต้องสะดุ้งตื่นกลางดึก เมื่อภรพโผล่เข้ามานอนในมุ้งเดียวกัน สาวหน้าใสอาละวาดไล่ กลัวเขาทำมิดีมิร้าย ภรพยกมือห้าม ย้อนเสียงเข้ม

“ท่าจะบ้าแล้ว สติดีหรือเปล่าเนี่ยมาไล่เจ้าของบ้านเขาเนี่ย”

“ฉันไม่ไว้ใจคนอย่างนาย”

“อีเจ๊...หัดส่องกระจกดูตัวเองเสียมั่ง จะได้ไม่หลงตัวเองเกินไป ผู้หญิงอย่างเธอน่ะ ยิ่งอยู่ใกล้ ยิ่งหมดอารมณ์”

“ผู้ชายอย่างนาย ยิ่งอยู่ใกล้ก็ยิ่งหมดศรัทธาในความเป็นผู้ชายเหมือนกัน!”

ภรพหัวเราะลั่น ไม่สะทกสะท้านกับคำกล่าวหาของอีกฝ่าย วันวิสาโกรธมาก ผลุนผลันหยิบหมอนไป

นอนนอกกระท่อม แต่สุดท้ายก็ทนถูกยุงกัดไม่ไหวต้อง ค่อยๆย่องกลับเข้าไปนอน ภรพรู้สึกตัวตลอด แกล้งกรนและละเมอเสียงดัง แถมฟาดงวงฟาดงาไปทั่วจนวันวิสา แทบคลั่ง แต่ก็จำต้องทนเพราะไม่มีที่ไป

แต่ที่ทำให้เธอเครียดกว่า ก็เมื่อตื่นมาพบกับความเข้าใจผิดของจู๋ และอาจรวมถึงคนงานอื่นๆ ว่าเธอถูกเปลี่ยนสถานะให้เป็นนายหญิงของเกาะ ผู้หญิงของภรพ วันวิสากดดันมาก และตัดสินใจเด็ดขาดต้องหาทางหนีจากที่นี่ แต่ไปไม่ถึงไหน ก็ถูกจู๋ตามตัวเจออีกครั้ง สาวหน้าใสพยายามเก็บอาการ ก่อนจะถามถึงภรพ

“นายหัวออกไปตั้งแต่เช้ามืดแล้วครับ ไปจับโจร มันเข้ามาขโมยรังนกของเรา แต่คุณผู้หญิงไม่ต้องตกใจนะครับ มันแอบเข้ามาประจำ เสียดายงวดนี้ยิงตายแค่สองศพ แต่ก่อนเด็ดหัวได้มากกว่านี้อีกครับ นายหัวภรพเป็นคนยิงมันด้วยตัวเองเลยนะครับ ไม่มีใครยิงปืนแม่นเท่านายหัวภรพแล้ว”

“ป่าเถื่อน เหี้ยมโหดผิดมนุษย์มนา”

“จู๋ไปทำงานก่อนนะครับ คุณผู้หญิงอย่าเดินเล่นไกลนะครับ ถึงจะเป็นเกาะเรา ก็ใช่ว่าอันตรายจะไม่มีนะครับ”

ooooooo


ละครซีรีส์เลือดมังกร : เสือ ตอนที่ 5 อ่านซีรีส์เลือดมังกร : เสือติดตามละครซีรีส์เลือดมังกร : เสือ ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย อนันดา เอเวอริงแฮม,คิมเบอร์ลี แอน เทียมศิริ 15 มี.ค. 2558 07:53 2015-03-18T01:47:07+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