ข่าว

วิดีโอ



ซีรีส์เลือดมังกร : เสือ

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก แอคชั่น ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ยิ่งยศ ปัญญา

กำกับการแสดงโดย: พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง

ผลิตโดย: บริษัท แอค อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: อนันดา เอเวอริงแฮม,คิมเบอร์ลี แอน เทียมศิริ

อัลบั้ม: ซีรีส์ฟอร์มยักษ์ เลือดมังกร ตอน เสือ จับ อนันดา ประกบ คิมเบอร์ลี่

เสียงร้องเพลงของหยกมณีสะกดคนดูได้ทั้งร้าน อารมณ์หวานลึกแต่เต็มไปด้วยความรัญจวน กลายเป็นเสน่ห์ร้อนแรงให้แก่การแสดงของเธอเหมือนทุกๆคืน แต่สำหรับภรพ...เสียงของนักร้องสาวสวยคงไม่มีความหมายในวินาทีนี้ เมื่อเขาได้เจอหญิงสาวที่เขาเฝ้าคิดถึงมาตลอดหลายวันที่ผ่านมา

วันวิสาเห็นสายตาแวววาวก็ใจเต้นไม่เป็นส่ำ แต่เมื่อเขาขยับมาใกล้ กลับไม่ถอยหนี

“คุณรู้ไหม ที่เรานัดเจอกันพรุ่งนี้ ผมแทบรอให้คืนนี้ผ่านไปไม่ได้ คุณจะให้เกียรติเต้นรำเพลงนี้กับผมได้ไหม”

“แขกผู้ใหญ่ของคุณจะคอย”

“คุณปฏิเสธผมไม่ได้หรอก เพราะยังไงเพลงนี้ก็เป็นเพลงของเรา”

จบคำก็ดึงเธอมาใกล้ ตระกองกอดอย่างอ่อนโยน แล้วเต้นรำด้วยกันท่ามกลางบรรยากาศแสนหวาน

ระหว่างที่คู่หูหนุ่มสาวตกอยู่ในห้วงรัก...ไพศาลเริ่มเป็นกังวล เพราะลูกชายคนเดียวหายตัวไปนาน โชคทวีมองเห็นความไม่สบายใจ เลยอาสาไปตามให้ ทิ้งหัวหน้าแก๊งเสือให้พูดคุยกับวันชัยและวารินเรื่องธุรกิจตามลำพัง

เช่นเดียวกับฝ่ายบันลือ...ชะเง้อมองหาวันวิสาที่หายตัวไปนานจนผิดสังเกต แต่ก็แสดงอาการมากไม่ได้ ไม่อยากให้ประกิตและประยูรสงสัย จนพาลไม่พอใจในตัวลูกสาว สุดท้ายหัวหน้าแก๊งมังกรทองก็ใช้วิธีไม่ต่างจากไพศาล คือชวนประกิตคุยเรื่องสัมปทานในครั้งหน้าซึ่งจะมาถึงเร็วๆนี้

ด้านภรพกับวันวิสา...เต้นรำด้วยกันจนแทบลืมเวลา ทายาทหนุ่มแก๊งเสือเกือบห้ามใจตัวเองไม่ได้ โน้มตัวจะจูบคู่หูสาวให้สมรัก แต่ริมฝีปากที่สัมผัสกันชั่วอึดใจ ก็ทำให้วันวิสาได้สติ ค่อยๆผละตัวจากเขา

“ฉันต้องไปแล้ว ฉันออกมานานเกินไปแล้ว ใครต่อใครคงรอฉันอยู่”

ภรพรั้งตัวเธอไว้ เอ่ยทิ้งท้าย “พรุ่งนี้เรายังเจอกันเหมือนเดิม แต่คืนนี้ผมคงอดไม่ได้ที่จะฝันถึงคุณ”

วันวิสาหน้าแดงก่ำ แทบละลายให้กับคำพูดแสนหวานนั้น แต่ต้องตัดใจกลับไปหาพ่อและพี่ชาย

กว่าวันวิสาจะได้กลับบ้านก็เกือบต้องกลั้นใจตาย โดยเฉพาะเมื่อต้องทนอึดอัดกับสายตากะลิ้มกะเหลี่ยของประยูรที่หมั่นส่งมาให้เธอตลอดหลายชั่วโมงบนโต๊ะอาหาร บันลือกับบดินไม่รู้เรื่อง มัวคุยเรื่องธุรกิจกับประกิตอย่างถูกคอ และไม่รู้ตัวแม้แต่น้อย เมื่อถูกโชคทวีกับมงคลเห็นตอนกำลังจะขึ้นรถกลับบ้าน

ฟากภรพ...ทนรับมือหญิงสาวช่างสงสัยอย่างวารินด้วยความเซ็ง แต่ต้องฝืนใจทำตามมารยาท ไม่อยาก หักหน้าพ่อและทำให้นายธนาคารใหญ่อย่างวันชัยไม่พอใจ ไพศาลพอใจมาก ปลื้มใจที่ลูกชายทำตัวดี

และไม่ขัดใจอย่างที่คิด แต่ก็ต้องมาหัวเสีย เมื่อโชคทวีกับมงคลรายงานเรื่องบันลือนัดพบกับประกิต

“ไอ้คนเจ้าเล่ห์สองคนเจอกัน คงไม่พ้นสุมหัวคิดทำอะไรชั่วๆ”

ภรพไม่สนใจเรื่องบันลือกับประกิต แต่กลุ้มมากกว่า เพราะไม่อยากแต่งงานกับวาริน สุพรรษาพยายามบอกว่าเป็นโชคดีของลูกชาย ที่วันชัยยอมยกลูกสาวสุดรักสุดหวงให้ โดยมีไพศาลช่วยสนับสนุน

“หนูวารินเพียบพร้อมทุกอย่าง ป๊าอาบน้ำร้อนมา ก่อน ป๊ารู้ดี สำหรับลื้อไม่มีใครเหมาะเท่าหนูวารินอีกแล้ว”

“คนเราจะสร้างครอบครัวด้วยกัน ดูแค่ความเหมาะสมมันไม่พอหรอกมั้งป๊า”

“แล้วลื้อจะเอาอะไรอีก อาวันชัยอีเป็นนายธนาคารใหญ่ ธุรกิจของเราต้องพึ่งพาอาศัยอีมาก แล้วท่าทางอีก็เมตตาลื้อไม่ใช่น้อย ถ้าลื้อปล่อยให้โอกาสทองนี้หลุดมือไป ลื้อก็โง่ไม่รู้จะโง่ยังไงแล้วอาภรพ”

