ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ซีรีส์เลือดมังกร : สิงห์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: เลือดมังกร ตอน สิงห์ ได้ ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ประกบ มิว นิษฐา




ท่ามกลางบรรยากาศการเตรียมงานสารทจีนครั้งยิ่งใหญ่ของเยาวราช ชาวบ้านไปรวมตัวที่ศาลเจ้าตั่วเหล่าเอี๊ยเพื่อช่วยงาน โดยมีซินแสง้วงยืนมองห่างๆ ด้วยแววตาสงบ ราวกับว่ากำลังรอคอยอะไรบางอย่าง...

เวลาเดียวกันที่บ้านหลังใหญ่ของแก๊งเขี้ยวสิงห์ ทรงกลดหนุ่มหล่อมาดขรึมแต่เลือดร้อน ซ้อมยิงปืนอย่างดุเดือด อันบอดี้การ์ดหนุ่มใหญ่คนสนิทของทรงกลดถือสูทมาให้ ถอนใจเบาๆ ก่อนจะเตือนว่าวันสารทจีนและพิธีเทกระจาดแจกทานให้คนจนถือเป็นพิธีมงคล เจ้านายหนุ่มเลือดร้อนคงไม่ต้องใช้ปืน

“ปืนกระบอกนี้ไม่เคยอยู่ห่างจากตัวฉัน แล้วแกคิดว่าคนชั่วๆมันหยุดงานวันตรุษวันสารทด้วยงั้นหรือ”

“วันนี้นายใหญ่ให้คนคุ้มกันตามไปเป็นสิบเลยนะครับ”

“ก็ให้ไอ้พวกนั้นคุ้มกันอาป๊าไป ส่วนฉัน...ฉันดูแลตัวเองได้”

อันยื่นสูทให้ แต่ทรงกลดกลับคว้าเสื้อแจ็กเกตตัวโปรดเดินออกไป อันตามติด ก่อนจะชะงัก เมื่อเห็นเจ้านายหนุ่มเลือดร้อนจ้องหน้าตง พ่อแท้ๆและหัวหน้าใหญ่แก๊งเขี้ยวสิงห์ ซึ่งสวนมาอีกทาง พร้อมเหมยลี่เมียใหม่อายุคราวลูก ตงเห็นท่าทางฮึดฮัดของลูกชายก็ตีหน้ายักษ์ โพล่งถามว่ามีปัญหาอะไร ทรงกลดยิ้มเย็น ก่อนจะแขวะ

“ก็ไม่มีปัญหาอะไร ป๊าคงอยากพาเมียเด็กไปอวด แต่ป๊าแน่ใจเหรอครับว่าเมียที่เก็บจากโรงน้ำชา...มันน่าอวด!”

เหมยลี่แทบจะกรี๊ด แต่หมงลูกชายบุญธรรมของตงซึ่งเพิ่งเดินมาสมทบส่งสัญญาณห้ามไว้ ตงเลยเป็นฝ่ายเต้นแทนเมียเด็ก แต่ทรงกลดก็ไม่สะทกสะท้าน แถมแดกดันต่ออีกต่างหาก

“ไม่ต้องเสียงดังก็ได้ รู้แล้วว่ารีบ ป๊านี่ขยันออกงานจริงๆ แต่เลือกไปแต่งานสำคัญๆใช่ไหมล่ะครับ งานศพของแม่ผมคงไม่สำคัญพอ ป๊าเลยไม่ให้ไป”

ทิ้งระเบิดจบก็ผลุนผลันออกจากบ้าน ปอคนสนิทเก่าแก่ของตงและพ่อของอัน รีบบอกลูกชายให้ตามไป อันรับคำ จ้ำตามเจ้านายหนุ่มเลือดร้อน ก่อนจะพยายามปลอบให้ทำใจถึงเรื่องในอดีต

ทรงกลดหันขวับ จ้องหน้าคนสนิทด้วยแววตาวาวโรจน์ “ถึงเวลาจะผ่านไปกี่ปี ฉันก็จะไม่ยอมให้ป๊าลืม ป๊าจะลืมเรื่องฉันกับแม่ไม่ได้เป็นอันขาด ฉันถึงต้องกลับมายังไงล่ะอาอัน!”

ทรงกลดออกจากบ้านไปแล้วพร้อมอัน ตงยืนมองตามจากในบ้านด้วยแววตาเศร้าลึก คำพูดเชือดเฉือนของลูกชายทำให้อดคิดถึงวรดี ภรรยาสุดที่รักคู่ทุกข์คู่ยากและแม่แท้ๆของทรงกลดไม่ได้ ปอเห็นอากัปกิริยาเจ้านายตลอด ส่งสายตามาหาอย่างเข้าใจดี ก่อนจะขอให้รีบเตรียมตัวไปร่วมงานสารทจีนที่ศาลเจ้า เพราะใกล้ถึงเวลาแล้ว

เหมยลี่เห็นผัวแก่คราวพ่อไม่สนใจ เลยเรียกร้องความสนใจด้วยการขอไม่ไปงาน ไม่อยากให้ผัวกับทรงกลดผิดใจกัน แต่ผลกลับไม่เป็นตามหวัง เพราะผัวแก่ดันเห็นดีเห็นงามด้วย หมงเฝ้ารอจังหวะอยู่แล้ว แกล้งไอโขลกเหมือนคนไม่สบาย ตงเลยตัดสินใจให้ลูกชายบุญธรรมอยู่บ้านเป็นเพื่อนเหมยลี่ ก่อนจะผละไปพร้อมปอและลูกน้องกลุ่มใหญ่

เหมยลี่มองตามผัวแก่ด้วยความไม่พอใจ น้ำตาที่แกล้งบีบให้สงสารเหือดหาย เช่นเดียวกับหมงที่หายป่วยทันที

“โชคดีแล้วที่เธอไม่ต้องไปงานวันนี้”

เหมยลี่ชักสีหน้า สวนกลับทันควันด้วยความหงุดหงิดสุดขีด “โชคดียังไง วันนี้เป็นโอกาสดีที่ฉันจะได้ออกงานกับนายใหญ่ ได้ประกาศให้ทุกคนรู้ว่าฉันไม่ได้เป็นแค่เมียเก็บ แต่เป็นนายหญิงคนใหม่ของแก๊งเขี้ยวสิงห์”

หมงเหยียดยิ้มเย็น ก่อนจะปลอบด้วยคำพูดเป็นนัยๆ “วันนั้นของเธอใกล้มาถึงแล้วเหมยลี่”

ooooooo

ทรงกลดอารมณ์เสียเรื่องพ่อเลยอยากอยู่คนเดียว ไม่ยอมให้อันตามอารักขาเหมือนเคย แถมบ้าดีเดือด ควบมอเตอร์ไซค์คู่ใจแทนรถยนต์คันหรูประจำตำแหน่ง อันได้แต่มองตามด้วยแววตาเป็นห่วง อยากขัดคำสั่งตามไปใจแทบขาด ด้วยหนักใจไม่น้อยเพราะเจ้านายหนุ่มเป็นพวกเลือดร้อน กลัวเกิดปัญหาแล้วตนตามไปช่วยไม่ทัน

แม้จะออกจากบ้านด้วยท่าทางฉุนเฉียว แต่เมื่อถึงซอยลัดไปศาลเจ้า สิงห์หนุ่มเลือดร้อนกลับควบมอเตอร์ไซค์ด้วยความระมัดระวังมากขึ้น แต่ถึงกระนั้น...ท่าทางโดดเด่นของเขา ก็ทำให้เง็กแม่ค้าขายขนมถ้วยจีน

มองตามด้วยความไม่ชอบใจ เพราะคิดว่าชายหนุ่มเป็นนักเลงหัวไม้ที่ระรานชาวบ้านไปทั่ว ต่างจากจิรัสยาหรืออาจูลูกสาวของเง็ก ที่มองตามสิงห์หนุ่มควบมอเตอร์ไซค์ด้วยแววตาเคลิ้มๆ อดปลื้มไม่ได้...คนอะไรดูดีเป็นบ้าเลย!

