ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ซีรีส์เลือดมังกร : สิงห์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: เลือดมังกร ตอน สิงห์ ได้ ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ประกบ มิว นิษฐา




จิรัสยาปฏิเสธไม่ได้เลยว่าอบอุ่นใจแค่ไหน ได้นอนในอ้อมกอดแกร่งของทรงกลดตลอดคืน ถึงแม้จะเป็นแค่การแต่งงานเพื่อรักษาเกียรติของเธอ แต่ก็ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีของทั้งสอง จะได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน สิงห์หนุ่มรู้สึกดีไม่ต่างจากกัน เขากอดภรรยาร่างเล็กหลับสนิทจนเช้า และตื่นมาพร้อมอารมณ์หวานชื่น

แต่ถึงจะรู้สึกดีแค่ไหน จิรัสยาก็อดประหม่าไม่ได้ ชีวิตเธอหลังจากนี้คงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะมีสามีให้ดูแล และทรงกลดก็ไม่ให้เธอรอนาน เขาเริ่มรุกเร้าขอให้ทำหน้าที่แรกในเช้าวันนั้นเอง ด้วยการสอนผูกเนกไทแบบชวนใจหวิว จิรัสยาต้องข่มความอายแทบแย่กว่าจะจำขั้นตอนได้ สิงห์หนุ่มก็รู้ดี แต่ก็ยังอยากแหย่

“ดูแลฉันไม่ยากหรอก แค่ทำตามใจฉันก็พอ”

“ฉันตามใจคุณทุกเรื่องไม่ได้หรอกค่ะ ถ้าเป็นหน้าที่ที่ฉันต้องทำจริงๆ...ฉันก็ทำให้ได้”

ท่าทางซื่อๆของภรรยา ทำให้ทรงกลดนึกเอ็นดูและฉวยโอกาสเธอเผลอขโมยหอมแก้มฟอดใหญ่

“นี่เป็นอีกหนึ่งหน้าที่ที่เธอต้องทำ...ให้สามีจูบลาก่อนไปทำงานทุกเช้า”

ทรงกลดไปทำงานหลังจากนั้น ทิ้งจิรัสยาให้ยืนยิ้มเขินๆคนเดียวที่ห้อง ก่อนจะพูดไม่ออก เมื่อมุ่ยมาตาม บอกว่าเหมยลี่สั่งให้ทุกคนบนตึกเล็กไปพบ และจัดการให้ทุกคนทำงานบ้าน ไม่เว้นแม้แต่เว่ย มีเพียงซิ่วเอ็งขลุกอยู่ในครัว สอนมุ่ยต้มยาจีนบำรุงสุขภาพให้ตง เหมยลี่ผ่านมาเห็นก็อดมองด้วยความสนใจไม่ได้

“พูดอย่างกับเป็นหมอยางั้นแหละ รู้จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ ยานี่ต้มให้นายใหญ่นะ มาทำซี้ซั้วไม่ได้”

“ถ้าอั๊วไม่รู้จริง อั๊วไม่กล้าพูดหรอก ที่บ้านอั๊วขายยาตั้งแต่อยู่ที่เมืองจีนแล้ว อั๊วเองก็ปรุงยาขายมาสี่สิบปีแล้ว”

ไม่กี่อึดใจต่อมา เหมยลี่ก็ยิ้มร่าออกจากตึกเล็ก พร้อมถ้วยยาปรุงเสร็จใหม่ๆจากซิ่วเอ็งไปให้ตงเพื่อเอาหน้า แต่นอกจากตงจะไม่ปลื้มตามที่หวัง ยังตำหนิเธออย่างรุนแรงอีกต่างหากที่ใช้ครอบครัวจิรัสยาทำงานบ้านเยี่ยงคนใช้ แถมประกาศกร้าวต่อหน้าทุกคน จนเหมยลี่
ถึงกับหน้าชา

“ขอให้รู้ว่าเจ้าของบ้านนี้คืออั๊วคนเดียว ไม่ต้องไปฟังคนอื่น ครอบครัวอาจูถือเป็นครอบครัวเดียวกับเราแล้ว เหมยลี่...ถ้าลื้อยอมรับไม่ได้ ลื้อจะไปหาครอบครัวใหม่อยู่ อั๊วก็ไม่ว่าอะไร”

เหมยลี่เจ็บใจมากที่โดนเอ็ดต่อหน้าทุกคน ตงเองก็ทราบดี เมื่อหมงกลับบ้านบ่ายวันเดียวกัน ด้วยร้อนใจที่ทรงกลดได้ทำโครงการนำเข้ารถจากญี่ปุ่น เลยฝากให้ไปเตือนเหมยลี่ให้ควบคุมอารมณ์และวางตัวให้เหมาะสมกว่านี้ หมงรับปากแกนๆ และถึงกับลืมเรื่องที่กังวลก่อนหน้า เพราะโล่งใจมากกว่าที่เหมยลี่ไม่ได้ก่อเรื่องจนถูกเปิดโปง

เพราะโครงการใหม่ได้รับการอนุมัติตามที่หวังมาตลอด ทรงกลดเลยหมกมุ่นกับการเตรียมงานจนมืดค่ำ อันรับหน้าที่เป็นผู้ช่วยตลอดบ่าย และเมื่อเห็นว่าถึงแก่เวลา เลยพยายามชวนกลับบ้าน สิงห์หนุ่มจะไม่กลับเพราะห่วงงาน บอดี้การ์ดหนุ่มเลยยกจิรัสยามาอ้าง แต่อีกฝ่ายก็ดึงดัน โต้กลับงอนๆว่าเธอคงไม่สนว่าเขาจะกลับเมื่อไหร่

อันส่ายหน้าอ่อนใจ ก่อนจะได้ยิ้มกว้าง เมื่อเห็นภรรยาร่างเล็กของทรงกลดหิ้วปิ่นโตเข้ามาในห้อง เลยถือโอกาสปลีกตัวไปให้สองสามีภรรยาได้คุยกันตามลำพัง จิรัสยาเห็นสายตากรุ้มกริ่มของสามีก็ทำท่าจะขอตัวตาม แต่มีหรือทรงกลดจะยอม ดึงตัวเธอไว้ให้หันมาเผชิญหน้ากับเขา

“ที่ฉันพูดถูกหรือเปล่า คืนนี้ฉันจะกลับบ้านหรือเปล่า เธอก็ไม่สนใจ เธอคงดีใจด้วยซ้ำที่ฉันไม่กลับ”

“ยังไงฉันก็จะรอจนกว่าคุณจะกลับถึงบ้านค่ะ”

“ทำตามหน้าที่ของเธองั้นสิ...อะไรๆก็หน้าที่ มีอะไรที่เธอไม่ได้ทำเพราะหน้าที่บังคับบ้างหรือเปล่า”