“เพิ่งเจอกันครั้งแรก ลื้ออย่าเพิ่งด่วนตัดสินหนูวารินเลย รู้จักกันมากขึ้น อยู่ๆกันไปก็รักกันเอง”

“ม้า...ความรักมันไม่ใช่เรื่องจะมาบังคับให้รักกันได้นะ”

ooooooo

ไม่ใช่แค่ภรพที่ต้องต่อสู้เพื่อความรักของตัวเอง วันวิสาก็ต้องรับศึกหนักไม่แพ้กัน เมื่อบันลือยืนกรานให้เธอแต่งงานกับประยูรเร็วที่สุด แต่เธอก็ไม่ยอมสวนกลับด้วยความโมโห

“ถึงไม่ได้แต่ง หนูก็อยู่ของหนูได้ หนูคงไม่ตายเพราะไม่มีผัวหรอกป๊า”

“ลื้อไม่ตาย แต่ป๊าอาย...ลูกสาวบ้านนี้มันเป็นอะไร ถึงขายไม่ออก”

“ป๊าห่วงแต่หน้าตาตัวเอง กลัวแต่ความคิดคนอื่น แต่ป๊าไม่เคยถามความสมัครใจหนูสักคำ”

“อั๊วตามใจลื้อมากเกินไปแล้ว ลื้อโชคดีขนาดไหน ที่เถ้าแก่ประกิต อาประยูรเอ็นดูลื้อ ลื้อไปเป็นสะใภ้บ้านอี ลื้อจะสบายไปทั้งชาติ อั๊วเป็นป๊าของลื้อ ในเมื่ออั๊วเห็นว่าอะไรดีแล้ว เหมาะแล้ว ลื้อก็ต้องทำตามนั้น”

ขาดคำก็หุนหันออกไป ทิ้งวันวิสาให้มองตามด้วยแววตาคับแค้นใจ พึมพำตามหลัง

“ป๊าไม่ได้ทำเพื่อหนูหรอก ป๊าทำเพื่อความรวยของตัวเองมากกว่า”

มาลีพยายามปรามลูกสาวไม่ให้ขัดคำสั่งพ่อ  วันวิสาถอนใจยาว ตัดพ้อออกมาด้วยความน้อยใจ

“ม้าก็พลอยเป็นไปกับป๊าด้วย เพราะหนูดันเกิดมาเป็นลูกผู้หญิงใช่ไหมม้า”

คำถามของวันวิสาไม่ได้รับคำตอบจนเช้าวันต่อมา หญิงสาวหยิบนาฬิกาพกขึ้นมาดูหงอยๆ ระหว่างรอคอยการมาถึงของคู่หูหนุ่มที่ศาลเจ้า ภรพมาถึงนานแล้ว เห็นเธอเหม่อลอย เลยนึกสนุกจ้างเด็กๆเอาผ้าเช็ดหน้าของเธอไปคืน

วันวิสาเห็นผ้าเช็ดหน้าแต่ไม่เห็นชายหนุ่มที่เฝ้ารอก็รู้สึกโกรธอย่างบอกไม่ถูก น้ำตาร่วงช้าๆด้วยความอัดอั้น ตันใจ ภรพเห็นท่าไม่ดี เลยตัดสินใจปรากฏตัวแล้วเย้า

“ทำไมขี้แยจัง เจ๊จิ๋มคนที่ติดเกาะกับผมหายไป ไหนนะ”

วันวิสาเห็นเขาก็ร้องไห้โฮ ทุบตีพัลวันด้วยความโมโห ภรพไม่หลบ แถมท้าอย่างอารมณ์ดี

“ตีให้ตายเลยเอ้า...ขอแค่ให้คุณหายโกรธ ผมยอมทุกอย่าง” วันวิสาทุบเขาไม่เลิก ภรพต้องจับมือไว้ “โกรธผมมากขนาดนี้เลยหรือ ขอโทษพันครั้งเลยก็ได้ ขอโทษครับ ขอโทษครับ ขอโทษครับ...ผมผิดไปแล้วครับ ขอโทษครับ”

วันวิสาถอนใจยาว ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่ว “นี่คงเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่เราจะได้เจอกัน”

ภรพอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะตั้งสติ ซักถามอย่างใจเย็น จนได้รู้ว่าอีกฝ่ายมีปัญหาถูกบังคับให้แต่งงาน วันวิสาอึดอัดใจมาก ระบายกับเขาอย่างเหลืออด โดยเฉพาะเรื่องที่ไม่เคยรู้จักว่าที่คู่หมายมาก่อน ภรพต้องปลอบ

“คุณอย่าตัดสินใครด้วยหน้าตาสิ เขาอาจจะดีพร้อมสมบูรณ์แบบก็ได้ ไม่อย่างนั้นป๊าคุณคงไม่เลือกเขา”

วันวิสาน้ำตาคลออีกครั้ง เมื่อคิดถึงชะตากรรมของตนเอง “ป๊าฉันเขาคิดแค่ผลประโยชน์ทางธุรกิจของเขา”

ภรพส่ายหน้าน้อยๆ ก่อนแหย่ “คุณไม่อยากแต่ง ก็เลยเอาแต่ร้องไห้อย่างนี้น่ะหรือ”

วันวิสาหันขวับ สวนกลับด้วยความหงุดหงิด เพราะไม่มีทางออกที่ดีกว่า ภรพเลยยุให้หนีไปกับเขา

“ไปกับผม...ไปแต่งงานกัน”

“ฉันกับนาย...เรารู้จักกันแค่ไม่กี่วัน”

“กี่วันก็ไม่สำคัญ มันอยู่ที่คุณรักผมไหม...ถ้ารักก็ไม่มีปัญหา”

วันวิสาถึงกับอึ้งที่ถูกจู่โจม ย้อนถามเสียงเบา “แล้วนายล่ะ”

“ไม่รักไม่ชวนแต่งหรอก”

ooooooo

คำสารภาพรักง่ายๆทำให้วันวิสาถึงกับพูดไม่ออกไปครู่ใหญ่ แต่กลับไม่รู้สึกต่อต้านเหมือนที่เคยเป็นกับประยูร ภรพเห็นเธอไม่ปฏิเสธ จึงคิดว่าพอมีหวัง เลยชวนเธอไปเสี่ยงเซียมซีในศาลเจ้า

แต่คำทำนายก็ทำให้คู่หูหนุ่มสาวต้องมองหน้ากันเครียดๆ ก่อนที่ภรพจะเป็นฝ่ายฉีกใบทำนายทิ้ง

“มันก็แค่ความบังเอิญ”

“บังเอิญที่เราได้เจอกันด้วยหรือเปล่า”

