ข่าว

วิดีโอ



ซีรีส์เลือดมังกร : สิงห์

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก แอคชั่น ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: พิมพ์ธนา

กำกับการแสดงโดย: บัณฑิต ทองดี

ผลิตโดย: บริษัท แอค อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: เจษฎาภรณ์​ ผลดี,มิว นิษฐา จิรยั่งยืน,

อัลบั้ม: เลือดมังกร ตอน สิงห์ ได้ ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ประกบ มิว นิษฐา

แม้จะเป็นห่วงเจ้านายหนุ่มที่พยายามผลักทุกคนออกจากชีวิตเพื่อความปลอดภัย แต่อันก็ต้องปัดมันทิ้ง เมื่อแวะมาหานักร้องสาวคนรักในเย็น

วันเดียวกัน หยกมณีกำลังเย็บชุดแต่งงานสีแดงสดอย่างขะมักเขม้น รีบซ่อนชุดไว้ใต้หมอน แต่ก็ไม่รอดพ้นสายตาบอดี้การ์ดหนุ่ม ซึ่งทำเป็นไม่เห็น แต่ก็อมยิ้มชอบใจอย่างมีความสุข

“ใกล้ถึงงานแต่งงานเราแล้ว...ตื่นเต้นไหม”

“หยกไม่ใช่สาวโสดแล้ว มีอะไรต้องตื่นเต้น”

อันนิ่งเงียบ ไม่ชอบให้คนรักดูถูกตัวเอง หยกมณีถึงรู้สึกตัว เอ่ยปากแก้ตัวเก้อๆ

“หยกขอโทษ...บางครั้งหยกก็อดคิดไม่ได้ว่าหยกไม่คู่ควรกับเฮีย”

“เลิกคิดแบบนั้นได้แล้ว เราแต่งงานเพราะเรารักกัน เรื่องอื่นไม่สำคัญ”

“เราจะรักกันแล้วก็อยู่ด้วยกันอย่างนี้ตลอดไปใช่ไหมเฮีย...”

ฝ่ายทรงกลด...ไล่ทุกคนออกจากชีวิตแล้วก็ใจหาย โดยเฉพาะต้องห่างภรรยาสุดที่รักอย่างจิรัสยา ทำให้ว้าวุ่นใจหนักกว่าเดิม จนต้องส่งลูกน้องไปเฝ้าหน้าบ้านเคี้ยงเพื่อความปลอดภัย ไม่ต่างจากจิรัสยา แม้จะเคืองไม่หายที่สามีตีตัวออกห่าง แต่ก็เป็นห่วงและคิดถึงเขาตลอด

เว่ยซึ่งยังอยู่บ้านทรงกลดเป็นเพื่อนซิ่วเอ็ง เข้าใจว่าพี่สาวโกรธพี่เขยเลยแอบหนีมาหา เกลี้ยกล่อมให้คืนดีกัน แต่จิรัสยาก็ใจแข็งจนเด็กชายทนไม่ไหวจะจัดการเอง แต่ไม่ทันเริ่มก็ถูกซิ่วเอ็งเอ็ดใหญ่ แถมถูกจับมัดและพาตัวออกจากบ้านไปเสียก่อน เพื่อล่อทรงกลดออกมาฆ่าตามแผนที่วางไว้ร่วมกับหมง โดยทิ้งจดหมายนัดเจอไว้

แผนลวงของหมงกับซิ่วเอ็งได้ผลเกินคาด จดหมายนัดให้ทรงกลดออกมาช่วยตัวประกันอย่างเว่ยกับซิ่วเอ็งซึ่งแกล้งหายตัวไปพร้อมกับหลานชายคนเดียวทำให้ทุกคนนั่งไม่ติด โดยเฉพาะทรงกลด แล่นไปตามหาเว่ยกับซิ่วเอ็งถึงบ้านเคี้ยงเป็นแห่งแรก เมื่อไม่พบก็ประกาศกร้าวจะขอไปตามนัด ช่วยสองย่าหลานออกมา

ไม่มีใครอยากให้ทรงกลดไปเสี่ยงคนเดียว โดยเฉพาะปอกับจิรัสยาอยากให้มีคนไปช่วย เพราะเชื่อว่าหมงซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเป็นตัวการเรื่องนี้น่าจะคิดไม่ซื่อ แล้วก็เป็นจริงตามคาด เพราะหมงพร้อมลูกสมุนของเล้งหลายคน แอบวางยาสลบคนในบ้านและลักพาตัวตงไปเป็นตัวประกันอีกคน!

ด้านอัน...พยายามทำตัวให้มีความสุข ได้ใช้เวลากับหยกมณี แต่ความเป็นห่วงทรงกลดก็ทำให้กระสับกระส่าย และสุดท้ายก็ทนไม่ไหว แอบออกจากบ้านกลางดึก ทิ้งหยกมณีให้ตื่นมาด้วยความแปลกใจ ที่เขาไปโดยไม่บอก

ซึ่งลางสังหรณ์ของอันก็เป็นจริงอย่างเหลือเชื่อ ปอพยายามเตือนให้ระวังตัวและเอาคนไปช่วย แต่บอดี้การ์ดหนุ่มก็ใจร้อนรีบผละไปก่อน ปอได้แต่มองตามด้วยความเป็นห่วง รู้สึกใจคอไม่ดี กลัวไม่ได้เจอหน้าลูกชายอีก...

