ข่าว

วิดีโอ



ซีรีส์เลือดมังกร : สิงห์

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก แอคชั่น ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: พิมพ์ธนา

กำกับการแสดงโดย: บัณฑิต ทองดี

ผลิตโดย: บริษัท แอค อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: เจษฎาภรณ์​ ผลดี,มิว นิษฐา จิรยั่งยืน,

อัลบั้ม: เลือดมังกร ตอน สิงห์ ได้ ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ประกบ มิว นิษฐา



เล้งกำลังจะกลับจากบ้านเคี้ยง โดยมีอิกเดินไปส่ง แต่ต้องถอยกลับแทบไม่ทัน เมื่อเจอทรงกลดกับอันมาขวางไว้ สิงห์หนุ่มไม่สนใจหัวหน้าแก๊งมังกรดำสั่งให้หลีก จะไปเอาเรื่องอิกที่ส่งคนไปทำร้ายตนเมื่อวันก่อน เล้งเห็นท่าไม่ดี เลยพยายามไกล่เกลี่ยช่วยอิกด้วยการพูดจากดดันสิงห์หนุ่ม

“ทรงกลด...ฆ่าคนมันง่ายนิดเดียว แต่มันแก้ปัญหาอะไรไม่ได้หรอก ถ้าอาอิกทำผิดต่อลื้อ ก็ให้เฮียเคี้ยงเป็นคนจัดการดีกว่า อย่าทำอะไรข้ามหน้าข้ามตาผู้ใหญ่”

“ผมไว้ชีวิตมันก็ได้ ถ้าหากมันยอมรับว่าใครบงการมัน ถ้ามันไม่บอก...มันก็ต้องตาย!”

พูดจบก็เตรียมเหนี่ยวไกปืน เล้งกลัวอิกจะตายให้เสียเรื่อง เลยพุ่งไปขวาง “ถ้าลื้อฆ่าคน ลื้อจะไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป ลื้อจะกลายเป็นคนมือเปื้อนเลือด กลายเป็นคนบาป พ่อแม่เลี้ยงลื้อมาให้เป็นคนดีไม่ใช่เหรอทรงกลด”

“เสี่ยเล้งพูดถูกนะครับนายน้อย เราจัดการมันด้วยวิธีของเราดีกว่า” อันเห็นด้วย

“โทษแกมันถึงตายไอ้อิก แต่ฉันจะทำให้แกอยากตาย แต่ไม่ตายจะดีกว่า”

เล้งส่ายหน้าเหนื่อยหน่าย แล้วผละไปโดยไม่เหลียวหลัง ไม่กี่อึดใจต่อมา อิกก็ถูกอันลากไปกองตรงหน้าเคี้ยง พร้อมกับการปรากฏตัวของทรงกลด เคี้ยงโกรธมากที่ถูกกล่าวหาเรื่องที่ไม่ได้ทำ อิกต้องสารภาพเพื่อเอาตัวรอด อันเลยถือโอกาสถามแทนเจ้านายหนุ่ม ว่าหัวหน้าแก๊งเต่ามังกรจะรับผิดชอบการกระทำของมือขวาคนสนิทยังไง

“ลื้อก็จับมันส่งตำรวจสิ แต่พวกลื้อไม่มีหลักฐานอะไรใช่ไหมล่ะ”

ทรงกลดแกล้งตีหน้าเซ็ง แล้วพูดเสียงเหี้ยม “มันเสียเวลาน่ะเสี่ย ที่เรามานี่ก็แค่จะช่วยสั่งสอนคนของเสี่ย เสี่ยกับลูกน้องจะได้เรียนรู้ไปพร้อมๆกันว่าแก๊งดีๆเขาสั่งสอนลูกน้องกันยังไง...คุกเข่าขอขมาฉันเดี๋ยวนี้!”

อิกกัดฟันกรอด ทำท่าจะไม่ยอม แต่ก็ถูกเคี้ยงบังคับ เพราะโกรธที่ถูกพวกแก๊งเขี้ยวสิงห์หยามหน้า

“ลื้อมันหาเรื่องใส่ตัวจริงๆอาอิก ทำตามที่อาทรงกลดบอก!”

อิกต้องยอมคุกเข่าเอาหัวโขกพื้นต่อหน้าทรงกลด เคี้ยงถึงกับเบือนหน้าหนี เจ็บใจมากต้องเสียหน้าแบบนี้

หลังจัดการอิกเรียบร้อย อันก็แยกไปรับหยกมณีที่ฉั่วเทียนเหลา นักร้องสาวโผเข้าหาด้วยความคิดถึงและโล่งใจ ก่อนจะทุบเขาไม่ยั้งที่ทำให้เธอต้องใจเสียแบบนี้ อันโอบกอดปลอบเสียงอ่อน นักร้องสาวถึงสงบลงบ้าง แต่ไม่วายน้อยใจที่ชายคนรักห่วงแต่ทรงกลด จนตัวจะตายก็ไม่คิดเสียดาย อันมองมาอย่างรู้ทัน สัญญาจะดูแลตัวเองอย่างดี ไม่ใช่แค่เพื่อทรงกลด...แต่เพื่อเธอด้วย

“ไม่มีใครดูแลหยกได้ดีกว่าเฮีย และเฮียจะไม่ให้ใครมาทำหน้าที่แทนด้วย เฮียจะอยู่กับหยกให้นานที่สุด”

“หยกอยากกลับไปเป็นเด็ก ไม่ต้องคิดอะไร ไม่ต้องกลัวว่าอนาคตจะเป็นยังไง ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขไปวันๆ”

อันถอนใจเบาๆ “เราคิดแต่ความสุขของตัวเองไม่ได้หรอก เราต่างมีหน้าที่ต้องทำ หยกมีหน้าที่ร้องเพลงให้คนอื่นมีความสุข เฮียก็มีหน้าที่ปกป้องคุ้มครองนาย คนบางคนเกิดมามีชีวิตเพื่อคนอื่น...”

“เหมือนเฮียอันมีชีวิตเพื่อนายน้อย”

อันส่งยิ้มบางๆให้ ก่อนจะเอ่ยเสียงเบาแต่หนักแน่น “ไม่ใช่...เฮียมีชีวิตเพื่อหยกต่างหาก”

ooooooo

ทรงกลดนั่งมองปิ่นของจิรัสยาในมือด้วยแววตาอ่อนแสง ความรักและคิดถึงถาโถมจนแทบทนนิ่งเฉยต่อไปไม่ไหว แค่คิดว่าจะไม่ได้เจอเธออีกเพราะแม่ของเธอไม่ยินยอม ก็ทำให้ใจเขาร้อนรน

“เรื่องของเราจะไม่จบแบบนี้ ไม่...ไม่เป็นอันขาด!”

เช่นเดียวกับจิรัสยา ทรุดตัวนั่งในห้องด้วยท่าทางเหงาหงอย ก่อนจะหยิบปืนกระบอกเล็กที่ทรงกลดเคยให้ติดตัวไว้ตอนติดอยู่ด้วยกันที่ศาลเจ้าร้างมาลูบเบาๆ คิดถึงเขาจับใจ...แต่เธอจะได้เจอเขาอีกหรือ

คืนเดียวกันที่โรงฝิ่นของเล้ง...เคี้ยงเจ็บแค้นที่โดนทรงกลดมาหยามหน้าถึงบ้าน เลยลากอิกไปหาหัวหน้าแก๊งมังกรดำให้จัดการ เล้งมองไปทางอิกด้วยแววตาเคร่งขึ้น ก่อนจะช่วยพูดไกล่เกลี่ย

“อาอิกทำเพราะจงรักภักดี มันทนเห็นเฮียโดนทรงกลดหยามเกียรติไม่ได้ เฮียยกโทษให้มันสักครั้งเถอะครับ”

“ถ้ามันแค่สั่งสอนไอ้ทรงกลดเบาะๆก็พอไหว นี่มันคิดจะเอาถึงตาย มันไม่รู้เหรอว่ามันเล่นอยู่กับใคร ไอ้ทรงกลดมันไม่จบแค่นี้หรอก อั๊วรู้สันดานมันดี...ถ้าใครคิดฆ่าลูกอั๊ว อั๊วไม่เอาไว้หรอก ลื้อคิดว่าลื้อจะทำอะไรได้”

เล้งปรายตาไปทางอิกเคืองๆที่หาเรื่องมาให้ ก่อนจะแสยะยิ้มร้ายเมื่อพูดถึงตง

“เถ้าแก่ตงแห่งแก๊งเขี้ยวสิงห์ผู้ยึดมั่นในคุณธรรมความดี แล้วเฮียจะแปลกใจที่มีคนดีสุดประเสริฐอยู่บนโลกใบนี้ แต่อั๊วคงช่วยได้แค่ชี้ทางให้ อาอิก...ถ้าคราวนี้ลื้อรอดไปได้ ก็ถือเป็นบุญของลื้อ แล้วอย่าทำเรื่องพลาดอย่างนี้อีกล่ะ”