“งั้นเขย่าใหม่ ได้เบอร์เดิมสักสามครั้งผมถึงจะเชื่อ”

ภรพทำท่าจะเขย่าเซียมซีใหม่จริงๆ แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อซินแสง้วงปรากฏตัว พร้อมคำพูดเตือนสติ

“ขงจื้อสอนลูกศิษย์เอาไว้...วิญญูชนจะไม่ยอมเสี่ยงดวง ดวงจะดีเลวไม่สำคัญ เพราะยังไงลื้อก็ควบคุมไม่ได้ แม้ว่าข้างหน้าลื้อคือแม่น้ำเชี่ยวกราก

ถ้าลื้อมั่นใจว่าลื้อข้ามไปได้ด้วยความพยายามของลื้อ ยังไงลื้อก็ต้องข้ามสำเร็จ อุปสรรคอะไรในชีวิต ต่อให้ยิ่งใหญ่แค่ไหน ก็สยบราบคาบให้หัวใจของลื้อเสมอ”

ความกังวลใจในคำทำนายลดน้อยลงมาก หลังจากได้ฟังคำพูดให้กำลังใจจากซินแสใหญ่ประจำเยาวราช คู่หูหนุ่มสาวเดินกุมมือกันมาตามทางจนถึงทางแยก ภรพพยายามขอไปส่ง แต่วันวิสายังไม่มั่นใจ

“ฉันว่าคุณต้องถูกตะเพิดออกมาแน่ รอก่อนได้ไหม ให้ฉันเกริ่นกับป๊าม้าก่อนว่าฉันมีคนที่อยากแต่งด้วยแล้ว”

“บอกเลยว่าผู้ชายคนนี้หาที่ติไม่ได้ ขยัน เลี้ยงลูกสาวท่านให้สุขสบายไม่ลำบาก ที่สำคัญ...หล่ออย่าบอกใคร”

“แล้วป๊ากับม้าคุณล่ะ จะบอกท่านยังไง”

“ไม่เกินจริงหรอกน่า แค่ฟังแล้วป๊ากับม้าผมต้องอยากเจอตัวจริงว่าที่ลูกสะใภ้คนนี้แน่ๆ”

วันวิสายิ้มกว้าง ก่อนจะขอตัวกลับบ้าน แต่ภรพไม่ยอม พยายามยื้อมือเธอไว้

“อยากจับมือนุ่มๆอุ่นๆนี้ไว้นานๆ...เราจะข้ามแม่น้ำเชี่ยวกรากไปด้วยกันนะ”

วันวิสาพยักหน้ารับ ค่อยๆดึงมือจากเขา แล้วเดินแยกไปอีกทาง ทิ้งภรพให้มองตามจนลับตา ก่อนจะหมุนตัวกลับบ้านบ้าง แต่อารมณ์หวานๆก็หายวับ เมื่อเขาถูกสองมือมีดปริศนาลอบสังหารระหว่างทาง ภรพต่อสู้อย่างไม่กลัว และเกือบพลาดท่าหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็หนีเอาตัวรอดกลับถึงบ้านจนได้

เมื่อไพศาลทราบเรื่องลูกชายโดนปองร้ายก็โกรธจัด สั่งโชคทวีกับมงคลเร่งหาตัวคนร้ายโดยเร็วที่สุด พราวตารออยู่แล้วเมื่อสองบอดี้การ์ดออกจากห้องไพศาล ซักถามด้วยความร้อนรนเพราะเป็นห่วงน้องชาย

“คุณภรพบอกว่าในเมื่อมันเล่นกฎหมู่มา เราก็ต้องตอบโต้มันด้วยกฎหมู่เหมือนกันครับ” มงคลตอบ

“ฉันว่ามันจะวุ่นวายไปกันใหญ่ เรายิ่งเสียเปรียบเพราะไม่รู้เลยว่าศัตรูเราเป็นใคร”

โชคทวีเห็นพราวตาเป็นกังวล ก็พยายามปลอบ รับปากหนักแน่นจะจับมือมีดมาให้ได้

“มันจ้องจะเอาถึงชีวิตกันขนาดนี้ พี่เป็นห่วงภรพนะโชค”

“ภรพต้องเอาตัวรอดได้แน่ครับพี่พราว มีผมอยู่ทั้งคน”

“ถ้าคุณภรพจะต้องเป็นอะไรไป ยังไงก็ต้องข้ามศพ ผมไปก่อนครับคุณพราว” มงคลเสริมปิดท้าย

พราวตาแยกไปแล้ว โชคทวีรอจนเธอลับตา จึงเตือนสติมงคล

“ไม่เกินจริงไปหน่อยหรือวะ ไอ้ที่ลื้อว่าแลกด้วยชีวิตลื้อได้น่ะ”

“ฉันหมายความตามนั้นจริงๆ”

“ลื้อก็รู้อยู่แก่ใจ ฝันไกลเกินตัว ระวังนะโว้ย...จะเจ็บตัวเปล่า เจ๊เขาไม่ได้สนใจคนไทยอย่างลื้อหรอก”

“ฉันรู้สถานะของฉันดี แล้วก็ไม่เคยคิดกับคุณพราวมากไปกว่าเจ้านายที่ฉันเคารพ”

โชคทวีมองท่าทางนิ่งๆของอีกฝ่ายอย่างไม่ค่อยไว้ใจนัก...ทำให้ได้อย่างที่พูดก็แล้วกัน!

ooooooo

คู่หูหนุ่มสาวนัดเจอกันที่ศาลเจ้าอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น แต่ทุกอย่างก็พังไม่เป็นท่า เมื่อต่างฝ่ายต่างถูกพ่อแม่จับให้อยู่กับว่าที่คู่หมาย ภรพหมดปัญญาจะขัดคำสั่งพ่อ เลยต้องไปเที่ยวกับวาริน โดยมีมงคลกับโชคทวีตามประกบ แต่ลูกสาวนายธนาคารใหญ่ก็ทำตัวน่ารำคาญมาก จนเขาอดขู่ไม่ได้

“เมื่อวานผมเพิ่งถูกดักแทง มันทำอะไรไม่ได้เลยยิงซ้ำ เราเดินๆกันอยู่นี่ ก็เท่ากับเป็นเป้าให้มันตลอดเวลา”

วารินใบหน้าซีดเผือด แต่ยังฝืนหัวเราะ “พี่ภรพน่ะ... ล้อเล่นอะไรอย่างนี้ก็ไม่รู้”

วันวิสาลำบากใจไม่แพ้กัน เมื่อประยูรไปดักรอถึงบ้านเพื่อพาออกมาเที่ยว แต่ทายาทหนุ่มแก๊งหมีขาวก็ทำตัวน่าเบื่อมาก จนวันวิสาเหนื่อยใจ และหาทางปลีกตัวออกไปในที่สุด