จิรัสยาไม่ตอบ แต่เฉไฉขอช่วยงานเขาแทนทรงกลดตัดพ้องอนๆว่า ถ้าทำตามหน้าที่ภรรยาก็ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น สาวร่างเล็กต้องบอกว่าอยากทำเพื่อแบ่งเบาภาระ เขาจะได้ไม่เหนื่อย และประสบความสำเร็จเร็วๆ

ทรงกลดปลื้มมาก เดินไปกอดโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว “ได้กอดเธออย่างนี้ ฉันก็มีความสุขแล้วอาจู”

ooooooo

เว่ยคาใจเรื่องแม่กับย่าไม่บอกตงเรื่องที่เหลียง พ่อแท้ๆของเขาเคยรู้จักกับพวกแก๊งเขี้ยวสิงห์มาก่อน ซิ่วเอ็งไม่ยอมอธิบายอะไรเพราะมีแผนลับในใจ ส่วนเง็ก...บ่ายเบี่ยงไปตามเรื่อง ไม่อยากให้มีปัญหาตามมามากกว่า

ด้านทรงกลด...ยอมคลายมือจากภรรยาร่างเล็ก ชื่นใจมากที่มีเธอเคียงข้างเป็นกำลังใจแบบนี้ จิรัสยาผละไปยืนห่างๆด้วยความเขิน พร้อมแก้เก้อด้วยการทำท่าจริงจัง ยืนยันขอช่วยงานเขา แต่ทรงกลดก็ไม่ยอมรับปาก

จิรัสยาเริ่มหงุดหงิด “คุณไม่คิดว่าฉันจะช่วยงานคุณได้ล่ะสิ แล้วคุณจ้างฉันเป็นผู้ช่วยทำไมคะ”

“คงเป็นเพราะ...ฉันอยากจะเห็นหน้าเธอทุกวัน”

“ที่แท้คุณก็จ้างฉันไว้ดูเล่น ไม่ได้เห็นความสามารถของฉันเลย ฉันทำงานให้คุณได้มากกว่าที่คุณคิด”

จบคำก็ไปจัดการเอกสารที่เขากองลวกๆบนโต๊ะอย่างคล่องแคล่วและเรียบร้อย ทรงกลดถึงกับทึ่ง แต่ไม่วายต่อรองว่า ถ้าอยากกลับมาทำงานเป็นผู้ช่วยก็ต้องยอมทำหน้าที่ภรรยาให้ครบถ้วนสมบูรณ์ก่อน

สายตาเว้าวอนหวานๆของสามีทำให้จิรัสยาถึงกับหน้าแดงก่ำ รู้ดีว่าเขาหมายถึงหน้าที่อะไรที่เธอยังไม่ยอมตามใจ ทรงกลดเห็นท่าเขินของภรรยาก็อดไม่ได้ ดึงตัวมากอดอีกครั้ง พร้อมอ้อน...ฉันไม่อยากรอแล้วนะอาจู

อันกลับถึงบ้านก่อนทรงกลด และเดินตรวจตรารอบบ้านเหมือนเคย หมงที่กำลังจะแอบเข้าไปค้นหาพินัยกรรมในห้องทำงานตงผ่านมาเห็นก็พยายามหลบ แต่ก็ไม่พ้นสายตาของอัน ซึ่งนิ่วหน้าด้วยความสงสัยว่าหมงจะเข้าไปในห้องทำงานตงเวลานี้เพื่ออะไร

แต่ถึงกระนั้นบอดี้การ์ดหนุ่มก็ไม่ได้ตามเข้าไปดูถึงข้างใน เลยไม่รู้ว่าหมงแอบนัดเจอเหมยลี่ และช่วยกันค้นหาพินัยกรรม เพราะอยากแน่ใจก่อนลงมือว่าหมงจะได้ส่วนแบ่งในมรดกเท่ากับทรงกลด

“ฉันไม่ต้องการแค่ครึ่งเดียว แต่ฉันต้องการทั้งหมด...ถึงจะคุ้มค่ากับชีวิตฉันที่ยกให้แก๊งเขี้ยวสิงห์!”

เหมยลี่ชอบใจความโลภและความทะเยอทะยานของชู้รักมาก กระซิบให้ฟังถึงแผนการที่เพิ่งคิดได้วันนี้ จะหาทางกำจัดตงแบบเงียบๆและไร้ร่องรอย หมงถูกใจมาก และตบรางวัลให้ด้วยบทสวาทร้อนแรงในห้องทำงานนั้นเอง

ระหว่างที่สองชู้รักปรนเปรอสวาทให้กันและกัน อันซึ่งคาใจเรื่องหมงแอบเข้าห้องทำงานตงตอนดึกๆ ไปดักรอทรงกลดถึงหน้าบ้าน และพากันไปสังเกตการณ์ให้แน่ใจ แล้วก็ถึงกับผงะ เมื่อเห็นสภาพเปลือยเปล่าของสองชู้รัก!

ทรงกลดโมโหมาก ตรงเข้าไปกระชากตัวหมงจะลากไปสารภาพผิดกับพ่อ แต่มีหรือหมงจะยอม เมื่อตั้งสติได้ ก็เลิกคร่ำครวญและแก้ตัว แต่กลับดึงตัวออกแบบไม่แยแส พร้อมถ้อยคำถากถางท้าทายสิงห์หนุ่ม

“ป๊ารักผมเหมือนลูกแท้ๆ รักยิ่งกว่านายน้อยเสียอีก ไม่งั้นผมคงไม่ได้เป็นทายาทสืบตำแหน่งหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์หรอก ก็ลองดูว่าระหว่างลูกที่ทำงานรับใช้ป๊ามานับสิบปีอย่างซื่อสัตย์กับลูกนอกคอกอย่างนายน้อย... ป๊าจะเชื่อใคร”

“ยังไงคราวนี้แกไม่รอดแน่ไอ้หมง!”

