ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ซีรีส์เลือดมังกร : สิงห์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: เลือดมังกร ตอน สิงห์ ได้ ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ประกบ มิว นิษฐา

บรรยากาศการเลือกนายกสมาคมเลือดมังกรคนใหม่เต็มไปด้วยความตึงเครียด เหมือนสงครามใหญ่ที่ฟาดฟันกันมานาน และครั้งนี้ก็ถือเป็นศึกครั้งสำคัญ ว่าฝ่ายธรรมะหรือฝ่ายอธรรมจะเป็นฝ่ายชนะ

ทรงกลดกวาดตามองแก๊งเพื่อนสนิท ที่ส่งสายตาให้กำลังใจตลอด โดยมีธามเป็นตัวแทนพูดแทนทุกคน

“ถ้าแกยังเชื่อว่าความดีต้องชนะความชั่ว แกก็จะชนะ”

เต็กเห็นว่าถึงแก่เวลา เลยจัดเตรียมไม้ติ้วสีดำและทองไว้เพื่อให้ทุกแก๊งร่วมลงคะแนน แต่ก็ไม่วายปรายตามองทรงกลดแบบเหยียดๆ ก่อนจะหันไปเชิญเล้งขึ้นกล่าวบางอย่างเพื่อเป็นการหาเสียง

เล้งก้าวมายืนต่อหน้าทุกคนด้วยท่าทางมั่นใจ “ถ้าทุกคนมอบความไว้วางใจให้อั๊วขึ้นเป็นนายกสมาคมเลือดมังกร อั๊วขอให้คำมั่นว่าพวกเราทุกคนจะใช้ชีวิตกันอย่างสงบสุขและมั่งคั่งกว่าเดิม”

เสียงฮือฮาจากแก๊งอธรรมดังขึ้นด้วยความพึงพอใจ และมั่นใจว่าจะมีที่ทางทำมาหากินแบบเดิม เต็กยิ้มประจบเล้งแบบออกนอกหน้า แล้วสั่งให้เริ่มลงคะแนน แต่ภรพก็โพล่งขึ้นก่อน ทวงสิทธิ์ให้เพื่อนรัก ทรงกลดลุกขึ้นยืนช้าๆ สบตาทุกคน แล้วไปหยุดที่เล้งอย่างท้าทาย

“ความมั่งคั่งไม่ใช่คำตอบของชีวิต สิ่งที่จะทำให้พวกเราทุกแก๊งที่แตกต่างทางความคิดอยู่แล้ว รวมกันอย่างสุขสงบได้ก็คือคุณธรรมในหัวใจของทุกท่าน สำหรับผม...อำนาจจึงต้องมาพร้อมกับคุณธรรมเสมอ”

เกาหัวหน้าแก๊งค้างคาวทำเสียงบางอย่าง เหมือนจะปรามาสแก๊งฝ่ายธรรมะที่ยึดมั่นในอุดมการณ์ที่ไม่เคยทำได้จริง แต่พวกทรงกลดก็ไม่สนใจ เพราะเต็กประกาศให้เริ่มลงคะแนน เล้งเห็นว่าตัวเองมีภาษีมากกว่า เลยคิดจะหักหน้าและเยาะเย้ยทรงกลด ด้วยการสละสิทธิ์ออกเสียงตัวเอง พร้อมกับบอก...ไม่หน้าหนาพอจะเลือกตัวเอง!

การลงคะแนนของแก๊งต่างๆดำเนินไปอย่างเชื่องช้า ในสายตาทรงกลด แม้ผลคะแนนจะออกมาแบบไม่ผิดความคาดหมายนัก แม้แต่เคี้ยง ซึ่งไม่อยากผิดคำพูด ยังต้องลงคะแนนให้เล้งเพื่อตัดปัญหา แต่คะแนนของทั้งสองฝ่ายก็สูสีกันจนต้องตัดสินใจด้วยคะแนนสุดท้าย ซึ่งทรงกลดก็ประกาศความเป็นผู้ชนะ ด้วยการโยนไม้ติ้วสีทองที่แอบเก็บไว้ตอนเล้งสละสิทธิ์ โยนลงกระถางอย่างสวยงาม ได้เป็นนายกสมาคมเลือดมังกรคนใหม่แบบหวุดหวิด

เวลาเดียวกันที่บ้านทรงกลด...ปออยากให้สิงห์หนุ่มได้รู้ความจริงที่ตงตัดสินใจทิ้งลูกเมียไปเมื่อหลายปีก่อน เลยแกล้งเอากองจดหมายของตงที่เขียนถึงวรดีไปซ่อนไว้ในเก๊ะห้องทำงานทรงกลด แล้วหลอกล่อให้จิรัสยามาทำบัญชีของครอบครัวในนั้น ซึ่งก็ได้ผลตามคาด จิรัสยาอ่านจดหมายบางส่วนด้วยแววตาสนอกสนใจ ก่อนจะถอนใจหนักหน่วง เพราะเชื่อแน่ว่าหากสามีได้รู้เรื่องนี้ จะต้องร้อนรนจนนั่งไม่ติดแน่...

ooooooo

แม้คะแนนเสียงจะออกมาให้ทรงกลดเป็นฝ่ายชนะ ได้เป็นนายกสมาคมเลือดมังกรคนใหม่อย่างที่สุงมอบหมายไว้ แต่ก็ต้องมาตกม้าตายตอนจบ เมื่อเขากล่าวถึงนโยบายแรกที่จะให้ทุกแก๊งให้ความร่วมมือ

“ผมวางนโยบายของสมาคมไว้แล้ว ผมขอสานต่อเจตนารมณ์ของแปะสุง ทำความดีทดแทนบุญคุณแผ่นดินไทย เริ่มต้นด้วยการยุติธุรกิจผิดกฎหมายทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นโรงฝิ่น โรงน้ำชา บ่อนการพนันและการลักลอบขายสินค้าเถื่อน นี่คือนโยบายถิ่นมังกรสีขาว...นโยบายที่จะทำให้แผ่นดินนี้น่าอยู่...เพื่อลูกหลานของเรา”

แก๊งฝ่ายอธรรม นำโดยเล้ง ไม่เห็นด้วยอย่างแรง เพราะขัดหนทางทำมาหากินในปัจจุบัน แต่ถึงกระนั้นก็ไม่กระโตกกระตากหักหน้านายกสมาคมฯคนใหม่ โดยเฉพาะเล้ง ย้อนถามเรียบๆ แต่แววตายียวนเป็นที่สุด

“เสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับลื้อ ถ้าอย่างนั้นการที่ลื้อจะเป็นนายกต่อไปก็เป็นเรื่องยากแล้ว งั้นเอาอย่างนี้...อั๊วให้เวลาลื้อหนึ่งเดือน ถ้าลื้อทำให้ทุกแก๊งยอมทำตามได้ ลื้อก็เป็นนายกต่อ แต่ถ้าไม่ได้ ตำแหน่งนายกต้องเป็นของอั๊ว!”