เมื่อไพศาลรู้เรื่องพฤติกรรมของภรพที่ขู่วารินก็พยายามตักเตือน แต่ก็ดูจะไร้ความหมาย เพราะภรพไม่อยากฝืนใจตัวเอง สุพรรษากลุ้มใจมาก ระบายกับลูกสาวทั้งสองด้วยความเซ็งจัด ที่ภรพไม่ยอมปรับตัวและทำให้วารินประทับใจ พราวตาเข้าใจน้องชายว่าไม่ชอบให้บังคับ ต่างจากภรีมที่คิดว่าเป็นเพราะสาเหตุอื่น

“ม้าจำได้ไหมที่หนูเคยเล่าน่ะ ที่เฮียเขาแอบเก็บผ้าเช็ดหน้าผู้หญิงเอาไว้ หนูว่าต้องเป็นของแฟนเฮียแหงๆ”

วันวิสาต้องรับศึกหนักไม่ต่างจากภรพ เมื่อบันลือโกรธมากที่เธอแอบทิ้งประยูรไว้กลางทาง

“ป๊าจะไล่หนูออกจากบ้านก็ได้ จะไม่ถือว่าหนูเป็นลูกป๊าก็ได้ แต่ให้ตายหนูก็ไม่แต่ง!”

บันลือตบโต๊ะลั่นด้วยความโมโห มาลีพยายามไกล่เกลี่ยเหมือนเคย ขอให้คุยวันหลัง แต่วันวิสาก็ไม่ยอมจบ

“วันไหนหนูก็ยืนยันคำเดิม หนูไม่แต่งกับคนที่หนูไม่ได้รัก”

บดินเห็นท่าไม่ดี เลยช่วยพ่อกล่อมน้องอีกแรง “ลื้ออย่ามาเพ้อฝัน ความรักมันกินเข้าไปได้ที่ไหน”

“เฮียไม่เคยมีความรัก เฮียไม่มีวันเข้าใจหรอก!”

ด้านสุพรรษา...เก็บเรื่องผ้าเช็ดหน้าที่ภรีมบอกไปคิดหนัก ก่อนจะตัดสินใจเปิดอกกับลูกชายพร้อมกับสามี ไพศาลถึงกับพูดไม่ออก เมื่อได้ยินว่าลูกชายมีคนรักเป็นตัวเป็นตน ไหนจะเรื่องของวาริน ที่ไม่รู้จะบอกวันชัยเช่นไร ภรพอาสาจัดการทุกอย่างเอง ไพศาลไม่อยากจะเชื่อ อะไรทำให้ลูกชายมั่นใจขนาดนั้น

“ผมมั่นใจครับป๊า เพราะเราสองคนตกลงจะแต่งงานกันแล้ว”

ไพศาลกับสุพรรษาอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะเอ็ดลูกชายที่ทำอะไรไม่ปรึกษา

“ซี้ซั้วละอาภรพ รู้จักกันกี่วันกัน ถึงกล้าพูดว่ารักและจะแต่งงานกัน”

“ความรัก...บางทีมันก็ไม่ต้องอาศัยเวลาหรอกนะป๊า”

ไพศาลโกรธมาก ตั้งท่าจะด่าลูกชายอีกหลายยก สุพรรษาต้องเข้าขวาง และพยายามซักถึงคนรักของลูกชายว่าเป็นใครมาจากไหน แต่ก็ต้องกุมขมับด้วยความกลุ้มใจ เมื่อลูกชายตัวดีบอกว่าไม่รู้รายละเอียดอะไรเกี่ยวกับคนรักเลย นอกจากชื่อเล่นของเธอว่าจิ๋ม!

ไม่ใช่แค่สมาชิกบ้านรุ่งเรืองไพศาลศิริที่ต้องเครียด สมาชิกบ้านจิตวรบรรจงก็ปวดหัวไม่แพ้กัน เมื่อวันวิสาประกาศว่ามีแฟนแล้ว และจะไม่แต่งงานกับประยูรเด็ดขาด บันลือเอะอะโวยวาย เช่นเดียวกับบดิน กลัวน้องสาวไปคว้าคนไม่เหมาะสมมาเป็นคู่ มาลีต้องคอยไกล่เกลี่ย แต่ก็ต้องถอนใจยาว เมื่อวันวิสาบอกว่าจะแต่งงานกับคนรักเท่านั้น

“ไอ้หยา...ลื้อบอกว่ารักกัน จะแต่งงานกัน แล้วลื้อคุยกันกี่คำ อีแซ่อะไรลื้อยังไม่รู้เลย”

“มันสำคัญด้วยเหรอป๊า เราจะรักใคร เรารักที่แซ่ของเขาไม่ได้รักที่ตัวเขาเหรอ”

บันลือพยายามสะกดอารมณ์อย่างมาก ไม่ให้ระเบิดใส่หน้าลูกสาวคนเดียว แต่ก็ต้องปรี๊ดจนเป็นลม เมื่อลูกสาวบอกว่าไม่รู้อะไรเกี่ยวกับคนรักหนุ่มเลย นอกจากชื่อเล่นว่าจู๋!

ooooooo

ความจริงจากปากลูกชายคนเดียวทำให้ไพศาลเครียดจัด หนักใจมากทั้งเรื่องวันชัย เรื่องว่าที่ลูกสะใภ้ซึ่งไม่รู้หัวนอนปลายตีนมาก่อน สุพรรษาเห็นสามีกลุ้มก็พยายามปลอบ แต่ก็อดเข้าข้างลูกชายไม่ได้

“อันที่จริงก็ถูกของอีนะอาเซี้ยะ จะสร้างครอบครัว มันก็ต้องมีความรักเป็นทุน ไม่ใช่เงินเป็นทุน เอาไว้ดูตัวพรุ่งนี้ ลื้ออาจจะรักว่าที่ลูกสะใภ้ของเราก็ได้ ลูกอีรักใคร เราเป็นพ่อแม่ก็ต้องรักด้วยน่ะแหละ”

แต่ถึงจะเข้าข้างลูกชายแค่ไหน สุพรรษาก็อดกังวลไม่ได้ กลัวเหลือเกินว่าภรพจะคว้าคนไม่ดีมาเป็นคู่