เช้าวันต่อมา...ตงเดินออกกำลังพร้อมกับหมง เห็นทรงกลดเลยสั่งให้อยู่บ้านรอตำรวจมาสอบปากคำเรื่องที่อิกลักพาตัวไปเมื่อวันก่อน แต่สิงห์หนุ่มกลับปฏิเสธ ไม่ต้องการความช่วยเหลือจากตำรวจ เพราะจัดการเองได้

“ลื้ออย่ามาทำตัวเป็นศาลเตี้ย ใครผิดก็ว่ากันไปตามกฎหมาย”

“ไอ้อิกมันแค่ลูกสมุน มีคนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ ซึ่งไม่ใช่เสี่ยเคี้ยง...แต่เป็นคนอื่น ไม่ใกล้ไม่ไกลนี่แหละ”

สายตากล่าวหาของทรงกลดทำให้หมงเริ่มร้อนรน โต้เสียงกร้าว “นี่นายน้อยกล่าวหาว่าผมเป็นคนสั่งไอ้อิกลักพาตัวนายน้อยไปงั้นหรือครับ ผมไม่มีวันทำร้ายคนในครอบครัวของเราหรอก...ไม่มีวัน!”

“ฉันไม่เคยเห็นแกเป็นคนในครอบครัวฉัน”

หมงถึงกับผงะ อันซึ่งยืนเงียบอยู่นานเลยได้ทีแกล้งแหย่

“นายน้อยยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะครับ แต่ดูเหมือนคุณหมงจะร้อนตัวไปเอง”

ตงพยายามปรามทั้งสองฝ่าย แต่ดูเหมือนทรงกลดจะไม่ยี่หระ “ไหนๆแกก็หลุดปากออกมาแล้ว แกจะสารภาพความผิดเลยตอนนี้ หรือว่ารอให้ฉันลากไอ้อิกมา รับรองว่าฉันมีวิธีเปิดปากมันได้แน่”

ตงกำลังจะหมดความอดทน แต่ก็ต้องยั้งท่าทีไว้ก่อน เมื่อปอมารายงานว่าเคี้ยงพาอิกมาขอขมาทรงกลด สิงห์หนุ่มไม่อยากเชื่อหู รีบผละไปดูพร้อมกับอัน คิดว่าหัวหน้าแก๊งเต่ามังกรต้องมีแผนอะไรในใจมากกว่า

แล้วก็เป็นดังคาด ท่าทางโวยวายและสำนึกผิดเกินกว่าเหตุของเคี้ยงกับอิกทำให้ทรงกลดกับอันต้องมองหน้ากันเครียดๆ แต่ถึงกระนั้น...หัวหน้าแก๊งเต่ามังกรก็ไม่ยี่หระ ประกาศกร้าวให้อิกรับผิดชอบการกระทำของตัวเอง

“อั๊วคิดทั้งคืน...แค่คุกเข่าขอโทษลื้อ มันยังไม่สาสมกับความผิดของมัน โทษของมันมีสถานเดียวคือตาย!”

ขาดคำ อิกก็คุกเข่าเอาหัวโขกพื้นอย่างแรงเป็นการขอขมาและทำโทษตัวเอง ตงเห็นมือขวาคนสนิทของเคี้ยงหน้าผากเลือดไหล เลยสั่งให้หยุด โดยมีอันกับปอเข้าไปดึงตัวไว้ อิกตีหน้าเศร้า โพล่งออกไป

“ผมสำนึกผิดแล้วจริงๆครับ ผมจะไม่มีวันทำร้ายนายน้อยอีก...ผมสาบาน!”

ตงส่ายหน้าเหนื่อยหน่าย บอกให้แขกทั้งสองกลับไปได้ แล้วผละไปพร้อมกับปอ ทิ้งเคี้ยงให้ส่งสายตาเจ้าเล่ห์กับอิก กลั้นยิ้มแทบแย่ที่ทุกอย่างเป็นไปตามที่เล้งพูดทุกอย่าง ทรงกลดกับอันแทบคลั่ง ส่งสายตาเดือดดาลไปให้ แต่เคี้ยงกับอิกก็ไม่สะทกสะท้าน หัวเราะเยาะเบาๆ ก่อนจะขอตัวกลับ...ไม่ต้องไปส่งนะ พวกอั๊วกลับเองได้

ooooooo

เคี้ยงกับอิกกลับไปนานแล้ว ทรงกลดเจ็บใจมากที่โดนเอาคืน ถูกหยามถึงถิ่น เลยไม่รอช้าตามไปต่อว่าพ่อที่ปล่อยพวกแก๊งเต่ามังกรกลับง่ายๆ แต่ตงก็ไม่มีท่าทีสะทกสะท้านกับถ้อยคำต่อว่าของลูกชายเลย

“คนทำเรื่องเลวๆมาทั้งชีวิต จะให้เปลี่ยนเป็นคนดีชั่วข้ามคืนคงเป็นไปไม่ได้ แต่เราก็ควรจะให้โอกาสคน”

“แล้วที่นายใหญ่บอกว่าจะส่งไอ้อิกไปให้ตำรวจจัดการ” อันแย้ง

“อาอัน...ลื้อไม่มีสิทธิ์ถาม ทุกคนต้องทำตามคำสั่งนายใหญ่เท่านั้น” ปอปรามลูกชาย

“แต่อาอันก็พูดถูกนะครับแปะปอ...ยังไงไอ้อิกก็ควรจะได้รับโทษตามกฎหมาย” หมงขัดขึ้น

“แกอย่ามาทำเป็นพูดดีหน่อยเลย อย่าคิดนะว่าแกจะพ้นความผิดไปได้” ทรงกลดสวน ตงเห็นทุกคนเถียงกันไม่หยุด เลยเริ่มจะทนไม่ไหว โพล่งออกไปเสียงเข้ม “หยุดกล่าวหาอาหมงได้แล้ว อาอิก รับสารภาพ แล้วลื้อยังต้องการอะไรอีก ลื้อเกลียดอาหมงจนหน้ามืดตามัว ไม่รู้อะไรถูกอะไรผิด ลื้อรู้ไหมว่าทำไมอั๊วถึงยอมปล่อยอาอิกไป เพราะอย่างน้อยอีก็ทำเพื่อเจ้านาย แล้วที่อีผูกใจเจ็บลื้อ ก็เพราะลื้อไปหาเรื่องก่อน”

ทรงกลดสะเทือนใจมาก แต่ยังตีหน้าเข้ม ตอกกลับเสียงกร้าว “สรุปว่าผมแส่หาเรื่องเอง ถ้าผมตายก็สมควรแล้วใช่ไหมครับ ได้...ถ้าป๊าจะให้จบ ผมก็จะยอมจบ ชีวิตผมมันไม่มีค่าพอให้ป๊ามาเสียเวลาด้วยอยู่แล้ว!”

ด้านจิรัสยา...กลับไปช่วยแม่กับน้องชายหาบขนมถ้วยขายเหมือนเดิม เพราะเง็กยื่นคำขาดไม่ให้เธอกลับไปทำงานกับทรงกลด แต่ที่ทำให้ทุกคนในบ้านเครียดหนัก ยกเว้นซิ่วเอ็ง คงหนีไม่พ้นสายตากล่าวหา ตราหน้าจากคนละแวกบ้าน เพราะได้ยินมาว่าสาวร่างเล็กได้งานกับบริษัทใหญ่โต แถมเพิ่งถูกลักพาตัวหายไปกับเจ้านายหนุ่ม

เง็กสงสารลูกไม่น้อย แต่อยากตัดไฟแต่ต้นลมเลยพยายามตัดบท ไล่ให้ลูกชายลูกสาวออกไปขายของ โดยมีสายตาเจ้าเล่ห์ปนสาสมใจของซิ่วเอ็งมองตาม...มีหวังขึ้นมาทันที เพราะมีแผนล้างแค้นพวกแก๊งเขี้ยวสิงห์ในใจแล้ว

ฟากทรงกลด...หัวข้อสนทนาของคนบ้านจิรัสยา กระวนกระวายใจเรื่องผู้ช่วยสาวจนไม่เป็นอันทำงาน แม้อันจะปลอบให้ทำใจเท่าไหร่ เขาก็ทำใจไม่ได้ ผลุนผลันออกจากบริษัทจะไปพูดกับเธอให้รู้เรื่อง แล้วก็สมใจอยาก เมื่อเขาผ่านไปเจอจิรัสยากับเว่ยหาบขนมขายแถวหน้าศาลเจ้าและทันได้ยินผู้ช่วยสาวปฏิเสธข้าวกล่องจากน้องชาย