แก๊งเพื่อนสนิทของทรงกลดพยายามท้วง เห็นว่าเวลาน้อยเกินไป แต่ทรงกลดก็ดันรับคำท้าง่ายๆ

“ได้...ตกลงตามนี้ การเริ่มต้นเป็นเรื่องยากเสมอ แต่การเริ่มต้นที่มีความมุ่งมั่น...ชัยชนะจะรอเราที่ปลายทาง”

สถานการณ์ของทรงกลดน่าตึงเครียดขึ้นทันทีที่รับคำท้าทายของเล้ง แต่ถึงกระนั้น...เขาก็ไม่ย่อท้อ จัดแจงแบ่งงานให้แก๊งเพื่อนสนิทไปเจรจากับแก๊งอื่นๆให้ร่วมมือด้วย เพื่อให้ได้ชัยชนะตามต้องการ ส่วนอันรับรู้ผลการเลือกตั้ง รวมทั้งข่าวร้ายของเจ้านายหนุ่มด้วยความหวาดหวั่นไม่แพ้กัน แต่ยังยิ้มสู้ และให้กำลังใจว่าจะอยู่เคียงข้างและช่วยเหลือทุกอย่างเหมือนเคย เช่นเดียวกันกับเคี้ยงที่เข้ามาขอโทษ ด้วยความรู้สึกผิดที่ไม่ได้ลงคะแนนให้ทรงกลด

“อาทรงกลด...ลื้อต้องเข้าใจนะ อั๊วเป็นลูกผู้ชาย อั๊วต้องรักษาคำพูด ใครจะไปรู้ว่าอั๊วจะได้ลื้อเป็นลูกเขย”

“เรื่องนั้นช่างเถอะครับ แต่เรื่องหยุดทำธุรกิจผิดกฎหมาย เสี่ยจะว่ายังไง”

“แค่เดือนเดียว ลื้อจะล้มทั้งกระดานมันเป็นไปได้ยากนา มันเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของคนเป็นร้อยเป็นพัน!”

“แต่ถ้าเราไม่เริ่มต้นวันนี้ แล้วเราจะเริ่มเมื่อไหร่ครับ แก๊งเต่ามังกรจะร่วมมือกับทางเราไหม ผมถามแค่นี้”

เคี้ยงอึ้งไปอึดใจ แม้ใจจะอยากช่วยลูกเขย แต่ก็ยังท่ามาก “อั๊วเลิกทำธุรกิจผิดกฎหมายแน่ แต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ถ้าลื้อทำให้อาจูเรียกอั๊วว่าอาป๊าได้ บางทีอั๊วอาจจะช่วยลื้อ แต่ตอนนี้อั๊วขอเอาตัวเองให้รอดก่อน”

คำพูดที่ไม่ให้ความหวังใดๆของเคี้ยง ทำให้ทรงกลดเคร่งเครียดไม่น้อย เลยสั่งให้อันแยกตัวไปก่อน เพราะอยากคิดอะไรตามลำพัง บอดี้การ์ดหนุ่มไม่อยากทิ้งเจ้านายหนุ่มไว้คนเดียว แต่ก็ขัดใจไม่ได้ เลยแวะไปหาหยกมณีแทน และท่าทางกลุ้มใจแทนเจ้านายของเขา ก็ทำให้นักร้องสาวคนรักพลอยกังวลไปด้วย

“เฮียหนักใจมากเลยเหรอ ถ้าอย่างนั้นคราวนี้เฮียต้องยอมให้หยกช่วย หยกจะไปสืบให้ว่าแก๊งไหนมีจุดอ่อนตรงไหน เราก็ใช้จุดอ่อนนั้นมาเป็นประโยชน์ งานนี้ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องได้ด้วยกล เราจะมัวเป็นคนดีมีคุณธรรมไม่ได้แล้ว”

“นายน้อยไม่มีวันยอม แล้วเฮียก็ยืนยันคำเดิม หยกห้ามมายุ่งกับงานของเฮีย”

คำสั่งขาดของหนุ่มคนรักทำให้หยกมณีเลิกเซ้าซี้ แต่ก็ดูออกว่าเขามีเรื่องต้องคิดมากกว่านั้น และแม้เธอจะเพียรถามหรือคาดคั้นเท่าไหร่ เขาก็ไม่เล่าอะไร จนเธอต้องยอมแพ้ ชวนคุยเรื่องงานแต่งแทน

“เวลาเราอยู่ด้วยกันอย่างนี้ หยกรู้สึกเหมือนเราแต่งงานกันแล้วทุกที”

อันอมยิ้มน้อยๆ แกล้งเย้า “งั้นเราไม่ต้องจัดงานแต่งงานแล้วสิ”

ได้ผล หยกมณีลืมเรื่องเขาที่อยากรู้ สวนกลับงอนๆ “ไม่ได้...ยังไงหยกก็ต้องมีงานแต่ง ถ้าหยกไม่ได้แต่งกับเฮีย หยกก็จะไม่แต่งงานตลอดชีวิต อีกไม่นานเฮียก็จะได้กลับบ้านมากินข้าวกับหยกทุกวัน นายน้อยก็ได้ขึ้นเป็นนายกสมาคมแล้ว อีกเดือนหนึ่งปัญหาทุกอย่างก็จะต้องจบลง แล้วนายน้อยก็จะคืนเฮียกลับมาให้หยก”

ความฝันแสนหวานของสาวคนรัก ทำให้อันว้าวุ่นใจมาก คำพูดของหลงบอดี้การ์ดหนุ่มมาดกวนของหงส์เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนยังลอยวนเวียนในหัว แต่ก็ใจไม่แข็งพอจะบอกความจริงกับเธอ หยกมณีตีความท่าทางเฉยชาของอันว่าคงไม่อยากแต่งงานแล้ว น้ำตาไหลลงมาแบบช่วยไม่ได้ จนอันเริ่มใจไม่ดี

“ไม่แต่งก็ได้...ไม่เป็นไร เฮียไม่อยากผูกมัดกับหยก หยกเข้าใจ”

อันส่ายหน้า ดึงเธอมากอดเพื่อปลอบประโลม “หยกยังไม่เข้าใจ ไม่ใช่ว่าเฮียไม่อยากผูกมัด ก่อนหน้าที่เฮียพยายามหนีความจริง แต่ที่สุดเฮียก็หนีไม่พ้น เฮียไม่มีวันทิ้งหน้าที่ของตัวเองได้”

“เฮียไม่ได้เกิดมาเพื่ออยู่กับหยก แต่เฮียไม่มีที่ว่างให้หยกบ้างเลยหรือ ไม่มีเลยแม้แต่นิดเดียวเลยหรือคะ”

“หยกยังต้องการผู้ชายเห็นแก่ตัวอย่างเฮียอีกหรือ ถึงเราแต่งงานกัน ก็จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง หรืออาจยิ่งแย่กว่าเดิม เฮียไม่มีเวลาให้ หนำซ้ำอาจจะทำให้หยกเสี่ยงอันตรายกับเฮียไปด้วย”

“หยกไม่กลัวตาย เฮียจะมาหาหยกอาทิตย์ละครั้ง เดือนละครั้ง ปีละครั้ง หยกก็ไม่ว่า ขอให้หยกมีเฮียก็พอ”

คำพูดเว้าวอนของหยกมณี ไม่ทำให้อันใจอ่อน ตัดใจผละไปดื้อๆ แต่ก็ถึงกับชะงัก เมื่อเธอโพล่งถามไล่หลัง

“แล้ววันนี้ที่เฮียทำดีกับหยกเพื่ออะไร...เพื่อเลี้ยงลาครั้งสุดท้ายหรือคะ”

ooooooo

สถานการณ์ตึงเครียดจากการรับตำแหน่งนายกสมาคมฯวันแรกทำให้ทรงกลดแทบหมดแรง แต่ยังพยายามปัดความกังวลใจทิ้งเมื่อกลับบ้าน ปิดบังความจริงไม่ให้จิรัสยารู้ ไม่อยากให้เธอคิดมากหรือ เป็นห่วง แต่ท่าทางผิดปกติของเธอ ที่ไม่ยินดียินร้ายกับตำแหน่งใหม่ของเขาต่างหาก ที่ทำให้สิงห์หนุ่มเริ่มวิตก

“คุณเคยเล่าให้ฉันฟังว่านายใหญ่ส่งคุณกับคุณแม่ไปอยู่อเมริกานานนับสิบปี นายใหญ่ตัดขาดจากคุณ ไม่เคยติดต่อไปเลย แม้แต่งานศพแม่คุณ นายใหญ่ก็ไม่ยอมไปจัดการ ทุกอย่างที่คุณคิด มันไม่ใช่แล้วค่ะคุณที...ฉันพบจดหมายที่คุณแม่คุณเขียนถึงนายใหญ่ แล้วฉันก็เชื่อว่าจะต้องมีจดหมายของนายใหญ่...เขียนถึงคุณแม่แน่ๆ”

