ข่าว

วิดีโอ



ซีรีส์เลือดมังกร : เสือ

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก แอคชั่น ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: ยิ่งยศ ปัญญา

กำกับการแสดงโดย: พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง

ผลิตโดย: บริษัท แอค อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: อนันดา เอเวอริงแฮม,คิมเบอร์ลี แอน เทียมศิริ

ภรพ ทายาทหนุ่มหล่อของตระกูลรุ่งเรืองไพศาลศิริ นั่งพนมมือไหว้เจ้าพร้อมสมาชิกคนอื่นในบ้าน เนื่องในวันสารทจีน โดยมีไพศาลหรือเถ้าแก่เซี้ย หัวหน้าแก๊งเสือแห่งเยาวราชและพ่อของภรพประกาศถึงอุดมการณ์

“ตระกูลรุ่งเรืองไพศาลศิริของเรา ยึดมั่นความซื่อสัตย์เหนือสิ่งอื่นใดมาตั้งแต่บรรพชน ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น ป๊าอยากให้ลื้อระลึกไว้เสมอ ว่าจะต้องมั่นคงต่อคุณธรรมข้อนี้ด้วยชีวิต เพราะเกิดเป็นคน ต่อให้รวยล้นฟ้า หรือยากจนข้นแค้นยังไง ลื้อก็ยังเชิดหน้ามองคนทั้งโลกนี้ได้อย่างมีศักดิ์ศรี”

“ครับป๊า...ผมจะไม่มีวันลืมคำสอนของป๊าครับ” ภรพรับคำหนักแน่น

หลังจากนั้น...ทุกคนในบ้านรุ่งเรืองไพศาลศิริก็มุ่งหน้าไปโรงงิ้ว เพื่อร่วมงานเฉลิมฉลองในวันสารทจีน ภรพไม่ได้สนใจการแสดงงิ้วมาก เลยเลี่ยงไปทำหน้าที่แจกทานและข้าวของแก่คนจนในเยาวราชแทนไพศาล โดยมีโชคทวีเพื่อนสนิทตามไปด้วย แต่เพราะมัววุ่นวายกับการแจกทาน เลยไม่ทันระวังตัว ถูกกลุ่มชายชุดดำ ซึ่งอาศัยช่วงชุลมุนลอบฆ่าด้วยการยิงกราดแบบไม่ยั้งมือ แต่ภรพก็ไวทายาด หนีเอาตัวรอดไปได้อย่างหวุดหวิด

สมาชิกตระกูลรุ่งเรืองไพศาลศิริ ประกอบไปด้วยไพศาล สุพรรษา พราวตาและภรีม พ่อแม่พี่สาวและน้องสาวของภรพแทบนั่งไม่ติดเมื่อได้ยินเสียงอึกทึกด้านนอก ก่อนจะถอนใจโล่งอก เมื่อเห็นภรพกลับเข้ามาอย่างปลอดภัย มงคลบอดี้การ์ดคนสนิทของภรพรีบรายงานว่ามีชาวบ้านตายไม่น้อย รวมทั้งอาฉาง พี่ชายคนเดียวของหงส์ ทายาทสาวคนเล็กจากแก๊งหงส์ดำแห่งเยาวราช ภรพโมโหมากที่พวกชุดดำเหิมเกริม ตั้งท่าจะไปเอาเรื่อง ไพศาลต้องรั้งไว้

อัลบั้ม: ซีรีส์ฟอร์มยักษ์ เลือดมังกร ตอน เสือ จับ อนันดา ประกบ คิมเบอร์ลี่

“บ้านเมืองมีขื่อมีแป แต่ไอ้พวกสันดานชั่วพวกนี้ มันทำตัวอยู่เหนือกฎหมาย มันต้องกำจัดให้สิ้นซาก!”

การก่อการอุกอาจครั้งนี้ของชายชุดดำทำให้ทายาทเลือดใหม่จากหลายแก๊งในเยาวราชต้องเดือดร้อน บาดเจ็บและสูญหาย รวมทั้งคณินแห่งแก๊งเหยี่ยวแดง เพื่อนสนิทของภรพ มงคลเดาว่าคณินอาจไปซ่อนตัวที่ไหนสักแห่ง ภรพใจร้อน อยากไปตามหาเพื่อน แต่ไพศาลกับสมาชิกคนอื่นเป็นห่วง ไม่อยากให้ไป

“ผมไม่กลัวอะไรทั้งนั้นป๊า”

“ข้างนอกนั่น ใครเป็นใครบ้างก็ไม่รู้”

“แต่ป๊าเคยสอนผมเองว่ายามยาก เพื่อนย่อมไม่ทิ้งเพื่อน”

“แล้วใครจะบอกลื้อได้ว่าจริงๆแล้วลื้อนั่นแหละ คือเป้าหมายที่พวกมันต้องการเก็บหรือเปล่า”

“ตระกูลเรา...ทำมาหากินสุจริต ไม่เคยเอาเปรียบใคร ผมไม่เชื่อหรอกป๊าว่าเราจะมีศัตรูที่ต้องการถึงชีวิตผม”

“ลื้อจะพัง ก็เพราะความประมาท ความดื้อของลื้อเอง อย่าคิดว่าเป็นทหารมา แล้วจะทำอะไรได้ ลื้อเป็นลูกชายคนเดียว ถ้ามีอันเป็นไป รุ่งเรืองไพศาลศิริจะเหลือใคร ลื้อเคยคิดดูบ้างไหม”

คำพูดเตือนสติของพ่อ ทำให้ภรพได้คิด เลือดร้อนในกายสงบลงบ้าง เพราะตระหนักได้ว่ายังมีห่วงและครอบครัวที่ต้องดูแล แต่ถึงจะไม่ไปตามหาคณิน ภรพก็ไม่เปลี่ยนแผนการไปดูงานที่เกาะรังนกทางใต้ มงคลกับโชคทวีจะตาม แต่ภรพไม่ยอม อยากให้สองหนุ่มอยู่ดูแลครอบครัวเขาที่กรุงเทพฯมากกว่า โชคทวีรับปากหนักแน่น

“นายไม่ต้องห่วง ครอบครัวนายก็เหมือนครอบครัวฉันเหมือนกัน ป๊ากับม้านายก็เหมือนพ่อแม่แท้ๆของฉัน”

ooooooo

ภรพเดินทางไปเกาะรังนกเช้าวันต่อมา โดยไปหยุดรอที่ท่าเรือและแวะทานอาหารฆ่าเวลา แต่การเดินทางอันแสนสงบของเขาก็ต้องพังลง เมื่อดันไปเจอหญิงสาวหน้าใสโลกสวยเอาเรื่องที่เขาแย่งโต๊ะและอาหารที่สั่งไว้