ทรงกลดผลุนผลันออกไปพร้อมกับอัน ทิ้งเหมยลี่ให้ผวาไปกอดหนุ่มชู้รักด้วยความกลัว หมงมองตามหลังสิงห์หนุ่มด้วยความวิตกไม่แพ้กัน แต่จะไม่ยอมถูกเล่นงานง่ายๆ...เราต้องเตรียมตั้งรับให้ดีนะเหมยลี่

คำพูดท้าทายของหมงวนเวียนในหัวไม่เลิกทรงกลดถึงกับคิดไม่ตกจะจัดการเรื่องนี้เช่นไร ส่วนอันครุ่นคิดด้วยความตึงเครียดไม่ต่างกัน และคิดว่าคงเป็นเรื่องไม่ง่ายจริงๆถ้าจะเอาเรื่องหมง

“แค่คำพูดเราสองคนอาจไม่มีน้ำหนักพอ นายใหญ่เลี้ยงคุณหมงเหมือนลูกในไส้ คงยากที่นายใหญ่จะเชื่อ”

“แล้วเราต้องทำยังไง ต้องพาป๊าไปจับพวกมันคาเตียงงั้นหรือป๊าถึงจะเชื่อ ไม่รู้ล่ะ...ยังไงฉันต้องบอกป๊าเรื่องนี้”

“นายน้อยต้องคิดไว้หลายๆด้าน ถ้านายใหญ่เชื่อเรา คนที่ทำเรื่องชั่วๆจะต้องได้รับกรรมอย่างสาสมแน่ แต่คิดเหรอว่าพวกมันจะยอมโดนเล่นงานฝ่ายเดียว พวกมันอาจใช้เรื่องอัปยศนี้ทำลายชื่อเสียงของนายใหญ่”

“ฉันจะจัดการเรื่องนี้อย่างรอบคอบที่สุด”

ooooooo

ทรงกลดเก็บเรื่องหมงเป็นชู้กับเหมยลี่ไปคิดหนักตลอดทั้งคืน โดยมีจิรัสยาคอยเป็นกำลังใจไม่ห่าง แม้จะไม่รู้แน่ว่าเขากลุ้มเรื่องอะไร แต่ก็ยินดีจะอยู่เคียงข้างให้เขาอุ่นใจว่าเธอจะไม่มีวันทิ้งไปไหน ทรงกลดซาบซึ้งใจมาก และตัดสินใจเผชิญหน้ากับความจริงในเช้าวันรุ่งขึ้น ด้วยการเดินเข้าไปบอกพ่อตรงๆที่โต๊ะอาหารเช้า

“เกิดเรื่องอัปรีย์ในบ้านนี้ครับ ผมจับได้ว่าไอ้หมงกับเหมยลี่เป็นชู้กัน!”

เรื่องที่ทรงกลดประกาศทำให้ทุกคนในบ้านแตกตื่น รวมทั้งสมาชิกครอบครัวจิรัสยาตกใจไม่แพ้กัน แต่พยายามเก็บอาการเพราะถือว่าเป็นปัญหาภายในครอบครัวทรงกลด มีเพียงจิรัสยาได้มีส่วนรู้เห็นและส่ายหน้าอย่างเอือมๆเมื่อเห็นถ้อยคำแก้ตัวแบบเชื่อถืออะไรได้ยากเต็มทีของหมงกับเหมยลี่

อันคือพยานคนเดียวของทรงกลด ยืนยันว่าไม่ได้เข้าข้างเจ้านายหนุ่มอย่างไม่ลืมหูลืมตาตามที่หมงอ้าง และ ที่สำคัญเขาคงไม่กล้าโกหกตง นายใหญ่ที่สุดของแก๊งเขี้ยวสิงห์ เหมยลี่เห็นท่าไม่ดี แกล้งร้องโวยวาย ขู่จะทำร้ายตัวเองเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ปอกับจิรัสยาต้องเข้าห้ามและพาตัวไปทำแผลที่มีร่องรอยการกรีดแบบไม่จริงจังสองสามรอย ส่วนหมงก็เล่นละครตบตาแนบเนียนไม่แพ้ชู้รัก โอดขอโอกาสจะทำทุกอย่างเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง

ตงถอนใจหนักหน่วง ก่อนจะตัดสินใจพิสูจน์ความจริงด้วยการสั่งหมงไปหาเอกสารโครงการนำรถเข้าจากญี่ปุ่นของทรงกลดมาให้ ตามที่ได้กล่าวอ้างว่าเป็นเหตุผลสำคัญให้เข้าไปในห้องทำงานของตนกลางดึก หมงหน้าซีดเผือด เกือบจะจนมุมอยู่แล้ว ถ้าไม่บังเอิญไปเห็นแฟ้มคุ้นตาบนโต๊ะพ่อบุญธรรมเสียก่อน

ในที่สุดหมงก็พ้นข้อกล่าวหาแบบหวุดหวิด และเดินออกจากห้องทำงานตงไปพร้อมสายตาเย้ยหยันให้ทรงกลด สิงห์หนุ่มหัวเสียมาก โวยวายใส่พ่อแบบเหลืออด

“ป๊า...ผมเชื่อว่าเรื่องเมื่อคืนไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก ดีไม่ดีเหมยลี่อาจเป็นเมียไอ้หมงก่อนที่จะมาอยู่กับป๊าด้วยซ้ำ”

“หยุดได้แล้ว...อั๊วรู้ว่าลื้อเกลียดอีสองคน แต่ไม่คิดเลยว่าลื้อจะเกลียดจนกล้าใช้วิธีต่ำทรามแบบนี้”

“ผมไม่ได้ใส่ร้ายมันสองคน ป๊าเลือกจะเชื่อคำโกหกก็เพื่อความสบายใจของตัวเอง ป๊าอยากเก็บเรื่องอัปยศนี้ไว้ในบ้าน ไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่าตอนนี้ป๊าถูกลูกรักเหยียบย่ำจนป๊าไม่เหลือศักดิ์ศรีแล้ว”

ตงพยายามข่มโทสะ สั่งให้หยุดพล่ามเรื่องไม่เป็นเรื่องได้แล้ว แต่มีหรือทรงกลดจะยอม สวนเสียงเข้ม

“หรืออีกเหตุผลคือ...ป๊าคงรักไอ้หมงมาก ยกตำแหน่งหัวหน้าแก๊งให้มันแล้วยังไม่หนำใจ เลยยกเมียให้มันด้วย”

ประโยคทิ้งท้ายทำให้ตงหมดความอดทน ตบหน้าลูกชายผัวะใหญ่ พร้อมแหวว่าอีกฝ่ายต่างหากที่หยามศักดิ์ศรีเขา ไม่ใช่หมง ก่อนจะผละออกจากห้องไปทิ้ง

จิรัสยาให้มองสามีด้วยความสงสารและเห็นใจ แต่ไม่กล้าเข้าไปปลอบใกล้ๆกลัวเขาจะคิดมากไปกว่านี้

แต่เมื่อตั้งสติได้ ทรงกลดก็หมายมาดจะชิงตำแหน่งหัวหน้าแก๊ง และจะทำทุกทางขัดขวางไม่ให้หมงได้รับตำแหน่งสมใจ ด้วยการสั่งอันไปหยั่งเสียงคนในแก๊งว่าคิดเห็นอย่างไรเรื่องตำแหน่งหัวหน้า จิรัสยามองสองหนุ่มตรงหน้างงๆก่อนจะต้องหน้าตื่น เมื่อเว่ยวิ่งมาตามให้ไปช่วยไกล่เกลี่ยที่ตึกเล็ก...เง็กอาละวาดใส่เคี้ยงใหญ่แล้ว!