เวลาเดียวกันที่ศาลเจ้า...เล้งหัวหน้าแก๊งมังกรดำคุกเข่าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนจะลุกเอาธูปในมือไปปักตามกระถางหน้าเทพเจ้าต่างๆ โดยมีผู้คนยืนออด้านนอกมากมาย ไม่กล้าเข้าใกล้เพราะเกรงกลัวอิทธิพล ซินแสง้วงผ่านมาเห็น จึงตัดสินใจแทรกผู้คนเข้าไป ลูกสมุนของเล้งจะขวาง แต่ก็ถูกเจ้าพ่อหนุ่มยั้งไว้

“ไอ้พวกนี้ทำอะไรไม่รู้จักคิด อั๊วขอโทษแทนเด็กๆมันด้วยนะซินแส”

“ไม่เป็นไรๆ ลูกน้องเสี่ยคงไม่รู้ว่าศาลเจ้านี้เป็นของทุกคน เราอยู่กันอย่างสงบสุข เพราะเรารู้จักแบ่งปัน”

คำพูดเรียบๆของซินแสง้วงทำให้เล้งอดสะดุ้งไม่ได้ แต่ยังตีมึน แกล้งถามว่าซินแสใหญ่ต้องการบอกอะไร

ซินแสง้วงสบตาเล้งไม่หลบ ก่อนจะยิ้มบางๆให้ “ก็ไม่มีอะไร เสี่ยอย่าลืมไหว้เจ้าแม่กวนอิมล่ะ ท่านเป็นเทพเจ้าแห่งความเมตตา คุ้มครองผู้กระทำความดีเสมอ อย่าลืมไหว้ซะล่ะ”

ทรงกลดใช้เวลาไม่นานก็ฝ่าฝูงชนถึงศาลเจ้าจนได้ พร้อมแก๊งเพื่อนสนิท ภรพ คณินและธาม สี่หนุ่มทักทายกันพอหอมปากหอมคอ ก่อนจะพากันเข้าไปด้านในเพื่อร่วมพิธีสารทจีนและพิธีเทกระจาดกับพวกพ่อๆ

ระหว่างที่แก๊งสี่หนุ่มช่วยกันแจกทานให้ผู้คนด้านนอกศาลเจ้า...บรรดาแก๊งรุ่นพ่อ ประกอบด้วยสุง พ่อของหงส์และหัวหน้าแก๊งหงส์ดำ ตง พ่อของทรงกลดและหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์ เซี้ยะ พ่อของภรพและหัวหน้าแก๊งเสือ ก็กำลังพูดกันถึงความหลังอย่างถูกคอ แต่

ไม่วายบ่นถึงเส็ง พ่อของคณินและหัวหน้าแก๊งเหยี่ยวแดงซึ่งติดภารกิจที่ปากน้ำมาร่วมพิธีไม่ได้ รวมถึงเซ็ง พ่อของธามและอดีตหัวหน้าแก๊งกระทิงซึ่งเสียชีวิตไปเมื่อหลายปีก่อน

แก๊งรุ่นพ่อทั้งสามหัวเราะให้กันอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะนึกย้อนถึงภาพอดีตเมื่อหลายสิบปีก่อน ตอนที่พวกเขายังหนุ่มและลำบากมาก ต้องเบียดเสียดกลุ่ม

ชาวบ้านไปรับทานไม่ต่างจากในวันนี้เลย ทุกคนยังจำได้ดี ว่าสุงวางตัวเป็นผู้ใหญ่และเอื้อเฟื้อกับเพื่อนฝูงเสมอ จนใครต่อใครยกให้เป็นพี่ใหญ่ประจำแก๊งจนถึงปัจจุบัน

ตงดึงทุกคนออกจากอดีต อดแซวสุงพี่ใหญ่ประจำแก๊งไม่ได้ ว่าเสียสละให้คนอื่นจนตัวเองแทบอดตาย ก่อนจะตบท้ายว่าซาบซึ้งใจในบุญคุณของสุงมากแค่ไหน หัวหน้าแก๊งหงส์ดำส่ายหน้า โบกมือ

“ไม่มีใครติดค้างใคร อั๊วเป็นพี่ใหญ่ เป็นหน้าที่อั๊ว

อยู่แล้ว อีกไม่นานอั๊วคงต้องมอบหน้าที่นี้ให้ลื้อแล้วอาตง”

“ไม่เอาๆ อั๊วไม่รับ ไม่มีใครเหมาะจะเป็นนายกสมาคมเลือดมังกรเท่าเฮียอีกแล้ว ตอนนี้ก็หวังแต่ว่าจะมีคนรุ่นต่อไปเข้ามาสานต่อ แต่ไม่รู้จะฝากความหวังได้ไหม คนรุ่นใหม่มันไม่เคยรู้จักรสชาติของการต่อสู้ชีวิต!”

ooooooo

จิรัสยามารับทานจากบรรดาทายาทเลือดใหม่แห่งเยาวราชเหมือนคนอื่นๆ แต่ฝูงชนมากมายทำให้เข้าถึงลำบาก กว่าจะเบียดเสียดถึงด้านหน้าก็เกือบถูกเหยียบหลายครั้ง ทรงกลดเห็นหญิงสาวร่างเล็กพยายามลุยเข้ามาก็นึกเอ็นดู แต่เพียงพริบตาเดียวหลังจากได้ของ สาวร่างเล็กคนนั้นก็หายตัวไปแล้ว...

ทรงกลดกวาดตามองรอบๆอีกครั้ง ก่อนจะเห็นสาวร่างเล็กซึ่งสะดุดตาสะดุดใจเขาอย่างบอกไม่ถูก เสียสละถุงของบริจาคให้เด็กน้อย ท่าทางมีเมตตาและมีน้ำใจของเธอทำให้หัวใจเขาเต้นแปลกๆ ก่อนจะอดไม่ได้ สั่งลูกน้องให้นำถุงของบริจาคจากเขาไปให้เธอ จิรัสยาก้มมองถุงในมืออึ้งๆ ก่อนจะตะโกนไล่หลังชายหนุ่มที่นำมาให้ ว่าฝากขอบคุณซินแสง้วงด้วยที่มีเมตตาให้แก่คนจนๆอย่างเธอ

รอยยิ้มและท่าทางดีใจเหมือนเด็กๆของสาวร่างเล็ก ทำให้ทรงกลดอดปลื้มไม่ได้ ก่อนจะผละจากมุมลับตา กลับไปแจกของอีกครั้งพร้อมกับแก๊งเพื่อนสนิท ซึ่งตอนนี้มีหงส์ตามมาสมทบด้วย แต่แจกได้ไม่นาน แก๊งสี่หนุ่มกับหนึ่งสาวก็ต้องแตกกระเจิง เมื่อมีกลุ่มมือปืนปริศนากราดยิงใส่แบบไม่ยั้ง!

แก๊งทายาทเลือดใหม่แห่งเยาวราชแยกกันไปคนละทิศคนละทาง โดยธามประกบหงส์กลับเข้าไปในโรงงิ้วเพื่อช่วยฉางพี่ชายของหงส์ แต่ก็ไม่ทันการณ์เพราะฉางถูกคนร้ายยิงตายกลางเวที ส่วนคณินแยกไปคนเดียวทิ้งทรงกลดให้แยกไปกับภรพอีกทาง แต่สุดท้ายสองหนุ่มก็ต้องแยกกันอีกครั้ง เพื่อตามติดคนร้ายซึ่งกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ

ทรงกลดวิ่งไล่หนึ่งในกลุ่มมือปืนจนถึงตรอกเปลี่ยวๆ ข้างศาลเจ้า และกำลังจะสำเร็จโทษมือปืนจอมโฉดอยู่แล้ว ถ้าสาวร่างเล็กคุ้นหน้าจะไม่โผล่มาใช้ไม้ฟาดเขาเสียก่อน เพราะคิดว่าเขาเป็นอันธพาลรังแกคนไม่มีทางสู้ สิงห์หนุ่มเลือดร้อนจำสาวร่างเล็กได้ และเกือบจะถูกมือปืนยิงสวนอยู่แล้ว ถ้าอันจะไม่โผล่มาช่วยได้ทันเวลา

มือปืนจอมโฉดฉวยโอกาสตอนสองหนุ่มกับหนึ่งสาวทักทายกัน หนีไปอีกทาง จิรัสยาอดเป็นห่วงเง็กซึ่งหายตัวไปไหนไม่รู้ไม่ได้ ทรงกลดกับอันรีบตามไป ก่อนจะชะงัก เมื่อเห็นว่าแม่ของสาวร่างเล็กถูกมือปืนจอมโฉดจี้จับเป็นตัวประกัน จิรัสยาร้องห้ามเสียงหลง กลัวจับจิตว่าแม่จะเป็นอันตราย ส่วนทรงกลดกับอันมองหน้ากันอย่างคนรู้ใจ ก่อนที่สิงห์หนุ่มเลือดร้อนจะดึงสาวร่างเล็กมาใกล้ แล้วเล็งปืนยิงใส่มือปืนจอมโฉดทันที!

