ข่าว

วิดีโอ



ซีรีส์เลือดมังกร : สิงห์

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก แอคชั่น ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: พิมพ์ธนา

กำกับการแสดงโดย: บัณฑิต ทองดี

ผลิตโดย: บริษัท แอค อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: เจษฎาภรณ์​ ผลดี,มิว นิษฐา จิรยั่งยืน,

อัลบั้ม: เลือดมังกร ตอน สิงห์ ได้ ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ประกบ มิว นิษฐา

แผนการลอบฆ่าตงแบบช้าๆของเหมยลี่กับหมงดำเนินต่อในเช้าวันเดียวกัน ซิ่วเอ็งรู้ทัน แต่แกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้ และยอมให้เหมยลี่นำยาต้มปรุงเสร็จใหม่ไปให้ตงทานหลังมื้อเช้า เหมยลี่เห็นเป็นโอกาสเหมาะ แอบใส่ยาพิษลงชามยา แต่โชคไม่ดีที่มุ่ยดันเห็นเข้าเสียก่อน แผนการร้ายเลยไม่เป็นความลับอีกต่อไป

แต่ถึงกระนั้น...มุ่ยก็ไม่ทำกระโตกกระตาก คอยสังเกตการณ์เรื่อยๆตลอดมื้อเช้า และจะหาโอกาสบอกคนอื่นภายหลัง ส่วนตง...ไม่รู้เรื่องยาพิษของเมียเด็ก มัวปลื้มที่ทรงกลดมาทานมื้อเช้าด้วย โดยมีจิรัสยาตามประกบ และส่งสายตาเตือนมาเป็นระยะๆ เพราะสามีทำท่าอิดออด ไม่อยากทำหน้าที่ลูกที่ดี

ตงมีความสุขมากได้กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา แม้ทรงกลดจะทำท่าเย็นชาเหมือนเคย เขาก็ไม่ถือสา แถมยกความดีให้จิรัสยาอีกต่างหากที่ทำให้ลูกชายหัวดื้อของเขายอมทานมื้อเช้าด้วย หมงกับเหมยลี่มองท่าทางยิ้มแย้มของตงด้วยความหมั่นไส้ แต่พยายามเก็บอาการเต็มที่ ก่อนจะลอบยิ้มให้กันและกัน เมื่อเห็นตงมีอาการชาที่มือ แม้จะเป็นอาการเล็กน้อย ก็เหมือนเป็นสัญญาณอันดีว่ายาพิษที่ใส่ในชามยาบำรุงเริ่มออกฤทธิ์แล้ว

อาการมือชาของตงทำให้ทรงกลดอดเป็นห่วงไม่ได้ แต่ยังท่ามาก พยายามต่อรองกับภรรยาร่างเล็ก ไม่อยากร่วมโต๊ะกับพ่อทุกวัน จิรัสยาส่ายหน้าเหนื่อยหน่าย แกล้งตัดพ้องอนๆ

“ถ้าคุณทำตัวดีได้แค่วันเดียว อย่างนี้อย่ารับปากฉันดีกว่า”

“ฉันทนเห็นสองคนนั้นไม่ได้จริงๆ เอางี้...ฉันทำงานเสร็จจะตรงกลับบ้านทุกวัน ไม่เถลไถลไปไหนเลยตลอดชีวิต”

“คนละเรื่องกันเลย ทดแทนกันได้ที่ไหน”

สองสามีภรรยาคงกระเง้ากระงอดกันอีกนาน ถ้าอันจะไม่โผล่มาเสียก่อน ทรงกลดเห็นสภาพบอดี้การ์ดคนสนิท ก็นึกรู้ว่าคงปรับความเข้าใจกับหยกมณีแบบหวานๆจนถึงเช้า เลยเปลี่ยนไปเย้าอีกฝ่ายแทน แล้วขอตัวไปทำงานดื้อๆ ทิ้งจิรัสยาให้มองตามสองหนุ่มด้วยแววตาอ่อนใจ แต่ก็ไม่ทันขยับไปไหน มุ่ยก็มาขอความช่วยเหลือ ให้ช่วยถามซิ่วเอ็งถึงขวดยาปริศนาที่เหมยลี่แอบใส่ลงในชามยาบำรุงของตง

ซิ่วเอ็งพิจารณาขวดยาไม่นานก็รู้ว่าเป็นยาพิษ แต่ก็ไม่ยอมบอกความจริง แถมแก้ต่างให้เหมยลี่อีกต่างหากว่าคงอยากให้ตงหายเร็วขึ้น เลยใช้ยาพิเศษหลายขนาน มุ่ยยังติดใจเจตนาของเหมยลี่ เช่นเดียวกับจิรัสยา ที่ตั้งท่าจะไปถามให้รู้เรื่อง แต่ก็ถูกซิ่วเอ็งรั้งตัวไว้ พร้อมขู่ไม่ให้บอกใคร...มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ ถ้าไม่เชื่อกัน ได้เจอดีแน่!

เช้าวันเดียวกัน...เคี้ยงตามง้อลูกเมียอย่างไม่ย่อท้อ แต่ก็ถูกเง็กตอกกลับ ปิดทุกทางไม่ให้เขาตามตอแยอีก ตงไม่อยากให้มีเรื่องไม่เข้าใจกัน เลยตัดสินใจช่วยพูดกับเง็ก เปิดโอกาสให้เคี้ยงอธิบาย เผชิญหน้ากับความจริง ไม่ใช่หนีปัญหาเหมือนทุกครั้ง เว่ยมองคนนั้นทีคนโน้นทีด้วยท่าทางงงๆ แต่ก็คลายสงสัยลงบ้าง เมื่อตงบอกให้อยู่เป็นพยาน และรับรู้ความจริงทุกอย่างเกี่ยวกับแม่และพี่สาวคนละพ่อ

เคี้ยงพยายามตั้งสติ อธิบายความจริงและแสดงออกถึงความสำนึกผิดกับอดีตที่เขาเคยละทิ้งลูกเมีย เง็กก็ไม่ใจอ่อนง่ายๆ แต่ก็ผ่อนท่าทีลงมาก ไม่มองเขาเป็นศัตรูเหมือนเมื่อก่อน เคี้ยงพยักหน้ายอมรับชะตากรรม

“แค่นี้อั๊วก็พอใจแล้ว อั๊วจะพยายามเปลี่ยนเป็นคนใหม่นะอาเง็ก ลื้อคอยดูต่อไปแล้วกัน”

ooooooo

สถานการณ์ระหว่างเง็กกับเคี้ยงเป็นไปในทางที่ดีขึ้น ส่วนหนึ่งก็เพราะตงช่วยไกล่เกลี่ย ทำให้เง็กยอมเปิดโอกาสให้เคี้ยงเข้ามาแก้ไขความผิดพลาด แต่ถึงกระนั้น...หัวหน้าแก๊งเต่ามังกรก็อดระบายกับตงด้วยความอึดอัดใจไม่ได้

“เป็นความผิดของอั๊วเอง พออั๊วรู้ว่าอาเง็กแต่งงานใหม่กับอาเหลียง อั๊วก็นึกว่าอีอยู่สุขสบายไปแล้ว เลยไม่ได้ให้ลูกน้องตามต่อ ไม่คิดเลยว่าอาเหลียงจะอายุสั้น อาเง็กเลยต้องทนลำบากเลี้ยงลูกสองคนมาเป็นสิบปี”

ชื่อของเหลียงทำให้ตงถึงกับชะงัก จำได้ดีว่าผัวใหม่ของเง็กเคยช่วยขายเศษเหล็กเมื่อหลายปีก่อนจนได้เปิดร้านขายอะไหล่ในเวลาต่อมา แต่ที่น่าแปลกใจกว่าคือเขาไม่เคยรู้ว่าเหลียงคือพ่อแท้ๆของเว่ย ปอซึ่งฟังทุกอย่างมาตั้งแต่ต้น ก็อดสงสัยไม่ได้เช่นกันว่าเหตุใดพวกบ้านจิรัสยาถึงไม่มีใครยอมบอกเรื่องนี้

ซิ่วเอ็งไม่ทันระแวงว่าตงจะระแคะระคายเรื่องเหลียง มัวเตือนเหมยลี่ด้วยความหวังดี พร้อมยื่นขวดยาพิษขนาดเล็กที่เธอแอบเก็บไว้ตอนมุ่ยเอามาถาม เหมยลี่หน้าตื่นคิดว่าอีกฝ่ายจะเปิดโปงเลยแหวลั่น

“นี่แกคิดมาขู่กรรโชกฉันหรือ บาทเดียวฉันก็ไม่ให้ อย่านึกว่าฉันไม่รู้ ที่แกสาระแนบอกฉันให้รู้เรื่องยาพิษ แกก็คงคิดแผนชั่วอยู่เหมือนกัน ถ้านายใหญ่เป็นอะไรก็เพราะแกนั่นแหละ”

“อั๊วยังไม่ได้พูดถึงนายใหญ่สักคำ แล้วใครจะสงสัย อั๊วไม่ได้มีเรื่องอะไรกับนายใหญ่ แต่ลื้อกับคุณหมงนี่สิ...”