ooooooo

หลังรู้ความจริงว่าจิรัสยาเป็นลูกสาวคนเดียวที่เกิดกับเง็ก เมียเก่าที่ทิ้งเขาไปเพราะทนความเสเพลของเขาไม่ไหวเมื่อหลายปีก่อน เคี้ยงก็ไม่ละความพยายามจะมาง้อและขอคืนดี แต่เง็กกลับไล่ตะเพิดและตัดรอนเขาทุกทาง ไม่อยากให้มาเกี่ยวข้องกันอีก เพราะเส้นทางมาเฟียกับชาวบ้านธรรมดาอย่างเธอคงไม่มีทางไปด้วยกันได้

เง็กจำฝังใจไม่มีวันลืม ที่เขาไม่เคยแม้แต่จะตามหา ตอนเธอเลือกเดินออกจากชีวิตเขาพร้อมลูกในท้อง เคี้ยงต้องพยายามอธิบายว่าให้ลูกน้องตามหาจนเจอเธอ แต่เห็นว่าเธอจะแต่งงานใหม่กับเหลียง เลยเลือกไม่แสดงตัว เพราะเห็นว่าเธอน่าจะมีความสุขแล้ว ส่วนเรื่องลูกสาว ...ถ้าเขารู้ว่าเง็กมีจิรัสยาติดท้องไป เขาต้องตามกลับมาแน่

อิกเห็นสภาพเจ้านายยอมจนไม่เหลือศักดิ์ศรีนักเลงก็ถอนใจเหนื่อยหน่าย แทบหมดศรัทธากับหัวหน้าแก๊งเต่ามังกรที่เคยกร่างไปทั่ว เคี้ยงไม่ทันสังเกตและสนใจมือขวาคนสนิทนัก มัวง้ออดีตเมียกับลูกสาวให้เห็นใจและหายโกรธ เง็กไม่อยากเชื่อลมปากผู้ชายเจ้าชู้อย่างผัวเก่า โดยเฉพาะคำยืนยันที่บอกว่าเต็มใจจะรับผิดชอบจิรัสยาเต็มที่

“อ้อ...ที่ลื้อมานี่ก็เพราะอาจูนี่ลื้อคงเห็นอาจูเป็นลูกสะใภ้คนใหญ่คนโต เลยจะมาหาผลประโยชน์จากอาจู”

“อั๊วมาเพราะลื้อ สำหรับอาจูไม่ต้องรับอั๊วเป็นพ่อก็ได้ แต่ถ้ามีปัญหาเดือดร้อน ลื้อมาหาอาป๊าคนนี้ได้ทุกเมื่อ”

สายตาอ่อนโยนของพ่อแท้ๆที่เพิ่งรู้ว่ายังมีชีวิตทำให้จิรัสยารู้สึกแปลกๆแต่ยังเมินหน้าหนี ทรงกลดต้องออกตัวแทนภรรยา ว่าคงไม่มีวันที่เธอจะหนีไปหาเคี้ยง เพราะเขาจะดูแลเธออย่างดีไปตลอดชีวิต

เคี้ยงถึงกับโอด “ทรงกลด...ลื้อต้องเข้าใจสิ ผู้ชายอย่างเราไม่มีวันปล่อยผู้หญิงที่เรารักไป”

ทรงกลดยังไม่ทันโต้ เคี้ยงก็ทำท่าจะคุกเข่าขอร้อง อิกพยายามรั้งตัวเจ้านายไว้ และก็เกือบไม่สำเร็จ ถ้าเว่ยกับทรงกลดจะไม่คิดแผนทดสอบลองใจเคี้ยงขึ้นมาเสียก่อน

ระหว่างที่เคี้ยงไปเตรียมตัว ทรงกลดก็ไปคุยกับภรรยาร่างเล็ก ทั้งปลอบทั้งขู่ให้เธอเข้าใจหัวอกคนเป็นพ่ออย่างเคี้ยงบ้าง ก่อนจะเย้าถึงคำพูดเลี่ยนๆของหัวหน้าแก๊งเต่ามังกร ว่าผู้ชายไม่มีวันปล่อยผู้หญิงที่รักให้หลุดมือง่ายๆ และเธอคงไม่ต้องถาม ว่าผู้หญิงคนนั้นของเขาคือใคร

จิรัสยาหน้าแดง รู้คำตอบดีแต่ก็ยังไม่แน่ใจ “ฉันไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเอง...เรารู้จักกันไม่นาน แล้วก็ต้องมาแต่งงานเพื่อรักษาเกียรติของครอบครัว ไม่ได้แต่งงานกันเพราะความรัก”

ทรงกลดต้องรวบมือเธอมากุม พร้อมสัญญาหนักแน่น “เธอคิดอย่างนั้นจริงๆหรืออาจู ไม่มีผู้หญิงคนไหนอีกแล้วในโลกนี้จะทำให้ฉันคุกเข่าได้ มีเธอคนเดียวอาจู...ฉันไม่มีวันปล่อยให้เธอไปจากฉันเด็ดขาด ...แล้วเธอล่ะ”

“คุณเอาครอบครัวฉันเป็นตัวประกัน แล้วอย่างนี้ฉันจะหนีคุณไปไหนได้ล่ะคะ”

“โธ่...พูดอะไรหวานๆกว่านี้ไม่ได้หรือไง ไม่เป็นไร...รอไว้คืนนี้ก็ได้ นอกจากพูดหวานๆก็ต้องตามใจฉันด้วย”

จิรัสยายกมือปิดปากเขาแทบไม่ทัน รู้ดีทีเดียวว่าการตามใจแบบที่เขาต้องการ คงหนีไม้พ้นเรื่องบนเตียงที่เธอบ่ายเบี่ยงหน้าที่มาตลอด แต่เธอแค่ไม่แน่ใจและอยากขอเวลาอีกหน่อยเท่านั้น...รอฉันก่อนนะคุณที

บททดสอบของทรงกลดกับเว่ยคือให้เคี้ยงเป็นพ่อค้าหาบขนมถ้วยจีนไปขายหน้าศาลเจ้า เหมือนที่เง็กทำมาตลอดหลายปีเพื่อเลี้ยงปากท้องคนในครอบครัว หัวหน้าแก๊งเต่ามังกรยอมแบบไม่มีอิดออด แต่ความที่ไม่เคย เลยเงอะงะจนเง็กอดไม่ได้ต้องให้เว่ยไปช่วย
ทรงกลดกับจิรัสยามองตามด้วยแววตาสมเพชระคนอ่อนใจ แต่ก็ต้องปล่อยให้เป็นไป เพราะอยากให้เง็กเปิดใจ และยอมอภัยเคี้ยงที่ทำท่าจะสำนึกผิดจริงๆ