เง็กหลุดจากการเป็นตัวประกัน จิรัสยาเลยผลักตัวออกจากชายหนุ่มแปลกหน้า ถลาหาแม่พร้อมร้องไห้โฮ ส่วนทรงกลดกับอัน หันไปกระชากตัวมือปืนจอมโฉดซึ่งบาดเจ็บสาหัสจากการถูกยิง มาคาดคั้นเสียงเข้มว่าใครเป็นคนบงการส่งมา แต่มือปืนจอมโฉดก็ใจเด็ด ไม่ปริปากแถมคว้ามีดพกมาแทงอกตัวเองตายต่อหน้าต่อตาทุกคน

จิรัสยากับเง็กเบิกตาโพลง ไม่คิดว่าจะเจอฉากเด็ดสุดโหดแบบนี้ ต่างจากทรงกลด มองศพมือปืนด้วยแววตานิ่งสงบ ไม่รู้สึกรู้สาเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา อันรับหน้าที่ตรวจสอบศพ ก่อนจะนิ่งไปอึดใจ เมื่อเห็นรอยสักรูปเต่ามังกรบนแผ่นหลังของมือปืน เง็กกับจิรัสยามองรอยสักนั้นด้วยแววตาอึ้งๆ ก่อนจะพากันวิ่งหนี ทิ้งสองหนุ่มแปลกหน้าให้ยืนมองศพมือปืนด้วยแววตาวาวโรจน์...ไอ้พวกแก๊งเต่ามังกร มันไม่ได้ตายดีแน่!

ooooooo

ซิ่วเอ็งแม่ผัวของเง็กมองหน้าลูกสะใภ้และหลานสาวนอกไส้อย่างจิรัสยานิ่งๆ ก่อนจะถามเสียงเรียบ ว่าขายของหมดเร็วหรือถึงได้กลับบ้านเร็วกว่าปกติ สองแม่ลูกไม่ทันตอบ เว่ยลูกชายคนเล็กและหลานชายแท้ๆของซิ่วเอ็งก็โพล่งถามเสียก่อน ว่าแม่กับพี่สาวคนละพ่อปลอดภัยดีใช่ไหม เพราะได้ยินมาว่ามีเหตุการณ์ยิงกันที่ศาลเจ้า

สีหน้าท่าทางตื่นเต้นของเว่ย ไม่ได้ทำให้ซิ่วเอ็งอารมณ์เย็นลง โมโหกว่าเดิมด้วยซ้ำ เพราะเข้าใจว่าสองแม่ลูกคงขายขนมไม่ได้มากเท่าที่ควร เว่ยมองสภาพแม่กับพี่สาว แล้วอดท้วงไม่ได้ จิรัสยาเห็นท่าไม่ดี เลยโพล่งออกไป

“ถ้าเดือนนี้หนูยังหางานบัญชีทำไม่ได้ หนูจะหางานอื่น ยังไงหนูก็จะหาเงินค่าเทอมอาเว่ยให้ได้ ม่าไม่ต้องห่วง”

“อย่ามาทำปากดี หาเงินมาให้ได้ซะก่อนเถอะ ส่วนอาเง็ก...เพราะลื้อคนเดียว อั๊วบอกแล้วให้เก็บเงินไว้ส่งอาเว่ยเรียน ลูกสาว...อีกหน่อยก็แต่งออกไปเป็นคนนอก ไปรับใช้บ้านผัว ไม่รู้จะให้มันเรียนสูงๆทำไม”

“ลูกสาวลูกชายก็เป็นลูกอั๊ว เป็นหลานอาม่าเหมือนกัน”

“ไม่เหมือน อั๊วมีอาเว่ยเป็นหลานคนเดียว ลูกติดจากผัวเก่าลื้อ อั๊วไม่เคยนับว่ามันเป็นหลาน!”

คำประกาศกร้าวของซิ่วเอ็งทำอะไรจิรัสยาไม่ได้ เพราะสาวร่างเล็กทำใจยอมรับสภาพไว้นานแล้ว ตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อน เง็กมองตามลูกสาวคนโตด้วยความสงสาร เช่นเดียวกันกับเว่ย โกรธอาม่าแทนพี่สาวคนละพ่อมาก

“เจ๊จู...ถึงเราจะไม่ได้แซ่เดียวกัน แต่เราสองคนเป็นลูกของอาม้าเหมือนกันนะ”

จิรัสยาส่งยิ้มบางๆให้น้อง ก่อนจะถามว่าเขาคิดถึงเหลียงผู้เป็นพ่อแท้ๆไหม เว่ยตอบปฏิเสธทันควัน

“เราจะคิดถึงคนที่ทิ้งเราไปทำไม” เง็กปรามไม่ให้ก้าวร้าว แถมติงว่าเขายังเด็ก คงไม่เข้าใจอะไรหลายอย่าง เว่ยเลยโต้กลับเสียงเข้ม “ผมเข้าใจทุกอย่าง ผมไม่รู้ว่าม้าจะเกลียดอาป๊าของเจ๊จูทำไม อาป๊าของเจ๊จูตายเพราะถูกนักเลงฆ่าตาย ไม่ได้ตั้งใจจะทิ้งลูกเมียไว้ข้างหลัง แต่อาป๊าสิ...”

เว่ยชะงักไว้แค่นั้น ไม่ยอมพูดต่อ ก่อนจะผละไปด้วยความหัวเสีย เง็กมองตามด้วยความช้ำใจ จิรัสยาต้องเข้ามาปลอบ แต่ไม่วายบ่นถึงซิ่วเอ็งว่าทำไมถึงได้จงเกลียดจงชังพ่อแท้ๆของเธอนัก

เง็กถอนใจยาว อธิบายเสียงเรียบ “วันนี้ลื้อก็ได้เจอกับตัวเองแล้ว เห็นหรือเปล่า เห็นไอ้พวกแก๊งนักเลงมันไล่ฆ่ากันไหม ไอ้คนพวกนี้ใจคอโหดเหี้ยม ไม่มีความเป็นคน...อาป๊าลื้อก็เหมือนกัน!”

ด้านทรงกลด...อารมณ์เสียถึงขีดสุด เมื่อกลับไปแจ้งข่าวเรื่องแก๊งเต่ามังกรเป็นตัวการก่อเหตุยิงกันที่ศาลเจ้า ตงกลับส่งงานต่อให้หมงสืบต่อ และห้ามเด็ดขาดไม่ให้เขายุ่งหรือไปล้างแค้นในนามของแก๊ง

“เรื่องนี้เป็นเรื่องของแก๊งเขี้ยวสิงห์ ลื้อไม่ต้องยุ่ง”

“ผมไม่ใช่ลูกชายของหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์หรือไง”

“หน้าที่ของลื้อคือดูแลบริษัทตงวานิช”

“โดยมีไอ้หมงมาคุมผมอีกที ไหนๆก็รับมันมาเป็นลูกแล้ว ก็ยกทั้งแก๊งทั้งบริษัทให้มันไปแล้วกันป๊า แต่วันไหนที่ไอ้หมงขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์ วันนั้นป๊าจะไม่ได้เห็นหน้าผม”

ทรงกลดหุนหันออกไปแล้วพร้อมอัน หมงมองตาม ก่อนจะตีหน้าซื่อพูดกับพ่อบุญธรรม

“นายน้อยไม่น่าคิดมาก ยังไงตำแหน่งหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์ก็ต้องเป็นของนายน้อย ผมไม่บังอาจรับหรอกครับ”

ตงกำลังโกรธ เลยพูดเหมือนจะยกตำแหน่งหัวหน้าแก๊งให้หมงจริงๆ ปอต้องยั้งไว้และเตือนสติให้คิดดีๆ สร้างความไม่พอใจให้แก่หมงเป็นอย่างมาก...เข็ดเขี้ยวเคี้ยวฟันในใจ...แส่ไม่เข้าเรื่องจริงๆไอ้ปอ!

