ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ซีรีส์เลือดมังกร : สิงห์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: เลือดมังกร ตอน สิงห์ ได้ ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ประกบ มิว นิษฐา



หลังส่งจิรัสยาถึงบ้านโดยปลอดภัย ทรงกลดก็ผละจากมาด้วยสีหน้าครุ่นคิด เหตุการณ์ลอบทำร้ายเมื่อเย็นทำให้อดเป็นห่วงความปลอดภัยของผู้ช่วยสาวไม่ได้ อันซึ่งมาดักรอตรงปากซอย เห็นท่าทางเจ้านายหนุ่ม ก็พอเข้าใจความรู้สึก และคิดว่าการให้จิรัสยาออกจากงาน พ้นจากเส้นทางมาเฟียน่าจะเป็นทางเลือกดีที่สุด

ทรงกลดส่ายหน้าเหนื่อยหน่าย คำยืนยันของจิรัสยาก่อนแยกกันยังก้องในหัว ดูท่าเขาจะต้องหนักใจไปอีกนาน เพราะผู้ช่วยสาวคงไม่ยอมออกจากงานง่ายๆตามที่เขาขอ อันอดเย้าขำๆไม่ได้ ว่าสิงห์หนุ่มเจอคู่ปรับที่เหมาะสมกันดี

“งั้นแกก็เหมาะสมกับผู้หญิงแสนงอนอย่างหยกน่ะสิ”

คำพูดยอกย้อนของทรงกลดกระแทกใจอันอย่างแรง จนต้องถอนใจเฮือกใหญ่ด้วยความหนักใจ สิงห์หนุ่มเห็นท่าบอดี้การ์ดหนุ่มคนสนิท เลยเอื้อมมือไปตบไหล่ แล้วบอกให้อีกฝ่ายไปมีชีวิตแบบที่ตัวเองต้องการเสียที

“นี่เป็นชีวิตที่ผมเลือกเอง ไม่ได้มีใครบังคับ”

“งั้นแกก็เลือกใช้ชีวิตใหม่ได้แล้ว เลือกชีวิตที่ได้อยู่กับผู้หญิงที่แกรัก หรือแกอยากมีชีวิตอย่างป๊าฉัน”

“เมื่อถึงเวลาที่ต้องเลือก นายน้อยอาจจะต้องเลือกแบบนายใหญ่ก็ได้”

“ไม่มีทาง...ฉันจะไม่มีวันทิ้งคนที่ฉันรักเพื่อแก๊งเขี้ยวสิงห์แน่!”

ด้านเคี้ยง...เข้าใจว่าเหตุยิงกันที่ฉั่วเทียนเหลา เป็นแค่การสั่งสอนทรงกลด หัวเราะสะใจใหญ่เมื่ออิก

มารายงานผล ต่างจากคนที่รายงาน แค้นใจมากที่ทุกอย่างไม่เป็นตามแผน ทรงกลดรอดตัวไปได้อีกครั้ง

หมงทราบเรื่องลอบยิงทรงกลดดี และทราบด้วยว่าเป็นฝีมืออิกกับพวก เลยไม่รอช้าไปหยั่งเชิงถึงโรงฝิ่นของเล้งที่อิกมักไปใช้บริการประจำในระยะหลัง สองหนุ่มต่างแก๊งทักทายกันด้วยความคุ้นเคย ก่อนที่มือขวาคนสนิทของเคี้ยงจะเผยแผนลับที่กำลังเร่งดำเนินการให้หมงได้เป็นหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์

หมงทำหน้าเหมือนไม่เชื่อมือ แต่เมื่อได้ยินแผนการร้ายจะกำจัดทรงกลดให้พ้นทางของอิก ก็ถึงกับตาลุกวาว...คราวนี้แหละสิงห์หนุ่มคงได้เหลือแต่ชื่อตำแหน่งหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์ก็คงเป็นของเขาในเวลาไม่นาน

กว่าหมงจะแยกกับอิกก็เป็นเวลาดึกดื่น จนเกือบพลาดนัดสำคัญกับเหมยลี่ซึ่งแต่งตัววาบหวิวรอเขาอยู่ในห้อง สองหนุ่มสาวพุ่งหากันทันทีที่เจอหน้า ถ่ายทอดเพลิงสวาทร้อนแรงให้แก่กันและกันจนหนำใจจึงได้แยกกันในอีกหลายชั่วโมงต่อมา เหมยลี่ส่งยิ้มหวานให้ชู้รักก่อนจะผละกลับห้อง แต่ดันโชคไม่ดี เจอกับปอระหว่างทาง!

ปอไม่รู้ว่าเหมยลี่โผล่มาจากไหนกลางดึกกลางดื่น แต่ท่าทางมีพิรุธของเธอก็ทำให้ลองหยั่งเชิงในเช้าวันต่อมา เพราะแอบสงสัยมานานเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเมียเด็กกับลูกชายบุญธรรมของตง หมงตีหน้าตายทำไม่รู้ไม่ชี้ ต่างจากเหมยลี่ร้อนรนอย่างหนัก กลัวถูกจับได้ ถึงกับต้องไปกดดันหมงให้เร่งจัดการทรงกลดตามแผนสักที

ooooooo

จิรัสยาออกไปทำงานแต่เช้าเพราะกลัวถูกไล่ออก ไม่รู้เลยว่าเง็กกับซิ่วเอ็งกำลังสงสัยว่าเธอทำงานหน้าที่อะไรกันแน่ ถึงได้มีเงินเดือนหลายพัน แถมมีอาหารเหลาห่อมากินที่บ้าน เว่ยพยายามช่วยพี่สาวปกปิด แต่ก็หยุดความสงสัยของเง็กไม่ได้ ตามไปรื้อค้นในห้องลูกสาว จนเจอนามบัตรของทรงกลดซุกไว้ในตู้!

ด้านทรงกลด...คร้านจะเถียงกับจิรัสยา ต้องยอมให้เธอกลับมาทำงานแบบเสียไม่ได้ อันเลยเสนอให้ส่งไปแผนกอื่นหรือบริษัทของแก๊งเพื่อนสนิทเจ้านายหนุ่มเพื่อความปลอดภัย แต่สิงห์หนุ่มก็ไม่ยอม ยืนยันให้

ผู้ช่วยสาวอยู่ใกล้ตัว ดีกว่าปล่อยให้อยู่ไกลหูไกลตา จิรัสยาดีใจมากที่ไม่ถูกไล่ออก เดินตามตรวจงานต้อยๆ แต่ไม่วายบ่นเจ้านายหนุ่มที่ชอบทำตัวเกาะติด ไม่ยอมให้เธอเดินตามหลังเหมือนเจ้านายลูกน้องคู่อื่นๆ ทรงกลดต้องหันมาอธิบายเสียงนิ่ง

“ฉันไม่ชอบยืนคนเดียว ฉันอยู่คนเดียวมาทั้งชีวิตแล้ว”

จิรัสยาทำหน้าเหมือนไม่อยากเชื่อ “คุณเป็นลูกชายหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์ ต้องมีผู้คนห้อมล้อมเยอะแยะ ไม่มีเวลาจะอยู่คนเดียวด้วยซ้ำ อย่างน้อยคุณก็มีคุณอันอยู่ด้วยตลอดเวลา”

“ไอ้การเป็นลูกชายหัวหน้าแก๊งไม่ได้มีความหมายอะไรกับฉัน เปลี่ยนเรื่องคุยเถอะ”

จิรัสยาเลยเปลี่ยนเรื่องถามถึงปืนที่ขอเมื่อวันก่อน ทรงกลดถึงกับหัวเราะให้กับท่าทางซื่อๆของผู้ช่วยสาว ก่อนจะยื่นมีดพกขนาดเล็กให้แทน สองหนุ่มสาวถกเถียงกันไปมาเรื่องการใช้อาวุธและความปลอดภัย ไม่รู้เลยว่าเง็กซึ่งคลับคล้ายคลับคลาชื่อบริษัทของลูกสาว กำลังหาบขนมมุ่งหน้ามาที่นี่!