แต่ถึงเง็กจะมองเคี้ยงด้วยสายตาดีขึ้นบ้าง แต่ก็ไม่ใจอ่อนง่ายๆ ยิ่งเขาอ้อนวอนขอคืนดีเพราะไม่อยากตายคนเดียวแบบผีไร้ญาติ เธอยิ่งซ้ำเติมและยื่นคำขาด ถ้าไม่อยากตายแบบนั้นก็ต้องเลิกกิจการอบายมุขทั้งหมด!

ooooooo

ภารกิจสำคัญตามล่าหาเสียงสนับสนุนให้ทรงกลดได้เป็นหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์ ทำให้อันแทบหาเวลาปรับความเข้าใจกับหยกมณีไม่ได้ แถมเมื่อเจอหน้ากันที่ฉั่วเทียนเหลา นักร้องสาวคนสวยก็ทำให้เขาหึงแทบคลั่ง ด้วยการพูดคุยกับเสี่ยน้อยเสี่ยใหญ่อย่างสนิทสนม แต่ที่ทำให้เขาโมโหสุด ก็เมื่อเธอยอมไปนั่งโต๊ะเดียวกับอิก

กว่าการเจรจากับบรรดาสมาชิกขาใหญ่ในแก๊งจะเรียบร้อย อันก็แทบไม่มีสมาธิ มัวเหลือบมองไปทางหยกมณีกับอิกแบบไม่ไว้ใจ และเมื่อสบโอกาสตอนนักร้องสาวจะกลับบ้านก็อาสาจะไปส่ง แต่มีหรืออิกจะยอมแพ้ ทำท่ายียวนกวนประสาทจะเอาชนะให้ได้ หยกมณีเลยต้องไกล่เกลี่ยด้วยการโยนเหรียญหัวก้อย

โชคดีเป็นของอิก ได้เป็นคนไปส่งหยกมณีที่บ้าน อันได้แต่มองตามด้วยความเจ็บใจ แต่ก็ยังคิดไม่ตก จะจัดการกับความสัมพันธ์ง่อนแง่นของตนเช่นไร ...หรือว่าเขาจะต้องทำอะไรสักอย่าง

เวลาเดียวกันที่หน้าตึกเล็กบ้านตง...เว่ยพยายามขอให้ทรงกลดสอนยิงปืน จิรัสยาได้ยินก็คัดค้านเสียงแข็ง ไม่อยากให้น้องชายคนเดียวใช้ชีวิตเสี่ยงๆแบบพวกแก๊งมาเฟีย สิงห์หนุ่มไม่อยากขัดใจภรรยา เลยเสนอจะสอนศิลปะป้องกันตัวให้แทน แต่ภรรยาร่างเล็กก็ยังไม่ยอม พร้อมกับแหวอย่างเหลืออด

“คุณชอบทำเรื่องเสี่ยงๆก็ไปเสี่ยงคนเดียว อย่าลากน้องชายฉันไปเสี่ยงด้วย ถ้าคุณคิดเป็นหัวหน้าแก๊งจริงๆล่ะก็ คุณจะต้องคิดให้รอบคอบกว่านี้ ไม่ใช่นึกสนุก อยากทำอะไรก็ทำ คุณเก่งเอาตัวรอดได้ แต่คนรอบข้างคุณล่ะ เขาจะเอาตัวรอดไหม ถ้าใครสักคนเป็นอะไร คุณจะรับผิดชอบไหวไหม”

“ทำไมเธอต้องจริงจังนัก ก็แค่เรียนยิงปืน ให้ฉันสอนอาเว่ยดีกว่าเด็กไปแอบเรียนเอง อย่างนั้นจะอันตรายกว่า”

ท่าทางไม่ยี่หระของสามีทำให้จิรัสยาหงุดหงิด สวนกลับ “ยังไงก็ไม่ให้เรียน คุณจะใช้ชีวิตยังไงก็เรื่องของคุณ แต่อาเว่ยจะต้องมีชีวิตอย่างเด็กธรรมดา ฉันต้องได้เห็นอาเว่ยกลับบ้านอย่างปลอดภัยทุกวัน”

ทรงกลดพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะตัดพ้อด้วยความน้อยใจ “ฉันเข้าใจแล้ว...สรุปคือถ้าฉันจะตายก็เป็นเรื่องของฉัน แต่ชีวิตอาเว่ยสำคัญกว่า ไม่ใช่เฉพาะอาเว่ยหรอก...ไม่ว่าใครก็สำคัญกว่าชีวิตฉันทั้งนั้น!”

ฝ่ายหมง...แอบไปเยี่ยมเหมยลี่ถึงห้องพัก และซ่อนตัวในมุมมืดของห้อง ตอนมุ่ยกับซิ่วเอ็งนำยาต้มร้อนๆ มาให้ เหมยลี่แกล้งทำอิดออดไม่อยากกินยา เพราะเห็นว่าแผลรอยกรีดเล็กๆน้อยๆจากการเล่นละครตบตาของตนไม่ใช่เรื่องใหญ่ ก่อนจะฉวยโอกาสไล่มุ่ยออกจากห้อง แล้วหลอกถามถึงสรรพคุณของดอกยี่โถ ซิ่วเอ็งตีหน้ามึน อธิบายง่ายๆตามประสาคนแก่ช่างเล่า ทั้งที่รู้เต็มอกว่าเหมยลี่หลอกถามเพื่อใช้ประโยชน์จากพิษของดอกยี่โถมากกว่า

ระหว่างที่หมงกับเหมยลี่ช่วยกันวางแผนลอบฆ่าตงจากพิษดอกยี่โถ...อันกับหยกมณีก็มีปากเสียงกันอีกครั้ง หลังจากบอดี้การ์ดหนุ่มตามอิกไปส่งนักร้องสาวถึงบ้านและคงเพราะลมเพชรหึงแท้ๆ เลยทำให้เขาอาละวาดไล่อิกและปึงปังใส่เธอที่พูดคุยกับบรรดาเสี่ยน้อยเสี่ยใหญ่อย่างสนิทสนม หยกมณีส่ายหน้าเหนื่อยหน่าย ก่อนจะอธิบายเสียงเรียบ

“ผู้ชายที่เฮียเห็นในฉั่วเทียนเหลา เขาชื่อเสี่ยถิงฟง เขาเป็นเจ้าของร้านอาหารที่ฮ่องกง เขามาจ้างให้หยกไปร้องเพลงที่ร้านเขา ได้ค่าจ้างมากกว่าที่นี่สองเท่า เฮียคิดว่าหยกควรจะรับงานนี้ไหมคะ”

อันถึงกับอึ้งไปอึดใจ โบ้ยให้เธอตัดสินใจเอง หยกมณีมองมาอย่างผิดหวัง คิดไม่ผิดว่าเขาต้องตอบแบบนี้

“เฮียกำหนดชีวิตคนอื่นไม่ได้ ยิ่งหยกจะไปได้งานที่ดีกว่า มีชีวิตที่ดีขึ้น ถ้าเฮียห้าม เฮียก็เป็นคนเห็นแก่ตัว”