คู่หูหนุ่มสาวนัดเจอกันที่ศาลเจ้าเช้าวันต่อมา แจ้งข่าวดีให้แก่กันและกัน ว่าสมาชิกในครอบครัวอยากทำความรู้จัก วันวิสาเป็นฝ่ายไปพบพ่อแม่ของคู่หูหนุ่มก่อน ภรีมกับพราวตารอต้อนรับอยู่แล้ว ตาโตเป็นประกายเมื่อเห็นว่าแฟนของภรพหน้าตาสวยน่ารัก และดูท่าจะเป็นคนน่าคบน่าคุยด้วยมากกว่าวาริน

ต่างจากไพศาล...อึ้งไปอึดใจ เมื่อพบว่าแฟนลูกชายคือหญิงสาวที่ติดเกาะกับภรพ ส่วนสุพรรษาไม่สนใจเรื่องนั้น อยากรู้มากกว่าว่าแฟนลูกชายชื่อแซ่อะไรกันแน่ วันวิสาแนะนำตัวง่ายๆ ภรพยิ้มชอบใจ เปรยขำๆว่าเป็นครั้งแรกที่รู้ชื่อแฟนสาว ภรีมไม่อยากจะเชื่อ แซวพี่ชายใหญ่ว่าเป็นแฟนกันประสาอะไร

ภรพไม่โกรธ โต้กลับยิ้มๆ “คนเขาเอาหัวใจคุยกันหมวยเล็ก”

ภรีมกับพราวตากรี๊ดกร๊าดกันใหญ่ ชอบใจที่ภรพทำตัวเหมือนหนุ่มแรกรัก แต่ที่ทำให้สมาชิกทุกคนในบ้านรุ่งเรืองไพศาลศิริถึงกับพูดไม่ออก ก็เมื่อวันวิสาบอกว่าตัวเองเป็นลูกสาวคนเล็กของบันลือ จิตวรบรรจง!

แต่ถึงจะช็อกแค่ไหน สมาชิกทุกคนก็ไม่แสดงอาการผิดปกติ โดยเฉพาะไพศาลกับสุพรรษา ต้อนรับขับสู้อย่างดี จนภรพตายใจ คิดว่าพ่อแม่คงหลงรักแฟนสาวมากกว่าตนเสียแล้ว

“ผมชอบชื่อคุณจัง วันวิสา...แปลว่าอะไร”

“ฉันเกิดวันพระจันทร์เต็มดวง เดือนสาม ม้าเลยตั้งชื่อนี้ให้”

“ผมเข้าใจแล้ว พระจันทร์อุ้มพยัคฆ์ของซินแสง้วงคืออะไร”

“อะไรของนาย พระจันทร์อุ้มพยัคฆ์”

“ก็...ชีวิตผมขาดคุณไม่ได้ไง”

วันวิสาเขินจัด ก่อนจะถามให้แน่ใจว่าเขาอยากไปแนะนำตัวกับที่บ้านเธอหรือไม่

“คุณแน่ใจได้ยังไงว่าป๊ากับม้าฉันจะชอบคุณ”

“ว่าที่ลูกเขยแสนดียังงี้ ป๊ากับม้าคุณจะไม่ชอบได้ไง”

“ป๊ากับม้าอาจจะไม่ชอบผู้ชายไว้หนวดไว้เครา นายจะโกนทิ้งได้ไหมล่ะ”

“ผมทำได้ทุกอย่างน่ะแหละ ขอแค่ให้ได้แต่งงานกับคุณ...แล้วถ้าไม่ยกลูกสาวให้ก็จะพาหนี”

วันวิสาส่ายหน้าขำๆ รู้ดีว่าเขาต้องไม่ทำแบบนั้นแน่ ก่อนจะชวนกันไปบ้านเธอเพื่อแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ บันลือกับมาลีถึงกับอึ้งไปอึดใจเมื่อได้เห็นแฟนหนุ่มลูกสาว เช่นเดียวกับบดิน ด้วยรู้ดีว่าภรพคือทายาทหนุ่มแห่งแก๊งเสือ ศัตรูและคู่แข่งตัวฉกาจของตระกูล แต่ถึงกระนั้น...สมาชิกบ้านจิตวรบรรจงก็เก็บอาการได้อย่างดีเยี่ยม ซักถามไปตามมารยาทว่าสองหนุ่มสาวมาเป็นแฟนกันได้ยังไง

“ผมรู้ว่ามันอาจสั้นไปหน่อย แต่ผมแน่ใจครับว่าพร้อมจะดูแลลูกสาวเจ็กไปตลอดชีวิต เพราะผมรักวันวิสาครับ”

“ลื้อทำอย่างนี้ ไม่คิดเหรอว่ามันผิดธรรมเนียม ข้ามหัวผู้หลักผู้ใหญ่ อย่างน้อยก็ต้องส่งแม่สื่อมาก่อน”

วันวิสาเห็นท่าไม่ดี ท้วงเสียงเครียด “ป๊า...หนูไปไหว้ป๊าม้าเขามาแล้วนะ ป๊าจะมาเคร่งธรรมเนียมอะไรตอนนี้”

“ลูกหลานที่มันทิ้งธรรมเนียม มันก็เท่ากับลบหลู่บรรพบุรุษนั่นแหละวะ”

“ถ้าเจ็กต้องการอย่างนั้น ผมจะกลับไปปรึกษาป๊าม้าผมก่อนก็ได้ครับ เจ็กจะได้สบายใจ”

“ลื้อแซ่อะไร พ่อแม่ลื้อชื่ออะไร”

“ป๊าผม...ไพศาล รุ่งเรืองไพศาลศิริครับ”

ตัวตนของภรพทำให้สมาชิกบ้านจิตวรบรรจงยกเว้นวันวิสาถึงกับมึนไปพักใหญ่ แต่ก็ไม่กล้าแสดงออกอะไรมาก เพราะไม่อยากให้วันวิสาโวยวาย ส่วนภรพ...คิดว่าบ้านแฟนสาวยอมรับในตัวเขาแล้ว เลยตั้งใจจะไปเร่งพ่อแม่ให้มาสู่ขอโดยเร็วที่สุด วันวิสาเขินหน้าแดง เย้าว่าเขาใจร้อนเกินไปหรือเปล่า

“ก็ความรักมันแน่นจุกอกตรงนี้ จะให้เย็นอยู่ได้ยังไง”

ขาดคำก็ทำท่าจะดึงมือเธอมาจูบ แต่วันวิสาไม่ยอม ลุนหลังเขาให้กลับบ้าน ภรพแกล้งยอมตามใจ ก่อนจะหมุนตัวกลับมาขโมยหอมแก้มเธอดื้อๆ วันวิสาตกใจ ตั้งท่าจะต่อว่า แต่ก็ช้ากว่าภรพ

“ขอหอมมือดีๆไม่ให้ ก็ต้องลักไก่หอมแก้มอย่างนี้แหละ”

แต่บรรยากาศสีชมพูของวันวิสาก็พังไม่เป็นท่า เมื่อบันลือบอกความจริงเกี่ยวกับภรพ วันวิสานิ่วหน้าไม่เข้าใจ บันลือโมโห ประกาศกร้าวให้ลูกสาวคนเดียวตัดความสัมพันธ์กับแฟนหนุ่ม

“ถ้าลื้อไม่รู้...ก็รู้ไว้ตอนนี้เลย คนบ้านนี้ถือว่าพวกมันเป็นศัตรู ห้ามลื้อคบหากับมันอีก...นี่เป็นคำสั่ง!”