เว่ยตกใจมากเมื่อเห็นแม่มุ่งหน้าไปทางบริษัทตงวานิชของแก๊งเขี้ยวสิงห์ ยิ่งเห็นว่าพี่สาวยืนคุยกับทรงกลดด้านหน้าบริษัทยิ่งร้อนใจ เลยแกล้งโวยวายว่าปวดท้องเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของแม่ เง็กไม่ทันเล่ห์กลลูกชาย ถลาไปดูอาการด้วยความเป็นห่วง เว่ยตีบทแตก โอดโอยใหญ่ จนเมื่อเห็นว่าพี่สาวนั่งรถไปกับสิงห์หนุ่มแล้วถึงได้เลิกเล่นละคร เง็กมองลูกชายงงๆ ก่อนจะหันไปทางบริษัทตงวานิช สังหรณ์ใจรุนแรง...หรือว่าลูกสาวเธอจะทำงานให้พวกแก๊งเขี้ยวสิงห์

ทรงกลดไม่รู้ว่าเง็กกำลังสงสัย มุ่งหน้าไปฉั่วเทียนเหลาเพื่อเจรจาเรื่องขอซื้อโรงงานคืน เคี้ยงมองทายาทหนุ่มแก๊งเขี้ยวสิงห์ด้วยแววตายียวน ก่อนจะยิ้มเย้ยหยันเมื่อเห็นสาวร่างเล็กที่มากับสิงห์หนุ่ม

“ลื้อกลัวอั๊วจนเอาผู้หญิงมาเป็นโล่เลยเหรอ นึกว่าเป็นสิงห์ จริงๆแล้วเป็นแมวนี่หว่า ลูกน้องอั๊วไปสั่งสอนลื้อครั้งเดียว กลัวจนหัวหดเลยหรืออากลด”

“ผมไม่เคยกลัว แก๊งกากเดนที่เห็นเงินเป็นใหญ่ ไม่มีศักดิ์ศรีอย่างแก๊งเต่ามังกร...ทำไมต้องกลัว”

เคี้ยงโมโหมาก และยิ่งโกรธหนักเมื่อเห็นเอกสารซื้อโรงงานคืน ทรงกลดไม่ยี่หระท่าทางอีกฝ่าย เร่งรัดให้รีบเซ็นโอนโรงงานให้ แถมขู่จะถล่มกิจการของแก๊งเต่ามังกรทุกอย่างถ้าไม่ยินยอม เคี้ยงแทบคลั่ง ไม่คิด

ว่าสิงห์หนุ่มจะอยากมีเรื่องกับเขา หลังจากเพิ่งถูกสั่งสอนเมื่อวันก่อน แต่ผิดคาด ทรงกลดดูจะไม่เกรงกลัวอะไรเลย

แม้จะรู้ว่าสถานการณ์ของทรงกลดดูจะเป็นต่อเคี้ยงอยู่หลายขุม แถมการเจรจาก็สำเร็จ แต่จิรัสยาก็อดเป็นกังวลไม่ได้ ไม่เข้าใจว่าเขาจะพาเธอมาด้วยทำไม...ไหนว่าห่วงความปลอดภัยของเธอ ไม่อยากให้เสี่ยงตายโดยไม่จำเป็น

“ฉันอยากให้เธอรู้ว่าแก๊งเขี้ยวสิงห์ไม่เคยทำการค้าผิดกฎหมาย แล้วฉันก็ไม่ใช่คนของแก๊งเขี้ยวสิงห์”

“คุณไม่ใช่คนของแก๊งเขี้ยวสิงห์ แล้วคุณจะห่วงชื่อเสียงของแก๊งทำไมคะ”

อันพยายามกลั้นหัวเราะเต็มที่ ประทับใจจิรัสยามากที่พูดจาโดนใจ ทรงกลดเลยหันมาส่งสายตาคาดโทษ ก่อนจะถอนใจเหนื่อยหน่าย เมื่อได้ยินความคิดเห็นของผู้ช่วยสาว

“บริษัทตงวานิชเป็นของแก๊งพ่อคุณ ยังไงคุณก็หนีความเป็นแก๊งเขี้ยวสิงห์ไม่พ้นหรอกค่ะคุณที”

“ฉันแค่เป็นลูกจ้างของป๊าเท่านั้น เธอไปบอกครอบครัวได้เลยว่าบริษัทเราทำธุรกิจถูกกฎหมาย”

จิรัสยาทำท่าจะพูดบางอย่าง แต่ก็ต้องอ้าปากค้าง เมื่อเห็นเง็กมุ่งหน้ามาทางนี้ สีหน้าเกรี้ยวกราดของแม่ทำให้สาวร่างเล็กหน้าซีดเผือด ดูท่าความลับของเธอคงไม่ใช่ความลับอีกต่อไป เว่ยวิ่งกระหืดกระหอบตามมา ขยับไปกระซิบพี่สาวเสียงอ่อยว่าห้ามแม่ไว้ไม่ทัน ทรงกลดตั้งท่าจะอธิบาย แต่เง็กก็ไม่สนใจฟัง แหวลั่น

“อาจู...ทำไมโกหกม้า ลื้อทำอย่างนี้ได้ยังไง...ทำได้ยังไง!”

ooooooo

เง็กลากจิรัสยากลับบ้านทันที โดยไม่สนใจคำอธิบายของทรงกลด และยื่นคำขาดให้ลูกสาวลาออกจากงาน แม้จะต้องอดตาย ก็จะไม่มีวันร้องขอเงินจากตระกูลเขี้ยวสิงห์ ทรงกลดไม่ได้ตามและไม่ได้โกรธเง็ก แต่แปลกใจมากกว่าที่แม่ของผู้ช่วยสาวมีท่าทีต่อต้านพวกเขาจนผิดสังเกต อันเลยรับอาสาไปตรวจสอบประวัติครอบครัวจิรัสยาให้

ฝ่ายจิรัสยา...ไม่ยอมลาออกง่ายๆ พยายามอธิบายความจำเป็นเรื่องค่าใช้จ่ายในบ้านและค่าเทอมของเว่ย แต่เง็กก็ไม่ฟัง แถมสั่งให้เอาเงินสามพันไปคืนทรงกลดอีกต่างหาก ซิ่วเอ็งจับต้นชนปลายไม่ถูก ไม่เข้าใจว่าเหตุใดลูกสะใภ้ถึงเกรี้ยวกราดใส่ลูกสาวขนาดนั้น แต่ก็คิดเอาเองว่าจิรัสยาคงไปทำงานในที่ไม่ดี

“อั๊วนึกแล้ว คนอย่างลื้อไม่มีวันหางานดีๆได้หรอก อาเง็ก...ลื้อไปเจอตัวที่โรงน้ำชาแถวไหนล่ะ”

“เจ๊จูไม่ได้ทำงานอย่างว่านะอาม่า” เว่ยปกป้องพี่สาวเหมือนเคย

“ถ้าอีไม่ได้ไปขายตัว แล้วทำไมม้าลื้อถึงได้โกรธอย่างนี้”

เว่ยอดไม่ได้ โพล่งออกไปว่าจิรัสยาทำงานให้บริษัทตงวานิชของแก๊งเขี้ยวสิงห์ ซิ่วเอ็งถึงกับอ้าปากค้าง ตาวาวเป็นประกายด้วยความหวังจนแทบปิดไม่มิด เง็กมองไปทางแม่ผัว คิดว่าคงมีปัญหาแน่เพราะเคยมีเรื่องกันมาก่อน แต่ซิ่วเอ็งก็ทำให้ทุกคนประหลาดใจ ด้วยการคว้าซองเงินไปเก็บ แล้วสั่งให้จิรัสยาไปทำงานให้ทรงกลดเหมือนเดิม

ซิ่วเอ็งไม่สนใจสายตาเป็นคำถามของทุกคนในบ้าน กำซองเงินในมือแน่น แล้วเดินไปคุกเข่าตรงหน้าเทพเจ้าที่เข้ามาสักการบูชาทุกวัน ก่อนจะหันไปมองรูปถ่ายเหลียง ลูกชายคนเดียวที่ฆ่าตัวตายไปเมื่อหลายปีก่อน

“ขอบคุณสวรรค์ที่เมตตา...อาเหลียง...เวลาของเราใกล้จะมาถึงแล้ว!”