ทรงกลดไม่เชื่อ แต่เมื่อค้นพบจดหมายของวรดีในห้องเก็บของ ก็ทำให้รู้ว่าพ่อกับแม่ไม่ได้ตัดการติดต่อกันอย่างที่เข้าใจมาตลอด แต่ท่านทั้งสองเขียนจดหมายถึงกันเสมอ ถ่ายทอดเรื่องราวและสถานการณ์วุ่นวายของเหล่าแก๊งเลือดมังกรเมื่อหลายปีก่อน โดยที่เขาไม่เคยระแคะระคายหรือรู้มาก่อน

ถ้อยคำบรรยายความในใจ แสดงความเป็นห่วงอนาคตและความปลอดภัยของเขากับแม่ในจดหมายของพ่อทำให้ทรงกลดถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ จิรัสยาต้องเข้าไปโอบปลอบ ก่อนจะพูดถึงข้อสันนิษฐานของตัวเอง ว่าเรื่องที่หมงพูดถึงสาเหตุที่ได้เป็นบุตรบุญธรรมของตงว่าคงมีมูลความจริง

“นายใหญ่ไม่ได้เลี้ยงคุณหมงเป็นลูก แต่เลี้ยงไว้เพื่อรับกระสุนแทนคุณ”

ทรงกลดสะเทือนใจมาก และไม่รอช้าจะไปถามหา ความจริงจากพ่อ จิรัสยาตามติด กลัวเขาพูดหรือทำอะไรรุนแรงเหมือนเคย แต่ทรงกลดก็ทำให้เธอน้ำตาคลอ เมื่อเห็นเขาคุกเข่าขอขมาต่อหน้าตง

“ทำไมไม่บอกความจริง แม่บอกผมหลายครั้งว่าป๊าไม่ได้ทิ้งเรา แต่ผมไม่เคยเชื่อ ป๊ากระชากสร้อยเขี้ยวสิงห์ไปจากผม สั่งไม่ให้ผมมาเหยียบที่นี่อีก แล้วผมจะเชื่อได้ยังไงว่าป๊ายังเห็นผมเป็นลูก”

ปอเห็นเป็นโอกาสดีที่พ่อลูกจะได้ปรับความเข้าใจ เลยกระซิบบอกนายหญิงให้ไปรอข้างนอกพร้อมกัน

จิรัสยาเป็นห่วงสามี แต่ก็อยากให้เขามีช่วงเวลาส่วนตัว เลยยอมผละตามปอแต่โดยดี ส่วนทรงกลดไม่ได้สนใจใครนัก เอื้อมมือไปกำสร้อยเขี้ยวสิงห์ที่คอแน่น ก่อนจะเอ่ยกับพ่อเสียงสั่น

“แต่ตอนนี้ผมเชื่อหมดหัวใจแล้วว่าผมเป็นลูกของป๊า”

ตงน้ำตาไหลพราก พยายามรวบรวมแรงจะเอื้อมไปลูบหัวลูกรัก แต่ก็ทำได้ลำบากเต็มที ทรงกลดต้องเป็นฝ่ายขยับไปใกล้ แล้วรวบมือตงมาบีบไว้ พร้อมเอ่ยคำขอโทษ อยากให้พ่ออภัยให้ทุกเรื่องที่ผ่านมา

ตงพยายามรวบรวมแรงอีกครั้ง แล้วเปล่งเสียงเรียกชื่อเล่นลูกชายคนเดียวเป็นครั้งแรก ทรงกลดถึงกับน้ำตาซึม แต่ยังยิ้มกว้างด้วยความตื้นตันใจ ที่พ่อแสดงความรักแบบพ่อลูก

“ป๊าปกป้องผมมานานแล้ว ต่อไปนี้ผมจะดูแลปกป้องป๊าและทุกคนเอง ผมจะทำหน้าที่แทนป๊า”

ตงส่ายหน้าไม่เห็นด้วย ไม่อยากให้ลูกชายเดินทางสายเดียวกับตน แต่ทรงกลดก็ยืนกรานหนักแน่น

“ผมทำได้ป๊า...ตอนนี้ผมเป็นนายกสมาคมเลือดมังกรแล้ว ผมยินดีรับภาระหน้าที่นี้เพื่อพี่น้องของเรา ป๊าไม่ต้องห่วงผม ไม่มีศัตรูหน้าไหนจะมาแตะต้องผมได้ ป๊าอย่าลืมสิ ผมเป็นลูกชายของอึ้งตงกัว...หัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์!”

พูดจบก็ก้มหัวคารวะพ่อสามครั้งด้วยความรักและเทิดทูนสูงสุด

“ผมให้คำมั่นกับป๊า ผมจะไม่มีวันทำให้ป๊าผิดหวัง”

ooooooo

แม้สถานการณ์กับพ่อจะคลี่คลายไปในทางที่ดี แต่ความจริงที่ต้องเผชิญว่าภาระการเป็นหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์ รวมทั้งหน้าที่การเป็นนายกสมาคมเลือดมังกร ทำให้ความหวังจะได้ใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาของทรงกลดริบหรี่ จิรัสยาเข้าใจความรู้สึกของสามีดี เลยพยายามจะปลอบประโลมและให้กำลังใจ

“ฉันรู้ว่าคุณเป็นคนเข้มแข็งค่ะคุณที”

“ถ้าไม่มีเธอ ฉันอาจจะลืมชื่อนี้ไปแล้ว”

“คุณไม่มีวันลืมชื่อนี้หรอกค่ะคุณที คุณไม่มีวันลืมความรักของคุณแม่ที่มีต่อคุณ และจะไม่มีวันลืมวันนี้”

ทรงกลดดึงตัวภรรยามากอด ซึมซับทุกกำลังใจ “วันที่ฉันได้รู้ว่าป๊ารักฉันมากแค่ไหน ฉันไม่เคยรู้เลยว่าความรักทำให้คนยอมเสียสละได้ขนาดนี้ ฉันไม่รู้ว่าฉันจะทำได้ถึงครึ่งของป๊าหรือเปล่า”

“คุณจะต้องทำได้ค่ะ เพราะคุณมีอาจูคนนี้อยู่ด้วย อาจูผู้ช่วยมือหนึ่งไงคะ อาจูที่จะยืนอยู่ข้างๆคุณตลอดไป”

ทรงกลดยิ้มบางๆ กระชับอ้อมกอด แต่นัยน์ตาฉายแววกังวล กลัวภรรยาจะเดือดร้อนและเสี่ยงไปกับเขาด้วย เพราะเท่าที่ผ่านมา เขาก็ทำให้เธอได้รับอันตราย หวิดเอาชีวิตไปทิ้งหลายครั้ง แต่ครั้งนี้จริงจังไม่เหมือนครั้งอื่น เมื่อเขาเลือกจะรับตำแหน่งใหญ่อย่างเต็มตัว ก็ไม่รู้ว่าเขาจะทำหน้าที่สามี ปกป้องดูแลเธอได้ดีแค่ไหน...

ฝ่ายเล้ง...เรียกบรรดาลูกสมุนเข้าประชุมในวันเดียวกัน นำโดยอิกกับหมง เพื่อหาวิธีขัดขวางไม่ให้พวกทรงกลดริเริ่มโครงการถิ่นมังกรสีขาวสำเร็จ เคี้ยงเป็นคนหนึ่งที่เล้งตั้งข้อสงสัย อิกเลยไขข้อข้องใจให้ว่าพ่อตาของทรงกลดมีท่าทีลังเลจริง ซ้ำยังเกรงใจลูกเขยหนุ่มมาก เพราะอยากให้ช่วยง้อลูกเมีย หมงเสนอให้ฆ่าทรงกลดเพื่อปิดทุกปัญหา ซึ่งเล้งก็เห็นดีด้วย แถมกำชับให้กำจัดพวกที่สนับสนุนทรงกลดทุกคนอีกต่างหาก...อย่าให้เหลือพวกมันแม้แต่คนเดียว!