ใช่แต่วันวิสาคนเดียวต้องรับศึกหนักจากสมาชิกในบ้าน ภรพต้องลำบากใจไม่ต่างกัน เมื่อความหวังจะได้แต่งงานกับแฟนสาวต้องถูกขัดขวาง เพราะสมาชิกทุกคนในบ้านไม่เห็นด้วย

ไพศาลเป็นตัวแทนเปิดฉากกับลูกชาย “ไม่มีแม่สื่อ...แล้วอั๊วก็จะไม่ไปเป็นเถ้าแก่ให้ลื้อด้วย”

“ป๊าอย่ามาล้อผมเล่นเลย ป๊าไม่ไปเป็นเถ้าแก่ให้ผม ผมก็เป็นเถ้าแก่ให้ตัวเองก็ได้”

“จะไม่มีงานแต่งงานระหว่างลื้อกับลูกหลานคนนามสกุลจิตวรบรรจงเกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด!”

ooooooo

ภรพกับวันวิสาต้องต่อสู้อย่างหนักเพื่อความรัก แต่ดูเหมือนจะเป็นไปได้ยากเต็มที เพราะตระกูลของทั้งสองเป็นคู่แข่งกันมานาน แต่ถึงกระนั้น...สองหนุ่มสาวก็ไม่ยอมแพ้ ทั้งกล่อม ทั้งประกาศจุดยืนว่าจะแต่งงานกันให้ได้

ฝ่ายวันวิสา...ไม่พอใจมากที่บันลือใช้ความเป็นพ่อบังคับใจ ตอกกลับเสียงดังจนเขาโมโห แต่เธอก็ไม่สน

“ถ้าหนูจะแต่งงาน หนูจะแต่งกับคนที่หนูรักคนเดียว”

“ไอ้ความรักบ้าบอของลื้อมันเป็นเรื่องไร้สาระ ลืมมันไปซะ”

วันวิสาข่มอารมณ์สุดความสามารถ มาลีเห็นท่าไม่ดี พยายามปรามลูกให้หยุดก้าวร้าวกับพ่อ แต่เหมือนจะไม่ค่อยได้ผล เพราะลูกสาวยืนกรานตามความต้องการเดิม “เรื่องอะไรหนูก็เชื่อฟังป๊าทั้งนั้น แต่เรื่องนี้หนูคงทำตามไม่ได้ ความรักของหนูมันเกิดขึ้นที่นี่...ที่หัวใจ ป๊าไม่มีทางห้ามหนูได้หรอก”

ภรพต้องเจอกับสถานการณ์วุ่นวายไม่ต่างกับวันวิสา เพราะไพศาลยืนยันให้เขาเลิกคบหรือติดต่อแฟนสาวอย่างเด็ดขาด และแต่งงานกับวารินให้เร็วที่สุด ภรพหัวเสียมาก ประกาศจะแต่งงานกับวันวิสาคนเดียว

“ลื้อกำลังหน้ามืดตามัว รู้จักกันแค่ไม่กี่วัน ลื้อก็เหมาว่ามันเป็นความรัก...โง่เง่าสิ้นดี ลื้อมันอ่อนหัด”

“แล้วทำไมป๊าไม่ลดอคติในใจป๊าลงบ้าง”

“ศักดิ์ศรีมันแลกกับความรักบ้าบออะไรของลื้อไม่ได้หรอก อั๊วขอสั่งเป็นคำสุดท้าย ถ้าลื้อยังคิดว่าเป็นลูกอั๊ว เลิกฝันลมๆแล้งๆ ไอ้คนบ้านโน้นกับบ้านเรามันเป็นได้แค่ศัตรูคู่แค้นกันเท่านั้น”

ไพศาลปึงปังออกไปแล้ว ทิ้งให้สมาชิกคนอื่นในบ้านมองหน้ากันเครียดๆ...คราวนี้จะเอาอย่างไรกันดี

ระหว่างที่บรรยากาศบ้านรุ่งเรืองไพศาลศิริเต็มไปด้วยความอึดอัด...บ้านจิตวรบรรจงก็อึมครึมไม่แพ้กัน โดยเฉพาะวันวิสาที่ต้องร้องไห้ไม่เลิก เมื่อถูกพ่อแม่และพี่ชายบังคับให้แต่งงานกับประยูรเพื่อตัดปัญหา

“ป๊าใจดำ...เอาแต่ความคิดตัวเองเป็นใหญ่ ป๊าไม่เคยมีความรักอย่างคนอื่นเขาบ้างเลยหรือไง”

มาลีสงสารลูกแต่กลับทำอะไรไม่ได้มาก นอกจากเตือนสติ “อาวัน...ความรักมันกินไม่ได้หรอก ลื้อตัดอกตัดใจซะ ลื้ออาจคิดไปเองก็ได้ว่ามันเป็นความรัก รู้จักกันแค่ไม่กี่วัน อาทิตย์หน้า เดือนหน้า เดี๋ยวลื้อก็ลืม...ลื้อควรจะเชื่อฟังป๊า ทำตามที่ป๊าสั่ง อย่าให้อะไรๆวุ่นวายไปกว่านี้เลย”

ความรักหนักอกทำให้ภรพทนเฉยไม่ไหว ผลุนผลันออกจากบ้านไปหาวันวิสาตามที่หัวใจเรียกร้อง พราวตากับภรีมรีบเข้าขวาง อยากให้ตั้งสติ อย่าตัดสินใจทำอะไรโดยพลการ ภรพไม่สนสวนกลับเซ็งๆ

“ป๊าพูดแต่เรื่องศักดิ์ศรี ป๊าไม่รู้จักค่าของความรัก คนเราจะมีชีวิตอยู่ได้ยังไง ถ้าไม่มีความรักหล่อเลี้ยงหัวใจ”

จบคำก็ผลุนผลันออกจากบ้าน เล็ดลอดเข้าไปหาแฟนสาวถึงในบ้านได้ในที่สุด วันวิสาโผกอดเขาแน่น ร้องไห้โฮด้วยความสะเทือนใจ ก่อนจะระบายกับเขาอย่างเหลืออด