“เฮียควรจะห้ามหยก เฮียเลิกเป็นคนดีสักที เฮียต้องรู้จักเห็นแก่ตัว ดึงหยกไว้ให้อยู่กับเฮียให้ได้ไม่ใช่ทำเหมือนมีหรือไม่มีหยกก็ได้ งั้นก็ดีแล้ว...หยกจะไปร้องเพลงที่ฮ่องกง เฮียเคยหนีไปจากหยกแล้ว คราวนี้ขอหยกเป็นคนไปจากเฮียบ้าง แต่หยกจะไม่ใจร้ายใจดำเหมือนเฮีย วันไหนที่หยกไป หยกจะไปบอกลาด้วยตัวเอง”

ไม่ใช่แค่อันที่มีปัญหาความรัก ทรงกลดก็ว้าวุ่นใจไม่แพ้กัน แถมงอนไม่เลิกที่ภรรยาร่างเล็กพูดเหมือนชีวิตเขาไม่สำคัญ จิรัสยาเห็นสามีนอนนิ่งไม่สบตาเหมือนเคยก็อดใจเสียไม่ได้ จนต้องเอ่ยปากขอโทษเสียงอ่อย

“ฉันไม่เคยคิดว่าชีวิตของคุณไม่มีค่า”

คำพูดง้องอนของภรรยาทำให้ทรงกลดยิ้มออก หันมาสบตาแบบจริงจัง แล้วแกล้งถามว่าชีวิตเขามีค่าแค่ไหน

“ชีวิตของคุณมีค่ามากกว่าลูกสาวแม่ค้าอย่างฉัน”

“สำหรับฉัน...ชีวิตเธอมีค่าที่สุด อาจู...เธอจะให้ฉันรอไปถึงเมื่อไหร่”

สายตากรุ้มกริ่มของสามีทำให้จิรัสยาใจเต้นแรงอย่างช่วยไม่ได้ แต่ยังใจแข็ง เสบอกว่าง่วง แล้วหลับตาลงดื้อๆ ทรงกลดไม่ยอมแพ้ ดึงตัวเธอมากอด อ้อนเสียงหวานอยากมีลูก เผื่อตงจะเห็นแก่หลาน เมตตาเขามากขึ้น

“นายใหญ่ไม่ได้เกลียดคุณหรอกค่ะ ท่านเป็นห่วงและรักคุณ แล้ววันหนึ่งคุณจะรู้เอง”

“เลิกพูดเรื่องป๊าเถอะ ในชีวิตฉัน...มีเธอคนเดียวก็พอแล้ว ฉันขอกอดเธอไว้อย่างนี้นะ”

จิรัสยาได้แต่หน้าแดง ส่ายหน้าอ่อนใจในความดื้อของสามี แต่ก็อดปลื้มไม่ได้ที่เขาไม่บังคับหรือฝืนใจ

ooooooo

แผนการลอบวางยาให้ตงตายช้าๆของหมงกับเหมยลี่เริ่มต้นในเช้าวันต่อมา โดยมีซิ่วเอ็งมองตามเมียเด็กของตงอย่างรู้ทัน ที่แสร้งทำพูดดีและอาสายกยาจีนไปให้ด้วยตัวเอง ส่วนหมงแวบออกไปพบเล้งพร้อมกับอิกในเช้าวันเดียวกัน เพื่อรายงานความคืบหน้าเรื่องการล้มหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์อย่างตง

อิกได้ยินแผนการสกปรกของหมง แต่ไม่ได้ยินดียินร้ายอะไรมาก มัวกังวลกับสถานการณ์ของตัวเองมากกว่า ที่ต้องเลือกว่าจะจมปลักกับการเป็นมือขวาคนสนิทของเคี้ยงที่ทำท่าจะล้างมือจากกิจการอบายมุขเพื่อง้อเมียหรือเลือกทางอื่น เล้งมองมาอย่างสมเพชและเวทนา แต่ตีหน้าเห็นใจได้แนบเนียน พร้อมข้อเสนอแนะให้รอดูท่าทีเคี้ยงอีกพัก เพราะคงไม่ฉลาดนักจะล้มแก๊งเต่ามังกรที่ร่ำรวยไม่แพ้แก๊งใดในเยาวราช แถมมีอิทธิพลมากกว่าที่คิด

ฝ่ายทรงกลด...ยังไม่รู้เรื่องแผนการชั่วของหมงกับเหมยลี่ แถมยังเคืองตงที่ไม่เชื่อเรื่องหมงกับเหมยลี่ลักลอบเป็นชู้ เลยโต้ตอบด้วยการทำตัวมีปัญหา ไม่ยอมญาติดีกับพ่อจนทุกคนในบ้านอึดอัด โดยเฉพาะจิรัสยาหนักใจมาก เพราะยังไม่เคยทำหน้าที่ภรรยาดูแลครอบครัวสามีสักครั้ง ทรงกลดเริ่มหงุดหงิดที่ภรรยาไม่เข้าข้าง ตอกกลับเสียงเข้ม

“ฉันนึกว่าเธอจะเข้าใจฉันซะอีก...ถ้าฉันทำให้ทุกคนไม่สบายใจ ฉันไปกินข้าวที่อื่นแล้วกัน เธอไม่ต้องห่วงว่าไม่ได้ทำหน้าที่ลูกสะใภ้ที่ดีหรอก ห่วงเรื่องเธอไม่ได้ทำหน้าที่ภรรยาได้อย่างครบถ้วนจะดีกว่า”

ขาดคำก็ผละไป อันสงสารจิรัสยาเลยหันมาปลอบให้พยายามเข้าใจอารมณ์ฉุนเฉียวของเจ้านายหนุ่ม เพราะมีเรื่องให้คิดมากช่วงนี้ เช่นเดียวกับเว่ยอยากให้พี่สาวเอาใจสามี ยิ่งเขาแสดงอาการหัวเสียเท่าไหร่ แสดงว่าเขาต้องการความรักและความเห็นอกเห็นใจจากภรรยาอย่างเธอมากขึ้นเท่านั้น

จบจากจิรัสยา อันก็ต้องตามไปปลอบใจทรงกลดถึงฉั่วเทียนเหลา แต่ดูท่าสิงห์หนุ่มจะไม่อารมณ์ดีง่ายๆ บอดี้การ์ดหนุ่มเลยแกล้งแหย่ ว่าสงสัยจะเป็นเพราะจิรัสยายังทำหน้าที่ภรรยาไม่สมบูรณ์

คำพูดของบอดี้การ์ดหนุ่มกระแทกใจอย่างแรง จนทรงกลดถึงกับอึ้ง อันจับพิรุธนั้นได้ เลยถือโอกาสเย้า