แต่ก่อนที่พวกทรงกลดจะถูกลอบกำจัด เล้งก็เล่นสงครามประสาท ด้วยการฆ่าอ๋าหัวหน้าแก๊งหมูป่า แล้วนำไปทิ้งหน้าบ้านทรงกลดในเช้าวันต่อมา จัดฉากเพื่อป้ายความผิดให้สิงห์หนุ่มกลายเป็นนายกเหี้ยมโหด ฆ่าไม่เลี้ยงถ้าใครตั้งตัวเป็นปรปักษ์ สภาพน่าสังเวชของอ๋าที่ถูกยิงตัดขั้วหัวใจทำให้ทรงกลดเครียดหนัก รู้ดีว่าเป็นแผนลวง แต่ก็ไม่อยากนิ่งนอนใจ อันพลอยวิตกไปด้วย และคิดว่าข่าวนี้คงแพร่กระจายไปทั่วเยาวราชเรียบร้อยแล้ว

“ฝ่ายศัตรูเล่นหนักขึ้นทุกที เราต้องเตรียมตั้งรับให้ดี นี่เป็นศพแรก เรายังไม่รู้ว่าจะมีอีกกี่ศพ ตอนนี้เราอยู่ที่แจ้ง อาจโดนเล่นงานได้ทุกเมื่อ ถ้าหากป้องกันได้ก่อน เราต้องรีบป้องกันนะครับนายน้อย”

“ฉันรู้...ฉันรับปากป๊าไว้แล้ว ฉันต้องทำให้ได้ ฉันจะปกป้องคนของเราทุกคนเอง”

ระหว่างที่พวกทรงกลดวุ่นวายเตรียมการตั้งรับ เล้งออกไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลเจ้าอย่างใจเย็น ซินแสง้วงมองมาอยู่นานแล้ว และตัดสินใจพูดเตือนสติด้วยคำคมแฝงนัยบางอย่างเหมือนเคย

เล้งนิ่งฟังเฉย ไม่สะทกสะท้านหรือแสดงท่าทีก้าวร้าว แถมยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี ขอให้ซินแสชี้แนะตรงๆ

“อั๊วไม่มีอะไรจะชี้แนะหรอก เสี่ยกำลังทำอะไรอยู่ก็รู้แก่ใจดี”

“แต่อั๊วก็ยังอยากรู้ว่าที่ซินแสพูดเมื่อกี้หมายความว่าอะไร รู้ไว้ก็ไม่เสียหายอะไรนี่”

รอยยิ้มท้าทายของเล้งทำให้ซินแสถอนใจยาว ก่อนจะอธิบาย “ทะเลทุกข์ไร้ขอบเขต กลับใจคือฟากฝั่ง ...คนที่ก่อกรรมทำเข็ญ ถ้ากลับตัวกลับใจเสีย ย่อมมีทางเดินต่อไป ไม่ต้องจมอยู่ในทะเลแห่งความทุกข์อย่างไม่มีที่สิ้นสุด”

เล้งนิ่งฟัง สวนกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงความทะเยอทะยาน “คนบางคนเลือกแล้วว่าจะไปทางไหน และไปจนเกือบถึงเป้าหมายอยู่แล้ว จะให้หันหลังกลับ เห็นจะเป็นไปไม่ได้ คนที่เดินไปสู่เงินและอำนาจ มีแต่สุขไม่มีทุกข์ ที่จริงซินแสพูดนี่ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับอั๊วเลย แต่ยังไงก็ขอบคุณที่ให้ความรู้”

จบคำก็ค้อมหัวให้แล้วผละออกจากศาลเจ้า ทิ้งให้ซินแสง้วงมองตามด้วยความเอือมระอา

“หลงลาภยศอำนาจ อีกไม่นานหายนะก็จะตามมา”

ooooooo

การตายของอ๋าหัวหน้าแก๊งหมูป่า ทำให้สถานการณ์ของทรงกลดที่จะเกลี้ยกล่อมให้แก๊งต่างๆยอมร่วมโครงการพัฒนาถิ่นมังกรให้เป็นสีขาว ปราศจากสถานที่และธุรกิจอบายมุข ดำเนินไปด้วยความยากลำบาก แถมภาพลักษณ์ของหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์และนายกสมาคมฯคนใหม่ก็ทำท่าจะแย่ตามไปด้วย

ทรงกลดกับอันพยายามสืบหาตัวผู้บงการ โดยมีเล้ง หมงและอิกเป็นผู้ต้องสงสัยสำคัญ แต่ยังไม่มีหลักฐานพอจะมัดตัว เลยได้แต่เตรียมตั้งรับ เพราะไม่รู้ว่าพวกเล้งจะลงมืออีกเมื่อไหร่ จิรัสยาเห็นสามีเครียดและมีร่องรอยหนักใจ แถมได้ยินว่าเขากำลังวางแผนอะไรบางอย่าง เลยเสนอตัวเป็นผู้ช่วยเหมือนเคย

ทรงกลดถอนใจยาว บอกปัดไม่ให้เธอมายุ่ง แต่จิรัสยาก็ยืนกรานความตั้งใจ “ฉันเป็นภรรยาหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับคุณ ก็ต้องเกี่ยวกับฉันทั้งนั้น รับปากฉันนะคะว่าคุณจะไม่เอาตัวเองไปเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย”

น้ำเสียงจริงใจของภรรยา ทำให้ทรงกลดเกือบพูดไม่ออก แต่สุดท้ายก็ปฏิเสธ “ฉันรับปากเธอไม่ได้”

จิรัสยายืนอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะเปลี่ยนท่าทีเป็นค่อยๆ กล่อมเขาแทน “คุณที...ไม่ว่าใครจะกล่าวหาคุณว่ายังไง คุณก็ยังมีฉันที่เชื่อมั่นในตัวคุณ ฉันจะอยู่ข้างๆคุณเสมอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คุณไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ตัวเองเลย”

“ฉันไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง แต่ฉันทำเพื่อแก๊งเขี้ยวสิงห์ และที่สำคัญตอนนี้ฉันเป็นนายกสมาคมเลือดมังกร ฉันมีหน้าที่ต้องทำ ไม่ว่าจะลำบากแค่ไหน ฉันก็จะไม่ยอมถอย ถิ่นมังกรของเราต้องขาวสะอาดในรุ่นเรานี่แหละ”

จิรัสยาเข้าใจดี แต่ก็อยากเตือนสติเขาอีกเรื่อง “แต่คุณยังมีหน้าที่จะต้องดูแลปกป้องครอบครัวคุณ คุณไม่ต้องห่วงฉันก็ได้ แต่คุณต้องห่วงนายใหญ่ ท่านสูญเสียไม่ได้อีกต่อไปแล้วนะคะ”

“ฉันรู้ว่าฉันกำลังทำอะไรอยู่ ถ้าเธอคิดจะช่วยฉันล่ะก็ ต่อไปนี้เธอก็อยู่ห่างๆแก๊งเขี้ยวสิงห์ไว้”

“ก็เท่ากับให้ฉันอยู่ห่างๆคุณงั้นหรือคะ”

“ใช่...อยู่ห่างๆฉันไว้!”