ตงกับปอแยกออกไปแล้ว หมงเลยรีบไปจัดการสืบเรื่องแก๊งเต่ามังกร เหมยลี่ผ่านมาเห็นท่าทางขึงขังของเขา เลยร้องสั่งให้บรรดาลูกน้องเรียกเขาว่านายน้อย หมงส่ายหน้า โบกมือไล่ลูกน้อง แล้วหันมาเผชิญหน้ากับเหมยลี่

เหมยลี่ไม่สนใจสายตาเตือนดุๆของเขา “ถ้าเธอยังไม่ได้เป็นนายน้อย แล้วเธอจะขึ้นเป็นนายใหญ่ได้ยังไง”

หมงตีหน้าขรึม กลบเกลื่อนความต้องการในใจ “เรื่องนี้ให้อาป๊าเป็นคนตัดสินใจเถอะ แล้วของแบบนี้ เป็นเรื่องของบุญวาสนาด้วย อาป๊าเมตตารับฉันมาเลี้ยงเหมือนลูกแท้ๆ ฉันก็โชคดีมากแล้ว”

“แน่ใจหรือว่าเธอต้องการแค่นี้จริงๆ”

เหมยลี่ส่งสายตายั่วยวนไปให้ เสนอตัวช่วยเต็มที่ถ้าเขาต้องการ หมงจับมือเธอไว้ กวาดตามองรอบๆด้วยความระแวดระวัง ก่อนจะยกมือเธอมาจูบเบาๆเป็นการขอบคุณ เหมยลี่ยิ้มหวานหยดให้ ก่อนจะทิ้งท้าย

“ฉันจะรอนะหมง ฉันจะอดทนรอ รอวันที่ฉันจะได้เป็นนายหญิงของแก๊งเขี้ยวสิงห์!”

ooooooo

ความขัดแย้งระหว่างตงกับทรงกลดไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับอัน แต่ที่ทำให้เขาแปลกใจคงเป็นเรื่องที่เจ้านายหนุ่มเลือดร้อนทำท่าเหมือนกับอยากเป็นหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์จนตัวสั่น ทรงกลดเบ้หน้า ก่อนจะย้อนถาม

“ทำไม...แกคิดว่าฉันไม่แน่พอจะเป็นหัวหน้าแก๊งงั้นหรือ”

“ผมไม่เคยเห็นนายน้อยสนใจเรื่องนี้”

“ฉันก็ยังไม่สนใจ แค่อยากขวางลำป๊า ไม่ให้ยกตำแหน่งให้ไอ้หมงมันเร็วนัก คนไม่มีน้ำยาอย่างไอ้หมงมันจะทำอะไรได้ ฉันต้องหาตัวการที่สั่งฆ่าพวกเราให้ได้ อาฉางจะต้องไม่ตายเปล่า”

“แล้วคุณคณินก็มาหายตัวไปอีก แต่ที่เราถูกยิงถล่มที่ศาลเจ้าวันนี้ ไม่น่าจะเป็นฝีมือคนคนเดียวหรือแก๊งเดียว”

“เรากำลังจะไปหาคำตอบนี่ไง เริ่มต้นที่แก๊งเต่ามังกร...ไอ้เสี่ยเคี้ยง!”

จบคำก็ทำท่าจะผละไปเอาเรื่องแก๊งเต่ามังกรถึงถิ่น แต่สองหนุ่มก็ต้องชะงัก เมื่อปอพร้อมลูกน้องจำนวนหนึ่งเข้ามาขวางตามคำสั่งตง ไม่ให้สิงห์หนุ่มเลือดร้อนหาเรื่องให้แก๊งมากไปกว่านี้

เย็นวันเดียวกันที่บ้านจิรัสยา...เว่ยลากพี่สาวคนละพ่อไปแอบดูซิ่วเอ็งสวดมนต์ในห้อง จิรัสยานึกขำความอยากรู้อยากเห็นของน้อง เลยแกล้งยุให้ถาม

ซิ่วเอ็งตรงๆ ไหนๆก็เป็นหลานคนโปรด เว่ยส่ายหน้าไม่เอาด้วย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นลากพี่สาวไปห้องเง็กแทน เพราะมีบางอย่างเกี่ยวกับพ่อแท้ๆของเธออยากให้ดู

สองพี่น้องคนละพ่อผละออกไปแล้วเลยไม่รู้ว่าซิ่วเอ็งทำอะไรมากกว่าสวดมนต์บ้าง หญิงชราประจำบ้านท่าทางน่ากลัวนั่งเคาะกระดองเต่าตรงหน้าเทพเจ้า และรูปถ่ายของเหลียงลูกชายคนเดียวและพ่อของเว่ย ก่อนจะหยิบกระดาษมาเขียนชื่อใครบางคนแล้วเผาให้มอดไหม้เป็นจุณในพริบตา

เว่ยลืมเรื่องซิ่วเอ็งเสียสนิทเมื่อเห็นท่าทางนิ่งอึ้งของพี่สาวคนละพ่อ ตอนเขาหยิบกล่องไม้ใบเล็กบรรจุหยกรูปเต่ามังกรให้ดู จิรัสยาจำได้ทันทีว่าหยกนี้คือ ลายเดียวกับรอยสักบนหลังของมือปืนซึ่งกลายเป็นศพเมื่อเช้า คำพูดของแม่ตั้งแต่เด็กลอยเข้ามาในหัวอีกครั้ง ว่าพ่อแท้ๆของเธอเป็นพวกแก๊งนักเลงหัวไม้...หรือว่าเขาจะเป็นคนของแก๊งเต่ามังกร

ระหว่างที่จิรัสยาคิดหนักเรื่องพ่อ อยากค้นหาความจริงแต่ก็กลัวแม่โกรธ ทรงกลดเคร่งเครียดไม่ต่างจากเธอเลยกระวนกระวายตลอดทั้งคืนด้วยความหงุดหงิด เพราะถูกพ่อขัดใจไม่ให้ไปถล่มแก๊งเต่ามังกร แต่ถึงกระนั้น...สิงห์หนุ่มเลือดร้อนก็ตัดสินใจฝืนคำสั่งในเช้าวันต่อมาฝ่าเหล่าลูกน้องนับสิบของพ่อออกจากบ้านไปพร้อมกับอันจนได้ เมื่อปอทราบก็จะส่งลูกน้องไปคุ้มกัน แต่ตงกลับห้ามไว้เพราะอยากให้ลูกชายได้บทเรียนเสียบ้าง

“เสี่ยเคี้ยงไม่กล้าแตะต้องคนของเราหรอก อั๊วนึกแล้วว่ามันต้องเป็นอย่างนี้ อั๊วไม่น่ายอมให้มันกลับมาที่นี่เลย”

“ไม่มีใครบังคับนายน้อยได้หรอกครับ”

“แต่อั๊วต้องบังคับมันให้ได้ ยังไงทรงกลดก็มายุ่งเกี่ยวกับแก๊งเขี้ยวสิงห์ไม่ได้”

“นายใหญ่ก็ได้ยินนายน้อยพูดเมื่อคืนแล้ว”

“มันไม่มีสิทธิ์คัดค้านการตัดสินใจของอั๊ว ถ้ามันทนเห็นอาหมงขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์ไม่ได้มันจะไปไหนก็ไป ถึงอั๊วจะไม่ได้เห็นหน้ามันอีกตลอดชีวิต ก็ยังดีกว่าที่จะเห็นมัน...”