“เจ๊กินไม่ลงหรอก ทำไมวันนี้ขายไม่ดีเลย”

“ค้าขายก็แบบนี้แหละ ขายดีบ้างไม่ดีบ้าง เจ๊ไม่ต้องห่วงเรื่องเงินหรอก เดี๋ยวรอให้ม้าใจเย็นลงแล้วค่อยขอม้ากลับไปทำงานกับเฮียทรงกลดใหม่ เดี๋ยวผมจะแอบไปบอกม่าให้ช่วยพูดด้วย ม่าเองก็อยากให้เจ๊กลับไปทำงาน”

ท่าทางจ๋อยๆของพี่สาวทำให้เว่ยอยากจะเข้าไปปลอบ แต่ก็ต้องชะงัก เมื่อสบเข้ากับแววตาดุดันของสิงห์หนุ่ม ทรงกลดส่งสัญญาณมือไปทางศาลเจ้า เว่ยหยักหน้าหงึกหงัก แล้วจัดการให้ตามที่ขอจิรัสยาเดินเข้าไปสักการะเทพเจ้าแห่งการค้าขายในศาลเจ้างงๆ อดแปลกใจกับท่าทีประหลาดของน้องชายไม่ได้ ที่จู่ๆก็อยากให้เธอมากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เผื่อวันนี้จะขายขนมได้ดีขึ้น แล้วก็ถึงบางอ้อเมื่อเจอทรงกลดที่ด้านใน

“ท่านศักดิ์สิทธิ์จริงๆ เธออธิษฐานขอให้ได้เจอฉัน แล้วก็ได้เจอจริงๆ”

จิรัสยาถอนใจยาว ลุกหนีดื้อๆ แต่ก็ถูกทรงกลดขวางไว้ ขอร้องให้คุยกันดีๆ

“เราอย่าเจอกันอีกเลยค่ะคุณที”

“เธอไม่ต้องกลับไปทำงานกับฉันก็ได้ แต่ขอให้ฉันได้มาเจอเธอบ้างได้ไหม”

“ฉันไม่อยากทำให้อาม้าต้องไม่สบายใจค่ะ”

“ฉันต้องทำยังไง อาม้าของเธอถึงจะเปลี่ยนใจ”

“ไม่มีอะไรเปลี่ยนใจม้าได้หรอกค่ะ และไม่มีอะไรเปลี่ยนใจฉันได้เหมือนกัน อาม้าของฉันลำบากมาทั้งชีวิต แทบหาความสุขไม่ได้ อะไรที่ทำให้อาม้าได้ ฉันจะต้องทำ หวังว่าคุณคงจะเข้าใจนะคะ”

พูดจบก็ผละไปนอกศาลเจ้า ทรงกลดถลาตามติด คว้ามือเธอไว้ไม่ให้เดินหนี

“ฉันเข้าใจ...แต่ฉันจะไม่ยอมแพ้ ฉันบอกว่าจะดูแลเธอ ฉันก็จะต้องทำตามที่พูดเหมือนกัน หรือว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เราผ่านมาด้วยกันไม่มีความหมายอะไรเธอเลย”

“พอเวลาผ่านไป คุณก็จะลืมทุกอย่างเอง”

“เธอตอบคำถามฉันมาก่อน เรื่องของเราไม่มีความหมายเลยใช่ไหม...มองตาฉัน แล้วตอบมา”

สายตาคาดคั้นของทรงกลดทำให้จิรัสยาใจเต้นรัว แต่ไม่ทันตอบ สองหนุ่มสาวก็ผละจากกันแทบไม่ทัน เมื่อเง็กโผล่มาพร้อมซองเงินเดือนล่วงหน้าของลูกสาว ยื่นคืนให้สิงห์หนุ่ม

“เจอลื้อก็ดีแล้ว อั๊วกำลังจะไปหาลื้อพอดี...เอาเงินของลื้อคืนไป ต่อไปนี้ก็ไม่มีอะไรติดค้างกันแล้ว”

“ซิ่มเชื่อผมเถอะนะครับ ต่อไปผมจะไม่ให้อาจูต้องตกอยู่ในอันตรายอีก ผมรับปากได้เลยว่าผมจะปกป้องอาจู”

“ไม่ต้องมายุ่งกับลูกสาวอั๊ว”

“ให้โอกาสผมได้พิสูจน์ตัวเอง ผมไม่ได้เป็นคนของแก๊งไหน ผมไม่เคยทำร้ายใคร ไม่เคยทำผิดกฎหมาย”

“ไม่ต้องพูดต่อ ยังไงอั๊วก็ไม่ให้ลื้อเจอกับอาจูอีก”

“คนอย่างผม...เดินหน้าแล้วไม่เคยถอยหลัง ถึงซิ่มจะห้ามอาจูได้ แต่ห้ามผมไม่ได้ ผมไม่มีวันปล่อยอาจูไป!”

ooooooo

ถึงจะประกาศกร้าวไม่ยอมแพ้เรื่องจิรัสยา แต่ทรงกลดก็ต้องใจไม่ดี เมื่อเง็กยื่นคำขาด ไม่ยอมให้ลูกสาว เจอหน้าหรือกลับไปทำงานที่ตงวานิชอีก ส่วนอัน... ยังไม่รู้เรื่องเจ้านายหนุ่ม มัวถอนใจเหนื่อยหน่าย ที่ต้องรับมือกับกองเอกสารมหาศาล หยกมณีแวะมาหา และชวนเขาไปกินกลางวันด้วยกัน

แต่ไม่ทันขยับไปไหน สองหนุ่มสาวก็ต้องชะงัก เมื่อหมงปราดมาขวาง ขอให้บอดี้การ์ดหนุ่มไปคุยด้วยที่ห้องทำงาน และปรายตามองไปทางหยกมณีเหยียดๆ

“แต่ตอนนี้ไม่ว่างก็ไม่เป็นไร เจ้านายกับลูกน้องนี่ไม่ต่างกันเลยนะ เรื่องผู้หญิงมาก่อนงานเสมอ แล้วนี่เจ้านายไม่อยู่เหรอ คงไม่ได้ไปเดินทะเล่อทะล่าให้โจรหน้าโง่ที่ไหนจับตัวไปอีกล่ะ”

อันพยายามข่มโทสะ โต้กลับเสียงเย็น “นายใหญ่สั่งไม่ให้พูดเรื่องนี้อีก หรือว่าคุณหมงไม่อยากให้เรื่องนี้จบ คุณหมงคงคิดเหมือนผม ไอ้คนชั่วตัวจริงยังลอยนวลอยู่ใช่ไหมครับ”

หมงแค้นมาก แต่ทำได้แค่แหวกลบเกลื่อน “ไม่พูดก็ไม่พูด อย่าลืมเตือนนายน้อยเรื่องประชุมบ่ายนี้ล่ะ”

หยกมณีหน้าม้าน อดสะเทือนใจไม่ได้ที่ประวัติโชกโชนของเธอ ทำให้หนุ่มคนรักถูกหยามหน้า แต่อันก็ไม่คิดมาก แถมเสนอตัวจะแต่งงานกับเธอเพื่อพิสูจน์ความรักและความจริงใจ

“เรื่องแต่งงานไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับหยก เราได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างนี้ หยกก็พอใจแล้ว แต่ขอหยกมาแสดงตัวหน่อย ถ้าเผื่อใครอยากได้เฮียไปเป็นเขย จะได้รู้ว่าเฮียอันคนนี้มีเจ้าของแล้ว”

อันส่งยิ้มบางๆให้ ชื่นใจนักที่หยกมณีแสดงความหวงแหนในตัวเขา จนอดเย้าขำๆไม่ได้ นักร้องสาวเบ้หน้างอนๆ ก่อนจะพูดราวกับรู้ใจว่าเขาคงไม่มีแก่ใจคิด

เรื่องแต่งงานกับเธอเร็วๆนี้แน่ เพราะยังควานหาตัวคนบงการที่ลักพาตัวทรงกลดไปเมื่อวันก่อนไม่ได้ อันมองมาอย่างค้นหา ก่อนจะสั่งขาด ไม่ให้เธอยุ่งหรือตามสืบเรื่องนี้

แต่มีหรือหยกมณีจะเชื่อ เพราะความรักที่มีต่ออันแท้ๆทำให้เธอยอมเสี่ยง หาโอกาสไปเจอหมงหลังแยกกับคนรัก พร้อมกับอ่อยเหยื่อให้อีกฝ่ายตายใจ ว่าเธอมีข่าวเกี่ยวกับแก๊งอื่นๆในเยาวราชมาแลกเปลี่ยน