“แต่แกเป็นคนต้มยาให้นายใหญ่กิน”

ซิ่วเอ็งเหยียดยิ้มเย็น ไม่มีท่าทีหวาดหวั่นเลย “นั่นน่ะสิฮะ งั้นเราสองคนก็ต้องปิดปากเงียบ แล้วถ้าอยากให้แผนของลื้อสำเร็จก็อย่าใจร้อน เราต้องวางยาไปทีละนิดๆ ให้ยาค่อยๆออกฤทธิ์ ไม่ใช่อย่างที่ลื้อทำอยู่ตอนนี้”

“นี่แสดงว่ายาที่แกต้มให้นายใหญ่กินก็พอจะทำให้นายใหญ่ตายแล้วใช่ไหม แล้วทำไม...แกถึงช่วยฉัน”

“อั๊วก็เป็นคนชอบช่วยเหลือคนอื่นแบบนี้แหละ”

เหมยลี่มองท่าทางเลือดเย็นแฝงความอำมหิตของซิ่วเอ็งกลัวๆ แล้วหญิงชราก็พิสูจน์สิ่งที่พูดด้วยการต้มยาบำรุงสูตรพิเศษนำไปให้ตงถึงห้องพัก ตงถือโอกาสถามเรื่องเหลียง ซิ่วเอ็งถึงกับชะงัก แต่ยังพยายามเก็บอาการ

“เรื่องก็ผ่านมานานแล้ว อย่าพูดถึงมันอีกเลย แต่ขอให้รู้ไว้ว่าอาเหลียงไม่เคยลืมนายใหญ่เลยจนลมหายใจสุดท้าย อั๊วดีใจจริงๆที่สวรรค์ให้ครอบครัวอั๊วได้มาอยู่ที่นี่ อั๊วจะได้มีโอกาสชดใช้บุญคุณของนายใหญ่เสียที”

ซิ่วเอ็งพูดจบก็ทำท่าจะผละไป แต่ไม่วายทิ้งท้ายเสียงเรียบ ถึงยาบำรุงสูตรพิเศษ

“นายใหญ่ไม่ต้องเบื่อกินยาแล้วนะ ยาชามนี้กินแล้วจะหายขาด และนี่จะเป็นยาชามสุดท้าย...”

คำพูดแปลกๆของซิ่วเอ็งทำให้ตงกับปอคาใจไม่น้อย แต่ไม่ทันพูดอะไรกัน ก็ต้องมาหนักใจเรื่องใหม่ เพราะทรงกลดแสดงท่าทีคัดค้านเรื่องแต่งตั้งหมงเป็นหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์อย่างออกหน้าออกตา แถมประกาศกร้าวจะขอชิงตำแหน่งคืน โดยมีอันคอยสนับสนุน เพราะเป็นคนไปหยั่งเสียงจากสมาชิกขาใหญ่หลายคนมาก่อนหน้านี้

ปอส่งสายตาปรามลูกชาย ทรงกลดเลยต้องออกตัวแทน “คนมีอำนาจได้ต้องได้รับการยอมรับจากทุกคน

ในแก๊ง แล้วตอนนี้ทุกคนก็ต้องการให้ผมเป็นหัวหน้าแก๊ง... ไม่ใช่ไอ้หมง!”

ตงหัวเสียมากที่ทรงกลดไม่ยอมฟังเหตุผล แต่ไม่ทันได้พูดให้เข้าใจหรืออธิบายเหตุผล ก็ต้องชักเกร็งไปทั้งร่าง ล้มตัวไปนอนแน่นิ่งกับพื้น สร้างความตกใจให้แก่ทรงกลดมาก และไม่รอช้าจะรีบพาพ่อไปดูอาการในห้อง...

ooooooo

อาการของตงน่าเป็นห่วงมาก หมอจีนที่ถูกเชิญตัวมาแบบกะทันหัน ใช้เวลาไม่นานเลยก็สรุปได้ว่าตงถูกวางยาพิษร้ายแรง มุ่ยกับซิ่วเอ็งถูกนำตัวมาด่วนเพื่อสอบสวน เพราะเป็นคนรับผิดชอบเรื่องต้มยาทุกชาม หมงกับเหมยลี่ลอบมองตามกันด้วยความสะใจ ก่อนที่จะช่วยกันโยนความผิดทุกอย่างให้ซิ่วเอ็ง!

ทรงกลดไม่เชื่อว่าซิ่วเอ็งจะมีแรงจูงใจฆ่าพ่อของเขา เช่นเดียวกับคนอื่นๆ เพราะหญิงชราเป็นผู้มาใหม่และคอยต้มยาบำรุงอย่างดีให้ตงมาตลอด มุ่ยเห็นท่าไม่ดี เลยตัดสินใจบอกเรื่องเห็นเหมยลี่แอบใส่ยาพิษในชาม

ยาบำรุงเมื่อเช้า โดยมีจิรัสยาช่วยเป็นพยานให้ เหมยลี่หน้าเสีย แต่ยังโยนความผิดทุกอย่างให้ซิ่วเอ็งที่น่าจะรู้เรื่องพิษของยาดีกว่าใคร

แต่มีหรือซิ่วเอ็งจะยอมจนมุมง่ายๆ หญิงชรามาเหนือเมฆด้วยการยื่นใบสั่งยาพร้อมคำยืนยันว่าเมียเด็กของตงเป็นคนบงการให้เธอซื้อส่วนผสมของยาพิษทั้งหมด และใส่เพิ่มเพื่อทำให้กลายเป็นยาพิษ โดยที่เธอไม่มีส่วนรู้เห็น

หลักฐานแน่นหนาทำให้เหมยลี่ดิ้นไม่หลุด ถูกอันควบคุมตัวไปขัง เพื่อรอให้ทรงกลดสอบสวน แต่กว่าจะถึงเวลานั้น เหมยลี่ก็อาละวาดอย่างหนัก หมงกลัวถูกซัดทอดเลยตีหน้าเป็นเดือดเป็นแค้น ถลาไปตบและบีบคอชู้รักหวังให้ตายคามือ โชคดีที่อันเข้าไปห้ามตามคำสั่งทรงกลด ซึ่งยังไม่ปักใจว่าเหมยลี่ลงมือทุกอย่างคนเดียว

“ในบ้านนี้คนที่อยากให้ป๊าตาย...มีแค่แกกับเหมยลี่ ฉันได้คำสารภาพผิดของเหมยลี่เมื่อไหร่ แกตายแน่!”