“ป๊าสั่งห้ามฉันคบหานายอีก ฉันก็เพิ่งรู้ว่าป๊าฉันเขาถือว่าป๊านายเป็นศัตรู ฉันไม่รู้ว่าเขาโกรธกันตั้งแต่เมื่อไหร่”

ภรพตั้งท่าจะพูดบางอย่าง แต่ก็ต้องไปหลบซ่อนตัวเสียก่อน เมื่อมาลีมาเคาะประตูห้องเรียกลูกสาว

มาลีสังเกตเห็นท่าทางแปลกๆของลูก แต่ไม่อยากเซ้าซี้ “ป๊าลื้อต้องการให้ลื้อแต่งงานกับอาประยูรให้เร็วที่สุด อยู่กินกันไปลื้อก็รักอีเอง ผู้หญิงน่ะ...มันเป็นสมบัติของผู้ชายอยู่แล้ว ลื้อต้องยอมรับความจริงนี้ให้ได้”

มาลีออกจากห้องไปแล้ว วันวิสาหน้าเสีย ไม่รู้จะแก้ไขสถานการณ์เช่นไร ภรพปรากฏตัว เอ่ยถามเสียงเรียบ

“ผมถามคุณคำเดียว คุณรักผมไหม ถ้าคุณรัก...ผมก็ขอให้คุณแน่ใจว่าผมจะดูแลปกป้องคุณได้ด้วยชีวิตผม”

แต่สองหนุ่มสาวก็ไปไม่ถึงไหน ถูกบดินซึ่งเฝ้าระวังอยู่แล้ว โผล่มาจับตัวไว้เสียก่อน ลูกสมุนของบดินรุมทำร้ายภรพแบบไม่ยั้งมือ วันวิสาซึ่งถูกกุมตัวไว้ดิ้นรนขัดขืนสุดกำลัง พร้อมตะโกนห้ามให้พี่ชายหยุดทำร้ายแฟนหนุ่ม มาลีรีบมาเอาตัวลูกสาวเข้าบ้าน ส่วนบันลือลากภรพในสภาพยับเยินไปโยนไว้หน้าบ้าน ก่อนจะประกาศทิ้งท้าย

“ลื้อกลับไปบอกไอ้เซี้ยะป๊าลื้อด้วย...ว่าไอ้พวกหัวขโมยอย่างพวกลื้อ มันต้องเจอแบบนี้!”

ooooooo

สภาพปางตายของลูกชายคนเดียวทำให้ไพศาลฉุนขาด ผลุนผลันออกจากบ้าน พร้อมโชคทวี มงคลและลูกน้องจำนวนหนึ่ง ไปเอาเรื่องบันลือที่กล้าทำเรื่องรุนแรงขนาดนี้ บันลือไม่หวั่น เตรียมตัวรออยู่แล้ว

“อั๊วรอลื้อตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ลื้อมัวมุดหัวทำอะไรอยู่วะไอ้เซี้ยะ”

“ลื้อทำลูกอั๊ว ลื้อกับอั๊วอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้หรอกไอ้บันลือ” ขาดคำก็ชักปืนออกมาพร้อมลูกน้อง เช่นเดียวกับพวกบันลือ เล็งปืนกลับมาอย่างไม่สะทกสะท้าน

บันลือยิ้มหยัน ยิ่งเห็นไพศาลขบกรามแน่นยิ่งสะใจ “ลื้อทุรนทุรายขนาดนี้เชียวเหรอวะไอ้เซี้ยะ ลูกชายลื้อมันใจเสาะเหมือนลื้อเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนโน่นไง ลักกินขโมยกินเหมือนลื้อไม่มีผิด!”

สองหัวหน้าใหญ่จากแก๊งเสือและแก๊งมังกรทองสบตากันอย่างเคร่งเครียด บันลือท้าให้ยิงตามประสาคนเลือดร้อน แต่สุดท้ายไพศาลก็เอาชนะใจตัวเองได้ หมุนตัวกลับไปสงบสติอารมณ์ที่บ้านในอีกไม่กี่อึดใจต่อมา

วันวิสาได้ยินพ่อพูดถึงเรื่องเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนก็สงสัย แต่มาลีกลับไม่ยอมอธิบาย อ้างว่าเป็นเรื่องของผู้ใหญ่

“เรื่องของผู้ใหญ่ แต่เด็กอย่างหนูต้องมารับกรรมไปด้วย มันยุติธรรมแล้วเหรอม้า”

มาลีสะบัดหน้าหนี อดีตอันขมขื่นยังวนเวียนทำร้ายจิตใจ จนไม่ยอมปริปาก ต่างจากสุพรรษา ส่ายหน้าด้วยความอ่อนใจ เมื่อรู้จากสามีว่าสมาชิกบ้านจิตวร-
บรรจงอาฆาตแค้นไม่เลิก

“ไอ้ที่ผ่านไปตั้งนมนานแล้ว อียังผูกใจเจ็บอยู่อีกหรือ อาเซี้ยะ...อั๊วควรจะทำยังไง”

“ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น ในเมื่อเราไม่ใช่ฝ่ายผิด ไอ้บันลือมันประกาศจะไม่อยู่ร่วมโลกกับเรา ก็เป็นไงเป็นกัน!”

ด้านวาริน...เห็นสภาพภรพก็ตกใจหน้าซีด ถามโน่นถามนี่ไม่หยุดปาก ด้วยความอยากรู้อยากเห็นตามนิสัย แถมเบ่งว่าเป็นลูกสาวนายธนาคารใหญ่ อาสาแข็งขันจะจัดการเรื่องตำรวจให้ ภรพรำคาญมาก แอบส่งสัญญาณให้พี่สาวน้องสาวเอาตัวออกไป พราวตากับภรีมเบื่อเสียงแหลมๆของวารินเช่นกัน เลยร่วมด้วยช่วยกันเป็นอย่างดี

เวลาเดียวกันที่ห้องทำงานไพศาล...หัวหน้าใหญ่แก๊งเสือปรึกษาหารือกับสองลูกน้องคนสนิทอย่างเคร่งเครียด ถึงเรื่องราววุ่นวายที่เกิดทั้งหมด โชคทวีเสนอตัวทำตามคำสั่งทุกอย่าง แต่ไม่วายตั้งข้อสังเกต

“ผมมาคิดดูแล้วนะครับเจ็ก ผมว่าเรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ ตั้งแต่สารทจีน จนภรพลงใต้แล้วถูกปองร้าย รวมไปถึงเรื่องผู้หญิงคนนั้น ผมว่าทุกอย่างมันถูกวางแผนมาหมดแล้ว”