ฟากทรงกลด...เหนื่อยใจไม่น้อยที่ถูกเง็กขัดขวางไม่ให้ติดต่อกับจิรัสยา เลยเข้าไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในศาลเจ้าแก้เซ็ง ซินแสง้วงผ่านมาเห็นเลยมาคุยด้วยท่าทีมีเมตตา พร้อมคำคมเหมือนเคย

“เทพเจ้าแห่งโชคลาภคุ้มครองผู้กล้าหาญเสมอ แต่ไม่ว่าคิดการสิ่งใดก็ขอให้พยายามถึงที่สุด ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นยังไง ก็สุดแล้วแต่ฟ้าจะลิขิต”

“แต่ผมคิดว่าถ้าเราพยายาม ไม่ว่ายังไง เราก็ต้องได้สิ่งที่ต้องการ ผมไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาหรอกครับซินแส”

“คนเราไม่ได้ทุกสิ่งที่ต้องการ ถ้าลื้ออยากให้คนยอมรับนับถือ ลื้อก็ต้องพิสูจน์ด้วยความกล้าหาญ ไม่ใช่บ้าบิ่น”

“ผมรู้ว่าผมเป็นใคร ผมไม่ต้องการการยอมรับ... ไม่ว่าจากใคร”

ท่าทางแข็งขืนของทรงกลด ทำให้ซินแสง้วงอดอ่อนใจแทนตงไม่ได้ แต่ถึงกระนั้น...ก็ไม่อยากเซ้าซี้หรือพูดอะไรมากกว่านี้ เลยเปลี่ยนไปทักเรื่องดวงความรักของสิงห์หนุ่มแทน ว่าจะมีเรื่องแปลกๆเกิดขึ้น

“คนเราก้าวพลาดครั้งเดียวต้องเสียใจไปตลอดชีวิต แต่ลื้อก้าวพลาดแล้วกลับเกิดเรื่องน่ายินดี”

ซินแสง้วงพูดจบก็ทำท่าจะผละไป แต่ทรงกลดยังคาใจ เลยตามไปถาม แต่กลับได้คำตอบเป็นนัยๆแทน

“ที่จริงเรียกว่าก้าวพลาดก็ไม่ถูกต้องนัก เพราะลื้อไม่ได้เป็นคนทำเอง แต่เป็นฝีมือคนอื่น แต่นี่อาจจะเป็นเรื่องดี สิ่งที่ลื้ออธิษฐานขอจากเทพเจ้าจะเป็นจริงในไม่ช้านี้”

ทรงกลดหน้าแดง รีบปฏิเสธว่าไม่ได้ขอพรเรื่องความรัก ซินแสง้วงได้แต่ส่ายหน้า แซวยิ้มๆ

“ลื้อถึงวัยต้องคิดเรื่องคู่ครองแล้ว อยากรู้ไหมล่ะว่าผู้หญิงคนนี้เป็นเนื้อคู่ของลื้อหรือเปล่า แต่นั่นแหละ...ลื้อไม่เชื่อเรื่องโชคชะตาฟ้าลิขิตอยู่แล้วนี่ แต่มีเรื่องที่อั๊ว

อยากให้ลื้อรู้ไว้ อาทรงกลด...ลื้อเกิดมาเพื่อเป็นสิงห์ หัวใจของลื้อก็เป็นสิงห์ ถ้าโอกาสมาถึงมือลื้อเมื่อไหร่ อย่าได้ปฏิเสธหน้าที่ที่ลื้อต้องทำ...หน้าที่ของผู้นำ”

ทรงกลดนิ่งไปอึดใจ อยากจะคุยกับซินแสง้วงต่อ แต่ไม่ทันได้เอ่ยปาก ก็ต้องรีบกลับบ้านตามคำรายงานของอันซึ่งวิ่งมาตาม เพราะมีเรื่องสำคัญต้องไปจัดการโดยด่วน!

ooooooo

เรื่องสำคัญของทรงกลด คือการที่ตงออกคำสั่งให้เขาต้องมีผู้ติดตามเป็นฝูง หลังเหตุการณ์ลักพาตัวเมื่อหลายวันก่อน ทำให้ตงไม่อาจวางใจให้ลูกชายคนโตไปไหนมาไหนตามลำพัง สิงห์หนุ่มโกรธมาก อาละวาดกับพ่อเสียงลั่น ประกาศจะดูแลตัวเองเหมือนที่ผ่านมา ตงแหวกลับอย่างเหลืออด

“ลูกชายของแก๊งเขี้ยวสิงห์ ถ้าอั๊วปล่อยให้ลื้อตาย คนจะหมดความน่าเชื่อถือ ไม่มีใครเกรงกลัวอีกต่อไป”

ตงพูดออกไปตามใจคิด แต่ทรงกลดกลับเข้าใจว่าพ่อห่วงชื่อเสียง จนไม่สนใจความรู้สึกเขา สองพ่อลูกเลยยิ่งทะเลาะกันหนัก ยิ่งเมื่อตงบอกเรื่องจะแต่งตั้งหมงเป็นหัวหน้าแก๊งในอีกไม่กี่วัน ยิ่งทำให้สิงห์หนุ่มหมดความอดทน

“ป๊าจะบอกว่าให้ผมรักษาชีวิตไว้จนกว่าจะถึงวันงานใช่ไหมครับ ถ้าหลังจากนี้ผมจะตายก็ไม่เป็นอะไรแล้ว”

ตงหน้าตึง ปอต้องเข้ามาไกล่เกลี่ย ไม่อยากให้พ่อลูกผิดใจกันไปมากกว่านี้ แต่ทรงกลดก็ไม่ยอมลงให้พ่อ

“ผมฟังถูกแล้วล่ะครับแปะ ที่ผมตายไม่ได้เพราะต้องรักษาชื่อเสียงของแก๊งเขี้ยวสิงห์ อย่าให้ใครมาลูบคมง่ายๆ ไม่ต้องห่วงนะป๊า ผมไม่เคยพลาดเป็นครั้งที่สอง ป๊าเตรียม งานฉลองหัวหน้าแก๊งคนใหม่ได้อย่างสบายใจเลยครับ!”

ทรงกลดผลุนผลันออกไปแล้วด้วยท่าทางหัวเสียที่สุด อันต้องขอร้องให้ยกเลิกคำสั่ง ตงถอนใจเหนื่อยหน่าย เอ่ยปากอนุญาตเพื่อตัดปัญหา อันเลยผละตามสิงห์หนุ่มไป ปอมองตามด้วยแววตานิ่งสงบ แล้วหันไปปลอบตงว่ายังมีวิธีอื่นอีกที่พวกเขาจะสามารถคุ้มครองดูแลทรงกลดได้

หมงได้ยินทรงกลดกับตงมีปากเสียงกัน จนก่อเกิดความไม่สบายใจ ด้วยเกรงว่าตำแหน่งหัวหน้าแก๊ง

เขี้ยวสิงห์จะไม่แน่นอน เหมยลี่ตามมาปลอบให้ทำใจให้สบาย เชื่อว่าตงไม่เปลี่ยนใจแน่ ก่อนจะเบิกตาโพลง เมื่อเห็นรอยลิปสติกสีแดงจางๆบนหน้าเขา ซึ่งหยกมณีแกล้งฝากไว้ตอนที่คุยกันเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน

“หมง...เธอจะทำกับฉันอย่างนี้ไม่ได้นะ ไม่งั้นฉันจะเปิดโปงทุกอย่าง”

หมงหน้าเจื่อน แก้ตัวแบบขอไปที “ฉันไม่ได้ไปมีผู้หญิงที่ไหน พาลูกค้าไปเลี้ยงดูปูเสื่อเท่านั้น ฉันอยากยกย่องเธอออกหน้าออกตา แต่อย่าลืมสิ...ถึงฉันได้ขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์ เธอก็ยังเป็นเมียป๊าอยู่ ฉันจะทำอะไรได้”

เหมยลี่หยุดโวยทันที คิดไม่ตกจะจัดการยกระดับตัวเองเช่นไร หมงเหยียดยิ้มร้าย ดึงเธอมากอดปลอบ ก่อนจะเปรยเบาๆที่ข้างหู “อย่าเพิ่งคิดมาก เดี๋ยวเราก็คิดออก แต่เราสองคนต้องเชื่อใจกัน...เข้าใจไหม”

ด้านเง็ก...ประสาทเสียและหวาดระแวงถึงขีดสุด เลยตัดสินใจจะย้ายบ้านในวันต่อมา แม้เว่ยกับจิรัสยาจะทัดทานเท่าไหร่ก็ไม่สำเร็จ เง็กยืนกรานให้สองพี่น้องช่วยกันเก็บข้าวของออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด อย่าอยู่ต่อและพัวพันกับแก๊งมาเฟียให้ชีวิตเสี่ยงตายมากไปกว่านี้เลย