แม้ผลจะออกมาว่าเป็นฝีมือของเหมยลี่ และซิ่วเอ็งพ้นข้อกล่าวหา แต่จิรัสยาก็คาใจ เพราะเคยถูกซิ่วเอ็งวางยาจนต้องแต่งงานกับทรงกลดมาก่อน แต่เมื่อเอาไปปรึกษาเง็ก ก็ถูกดุให้เลิกจับผิดย่า ทั้งที่ไม่มีหลักฐาน

เมื่อกดดันแม่ไม่สำเร็จ จิรัสยาเลยตัดสินใจไปถามจากซิ่วเอ็งตรงๆว่ามีส่วนรู้เห็นเรื่องวางยาพิษตงหรือไม่ เลยถูกเอ็ดยกใหญ่ว่าเป็นหลานเนรคุณ กล่าวหาเธอด้วยข้อหาร้ายแรงเช่นนี้ จิรัสยาไม่อยากจะเชื่อ แต่ก็ต้องเปลี่ยนใจ เมื่อย่าพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส แก้ข้อสงสัยให้ตัวเองด้วยการบอกว่ากำลังต้มยาถอนพิษให้ตง

ยาถอนพิษของซิ่วเอ็งได้ผลดีจริงๆ เมื่อหมอจีนพิสูจน์แล้วว่าตัวยามีสรรพคุณถอนพิษได้ทุกอย่าง ทรงกลดหมดความระแวงในตัวหญิงชราทันที เช่นเดียวกับคนอื่นๆ ยกเว้นหมง ที่แสดงอาการเกรี้ยวกราดโพล่งออกไปว่า

ไม่ไว้ใจให้ซิ่วเอ็งต้มยาให้พ่อบุญธรรมอีกแล้ว เดี๋ยวจะอาการหนักยิ่งกว่าเดิม!

ซิ่วเอ็งมองท่าทีโกรธจัดของหมงด้วยแววตาเรียบเฉย ก่อนจะลอบตามไปคุยด้วยอย่างใจเย็น

“อั๊วช่วยลื้อได้นะ เหมือนกับที่อั๊วช่วยลื้อเรื่องนายใหญ่ยังไงล่ะ”

หมงตีหน้าตายทำเป็นไม่รู้ว่าอีกฝ่ายพูดถึงอะไร ซิ่วเอ็งเลยขยายความให้ชัดขึ้น

“อั๊วเข้าใจความจำเป็นของพวกลื้อ ถ้าอีไม่ตาย พวกลื้อก็ต้องตาย เรื่องที่ลื้อเป็นชู้กับเมียนายใหญ่ มันไม่ได้เป็นความลับอีกต่อไปแล้ว ไม่ช้าไม่นาน นายใหญ่ก็ต้องยอมรับความจริง เมื่อถึงเวลานั้นลื้อชะตาขาดแน่!”

“อั๊วต้องการปิดปากอาเหมยลี่เหมือนกัน ถ้าอีเปิดปากเมื่อไหร่ อีได้ลากทุกคนลงเหวไปกับอีแน่!”

สองวายร้ายต่างวัยร่วมกันวางแผนจริงจัง และคงจะวางสำเร็จไปแล้ว ถ้ามุ่ยจะไม่ผ่านมาและแอบได้ยินทุกอย่างเสียก่อน แต่คงเพราะกลัวจนลนลาน เลยทำเสียงดังให้สองวายร้ายรู้สึก ชะตากรรมของมุ่ยเลยต้องขาดแบบกะทันหันไม่นานหลังจากนั้น ด้วยการถูกซิ่วเอ็งเอายาพิษกรอกปากให้ทุรนทุรายจนตาย

ระหว่างที่อาการของตงน่าเป็นห่วง ทรงกลดไล่ทุกคนให้ไปนอน และอาสาเฝ้าพ่อด้วยตัวเอง หมงลอบเข้าหาเหมยลี่ถึงในห้องขัง หวังจะฆ่าปิดปากตามที่ได้ตกลงกับซิ่วเอ็งไว้ก่อนหน้า

เหมยลี่เห็นหน้าชู้รักก็เจ็บจี๊ดที่คอซึ่งโดนบีบเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ถลาเข้าไปทุบตีเขาอย่างบ้าคลั่ง “แกอย่าคิดนะ แกจะหนีเอาตัวรอดไปได้ ฉันจะแฉเรื่องของแกให้หมด ทั้งที่แกพยายามฆ่านายน้อยไม่รู้กี่ครั้ง เรื่องที่แกเป็นชู้กับฉัน...”

หมงไม่ยี่หระ แก้ตัวแกนๆ “ฉันไม่ได้คิดเอาตัวรอดคนเดียว ฉันต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน ถ้าเราโดนจับทั้งคู่ แล้วจะมีประโยชน์อะไร ฉันต้องเล่นละครตบตาคนอื่นให้ตายใจ เพื่อรอโอกาสมาช่วยเธอยังไงล่ะ”

เหมยลี่ยังไม่เชื่อ หมงเลยต้องหว่านล้อมด้วยคำหวานต่างๆ ให้อีกฝ่ายตายใจ และยอมผ่อนท่าทีต่อต้านเขา แล้วก็ได้ผล เหมยลี่หลงคารมเขาเหมือนเคย และตั้งท่าจะหาทางขโมยเงินและหนีไปกับชู้รัก หมงมองมาด้วยความสมเพช เหยียดยิ้มร้าย บอกไม่ให้เป็นกังวลเรื่องนั้น

“เธอไม่ต้องห่วง ที่ที่เธอกำลังจะไปไม่จำเป็นต้องใช้เงินทอง แต่ถ้าเธอต้องการ...ฉันจะส่งตามไปให้”

จบคำก็ยื่นแก้วน้ำส้มผสมยาพิษจากซิ่วเอ็งให้ดื่ม เหมยลี่เกิดอาการประสาทหลอนไม่นานหลังจากนั้น และลงมือเชือดข้อมือตัวเองจนเลือดชุ่มโชกไปทั้งแขน ซิ่วเอ็งตามมาดูผลงานของตัวเองหลังจากนั้น พร้อมเอ่ยกับหมงขำๆ

“เข้าใจหรือยังล่ะ ใช้ยาหลอนประสาทให้อีฆ่าตัวตายเองอย่างนี้ ก็จะไม่มีใครสงสัยหรือพาดพิงมาถึงเราได้”

ooooooo

อันไม่ไว้ใจสถานการณ์ในบ้าน ทำท่าจะไม่ไปนอนตามคำสั่ง แต่อยากไปดูเหมยลี่ที่ห้องขัง เหมือนจะสังหรณ์ได้ว่ามีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น แต่ปอไม่เห็นด้วย ปรามไม่ให้คิดมาก ก่อนจะถามถึงเรื่องความรักของลูกชาย อันมีท่าทีอึดอัด แล้วก็ได้โล่งอก เมื่อพ่อไม่ว่าอะไรเรื่องหยกมณี เพียงแต่อยากให้เขาลำดับความสำคัญดีๆ หน้าที่ต้องมาก่อนหัวใจเสมอ

ด้านจิรัสยา...เห็นสามีหมกตัวในห้องพ่อทั้งวันเลยยกอาหารไปป้อนให้ พยายามต่อรองอยู่นาน กว่าทรงกลดจะยอมกินบ้าง แต่ก็ฝืนได้ไม่กี่คำ ทรงกลดเห็นภรรยาร่างเล็กมีสีหน้าเป็นกังวล เลยพยายามแสร้งยิ้ม และเย้าแหย่ให้เธอหัวเราะเหมือนเคย แล้วก็ได้ผล จิรัสยาถึงกับถอนใจโล่งอก ที่เขายังพอมีอารมณ์ขันบ้าง

“คุณทียิ้มออก ฉันค่อยสบายใจหน่อย ยิ้มไว้นะคะ ยังไงนายใหญ่จะต้องหายดีอย่างแน่นอน”

จบคำก็ยกมือแตะริมฝีปาก ช่วยเขาฉีกยิ้มกว้างๆ ท่าทางน่ารักของเธอ ทำให้ทรงกลดอดไม่ได้ ดึงตัวไปกอด

“รอยยิ้มของเธอต่างหากที่ทำให้ทุกอย่างดีขึ้น”

สองสามีภรรยาคงจะกระเง้ากระงอดกันอีกนาน ถ้าจะไม่สังเกตเห็นอาการของตงเสียก่อน ที่เริ่มจะขยับนิ้วไปมาได้แล้ว ทรงกลดมีท่าทางดีใจอย่างเห็นได้ชัด สบายใจขึ้นมากที่เห็นพ่อมีอาการดีขึ้นแบบนี้

ขณะที่ทรงกลดกับจิรัสยาปลาบปลื้มยินดีที่ตงค่อยๆฟื้น ซิ่วเอ็งซึ่งทราบดีว่ายาถอนพิษที่ปรุงให้จะออก ฤทธิ์เมื่อไหร่ ก็เหยียดยิ้มอย่างใจเย็น แล้วตั้งหน้าตั้งตาบดยานัตถุ์สูตรพิเศษลงขวด ตั้งใจจะเอาไปให้ตงเมื่อถึงเวลา...นี่แค่จุดเริ่มต้นแห่งความทรมานเท่านั้น อีกไม่นานความแค้นอันยาวนานก็จะได้ถูกชำระสักที...