เง็กไม่คิดว่าแม่ผัวจะผูกใจเจ็บจนกลายเป็นความแค้น เลยทำใจยอมให้ลูกสาวทำงานกับทรงกลดต่อ จิรัสยาหน้าเจื่อน โถมตัวกอดแม่แน่น ขอโทษที่ปิดบังและสัญญาจะไม่ยุ่งกับงานของแก๊งเขี้ยวสิงห์เป็นอันขาด ส่วนเว่ยติดใจท่าทางแปลกๆของแม่ที่ต่อต้านแก๊งเขี้ยวสิงห์จนน่าสงสัย แต่เง็กก็ไม่อธิบายอะไรมาก นอกจากเปรยเป็นนัยๆ

“แก๊งเขี้ยวสิงห์ใหญ่คับฟ้ามานานจนไม่เคยเห็นหัวคนอื่น แก๊งมีคุณธรรม...ที่จริงก็ไม่ได้ดีกว่าแก๊งเลวๆแก๊งอื่น!”

ฝ่ายตง...เครียดจัดเมื่อได้ยินว่าสุงเลื่อนงานประชุมสมาคมออกไป ความตั้งใจจะประกาศเลือกหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์คนใหม่เลยต้องเลื่อนไปด้วย ปอพยายามกล่อมให้คิดดีๆ เพราะหมงยังไม่พร้อม ส่วนทรงกลดก็เป็นลูกชายแท้ๆที่เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติทุกอย่างจะเป็นผู้นำคนใหม่ของแก๊งเขี้ยวสิงห์ แต่ตงก็ไม่ยอมตัดสินใจ

ความกดดันทำให้ตงตัดสินใจไปที่ห้องแปดเหลี่ยมในตำนาน ห้องที่สมาชิกแก๊งเลือดมังกรแห่งเยาวราชต้องมาประชุมประจำปีด้วยกันตลอดหลายสิบปีที่ผ่าน ฉับพลันนั้น... ภาพบรรยากาศเก่าๆเมื่อยี่สิบปีก่อนก็หวนมาอีกครั้ง ตอนที่สมาชิกสมาคมมีไม่กี่แก๊ง โดยมีแก๊งฝ่ายธรรมะอย่างแก๊งเสือ แก๊งหงส์ดำ แก๊งเขี้ยวสิงห์ แก๊งเหยี่ยวแดง และแก๊งกระทิงเป็นฝ่ายกุมอำนาจ มีเสียงข้างมากในสมาคม ส่วนแก๊งฝ่ายอธรรมอย่างแก๊งมังกรดำของเล้งเป็นเสียงข้างน้อย

วันเวลาผ่านไปอีกสิบปี แก๊งน้อยแก๊งใหญ่ในเยาวราชมีมากขึ้น จำนวนแก๊งฝ่ายธรรมะมีเท่าเดิม แต่แก๊งฝ่ายอธรรมกลับมีมากขึ้น กิจการโรงน้ำชา โรงฝิ่นและบ่อนการพนันทั้งหลายเลยอยู่ในยุคเฟื่องฟู และไม่ถูกปิดกิจการเหมือนเมื่อก่อน สร้างความกังวลใจให้แก่แก๊งฝ่ายธรรมะมาก ที่แก๊งฝ่ายอธรรมดูจะมีอำนาจและเหิมเกริมมากขึ้นทุกที

ตงดึงตัวเองจากภาพเก่าๆ ห้องประชุมในตำนานว่างเปล่าเพราะยังไม่ถึงวันนัด แต่ความกังวลตั้งแต่วันวานกลับมากขึ้นเรื่อยๆ และดูท่าจะถึงคราวแตกหักเร็วๆนี้ ถ้าสุงสละตำแหน่งจริงๆ ปอถอนใจหนักหน่วง ก่อนจะย้ำคำเดิม ไม่ให้เจ้านายแต่งตั้งหมงเป็นหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์คนใหม่ ตงมีสีหน้าคิดหนัก ก่อนจะเบิกตาโพลง เมื่อมือขวาคนสนิทตัดสินใจกระซิบบอกถึงข้อสงสัยเรื่องหมง ที่อาจอยู่เบื้องหลังการถูกลอบทำร้ายหลายครั้งของทรงกลด

แต่ที่สองหนุ่มเจ้านายลูกน้องไม่รู้ คือหมงแอบสะกดรอยตามมาจากบ้าน พยายามเงี่ยหูฟังอยู่นาน แต่ก็ไม่รู้ว่าปอกำลังบอกอะไรแก่ตง สังหรณ์รุนแรง รวมทั้งคำเตือนจากเหมยลี่เมื่อเช้า ทำให้อดระแวงไม่ได้

“ไอ้แก่ปอ..มันฟ้องอะไร หรือว่าเป็นเรื่องเรากับเหมยลี่!”

ooooooo

ทรงกลดเดินงุ่นง่านไปมาทั่วบริษัท จนเหล่าพนักงานต้องมองหน้ากันเครียดๆ กลัวถูกระเบิดอารมณ์ลูกหลง มีแค่อัน...เดินมาด้วยท่วงท่าสบายๆ รู้ดีว่าเจ้านายหนุ่มมีอาการแบบนี้เพราะกังวลเรื่องจิรัสยา

อันแกล้งยั่วทรงกลดอีกหลายยก แต่ไม่ยอมปริปากเรื่องจิรัสยา จนเจ้านายหนุ่มเลือดร้อนทนไม่ไหว ต้องโพล่งถามว่าเมื่อไหร่ผู้ช่วยสาวจะมาทำงาน อันส่ายหน้าอ่อนใจ ก่อนจะรายงานประวัติครอบครัวของจิรัสยา ว่ามีพ่อแท้ๆเป็นคนเก่าแก่ของแก๊งเต่ามังกร แถมคนในบ้านอย่างซิ่วเอ็งและเว่ย ก็มีความเกี่ยวข้องกับแก๊งหนูไฟ ทรงกลดเบ้หน้า ถึงบางอ้อแล้วว่าทำไมเง็กถึงชังน้ำหน้าเขานัก ที่แท้ก็เกี่ยวข้องกับแก๊งสวะพวกนี้นี่เอง!

แต่ที่ทรงกลดคาดไม่ถึง คือจิรัสยามาทำงานแล้ว และดันได้ยินบทสนทนาของเขากับบอดี้การ์ดคนสนิททุกอย่าง แถมโกรธจนเลือดขึ้นหน้า เมื่อได้ยินเขาหยามคนในครอบครัวเธอว่าเป็นพวกแก๊งสวะ สิงห์หนุ่มหน้าเสีย แก้ตัวเสียงอ่อยว่าอยากทำความรู้จักครอบครัวเธอให้มากขึ้น แต่จิรัสยาก็ไม่หายเคือง

“ฉันเป็นแค่ผู้ช่วยที่คอยเดินตามหลังคุณเพื่อเพิ่มบารมีให้คุณเท่านั้น”

“ฉันไม่ได้เห็นเธอเป็นแค่ผู้ช่วย...เธอเป็นมากกว่านั้น”

“ฉันไม่อยากทำให้คุณต้องเสียเกียรติที่มีผู้ช่วยเป็นลูกสาวของแก๊งสวะๆ”

“ฉันพูดแรงไปหน่อย แต่มันก็เป็นความจริง แม่เธอถึงได้พาลเกลียดไปหมดทุกแก๊ง ทั้งที่แก๊งเลือดมังกรไม่ได้เหมือนกันทุกแก๊ง ถ้าเธอไม่เชื่อ เธอก็ทำงานกับฉันต่อ ฉันจะพิสูจน์ให้เธอเห็นเอง”

เพราะสายตาเว้าวอนของเขาแท้ๆ ทำให้จิรัสยาใจอ่อน ยอมรับปากทำงานต่ออีกสามเดือน ทรงกลดไม่ยี่หระข้อแม้นั้น ลากผู้ช่วยสาวไปเริ่มงานทันที เพราะเสียเวลาเถียงกันมานานแล้ว

แต่ถึงจะอยากตัวติดกับผู้ช่วยสาวแค่ไหน ทรงกลดก็ไม่ให้เธอออกไปทำงานนอกสถานที่ด้วยวันนี้ จิรัสยาเลยต้องนั่งแกร่วทำงานบัญชีคนเดียว พลางนั่งมองมีดพับในมือเซ็งๆ...โธ่เอ๊ย อุตส่าห์เตรียมตัวมา!