ซิ่วเอ็งหน้าเจื่อนไปเล็กน้อย เมื่อทราบเหตุผลของลูกสะใภ้ แต่หญิงชราก็ไม่ยอมแพ้ แอบหลอกให้เง็กออกไปจากบ้านเพื่อส่งของและซื้อเหล้ามาดองยา พร้อมกับส่งเว่ยไปตามทรงกลดให้มาเจอกับจิรัสยาเป็นครั้งสุดท้าย

ทรงกลดยังไม่รู้เรื่องจิรัสยาจะย้ายบ้านหนี มัวโวยวายใส่หน้าพ่อ ที่คะยั้นคะยอให้เขาไปดูตัว ตงส่ายหน้าเหนื่อยหน่าย คร้านจะอธิบายว่าไม่ได้อยากผลักไสให้เขาไปมีครอบครัวเพื่อตัดปัญหา แต่อยากให้เขามีความรับผิดชอบมากกว่านี้ ในฐานะหัวหน้าครอบครัวอย่างแท้จริง

“ป๊าทำหน้าที่ผู้นำครอบครัวให้ได้ก่อนเถอะครับ ผู้ชายที่ทิ้งลูกเมียไปหาความสุขใส่ตัว ไม่น่ามีสิทธิ์สั่งสอนใคร!”

ooooooo

เพราะความหวาดระแวงแท้ๆทำให้หมงตัดสินใจนัดพบหยกมณีเพื่อล้วงความลับของแก๊งอื่นๆ รวมทั้งความเคลื่อนไหวของทรงกลดที่อาจเป็นประโยชน์กับเขา แต่กว่าจะออกจากบ้านได้โดยไม่มีคนสงสัยก็ยากเต็มที เพราะอันตามจับผิดตลอด จนเขาต้องแกล้งท้าให้ตามไปฉั่วเทียนเหลา...มีนัดสำคัญที่นั่น ถ้าอยากรู้ก็ให้ตามไปดู

อันรีบไปรายงานทรงกลดที่บริษัท หวังให้เจ้านายหนุ่มไปตามสังเกตการณ์นัดพิเศษของหมงด้วยกัน แต่สิงห์หนุ่มกลับต้องไปหาจิรัสยาที่บ้านตามคำบอกเล่าของเว่ย สองหนุ่มแห่งแก๊งเขี้ยวสิงห์เลยต้องแยกกันไป

แม้จะยอมทำตามที่ทรงกลดต้องการ แต่อันก็ไม่สบายใจนัก ไม่อยากปล่อยเจ้านายหนุ่มให้ไปไหนมาไหนคนเดียว แต่บอดี้การ์ดหนุ่มก็จำต้องปัดความ กังวลทิ้ง เมื่อสังเกตเห็นบรรยากาศเงียบงันในภัตตาคารฉั่วเทียนเหลา แล้วเขาก็ถึงกับใจหายวาบ เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือของหยกมณี!

หยกมณีก่นด่าตัวเองในใจที่ยอมเสี่ยงชีวิตมาล้วงความลับจากงูเห่าอย่างหมง แล้วทุกอย่างก็เป็นอย่างที่เธอนึกกลัวมาตลอด ลูกชายบุญธรรมของตงจับได้ว่าเธอเอาข่าวลวงมาล่อ เพื่อแลกกับความลับจากเขา และก่อนที่เธอจะได้นึกหาทางหนีทีไล่ ก็ถูกเขากระชากตัวไปใกล้แล้วซุกไซ้ซอกคออย่างหื่นกระหาย

“เธอคิดจะหลอกฉัน เธอไม่ได้รู้อะไรมาเลย นี่คือผลตอบแทนที่คิดจะเล่นกับคนอย่างฉัน!”

เสียงกรีดร้องของสาวคนรักทำให้อันร้อนรนอย่างหนัก รีบกระโจนหาตามเสียงที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนเจอเข้ากับภาพบาดตา หยกมณีกำลังจะถูกหมงย่ำยีในห้องส่วนตัวด้านในสุดของภัตตาคาร บอดี้การ์ดหนุ่มไม่เสียเวลาคิดสักนิด ตอนเข้าไปกระชากคอลูกชายบุญธรรมของเจ้านายใหญ่มาซ้อมจนเลือดกบปาก หยกมณีกลัวหมงจะตายคามือแล้วคนรักจะเดือดร้อน เลยพยายามเข้าไปห้ามเสียงร้องโหยหวนขอชีวิตของหมงทำให้อัน นึกสมเพช ยอมลดมือลงแล้วเอ่ยช้าๆแต่หนักแน่นทุกคำ

“ฉันจะเห็นแก่นายใหญ่ ฉันจะไว้ชีวิตแก แต่แกต้องหลบกระสุนฉันให้ได้ก่อน ฉันจะนับแค่หนึ่งถึงสาม...”

เสียงเหนี่ยวไกปืนทำให้หมงถึงกับตาเหลือกด้วยความกลัวตาย จนต้องรีบผลุนผลันออกจากห้อง อันลดปืนลงช้าๆ ก่อนจะมองไปทางสาวคนรักด้วยแววตาเย็นชา หยกมณีผละไปเอาผ้าเย็นมาอังรอยช้ำบนหน้าเขา พร้อมกับแก้ตัวน้ำขุ่นๆว่าทำทุกอย่างเพราะอยากช่วยให้เขากับทรงกลดรู้ความจริง

อันโกรธจนพูดไม่ออก แต่พยายามข่มอารมณ์สั่งเสียงห้วนไม่ให้เธอทำอะไรโดยพลการแบบนี้อีก หยกมณีน้อยใจมาก พาลตัดพ้อไปถึงเรื่องที่เขาทิ้งเธอไปนานและกลับมาเพราะเห็นว่าเธอเป็นของตาย

“ถ้าหยกสร้างปัญหาให้เฮียนัก เฮียตัดหยกออกจากชีวิตก็ได้ ปัญหาเฮียจะได้น้อยลง” อันส่ายหน้าหน่ายๆกับความดื้อแล้วพาลของเธอ แต่หยกมณีก็ไม่หยุด “ถึงหยกจะทำพลาด แต่หยกก็ไม่ได้ทำผิด หยกอยากช่วยคนที่หยกรัก หยกทำได้ทุกอย่าง ถ้าวันนี้หยกพลาด...แล้วไง หยกก็เป็นทางผ่านของผู้ชายอยู่แล้ว มีเพิ่มอีกสักคนจะเป็นอะไรไป”

“ถ้าอย่างนั้นเราก็ไม่มีอะไรจะพูดกัน!”

พูดจบก็ผละไปแบบไม่เหลียวหลัง หยกมณีถึงกับหน้าถอดสี...รู้ตัวดีว่าเพิ่งพูดอะไรร้ายแรงออกไป ฝ่ายทรงกลด...มาถึงบ้านจิรัสยาไม่นานหลังจากเง็กไปส่งของ ซิ่วเอ็งเลยรีบบอกให้ไปคุยกับหลานสาวนอกไส้ สิงห์หนุ่มไม่รอช้า บุกไปคุยด้วยใจร้อนรนและโหยหา และถึงจะถูกจิรัสยาไล่เท่าไหร่ เขาก็ดื้อด้านไม่ยอมไป

“ทำไมใจร้ายกับฉันอย่างนี้ เธอจะไปจากฉันโดยไม่บอกลากันสักคำเลยหรือ”

“บอกลาหรือไม่บอกลาก็มีค่าเท่ากัน...ยังไงเราก็ต้องจากกัน”

ทรงกลดทนไม่ไหว ดึงผู้ช่วยสาวมากอดแน่น ก่อนจะย้ำเสียงเข้มแต่อ่อนโยนว่าไม่ให้เธอไป

จิรัสยาพยายามดึงตัวออก “ยังไงฉันก็ต้องไปจากคุณ เราจากกันด้วยความรู้สึกดีๆดีกว่าไหมคะ”

“อาจู...ทำไมเวลาของเราถึงมีน้อยอย่างนี้”

“เวลาของเรามีน้อยแต่มีค่านะคะ ฉันจำทุกนาทีที่อยู่กับคุณได้ และจะจำตลอดไป คุณสิจะจำได้นานแค่ไหน”

“ฉันไม่มีวันลืมเธอหรอกอาจู...ไม่มีวัน!”

ooooooo

ทรงกลดเข้าไปคุยกับจิรัสยาได้ครู่ใหญ่ ซิ่วเอ็งก็แสยะยิ้มร้าย แล้วหลอกให้เว่ยออกไปช่วยถ่วงเวลาเง็ก ไม่ให้กลับมาก่อนที่ทรงกลดจะร่ำลาจิรัสยาเรียบร้อย เว่ยตามไม่ทันเล่ห์ร้ายของย่า ผลุนผลันออกไปตามคำสั่ง ซิ่วเอ็งมองตามด้วยความสาสมใจ แล้วจัดแจงหยิบห่อสมุนไพรจากซอกลึกของตู้ยาออกมาผสมในน้ำชา...