วันวิสานั่นเองคือสาวหน้าใสที่มีเรื่องกับภรพ หญิงสาวหัวเสียมาก เมื่อพบว่าอาหารและโต๊ะที่ตัวเองจองไว้ถูกชายหนุ่มหน้าหล่อแต่ท่าทางกวนประสาทแย่งไปต่อหน้าต่อตา แถมเมื่อเธอทวงถาม ก็สวนกลับอย่างไม่ยี่หระ

“เราเคยรู้จักกันหรือเจ๊”

“ก็เพราะไม่เคยรู้จักไง แล้วนายถือวิสาสะอะไรมานั่งโต๊ะฉัน กินอาหารกับโอเลี้ยงของฉัน”

สองหนุ่มสาวแปลกหน้าเถียงกันไม่หยุด ไม่มีใครยอมรับว่าเป็นฝ่ายผิด จนกระทั่งเด็กเสิร์ฟยกอาหารและโอเลี้ยงมาวางให้ บอกว่าเป็นของลูกค้าหนุ่ม ภรพนิ่งไปอึดใจเดียว ก่อนจะลากจานมากินดื้อๆ แล้วผลักจานที่เพิ่งกินคืนให้คู่กรณีสาว วันวิสาปรี๊ดแตก ประกาศลั่นไม่มีวันกินของเหลือเดนจากอีกฝ่าย ก่อนจะแย่งอาหารและโอเลี้ยงคืนมา

“ไร้ยางอารยธรรม ทำผิดแล้วยังไม่รู้จักขอโทษ แล้วก็กรุณาไปกินที่อื่นด้วย นี่มันโต๊ะฉัน”

“เจ๊ยกมาจากบ้านเลยเหรอ”

วันวิสาจ้องกลับตาแทบถลน ภรพคร้านจะมีเรื่องเลยผละไปนั่งที่อื่น ก่อนจะเริ่มหงุดหงิด เพราะต้องเสียเวลารอเรือนานกว่าที่เคย โดยไม่สังหรณ์ใจเลยว่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นในอีกไม่กี่อึดใจ

เวลาเดียวกันที่สำนักงานไพศาลศิริรังนกในกรุงเทพฯ...โชคทวีโวยวายผ่านสายโทรศัพท์อย่างหัวเสีย เมื่อภรพโทร.บอกว่าคนเรือไม่มารับ ไพศาลผ่านมาได้ยิน เลยขอคุยกับลูกชาย ให้ไปเกาะวันรุ่งขึ้นแทน แต่ภรพก็ปฏิเสธ ไม่อยากเสียเวลา และอยากรู้มากกว่าว่าที่เกาะมีปัญหาอะไรกันแน่ ถึงไม่มารับตามนัด

หลังวางสายจากไพศาล ภรพก็หาเรือเดินทางไปเกาะ แต่ไม่มีใครยอมไป โดยอ้างว่าจะมีพายุ แต่สุดท้ายทายาทหนุ่มจากแก๊งเสือก็หาเรือได้ ด้วยค่าจ้างแพงลิบ วันวิสาซึ่งประสบปัญหาเดียวกัน เห็นคู่กรณีหนุ่มมีเรือ เลยขอไปด้วย แต่เขาไม่ยอม แถมไล่ตะเพิดเธออีก แต่สาวหน้าใสก็ไม่ยอมแพ้ แอบโยนกระเป๋าและลงเรือลำเดียวกันจนได้

ภรพกับคนขับเรือสองคนถึงกับส่ายหน้าเมื่อเห็นหน้าสาวหน้าใส วันวิสาไม่สนใจ ตีมึนขอให้ไปส่งที่เกาะเจ็ดด้วยเพราะเป็นทางผ่าน คนขับเรือมองหน้ากันอย่างมีพิรุธ ทำท่าจะไม่ยอม แต่ภรพก็ไม่ทันสังเกตท่าทางแปลกๆนั้น ด้วยรำคาญคู่กรณีสาวมากกว่า เลยตัดปัญหาบอกให้คนขับเรือไปส่งด้วย...ถือว่าเอาบุญแล้วกัน

แต่ถึงกระนั้น...สองหนุ่มสาวคู่ปรับก็เถียงกันตลอดทาง ภรพส่ายหน้าเอือมระอา เบื่อจะเถียงด้วย แต่ก็ไม่วายอยากรู้ว่าคู่กรณีสาวจะไปเกาะเจ็ดทำไม เพราะได้ยินมาว่าทั้งเกาะมีแต่ผู้ชาย วันวิสาไม่บอก ก่อนจะยกมือกุมหัวเพราะเริ่มเมาเรือ ภรพไม่ทันสังเกตท่าทางแปลกๆของอีกฝ่าย เลยแหย่

“รวยมากเหรอ เห็นคุยซะลั่นว่าเงินเต็มกระเป๋า” วันวิสากอดกระเป๋าแน่น มองอีกฝ่ายอย่างไม่ไว้ใจ ภรพขำ แกล้งขู่ “จะบอกให้นะเจ๊ ผมว่าเจ๊ไปไม่ถึงเกาะเจ็ดหรอก ไม่ทันถึงเกาะหนึ่ง ก็ถูกปล้นถ่วงทิ้งน้ำแล้ว”

วันวิสาไม่สนใจคำยั่วแหย่ มัวพะอืดพะอมจากอาการเมาเรือ และอ้วกใส่เต็มแขนคู่กรณีหนุ่ม ภรพมองมาเซ็งๆ บ่นพึมพำว่าอาหารและเครื่องดื่มมาครบทุกอย่าง ก่อนจะผละไปดื้อๆ ทิ้งให้คู่กรณีสาวอ้วกที่กราบเรือตามลำพัง

ภรพไม่รู้ว่าคู่กรณีสาวเมาเรือ เลี่ยงไปยืนชมวิว อีกทาง ก่อนจะรู้สึกแปลกๆ เมื่อเห็นว่าเรือมุ่งหน้าไปผิดทาง สองคนขับเรือทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ บอกว่าเป็นทางลัด ภรพไม่เชื่อจะซักต่อ แต่ก็ต้องอึ้ง เมื่อเห็นปืนในมือคนขับ วันวิสาโผล่เข้ามาแบบไม่รู้อีโหน่อีเหน่ จะขอยาแก้เมา แต่กลับต้องกรี๊ดลั่นเมื่อเห็นปืน ภรพได้โอกาส เข้าลุยกับสองคนขับด้วยมือเปล่า ก่อนจะลากคู่กรณีสาวที่กำลังอ้วกอีกระลอกลงไปหลบในเก๋งเรือ