ตงละคำพูดที่เหลือแค่นั้น ไม่อยากพูดถึงให้สะเทือนอารมณ์ ปอถอนใจหนักหน่วง ก่อนจะปลอบอย่างคนเข้าใจกันดี ตงพยักหน้ารับเปรยเสียงอ่อนว่าคงมีแค่ปอคนเดียวที่เข้าใจเขา

ooooooo

เพราะความอยากรู้แท้ๆ ทำให้จิรัสยายอมให้เว่ยลากไปด้อมๆมองๆหน้าบ้านแก๊งเต่ามังกรตั้งแต่เช้า แต่เมื่อถูกน้องชายแซวและเซ้าซี้หนักเข้า สาวร่างเล็กเลยลากเขากลับบ้านด้วยความรำคาญ ไม่รู้เลยว่าได้คลาดกับพวกทรงกลดซึ่งมาบุกเอาเรื่องแก๊งเต่ามังกรแบบหวุดหวิด

ด้านเคี้ยง...หัวหน้าแก๊งเต่ามังกร ไม่ทันคิดว่าใครจะบุกบ้าน มัวพูดคุยกับเล้งซึ่งมาส่งข่าวเหตุยิงกันในศาลเจ้าเมื่อวันก่อนตามประสาคนคุ้นเคยกันมานาน เคี้ยงมีสีหน้าตกใจอย่างเห็นได้ชัด เช่นเดียวกับเล้งที่ตีหน้าเคร่งเครียด

“อั๊วก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกัน พวกเราก็เหมือนพี่น้องกัน แต่กลับมาคิดฆ่ากันเองอย่างนี้”

“ลื้อคิดว่าไอ้คนที่ส่งมือปืนมาถล่มที่ศาลเจ้าเป็นแก๊งในสมาคมงั้นหรืออาเล้ง”

“เรื่องของผลประโยชน์ไม่เข้าใครออกใคร แล้วอีกอย่าง หลายแก๊งก็คิดว่าเฮียสุงครองตำแหน่งนายกสมาคมนานเกินไปแล้ว แต่อั๊วก็ไม่เห็นว่าใครที่เหมาะสมเป็นผู้นำเท่าเฮียสุงอีกแล้ว”

“ผู้นำอะไร เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ อั๊วไม่เห็นอีจะทำอะไร อั๊วว่าลื้อน่ะเหมาะจะเป็นนายกสมาคมคนต่อไปที่สุด”

เล้งลอบยิ้มภูมิใจก่อนจะทำเป็นถ่อมตัว “บารมีของอั๊วยังไม่ถึงหรอกเฮีย ตอนนี้คนที่ได้รับการยกย่องนับถือที่สุดก็เป็นเฮียตง...แก๊งเขี้ยวสิงห์ ที่อั๊วมาวันนี้ก็เพราะเรื่องนี้นี่แหละ”

เคี้ยงทำท่าจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ต้องยั้งไว้ เมื่อทรงกลดบุกเข้ามาพร้อมกับอัน เล้งนึกรู้ว่าสิงห์หนุ่มคงมาตามล่าหาคนบงการเหตุยิงกันที่ศาลเจ้า เลยรีบปกป้องเคี้ยงตามประสามิตรที่ดี แต่ทรงกลดก็ไม่เชื่อ ตั้งท่าจะเอาเรื่องท่าเดียว เคี้ยงมองมานิ่งๆ ก่อนจะบอกให้เล้งกลับก่อน เขาจะจัดการสั่งสอนสิงห์หนุ่มอ่อนหัดคนนี้เอง!

เล้งส่ายหน้าเหนื่อยหน่าย เอือมระอากับความดื้อรั้นหยิ่งผยองของสิงห์หนุ่มเหลือเกิน แต่ก็ต้องปล่อยให้แก๊งเขี้ยวสิงห์กับแก๊งเต่ามังกรสะสางความกันเอง ไม่อยากเข้าแทรกให้แก๊งมังกรดำติดร่างแหปัญหาไปด้วย

ทรงกลดแทบรอให้พวกเล้งออกจากบ้านเคี้ยงไม่ไหว อยากกราดยิงพวกเต่ามังกรให้รู้แล้วรู้รอดตามประสาคนเลือดร้อน โทษฐานที่เป็นต้นเรื่องให้หลายแก๊งต้องวุ่นวายจากเหตุยิงกันที่ศาลเจ้าเมื่อวันก่อน อิกมือขวาของเคี้ยงยกมือแตะปืนเตรียมพร้อม แต่ทรงกลดก็ไม่กลัว แถมประกาศกร้าวให้เคี้ยงยอมรับผิดแต่โดยดี

“อั๊วไม่ได้ทำอะไรผิด อั๊วทำการค้าของอั๊ว ไม่เคยยุ่งกับใคร มีแต่แก๊งลื้อที่ชอบแส่เรื่องคนอื่น”

ทรงกลดไม่สะทกสะท้าน ตอกกลับแบบไม่ไว้หน้า “ถ้าแก๊งเสี่ยไม่ระรานเที่ยวเก็บค่าคุ้มครองในเขตแก๊งเขี้ยวสิงห์เราคงไม่แส่หรอก เสียผลประโยชน์ไปไม่กี่หมื่น คิดจะเล่นเราถึงตายเลยหรือเสี่ย”

เคี้ยงส่ายหน้าเซ็งๆ ก่อนเยาะ “อั๊วจะทำไปทำไม อั๊วแก่แล้ว เดี๋ยวก็ตาย ไม่มีลูกมีหลานสืบต่อวงศ์ตระกูล แต่ถ้ามีลูกแล้วเป็นอย่างลื้อก็อย่ามีซะดีกว่า พ่อลื้อก็คงคิดอย่างนี้ถึงได้รับอาหมงเป็นลูกแทน!”

ทรงกลดฉุนกึกที่ถูกจี้ใจดำ แต่ไม่ทันตอบโต้ก็มีเสียงปืนดังขึ้นเสียก่อน สองแก๊งคู่กรณีเปิดศึกกันตั้งแต่วินาทีนั้น อันตามประกบเจ้านายหนุ่มทันที เช่นเดียวกับอิกที่ยิงคุ้มกันให้เคี้ยง ทรงกลดถูกสถานการณ์บังคับให้หนีไปก่อนเพราะมีพวกน้อยกว่า โดยมีอันยิงคุ้มกันให้จนถูกกระสุนของอิกเฉียดเข้าที่แขน แต่ถึงกระนั้น...สองหนุ่มจากแก๊งเขี้ยวสิงห์ก็หนีไปจนได้ อิกจะตามแต่เคี้ยงห้ามไว้ เพราะคาใจว่ากระสุนนัดแรกอาจไม่ใช่ของพวก ทรงกลด

เวลาเดียวกันที่ซอยหลังบ้านเคี้ยง...เว่ยตามตื๊อจิรัสยาไม่เลิก อยากให้พี่สาวคนละพ่อตามหาพ่อที่แท้จริง

“ป๊าเจ๊ชื่อก๊ก ถูกนักเลงแทงตายตั้งแต่เจ๊อยู่ในท้องอาม้า รู้แค่นี้ก็พอแล้ว”

“เจ๊ไม่อยากรู้หรือไงว่าป๊าเจ๊ถูกใครฆ่าตาย ทำไมถึงถูกฆ่า คนเป็นนักเลงไม่ใช่คนเลวซะหมด ป๊าเจ๊อาจจะตายเพราะปกป้องเจ้านายก็ได้ใครจะรู้ ถ้าเราลองถามคนเก่าแก่ของแก๊งเต่ามังกร”

“ไม่...คนดีเขาไม่เป็นนักเลงกันหรอก แกนี่อยากเข้าแก๊งมาเฟียมากเลยใช่ไหม ให้เจอกับตัวจริงๆซะก่อนเถอะ”