ไม่ใช่จิรัสยาคนเดียวที่ร้อนรนจากสถานการณ์ของทรงกลด เคี้ยงก็ประสาทเสียไม่แพ้กัน และไม่รอช้าจะไปเกลี้ยกล่อมให้ลูกเมียย้ายไปอยู่ด้วยกันที่บ้าน แต่เง็กกับเว่ยปฏิเสธ อยากรอดูท่าทีจิรัสยาและทรงกลดเสียก่อน อย่างไรเสียตอนนี้ก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว จะทำอะไรต้องคิดหน้าคิดหลังดีๆ

ส่วนหยกมณี...ไม่ได้สนใจข่าวคราวภายนอก มัวหมกมุ่นกับความทุกข์ทรมานของตัวเอง เพราะตั้งแต่อันบอกเลิกคราวนั้น เขาก็ไม่เคยกลับมาให้เห็นอีก นักร้องสาวกวาดตามองรอบบ้านด้วยแววตาเศร้าหมอง ร้องไห้โฮเมื่อเห็นภาพหลอน เหมือนมีเขาอยู่ในทุกที่ที่มองผ่าน สุดท้ายเธอก็ฝืนหัวใจตัวเองไม่ไหว ตัดสินใจมุ่งหน้าไปพบเขาอีกครั้ง เพื่อขอให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม

แต่อันก็ไม่สนใจ แถมยังทำท่าเย็นชาและหมางเมินจนหยกมณีช้ำแทบกระอัก เดินจากไปด้วยความปวดร้าวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และคงเพราะความเศร้าเรื่องอันนี่เอง ทำให้เธอเหม่อลอยจนเกือบถูกรถชน ดีที่อันซึ่งรวดร้าวใจไม่ต่างกันตามมาห่างๆ เลยเข้าไปกระชากตัวสาวคนรักไว้ทัน

หยกมณีไม่มีท่าทียินดียินร้าย ประชดเขาอีกต่างหาก ให้ปล่อยเธอตายดีกว่าอยู่โดยไม่มีหัวใจ แต่อันไม่ยอม โกรธมากและจับเธอเขย่า อยากรู้นักว่าเธอคิดอะไรถึงได้โง่พอจะปล่อยให้ตัวเองตาย

หยกมณีพยายามเบี่ยงตัวออก แหวกลับเสียงเขียว “หยกจะอยู่หรือหยกจะตายก็มีค่าเท่ากัน สู้ให้หยกตายไปซะดีกว่า สิบปีที่แล้วเฮียจากไป เฮียทำร้ายหยกไม่พอใช่ไหม เฮียถึงกลับมาฆ่าหยกทั้งเป็นอีกรอบ”

“หยกต้องเข้าใจ ชีวิตเฮียแขวนบนเส้นด้าย แล้วเฮียจะปกป้องดูแลหยกได้ยังไง หยกยังมีโอกาสได้เจอคนดีๆ”

“หยกไม่ต้องการ ผู้ชายคนเดียวที่หยกรักคือเฮีย แต่เฮียไม่ได้รักหยกเลย ถึงได้ทิ้งกันง่ายๆ ไม่ต้องมาปกป้องหยก แค่รักกันก็พอ หยกขอแค่นี้ ขอเศษเสี้ยวเวลาของเฮีย เฮียก็ยังให้ไม่ได้ นี่หรือรัก เฮียไม่เคยรักหยกเลย!”

หยกมณีทุบอกเขาอย่างบ้าคลั่ง ช้ำใจนักที่เขาตัดสัมพันธ์กับเธอครั้งแล้วครั้งเล่า อันไม่หลบแต่กระชาก ตัวเธอมาประกบจูบอย่างดูดดื่ม หยกมณีถึงกับชะงัก ไม่อยากเชื่อว่าเขาจะกล้าจูบเธอต่อหน้าคนมากมายแบบนี้

อันค่อยๆผละตัวออก ย้อนถามเสียงนิ่ง “เชื่อหรือยังว่ารัก”

“ถ้ารักหยกจริงก็อย่าทิ้งหยกไป ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น หยกรับมือได้ นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่หยกจะขอร้องเฮีย ถ้าเฮียบอกว่าไม่ก็คือไม่ หยกจะไม่มาให้เฮียเห็นหน้าอีก”

สายตาเว้าวอนของคนรัก ทำให้อันใจอ่อนยวบ ทนไม่ได้อีกแม้แต่วินาทีเดียวจะให้ปล่อยให้เธอไป

“เฮียจะไม่ไปจากหยกอีก...เฮียสัญญา”

ooooooo

ไม่มีใครรู้อาการป่วยแท้จริงของตงว่ามาจากไหนกันแน่ นอกจากซิ่วเอ็งที่รับหน้าที่ดูแลและรักษาอย่างดี จนทุกคนในบ้านไว้ใจ เพราะย่าของนายหญิงคนใหม่ช่วยชีวิตตงให้หวิดรอดตายมาหลายครั้ง คงมีเพียงตงที่เห็นแววตาอำมหิตของซิ่วเอ็ง และพยายามหนีห่าง แต่ก็ทำแทบไม่ได้เพราะไม่มีแรงพอ

ทรงกลดไม่รู้เรื่องพ่อโดนซิ่วเอ็งประทุษร้าย ยินดีและซาบซึ้งใจมากที่หญิงชราช่วยเป็นหูเป็นตาเรื่องพ่อให้ แต่ถึงกระนั้น...สิงห์หนุ่มก็ไม่นิ่งนอนใจ พยายามหาทางพาพ่อไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล เผื่อแพทย์สมัยใหม่จะช่วยให้อาการดีขึ้น ปอเองก็จับไม่ได้ถึงสัญญาณชั่วร้ายของซิ่วเอ็ง สนับสนุนให้ตงรักษาตัวที่บ้าน ด้วยรู้ดีว่าเจ้านายใหญ่ไม่ไว้ใจการแพทย์สมัยใหม่ ตงเลยตกที่นั่งน่าเป็นห่วง ไม่รู้จะถูกซิ่วเอ็งจัดการขั้นเด็ดขาดเมื่อไหร่ ได้แต่นอนซมรอชะตากรรม

ด้านจิรัสยา...กลุ้มใจที่สามีมีท่าทีห่างเหินและหมางเมินอย่างเห็นได้ชัด เง็กต้องปลอบให้คลายกังวล เพราะรู้ดีว่าทรงกลดมีภาระใหญ่หลวงต้องรับผิดชอบ เว่ยซึ่งแอบสืบมาได้ว่าทรงกลดจะไปประชุมเรื่องแผนงานใหญ่ที่ฉั่วเทียนเหลาในวันรุ่งขึ้น จึงรีบนำความไปบอกพี่สาว จิรัสยาอยากตามไปด้วย แต่เง็กไม่ให้ไปเพราะเห็นลูกสาวอาการไม่ค่อยดี อ่อนเพลียและอารมณ์แปรปรวนตลอดเวลา แต่ไม่นานก็ฉุกใจคิดได้...หรือว่าจิรัสยาจะตั้งท้อง!