แต่ถึงหลบดีแค่ไหน สองหนุ่มสาวคู่กัดก็หนีไม่พ้นสองคนขับจอมโหด ที่ตั้งหน้าตั้งตาจะฆ่าไม่เลือก วันวิสามองคนโน้นทีคนนี้ทีด้วยความหวาดหวั่น ก่อนจะพลัดตกลงทะเลแบบไม่ทันได้ตั้งตัว ภรพตกใจมาก หยิบเชือกโยนให้คู่กรณีสาวเกาะไว้ ก่อนจะหันไปเล่นงานสองคนขับเรือจนสลบเหมือดไปทีละคน

วันวิสาเกาะเชือกแน่น ลอยคอในน้ำด้วยความกลัวสุดขีด ก่อนจะกรี๊ดลั่นเมื่อถูกคู่กรณีหนุ่มขู่ให้รีบขึ้นเพราะมีอะไรบางอย่างกำลังพุ่งมา สาวหน้าใสที่ทำท่าจะหมดแรงเพราะเมาเรือ ว่ายน้ำกลับแบบไม่คิดชีวิต และโหนตัวขึ้นเรืออย่างคล่องแคล่วเพราะคิดว่าฝูงฉลามจะมาถึงตัว ภรพ

ลอบยิ้มร้าย ข่มความขำแทบแย่เมื่อคู่กรณีสาวโหวกเหวกโวยวายให้ไล่ฉลาม วันวิสาเริ่มเอะใจเมื่อเห็นท่าทีอีกฝ่าย ก่อนจะเต้นผางเมื่อได้ยินคำเฉลยของคู่กรณีหนุ่ม

“แมงกะพรุนต่างหาก เจ๊พูดของเจ๊เองนะว่าฉลามน่ะ”

ooooooo

สองคนขับเรือจอมโหดถูกมัดรวมกันที่กระโดงเรือ โดยมีภรพสอบสวนอย่างเคร่งเครียดว่าใครเป็นคนบงการเรื่องทั้งหมด วันวิสากอดกระเป๋าแน่น มองคู่กรณีหนุ่มด้วยแววตาหวาดระแวงและไม่ไว้ใจ ก่อนจะแทบกรี๊ดเมื่อเห็นเขาใช้เท้าดีดมีดขึ้นมาจากพื้น ชี้ไปที่สองคนขับเรือ

วันวิสายกมือปิดตา โวยลั่น “ไม่นะ...ตัดไข่ ฉันว่ามันโหดร้ายเกินไป”

ภรพยิ้มเย็น “ความคิดเจ๊นี่ไม่เลวเหมือนกัน บอกมา...ใครส่งพวกลื้อมา”

วันวิสาหันหลังหนีภาพสุดโหด แล้วต้องตาโตเมื่อเห็นเรืออีกลำแล่นมาทางนี้ ภรพได้ยินเสียงคู่กรณีสาวร้องตะโกนด้วยความดีใจ พร้อมคว้าผ้ามาโบกส่งสัญญาณสุดชีวิต ก็พยายามมองตาม ก่อนจะลากคู่กรณีสาวหลบแทบไม่ทัน เมื่อคนบนเรือลำนั้นกราดกระสุนใส่เข้ามาแบบไม่ยั้ง

สองหนุ่มสาวกระโดดลงทะเลหนีตาย ก่อนจะตาเหลือก เมื่อเห็นเรือรับจ้างถูกระเบิดเป็นจุณในพริบตา ภรพตั้งสติได้ก่อน พาคู่กรณีสาวเกาะซากไม้จากเรือ

จนมาถึงเกาะร้าง วันวิสาแทบหมดแรง โวยวายจนเขาต้องแหวกลับ

“หุบปากซะทีเจ๊ เจ๊ไม่จมน้ำตายหรอก แต่จะตายเพราะหลอดลมแตก”

“รู้อย่างนี้ฉันไม่ลงเรือลำเดียวกับนายซะก็ดี นายมันตัวซวยชัดๆ”

“ใครตัวซวยกันแน่ เจ๊นั่นแหละ ถ้าไม่อุตริโดดลงเรือมาอวดรวย ไอ้โจรพวกนั้นมันคงไม่คิดจะปล้นเอาหรอก”

“นายนั่นแหละ ไปหาเรื่องมันก่อน หน้าตาอันธพาลอย่างนายเนี่ย บอกยี่ห้อเลยว่าชอบหาเรื่องชาวบ้านแค่ไหน”

“ผู้หญิงล่ะก็อย่างนี้ทุกที ไม่ยอมรับความจริง”

“ผู้ชายมันก็อย่างนี้แหละ คิดแต่ว่าตัวเองถูก ฝ่ายเดียว ดีเอาเข้าตัว ชั่วยกให้คนอื่น”

ภรพคร้านจะเถียงด้วย แหวใส่หน้าคู่กรณีสาว ก่อนจะผละจากไปดื้อๆ วันวิสาตะโกนไล่หลัง

“ดี...ทางใครทางมัน ชาตินี้อย่าได้เจอะได้เจอผู้ชายอย่างนายอีกเลย”

สองหนุ่มสาวหันหลังแยกกันไปคนละทาง วันวิสากวาดตามองรอบตัวเครียดๆ ก่อนจะเปลี่ยนใจหันกลับ

“นี่นาย...รอด้วย รอฉันด้วย นายจะทิ้งฉันไว้คนเดียวไม่ได้นะ นายทำให้ชีวิตฉันมีปัญหา นายต้องรับผิดชอบ!”

จากคู่กัดกลายเป็นคู่หู สองหนุ่มสาวที่ไม่รู้จักกันแม้แต่ชื่อ เดินตามกันต้อยๆรอบเกาะ เผื่อเจอใครพอจะให้ความช่วยเหลือได้ ภรพตะโกนเรียกหาสิ่งมีชีวิตบนเกาะจนหมดแรง เลยโบ้ยให้คู่หูสาวลองบ้าง

“ช่วยกันหน่อยสิเจ๊ อย่ามัวแต่กินแรงคนอื่น”

วันวิสาขัดใจที่ได้ยินคำว่าเจ๊ แหวกลับ “พูดดีๆก็ได้ ทำไมต้องหยาบคายกับฉันด้วย”

“อาอึ้มครับ ถ้าอาอึ้มอยากออกไปจากเกาะนี้ อาอึ้มช่วยกรุณาทำตามที่กระผมบอกด้วยเถอะครับ”

วันวิสาถอนใจเซ็งๆ ก่อนจะลองตะโกนบ้าง แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับเหมือนเดิม ภรพยิ้มแห้งๆ ก่อนจะเปรยว่าคงต้องติดเกาะแบบนี้สักพัก วันวิสาโวยทันที ไม่มีวันยอมอยู่ในที่แบบนี้แน่ๆ