เวลาเดียวกันที่ศาลเจ้า...หมงนัดเจอเหมยลี่เพื่อคุยกันเรื่องตงอาจรู้ความลับที่ทั้งสองแอบเป็นชู้ เหมยลี่ประสาทเสียมาก เช่นเดียวกับหมง ตัดสินใจเด็ดขาดจะจัดการทรงกลด เหมยลี่หรี่ตามองชู้รักด้วยความสงสัย

“ฉันรู้...ว่าเธอไม่ได้ลงมือคนเดียว เธอร่วมมือกับใครอยู่ ไม่ใช่คนของแก๊งเขี้ยวสิงห์แน่”

“เธอไม่จำเป็นต้องรู้ ถ้ายังอยากเป็นนายหญิงของแก๊งเขี้ยวสิงห์ล่ะก็ สงบปากสงบคำไว้”

แต่ถึงกระนั้น...เหมยลี่ก็ไม่ไว้ใจ รู้ดีว่าหมงไม่มีพรรคพวกหรือคนหนุนหลังมากเหมือนทรงกลด เลยพยายามเสนอตัวจะช่วย แต่หมงกลับปฏิเสธ เพราะเชื่อว่าคนที่ให้ความช่วยเหลือเขาตอนนี้ต้องทำสำเร็จ

“ฉันไม่โง่ให้ใครหลอกใช้หรอก เราต่างได้ผลประโยชน์ตามที่ต้องการ ฉันได้ขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์ ส่วนเสี่ย...เอ่อ...คนที่ช่วยเหลือสนับสนุนฉันจะได้อำนาจที่เขาควรจะได้”

เหมยลี่พยักหน้าแกนๆ ใจหายไม่น้อยที่เรื่องราวลามปามถึงขั้นต้องฆ่าทรงกลด หมงเหยียดยิ้มเย็น

“ถ้ามันไม่ตาย ก็ต้องเป็นเราที่ต้องตาย เธอเลือกเอาเองแล้วกัน!”

ด้านทรงกลด...ไม่ยอมให้จิรัสยาตามมาด้วย เพราะตั้งใจไปคุยกับเง็ก เพื่อแสดงความจริงใจว่าไม่เคยคิดร้ายกับผู้ช่วยสาว แต่เง็กกลับหมางเมินไม่ยอมเสวนาด้วย ปล่อยให้เว่ยรับหน้า และชวนคุยอย่างเป็นกันเองเพราะชื่นชอบแก๊งเลือดมังกรมานาน แต่ถึงกระนั้น...

สิงห์หนุ่มก็ไม่ยอมแพ้ พยายามตีเนียนทุกวิถีทาง อยากให้เง็กยอมรับและเปิดใจให้พวกเขาพิสูจน์ตัว

“ผมขอยืนยันว่าแก๊งเขี้ยวสิงห์ไม่ได้เหมือนแก๊งเต่ามังกรหรือแก๊งหนูไฟ แก๊งเราทำการค้าอย่างสุจริต”

“ไม่มีแก๊งไหนที่มือไม่เปื้อนเลือดหรอก ฆ่าคนไม่ต้องใช้มีดหรือปืน แต่เงินกับอำนาจก็ฆ่าคนได้”

จบคำก็เรียกให้เว่ยเก็บของเตรียมย้ายไปขายที่อื่น ทรงกลดกับอันได้แต่มองตามเซ็งๆ ก่อนจะตาลุกวาว เมื่อเห็นหมงซึ่งเพิ่งแยกกับเหมยลี่ตรงหน้าศาลเจ้า

เดินไปอีกทาง สิงห์หนุ่มกับบอดี้การ์ดคนสนิทไม่ทันเห็นเหมยลี่ เลยสะกดรอยตามหมงไปเรื่อยๆ แต่ก็ถูกลูกสมุนของอิกขวางไว้ สองหนุ่มเลยต้องคว้าน้ำเหลว

ooooooo

หมงขอบใจอิกที่ช่วยขวางไม่ให้ทรงกลดกับอันตามมาเจอความลับของเขาที่โรงฝิ่นของเล้ง ก่อนจะขอคำยืนยันจากอีกฝ่าย ว่าจะสามารถกำจัดสิงห์หนุ่มได้ในเร็ววันหรือไม่ เล้งผู้หนุนหลังตัวจริงของอิกกับหมง เลยมาให้ความมั่นใจแทนว่าแผนการลอบฆ่าทรงกลดในอีกไม่กี่วันนี้จะต้องสำเร็จ

“อั๊วช่วยลื้อ อั๊วไม่ได้หวังผลอะไร อั๊วทนเห็นสิ่งไม่ถูกต้องไม่ได้ ลื้อเป็นคนดีมีความสามารถ ลื้อก็ควรได้เป็นหัวหน้าแก๊ง เฮียตงบอกใครๆว่าลื้อเป็นทายาทแก๊งเขี้ยวสิงห์ แต่ก็ไม่ขยับทำอะไรสักอย่าง อั๊วเลยช่วยส่งเสริมลื้อไง”

“ผมคิดถูกจริงๆที่มาขอความช่วยเหลือจากเสี่ย”

“อั๊วไม่ทำให้ลื้อผิดหวังแน่อาหมง”

หมงแยกกลับไปแล้ว เล้งกับอิกมีสีหน้าเปลี่ยนเป็นดุดันอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่อิกจะพูดขึ้นก่อนว่าจะไว้ใจหมงได้แค่ไหน ทั้งโง่และขี้ขลาด แถมเกลี้ยกล่อมยาก จะทำงานแต่ละทีต้องคิดนาน เล้งเหยียดยิ้มร้าย

“อั๊วต้องการคนแบบนี้แหละ โง่ ขี้ขลาด อ่อนแอ ปกครองง่ายดี”

อิกส่ายหน้าเซ็งๆ ถอนใจเหนื่อยหน่าย “แล้วผมต้องคอยรับใช้มันถึงเมื่อไหร่ครับ แค่รับใช้เสี่ยเคี้ยงหน้าเงินคนเดียว ผมก็เบื่อเต็มทนแล้ว ผมไม่น่าคิดผิดเข้าแก๊งเต่ามังกรเลยจริงๆ”

“ลื้ออยู่แก๊งเสี่ยเคี้ยงน่ะดีแล้ว อย่าลืมสิ...งานนี้เราต้องการแพะรับบาป จะมีแก๊งไหนเหมาะเท่าแก๊งเต่ามังกร”

“แล้วเมื่อไหร่ผมจะได้มาทำงานรับใช้นายอย่างเต็มตัวสักทีล่ะครับ”

“เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม อั๊วจะประกาศให้ทุกคนรู้ว่าลื้อเป็นมือขวาของอั๊ว...คนของแก๊งมังกรดำ”

อิกปลาบปลื้มและมีความหวัง เลยไม่ทันสังเกตแววตาเจ้าเล่ห์ของเล้ง

“ลื้ออดทนไปอีกไม่นานหรอก ลื้อคงอยากแก้แค้นให้แก๊งหนูไฟ แก๊งเก่าของลื้อแล้วล่ะสิ”

“ครับนาย...แก๊งเขี้ยวสิงห์ทำให้แก๊งหนูไฟเหลือแต่ชื่อ ไม่มีสิทธิ์มีเสียงเพราะคนของแก๊งหนูไฟกลายเป็นขี้ข้ามันหมดแล้ว ลูกพี่ผมต้องตายเพราะน้ำมือพวกมัน เมื่อไหร่ผมจะได้แก้แค้นไอ้เถ้าแก่ตงสักที”

“พรุ่งนี้...พรุ่งนี้ลื้อลงมือได้เลย!”