ไม่ทันขาดคำ สองพี่น้องคนละพ่อก็ต้องอ้าปากค้าง เมื่อเห็นชายหนุ่มหน้าคุ้นสองคนกระโดดลงจากกำแพงทรงกลดกับอันนั่นเองที่หนีตายมาจากบ้านเคี้ยง ตามด้วยมือปืนกลุ่มใหญ่ที่ไล่ล่าพวกเขาในระยะประชิด จิรัสยากับเว่ยยืนตัวแข็งทื่อ ทำอะไรไม่ถูก เลยถูกสองหนุ่มแปลกหน้าจับแยกหนีไปคนละทาง

ซ้งมือปืนจากแก๊งมังกรดำ รับมอบหมายงานจากเล้งมาสร้างสถานการณ์หลอกๆให้แก๊งเขี้ยวสิงห์กับแก๊งเต่ามังกรเข้าใจผิด เล็ดลอดออกจากบ้านเคี้ยงไปตามเก็บทรงกลดกับอัน เพื่อป้ายความผิดให้แก๊งเต่ามังกร แต่ดันเจอสิงห์หนุ่มหลอกล่อให้หลงกับพวกจนเกือบถูกเก็บ โชคดีที่สาวร่างเล็กซึ่งหนีมากับสิงห์หนุ่มช่วยปัดปืนไปทางอื่น

ทรงกลดโมโหมาก ตั้งท่าจะยิงซ้ำแต่ก็ต้องรีบหนีไปอีกทาง เมื่อเห็นว่ามีตำรวจกำลังวิ่งมาทางนี้ตามคำร้องเรียกของสาวร่างเล็ก เช่นเดียวกับอันและเว่ยวิ่งหนีตามทางจนเสียงปืนสงบ จึงตัดสินใจแยกกันจิรัสยามองมือตัวเองในอุ้งมือชายหนุ่มแปลกหน้างงๆ ก่อนจะกระชากออก เมื่อเห็นว่าเสียงปืนสงบแล้ว“เราปลอดภัยตั้งแต่ตำรวจมาแล้วล่ะ จับมือไม่ยอมปล่อย”

ทรงกลดมองสาวร่างเล็กยิ้มๆ ก่อนจะตีหน้าขรึม เมื่อนึกถึงวีรกรรมก่อนหน้าของเธอ

“แล้วถ้าตำรวจมาไม่ทัน รู้ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้น ปืนไม่ใช่ของเล่น ทีหลังอย่าทำอย่างนั้นอีกเป็นอันขาด”

“ฉันทำไปก็เพื่อช่วยคุณ ถ้าคุณยิงคนตาย คุณก็ต้องติดคุก”

“ฉันยิงเพื่อป้องกันตัว ไม่ติดคุกแน่”

“คุณมีงานทำหรือเปล่าเนี่ย หรือมีอาชีพไล่ยิงคนเล่น ชีวิตคนไม่ใช่ของเล่น พวกคุณจะทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน”

พูดจบก็ทำท่าจะผละไป ทรงกลดตามไปขวางอยากทำความรู้จักเธอมากกว่านี้ แต่ก็ต้องเปลี่ยนใจหลบก่อน เมื่อเห็นว่ามีคนมาตามหาเธอ เว่ยนั่นเองที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามา โล่งใจแทบแย่เมื่อเห็นว่าพี่สาวปลอดภัย จิรัสยาดีใจ

ไม่แพ้กันที่เห็นหน้าน้องชาย ก่อนจะนิ่วหน้าสงสัย เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มแปลกหน้าที่มากับเธอหายตัวไปแล้ว...

ooooooo

อารมณ์ดีๆของทรงกลดที่ได้เจอสาวร่างเล็กซึ่งถูกตาต้องใจเขาตั้งแต่แรกเห็นเลือนหายทันทีที่กลับถึงบ้าน เมื่อเห็นว่าอันคุกเข่ายอมรับโทษแทนเขา แถมต้องเผชิญหน้ากับเคี้ยงซึ่งโผล่หน้ามาหาเรื่องถึงถิ่น

เคี้ยงยิ้มกวนประสาท ก่อนจะท้าให้สิงห์หนุ่มเลือดร้อนคุกเข่าแทนอัน เพื่อรับโทษอย่างลูกผู้ชาย

“ลูกผู้ชายทำผิด กล้าทำก็ต้องกล้ารับ หรือว่าลื้อไม่ใช่ลูกผู้ชาย”

ทรงกลดพยายามสะกดอารมณ์อย่างมาก แต่ก็ต้องแค้นแทบกระอัก เมื่อได้ยินคำสั่งของตง

“อั๊วจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย คุกเข่าขอขมาเจ็กเคี้ยงเดี๋ยวนี้!”

ทรงกลดมองพ่อด้วยแววตาเจ็บแค้นและเจ็บปวด แต่ไม่ทันคุกเข่าตามคำสั่ง หมงก็โผล่มารับโทษแทนพร้อมพร่ำขอให้ทุกคนยกโทษให้ทรงกลด สิงห์หนุ่มเลือดร้อนรู้ทันเจตนาน้องบุญธรรม เลยประชดกลับเสียงเข้ม

“คงพอใจแล้วสินะ...ลุกขึ้นได้แล้วอาอัน มีคนดีเสียสละยอมรับผิดแทนเราแล้ว”

ตงพยักหน้าให้อันลุกขึ้น แต่เคี้ยงก็ยังไม่พอใจ ทรงกลดเลยโพล่งออกไปด้วยความรำคาญ

“เสี่ยต้องการอะไรอีก ทายาทแก๊งเขี้ยวสิงห์ก็ยอมคุกเข่าก้มหัวให้แล้ว ถึงผมคุกเข่าให้เสี่ย มันก็ไม่มีความหมายอะไรหรอก ผมไม่ได้มีตำแหน่งอะไรในแก๊งนี้ ผมแค่บังเอิญเกิดมาใช้แซ่เดียวกับหัวหน้าแก๊งเท่านั้น”

ทรงกลดออกไปกับอันแล้ว ทิ้งตงให้จัดการแก้ปัญหากับเคี้ยงตามลำพัง โดยมีหมงมองมาด้วยแววตาหงุดหงิด เสียหน้าไม่น้อยเมื่อเห็นว่าการยอมคุกเข่ารับโทษแทนของตนไม่มีค่าในสายตาใครเลย

ทรงกลดไม่รู้ว่าพ่อต่อรองอะไรกับเคี้ยงเพื่อจบความขัดแย้ง มัวอารมณ์เสียที่ต้องปะทะคารมกับเหมยลี่ซึ่งทำตัวกร่าง วางอำนาจสั่งโน่นนี่ราวกับเป็นนายหญิงคนใหม่ของแก๊งเขี้ยวสิงห์

“แม่ของนายน้อยตายไปแล้วนะคะ นายใหญ่เป็นคนสั่งให้เหมยลี่ทำหน้าที่ทุกอย่างแทนคุณวรดี เหมยลี่เลยต้องช่วยนายใหญ่ควบคุมดูแลความประพฤติของนายน้อยด้วย”

“อย่ามายุ่งเรื่องฉัน ห่วงตัวเองดีกว่า ไม่รู้ว่าจะถูกป๊าเขี่ยทิ้งวันไหน”

“วันนั้นไม่มีวันมาถึงหรอกค่ะ แต่นายน้อยสิคะ หาแต่เรื่องสร้างแต่ศัตรูไม่เว้นแต่ละวัน เหมยลี่ล่ะกลัวจริงๆว่านายใหญ่จะหมดความอดทน เคยได้ยินไหมคะ...เนื้อไหนร้าย ก็ตัดเนื้อนั้นทิ้ง แม้จะเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขแท้ๆก็ตาม”

ทรงกลดตาลุกด้วยความโกรธจัด แต่พยายามข่มอารมณ์ ไม่อยากมีเรื่องกับผู้หญิง แต่เหมยลี่ก็ร้ายเหลือเชื่อ ตีหน้าเศร้าเคล้าน้ำตาแสดงความเจ็บปวด เมื่อเห็นว่าตงกับปอกำลังเดินมาจากอีกทาง ทรงกลดโมโหมาก เถียงไม่หยุดปากว่าเมียเด็กของพ่อหาเรื่องก่อน แต่ตงก็ไม่เชื่อ แถมประกาศกร้าว

“ถ้าวันนี้ลื้อไม่ได้รับการสั่งสอน อั๊วคงจะเป็นหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์ไม่ได้อีกต่อไป!”