ฝ่ายอัน...รีบเอาข่าวดีเรื่องจะแต่งงานกับหยกมณีไปบอกทรงกลด สิงห์หนุ่มยินดีด้วยจากใจจริง แต่แผนงานใหญ่ที่กำลังเตรียมร่วมกับเพื่อนๆก็ทำให้ไม่ออกอาการมากเท่าที่ควร แถมห่วงไปถึงบอดี้การ์ดคนสนิทอีกต่างหาก

“ถ้าแกอยากมีชีวิตที่สงบสุขเหมือนคู่แต่งงานคู่อื่น แกก็ต้องวางมือ”

“ถึงผมแต่งงานแล้ว ผมก็ยังรับใช้นายน้อยได้ต่อไป”

“คิดดูให้ดี แกจะทำให้หยกพลอยเสี่ยงอันตรายด้วย ฉันเองยังไม่แน่ใจเลยว่าฉันจะทำหน้าที่ตัวเองพร้อมๆกับปกป้องทุกคนไปด้วยกันได้นานแค่ไหน ทุกครั้งที่ฉันมองอาจู ฉันกลัวจริงๆว่าสักวันฉันอาจต้องเสียเธอไป”

ความกลัวของทรงกลดส่งผลร้ายมากกว่าที่คิด เมื่อเขาตัดสินใจตีตัวออกห่าง และพยายามผลักภรรยาร่างเล็กให้พ้นจากภารกิจหนักหน่วงในชีวิต แต่จิรัสยาก็ไม่ยอมแพ้ ทำตัวปกติและเอาอกเอาใจเขาทุกอย่าง แต่ก็ดูเหมือนจะไร้ผล เพราะทรงกลดปฏิเสธทุกอย่างเช่นกัน จนเธออดน้อยใจไม่ได้

และความอดทนของจิรัสยาก็สิ้นสุด เมื่อเขามองมาอย่างไม่ชอบใจ เมื่อเธอเดินไปส่งหน้าบ้านเหมือนเคย

“คุณเคยบอกว่า...ฉันมีหน้าที่เดินมาส่งคุณทุกวัน”

“ฉันก็เคยบอกเธอว่าให้เชื่อฟังคำสั่งของฉัน แล้วทำไมไม่ทำตาม”

จิรัสยาถอนใจหนักหน่วง โต้กลับเสียงเรียบ “นั่นมันตอนที่ฉันเป็นผู้ช่วยคุณ แต่ตอนนี้ฉันเป็นภรรยาของคุณแล้วนะคะ หรือว่าในสายตาคุณตอนนี้...ฉันเป็นแค่ผู้ช่วยของคุณ”

คำถามของจิรัสยาทำให้ทรงกลดถึงกับพูดไม่ออก และตัดสินใจหนีปัญหา ด้วยการโมโหกลบเกลื่อนและผละไปดื้อๆ แต่มีหรือนายหญิงคนใหม่แห่งแก๊งเขี้ยวสิงห์จะยอมแพ้ สืบจากเว่ยจนรู้สถานที่ประชุมของสามีกับแก๊งเพื่อนสนิท และแอบตามไปจนได้...ให้มันรู้กันไป ว่าคุณจะปิดบังและหลบเลี่ยงฉันได้อีกนานแค่ไหน!

ทรงกลดไม่รู้ว่าภรรยาร่างเล็กแอบสะกดรอยตามมา มัวหมกมุ่นกับการหารือและเตรียมแผนตั้งรับกับแก๊งเพื่อนสนิท ซึ่งมากันพร้อมหน้าที่ห้องพิเศษของฉั่วเทียนเหลา แต่ที่ทำให้ทุกคนดูเคร่งเครียดและระวังตัวเป็นพิเศษ ก็เมื่อเห็นเล้งก็มากินข้าวที่นี่ด้วย ซึ่งก็น่าจะเป็นแผนร้าย หลอกทุกคนว่าตัวเองก็เป็นเหยื่อ หากเกิดเหตุยิงกันที่ฉั่วเทียนเหลาจริงๆ

อันไม่ได้ตามทรงกลดเข้าไปด้านใน แต่คอยเฝ้าระวังและสังเกตการณ์จากด้านหน้า แล้วก็ไม่ผิดหวัง เมื่อเห็นว่าอิกเดินปะปนกับฝูงชนเข้าไปด้านใน แต่เขายังไม่ได้ขยับไปไหน ก็ต้องชะงักทุกอย่าง เมื่อจิรัสยาปรากฏตัว

จิรัสยายืนยันจะเข้าไปหาทรงกลดในฐานะภรรยาและผู้ช่วยคนสนิท แต่อันไม่ยอม เพราะรู้ดีว่างานของเจ้านายหนุ่มเสี่ยงตายแค่ไหน แต่มีหรือนายหญิงร่างเล็กจะยอมแพ้ง่ายๆ เปลี่ยนแผนมาเป็นตั้งคำถามกดดันอันแทน

“ฉัน...ฉันเป็นห่วงคุณที เขาดูไม่มีความสุข ฉันมีส่วนทำให้คุณทีไม่มีความสุขหรือเปล่าคะ”

อันถึงกับตอบไม่ถูก รู้ดีว่าทรงกลดรักและเป็นห่วงจิรัสยามากกว่าใครทั้งหมด และนั่นก็คือเหตุผลสำคัญทำให้เจ้านายหนุ่มพยายามตีตัวออกห่าง และหลบเลี่ยงให้นายหญิงร่างเล็กข้องเกี่ยวหรือยุ่งกับเรื่องนี้น้อยที่สุด!

ooooooo

ผลการเจรจาของแก๊งเพื่อนสนิทให้แก๊งต่างๆในเยาวราชดำเนินการตามนโยบายถิ่นมังกรขาวไม่ค่อยได้ผลนัก ทรงกลดเลยเร่งหนัก ให้ทุกคนพยายามกว่านี้ เพราะพวกฝ่ายตรงข้าม นำโดยเล้ง จ้องจับผิดอยู่ และหากเขาก้าวพลาดไป ตำแหน่งนายกสมาคมฯที่เพิ่งได้มาจะถูกเปลี่ยนมือไปที่เล้งทันที

คณินกับภรพมีเรื่องวุ่นวายภายในแก๊งไม่แพ้คนอื่น แถมภาระที่ทรงกลดมอบหมายก็หนักหนาเอาการจนทั้งสองแทบถอดใจ แต่ถึงกระนั้นก็ตีหน้าระรื่น ทำเหมือนไม่มีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น ธามเสียอีก มีท่าทางเคร่งเครียดมากกว่าทุกคนเพราะรู้จักสันดานเล้งดีกว่าใคร เช่นเดียวกับหงส์ มีเรื่องแคลงใจกับพวกแก๊งฝ่ายอธรรม พันธมิตรของเล้งเพราะเรื่องพ่อ เลยทำให้สถานการณ์ของพวกทายาทเลือดใหม่ง่อนแง่นเต็มที

แก๊งทายาทเลือดใหม่หารือกันอยู่นาน และสรุปกันว่าคะแนนเสียงสำคัญที่ทรงกลดต้องเอามาให้ได้คือคะแนนเสียงของเคี้ยง พ่อตาคู่กัด รวมไปถึงภรพ ที่ต้องเอาคะแนนเสียงจากบันลือ หัวหน้าแก๊งมังกรทอง พ่อของวันวิสาแฟนสาวของเขามาให้ได้ สองหนุ่มมี ท่าทีหนักใจอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ไม่มีทางเลือกมาก ต้องยอมรับปากแบบเสียไม่ได้

การประชุมของแก๊งทายาทเลือดใหม่คงดำเนินต่อไปอีกหลายชั่วโมง ถ้าจู่ๆจะไม่มีเสียงห่ากระสุนกราดยิงเข้ามาเสียก่อน จนสี่หนุ่มหนึ่งสาวถึงกับกระเจิง แต่มีหรือที่แก๊งทายาทเลือดใหม่จะยอมจนมุมง่ายๆ เลยร่วมมือกันตั้งรับได้ทันท่วงที จิรัสยาได้ยินเสียงปืนก็ร้องบอกอันซึ่งพยายามพาเธอหนีให้ไปช่วยทรงกลด แต่บอดี้การ์ดหนุ่มก็ไม่ไป เพราะถือว่าเป็นหน้าที่สำคัญเช่นกันต้องดูแลนายหญิงแห่งแก๊งเขี้ยวสิงห์ให้ปลอดภัย

ทรงกลดตีฝ่าออกมาได้และแยกกับแก๊งเพื่อนสนิทเพื่อไปสมทบอัน แต่กลับต้องตะลึง เมื่อเห็นว่าใครหลบอยู่หลังบอดี้การ์ดคนสนิท อันตัดสินใจทันที จะตามไปจัดการอิกที่ถูกยิงบาดเจ็บ เลยตัดบทให้เจ้านายหนุ่มพาภรรยาร่างเล็กกลับบ้าน ทรงกลดจะค้าน แต่เห็นว่าสถานการณ์ตรงหน้าไม่น่าไว้ใจ เลยต้องยอมแบบไม่มีทางเลือก