เช้าวันต่อมา...อาการตงก็ดีมากขึ้นจนสามารถนั่งรถเข็นออกไปข้างนอกห้องได้ แต่ซิ่วเอ็งกับหมงก็ไม่ให้ทุกคนในบ้านมีความสุขนาน เอาข่าวร้ายเรื่องเหมยลี่ตายอย่างทุกข์ทรมานและสยดสยองในห้องขังมาบอก!

สภาพศพของเหมยลี่ทำให้ทุกคนต้องเบือนหน้าหนี โดยเฉพาะตง แม้จะไม่ได้รักใคร่ไยดีในตัวเมียเด็กมากนัก แต่ก็ไม่ได้คิดหรือมีความปรารถนาจะให้อีกฝ่ายจบชีวิตตัวเองแบบนี้ หมงแกล้งตีหน้าตกใจ พร้อมประกาศว่าเหมยลี่หนีความผิดด้วยการฆ่าตัวตาย แต่ทรงกลดไม่เชื่อ และคิดว่าเมียเด็กของพ่อถูกใครบางคนฆ่าปิดปากมากกว่า

และผู้ต้องสงสัยคนแรกที่ทรงกลดนึกถึงก็คือหมง ตงมองมาอย่างพิจารณา ไม่ปักใจเชื่อใครทั้งนั้น เลยตัดสินใจสั่งให้เรียกตำรวจมาจัดการสืบสวนเรื่องทั้งหมด ทรงกลดพยายามแย้ง อยากจัดการทุกอย่างเป็นการภายในมากกว่า แต่ตงไม่ยอม เพราะคิดว่าเป็นการดีกว่าจะมีกลุ่มคนที่สามมาไขความจริงเรื่องนี้

ข่าวร้ายเรื่องเหมยลี่ทำให้ทุกคนในบ้านหดหู่ เว่ยเห็นมีแต่คนทำหน้าอมทุกข์ก็อดบ่นเซ็งๆไม่ได้ ว่าบ้านใหม่ของพี่สาวมีแต่เรื่องราวไม่หยุดหย่อน เง็กกับจิรัสยาได้แต่ส่ายหน้าหน่ายๆ คร้านจะเตือนเด็กชายไม่ให้พูดมาก เพราะเท่าที่ได้มาอยู่สุขสบายก็ดีมากแล้ว สามคนแม่ลูกตั้งท่าจะแยกย้ายไปทำงานของแต่ละคน แต่ไม่ทันขยับ เคี้ยงก็โผล่มาหาพร้อมอิก และตะกร้าผลไม้ราคาแพงเป็นของกำนัลมาฝากลูกเมีย

เว่ยเป็นคนรับแทน แต่ทำปั้นป่ึงใส่อีกฝ่ายไม่เลิก เง็กต้องปรามไม่ให้เสียมารยาทและให้เรียกเคี้ยงว่าเจ็ก เคี้ยงไม่ถือสา แต่เลือกจะเปิดประเด็นเรื่องที่อดีตเมียเคยยื่นเงื่อนไขไว้เมื่อคราวก่อน

“เรื่องที่ลื้ออยากให้อั๊วเลิกทำการค้าผิดกฎหมาย อั๊วยังเลิกไม่ได้ตอนนี้ อั๊วมีลูกน้องต้องดูแลเป็นร้อย แต่อั๊วจะค่อยๆเลิกแล้วกันนะ เมื่อไหร่ที่อั๊วมือสะอาด อั๊วจะกลับมาหาลื้ออย่างเต็มภาคภูมิ ลื้อรออั๊วได้ไหมอาเง็ก”

อิกถึงกับหูผึ่ง ไม่คิดมาก่อนว่าเคี้ยงจะยอมเพื่ออดีตเมียขนาดนี้ ส่วนเง็กได้แต่ถอนใจหนักหน่วงแล้วอธิบาย

“ที่อั๊วอยากให้ลื้อกลับตัวกลับใจ ไม่ใช่เพื่ออั๊ว แต่เพื่อตัวลื้อเอง ทั้งโรงฝิ่นทั้งบ่อนของลื้อ ฆ่าคนตายไปแล้วไม่รู้กี่ร้อยกี่พันคน ลื้อไม่รู้หรอกว่าลูกเมียของคนที่ติดฝิ่นติดบ่อนต้องทุกข์ทรมานแค่ไหน”

“ถ้าแก๊งเต่ามังกรมาอยู่ฝ่ายเดียวกับแก๊งเขี้ยวสิงห์...อาจูจะรับอั๊วเป็นพ่อไหม”

“อั๊วไม่รู้ ลื้อต้องถามอีเอง ต่อไปก็ไม่ต้องผ่านมาแถวนี้บ่อยๆล่ะ”

แผนการง้อลูกเมียของเคี้ยงดูท่าจะไม่ค่อยคืบหน้า โดยเฉพาะเรื่องจิรัสยาที่ทำมึนตึงใส่เขาตลอด แต่หัวหน้าแก๊งเต่ามังกรก็ไม่ยอมแพ้ เดินหน้าเผชิญหน้ากับลูกสาวแบบจริงๆจังๆ แม้เธอจะไม่มีทีท่าตอบสนองนัก

“ลื้อรู้ไหมว่าอั๊วเคยบอกอาเง็ก ถ้าเรามีลูกชายจะให้ชื่อว่าอาฮก ถ้ามีลูกสาวก็ให้ชื่อว่าป๋อจู...จิวป๋อจูอั๊วไม่นึกเลยว่าอั๊วจะมีบุญวาสนาได้มีลูกสาวที่เพียบพร้อมอย่างลื้อ สมชื่อป๋อจู...ไข่มุกที่มีค่าจริงๆ”

จบคำก็ทำท่าจะหยิบของบางอย่างให้ แต่จิรัสยาก็โพล่งขัดขึ้นก่อน

“ยังไงหนูก็เป็นอาจูคนเดิม ไม่มีวันที่หนูจะเป็นจิวป๋อจูของเสี่ยได้หรอกค่ะ”

จิรัสยาผละเข้าตึกไปแล้ว ทิ้งเคี้ยงให้ยืนถือของขวัญชิ้นแรกให้ลูกสาวค้างกลางอากาศ

“ป๋อจู...ป๊าอยากให้สร้อยเต่ามังกรกับลื้อ ให้ลื้อเก็บไว้ดูต่างหน้า แต่หน้าป๊า...ลื้อก็ยังไม่อยากจะมอง”

เคี้ยงรำพึงรำพันคนเดียวเศร้าๆ โดยมีอิกมองมาด้วยแววตาสมน้ำหน้า ที่อีกฝ่ายทำตัวน่าสมเพชเช่นนี้

ooooooo

ข่าวการตายของเหมยลี่ทำให้ทุกคนในบ้านเริ่มหวาดระแวง แถมมุ่ยก็หายตัวไปจากบ้าน ปอพยายามตามหา แต่ซิ่วเอ็งก็บอกปัด ว่ามุ่ยขอลากลับบ้านตั้งแต่เมื่อวันก่อน ปอได้แต่เก็บความสงสัยไว้ แต่ไม่ทันสืบหาความจริง ก็ต้องเอาข่าวร้ายกว่าไปแจ้งตง เมื่อลูกน้องมารายงานว่าสุงแห่งแก๊งหงส์ดำตายเสียแล้ว