ตงเดินนำทรงกลดไปคุกเข่าตรงหน้าแท่นบูชาบรรพชนของตระกูล หมงกับเหมยลี่ตามมาด้วยความอยากรู้ แต่ก็ถูกไล่ตะเพิดให้ออกจากห้องในอีกไม่กี่อึดใจต่อมา เหลือไว้แค่สองสิงห์พ่อลูกและปอเท่านั้น ทรงกลดรู้ดีว่าพ่ออยากให้เขาคุกเข่าขอขมาบรรพชน เลยแกล้งดักคอ

“ป๊าเคยสอนผม...นั่งไม่เปลี่ยนชื่อ ยืนไม่เปลี่ยนแซ่”

“หัวเข่าลูกผู้ชายมีค่ายิ่งกว่าทองคำ...คำสอนนั่นอั๊วสอนให้ลื้อรู้จักรักศักดิ์ศรี ให้มานะบากบั่นด้วยตัวเอง แม้อับจนยังไงก็อย่าคุกเข่าก้มหัวขอร้องใคร แต่นี่ไม่ใช่เรื่องศักดิ์ศรี แต่เป็นเรื่องของการยอมรับผิด!”

ท่าทางเกรี้ยวกราดของพ่อไม่ทำให้ทรงกลดสะทก สะท้านหรือรู้สึกผิด ปอเลยตัดสินใจโพล่งออกไป

“การบุกแก๊งเต่ามังกรไม่ใช่เรื่องถูก ลูกที่ทำให้พ่อต้องก้มหัวให้ศัตรู นายน้อยคิดว่าเป็นการทำผิดหรือยังครับ”

คำประกาศของปอทำให้ทรงกลดถึงกับตัวชา นึกรู้โดยพลันว่าพ่อต้องเสียผลประโยชน์บางอย่างให้เคี้ยงแน่ เพื่อแลกกับการยุติข้อขัดแย้งระหว่างแก๊ง แต่ไม่ทันซักอะไรมาก ตงก็ผละออกไปก่อนอย่างหัวเสีย ทิ้งให้ทรงกลดนั่งคุกเข่าก้มหน้าแทบจดพื้นตามลำพัง พร้อมภาพในอดีตเมื่อสิบกว่าปีก่อนที่หวนมาอีกครั้ง...

ทรงกลดยังจำได้ว่าเคยคุกเข่าอ้อนวอนพ่อไม่ให้ส่งเขาไปเมืองนอกพร้อมกับแม่ แต่พร่ำขอเท่าไหร่ก็ไร้ผล ตงใจแข็งและตัดสินใจเด็ดขาดจะส่งลูกเมียไปอเมริกา เพื่อหนีจากความเลวร้ายของเส้นทางมาเฟีย วรดีเฝ้ามองลูกชายด้วยความสงสาร แต่ก็ขัดคำสั่งสามีไม่ได้ เพื่อความปลอดภัยของเขาและตัวเธอเอง

แต่ที่ทำให้ทรงกลดหรือที ชื่อเล่นซึ่งวรดีเรียกได้คนเดียว ต้องช้ำแทบกระอัก เมื่อตงเดินมากระตุกสร้อยที่แขวนเขี้ยวสิงห์จากคอเขา แล้วประกาศต่อหน้าทุกคนว่าเขาไม่ใช่คนของแก๊งเขี้ยวสิงห์อีกต่อไป ทรงกลดแทบล้มทั้งยืน แต่ไม่ทันค้าน ตงก็หมุนตัวกลับเข้าบ้านดื้อๆ ไม่ไยดีเลยว่าเขากับแม่จะอยู่กันเช่นไรหลังจากนี้

วรดีพยายามปลอบลูกชายไม่ให้โกรธพ่อ ด้วยรู้ดีว่าทางนี้คือวิธีดีที่สุด ที่เขากับเธอจะปลอดภัยจากศัตรูของตง แต่ทรงกลดโมโหจนไม่สนใจฟังอะไร เดินลิ่วๆนำหน้าแม่โดยมีอันตามติด ก่อนจะประกาศกร้าว

“ป๊าไม่ต้องการเรา เราก็ไม่ต้องการป๊าเหมือนกัน แม่ไม่ต้องกลัว ผมจะดูแลแม่เอง”

ทรงกลดดึงตัวเองจากอดีต ภาพความทรงจำเก่าๆ ทำให้นึกโกรธพ่อขึ้นมาอีกอย่างช่วยไม่ได้ และตัดสินใจจะลุก ปอถลามาห้าม ตั้งท่าจะบอกว่าตงยังไม่ได้สั่งให้ลุก สิงห์หนุ่มเลยสวนกลับเสียงเข้ม

“ฉันรู้สำนึกแล้ว ฉันยอมรับว่าฉันทำผิด ว่าแต่คนที่ทำผิดยิ่งกว่าฉันน่ะ เคยยอมรับผิดบ้างหรือเปล่า”

ooooooo

เหตุการณ์เสี่ยงตายในถิ่นแก๊งเต่ามังกรทำให้เว่ยตื่นเต้น แต่เมื่อซิ่วเอ็งทราบ จิรัสยาเลยถูกเล่นงานหนัก ด้วยการเอาเล็บจิกหลังมือและเอาน้ำข้าวร้อนๆราด เง็กสงสารลูก แต่เกรงกลัวแม่ผัว เลยได้แต่ลากไปทำแผล พร้อมกับเตือนให้เลิกตามหาพ่อแท้ๆ จิรัสยาไม่รับปาก สงสัยคำพูดแม่...และอยากรู้แบบจริงจังว่าพ่อแท้ๆของเธอคือใครกันแน่

เย็นวันเดียวกันที่ภัตตาคารฉั่วเทียนเหลา...หยกมณีโปรยยิ้มหวานหยดให้เหล่าลูกค้าหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ แลกกับสร้อยคอทองคำเหมือนเคย แต่พลันต้องหุบยิ้ม เมื่อเห็นอันยืนมองเธอจากมุมลับตา นักร้องสาวอดใจเต้นไม่ได้ แต่เพราะยังงอนที่เขาเคยทิ้งเธอเมื่อสิบกว่าปีก่อน เลยแกล้งทำเมินเหมือนมองไม่เห็น

อันไม่ถือสาอาการงอนของหยกมณี แต่กลับต้องของขึ้น เมื่อได้ยินเธอโต้เถียงกับอิกมือขวาของเคี้ยงที่มาติดพัน

“เฮียอิก...ฉันบอกเฮียแล้วว่าอย่ามายุ่งกับฉัน ฉันเป็นผู้หญิงกินผัว ไม่กลัวตายหรือไง”

“ถ้ากลัวก็ไม่มา เฮียอยากมาช่วยหยกยังไงล่ะ”

อิกเหยียดยิ้มน่าเกลียด คว้าแขนเธอหมับ ก่อนจะกระชากให้เข้ามาใกล้

“เฮียจะช่วยล้างอาถรรพณ์ให้หยกเอง เฮียจะเป็นผัวคนที่สี่ให้หยก ชาวบ้านจะได้เลิกลือกันเสียที...ดีไหมจ๊ะ”

หยกมณีโกรธจัด ร้องลั่นให้คนมาช่วย อิกไม่สะทกสะท้าน ทำท่าจะลากนักร้องสาวไปบำเรอรัก แต่กลับถูกซ้อมจนแทบลุกไม่ขึ้น เมื่ออันโผล่มาขวางพร้อมคำขู่ ไม่ให้ยุ่งกับหยกมณีอีก