“ผมเดาเอานะเนี่ย...เรื่องจริงหรือครับ นี่นายน้อยกับคุณจูยังไม่เข้าหอกันจริงๆหรือครับ”

ทรงกลดหน้ามุ่ยที่โดนรู้ทัน เลยเอาคืนด้วยเรื่องหยกมณี “ยุ่งเรื่องคนอื่น เรื่องตัวเองยังเอาตัวไม่รอด ยังไงอาจูก็ต้องเป็นของฉันสักวัน...แต่แกสิ ถ้าตัดสินใจไม่ได้สักที แกจะต้องเสียผู้หญิงของแกไป”

ระหว่างที่อันเฝ้ามองนักร้องสาวคนรักด้วยแววตาเจ็บจี๊ด หยกมณีก็พยายามบ่ายเบี่ยงอิก ไม่ยอมตกลงแต่งงานกับเขา เพราะยังรักอันและไม่เชื่อว่าเขาจะรักเธอจริง แค่อยากเอาชนะมากกว่า ทรงกลดเห็นเหตุการณ์ตลอด เอื้อมมือไปตบบ่าหนาของบอดี้การ์ดหนุ่มเบาๆ เตือนสติให้เลือกชีวิตตามที่หัวใจต้องการบ้าง

“หน้าที่ของแกตอนนี้คือดูแลหยกมณี ฉันไม่เคยเห็นแกเป็นแค่ลูกน้อง แกเป็นทั้งพี่ทั้งเพื่อน นับตั้งแต่วันนี้ ไม่มีใครมีหน้าที่ต้องคุ้มครองใคร แต่เราจะดูแลกันเหมือนคนในครอบครัว”

“ถ้าหากนายน้อยคิดจะชิงตำแหน่งหัวหน้าแก๊งจากคุณหมง นายน้อยจะยิ่งตกอยู่ในอันตราย”

ทรงกลดเข้าใจความห่วงใยของอีกฝ่ายดี สัญญาหนักแน่นจะดูแลตัวเอง “ฉันระวังตัวอยู่แล้ว แกไม่ต้องห่วง ห่วงตัวเองเถอะ อย่าปล่อยให้ผู้หญิงที่แกรักหลุดมือ...ไม่อย่างนั้นสิบปีที่รอคอยกันมาก็สูญเปล่า”

อันได้แรงยุจากเจ้านายหนุ่มก็ตัดสินใจไปพูดกับนักร้องสาวคนรักตรงๆ แต่หยกมณีก็บ่ายเบี่ยง แกล้งควงอิกออกไปข้างนอก ตัดบทไม่ให้หนุ่มคนรักมีโอกาสแก้ตัวอีก สุดท้ายอันเลยต้องกลับไปนั่งดื่มเหล้ากับเจ้านายหนุ่มที่โต๊ะ ทรงกลดถึงกับขำ ไม่เคยเห็นบอดี้การ์ดคนสนิทเสียศูนย์ขนาดนี้ เลยถือโอกาสรินเหล้าให้

อันยกแก้วชนด้วยท่าทีเซ็งๆ “ดื่มให้ผู้ชายขี้ขลาดสองคน”

“ฉันน่ะหรือขี้ขลาด ฉันไม่ได้ปล่อยให้ผู้หญิงโดนแย่งไปต่อหน้าต่อตาเหมือนแก”

“แต่งงานแล้วก็เหมือนไม่ได้แต่ง ไม่เรียกว่าขี้ขลาดหรือครับ...หรือเรียกว่าไม่เอาไหนดี”

“แกไปชิงหยกกลับมาเป็นของแกให้ได้ ส่วนฉันกับอาจู...คืนนี้รู้กัน แล้วมาดูซิว่าใครขี้ขลาดกว่ากัน!”

ooooooo

อิกไม่ละความพยายามจะเอาชนะใจหยกมณี เสนอตัวจะแต่งงานกับเธออีกรอบ แต่นักร้องสาวไม่เชื่อ และตัดสินใจทดสอบด้วยการชวนเขาย้ายไปอยู่ด้วยกันที่ฮ่องกง อิกถึงกับหน้าเจื่อน แต่เพราะอยากได้ตัวอีกฝ่าย เลยเออออเห็นดีด้วย หยกมณีส่ายหน้าหน่ายๆ รู้ทันอีกฝ่ายว่าคงรับปากแบบขอไปที

“เฮียจะใช้โอกาสนี้เยาะเย้ยเฮียอันใช่ไหมล่ะ หยกเป็นแค่เครื่องมือแก้แค้นของเฮียเท่านั้น คนอย่างเฮียไม่มีทางทิ้งแก๊งตัวเองไปได้ ที่ขอแต่งงานกับหยกก็เพื่อหักหน้าเฮียอัน”

อิกหน้าเจื่อนแต่ไม่ยอมแพ้ โต้ว่าเธอก็ใช้เขาเป็นเครื่องมือทำร้ายอันเหมือนกัน หยกมณีพยักหน้ารับ

“เราสองคนไม่ต่างกัน เราอยากให้เฮียอันเจ็บปวด หยกขอหยุดแค่นี้ หมดเวลาเล่นสนุกกับชีวิตคนอื่นแล้วค่ะ”

อิกจะไม่ยอม แต่ท่าทางเอาจริงของเธอก็ทำให้ต้องถอย หยกมณีมองตามหลังมือขวาคนสนิทของเคี้ยงด้วยแววตาเหนื่อยหน่าย ก่อนจะหมุนตัวกลับบ้านหงอยๆ อันแอบตามมาตลอด และจัดการส่งเด็กน้อยไปมอบกุหลาบให้เธอเพื่อปลอบใจ หยกมณีรับมาแบบงงๆแล้วก็ถึงบางอ้อเมื่อเห็นอันมาดักรอหน้าบ้าน

หัวใจเจ้ากรรมดันทรยศเต้นแรงทุกครั้งที่เจอหน้าหนุ่มคนรัก แต่ถึงกระนั้น...หยกมณีก็ยังใจแข็ง เอ่ยปากไล่และตัดรอนเขาแบบไม่เหลือใย แต่มีหรืออันจะยอมแพ้ เขาขยับไปใกล้และดึงตัวเธอมากอด

“หยกพูดทุกอย่างที่อยากพูดแล้ว ทีนี้ให้เฮียพูดบ้าง”

“ปล่อย...หยกไม่อยากฟัง เฮียก็พูดแบบเดิมๆ เฮียทำทุกอย่างได้เพื่อหยก เฮียมาหาหยกได้ทุกเมื่อที่หยกต้องการ แต่สุดท้ายเฮียไม่เคยทำตามที่พูดได้เลย”

“แต่คราวนี้เฮียทำได้แน่ ถ้าเฮียทำตามที่พูดไม่ได้ ขอให้มีอันเป็นไป”