ตงเสียใจมาก และตัดสินใจไปเคารพศพเพื่อนสนิทรุ่นพี่ด้วยตัวเองในวันต่อมา โดยมีทรงกลดและแก๊งเพื่อนสนิท ทั้งภรพ ธามและคณินตามมาด้วย และหลังจากงานศพหงส์ก็เลือกจะตามแก๊งเพื่อนสนิททั้งสี่ไปทานข้าวที่ฉั่วเทียนเหลาเพราะทั้งหมดไม่ได้เจอหน้ากันมานาน

ทรงกลดกับเพื่อนๆพูดคุยถึงเรื่องการเลือกนายกสมาคมเลือดมังกรคนใหม่ที่กำลังมาถึงในอีกไม่กี่วัน ทั้งหมดสนับสนุนทรงกลดเต็มที่ เพราะรู้ดีว่าสุงส่งมอบตำแหน่งนายกฯให้หัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์คนต่อไปเป็นคนดูแล และทรงกลดก็เหมาะสมกับตำแหน่งนี้มากที่สุด ไม่ว่าเขาจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม

อันซึ่งตามทรงกลดมาด้วย เลยได้เจอกับหยกมณีที่มาทำงาน สองหนุ่มสาวหยอกล้อกันตามประสาคนรัก โดยเฉพาะนักร้องสาว ตื่นเต้นมากที่งานแต่งงานใกล้ความจริงเข้ามาเต็มที

“เฮีย...หยกไม่ต้องการสินสอด ไม่ต้องการงานแต่งงานใหญ่โต ขอให้หยกได้แต่งงานกับเฮียอย่างถูกต้อง ขอให้ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาของเฮียก็พอ”

“ไม่ต้องห่วง เราจะต้องได้แต่งงานกันแน่ เฮียคุยกับเตี่ยแล้ว เตี่ยไม่ขัดข้องอะไร อีกไม่กี่วันสมาคมเลือดมังกรจะเปิดประชุมใหญ่ นายใหญ่จะต้องตัดสินใจเรื่องหัวหน้าแก๊งคนใหม่”

“ถ้านายน้อยได้ขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์ งานเฮียยิ่งหนักไม่ใช่หรือ”

“งานเบาลงต่างหาก เพราะเฮียจะได้ขึ้นเป็นหัวหน้าบอดี้การ์ด เฮียก็ใช้งานลูกน้องไปสิ...จริงไหม”

อันฝันหวานถึงชีวิตคู่กับหยกมณีที่เฝ้ารอ โดยไม่รู้เลยว่าเรื่องทุกอย่างคงไม่ง่ายแบบนั้น โดยเฉพาะเรื่องการเข้ารับตำแหน่งนายกสมาคมเลือดมังกร ที่ธามตัดสินใจมาเตือนทรงกลดด้วยตัวเองว่าเล้งคือคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุด

“แต่เจ็กเล้งไม่เคยมีท่าทีว่าอยากขึ้นมาเป็นใหญ่เลยนี่หว่า”

“ไม่มีใครรู้จักเสี่ยเล้งดีเท่าฉันแล้ว แกอย่าได้ประมาท”

“ไม่ต้องห่วง งานนี้ฉันทุ่มสุดตัว ความดีต้องชนะความชั่วสิวะ”

“ก็ไม่เสมอไป คนดีๆตายด้วยฝีมือคนชั่วๆมานักต่อนักแล้ว”

ยิ้มขมขื่นของธามทำให้ทรงกลดอดแปลกใจไม่ได้ แต่ก็ยืนยันหนักแน่น “ถ้าฉันแพ้การเลือกตั้งนายกสมาคมครั้งนี้ ฉันก็ยินดีจะอยู่กับความพ่ายแพ้ แต่ไม่ยอมอยู่ข้างความไม่ถูกต้อง แต่เราต้องชนะว่ะธาม...เราต้องชนะ!”

หลังแยกจากแก๊งเพื่อนสนิท ทรงกลดก็เดินมาหาอัน เลยได้ทราบข่าวดีของบอดี้การ์ดคนสนิทและนักร้องสาวโดยไม่ได้ตั้งใจ เลยอาสาจะเป็นเจ้าภาพจัดให้อย่างใหญ่โต หยกมณีปลื้มใจมาก อยากให้วันนั้นของเธอกับอันมาถึงเร็วๆ แต่อารมณ์ดีๆของนักร้องสาวก็ต้องหยุดชะงัก เมื่ออิกซึ่งเพิ่งทราบเรื่องงานแต่งมาเยาะเย้ยถากถางพร้อมยื่นข้อเสนอให้ไปคิดดูใหม่...ว่าเธอจะเลือกคนไม่มีอนาคตอย่างอัน หรือคนที่มีตำแหน่งหัวหน้าแก๊งรออยู่อย่างเขา

ooooooo

เรื่องราววุ่นวายในบ้าน โดยเฉพาะเรื่องที่เกิดจากเหมยลี่ ทำให้ตงมองหมงเปลี่ยนไป ไม่น่าไว้ใจเหมือนเมื่อก่อน แต่ถึงกระนั้นก็ตามหาแรงจูงใจไม่พบ ว่าเหมยลี่กับหมงจะลอบฆ่าเขาด้วยสาเหตุอะไร ปอพยายามปลอบไม่ให้คิดมาก แต่ก็ถึงกับพูดไม่ออก เมื่อตงโพล่งถามตรงๆว่าเรื่องหมงกับเหมยลี่เป็นชู้กันนั้นคือความจริงหรือเปล่า

“อั๊วสอนคนแก๊งเขี้ยวสิงห์เสมอว่าศักดิ์ศรีของลูกผู้ชายสำคัญกว่าสิ่งใด แต่ไอ้ศักดิ์ศรีนี่แหละที่ทำให้อั๊วตามืดบอด ไม่ยอมรับความจริง ถึงเวลาแล้วที่อั๊วต้องวางตำแหน่งชื่อเสียงลงแล้วยอมรับความจริง”

“เรื่องการแต่งตั้งหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์ นายใหญ่ตัดสินใจใหม่แล้วใช่ไหมครับ”

“พรุ่งนี้อั๊วจะประกาศแต่งตั้งให้ทรงกลดเป็นหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์!”

หมงแอบได้ยินทุกอย่างจากมุมมืดของห้อง ผลุนผลันออกไปหาซิ่วเอ็งด้วยความร้อนรน และประกาศกร้าวจะฆ่าพ่อบุญธรรมให้ตายโดยเร็วที่สุด ซิ่วเอ็งสาแก่ใจมาก แต่ยังทำใจเย็นถามว่าเกิดอะไรขึ้น อีกฝ่ายถึงต้องเร่งมือขนาดนี้ หมงอธิบายทุกอย่างด้วยใจโกรธแค้น ซิ่วเอ็งเลยสนองด้วยแผนการที่เตรียมไว้ในใจนานแล้วตั้งแต่ได้เจอทรงกลดครั้งแรก

“อั๊วไม่ปล่อยให้อีตายหรอก มันสบายไปอีต้องทรมาน ทรมานจนอยากตายเอง มันถึงจะสาสมกับสิ่งที่อีทำ”

ยานัตถุ์สูตรพิเศษมาถึงมือตงไม่นานหลังจากนั้น และออกฤทธิ์เร็วอย่างที่ซิ่วเอ็งต้องการ จนทรงกลดที่ถูกเรียกตัวเข้าพบเพื่อแจ้งข่าวดีเรื่องตำแหน่งหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์ ยังอดตกใจไม่ได้ที่พ่ออาการทรุดหนักอีกแล้ว

หมอจีนถูกตามตัวอีกครั้งเพื่อวินิจฉัยอาการของตง แต่ก็ดูจะไม่ได้ข้อสรุปอะไร เพราะอาการของตงหนักมากและไม่เหมือนครั้งที่แล้ว ซิ่วเอ็งเลยฉวยโอกาสนี้ ใช้ความไว้วางใจที่ทุกคนมีให้วินิจฉัยอาการของตง