“หัดยอมรับความจริงหน่อยสิเจ๊ว่านี่มันเกาะร้าง”

“แต่ฉันไม่ขออยู่กับคนที่ฉันไม่เคยรู้จักเด็ดขาด”

“พูดอย่างกับผมอยากอยู่กับเจ๊นักนี่”

“รู้อย่างนี้ฉันไม่ลงเรือมาลำเดียวกับนายซะก็ดี”

“เสียใจด้วยนะ มันเป็นอดีตไปแล้ว ปัจจุบันคือเราสองคนอยู่บนเกาะร้างกลางทะเล มุมไหนของประเทศไทยก็ยังไม่รู้เลย ก่อนคิดว่าจะออกไปจากที่นี่ยังไง เอาชีวิตตัวเองให้รอดซะก่อนเถอะเจ๊”

พูดจบก็ผละจากไป กู่ร้องตามหาความช่วยเหลือไปเรื่อยๆ วันวิสาไม่มีทางเลือก ต้องเดินตามแบบเสียไม่ได้ ก่อนจะแทบนอนแผ่อย่างหมดสภาพในอีกหลายชั่วโมงถัดมา ภรพจะเดินต่อ แต่วันวิสาไม่ไหวแล้ว

“เชิญนายเดินไปคนเดียวละกัน ฉันไม่ไปกับนายแล้ว”

“จะมาตายแห้งเป็นปลาเค็มอยู่แถวนี้ ศพไม่สวยนะเจ๊”

“เรื่องของฉัน ถ้าฉันตาย ฉันจะเป็นผีคอยตามจองล้างจองผลาญนาย...คอยดูสิ”

สองหนุ่มสาวปะทะฝีปากกันอีกครั้ง โทษกันไปมาว่าอีกฝ่ายเป็นต้นเหตุความซวยครั้งนี้ วันวิสาหัวเสียมากและกำลังจะเหี่ยวแห้งตายด้วยความหิวกระหายอยู่แล้ว ถ้าจู่ๆจะไม่มีลูกมะพร้าวหล่นลงมาตรงหน้าเสียก่อน

สาวหน้าใสคว้าหมับ ตั้งใจจะดื่มน้ำมะพร้าวให้ชื่นใจ แต่คู่กรณีหนุ่มก็ดับความฝันนั้นด้วยการตั้งท่าจะเข้ามาแย่ง

วันวิสากอดลูกมะพร้าวแน่น “ลูกนี้ของฉัน นายจะกินก็ไปหาเอาเอง”

“ทำเป็นอวดเก่ง แล้วมีปัญญาปอกไหมล่ะ”

วันวิสาไม่ยอมแพ้ พยายามแกะเปลือกมะพร้าวด้วยความยากลำบาก แต่ก็ไม่สำเร็จ ภรพเหยียดยิ้ม ก่อน จะเดินไปหามะพร้าวลูกอื่น ใช้หินทุบเปลือกแห้งๆออกอย่างง่ายดาย วันวิสาตาโต เปลี่ยนท่าทีเป็นประจบประแจงทันที

“ทำไมนายเก่งอย่างนี้ ฉลาดปราดเปรื่องที่สุด เกิดมาฉันไม่เคยเจอใครทั้งเก่งทั้งฉลาด แถมมีน้ำใจเท่านายเลย”

“ไอ้เก่งกับฉลาดเนี่ย ยอมรับนะเจ๊ แต่อันหลังน่ะ เจ๊อย่าตั้งความหวังให้มันมากนัก”

“จะแล้งน้ำใจกับผู้หญิงได้ลงคอเชียวหรือ”

“เจ๊ก็ถอนคำพูดก่อนสิว่าผมเป็นตัวซวย”

“ก็นายเป็นตัวซวยจริงๆนี่นา”

ภรพแกล้งไม่สนใจ ตั้งหน้าตั้งตาฉีกเปลือกมะพร้าวออกจนหมด เผยให้เห็นน้ำสีขาวขุ่นท่าทางหวานฉ่ำ วันวิสากลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ ก่อนจะยอมถอนคำพูดแบบไม่ลังเลใจ ภรพส่ายหน้าเอือมๆ สั่งให้อีกฝ่ายอ้าปาก วันวิสาจะไม่ยอม แต่เมื่อเห็นน้ำมะพร้าวหวานๆมายื่นตรงหน้า เลยละทิฐิอ้าปากรับน้ำมะพร้าวอย่างหิวกระหาย

ooooooo

สองหนุ่มสาวแทะเนื้อและดื่มน้ำมะพร้าวไปหลายลูกจนอิ่มหนำสำราญ วันวิสานอนแผ่หรา พร้อมนอนเต็มที่ ตรงกันข้ามกับภรพที่ทำท่าจะตระเวนรอบเกาะต่อ สาวหน้าใสค้านหัวชนฝา เหนื่อยและอยากอยู่รอแถวนี้ เผื่อมีเรือผ่านมา จะได้ขอความช่วยเหลือทัน แต่ภรพไม่ยอม บังคับและขู่ให้ตามไปจนได้

ภรพพาคู่หูสาวเดินลุยเข้าไปในป่า ฝ่าดงหญ้าและเถาวัลย์มากมาย วันวิสาบ่นกระปอดกระแปดตลอดทาง จนเขารำคาญ ท้าให้ลองนำทางบ้าง สาวหน้าใสอยากเอาชนะเลยรับคำท้า แต่ก็ต้องหน้าแตกไม่รับเย็บ เมื่อก้าวพลาดกลิ้งตกลงไปในเนินหญ้า ภรพไม่ช่วยแถมหัวเราะเยาะ ปล่อยให้อีกฝ่ายช่วยตัวเองและเดินตามเขาไปจนถึงน้ำตก

ภาพน้ำตกแสนสวยราวกับอยู่ในความฝัน ทำให้วันวิสาลืมตัวกระโจนลงน้ำ แหวกว่ายด้วยความสบายตัวสบายใจสุดฤทธิ์ ภรพเห็นท่าคู่หูสาว เลยสั่งให้รีบขึ้น สาวหน้าใสไม่ยอม แถมเหวี่ยงใส่อีกต่างหากว่าอีกฝ่ายชอบออกคำสั่ง ทายาทหนุ่มเจ้าของเกาะรังนกไม่สะทกสะท้าน นับหนึ่งถึงสามช้าๆ

วันวิสาเมินหน้าหนี ก่อนจะรู้สึกแปลกๆ เหมือนมีตัวอะไรบางอย่างเลื้อยพันแข้งพันขา ความกลัวทำให้ลืมทุกอย่าง ตะกายหนีขึ้นฝั่งแบบไม่คิดชีวิต ภรพยิ้มเยาะสะใจ ก่อนจะย้ำให้คู่หูสาวทำตามคำสั่ง...อย่าดื้ออีกเป็นอันขาด!