สองหนุ่มสาวไม่รู้ตัวว่ากำลังจะกลายเป็นเหยื่อสังเวยความแค้นของซิ่วเอ็ง กอดกันกลมด้วยความรักที่ท่วมท้นและเก็บกดมานาน แล้วจิรัสยาก็เป็นฝ่ายได้สติ ผลักตัวออกช้าๆ และไล่ให้ทรงกลดกลับบ้าน ก่อนที่เง็กจะกลับมา

“กลับมาก็ดี...ฉันจะพูดให้อาม้าเธอเปลี่ยนใจเอง ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เธอไป ฉันทำได้ทุกอย่างจริงๆ”

“คุณทำไม่ได้หรอกค่ะ เพราะคุณเป็นลูกชายหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์ ถึงแก๊งพ่อคุณจะเป็นแก๊งมีคุณธรรม ยังไงก็เป็นแก๊งเจ้าพ่อ ม้าฉันเกลียดคนอย่างพวกคุณเข้ากระดูก วันนี้แค่มาถึงเร็วกว่าที่เราคิดเท่านั้น”

สายตาวิงวอนของจิรัสยาไม่ได้ทำให้ทรงกลดถอดใจง่ายๆ อยากให้เธอคิดใหม่อีกครั้ง

“นี่เป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว เราหยุดเรื่องของเราซะตั้งแต่ตอนนี้ ก่อนที่เราจะเจ็บปวดกันไปมากกว่านี้”

พูดจบก็เดินไปส่งหน้าบ้าน แต่ทรงกลดก็ไม่ยอมขยับ “ฉันยังไม่กลับ...เธออยากให้เราจากกันด้วยความรู้สึกดีๆไม่ใช่หรือ ตอนนี้ฉันรู้สึกแย่...แย่ที่สุดในชีวิต เธอทำให้ฉันรู้สึกดีได้เมื่อไหร่ ฉันถึงจะกลับ”

จิรัสยาเริ่มหงุดหงิดที่ทรงกลดพูดไม่รู้เรื่อง แต่ไม่ทันโต้อะไร ซิ่วเอ็งก็โผล่มาขัดจังหวะ บอกให้หลานสาวทำอาหารให้ชายหนุ่มกิน จิรัสยาทำท่าจะไม่ยอม แต่ก็ถูกย่าดุเสียงเข้ม

“อาม้าลื้อ...กว่าจะกลับก็คงมืดค่ำ อาจู...เจ้านายลื้อมีบุญคุณไม่ใช่น้อย อาหารมื้อนี้ถือว่าเป็นการตอบแทนบุญคุณแล้วกัน แต่ไม่ต้องทำเผื่ออั๊วนะ อั๊วอยากนอนพัก ก้มๆเงยๆทั้งวัน ปวดเมื่อยไปทั้งตัว”

ซิ่วเอ็งแกล้งทำท่ากระย่องกระแย่งเข้าห้องไปแล้ว ทรงกลดเลยหันไปทวงมื้อเย็นจากผู้ช่วยสาวยิ้มๆ จิรัสยาต้องยอมเข้าครัวแบบเสียไม่ได้ โดยมีสิงห์หนุ่มตามติด อาสาช่วยหั่นโน่นจับนี่ให้วุ่นไปหมด แต่ก็ไม่ยอมออกจากครัว จิรัสยาโวยวายจนอ่อนแรง เหนื่อยใจเกินกว่าต่อว่าอะไร ได้แต่บ่นเซ็งๆ

“คุณนี่เอาชนะได้ทุกเรื่อง”

“ฉันแพ้แค่เธอคนเดียว ผู้หญิงอะไรทั้งปากแข็งทั้งใจแข็ง”

แววตาแพรวพราวสื่อความหมายทำให้จิรัสยาถึงกับหน้าแดงด้วยความเขิน เฉไฉเปลี่ยนประเด็นให้เขาเร่งมือหุงข้าว ทรงกลดยอมทำตามทุกอย่าง และเมื่อเห็นเธอดึงผ้ามาเช็ดหน้า ก็ยื่นหน้าตัวเองให้เช็ดด้วย จิรัสยาทำท่าอิดออด เขาเลยหยิบเรื่องที่ขอก่อนหน้ามาอ้างหน้าตาเฉย

“อย่าลืมสิ...ความรู้สึกดีๆจะไม่เกิดขึ้น ถ้าเธอไม่ทำดีกับฉัน เช็ดช้าๆด้วย ฉันอยากอยู่กับเธออย่างนี้นานๆ”

ระหว่างที่ทรงกลดพยายามอย่างหนักจะปรับความเข้าใจกับจิรัสยา อันต้องเผชิญหน้ากับผลการกระทำของตัวเองที่มีเรื่องกับหมงในฉั่วเทียนเหลา ตงมั่นใจว่าบอดี้การ์ดหนุ่มคนสนิทของทรงกลดไม่ใช่คนเลือดร้อน แต่สภาพบอบช้ำของหมงก็ทำให้อยากรู้ความจริง แต่อันก็ไม่ยอมอธิบายอะไร หมงเลยถือโอกาสใส่ไฟ

“อาอันเข้าใจผิด คิดว่าผมไปยุ่งกับผู้หญิงของเขา อาอัน...แกมีคู่รักเป็นผู้หญิงกลางคืน แกต้องทำใจ ถ้าแกหึงผู้ชายทุกคนที่ใกล้ชิดกับผู้หญิงของแก ชีวิตนี้แกไม่มีอันต้องทำอะไรล่ะ”

ตงถึงกับพูดไม่ออก ไม่อยากเชื่อว่าอันจะมีเรื่องต่อยตีเพราะผู้หญิง หมงเห็นอันไม่ยอมแก้ตัว เลยทำเป็นพูดดีเข้าตัว “ผมผิดเองแหละครับที่ไม่ปฏิเสธหยกมณีตั้งแต่แรก ไม่เป็นไรหรอกครับ ผู้หญิงของใคร ใครก็รักก็หวง แต่อย่าทำอะไรอย่างนี้อีกแล้วกันนะอาอัน ไม่น่าเลย...มาเสียชื่อเพราะผู้หญิงหากินเพียงคนเดียว”

อันกัดฟันข่มความโกรธ เค้นคำขอโทษออกมาอย่างยากลำบากตามคำสั่งพ่อ ก่อนจะหุนหันออกไปด้วยความหัวเสีย โดยมีปอตามไปปลอบใจ แต่หมงก็ไม่ยอมรามือ ถือโอกาสตามไปแดกดัน

“โกรธอะไรนักหนาอาอัน โกรธที่ต้องก้มหัวให้ฉัน หรือว่าโกรธเรื่องหยกมณี จะต้องโกรธทำไม...ใครๆก็รู้ทั้งนั้นว่าผู้หญิงทำงานกลางคืนก็ผู้หญิงโคมเขียวดีๆ นี่เอง”อันทำท่าจะเอาเรื่อง หมงเลยหันไปแขวะปอแทน “สงสัยต้องสั่งสอนลูกชายหน่อยแล้วมั้ง คราวนี้ผมยกโทษให้ แต่ถ้าอาอันยังกำเริบผมอย่างนี้อีก เราคงอยู่ร่วมกันไม่ได้”

ปอไม่เต้นตามคำพูดกวนประสาทของหมง แล้วขอโทษเสียงเรียบแทนลูกชาย อันแทบคลั่ง แต่ต้องข่มใจรอให้หมงเดินแยกไป จึงหันไปพูดกับพ่อว่าหมงสมควรโดนซ้อมแล้ว โทษฐานทำรุนแรงกับหยกมณี

ปอถอนใจหนักหน่วง เตือนสติลูกชายเสียงเข้ม “นับวันลื้อจะเหมือนนายน้อยขึ้นไปทุกที แล้วนี่อั๊วจะวางใจลื้อให้ปกป้องนายน้อยได้ยังไง ทำอะไรก็ให้รู้จักยับยั้งชั่งใจ คิดถึงผลที่ตามมาด้วย”

อันก้มหน้ายอมรับ แต่ไม่ทันขยับตัวไปไหนก็ต้องชะงัก เมื่อหยกมณีตามมาขอโทษเขาถึงบ้าน ปอส่ายหน้าเหนื่อยหน่าย ส่งสายตาบอกให้ลูกชายพานักร้องสาวออกไปก่อนที่ตงจะมาเห็น หยกมณีขืนตัวไว้อยากจะขออธิบายความจริงอีกครั้ง แต่ปอก็โบกมือห้ามแล้วตัดบท