“ลื้อคิดว่าไอ้คนบงการเรื่องชั่วๆนี่คือไอ้บันลือใช่ไหม”

“มันจะเป็นใครไปได้ล่ะครับเจ็ก”

ไพศาลตาลุกด้วยความโกรธจัด แต่ยังไม่บอกว่ามีแผนการตอบโต้เช่นไร มงคลแยกตัวออกไป เจอกับพราวตา ซึ่งมาดักถามถึงแผนของพ่อ บอดี้การ์ดหนุ่มหน้าซื่อ
ส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะบอกว่าไม่มีใครรู้รายละเอียดอะไรมาก และยังไม่ฟันธงว่าเป็นฝีมือของใคร รู้แต่ว่าอาจมีสาเหตุจากความแค้นเก่าเมื่อหลายสิบปีก่อนของบันลือกับไพศาล

ส่วนโชคทวีจัดแจงไปยุยงภรีมซึ่งเป็นคนเอาเรื่องอยู่แล้วให้เข้าใจผิด คิดว่าวันวิสาใช้ความเป็นผู้หญิง

ลวงภรพมาติดกับ ให้พ่อกับพี่ชายแก้แค้นเรื่องในอดีต โชคทวีมองลูกสาวคนเล็กของไพศาลด้วยแววตานิ่งสงบ ทั้งที่ภายในแอบสะใจมาก และเชื่อว่าสองตระกูลใหญ่แห่งเยาวราชจะต้องเปิดศึกกันเร็วๆนี้แน่

ขณะที่บ้านรุ่งเรืองไพศาลศิริวางแผนตอบโต้อย่างดุเดือด บันลือตัดสินใจให้วันวิสาแต่งงานกับประยูรเพื่อตัดปัญหา ประกิตซึ่งเป็นตัวแทนมาสู่ขอ ปลื้มมาก รับปากจะไปเตรียมงานให้พร้อมโดยเร็วที่สุด

วันวิสารับทราบความต้องการของพ่อด้วยน้ำตานองหน้า เมื่อไปไหว้พระที่ศาลเจ้าในวันต่อมา ก็อดไม่ได้จะมองหาภรพเพราะเคยนัดเจอกันที่นี่บ่อยๆ แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะไม่มีแม้แต่เงาของเขา มาลีมองออกว่าลูกสาวทุกข์ใจมาก ต้องถูกบังคับให้แต่งงาน แต่ไม่อยากให้เรื่องวุ่นวายกว่านี้ เลยต้องปล่อยให้เลยตามเลย แต่ที่เธอคิดไม่ถึง คือความดื้อดึงของภรพ ที่แอบมาดักเจอแฟนสาวที่ตลาด

วันวิสาโผกอดภรพแน่น ทันทีที่ปลีกตัวจากแม่สำเร็จ ทายาทหนุ่มแก๊งเสือไม่รอช้า บอกถึงแผนการพาหนี

“ในเมื่อผู้ใหญ่ของเราทั้งสองฝ่าย ไม่เห็นค่าความรักของเราก็ไม่เป็นไร คุณไปกับผมเถอะ เราจะไปสร้างครอบครัวใหม่ของเรากันเอง ถ้าคุณมั่นใจในตัวผม ก็ไม่มีอะไรต้องกลัวอีกแล้ว ไปด้วยกันเดี๋ยวนี้เลย”

แต่สองหนุ่มสาวก็ไปไม่ถึงไหนเหมือนครั้งที่แล้ว เมื่อลูกสมุนของบันลือตามมาขวาง ภรพจะสู้ แต่คนเดียว แถมยังบอบช้ำจากแผลเก่าเลยเกือบพลาดท่า โชคดีที่มงคลเข้ามาช่วยเสียก่อน ภรพจะพาแฟนสาวหนี แต่มาลีเข้ามาขวางไว้ วันวิสาพยายามยื้อเวลา อยากอยู่ดูอาการแฟนหนุ่ม แต่ก็ต้องถอยเมื่อถูกแม่แหวลั่น

“ไม่ได้ยินหรือไง ม้าบอกให้กลับบ้าน ลื้ออย่าทำให้อะไรๆมันเลวร้ายลงไปกว่านี้เลย!”

ไพศาลแทบเป็นบ้าเมื่อทราบถึงวีรกรรมบ้าบิ่นของลูกชาย บุกเดี่ยวไปชิงตัววันวิสากลางตลาด แต่ไม่ทันพูดกันให้เข้าใจ สองพ่อลูกก็ต้องรวมหัวกันแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของบริษัท เมื่อมีเจ้าหน้าที่โทร.บอกว่ารังนกส่งออกเกรดเอถูกเมืองจีนตีกลับทั้งหมด พร้อมเอกสารชี้แจงยกเลิกสัญญาการค้า เพราะรังนกลอตล่าสุดปนเปื้อนสารไนเตรด ทำให้รังนกกลายเป็นสีแดงเข้มกว่าปกติ ไม่ใช่แบบรังนกแดงตามธรรมชาติ

โชคทวีเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง รีบตอกย้ำข้อสันนิษฐานเดิมของตัวเอง ว่าเป็นฝีมือแก๊งมังกรทองแน่ เพราะเคยมีปัญหาเรื่องสัมปทานรังนกมาตลอด ภรีมรู้เรื่องก็พยายามกล่อมให้พี่ชายตัดใจ เชื่อว่าวันวิสาต้องถูกส่งมาเป็นเครื่องมือปั่นหัวเขาเพื่อทำลายกิจการของตระกูล พราวตาปรามน้องสาว แต่ภรีมก็ไม่ฟัง และโกรธมากเมื่อภรพไม่เชื่อ

“พวกแก๊งมังกรทองมันคิดร้ายกับเรา ถ้าเฮียเห็นความรักของเฮียสำคัญกว่า เฮียก็เห็นแก่ตัวเกินไปแล้ว!”

พราวตาหาทางดึงภรีมออกไปจนได้ ทิ้งภรพให้จมกับความเครียดของตัวเองเงียบๆ ก่อนจะตัดสินใจเด็ดขาด จะบุกไปเค้นความจริงจากบ้านจิตวรบรรจง ว่าต้องการอะไรจากครอบครัวเขากันแน่!

ooooooo


ละครซีรีส์เลือดมังกร : เสือ ตอนที่ 4 อ่านซีรีส์เลือดมังกร : เสือติดตามละครซีรีส์เลือดมังกร : เสือ ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย อนันดา เอเวอริงแฮม,คิมเบอร์ลี แอน เทียมศิริ 10 มี.ค. 2558 07:44 2015-03-14T01:22:07+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