บทเรียนที่น้ำตกทำให้วันวิสาจ๋อยไปพักใหญ่ ก่อนจะตีหน้ายักษ์ใส่คู่หูหนุ่มที่สั่งเสียงห้วนให้ไปหาฟืนมาก่อกองไฟ สาวหน้าใสสงสัย ทำไมอีกฝ่ายไม่หาที่พักใกล้น้ำตกหรือริมทะเล เผื่อหาอาหารและรอเรือที่อาจผ่านมา ภรพไม่อธิบาย แถมไล่ตะเพิดอีกต่างหาก ให้เธอรีบไปหาฟืนมาสุมไฟก่อนมืด

วันวิสาไปหาฟืนแบบเสียไม่ได้ ตั้งท่าจะเหวี่ยงกลับอยู่แล้ว ถ้าไม่ได้เห็นคู่หูหนุ่มปั่นไม้จนควันขึ้น ก่อนจะเอาเศษหญ้าเติมเชื้อไฟเรื่อยๆ จนกลายเป็นกองไฟในไม่กี่อึดใจ ภรพเห็นอีกฝ่ายทำท่าทึ่ง เลยโอ่ใหญ่

“เรื่องกล้วยๆ มันเป็นความสามารถผู้ชายเท่านั้นแหละที่ทำได้”

“อย่าหลงตัวเองให้มากนัก”

“แล้วผู้หญิงอย่างเจ๊ทำอะไรได้บ้าง นอกจากโวยวาย แล้วก็ก่อแต่ปัญหา”

“แล้วนายจะได้เห็น”

“อย่าให้นานนักแล้วกันเจ๊ เอามื้อเย็นเลยเป็นไง เดี๋ยวหาว่าผมเผด็จการดีแต่สั่ง ผมให้เจ๊เลือกก่อนก็ได้”

พูดจบก็ผละไปหาผลไม้ในป่ามาปอกเปลือกกินหน้าตาเฉย ทิ้งให้คู่หูสาวพยายามจับปลาด้วยความทุลักทุเล

“ยอมรับมาซะเหอะเจ๊ โลกนี้น่ะ เขาออกแบบมาให้ผู้ชายเป็นผู้นำ ผู้หญิงน่ะทำงานของผู้ชายไม่ได้หรอก”

คำพูดเย้ยหยันของคู่หูหนุ่ม ที่ทำท่าจะกลายเป็นคู่กัดอีกรอบทำให้วันวิสาหัวเสียมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก แถมได้ทึ่งแทนอีกต่างหาก เมื่อเห็นเขาใช้ไม้ปลายแหลมแทงปลาในโขดหินได้อย่างง่ายดาย

และเสียงโวยวายกับอาการวีนเหวี่ยงตลอดเวลาของวันวิสาก็ไม่มีให้เห็นอีกเลย เมื่อได้แทะปลาย่างร้อนๆ ภรพมองมายิ้มๆ ก่อนจะชวนคุยและเตือนอีกฝ่ายให้ระวังตัวมากกว่านี้ถ้าต้องเดินทางคนเดียวคราวหน้า วันวิสาเกือบยิ้มตอบอยู่แล้ว ถ้าไม่ได้ยินคำว่าเจ๊และคำถามระคายหูจากเขาว่าเธออายุเท่าไหร่

“หยาบคาย ไม่มีใครสอนหรือไงว่าถามอายุคนอื่นเป็นมารยาทที่ทราม”

ภรพแกล้งบ่นว่าไม่ถามแล้วจะรู้ได้ไง วันวิสาสวนว่าไม่จำเป็นต้องรู้ ภรพเลยกวนกลับ

“ไม่อยากให้รู้ก็ต้องเดา...อย่างเจ๊เนี่ย น่าจะสักสามสิบสอง ลูกกี่คนแล้ว”

วันวิสาหมดความอดทน ปรี๊ดแตกแล้วสะบัดหน้าหนีไปดื้อๆ ก่อนจะกลับมาใหม่อีกครั้งตอนใกล้พลบค่ำ เมื่ออารมณ์สงบแล้ว ภรพมองมายิ้มๆ แต่ไม่ได้พูดอะไร สาวหน้าใสเลยเข้าใจไปอีกทางว่าอีกฝ่ายไม่น่าไว้ใจและเอากิ่งไม้ขีดเส้นแบ่งอาณาเขต ภรพหัวเราะก่อนเยาะ

“อย่างเจ๊เนี่ยนะ...เห็นแล้ว...เสื่อมถอยทาง อารมณ์เปล่าๆ”

วันวิสายัวะมาก กระโดดข้ามเส้นมาเอาเรื่องเต็มที่ ภรพไม่กลัว ย้อนกลับขำๆ

“ถ้าผมจะทำอะไรเจ๊นะ ไอ้แค่เส้นแบ่งเขตเหมือนเด็กเล่นกันเนี่ย มันไม่มีความหมายอะไรหรอกเจ๊”

“ฉันก็หวังว่านายจะเป็นสุภาพบุรุษพอ ขืนล้ำเข้ามาล่ะก็...โดนดีแน่ แล้วจะหาว่าไม่เตือน”

พูดจบก็หยิบท่อนไม้มาวางใกล้มือ แล้วล้มตัวลงนอน โดยมีภรพมองมาเอือมๆ...ผู้หญิงอะไร ไม่น่ารักเลย!

ooooooo

วันวิสานอนไม่ค่อยหลับเพราะพื้นแข็ง พลิกตัวไปมาด้วยความอึดอัด ภรพยังไม่นอน หันไปดูแล้วชะงัก ขยับตัวช้าๆข้ามเส้นเขตแดนไปทางคู่หูสาว วันวิสาเห็นอีกฝ่ายเข้ามาใกล้ก็ทำท่าจะกรี๊ด แต่ก็ต้องอ้าปากค้าง

พูดไม่ออก เมื่อเห็นเขาคว้าปลายหางงู เขวี้ยงออกไปอีกทาง!