แต่ถึงจะมีความดีความชอบช่วยให้พ้นจากอิก หยกมณีก็ไม่หายเคืองง่ายๆ ไล่บอดี้การ์ดหนุ่มของทรงกลดให้ไปไกลๆ แล้วไม่ต้องกลับมาอีก เพราะเธอดูแลตัวเองได้ อันไม่ถือสา ย้อนถามยิ้มๆว่าแน่ใจหรือ

“ทำไมจะไม่ได้ ทีเฮียหายไปเป็นสิบปีทิิ้งหยกให้อยู่ทางนี้คนเดียว เฮียยังทำได้เลย แล้วจะมาห่วงอะไรตอนนี้”

อันพยายามจะอธิบาย แต่เธอก็ผลักออกอย่างแรง จนแผลเก่าที่ถูกยิงถากตอนปะทะกับแก๊งเต่ามังกรเมื่อเช้ามีเลือดซึมออกมา หยกมณีเห็นเลือดก็ลืมทุกอย่าง จัดแจงพาไปทำแผลที่บ้าน อันคิดว่าเธอคงใจอ่อนลงแล้ว ตั้งท่าจะของ้อคืนดีอีกครั้ง แต่นักร้องสาวกลับไม่ยอมง่ายๆ

“กลับมาตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์ สิบปีที่เฮียหายไป เฮียรู้ไหมว่าเกิดอะไรกับหยกบ้าง หยกไม่ใช่คนเดิมอีกแล้ว”

“แต่เฮียยังเป็นเฮียคนเดิมของหยก”

“ไม่จริง...หยกไม่เชื่อ หยกไม่เชื่อคำพูดของผู้ชายหน้าไหนทั้งนั้น กลับไปได้แล้ว อย่าให้หยกต้องพูดซ้ำพูดซาก กลับไปซะ...ถ้าจะทิ้งกันก็ทิ้งกันให้ตลอด ไม่ต้องกลับมาให้เห็นหน้าอีก!”

สถานการณ์รักของอันกับหยกมณีไม่คืบหน้า เช่นเดียวกับการตามหางานของจิรัสยา จนเธอแทบหมดหวัง ใครๆก็ไม่อยากจ้างผู้หญิงตัวเล็ก ท่าทางไม่ค่อยมีแรงแบบเธอ เง็กกับเว่ยพยายามให้กำลังใจ ต่างจากซิ่วเอ็ง คาดโทษอย่างหนัก และถึงกับขู่ว่าจะไม่เอาไว้ ถ้าจิรัสยาหางานและเงินมาจ่ายค่าเทอมให้เว่ยไม่ได้

แล้วโชคก็เข้าข้างจิรัสยา เมื่อทรงกลดผ่านมาเห็นเธอทำงานที่ฉั่วเทียนเหลาอย่างขยันขันแข็ง นึกสงสารเลยอยากช่วย ไหว้วานให้หยกมณีไปส่งนามบัตร จิรัสยาตื่นเต้นมาก แต่ไม่วายสงสัยว่านายจ้างในอนาคตคือใคร

“แล้วทำไมคุณถึงช่วยฉันล่ะคะ แล้วคุณทรงกลดนี่เป็นใครคะ เป็นเพื่อนคุณหรือคะ”

“ถ้าอยากได้งานทำก็อย่าถามมาก เธอไม่รู้หรอกว่าเธอน่ะโชคดีมากแค่ไหน”

เช้าวันต่อมา...ทรงกลดมุ่งหน้าจากบ้านไปบริษัทตงวานิชด้วยความกระปรี้กระเปร่า จะได้เจอกับสาวร่างเล็ก ตงไม่รู้เรื่อง โล่งใจเมื่อคิดว่าลูกชายวางมือเรื่องเคี้ยง หันไปสนใจงานแทน แต่กลับต้องหัวเสีย เมื่อปอรายงานว่าไม่มีความคืบหน้าเรื่องกลุ่มมือปืนปริศนา...ไม่รู้ต้องรออีกนานแค่ไหน หรือต้องให้พวกมันลงมือ ถึงจะจับตัวได้!

จิรัสยาไม่รู้ว่ามีคนอยากเจอ มัวหมกมุ่นกับการพัดชุดกระโปรงตัวเก่งให้แห้งทันเวลาไปสมัครงาน เง็กส่ายหน้าน้อยๆ อดบ่นลูกสาวไม่ได้ที่งกไม่ยอมเสียเงินตัดชุดสำรอง สาวร่างเล็กไม่เถียง และยิ้มกว้าง เมื่อเว่ยถลามาหาพร้อมชุดกระโปรงที่อุตส่าห์ยืมจากเพื่อนข้างบ้านมาให้ ซิ่วเอ็งผ่านมาเห็นพอดี โกรธมากและพาลลงกับจิรัสยาที่กล้าใช้หลานชายคนโปรดไปยืมชุดกระโปรงมาให้

เว่ยโต้ว่าอยากทำให้เอง จิรัสยาไม่ได้ใช้ ซิ่วเอ็ง เบ้หน้า ไม่ด่าซ้ำ แต่ขู่เสียงเข้ม “ถ้าวันนี้ไม่ได้งานทำ ก็ไม่ต้องออกไปหางานแล้ว อยู่บ้านช่วยงานอั๊วไป ลื้อไม่รู้กฎไม่รู้ธรรมเนียมหลายเรื่อง คราวนี้อั๊วจะได้มีเวลาสั่งสอนลื้อ”

จิรัสยาหน้าเสีย แค่คิดว่าต้องอยู่บ้านตามลำพังกับซิ่วเอ็งก็ขนลุก...ขอให้วันนี้ได้งานทีเถอะ

แต่คำขอของจิรัสยาก็ทำท่าจะเป็นหมัน เมื่อพนักงานที่ตงวานิชบอกว่าไม่มีตำแหน่งว่าง โดยเฉพาะสำหรับผู้หญิงท่าทางทำอะไรไม่เป็นอย่างเธอ สาวร่างเล็กหน้าจ๋อย และจะกลับอยู่แล้ว ถ้าอันจะไม่มาตามไปพบทรงกลด สิงห์หนุ่มเลือดร้อนส่งยิ้มแต่ไกลเมื่อเห็นคนที่เฝ้ารอ ต่างจากจิรัสยา ตะลึงมากเมื่อเห็นหน้าเจ้านายในอนาคตชัดๆ และสองหนุ่มสาวคงจะจ้องหน้ากันอีกนาน ถ้าหมงจะไม่ปรากฏตัว คัดค้านการรับจิรัสยาเข้าเป็นพนักงาน

“มันขัดกับนโยบายของบริษัทนะครับนายน้อย บริษัทตงวานิชไม่เคยรับผู้หญิงเข้ามาทำงาน”

“ก็ใช่...ไม่ว่าผู้หญิงคนไหนก็เข้ามาทำงานที่บริษัทนี้ไม่ได้ แต่สำหรับผู้หญิงคนนี้ เป็นข้อยกเว้น ไม่ต้องห่วง ฉันจะไม่รับผู้หญิงคนอื่นอีกนอกจากผู้หญิงคนนี้เพียงคนเดียว มีอะไรข้องใจอีกไหม”

พูดจบก็กวาดตามองพนักงานทุกคนด้วยแววตาดุดัน หมงพยายามระงับความโกรธสุดความสามารถ

“ในเมื่อนายน้อยตัดสินใจไปแล้ว ผมก็คงทำอะไรไม่ได้หรอกครับ ว่าแต่นายน้อยรู้จักผู้หญิงคนนี้ดีหรือยังครับ”

ถามแล้วก็ผละไปด้วยท่าทางหัวเสีย ทิ้งจิรัสยาให้ยืนตัวเกร็ง มองหน้าทรงกลดเงียบๆ ก่อนจะตัดสินใจบอกให้เขาทำตามขั้นตอนสมัครงานเหมือนคนอื่นๆ เพราะเธอไม่อยากถูกตราหน้าว่าเป็นเด็กเส้นตั้งแต่วันแรก!

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“เชียร์” ปลื้ม “เรือนไหมมัจจุราช” กระแสดีเกินคาด

“เชียร์” ปลื้ม “เรือนไหมมัจจุราช” กระแสดีเกินคาด
15 พ.ย. 2562
12:10 น.