ทรงกลดปัดความหงุดหงิดเรื่องตามหมงไม่ทันทิ้ง มุ่งหน้ากลับบริษัทไปกวนประสาทผู้ช่วยสาว เหมือนที่ชอบทำในระยะหลัง และชวนไปกินมื้อเย็นที่ฉั่วเทียนเหลา จิรัสยาไม่อยากไป ขืนตัวไว้สุดความสามารถ แต่ก็ถูกลากไปจนได้

จิรัสยาหัวเสียมาก อดหันไปถามอันที่ตามมาด้วยไม่ได้ ว่าทนทำงานกับเจ้านายเอาแต่ใจแบบนี้ได้ยังไง

อันส่ายหน้าขำๆ “ปกตินายน้อยเป็นคนมีเหตุผล เป็นคนสบายๆ ไม่ชอบคนห้อมล้อมตามหน้าตามหลัง แต่หมู่นี้แปลก...อยู่ๆก็กินข้าวคนเดียวไม่ได้ ปกติมีแต่ไล่ผมไม่ยอมให้ตาม แต่ตอนนี้กลับตามติดผู้ช่วยไม่ยอมห่าง”

ถ้อยคำกระเซ้าของคนสนิททำให้ทรงกลดหน้าแดง แต่ยังหัวไวตอกกลับอันถึงเรื่องหยกมณี ที่อีกฝ่ายเฝ้าง้อขอคืนดีมานาน อันไม่ทันโต้ ก็ต้องอ้าปากค้าง เมื่อเห็นนักร้องสาวคนสวยก้าวขึ้นเวทีด้วยท่วงท่าสง่างาม หยกมณีโปรยยิ้มทรงเสน่ห์ให้แขกของภัตตาคาร ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นหน้า
คนสนิทของทรงกลด

จิรัสยาสังเกตอากัปกิริยาของอันกับหยกมณีมาตั้งแต่ครั้งที่แล้ว ยิ่งทรงกลดยืนยันว่าทั้งสองเคยรักกันมาก่อน เลยคิดแผนอยากช่วยให้คืนดีกัน โดยมีสิงห์หนุ่มอาสาแข็งขันเป็นผู้ช่วย ด้วยการฝากบริกรไปขอเพลงประจำตัวของอันกับหยกมณี และสั่งดอกกุหลาบเตรียมไว้

อันถึงกับพูดไม่ออก เมื่อเจอสายตาเจ้ากี้เจ้าการของทรงกลด และท่าทางลุ้นเหมือนเด็กๆของจิรัสยา จนใจจะปฏิเสธ ต้องบากหน้าถือดอกกุหลาบไปให้นักร้องสาวถึงหน้าเวที หยกมณีถึงกับนิ่งไปอึดใจ ก่อนจะยื่นมือไปรับดอกไม้

สถานการณ์ของอันกับหยกมณีไม่อึมครึมเหมือนเคย แต่แลดูกระดากเหมือนทำอะไรไม่ถูกมากกว่า ทรงกลดเลยเป็นฝ่ายจัดการให้ ด้วยการมัดมือชกให้คนสนิทไปส่งหยกมณี ส่วนตัวเองจะไปส่งจิรัสยา อันอ้าปากจะค้าน เช่นเดียวกับหยกมณี สิงห์หนุ่มส่ายหน้าเหนื่อยหน่าย ก่อนจะหันไปพูดกับนักร้องสาวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ที่อาอันต้องจากเธอไปก็เพราะฉัน ถ้าจะโกรธ เธอควรจะโกรธฉันมากกว่า ตลอดสิบปีที่ผ่านมา อาอันก็ไม่ได้มีความสุขนักหรอก เธอคงไม่รู้ว่า...” อันทำท่าจะขัด แต่ทรงกลดก็ไม่สนพูดต่อ “ตั้งแต่วันแรกที่อาอันมาถึงเมืองไทย เขาก็มาที่นี่ เฝ้าดูแลเธอทุกคืนคืนไหนที่มาเองไม่ได้ ก็ส่งลูกน้องมา เธอเป็นผู้หญิงคนเดียวในชีวิตของเพื่อนฉัน”

จบคำทรงกลดก็ลากจิรัสยาออกไป ทิ้งอันให้เดินไปส่งหยกมณีที่บ้านตามลำพัง สองหนุ่มสาวเดินกันเงียบๆอีกครู่ใหญ่ ก่อนที่อันจะเปิดฉากโพล่งออกไปว่าจะซื้อดอกกุหลาบให้อีกถ้าเธอชอบ แต่หยกมณีกลับไม่ต้องการแค่ดอกไม้ เธอตัดสินใจพูดถึงเรื่องที่ค้างคาใจมาตลอดหลายปี และขอสัญญาจากเขา

“หยกยกโทษให้เฮียก็ได้ แต่เฮียต้องรับปากว่าเฮียจะไม่ทิ้งหยกไปไหนอีก”

“ชีวิตเฮียไม่มีอะไรแน่นอน เฮียไม่อยากผิดคำพูดกับหยกอีก เฮียเคยสัญญาจะดูแลหยก แต่เฮียก็ทำไม่ได้”

“ถ้าอย่างนั้นเฮียไปไหนก็ต้องพาหยกไปด้วย อย่าทิ้งกันอีก รับปากหยกสิ”

อันลำบากใจ รู้ดีว่าอีกฝ่ายรักการร้องเพลงมากแค่ไหน และต้องฝ่าฟันอะไรมาบ้างกว่าจะมีวันนี้

“หยกทิ้งทุกอย่างได้เพื่อเฮีย หยกรักเฮียมากกว่าทุกสิ่งบนโลก เฮียล่ะ...รักหยกบ้างหรือเปล่า”

“รักสิ...ทำไมจะไม่รัก ได้...ต่อไปนี้เราจะไม่จากกันไปไหน”

สองหนุ่มสาวโผกอดกันแน่น ถ่ายทอดความรักอ่อนหวานที่ฝังใจมาตลอดให้แก่กันและกัน ไม่สนอดีตอันขมขื่นของแต่ละฝ่าย เพราะเท่าที่มีวันนี้ ได้มีความสุข และได้เริ่มต้นความรักครั้งใหม่...เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว

ooooooo

ทรงกลดไม่ปล่อยให้จิรัสยาเข้าบ้านง่ายๆ แต่รั้งตัวไว้และชวนเธอไปเที่ยวด้วยกันในวันรุ่งขึ้น ซึ่งเป็นวันไหว้พระจันทร์ จิรัสยาแกล้งตีมึนไม่ยอมตอบรับ สิงห์หนุ่มเลยถือโอกาสดึงเธอมาใกล้ ส่งสายตาหวานซึ้งบอกความในใจ

“คืนนี้พระจันทร์สวยจริงๆ...สวยเหมือนไข่มุกเลย”

คำพูดเปรียบเปรยคำแปลชื่อเล่นของเธอกับความงามของพระจันทร์ ทำให้จิรัสยาหัวใจเต้นแรง ยืนนิ่งยอมให้เขากอดอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนจะได้สติ รวบรวมแรงผลักเขาออก

“ฉันขอโทษ ฉันลืมตัวไปหน่อย”

“แต่ฉันไม่...ไม่ได้ลืมตัวเลย”

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเขาทำให้จิรัสยาแทบกลั้นใจตาย แต่ก็ตีหน้านิ่งเก็บอาการเขิน ทรงกลดชอบใจมาก แต่ไม่ทันพูดอะไรก็ต้องหน้าเสีย เมื่อเง็กมาตามลูกสาวเข้าบ้าน สิงห์หนุ่มจะอธิบายเหตุผล แต่เง็กก็ไม่ฟัง จิรัสยามองมาด้วยความเป็นห่วงเจ้านายหนุ่ม แต่ทรงกลดกลับส่งยิ้มบางๆให้ ไม่สะทกสะท้านกับคำพูดและท่าทางต่อต้านของเง็กเลย