เหตุการณ์สุดระทึกกลางดึกทำให้สองหนุ่มสาวข่มตาหลับไม่ลง หวาดระแวงสารพัด กลัวจะมีสัตว์ร้ายหรือภยันตรายประเภทอื่นโผล่มาอีก วันวิสามองผู้มีพระคุณหมาดๆด้วยสายตาแน่นิ่ง ก่อนจะตัดสินใจถามว่าเขาชื่ออะไร ภรพนิ่งไปชั่วขณะ แล้วตอบเสียงเรียบว่าชื่อจู๋ สาวหน้าใสถึงกับผงะ แหวลั่นว่าอีกฝ่ายเป็นพวกลามก

“ลามกตรงไหน น่าเกลียดตรงไหน จู๋แปลว่าหดจนสั้น ดวงจู๋ไง ไม่เคยได้ยินหรือไง เจ๊คิดมาก”

วันวิสาร้องยี้ ทำใจไม่ได้จะเรียกชื่อเขา แต่ภรพก็ไม่สนใจ แถมได้หัวเราะก๊ากเมื่อรู้ว่าคู่หูสาวชื่อจิ๋ม

“คนบ้าอะไรชื่อจิ๋ม ชื่อคนมีตั้งเยอะ พ่อแม่เจ๊นึกอะไรไม่ออกหรือไง ถึงได้ตั้งชื่อลูกน่าเกลียดอย่างนี้”

วันวิสาไม่สน สวนกลับ “จิตใจนายมันก็มีแต่เรื่องลามกน่ะสิ จิ๋มแปลว่าเล็กๆ น่ารักน่าเอ็นดูต่างหาก”

ภรพส่ายหน้าขำๆ ก่อนจะล้มตัวลงนอน ทิ้งวันวิสาให้มองมาด้วยความขัดใจ...อยากจะซัดสักป้าบ!

แต่ถึงจะเถียงกันแค่ไหน สองหนุ่มสาวก็ดูแลกัน และกันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะวันวิสา ตื่นแต่เช้าไปแซะหอยนางรมตามโขดหิน สร้างความประหลาดใจให้แก่ภรพเป็นอย่างมาก แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองเลย ว่าคู่หูสาวท่าทางเหยาะแหยะจะทำอะไรแบบนี้ได้ วันวิสามองมายิ้มๆ ก่อนจะโอ่ด้วยความภูมิใจ

“นายยอมรับแล้วใช่ไหมว่าผู้หญิงก็ทำอย่างที่ผู้ชายทำได้เหมือนกัน อย่างน้อยก็วันนี้ เราก็มีอาหารกินกันแล้ว”

แต่ไม่ทันขาดคำ หินขนาดเหมาะมือที่อุตส่าห์หากะเทาะเปลือกหอยก็หลุดมือลงน้ำ ภรพส่ายหน้าขำๆ ก่อนจะดึงมีดพกที่เพิ่งค้นพบตอนตระเวนรอบเกาะตอนเช้ามาแซะหอยนางรมออกอย่างง่ายดาย วันวิสาอ้าปากค้าง ก่อน จะเปลี่ยนเป็นยิ้มกว้าง เมื่อเขาป้อนหอยนางรมสดๆให้ถึงปาก

เช้าวันเดียวกันที่บ้านรุ่งเรืองไพศาลศิริ...ไพศาลกำลังหัวเสีย เมื่อได้ยินจากคนงานที่เกาะรังนกว่าลูกชายคนเดียวยังไปไม่ถึง แถมติดต่อไม่ได้ มงคลกับโชคทวีอาสาไปตาม เกรงว่าทายาทหนุ่มแห่งแก๊งเสือจะมีอันตราย แต่ไพศาลห้ามไว้ ไม่อยากให้กังวลเกินกว่าเหตุ สุพรรษากับพราวตาได้ยินก็เริ่มเครียด มงคลต้องปลอบให้คลายใจ เพราะเชื่อว่าภรพเอาตัวรอดได้ แต่สุพรรษาก็ไม่วางใจ ต่างจากพราวตาที่เชื่อมั่นในตัวน้องชาย

“ม้า...คนดีน่ะ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ย่อมคุ้มครองเสมอ ม้าสอนอั๊วเอง ม้าอย่าลืมสิ”

ฟากภรพกับวันวิสา...ช่วยกันลากไม้ท่อนยาวไปกองรวมกันที่ชายป่าใกล้หาด สาวหน้าใสนามว่าจิ๋มเริ่มโวยวายด้วยความเหนื่อยอ่อน แต่หนุ่มหล่อนามว่าจู๋กลับมองเฉย ก่อนบอกว่าจะเอาไปสร้างกระต๊อบ วันวิสาตาเหลือก

“ไม่นะ...นายอย่าบอกนะว่าเราจะต้องปักหลักอยู่ที่นี่อีกนาน”

“ใครจะไปรู้ อาจจะเดือน สองเดือน หรือเป็นปีก็ได้”

“ฉันไม่มีวันทนอยู่กับนายเด็ดขาด”

“คิดหรือว่าคุณเป็นฝ่ายต้องทนคนเดียว พูดมากเสียเวลา...ขนไป”

วันวิสาหน้างอไม่ยอมขยับ ภรพส่ายหน้าเอือมๆ ก่อนจะขู่

“คืนนี้จะนอนตากลมตากน้ำค้างอีกคืนก็ตามใจนะ”

จบคำก็ลากไม้ไปกองอีกทาง วันวิสาถอนใจเซ็งๆ แล้วลากไม้ไปสมทบ ภรพเข้าไปหาเถาวัลย์มาร้อยไม้หลายท่อนไว้ด้วยกัน สาวหน้าใสพยายามช่วย แต่เหมือนจะทำให้ยุ่งมากกว่า ภรพมองมาด้วยความสมเพช

“ผู้หญิงก็ทำได้แค่นี้แหละ”

“ผู้ชายอย่างนายก็ใจดำอย่างนี้เหมือนกัน”

วันวิสาโกรธมาก ผลุนผลันจะเข้าป่าไปสงบสติอารมณ์ แต่ไม่วายทิ้งท้าย ให้เขาอยู่กระต๊อบไปคนเดียว ภรพโมโหมาก ตั้งท่าจะผละไปอีกทาง แต่สองหนุ่มสาวก็ต้องมานั่งรวมกันใหม่จนได้ เมื่อฝนห่าใหญ่เทลงมาไม่หยุด!

ooooooo

สภาพทุลักทุเลจากการตากฝนเกือบทั้งเช้า ทำให้สองหนุ่มสาวเลิกเถียง แล้วช่วยกันสร้างกระต๊อบสำเร็จจนได้ วันวิสาช่วยเอาใบกล้วยมาวางบนหลังคา ก่อนจะวิ่งไปสมทบกับคู่หูหนุ่มเพื่อมองกระต๊อบให้เต็มตา

“น่ารักน่าอยู่ดีเหมือนกันนะ กระต๊อบหลังนี้”

“เอาเชียว...เมื่อกี้ยังเรียกว่ามันเป็นกระต๊อบสับปะรังเคอยู่เลย”