อิกหนีรอดไปจนได้ อันเลยพลาดโอกาสจะกำจัดนักเลงขายตัวจอมโฉดไปอย่างน่าเสียดาย ส่วนทรงกลดถกเถียงและประชดประชันกับภรรยาร่างเล็กไปตลอดทาง เพราะไม่พอใจที่เธอแอบตามเขามาเสี่ยงด้วยแบบนี้

สองสามีภรรยามัวเถียงกันจนไม่ทันระวังหลัง หมงกับสมุนของเล้งเลยตามมาประกบยิง จิรัสยาเห็นสามีจะมีอันตรายเลยตัดสินใจเอาตัวบัง แต่ยังโชคดีเพราะกระสุนของหมงไม่เข้าที่สำคัญ แค่เฉียดหัวไหล่ไปเท่านั้น

แม้ว่าอาการของจิรัสยาจะไม่เป็นอะไรมาก แต่ทรงกลดก็อดรู้สึกผิดไม่ได้ ระหว่างทางที่พาเธอไปทำแผลที่โรงพยาบาลก็ครุ่นคิดอย่างหนัก จะทำเช่นไรไม่ให้เธอต้องมาเจ็บตัวและเสี่ยงชีวิตเพื่อเขาอีก

แล้วเขาก็คิดหาทางออก แต่ยังเก็บเรื่องที่คิดไว้คนเดียว เพราะต้องรับมือกับอารมณ์เชี่ยวกรากของเง็ก ที่เห็นสภาพบอบช้ำของลูกสาว จนถึงกับแหวลูกเขยเสียงเขียวแบบที่ไม่เคยทำมาก่อนหลังงานแต่งงาน

“เป็นหัวหน้าแก๊งซะเปล่า ปกป้องเมียคนเดียวก็ไม่ได้ ถ้าลื้อไม่มายุ่งกับอาจูตั้งแต่แรก ลูกสาวอั๊วคงไม่ต้องมาเจ็บตัวแบบนี้ คราวนี้โดนยิง ไม่รู้ว่าคราวหน้าจะโดนอะไรอีก ถ้าอาจูเป็นอะไร ต่อให้ลื้อมีร้อยชีวิตก็ชดเชยให้อั๊วไม่ได้!”

เคี้ยงซึ่งมารอฟังข่าวลูกสาวถึงบ้านทรงกลด ไม่ได้ปลอบหรือให้กำลังใจลูกเขย แต่พูดเตือนสติให้คิด

“ตราบใดที่ลื้อยังเป็นนายก คิดทำการใหญ่ ลื้อไม่มีทางปกป้องครอบครัวลื้อไปได้ตลอดหรอกอาทรงกลด อย่ารอให้เกิดการสูญเสียแล้วมาเสียใจทีหลังดีกว่า ตอนนี้แหละที่จะเป็นการพิสูจน์ว่าลื้อรักตัวเองหรือรักอาจูมากกว่ากัน”

ooooooo

เง็กพาลูกสาวไปพัก ซักถามด้วยความเป็นห่วง ว่าเหตุใดถึงหุนหันพลันแล่นตามทรงกลดไปแบบนั้น จิรัสยาหน้าเสีย บอกว่าอารมณ์แปรปรวน กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ไปถึงหน้าฉั่วเทียนเหลาแล้ว

“คนท้องคนไส้อารมณ์ก็แปรปรวนแบบนี้แหละ...ม้าก็เคยเป็น”

คำพูดของเง็กทำให้จิรัสยาถึงกับพูดไม่ออก ยิ่งหวนคิดถึงอาการแปลกๆของตัวเองในระยะหลัง เลยยิ่งมั่นใจว่าคงตั้งท้องอย่างที่แม่บอกจริงๆ ความปลื้มปีติถาโถม บดบังเรื่องขุ่นข้องหมองใจกับสามีเสียสิ้น แต่ก็ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะหาทางบอกเขาด้วยวิธีไหน เพราะเขาอาจไม่ปลื้มที่เธอตั้งท้องเวลานี้

แต่คนตะลึงมากกว่าคือซิ่วเอ็ง คิดไม่ถึงว่าหลานสาวนอกไส้จะตั้งท้องลูกของทรงกลด ทำให้พวกแก๊งเขี้ยวสิงห์ได้มีทายาทสืบสกุล ความทรงจำในอดีตตอนเหลียงผูกคอตายผุดขึ้นมาอีกครั้ง และหญิงชราก็ไม่ลังเลจะตัดสินให้พวกแก๊งเขี้ยวสิงห์ โดยเฉพาะตงกับทรงกลดมีอันเป็นไป รวมทั้งไอ้มารหัวขนในท้องจิรัสยาด้วย!

ด้านทรงกลด...ไม่รู้ว่าภรรยาร่างเล็กกำลังมีข่าวดี มัวกลุ้มใจที่เธอต้องมาเสี่ยงอันตรายกับเขา จนถึงขั้นต้องไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลเจ้าอย่างคนหมดที่พึ่ง ซินแสง้วงมองมาด้วยความเห็นใจ แต่ก็อยากเตือนสติให้สิงห์หนุ่มทำใจให้เข้มแข็ง เพราะภาระหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ ย่อมมาพร้อมกับภาระความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงเป็นธรรมดาอยู่แล้ว

ในที่สุดทรงกลดก็ตัดสินใจได้ เลยไปขอร้องให้เง็กช่วยย้ายของของจิรัสยาไปบ้านเคี้ยง เพื่อความปลอดภัยของเธอ เขาจะได้ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเหมือนที่ผ่านมา แต่เรื่องน่าหนักใจกว่า คงหนีไม่พ้นว่าเขาจะตัดใจบอกภรรยาอย่างไร สุดท้ายเลยจัดการหักดิบ ด้วยการหลอกล่อให้เธอออกจากบ้าน เพื่อใช้เวลาด้วยกันเป็นครั้งสุดท้าย

จิรัสยาไม่รู้ตัวว่าจะถูกส่งตัวไปอยู่กับเคี้ยง พยายามเอาอกเอาใจเขาทุกอย่าง อยากให้เขาสบายใจที่มีเธอเป็นภรรยาและคอยดูแลเรื่องในบ้านให้ ทรงกลดเห็นท่าทางเจียมเนื้อเจียมตัวของภรรยาก็อดใจฝ่อไม่ได้ แต่ยังแข็งใจฝืนยิ้มให้ และพยายามทำตัวเป็นสามีที่น่ารักอ่อนโยนเหมือนที่ผ่านมา

ท่าทางที่เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นของสามีทำให้จิรัสยาปลื้มใจมาก และถึงกับตาเป็นประกายด้วยความดีใจ เมื่อเขาชวนซ้อนมอเตอร์ไซค์คันโปรดออกไปข้างนอก สองสามีภรรยาใช้เวลาทุกนาทีอย่างมีค่าซึมซับทุกความรักและความรู้สึกห่วงหาที่มีต่อกัน ราวกับว่าวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายของชีวิต

ทรงกลดเห็นรอยยิ้มของภรรยาก็แอบรู้สึกผิด แต่ก็ทำได้แค่ดึงเธอมากอดกลบเกลื่อนความกังวลใจ

จิรัสยาพอใจมากที่สามีเอาตัวมาใกล้ชิดคลอเคลียเหมือนเคย แต่ก็อดแปลกใจไม่ได้ที่ดูเหมือนเขาจะแสดงออกมากกว่าทุกวัน

ทรงกลดลอบถอนใจยาว “เพราะฉันไม่รู้ว่าจะได้กอดเธออีกเมื่อไหร่...ฉันรักเธอนะอาจู เชื่อฉันนะว่าฉันรักเธอ”