คำสาบานแบบกะทันหันของเขาทำให้หยกมณีหยุดดิ้น ยกมือปิดปากเขาแทบไม่ทัน อันจับมือเธอไว้ ก่อนจะเอ่ยความในใจว่ารักเธอมาก และจะไม่ยอมให้เธอแต่งงานกับอิก แต่เขาจะไม่รั้งหากเธออยากไปร้องเพลงที่ฮ่องกงจริงๆ หยกมณีอยากจะเป็นบ้าในความซื่อบื้อของหนุ่มคนรัก และอดไม่ได้จะตัดพ้อ

“ไม่ต้องมาพูดให้ดูดี หยกเป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่งของเฮียเท่านั้น”

“หยกเป็นผู้หญิงคนเดียวของเฮีย”

คำรักสั้นๆแต่ลึกซึ้งทำให้หยกมณีใจอ่อนยวบ แต่ยังกระเง้ากระงอด ไล่เขาไปดูแลทรงกลด อันส่ายหน้ายิ้มๆ บอกว่าเพิ่งโดนไล่ออกจากตำแหน่ง ไม่ต้องตามประกบสิงห์หนุ่มแล้ว หยกมณีไม่อยากเชื่อ อันเลยต้องอธิบายว่ายังทำงานที่บริษัทตงวานิชเหมือนเดิม เพียงแต่ไม่ต้องคุ้มครองทรงกลดแล้ว

หยกมณีดีใจได้อึดใจเดียว ความรู้สึกผิดก็ถาโถม ไม่อยากให้เขาทิ้งหน้าที่ที่รักเพื่อเธอ

“หยกเป็นห่วงนายน้อย เฮียอันฝีมือดีที่สุดแล้ว มีเฮียคนเดียวที่คุ้มครองนายน้อยได้ ยิ่งตอนนี้เป็นช่วงเปลี่ยนของสมาคมเลือดมังกร ทายาทหัวหน้าแก๊งทุกคนอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปลอดภัย”

อันซึ้งใจมาก ดึงเธอมากอดไว้ “เพราะอย่างนี้เฮียถึงรักหยก...หยกนึกถึงคนอื่นเสมอ”

“หยกเป็นคนเห็นแก่ตัวต่างหาก หยกอยากได้เฮียเป็นของหยกคนเดียว”

“แต่หยกก็อดเป็นห่วงนายน้อยไม่ได้ งั้นเฮียขอเวลาสามเดือน เฮียขอช่วยนายน้อยได้ขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์ก่อน เมื่อทุกอย่างลงตัวเมื่อไหร่ เฮียจะยกชีวิตทั้งชีวิตให้หยกไปเลย!”

ooooooo

สถานการณ์ของอันกับหยกมณีจบด้วยดี ต่างจากสถานการณ์ของทรงกลดกับจิรัสยา ทุลักทุเลพิลึก เมื่อภรรยาร่างเล็กต้องลากร่างเมาแอ๋ของสามีกลับห้อง โดยมีมุ่ยคอยช่วยและอาสาไปต้มยาแก้เมาให้ทรงกลดแกล้งหลับไม่รู้เรื่อง รอจนได้อยู่ตามลำพังกับภรรยาในห้อง ถึงอ้อนขอให้ช่วยเช็ดตัว จิรัสยาส่ายหน้าหน่ายๆ ยอมเช็ดให้แบบเสียไม่ได้ สิงห์หนุ่มชอบใจมาก และฉวยโอกาสดึงมือเธอมาแตะที่หัวใจตัวเอง

“ทำไมเธอถึงใจแข็งกับฉันอย่างนี้”

“แล้วทำไมคุณถึงใจร้อนนักล่ะคะ ฉันพูดผิดนิดเดียวก็โกรธปึงปัง”

“ฉันขอโทษ...ฉันจะไม่ทำตัวแบบนี้อีกแล้ว ยกโทษให้ฉันเถอะนะอาจู”

มุ่ยไม่อยากรบกวนสองสามีภรรยาเลยตัดใจไม่เอายาเข้าไปให้ จิรัสยาเลยไม่มีทางเลี่ยงต้องยกโทษให้เขา แต่ไม่วายขอให้เลิกใจร้อนและเอาแต่ใจตัวเอง โดยเฉพาะกับตง ทรงกลดรับปากทุกเรื่องแต่ยังขอคิดเรื่องพ่อ

“ฉันทำดีแค่ไหน ป๊าก็ไม่เคยเห็นความดีของฉัน ยิ่งไปกล่าวหาลูกรักของป๊า ป๊าก็ยิ่งเกลียดฉัน ป๊าทำทุกวิถีทางให้ฉันออกไปจากบ้านนี้ ป๊าไม่เคยเห็นฉันเป็นลูก แต่เพื่อเธอ...ฉันจะพยายามทำตัวเป็นลูกที่ดีกว่านี้”

“แล้วสักวันคุณกับนายใหญ่จะต้องเข้าใจกันค่ะคุณที”

เพราะท่าทางอ่อนไหวของเขาแท้ๆ ที่ทำให้จิรัสยายอมให้เขากอด “ฉันไม่รู้ว่าวันนั้นจะมาถึงหรือเปล่า แต่ฉันก็โชคดีที่วันนี้ฉันมีเธอ อาจู...เธอจะขอให้ฉันทำอะไรกี่ร้อยข้อก็ได้ แต่ฉันขอเธอเพียงอย่างเดียว...”

จิรัสยารู้ดีว่าเขาจะขออะไร เธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆรดแก้ม จึงเบือนหน้าหนีด้วยความเขิน

“เราแต่งงานแล้ว ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย”

ค่ำคืนแสนหวานของทรงกลดกับจิรัสยาผ่านพ้นไปด้วยดี สองสามีภรรยาดื่มด่ำกับรสสัมผัสของกันและกันจนถึงรุ่งเช้า สิงห์หนุ่มปลื้มใจมาก อิดออดไม่อยากลุกและไม่อยากไปทำงาน แต่ภรรยาร่างเล็กก็เข็นเขาออกจากห้องจนได้ พร้อมทวงสัญญาให้เขาทำตัวเป็นลูกที่ดี ทรงกลดตั้งท่าจะบ่ายเบี่ยง จิรัสยาเลยดักคอ

“ไหนบอกว่าฉันขออะไร คุณทำให้ได้ทุกอย่าง”

“ก็ได้ๆ ไม่รู้นะเนี่ย...แต่งงานแล้วฉันจะกลายเป็นคนกลัวเมีย”

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“ต้นข้าว อาร์สยาม” สนุก ร้ายมีมิติ รับประสบการณ์น้อย พร้อมพัฒนา

“ต้นข้าว อาร์สยาม” สนุก ร้ายมีมิติ รับประสบการณ์น้อย พร้อมพัฒนา
16 ต.ค. 2562
12:15 น.