“โรคอย่างนี้เรียกว่าโรคเวรโรคกรรม ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นได้ยังไง รักษาไม่มีทางหาย ยาของอั๊วคงช่วยได้แค่ประทังไม่ให้เป็นอะไรไปมากกว่านี้”

ทรงกลดหน้าเสียเช่นเดียวกับคนอื่นในบ้าน กลัวตงจะเป็นอะไรจริงๆ ซิ่วเอ็งมองทุกอย่างด้วยแววตาร้ายลึก แต่แกล้งทำเป็นสงบเสงี่ยม โดยมีตงมองมาด้วยความสงสัย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะไม่มีแรงขยับตัว

เหตุการณ์ที่เกิดกับตงในระยะหลังทำให้ทรงกลดเครียดมาก จิรัสยาต้องคอยปลอบประโลม และให้กำลังใจไม่ให้เขาท้อหรือสิ้นหวัง ทรงกลดดึงภรรยาร่างเล็กมากอด ซึมซับความรักจากเธอเพื่อเป็นพลังใจ

“เราต้องกล้ายอมรับความจริง ไม่ว่าความจริงจะทำให้เราเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม ฉันไม่เข้าใจอย่างเดียว ทำไมเราต้องเจอเรื่องร้ายๆแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า หรือว่าเธอคือเรื่องดีๆเรื่องเดียวที่เกิดขึ้นในชีวิตฉัน...”

ระหว่างที่ทุกอย่างในบ้านกำลังมีปัญหา ทรงกลดก็ต้องขึ้นรับตำแหน่งหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์ในวันต่อมาตามเจตนารมณ์ของตง โดยมีปอกับอันช่วยจัดการทุกอย่างให้ เรียกประชุมสมาชิกแก๊งแล้วประกาศให้ทราบทั่วกัน

“ผมขอประกาศให้ทุกคนรู้ว่านับตั้งแต่นี้ต่อไป นายน้อยทรงกลดจะขึ้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์ มีอำนาจหน้าที่เทียบเท่านายใหญ่ทุกประการ”

สิ้นคำประกาศของปอ ทรงกลดก็ขยับเดินมาข้างหน้า พร้อมกับคำปฏิญาณหนักแน่น

“ผมจะทำหน้าที่หัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์จนกว่านายใหญ่จะหายป่วย ทุกอย่างจะเป็นไปตามเดิม ผมขอให้ทุกท่านร่วมแรงร่วมใจทำหน้าที่ตัวเองต่อไปเพื่อแก๊งของเรา ผมขอรับรองว่าจะทำหน้าที่แทนนายใหญ่อย่างสุดความสามารถ”

สมาชิกทุกคนโค้งตัวทำความเคารพหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์คนใหม่โดยไม่มีข้อโต้แย้ง เพราะถือว่าทรงกลดคือลูกชายแท้ๆของตงย่อมมีสิทธิ์มากกว่าคนอื่น แต่หมงก็โผล่มาขัดจังหวะเสียก่อน

“ฉันก็เป็นลูกชายของป๊าเหมือนกัน ที่สำคัญ... ป๊ารับปากฉันแล้วว่าจะยกตำแหน่งหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์ให้ฉัน”

“แกไม่ใช่ลูกของป๊าอีกต่อไปแล้ว นับตั้งแต่วันที่แกทำเรื่องชั่วๆวันนั้น”

“ฉันทำอะไร พูดออกมาเลยสิ หรือจะให้ฉันพูดเองว่าฉันทำอะไร คนจะได้รู้ว่าแก๊งเขี้ยวสิงห์มันเน่าเฟะแค่ไหน”

หมงส่งเสียงดังท้าทาย เมื่อไม่ได้ตามที่หวังก็ตั้งใจจะประจานแก๊งให้เสียหาย ซึ่งทรงกลดก็ทราบดีและจัดการให้คนพาตัวออกไป หมงพยายามขัดขืน แต่ก็สู้แรงอันไม่ได้ ทรงกลดได้แต่มองมาหน่ายๆ แล้วประกาศต่อหน้าทุกคน

“ผมขอให้คำมั่นว่า...แก๊งเขี้ยวสิงห์ของเรายังมุ่งมั่นทำในสิ่งดีงาม ฉะนั้น...คนเลวจะอยู่แก๊งของเราไม่ได้!”

ooooooo

หลังพิธีการประกาศตำแหน่งหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์คนใหม่สิ้นสุด ทรงกลดก็ตามมาจัดการลงโทษหมง ที่กล้าโผล่ไปทำเรื่องชั่วต่อหน้าสมาชิกแก๊งคนอื่น แถมเป็นสาเหตุที่เขาปักใจว่าทำให้พ่อมีอาการแบบนี้

“ฉันรู้ว่าแกไม่ได้สวมเขาให้ป๊าเท่านั้น แกยังคิดจะฆ่าป๊าด้วย โทษของแกมีแต่ตายสถานเดียวเท่านั้น!”

ปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบถูกจ่อที่หัวหมง อันอยากจะห้ามแต่รู้ดีว่าเจ้านายหนุ่มคงไม่ยอม ร้อนถึงจิรัสยาต้องห้ามด้วยตัวเอง เพราะไม่อยากเห็นสามีมีบาปติดตัว

“อย่าให้มือคุณเปื้อนเลือดเลยค่ะ คุณต้องขึ้นรับตำแหน่งหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์อย่างเต็มภาคภูมิและขาวสะอาด”

เพราะคำขอของจิรัสยาหมงเลยรอดตัวมาได้ แต่ไม่วายคิดแผนชั่ว ตีหน้าเศร้าขอลาตงเป็นครั้งสุดท้าย ทรงกลดใจอ่อนยอมให้เพราะเห็นแก่พ่อ แต่กลายเป็นว่าหมงใช้โอกาสนี้ทำร้ายจิตใจตงอย่างชั่วช้าที่สุด

“ผมมาลาครับป๊า ผมขอคารวะป๊าเป็นครั้งสุดท้าย... ขอบคุณที่เลี้ยงผมมา แต่อย่าหวังว่าผมจะตอบแทนบุญคุณป๊า ป๊าไม่ได้เลี้ยงผมเป็นลูก แต่ป๊าตั้งใจเลี้ยงผมไว้รับกระสุนแทนมัน!”

พูดจบก็ปลายมือไปทางทรงกลดด้วยความคั่งแค้น ก่อนจะพรั่งพรูความเก็บกดที่อยู่ในใจมานาน

“ไหนล่ะตำแหน่งหัวหน้าแก๊ง ไหนล่ะทรัพย์สมบัติจะให้ผม ไม่มีเลย...ผมหมดประโยชน์แล้วก็กลายเป็นแค่หมาตัวหนึ่ง แต่ไม่เป็นไรหรอกป๊า เพราะสิบปีที่ผ่านมา ผมฉกฉวยทั้งเงินและอำนาจ แล้วก็เมียป๊าด้วย...ผมกับเหมยลี่เป็นชู้กัน นอนด้วยกันใต้จมูกป๊านี่แหละ ทีนี้คงหายโง่แล้ว!”

เหตุการณ์หลังจากนั้นเต็มไปด้วยความวุ่นวาย จิรัสยาถูกหมงเอามีดจ่อคอ เป็นตัวประกันให้ทุกคนปล่อยเขาไปจากที่นี่ ทรงกลดกับอันพยายามจะช่วย แต่ก็เป็นห่วงความปลอดภัยของจิรัสยา

“ฆ่าแกให้ตายยังไม่สะใจเท่านี้เลยว่ะ แกได้ขึ้นเป็นใหญ่ แต่แกจะมีศัตรูเพิ่มไม่รู้กี่เท่า ถึงฆ่าแกไม่ได้ แต่คนรอบข้างแกจะตายแทน แล้วคนที่จะตายคนแรกก็คือคนที่แกรักที่สุด!”