คำพูดทิ้งท้ายของทรงกลดทำให้จิรัสยาคาใจไม่น้อย แล้วก็ถึงบางอ้อ เมื่อเขาไม่ได้พาเธอกลับบ้าน แต่พามาส่งบ้านเคี้ยงแทน เง็กกับเคี้ยงออกมาต้อนรับด้วยสีหน้าเจื่อนๆ รู้ดีว่าลูกสาวต้องโกรธมาก แล้วก็ไม่มีผิดคาด จิรัสยาโพล่งใส่หน้าสามีด้วยความน้อยใจสุดขีด ที่เขาเจ้ากี้เจ้าการและตัดสินใจแทนแบบนี้

“คุณทำเพื่อตัวเองต่างหาก ฉันนึกว่าคุณกลับมาเป็นคุณทีคนเดิมแล้ว แต่ก็ไม่ใช่...คุณเปลี่ยนไป”

“ใช่...ฉันเปลี่ยนไป ตอนนี้ฉันเป็นนายกสมาคมเลือดมังกร ฉันมีภาระหน้าที่เกินกว่าจะมาดูแลส่วนเกินในชีวิตอย่างเธอ” จิรัสยาไม่อยากเชื่อ แต่ทรงกลดก็ตอกย้ำ ให้ช้ำใจ “เป็นส่วนเกิน...เป็นภาระ เธอจะเรียกว่าอะไรก็ได้ งานฉันสำคัญกว่าจะเอาเวลามาปกป้องเธอ ที่นี่คือที่ที่เธอควรอยู่ ไม่ใช่แก๊งเขี้ยวสิงห์ ต่อไปฉันจะได้ทำงานอย่างไม่มีห่วงอีก”

จิรัสยามองมาอย่างตัดพ้อ แต่ทรงกลดก็ไม่ใจอ่อน ยืนยันตามความต้องการเดิม

“ฉันพาเธอมาส่งคืนให้ครอบครัวเธอ นี่คือสิ่งดีที่สุดที่ฉันทำได้ในตอนนี้”

คำพูดเย็นชาของสามีทำให้จิรัสยาเจ็บช้ำมาก แต่ยังมีสติจะตอกกลับด้วยท่าทีเหมือนไม่ยี่หระ

“ขอบคุณนะคะ ขอบคุณที่พาครอบครัวกลับมาให้ฉัน ขอบคุณสำหรับทุกอย่างในวันนี้ด้วย แต่ต่อไปถ้าคุณจะทิ้งผู้หญิงคนไหน ไม่ต้องแกล้งทำดีด้วย ไม่ต้องเสแสร้งบอกรัก พูดคำเดียวสั้นๆว่าลาก่อนก็พอ!”

ooooooo

การตัดสินใจของทรงกลดทำให้ทุกคนใจสลาย จิรัสยาถึงกับขังตัวเองในห้อง ร้องไห้โฮอย่างไม่อายที่ถูกทิ้ง ส่วนเคี้ยงกับเง็กก็มองสภาพหดหู่ของลูกสาวด้วยความสงสาร ไม่ชอบใจที่ทรงกลดพูดรุนแรงเพื่อหักดิบ แต่ก็เข้าใจดีว่าเป็นทางออกดีที่สุดแล้ว แต่คนเศร้าใจสุด คงหนีไม่พ้นทรงกลด ถึงขั้นต้องไปร้องไห้ขอกำลังจากตง

“ป๊า...ผมเข้าใจแล้ว ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมป๊าถึงทิ้งผมกับแม่ ผมเข้าใจแล้ว”

แต่ถึงสถานการณ์จะเลวร้ายแค่ไหน การได้เข้ามาอยู่ในบ้านเคี้ยง ก็ทำให้สถานการณ์ในครอบครัวของจิรัสยาดีขึ้น เคี้ยงพยายามเอาอกเอาใจลูกสาวทุกอย่างเพื่อปลอบใจ ซึ่งจิรัสยาก็ตอบรับง่ายๆไม่ขัดขืนหรือต่อต้านเหมือนที่ผ่านมา เช่นเดียวกับเง็ก ยอมเปิดใจให้อดีตสามีอีกครั้ง เพราะอยากให้ตัวเองและเขามีความสุขเสียที หลังจากต้องทรมานด้วยการแยกจากกันด้วยความเข้าใจผิดแบบโง่ๆมาหลายปี

ระหว่างที่ทรงกลดเครียดหนักต้องหักใจแยกจากภรรยาสุดที่รัก เล้งกับสมุนประชุมกันอย่างเคร่งเครียด ที่การบุกยิงถล่มแก๊งทายาทเลือดใหม่ที่ฉั่วเทียนเหลาเมื่อวันก่อนพังไม่เป็นท่า หมงกับอิกซึ่งหนีตายมาได้ โทษกันไปมาเหมือนเด็กๆ เล้งต้องตัดบท และประกาศให้ทั้งสองหาทางกำจัดทรงกลดให้ได้ ก่อนที่เขาจะกลับมาจากธุระสำคัญที่ภูเก็ต...อั๊วไม่ชอบฟังข่าวร้าย ถ้าคราวนี้ไอ้ทรงกลดไม่ตาย พวกลื้อคงรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น!

หมงนัดเจอกับซิ่วเอ็งหลังจากนั้น พร้อมนัดแนะแผนการสำคัญ จะจัดการล่อทรงกลดออกมาฆ่าทิ้ง แต่กว่าจะถึงวันนั้น อดีตลูกบุญธรรมของตงก็ต้องการความร่วมมือจากซิ่วเอ็ง ซึ่งอีกฝ่ายก็ตอบรับอย่างดี เพราะรอเวลาล้างแค้นให้ลูกชายคนเดียวมานานแล้ว...อึ้งตงกัว ถึงเวลาที่แกต้องชดใช้กรรมของแกที่เคยทำกับอาเหลียงแล้ว

และแผนการแรกคือทรมานตงให้ตายอย่างช้าๆ ด้วยการจับกรอกยาพิษทุกวัน รวมทั้งยานัตถุ์สูตรพิเศษที่ทำให้ตงอ่อนแรง ไม่มีหน้าไปฟ้องหรือต้านทานเธอได้ ก่อนจะเผยให้รู้ถึงตัวตนแท้จริงกับตง และประกาศถึงความแค้นที่สั่งสมมาตลอดหลายปี ว่าเธอต้องทุกข์ทรมานแค่ไหนที่ลูกชายต้องตายเพราะถูกตงโกง!

ขณะที่ตงทรมานจากการถูกซิ่วเอ็งทารุณ...ทรงกลดกับอันวางแผนกันอย่างเคร่งเครียดเรื่องแผนตั้งรับ แต่ถึงกระนั้น...สิงห์หนุ่มก็ไม่ลืมงานแต่งของอันกับหยกมณี เลยสั่งพักงานยาว ให้บอดี้การ์ดหนุ่มได้เตรียมตัว อันซาบซึ้งในน้ำใจของเจ้านายหนุ่ม แต่รู้มากกว่านั้นว่าทรงกลดมีความตั้งใจอย่างอื่นแฝงอยู่ด้วย

“นายน้อยผลักไสทุกคนออกจากชีวิตก็ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นหรอกครับ”

จบคำก็ผละไปหาหยกมณีตามคำสั่ง ทิ้งทรงกลดให้มองตามด้วยความกลัดกลุ้มคนเดียว พึมพำตามหลัง

“อย่างน้อยก็ไม่มีใครต้องมาเสี่ยงตายเพราะฉันอีก!”

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“เชียร์” ปลื้ม “เรือนไหมมัจจุราช” กระแสดีเกินคาด

“เชียร์” ปลื้ม “เรือนไหมมัจจุราช” กระแสดีเกินคาด
15 พ.ย. 2562
12:10 น.