“อั๊วรู้ว่าอาอันไม่ได้ทำอะไรผิด แต่เพื่อความสบายใจของนายใหญ่ ขอให้เรื่องยุติลงแค่นี้ อย่าให้มีปัญหาอีก”

ooooooo

ทรงกลดง่วนอยู่ในครัวช่วยงานจิรัสยาจนอาหารเกือบเสร็จ แถมบังคับป้อนข้าวฝีมือการหุงของเขาเป็นครั้งแรกให้เธออีกต่างหาก สาวร่างเล็กอยากจะ บ้าตาย พยายามไล่เขาออกจากครัวหลายครั้ง แต่ก็ถูกเขาตอกกลับให้อายแทน

“ฉันไม่ไป...วันนี้ฉันจะใช้เวลาอยู่กับเธอทุกวินาที”

กว่ากับข้าวจะเสร็จจริงๆ จิรัสยาก็ต้องเปลืองเนื้อเปลืองตัว ทั้งโดนโอบและกอดไปหลายหน ทรงกลดอมยิ้มด้วยความชอบใจ และไม่ยี่หระเลยกับอาหารพื้นๆเพียงสองอย่างตรงหน้า ก้มหน้าก้มตากินด้วยความเอร็ดอร่อย จิรัสยาต้องนั่งกินเป็นเพื่อนแบบไม่เต็มใจนัก และอดบ่นไม่ได้ว่าเขาเป็นพวกเอาแต่ใจจนเคยตัว

“ถ้าฉันเอาแต่ใจจริงๆ ฉันพาเธอหนีไปด้วยแล้ว เรายังมีโอกาสนะอาจู”

“ฉันไม่มีวันทำให้อาม้าเสียใจ คุณเองก็เหมือนกัน คุณไม่มีวันทำให้ครอบครัวผิดหวัง แค่เราได้พบกัน ได้รู้จักกัน แค่นี้ฉันก็พอใจแล้วค่ะ เราอย่าพูดเรื่องที่มันเป็นไปไม่ได้อีกเลยนะคะ เดี๋ยวจะกินข้าวไม่อร่อย”

คำพูดตัดรอนของผู้ช่วยสาวทำให้ทรงกลดยิ้มขื่นๆ พยายามฝืนกลืนอาหารด้วยความยากลำบาก จิรัสยาเลยรินน้ำชาให้ โดยมีซิ่วเอ็งแอบมองลุ้นๆจากมุมหนึ่ง แสยะยิ้มร้ายเมื่อแผนการใกล้ความจริงเข้ามาทุกที...

เวลาเดียวกันที่หน้าบ้านตง...อันเดินมาส่งหยกมณีกลับ แต่นักร้องสาวก็ไม่ยอมไปง่ายๆ ขอโอกาสอธิบายความจริงกับตงและปออีกครั้ง เพราะคราวนี้หนุ่มคนรักไม่ใช่คนผิด แต่เป็นหมงที่หาเรื่องจะข่มเหงเธอ อันปฏิเสธเสียงเข้มพร้อมกับบอกให้เธอกลับบ้าน แต่หยกมณีก็ไม่ยอมแพ้ โพล่งออกไปว่าทำทุกอย่างเพื่อเขาทั้งนั้น

อันส่ายหน้าเหนื่อยหน่าย สั่งเสียงเข้มไม่ให้ยุ่งวุ่นวายเรื่องหมงหรือเรื่องทรงกลด ก่อนจะผละไป หยกมณีหน้าเสียวิ่งตามไปขวางอ้อนวอนขอให้เขายกโทษให้

“หยกรู้ตัวว่าทำผิดหรือยัง...หรือยังคิดว่าแค่ทำพลาดไปเท่านั้น ถ้ารู้ตัวเมื่อไหร่ก็ค่อยมาคุยกัน”

จบคำก็ผละไปทันที ทิ้งหยกมณีให้มองตามตาปรอย ก่อนจะตัดสินใจตะโกนไล่หลัง

“เดี๋ยวสิเฮีย...อย่าเพิ่งไป ไม่ให้โอกาสหยกพูด แล้วหยกจะรับผิดอย่างไรล่ะ!”

ด้านตง...หัวเสียอย่างหนัก เมื่อทรงกลดไม่ยอมไปดูตัวที่เขาจัดเตรียมไว้ หมงได้โอกาสใส่ไฟและแดกดันไปถึงอันซึ่งอาสาไปตามสิงห์หนุ่มตั้งแต่บ่าย แต่จนป่านนี้ก็ยังไม่ปรากฏแม้แต่เงา ตงส่ายหน้าเบื่อหน่ายก่อนจะโบ้ยเรื่องดูตัวให้หมงไปทำหน้าที่แทน เหมยลี่ได้ยินก็โมโหหึง โพล่งออกมาเสียงดังจนทุกคนอดแปลกใจไม่ได้ โดยเฉพาะปอซึ่งคอยจับสังเกตอยู่แล้ว และกว่าเธอจะรู้ตัวว่าออกอาการเกินกว่าเหตุ ก็ต้องกลบเกลื่อนแทบไม่ทัน

“จะรีบร้อนอะไรนักหนา ดูเหมือนจะอยากให้คุณหมงแต่งงานเสียจริง ทำเหมือนมีส่วนได้ส่วนเสีย ได้ส่วนแบ่งจากแม่สื่อมาเท่าไหร่ล่ะอาปอ” ปอไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน แถมตอกกลับว่าอีกฝ่ายดูจะร้อนตัว

เหมยลี่ถึงกับหน้าเสีย แต่ยังตีหน้านิ่ง “ฉันก็ห่วงแทนนายใหญ่เท่านั้น ไม่ใช่ผู้หญิงคนไหนก็มาเป็นลูกสะใภ้บ้านนี้ได้ เราต้องเลือกกันหน่อย แล้วที่สำคัญ...ถามเจ้าตัวเขาหรือยังว่าอยากแต่งงานหรือเปล่า เรื่องแบบนี้ฝืนใจกันไม่ได้หรอกนะ”

คำแก้ตัวแบบขอไปทีของเหมยลี่ทำให้ตงต้องหันไปถามความสมัครใจของหมง ซึ่งลูกชายบุญธรรมก็ไม่มีท่าทีขัดขืนเหมือนเคย แถมเอ่ยปากสัญญาจะทำทุกอย่างเพื่อทดแทนคุณ เหมยลี่ถึงกับเต้นผ่างในใจ พยายามข่มอารมณ์หึงหวงไว้อย่างสุดความสามารถ จนเมื่อได้อยู่ตามลำพังกับหมง จึงได้อาละวาดเสียงลั่น

“ฉันจะแต่งงานที่ไหนล่ะเหมยลี่ ฉันก็รับปากป๊าไปแบบนั้นเอง ฉันต้องทำตัวเป็นลูกที่ดีเชื่อฟังป๊าไปก่อน ฉันได้ขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊งเขี้ยวสิงห์เมื่อไหร่ เมื่อนั้นฉันจะได้ทำตามที่ฉันต้องการบ้าง”

แต่ถึงหมงจะยืนยันแค่ไหน เหมยลี่ก็ไม่สบายใจ กลัวว่าเมื่อเขาสมหวัง จะหันไปคว้าหยกมณีมาแทนเธอ หมงลอบถอนใจเบื่อๆ ก่อนจะปรับสีหน้าให้ยิ้มแย้ม ออดอ้อนชู้รักว่าไม่มีใครแทนที่เธอได้สำหรับเขา

“แล้วเธอคิดหาทางออกได้หรือยัง ตราบใดที่ฉัน เป็นผู้หญิงของนายใหญ่ ฉันก็ไม่มีวันเป็นนายหญิงของเธอได้”

“ก็ไม่เห็นยาก ถ้าใครขวางความรักเรา เราก็กำจัดมันทิ้ง ว่าแต่เธอจะร่วมมือกับฉันกำจัดศัตรูของเราไหมล่ะ”

ooooooo

ซิ่วเอ็งเกือบถอดใจอยู่แล้ว เมื่อเห็นทรงกลดไม่แตะต้องน้ำชาผสมยาสมุนไพรของเธอเลย แต่ทุกอย่างก็เข้าตามแผนแบบไม่คาดคิด เพราะทรงกลดไม่ยอมกลับหลังมื้อค่ำ แต่ตื๊อขออยู่กินขนมหวานต่อ จิรัสยาไม่รู้เรื่องแผนร้ายของย่า รินน้ำชาในกาบนโต๊ะให้เจ้านายหนุ่มแก้เลี่ยน พร้อมกับเอ่ยคำลากับเขาแบบจริงๆจังๆ

“อาม้าคงใกล้จะกลับมาแล้ว...เวลาของเราหมดแล้วล่ะค่ะคุณที เวลาของเราหมดแล้วจริงๆ ฉันคงคิดผิดที่ให้เราจดจำเรื่องราวของเราไว้ ทางที่ดีที่สุด เราควรจะลืมทุกอย่างมากกว่า”

“เธอบังคับฉันให้ลืมเธอไม่ได้หรอก”

“คุณจะต้องลืมค่ะ ตอนนี้เราไม่มีอะไรติดค้างกันแล้ว ถ้าจะมีก็แต่...”