“ก็มันสับปะรังเคจริงๆนี่นา โดยเฉพาะโครงสร้างฝีมือนาย แต่พอมุงหลังคาด้วยฝีมือฉันแล้ว มันเป็นกระต๊อบที่น่ารักมาก เสียดายคับแคบไปหน่อย เหมาะจะอยู่คนเดียว เพราะฉะนั้น...นายนอนข้างนอกก็แล้วกันนะ”

ภรพปฏิเสธ ไม่สละกระต๊อบให้เป็นอันขาด วันวิสาเลยโวยวาย เรียกร้องและร้องขอให้เขาสร้างอีกหลัง ทายาทหนุ่มจากแก๊งเสือยักไหล่ไม่สนใจ ก้าวช้าๆ กลับไปที่กระต๊อบ สาวหน้าใสตามไปดักหน้า แถมขีดเส้นแบ่งเขตเสร็จสรรพ

“ฝั่งโน้นของนาย ฝั่งนี้ของฉัน ห้ามล้ำเข้ามาเด็ดขาด”

ภรพขีดเส้นใหม่ตรงกึ่งกลาง “ผู้หญิงผู้ชายเท่ากัน... อย่าโลภมาก”

พูดจบก็สั่งให้คู่หูสาวไปหาหัวมันในป่า วันวิสาจะโวย เลยถูกสวนกลับ หรือว่าอยากจับปลาแทน สาวหน้าใสหน้างอ แล้วเดินเข้าป่าเซ็งๆ ภรพส่ายหน้ามองตาม ก่อนจะก้มหน้าก้มตาจับปลาอย่างทะมัดทะแมง

ภรพใช้เวลาไม่นานก็จับปลาได้หลายตัว ต่างจากคู่หูสาว หายหน้าไปนานจนน่าเป็นห่วง ภรพวางพวงปลาที่แทงมาได้ไว้ข้างกระต๊อบ แล้วลุยป่าไปตามหา หัวเสียขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นสาวหน้าใสมุดน้ำดำหัวที่น้ำตกอย่างร่าเริง

“ให้หาเผือกหามัน หายมาเป็นชั่วโมง”

“ฉันก็ต้องการเวลาที่เป็นส่วนตัวของฉันบ้างสิ”

“คิดว่าตัวเองมาพักผ่อนตากอากาศหรือไง เสือมันน่าจะคาบไปกินให้สิ้นเรื่องสิ้นราว”

“ไม่ต้องมาข่มขู่ฉันหรอก ฉันไม่กลัว!”

ภรพอยากจะบ้าตาย ทวงถามถึงหัวมันที่ให้หา วันวิสาถอนใจยาว สารภาพว่าหาไม่ได้เพราะไม่รู้จัก

หนุ่มหล่อทายาทแก๊งเสือแทบคลั่ง แต่พยายามข่มไว้ ก่อนจะสั่งให้อีกฝ่ายขึ้นจากน้ำ วันวิสาเลยแหวไล่

“นายมายืนโด่ตรงนี้ แล้วจะให้ฉันขึ้นไปได้ยังไง อีตาบ้า...หัดให้เกียรติผู้หญิงบ้าง”

ภรพนิ่งไปอึดใจ ก่อนจะยั่ว “นับหนึ่งถึงสาม ถ้ายังไม่ขึ้นมา ขอให้ปลิงเกาะ...เจ๊จิ๋ม!”

วันวิสาตาลีตาเหลือกขึ้นจากน้ำทันทีที่เขาหันหลังให้ ก่อนจะตามเขาไปขุดหาหัวมันในป่า โดยไม่ทันได้ใส่ยกทรง ภรพแสดงวิธีขุด พร้อมส่ายหน้าด้วยความเอือมระอากับท่าทางหยิบโหย่งของอีกฝ่าย วันวิสาแก้ตัวแกนๆ

“นี่...อย่ามามองฉันด้วยสายตาอย่างนี้นะ ใครหน้าไหนมันจะรู้ไปหมดทุกเรื่องในโลกนี้ล่ะ...ยกเว้นนาย”

กว่าจะได้หัวมันมากจนเป็นที่พอใจ วันวิสาก็แทบหมดสภาพเพราะความเหนื่อยอ่อน ภรพคร้านจะเถียงด้วย เลยเลือกจะหุบปาก เดินแบกหัวมันนำกลับกระต๊อบเงียบๆ โดยมีสาวหน้าใสเดินตามต้อยๆ ก่อนจะกรีดร้องด้วยความดีใจ เมื่อเห็นเรือประมงลำเล็กกำลังแล่นผ่านมา แต่สองหนุ่มสาวก็ต้องหน้าเสีย เมื่อเรือลำนั้นแล่นผ่านไปเฉยๆ

วันวิสาโทษคู่หูหนุ่มทันที “นายนี่มันตัวโตเสียเปล่า เรือลำเดียวนายก็ทำให้เขาเห็นเราไม่ได้”

“หุบปากไปเลยยายปากมาก เรื่องเฮงซวยอย่างนี้ มันคงไม่เกิดขึ้นหรอก ถ้ามีใครสักคนเฝ้าตรงนี้ไว้”

วันวิสาหน้าเจื่อน แต่ไม่วายโต้ว่าเป็นความผิดของอีกฝ่ายเหมือนกัน

“ก็แล้วทำไมนายไม่เฝ้าไว้ล่ะ อย่างน้อยนายก็ควรจะสุมไฟให้มีควันไว้ คนบนเรือเขาจะได้เห็น”

“มาฉลาดเอาตอนนี้มันก็สายไปแล้ว เตรียมตัวเตรียมใจไว้เหอะ ได้ค้างเติ่งบนเกาะนี้จนหนังเหี่ยวแน่”

วันวิสาลุกหนีด้วยความโมโห ภรพมองตาม ก่อนจะแววตาเป็นประกายเมื่อเห็นยกทรงในกระเป๋ากางเกงของคู่หูสาว สาวหน้าใสตาเหลือก เมื่อเห็นเขาคว้ายกทรงของเธอไปผูกกับกิ่งไม้ ปักไว้หน้ากระต๊อบอย่างนึกไม่ถึง ข่มความอยากปรี๊ดแทบแย่ เมื่อเขาเดินไปหยิบมันเผามากินหน้าตาเฉยหลังจากนั้น ภรพเห็นท่าอีกฝ่ายก็แกล้งแหย่

“ยกทรงตัวเดียว เจ๊จะหวงอะไรนักหนา หรือจะเปลี่ยนใส่ยกทรงไว้ แล้วเอาเสื้อนั่นไปผูกแทน”

“เสื้อนายก็มี ทำไมนายไม่ผูกเสื้อของนาย”