เสียงเอะอะโวยวายแว่วๆหน้าบ้าน ทำให้ซิ่วเอ็งอดเงี่ยหูฟังไม่ได้ ก่อนจะหันไปเปรยกับหลานชาย จับผิดจิรัสยาที่กลับบ้านดึก ไม่รู้จักเวล่ำเวลา กลัวจะท้องไม่มีพ่อมากกว่าได้งาน เว่ยสวนกลับด้วยความโมโหแทนพี่สาว

“ถ้าบ้านเราไม่มีเจ๊จู เราคงอดตายไปแล้ว ม่าดีกับเจ๊จูบ้างได้ไหม”

“อั๊วไม่ดีกับอียังไง ถ้าเป็นคนอื่น ไม่เลี้ยงหลานนอกไส้ไว้หรอก”

เง็กเดินนำจิรัสยาเข้ามาพอดี ซิ่วเอ็งเลยได้โอกาส แขวะทักหลานสาวนอกไส้เสียงเข้ม

“ถ้าคิดจะมีผัว ก็ดูให้ดีๆ อย่าไปคว้าผู้ชายเหมือนพ่อลื้อ ผู้ชายเจ้าชู้เห็นแก่ตัว ทิ้งลูกเมีย ไม่มีอะไรดีสักอย่าง”

เว่ยโต้แทนพี่สาวเหมือนเคย ว่าคนไม่มีอะไรและไร้ความผิดชอบตัวจริงคือเหลียง พ่อแท้ๆของเขามากกว่า เง็กหน้าซีด แหวลูกชายไม่ให้ก้าวร้าว แต่เว่ยกลับไม่สนใจ โพล่งใส่หน้าย่าอย่างเหลืออด

“แต่ผมต้องพูด อาป๊าเจ๊จูถูกฆ่าตาย ไม่เหมือนอาป๊าผมที่ฆ่าตัวตายหนีหนี้ คนที่เห็นแก่ตัว ทิ้งลูกทิ้งเมียให้ลำบากคืออาป๊าเหลียงต่างหาก เห็นแก่ตัวที่สุด”

ซิ่วเอ็งโกรธจนเลือดขึ้นหน้า ถลาไปตบหน้าหลานชายด้วยความโมโหสุดขีด เว่ยนิ่งไปอึดใจเพราะไม่เคยถูกย่าตบ ผลุนผลันออกไปพร้อมกับจิรัสยาที่ตามไปดูด้วยความเป็นห่วง เง็กท่าทางละล้าละลัง ก่อนจะสะดุ้งเฮือก เมื่อแม่ผัวหันมาต่อว่า...เพราะลื้อคนเดียว ไม่รู้จักสั่งสอนลูกให้ดี!

จิรัสยาตามไปคุยกับน้องชายถึงห้อง พยายามกล่อมและเตือนสติว่าสิ่งที่เขาทำเป็นความไม่ควร

“พ่อแม่มีบุญคุณกับเรา ถึงไม่ได้เลี้ยงดู แต่ก็ทำให้เราเกิดมา เราต้องกตัญญู ที่เว่ยพูดเมื่อกี้มันบาปรู้ไหม”

“บาปก็บาป อาม่าจะได้ไม่ยกเรื่องอาป๊าเจ๊ขึ้นมาด่าอีก ถ้าป๊าเจ๊ยังอยู่ เจ๊คงไม่ต้องลำบากอย่างนี้หรอก ม้าน่าจะแต่งงานใหม่กับผู้ชายที่ดีกว่านี้ ไม่ใช่ผู้ชายขี้ขลาดอย่างอาป๊าผม”

จิรัสยาส่ายหน้าหนักใจที่น้องชายเคืองไม่เลิกขุดคุ้ยเรื่องความใจร้ายของย่า ที่เกือบทำให้เธอเรียนไม่จบเพราะเอาเงินเก็บทั้งหมดไปทำบุญโลงศพให้เหลียง จิรัสยาไม่ถือสาและไม่ผูกใจเจ็บ ปลอบให้น้องชายคลายความโกรธ และไปขอโทษย่าในวันรุ่งขึ้น เว่ยไม่อยากรับปาก แต่เห็นแก่พี่สาว เลยต้องยอมแบบเสียไม่ได้

ooooooo

ทรงกลดเหมือนคนตกในห้วงรัก ความใกล้ชิดและความสนิทสนมที่ได้จากผู้ช่วยสาวทำให้โลกของเขาสวยงามมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เรื่องที่ยังค้างคาและทำท่าจะไม่เป็นไปตามที่เขาคาด กลับเป็นเรื่องโครงการนำเข้ารถจากญี่ปุ่น ที่แม้เขาจะพยายามปรับและแก้ไข

แผนงานแค่ไหน ตงก็ไม่ยอมอนุมัติตงไม่สะทกสะท้านเลย เมื่อถูกลูกชายแท้ๆบุกมาเอาเรื่องแต่เช้าที่เขาไม่ยอมอนุมัติโครงการ ทรงกลดตีความท่าทีนิ่งเฉยและเย็นชาของพ่อ ว่าเป็นเพราะถูกหมงปั่นหัวและยุแยง ปอเลยต้องเข้าไกล่เกลี่ย แต่ก็ไม่ทำให้สิงห์หนุ่มอารมณ์เย็น แถมประกาศกร้าวจะริเริ่มโครงการนี้เอง ให้พ่อรอดูความสำเร็จ

ตงมองลูกชายอย่างไม่เชื่อมือ ก่อนปรามาส “อั๊วคงตายก่อนที่จะเห็นความสำเร็จของลื้อ...น่าเสียดาย”

“ผมก็เสียดาย คนที่ผมอยากให้อยู่ดูความสำเร็จไม่ใช่ป๊าแต่เป็นแม่ เพราะป๊าไม่มีความสำคัญอะไรกับผมเลย!”

จบคำก็คว้าแฟ้มออกไปพร้อมกับอัน แต่ไม่ทันพ้นประตูตงก็โพล่งขึ้นเสียก่อน

“เรื่องที่ลื้อไปเอาโรงงานคืนจากเสี่ยเคี้ยง คราวนี้อั๊วไม่เอาเรื่อง แต่อย่าให้มีคราวหน้า”

ทรงกลดขบกรามแน่นด้วยความโกรธแล้วปึงปังออกไป ทิ้งตงให้มองตามด้วยสายตาอ่อนใจ ก่อนจะหันไปเปรยกับคนสนิทปลงๆว่าเหตุใดจึงไม่อยากยกตำแหน่งหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์ให้ทรงกลด ปอก้มหน้าเข้าใจดี แต่ไม่วายเตือนสติ ว่าถึงแม้ทรงกลดจะแข็งกร้าวและเลือดร้อน แต่หมงก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีสำหรับตอนนี้ เพราะมีชนักปักหลัง อาจเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการลอบทำร้ายทรงกลดหลายครั้งก่อนหน้านี้

ทรงกลดไม่สนใจอยากรู้ความหนักใจของพ่อ เดินงุ่นง่านกลับไปสงบสติอารมณ์ที่ห้องทำงานโดยมีอันตามติด สิงห์หนุ่มถอนใจหนักหน่วง ก่อนจะสั่งให้คนสนิทหยุดงานพาสาวคนรักไปเที่ยว อันจะปฏิเสธแต่คิดว่าไม่มีประโยชน์ เลยแกล้งย้อนถามขำๆว่าแล้วเจ้านายหนุ่มจะพาผู้ช่วยสาวไปเที่ยวไหนในวันไหว้พระจันทร์

ทรงกลดกำลังเซ็ง ตอบไปโดยไม่ทันคิด “ยังคิดไม่ออก...เฮ้ย...ไม่ได้ไปไหน พูดอะไรบ้าๆฉันเป็นคนทำให้เวลาดีๆในชีวิตแกหายไป แต่ตอนนี้แกก็ได้เริ่มต้นกับหยกอีกครั้ง ไปใช้เวลาที่มีอยู่ให้คุ้มค่าที่สุด ไปหาหยกซะ”