จิรัสยาพูดไม่จบก็ผลุนผลันกลับไปเอาปืนพกกระบอกเล็กและผ้าโพกหัวสีสวยที่เขาเคยให้ไว้มาคืน แต่ทรงกลดก็ไม่ยอมรับกลับ แถมดึงเธอมาใกล้ให้สบตากับเขาตรงๆ

“เธอคิดว่าวิธีนี้จะช่วยให้ฉันตัดใจจากเธอได้เร็วขึ้นงั้นหรือ ถ้าอย่างนั้นแค่คืนข้าวของของฉันมันไม่พอหรอก เธอจะต้องคืนเวลาทุกนาทีที่ฉันได้อยู่กับเธอคืนมาด้วย เธอทำได้ไหมล่ะ” จิรัสยาถึงกับหน้าเสีย แต่เขาก็ไม่หยุด “เราย้อนเวลากลับไปไม่ได้หรอก แต่เราก็ไม่เสียใจที่ได้เจอกัน ได้รู้จัก ได้ฝ่าฟันความตายมาด้วยกัน...และได้รักกัน”

ทรงกลดแทบพูดไม่จบประโยค ก็รู้สึกตาพร่าเหมือนจะเป็นลม จิรัสยาเห็นเขามีท่าทางแปลกๆ เลยขยับไปใกล้ ใจเต้นเร็วและแรงเพราะคำรักจากปากเขา แต่ก่อนที่สองหนุ่มสาวจะได้สารภาพความในใจแก่กันและกัน ก็ต้องผล็อยหลับไปเสียก่อน พร้อมๆกับการปรากฏตัวของซิ่วเอ็ง...เจ้าของสมุนไพรในน้ำชาและเบื้องหลังแผนการร้ายทั้งหมด!

หลังจากนั้นซิ่วเอ็งก็จัดการจัดฉาก ลากทรงกลดกับจิรัสยาให้นอนด้วยกันบนเตียงในสภาพเปลือยเปล่า พร้อมกับเก็บข้าวของที่จะเป็นหลักฐานมัดตัวเองทิ้งทั้งหมด และรอเวลาให้เง็กกับเว่ยกลับมาด้วยใจจดจ่อ

กว่าเง็กกับเว่ยจะกลับมา ซิ่วเอ็งก็เตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว เหลือก็แค่แกล้งเอะอะโวยวายให้จิรัสยาต้องกลายเป็นหญิงสาวใจง่าย เอาผู้ชายที่เพิ่งเจอกันอย่างทรงกลดมานอนกกถึงในบ้าน!

“อาจู...ลื้อกล้าทำเรื่องบัดสีในบ้านของอั๊ว ออกไป... ออกไปจากบ้านอั๊วเดี๋ยวนี้!”

ทรงกลดกับจิรัสยาสะดุ้งตื่นเพราะเสียงตวาดลั่นของซิ่วเอ็ง ผลุนผลันลงจากเตียงมาใส่เสื้อผ้าแทบไม่ทัน โดยมีเง็กยืนอยู่ไม่ไกลกันนั้นร้องไห้โฮด้วยความแค้นใจ ส่วนเว่ยมองคนนั้นทีคนนี้ทีงงๆเพราะยังจับต้นชนปลายไม่ถูก

ซิ่วเอ็งลอบยิ้มร้าย ปรี่ไปลากจิรัสยาไปหน้าบ้าน พร้อมกับแหวลั่น หวังประจานให้เพื่อนบ้านรับรู้

“อีผู้หญิงหน้าด้าน ลื้อกล้าพาผู้ชายเข้ามานอนในบ้าน ทำอย่างนี้ได้ยังไง”

จิรัสยาปฏิเสธเสียงสั่น อ้อนวอนขอให้ย่าเชื่อว่าไม่ได้ทำเรื่องเลวร้ายแบบนั้นแน่ โดยมีทรงกลดถลาตามมาด้วย ขอร้องอีกแรงไม่ให้หญิงชราทำร้ายหรือด่าว่าหลานสาวไปมากกว่านี้

แต่มีหรือซิ่วเอ็งจะสนใจ เดินหน้าประจานหลานสาวนอกไส้อย่างไม่หยุดยั้ง “ยังจะมาโกหก ลื้ออยากมีผัวก็ได้มีสมใจแล้ว ลื้อรู้ไหมว่าพ่อแม่ลื้อต้องอับอายขายหน้าแค่ไหน ตายไปก็ไม่มีหน้าไปพบบรรพชนแล้ว”

ขาดคำก็คว้าท่อนไม้แถวนั้นมาฟาดไม่ยั้ง จิรัสยาน้ำตาไหลพราก แต่ก็ยอมให้ย่าตีโดยไม่หนี

ทรงกลดเสียอีกที่ทนไม่ไหว ถลาไปห้าม “หยุดได้แล้ว...อาจูไม่ได้ทำอะไรผิด”

“พวกลื้อสองคนนอนกกกันอยู่บนเตียง ยังบอกว่าไม่ได้ทำอะไรผิดอีก!”

สภาพของจิรัสยากลายเป็นที่เวทนาของคนละแวกนั้น ทรงกลดรีบเข้าไปปกป้องผู้ช่วยสาว ซิ่วเอ็งเลยท้า

“ลื้อทำอะไรไว้ ลื้อก็ต้องรับผิดชอบ ว่าไงล่ะ...กล้ารับผิดชอบไหมล่ะ”

ทรงกลดนิ่งไปอึดใจ ก่อนจะพูดเสียงเรียบให้เข้าไปคุยกันในบ้าน เง็กเข้ามาทันได้ยินเลยประกาศกร้าว จะไม่มีการพูดคุยหรือเจรจาใดๆ เว่ยเข้าไปพยุงร่างปวกเปียกของพี่สาว ทรงกลดจะไม่ยอมโพล่งออกไปเสียงเข้ม

“ผมจะต้องทำยังไง ทุกคนถึงจะเชื่อว่าผมกับอาจูไม่ได้...”

“ไปตายซะ...ไปให้พ้น ไปให้พ้นจากชีวิตอาจู!”

อันมาถึงทันเวลา จัดการลากเจ้านายหนุ่มออกไปก่อน และแนะให้รอเวลา อารมณ์เย็นกว่านี้ทั้งสองฝ่ายค่อยมาเจรจากัน ทรงกลดยอมผละไปแต่โดยดี แต่เมื่อได้สติเต็มที่ก็ตั้งท่าจะกลับไปช่วยจิรัสยา อันต้องรั้งตัวไว้ พร้อมยกเหตุผลแบบชักแม่น้ำทั้งห้า ไม่ให้เจ้านายหนุ่มหุนหัน พลันแล่น เพราะนี่อาจเป็นแผนการบางอย่าง

“นี่แกอย่าบอกนะว่าฉันถูกหลอก ไม่...ฉันไม่เชื่อ ใครจะคิดวางแผนบ้าๆแบบนี้ แล้วทำไปเพื่ออะไร”

“แผนจับนายน้อยไงครับ คิดดูให้ดีๆ อยู่ๆอาเว่ยก็ไปตามตัวนายน้อยมาที่บ้าน แล้วก็เกิดเรื่องขึ้นตามมา ทุกอย่างมันลงตัวเกินไป ต้องมีใครสักคนในบ้านที่คิด แผนการนี้ไว้ตั้งแต่ต้น ผมได้แต่ภาวนาว่านี่ไม่ใช่ฝีมือของคุณจู”

ข้อสันนิษฐานของอันทำให้ทรงกลดถึงกับนิ่งไปอึดใจ ในใจภาวนาไม่ต่างกัน...ขออย่าให้เป็นอย่างนั้นเลย

ooooooo





ละครซีรีส์เลือดมังกร : สิงห์ ตอนที่ 5 อ่านซีรีส์เลือดมังกร : สิงห์ติดตามละครซีรีส์เลือดมังกร : สิงห์ ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย เจษฎาภรณ์​ ผลดี,มิว นิษฐา จิรยั่งยืน, 16 เม.ย. 2558 07:35 2015-04-21T00:33:53+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