แรงกดที่ต้นคอจิรัสยาแรงขึ้นจนมีเลือดออกซิบ ทรงกลดเจ็บแค้นมาก แต่ทำอะไรไม่ได้มากเพราะห่วงความปลอดภัยของเธอ แต่จิรัสยาก็ใจเด็ด กัดมือหมงและถลาไปหาสามีจนได้ หมงเลยต้องหนีห่ากระสุนแบบไม่คิดชีวิต แล้วก็หนีไปได้ โดยไม่โดนอะไรจริงจัง แค่โดนกระสุนถากๆเท่านั้น

เป็นครั้งเท่าไหร่แล้วไม่รู้ที่จิรัสยาต้องรับเคราะห์เพราะคนอย่างเขา ทรงกลดมองแผลที่คอภรรยาร่างเล็กด้วยแววตารู้สึกผิด เง็กเองก็ไม่ชอบใจ แต่พยายามเก็บอาการ ซึ่งได้ผลดีกว่า เพราะทรงกลดรู้สึกกดดันมากขึ้นว่าต้องระวังและดูแลคนใกล้ตัวดีๆ อย่าให้ต้องมาเสี่ยงชีวิตด้วยแบบนี้อีก

ซิ่วเอ็งรับรู้ทุกอย่างด้วยความสะใจ และไม่รอช้าจะแสดงสีหน้าสาสมใจต่อหน้าตงที่เธอกำลังนวดน้ำมันที่มือให้ ตงถึงกับผวา เห็นความน่ากลัวของอีกฝ่าย แต่ไม่ทันขยับอะไร ปอก็เข้ามารายงานเรื่องหมงเสียก่อน

เรื่องที่หมงต้องหนีกระสุนหัวซุกหัวซุนทำให้ซิ่วเอ็งอดเป็นกังวลไม่ได้ แต่ยังตีหน้าซื่อทำเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไร ก่อนจะมีอารมณ์เดือดพลุ่งพล่านเมื่อปอให้กำลังใจตง ว่าตัดสินใจถูกแล้วที่ให้ทรงกลดเป็นหัวหน้าแก๊งคนใหม่

หลังออกจากห้องตง...ซิ่วเอ็งก็ไปตามหาหมงจนพบที่ตรอกเปลี่ยวๆแห่งหนึ่ง จัดแจงให้ยาสมานแผลที่โดนกระสุนถาก และขอให้หลบไปก่อนรอเวลาอีกไม่นานแผนการทั้งหมดก็จะเป็นจริงสักที...

ooooooo

พิธีมอบตำแหน่งหัวหน้าแก๊งอย่างเป็นทางการถูกจัดขึ้นในเช้าวันต่อมา ตงพยายามจะสวมสร้อยคอรูปเขี้ยวสิงห์ที่เคยดึงจากคอลูกชายคนเดียวเมื่อหลายปีก่อนให้ แต่ก็ไม่มีแรงพอ ทรงกลดเลยรับมาสวมเอง จิรัสยาก้าวมายืนเคียงข้างไม่นานหลังจากนั้น จับมือเขาแน่น ถ่ายทอดกำลังใจว่าเขาจะต้องทำหน้าที่นี้ได้ดีไม่แพ้ตงแน่

แต่ภายใต้โฉมหน้าเรียบเฉยของทรงกลดก็ซ่อนไว้ด้วยความเจ็บแค้นลึกๆ เพราะยังไม่เชื่อว่าพ่อตั้งใจจะมอบตำแหน่งนี้ให้เขาอย่างแท้จริง เลยถือโอกาสพูดด้วยตามลำพังในเวลาต่อมา

“ป๊าคงผิดหวังที่แผนการทุกอย่างต้องพังทลายลง ลูกชายที่อยากกำจัดทิ้ง กลับได้ขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์!”

ตงขยับจะค้าน แต่ก็ไม่มีแรงพอจะเอ่ยอะไร ทรงกลดเลยยังไม่เข้าใจ โพล่งออกไปอย่างเจ็บช้ำ

“แต่ป๊าไม่ต้องเป็นห่วง ป๊ายังเป็นนายใหญ่ของแก๊ง ไม่มีใครแย่งตำแหน่งนี้ไปจากป๊าได้ ผมแค่ช่วยดูแลแก๊งแทนป๊าชั่วคราว ผมไม่ได้บ้าอำนาจอยากเป็นใหญ่อย่างป๊า สำหรับผม...คนที่ผมรักจะต้องมาก่อน แต่ป๊าคงไม่เข้าใจ เพราะคนอย่างป๊าไม่เคยรักใคร...นอกจากตัวเอง!”

ตงพยายามโบกมือเพื่อแก้ไขความเข้าใจผิด แต่ทรงกลดก็ไม่ฟัง ประกาศกร้าว “เมื่อไหร่ที่ป๊าเห็นใครเหมาะสมกว่าผมก็บอกมาเลย ผมพร้อมสละตำแหน่งให้ แล้วผมจะไปจากที่นี่และไม่กลับมาอีก”

จบคำก็ผละจากไป ปอซึ่งได้ยินทุกอย่างโผล่มาหลังจากนั้น ขอร้องให้ตงบอกความจริงเกี่ยวกับอดีตเมื่อหลายปีก่อนให้ทรงกลดทราบ แต่ตงก็ส่ายหน้าทั้งน้ำตา คิดว่าคงไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว...

ในที่สุดวันเลือกนายกสมาคมเลือดมังกรคนใหม่ก็มาถึง เล้งรอคอยวันนี้มานาน จะได้ประกาศศักดาความยิ่งใหญ่ แต่ก็ต้องมาเสียฤกษ์ เมื่อหมงดันโผล่มาขอความช่วยเหลือ เล้งมองด้วยความสมเพช ก่อนจะหูผึ่ง เมื่อหมงบอกว่ามีแผนกำจัดตงให้หายไปจากโลกนี้ เพราะตอนนีี้ชีวิตของอดีตหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์อยู่ในมือเขาแล้ว

เช้าวันเดียวกันที่บ้านทรงกลด...สมาชิกแก๊งเขี้ยวสิงห์มาตั้งแถวอวยพรให้ทรงกลดได้รับเลือกเป็นนายกสมาคมฯสมใจ แต่กำลังใจดีที่สุดก็หนีไม่พ้นจิรัสยาที่เข้ามาควงแขนแล้วพาเขาไปส่งที่รถ

“ฉันขอให้คุณโชคดีนะคะ อย่างที่ฉันเคยอธิษฐานในคืนวันไหว้พระจันทร์ ฉันขอให้คุณได้มีชีวิตอย่างที่ต้องการ”

ทรงกลดจูบหน้าผากเธอเบาๆอย่างแสนรัก ก่อนจะตีหน้าขรึมเมื่อได้อยู่ตามลำพังกับอัน

“ฉันไม่มีวันได้มีชีวิตอย่างที่ต้องการอีกต่อไปแล้ว”

ฟากบ้านเคี้ยง...เต็มไปด้วยบรรยากาศอึดอัด เพราะเจ้าของบ้านลำบากใจที่ต้องเลือกเล้งเป็นนายกสมาคมฯแทนทรงกลดตามสัญญา ซึ่งอาจทำให้เสีย คะแนนนิยมจากลูกเมียที่เพียรง้อมานาน อิกเห็นท่าทางเจ้านายก็พยายามกล่อมให้คิดดีๆ เพราะคนอย่างเล้งคงไม่ยอมให้ใครผิดคำพูดง่ายๆ ที่ผ่านมาก็ไม่เห็นจะมีใครตายดีสักคน!