“แม่สอนไว้ ใส่เสื้อจะได้ไม่เป็นปอดบวม...ทีนี้เรือลำไหนผ่านมา ไม่รีบเข้ามาช่วยเราก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว”

ooooooo

สมาชิกทุกคนในบ้านรุ่งเรืองไพศาลศิริเป็นกังวลมาก เมื่อทราบจากภาษิตหัวหน้าคนงานบนเกาะรังนก ว่าเรือรับจ้างที่ภรพนั่งมากลับไม่ถึงฝั่งเป็นวันที่สอง ยิ่งเมื่อมงคลกับโชคทวีบอกว่าภรพอาจเจอโจรสลัดจับตัวไปก็ยิ่งร้อนใจ โดยเฉพาะสุพรรษา ถึงกับเป็นลมหมดสติ กลัวเหลือเกินว่าลูกชายคนเดียวจะเป็นอันตรายถึงชีวิต

พราวตาพาแม่ไปพักแล้ว ทิ้งโชคทวีกับมงคลให้ปรึกษาหารือกับไพศาลอย่างเคร่งเครียด แต่ยังสรุปไม่ได้ เพราะกลัวภรพจะยิ่งเป็นอันตราย ภรีมซึ่งเป็นห่วงพี่ชายไม่แพ้คนอื่นๆ อาสาไปตามที่เกาะด้วย โชคทวีมองมายิ้มๆ ก่อนจะปลอบให้ทำใจดีๆ...พี่จะไม่มีวันยอมให้เพื่อนรักของพี่เป็นอะไรไปเป็นอันขาด!

กลางดึกคืนเดียวกันที่เกาะร้าง...ภรพสะดุ้งตื่นทันทีที่ได้ยินเสียงประหลาด ก่อนจะผลุนผลันออกไปนอกกระต๊อบ วันวิสารู้สึกตัวพุ่งตามติด หน้าซีดเผือดเมื่อได้ยินเสียงคำรามมาจากอีกทาง ภรพส่ายหน้า อธิบายเสียงเรียบ

“เสือมั้ง...มันก็คงหิว ได้กลิ่นเหยื่อทางไหน มันก็มุ่งหน้าไปทางนั้นแหละ”

“นี่นายจะไม่ลุกขึ้นมาทำอะไรบ้างเลยหรือ”

“จะให้ทำอะไรล่ะ เท่าที่ฟังจากเสียงมันน่ะ ตัวมันคงใหญ่ไม่ใช่เล่น อย่างน้อยก็คงสักสองเมตร”

วันวิสาตาเหลือก โวยวายลั่นด้วยความกลัวสุดขีด ภรพลอบยิ้มเจ้าเล่ห์ สั่งให้ขยับมาใกล้ๆสาวหน้าใสไม่รู้เรื่อง กระโจนไปหลบข้างหลังเขาแต่โดยดี ทายาทแก๊งเสือ ถึงกับอึ้ง อารมณ์กระเจิดกระเจิงไม่น้อยที่ได้ใกล้ชิดหญิงสาว แต่ไม่ทันพูดอะไร เสียงเสือคำรามก็ดังขึ้นอีก หนุ่มหล่อนามว่าจู๋เลยแกล้งขู่

“เท่าที่ฟังเสียง มันน่าจะเป็นเสือโคร่งตัวเมีย อาจจะเป็นเสือแม่ลูกอ่อน...เวลามันหิวเนี่ย ไม่อยากจะคิดเลย”

วันวิสากลัวมาก ซุกตัวเบียดแผ่นหลังคู่หูหนุ่มจนแน่น ภรพชอบใจมาก แต่ก็ทำได้แค่นั่งเฉย รอให้เธอผล็อยหลับไปเองด้วยความอ่อนเพลีย กว่าสาวหน้าใสจะรู้สึกตัวอีกครั้งก็เช้าวันต่อมา อึ้งไม่น้อย เมื่อเห็นเสื้อของคู่หูหนุ่มคลุมตัวเธอ แต่ที่ทำให้ตะลึงสุด ก็เมื่อเห็นอีกฝ่ายกำลังทำกับดักเสือแต่เช้า

ภรพเห็นคู่หูสาวตื่นแล้ว เลยชวนไปดักหมูป่า วันวิสากวาดตามองรอบตัวงงๆ ภรพเลยแซว

“แหกตาดูหน่อยสิเจ๊ เนี่ยมันร่องรอยหมูป่าทั้งนั้น มันมาขุดหัวมันกิน หมูป่ามันยังรู้เลยว่าอันไหนมันสำปะหลัง”

“อย่ามาแขวะกันนะ ฉันไม่ใช่หมูป่านี่”

“ไม่ใช่...อีกหน่อยก็ใกล้เคียงล่ะ”

วันวิสาฟาดหลังเขาเต็มแรงด้วยความโมโห ก่อนจะได้ยิ้มกว้าง เมื่อเขาพามาเจอกวางฝูงใหญ่ แต่สองหนุ่มสาวคงจะขยับตัวเสียงดังเกินไป ฝูงกวางน่ารักเลยวิ่งหนีเข้าป่าดื้อๆ ภรพส่ายหน้าเซ็งๆ แต่ไม่ยอมแพ้ คว้าเถาวัลย์และอุปกรณ์กับดักสัตว์มาจัดเตรียมอย่างคล่องแคล่ว วันวิสาเห็นไม้ปลายแหลมในหลุมก็เริ่มเครียด

“นายจู๋...นายไม่คิดว่ามันโหดเหี้ยมไปหน่อยหรือ”

“อ้าว...ไหงมาสะบั้นอารมณ์กันแบบนี้ล่ะเจ๊”

“ฉันกินมันไม่ลงหรอกนะ สัตว์พวกนี้มันน่ารักจะตาย”

“แต่มันเกิดมาเพื่อเป็นอาหารของคนนะเจ๊”

“แต่เราก็เลือกกินอย่างอื่นแทนได้นี่นา มะพร้าวก็มี มันก็มี ปลาก็มี หอยก็ได้ นายลองคิดดูสิ ถ้านายกลายเป็นฝ่ายถูกล่าบ้าง นายจะรู้สึกยังไง สัตว์โลกตัวไหนมันก็รักชีวิตมันด้วยกันทั้งนั้นแหละ”

ภรพถึงกับอึ้งไปอึดใจ ไม่อยากเชื่อเลยว่าคู่หูสาวจอมโวยวายจะมีความคิดอ่อนโยนแบบนี้

ooooooo


ละครซีรีส์เลือดมังกร : เสือ ตอนที่ 1 อ่านซีรีส์เลือดมังกร : เสือติดตามละครซีรีส์เลือดมังกร : เสือ ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย อนันดา เอเวอริงแฮม,คิมเบอร์ลี แอน เทียมศิริ 27 ก.พ. 2558 09:37 2015-03-02T00:52:05+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