อันผละไปแล้ว แต่ไม่วายส่งคนอื่นมาคุ้มกันเจ้านายหนุ่ม ทรงกลดมีสีหน้าเบื่อปนรำคาญ แต่ไม่ได้ออกอาการมาก เพราะรู้ดีว่าบอดี้การ์ดหนุ่มเป็นห่วงและหวังดีกับเขาเสมอ

ด้านจิรัสยา...แต่งตัวทะมัดทะแมงไปทำงานแต่เช้า แต่ไม่วายถูกซิ่วเอ็งจับผิด หาว่าแต่งตัวไม่เหมาะสม สาวร่างเล็กประจำบ้านไม่ถือสา หันไปส่งสัญญาณให้น้องชายขอโทษย่าเรื่องเมื่อคืน เว่ยมีสีหน้าอึดอัด ไม่เต็มใจนัก แต่ก็ยอมพูดจาเอาอกเอาใจย่าตามที่พี่สาวต้องการ ซิ่วเอ็งดีใจมาก ลูบหัวลูบหลังและตักโน่นนี่นั่นเพื่อเอาใจหลานชายหัวแก้วหัวแหวน โดยมีสายตาของจิรัสยามองมาเศร้าๆ... อยากได้ความรักแบบนี้จากย่าบ้างสักครั้งก็ยังดี

จบเรื่องเว่ย จิรัสยาก็ต้องมารับมือเจ้านายหนุ่ม ที่สงสัยจะอารมณ์ค้างตั้งแต่เช้า เลยมีสีหน้าบอกบุญไม่รับ จนไม่มีพนักงานในบริษัทเข้าหน้าติด ยิ่งมีคนรายงานเรื่องหมงสั่งระงับโครงการเขายิ่งหัวเสีย สาวร่างเล็กจำหมงไม่ได้ สิงห์หนุ่มซึ่งกำลังโมโหเลยพยายามรวบรวมสติ เล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดมาก

“มันค้านฉันได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าฉันเสนอโครงการอะไร มันก็คอยขัดขวาง คงกลัวว่าฉันจะแย่งตำแหน่งมัน ทั้งที่ยังไงป๊าก็ยกทุกอย่างให้มันคนเดียวอยู่แล้ว”

จิรัสยาอยากรู้ว่าเพราะอะไร แต่ทรงกลดก็ไม่ได้อธิบาย “เธอคงต้องไปถามป๊าฉันเอง ทีนี้เชื่อหรือยังว่าฉันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับแก๊งเขี้ยวสิงห์ คนที่จะเป็นหัวหน้าแก๊งต่อไปคืออาหมง...ไม่ใช่ฉัน”

“แต่คุณก็ยังเป็นห่วงแก๊งเขี้ยวสิงห์ ไม่งั้นคุณคงไม่ไปมีปัญหากับแก๊งเต่ามังกร คุณเกิดมาเป็นลูกชายหัวหน้าแก๊ง คุณหนีความจริงเรื่องนี้ไปไม่ได้หรอกค่ะ”

“ถึงฉันจะเป็นลูกชายของอึ้งตงกัว หัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์ ก็ไม่ได้มีความหมายอะไรทั้งนั้น ป๊าฉันไม่เคยสนใจไยดีฉันกับแม่เลย ถ้าฉันไม่กลับมาทวงสิทธิ์ของฉัน ฉันคงไม่ได้มายืนอยู่กับเธอตรงนี้หรอก”

“ฉันว่า...คุณต้องเข้าใจอะไรผิดๆแน่ ไม่มีพ่อแม่คนไหนที่ไม่รักลูก ยิ่งคุณเป็นลูกชายแท้ๆป๊าคุณจะรักคุณน้อยกว่าลูกชายบุญธรรมได้ไง ถ้ามีปัญหาอะไรก็น่าจะลองปรับความเข้าใจกันดู”

“พอ...ไม่ต้องพูดต่อ ที่ฉันเล่าให้ฟังก็เพราะอยากให้เธอรู้ว่าฉันไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิด ฉันไม่ได้เป็นลูกชายหัวหน้าแก๊งที่ยิ่งใหญ่อะไร ฉันเป็นแค่ผู้ชายธรรมดาๆคนหนึ่งเท่านั้น”

ทรงกลดผละไปแล้ว ทิ้งให้จิรัสยามองตามแบบไม่ค่อยเชื่อ และไม่เคยเห็นเขาเป็นคนธรรมดาสักนิด!

ooooooo

อันกับหยกมณีใช้เวลาร่วมกันในวันไหว้พระจันทร์ตามประสาคนรัก โดยเอาฤกษ์เอาชัยด้วยการไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลเจ้า สองหนุ่มสาวหยอกล้อกันเรื่องสัพเพเหระ ก่อนจะเถียงกันหน้าเครียด
เรื่องเสี่ยงเซียมซี

หยกมณียืนกรานจะไม่ยอมกลับจนกว่าจะเสี่ยงได้ใบที่คำทำนายดีๆ ไม่ต้องพลัดพรากจากคนรัก ดวงตกหรือมีอุบัติเหตุร้ายแรง อันส่ายหน้าอ่อนใจเพราะไม่เคยเชื่อเรื่องพวกนี้ เลยตัดปัญหาด้วยการพาสาวคนรักไปหาซินแสง้วงให้ช่วยเขียนคำอวยพรที่เป็นสิริมงคลให้ แต่ซินแสคนดังกลับยื่นคำอวยพรให้บอดี้การ์ดหนุ่มแทน

“อาหยก...ลื้อไม่จำเป็นต้องมี แต่อาอัน...ลื้อจำเป็นต้องมีติดตัวไว้...เซียน ซัน ว่าน สุ่ย...พันภูผาหมื่นวารี ไม่ว่าลื้อจะผ่านหนทางยาวไกลแค่ไหน ก็อย่าได้หวาดหวั่น สิ่งที่ลื้อทำอยู่ตอนนี้เป็นสิ่งที่ดีแล้ว จงทำต่อไป”
อันเอื้อมมือไปรับและขอบคุณ หยกมณีอดบ่นน้อยใจไม่ได้ เพราะอยากได้คำอวยพรบ้าง

ซินแสง้วงมองนักร้องสาวอย่างมีเมตตา ก่อนจะเอ่ยขึ้นช้าๆ “เฟย หวน หลี เหอ...คนเรามีทุกข์มีสุข มีอยู่ร่วมกันและมีพลัดพราก ไม่มีใครมีความสุขหรือมีทุกข์อย่างเดียวหรอกอาหยก”

คำพูดเป็นนัยๆของซินแสง้วงทำให้หยกมณีเริ่มหวั่นใจ คะยั้นคะยอให้พูดออกมาตรงๆว่าเธอจะต้องพลัดพรากจากอันอีกหรือไม่ บอดี้การ์ดหนุ่มเห็นท่าไม่ดี ผู้คนเริ่มหันมามองตามเสียงเอะอะของสาวคนรัก เลยลากเธอไปด้านนอก หยกมณีขืนตัวไว้ จะไม่ยอมกลับ อันเลยต้องปลอบและเตือนสติเสียงเข้ม

“ซินแสแค่เตือนให้เราอย่าใช้ชีวิตโดยประมาท เฮียเชื่อว่าไม่มีใครกำหนดชีวิตเราได้...นอกจากตัวเราเอง”

ทรงกลดพาผู้ช่วยสาวกลับบริษัทในบ่ายวันเดียวกัน จิรัสยาอิดออดไม่ยอมไปทานข้าวข้างนอกกับเขา แต่สิงห์หนุ่มก็ตื๊อจนเธอใจอ่อน ยอมไปเที่ยวด้วยตามที่ขอ โดยมีข้อแม้ว่าอย่ากลับดึก แต่ไม่ทันที่สองหนุ่มสาวจะขยับไปไหน เว่ยก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา พร้อมกล่องข้าว ของพี่สาว