คำขู่ของอิกทำให้เคี้ยงคิดหนัก ไม่ได้กลัวตายเพราะน้ำมือเล้ง แต่ไม่อยากทำให้เง็กกับจิรัสยาผิดหวังมากกว่า เล้งเองก็เหมือนจะรู้เรื่องนี้ดี เมื่อเจอกันที่หน้าห้องประชุมเลือกนายกสมาคมฯ เลยลองหยั่งเชิง

“เฮียเลิกทำการค้า แต่คงไม่คิดยุบแก๊งเต่ามังกรหรอกใช่ไหม...ตอนนี้ใครๆก็พูดกันว่าแก๊งเต่ามังกรกลายเป็นเต่าหัวหดไปแล้ว เพราะไปซุกใต้ปีกแก๊งเขี้ยวสิงห์ แต่อั๊วยังไม่อยากเชื่อข่าวลือนัก คนอย่างเฮียเคี้ยงคงไม่ยอมสยบใต้เท้าใครง่ายๆ แล้วยิ่งเรื่องผิดคำพูดแล้ว ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่”

“อั๊วจำได้...อั๊วเคยรับปากจะสนับสนุนลื้อขึ้นเป็นนายกสมาคม”

“ขอบคุณที่เฮียยังจำได้ งานนี้อั๊วหวังพึ่งเฮียล่ะนะ หวังว่าเฮียคงไม่ทำให้น้องชายคนนี้ต้องผิดหวัง เพราะเวลาที่อั๊วผิดหวัง...อั๊วมักทำอะไรที่ไม่มีใครคาดคิดเสมอ”

ooooooo

ทรงกลดเข้าห้องประชุมใหญ่ของสมาคมเพื่อลงคะแนนเลือกนายกคนใหม่ พร้อมภรพ ธาม คณินและหงส์ โดยมีแก๊งอื่นๆอีกกว่าสิบแก๊งเข้าร่วมด้วย เล้งและหัวหน้าแก๊งฝ่ายอธรรมอื่นๆ มองเหล่าเลือดใหม่ด้วยแววตาปรามาส ก่อนที่เต็กหัวหน้าแก๊งกระเรียนจะเป็นคนพูดเปิดการประชุม

ธามไม่ไว้ใจพวกเล้ง กลัวจะเล่นสกปรก เลยขอพูดเป็นเสียงให้ทรงกลด “พวกเรารู้กันดีอยู่แล้วว่าแปะสุงมอบหมายตำแหน่งนายกสมาคมให้กับหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์ ผมไม่เห็นความจำเป็นจะต้องสรรหานายกคนใหม่ให้เสียเวลา”

“นั่นเพราะคนที่เป็นหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์คือเถ้าแก่ตง แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว คนหนุ่มอ่อนหัดไร้ประสบการณ์อย่างทรงกลดจะขึ้นเป็นนายก ได้ยังไง ลื้อเพิ่งมาใหม่อาธาม ไม่รู้อะไรอย่าออกความเห็นดีกว่า”

ภรพโพล่งสวนขึ้นอย่างอดไม่ได้ “คนใหม่คนเก่าหรือคนหนุ่มคนแก่มีสิทธิ์มีเสียงเท่าเทียมกันครับเถ้าแก่เกา และผมคิดว่าทรงกลดมีคุณสมบัติครบถ้วนจะขึ้นเป็นนายกสมาคมคนใหม่ได้”

คณินสนับสนุนเพื่อนรักเต็มที่ กวาดตามองสมาชิกคนอื่นแบบกวนๆ “ตอนนี้ผมมองไป...ก็ยังไม่เห็นหัวหน้าแก๊งคนไหนเหมาะสมจะขึ้นเป็นนายกของเราได้เลย หรือใครคิดว่าแน่กว่าแก๊งเขี้ยวสิงห์ก็ก้าวเข้ามา”

คำพูดท้าทายหาเรื่องชวนตีของคณินไม่ช่วยให้สถานการณ์ผ่อนคลาย หรือภาพลักษณ์ของทรงกลดจะน่าเชื่อถือขึ้น แต่กลับกระตุ้นให้เล้งสวนออกมาแบบไม่ไว้หน้า ประกาศความเป็นฝ่ายตรงข้ามเต็มที่

“อั๊วก็ไม่ได้คิดว่าแน่ แต่อั๊วเชื่อว่าอั๊วมีสติปัญญา ความสามารถพอจะรับภาระต่อจากเฮียสุงได้ อาทรงกลด...อั๊วยังไม่ได้ยินเสียงลื้อเลย มีแต่เพื่อนๆลื้อที่ช่วยออกเสียงสนับสนุน ว่าแต่ลื้ออยากทำหน้าที่ผู้นำถิ่นมังกรจริงๆหรือ เอาเวลาไปดูแลอาป๊าของลื้อไม่ดีกว่าหรือ”

ทุกสายตาในห้องหันไปทางทรงกลดเพื่อดูท่าทีและสิงห์หนุ่มก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ก้าวมาประจันหน้า กับทุกคน

“ผมพร้อมจะปฏิบัติตามความต้องการของแปะสุง ที่ให้หัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์ขึ้นเป็นนายกสมาคมเลือดมังกรคนต่อไป ไม่ว่าผมจะต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคใดๆก็ตาม!”

เต็กเหยียดยิ้มเย็น “ในเมื่อมีหัวหน้าแก๊งรับอาสารับหน้าที่นายกสมาคมสองคน เราคงมีทางออกเดียว นั่นคือการลงคะแนนเสียงว่าจะเลือกใครขึ้นเป็นนายก คนหนุ่มไฟแรงหรือผู้อาวุโสที่เพียบพร้อม”

เวลาเดียวกันที่หน้าห้องประชุม...เหล่าคนสนิทหัวหน้าแก๊งต่างๆมารวมตัวและพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกันเงียบๆ แต่อิกก็ทำให้วงแตก บุกไปยั่วโทสะอันด้วยความหมั่นไส้ที่อีกฝ่ายจะได้แต่งงานกับหยกมณี อันไม่หวั่น โต้กลับแบบดุเดือด อิกโมโห ควักมีดพกที่แอบเอามาด้วยจ่อท้องอัน โชคดีที่หลง บอดี้การ์ดมาดกวนของหงส์เข้ามาช่วยไว้ แต่ก็ถูกอันมองมาด้วยความสงสัยเพราะไม่เคยเห็นอีกฝ่ายมาก่อน

หลงเลยแนะนำตัวเองง่ายๆ

อันพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะถามเสียงเรียบว่ามาอยู่กับแก๊งหงส์ดำนานแค่ไหนแล้ว หลงถึงกับทึ่ง

“โห...เฮียหูตาไวจริงๆ ไม่มีใครสังเกตเห็นผมสักคน ผมเหมือนเห็บเหาเกาะคุณหนูหงส์มาตลอด”

อันไม่รอช้า จัดการทดสอบฝีมือหลง และอีกฝ่ายก็ไม่ทำให้ผิดหวัง สวนกลับอย่างคนมีฝีมือ

“ฝีมืออย่างนี้ไม่ได้เป็นแค่เห็บเหาหรอก คุณหนูหงส์โชคดีที่มีมือขวาอย่างนาย ดูแลคุณหนูดีๆล่ะ ยิ่งในเวลานี้ยิ่งไม่น่าไว้ใจ มีนักเลงแปลกถิ่นเข้ามาเยอะผิดปกติแต่ฉันคงไม่ต้องเตือนนาย...”

หลงรับปากอย่างดี ก่อนจะถือโอกาสพูดบางอย่าง “อย่าหาว่าผมอาจเอื้อมเลยนะครับ ดูๆไปเรามีอะไรคล้ายกัน เรามีคนที่ต้องปกป้องด้วยชีวิตเหมือนกัน ไม่มีวันที่จะได้ใช้ชีวิตปกติสุขเหมือนคนอื่น ที่สำคัญ...เราไม่มีวันได้ออกจากวังวนนี้ อย่างที่เขาว่า...วงการนักเลง เข้าแล้วไม่มีใครออกได้”

หลงพูดด้วยท่าทีสบายๆ แต่อันถึงกับชะงัก กลัวจะไม่ได้แต่งงานกับหยกมณีอย่างที่หวังมานาน

ooooooo


ละครซีรีส์เลือดมังกร : สิงห์ ตอนที่ 8 อ่านซีรีส์เลือดมังกร : สิงห์ติดตามละครซีรีส์เลือดมังกร : สิงห์ ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย เจษฎาภรณ์​ ผลดี,มิว นิษฐา จิรยั่งยืน, 28 เม.ย. 2558 09:04 2015-05-01T01:19:46+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