จิรัสยายิ้มกว้าง คิดแผนได้กะทันหัน คือลากน้องชายไปกินข้าวพร้อมกับเจ้านายหนุ่มด้วย ทรงกลดมี

สีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกที่ต้องมีก้างขวางคอชิ้นโต แต่ก็อยากเอาใจผู้ช่วยสาว เลยยอมแบบเสียไม่ได้ เว่ยมีสีหน้าตื่นเต้นมาก ยิ่งเห็นอาหารเหลาหลายจานตรงหน้า ยิ่งกระดี๊กระด๊า ลงมือกินทุกอย่างอย่างหิวโหย

“ผมไม่เคยคิดฝันเลยว่าจะได้เข้ามาที่ฉั่วเทียนเหลา แล้วยังได้นั่งกินข้าวกับเฮียทรงกลดด้วย”

“ถ้านายรู้เรื่องแก๊งมาเฟียดีอย่างที่คุยล่ะก็ นายก็น่าจะรู้ว่าเฮียไม่ใช่คนของแก๊งเขี้ยวสิงห์ และไม่คิดจะเป็น”

“มาดของเฮียเนี่ย หัวหน้าแก๊งชัดๆ ไม่เชื่อเฮียไปให้ซินแสง้วงดูโหงวเฮ้งก็ได้ แล้วเรื่องจริงใช่ไหมครับเฮีย ที่เขาว่าป๊าของเฮียจะได้เป็นนายกสมาคมเลือดมังกรคนต่อไป แต่ก็มีข่าวว่าป๊าของเฮียจะวางมือ...”

จิรัสยาเห็นเจ้านายหนุ่มมีสีหน้าเข้มขึ้น เลยปรามน้องชายให้หยุดพล่าม แต่เว่ยก็วุ่นวายไม่เลิก ทรงกลดเลยต้องขู่ ถ้าไม่อยากถูกส่งกลับบ้านทั้งที่ยังไม่อิ่ม ก็อย่าพูดถึงแก๊งเขี้ยวสิงห์หรือถามเรื่องที่เขาไม่อยากตอบอีก!

แม้จะสั่งให้เว่ยหยุดถามเรื่องแก๊งเขี้ยวสิงห์ได้ แต่ทรงกลดกลับต้องมายืนถอนใจเซ็งๆ เมื่อเว่ยตามติดตลอดบ่าย ไม่ปล่อยให้เขามีเวลาตามลำพังกับจิรัสยาเลย แต่ถึงกระนั้น...สิงห์หนุ่มก็ไม่ยอมแพ้ พยายามจะหาทางใกล้ชิดผู้ช่วยสาวหลายครั้ง แต่เว่ยก็เหมือนจะรู้ทัน ตีหน้าซื่อเข้าแทรกกลางตลอด ทำให้สิงห์หนุ่มชวดจังหวะดีๆไปอย่างน่าเสียดาย

เวลาเดียวกันที่บ้านตง...เหมยลี่สั่งคนงานให้เตรียมของไหว้พระจันทร์ ตงเห็นเมียเด็กวิ่งวุ่นไปทั่ว ส่งเสียงเอะอะโวยวายใส่คนงานจนน่ารำคาญก็อดบ่นไม่ได้ เหมยลี่ไม่ถือสา แกล้งถามถึงเรื่องกำหนดการแต่งตั้งหมงเป็นหัวหน้าแก๊งคนใหม่ ตงเครียดหนักอยู่แล้ว เลยแหวกลับไม่ให้เธอยุ่ง หมงเลยเข้ามาไกล่เกลี่ย

“ถ้าป๊าจะยกตำแหน่งหัวหน้าแก๊งให้นายน้อยก็เป็นเรื่องถูกต้องแล้วครับ แล้วผมเชื่อว่าทุกคนในแก๊งจะเห็นด้วย”

ท่าทางจริงใจของหมงอาจตบตาใครหลายคนได้ รวมทั้งตง แต่ไม่ใช่ปอ ที่อดไม่ได้ต้องลองแหย่

“คุณหมงช่วยยืนยันแล้วว่านายน้อยเหมาะสมจะเป็นหัวหน้าแก๊ง นายใหญ่น่าจะตัดสินใจง่ายขึ้นนะครับ”

หมงมองมาด้วยความขัดใจ แต่ไม่ทันตอบโต้ ตงก็โพล่งออกมาเสียก่อน

“อั๊วไม่รอให้เฮียสุงเปิดประชุมแล้ว ให้ผ่านวันกินเจไปก่อน แล้วอั๊วจะประกาศแต่งตั้งอาหมงขึ้นแทนอั๊ว!”

เหมยลี่กับหมงสบตากันอย่างชอบใจ ก่อนจะหันไปยิ้มเยาะปอ ซึ่งไม่รอช้าตามไปยับยั้งเจ้านายใหญ่

ตงโบกมือห้ามไม่ให้พูดเรื่องหมงอีก เพราะเขาจะไม่เปลี่ยนใจแล้ว ปอเลยตัดสินใจบอกถึงข้อสันนิษฐานและข้อสังเกตเกี่ยวกับหมงในระยะหลังๆ ที่ชอบทำตัวลึกลับ และหายไปจากบริษัทเป็นเวลานานๆหลายครั้ง

“ผมอยากให้คุณหมงหลุดพ้นข้อสงสัยทั้งหมดก่อน แล้วนายใหญ่ค่อยตัดสินใจเรื่องการแต่งตั้งอีกครั้ง”

ตงถอนใจหนักหน่วง “ก็มีแต่ลื้อกับอาอันเท่านั้นที่สงสัยอาหมง อั๊วเลี้ยงอาหมงมา อั๊วรู้จักอีดี รู้จักยิ่งกว่าลูกชายตัวเองเสียอีก อีไม่มีวันทำทรยศหักหลังอั๊วแน่ ตอนนี้อาหมงเป็นความหวังเดียวของอั๊วแล้ว”

แต่ที่ตงไม่รู้และคิดไม่ถึง คือหมงวางแผนร่วมกับอิกจะกำจัดทรงกลดในเย็นวันเดียวกัน แต่สิงห์หนุ่มซึ่งระวังตัวอยู่แล้วก็รู้ตัว และจัดการส่งจิรัสยากับเว่ยให้หนีไปก่อน แต่ถึงกระนั้น...ลูกสมุนของอิกก็ตามไปจับสองพี่น้องไว้ได้ระหว่างทาง เพื่อใช้เป็นตัวประกัน ขู่ให้สิงห์หนุ่มยอมจำนน

ทรงกลดคิดหนัก เมื่อเห็นว่าพวกคนร้ายจับตัวผู้ช่วยสาวกับน้องชายเป็นตัวประกัน แต่สิงห์หนุ่มก็ฮึดสู้ ยิงสวนล่อให้สองพี่น้องมีจังหวะหนี จิรัสยารีบลากเว่ยออกไป ก่อนจะกรี๊ดสุดเสียง เมื่อเห็นเจ้านายหนุ่มถูกยิงจนทรุดฮวบ สาวร่างเล็กรีบผละจากน้องชาย และวิ่งสุดกำลังไปหา เลยถูกพวกคนร้ายจับตัวไปพร้อมกับทรงกลด!

เว่ยไม่ได้ถูกจับไปด้วย เลยตัดสินใจไปแจ้งข่าวกับเง็ก และอันกับหยกมณีซึ่งบังเอิญเจอกันตรงหน้าศาลเจ้า บอดี้การ์ดหนุ่มรีบบอกให้ทุกคนแยกย้าย

ส่วนตัวเองจะรีบหาทางช่วยทรงกลดกับจิรัสยา เว่ยกับเง็กมีสีหน้าแตกตื่น ต่างจากหยกมณี อาสาไปสืบข่าวจากฉั่วเทียนเหลาให้...ได้เรื่องแล้วหยกจะรีบมาบอกเฮีย

ooooooo






  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“เชียร์” ปลื้ม “เรือนไหมมัจจุราช” กระแสดีเกินคาด

“เชียร์” ปลื้ม “เรือนไหมมัจจุราช” กระแสดีเกินคาด
15 พ.ย. 2562
12:10 น.