ooooooo

ทรงกลดไปถึงโกดังร้างตามนัดหมาย หมงซึ่งยกพวกของเล้งมาพร้อมอิก เล่นไม่ซื่อตามคาด ทรมานสิงห์หนุ่มสารพัดต่อหน้าตง ตัวประกันคนสำคัญที่ทำให้ทรงกลดร้อนรนกว่าเดิม แต่อันก็ตามมาช่วยทันเวลา สาดกระสุนใส่สองวายร้าย จนอิกต้องหนีกระเจิงไปก่อน ทิ้งหมงให้ถูกทรงกลดซ้อมปางตายคนเดียว

หมงเกือบตายไปแล้ว ถ้าซิ่วเอ็งจะไม่โผล่มาพร้อมมีด เตรียมจ่อที่คอตง จิรัสยาซึ่งเปลี่ยนใจวินาทีสุดท้าย กระหืดกระหอบตามมาช่วยสามี ถึงกับอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าย่าจะเป็นคนบงการเรื่องทั้งหมด!

ซิ่วเอ็งเห็นท่าทางแตกตื่นของทุกคนแล้วเหยียดยิ้มเย็น “อาเหลียง...ให้ใครตายก่อนดี พ่อหรือว่าลูก”

อันสบตาทรงกลด หาจังหวะจะช่วยตัวประกันตามวิธีที่คุ้นเคย แต่สิงห์หนุ่มไม่ยอม เพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของพ่อ ซิ่วเอ็งเห็นสองหนุ่มส่งสายตากัน ก็รู้ทัน กดน้ำหนักในมือมากขึ้นจนมีเลือดซิบที่คอตง จิรัสยาถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง แต่ไม่วายปะติดปะต่อเรื่องทุกอย่าง จนได้รู้ว่าทุกอย่างเป็นแผนของย่า

“ฝีมือม่าใช่ไหม ตั้งแต่ที่ม่าพยายามยัดเยียดให้หนูแต่งงานกับคุณที ทุกอย่างเป็นแผนการของย่า...ทำไม”

“เพราะอั๊วต้องการฆ่าอึ้งตงกัว มันเป็นฆาตกร มันฆ่าอาเหลียงลูกชายอั๊ว!”

เว่ยถูกจับมัดไว้ไม่ไกลจากตง เพิ่งฟื้นจากยาสลบ หน้าเสียเมื่อได้ยินคำสารภาพของย่า แต่ซิ่วเอ็งก็ไม่สนใจหลานชาย จัดการจ่อมีดที่หัวใจทรงกลดซึ่งถูกสมุนของเล้งควบคุมตัวไว้ได้อีกครั้ง และเกือบจะฆ่าสำเร็จอยู่แล้ว ถ้าจิรัสยาจะไม่เอาตัวบังเสียก่อน สิงห์หนุ่มไม่ยอมให้ภรรยาต้องเสียสละ ประกาศเสียงเข้ม

“ผมยินดีตาย ผมขอตายแทนทุกคนเอง”

“ไม่ได้นะครับนายน้อย ใครถูกใครผิด ไม่มีใครรู้จริง” อันร้องลั่น

“อั๊วนี่ไงรู้ความจริง อึ้งตงกัวโกงอาเหลียงจนหมดตัว จนอีแขวนคอตาย อีต้องตายอย่างอนาถก็เพราะลื้อ”

ท่าทางเสียสติของซิ่วเอ็งทำให้ทุกคนผวาโดยเฉพาะ ตง พยายามดิ้นรนอย่างหนัก อยากอธิบายเรื่องทุกอย่าง แต่ซิ่วเอ็งไม่สนใจฟัง ฝังใจว่าลูกชายคนเดียวต้องตายเพราะถูกตงโกง

“เพราะลื้อ...อาเหลียงถึงต้องตาย แม้แต่หลุมฝังศพก็ไม่มี ต้องไปฝังรวมกับศพผีไม่มีญาติ อาเหลียงอีซื่อ อีถูกลื้อฮุบร้านไปจนไม่มีเงินเหลือแม้แต่แดงเดียว แต่ลื้อกลับรวยเอาๆ...รวยบนซากศพคนอื่น คนอย่างลื้อต้องชดใช้กรรม!”

ทรงกลดเถียงแทนพ่อว่าไม่มีวันโกงใคร แต่ซิ่วเอ็งสติแตกไปแล้ว ประกาศลั่น

“ลื้อฆ่าลูกอั๊ว อั๊วก็จะฆ่าลูกลื้อ...ลูกอั๊วตายอย่างทรมานยังไง ลูกลื้อจะทรมานกว่าเป็นร้อยเป็นพันเท่า”

พูดจบก็หันไปสั่งให้สมุนของเล้งมาคุมตัวทรงกลดกับอันไว้ ก่อนที่จะเอายาพิษทามีด แล้วป้ายไปที่แผลตามตัวสิงห์หนุ่ม จิรัสยาเห็นสามีพยายามข่มความเจ็บปวดอย่างสุดความสามารถก็ทนไม่ไหว ขอร้องย่าเสียงอ่อน

“ม่า...หนูขอร้อง อย่าทำคุณที คุณทีไม่ได้ทำผิดอะไร”

“มันผิดสิ มันผิดที่เกิดมาเป็นลูกของฆาตกรที่ฆ่าอาเหลียง”

ทรงกลดเกือบจะไม่รอดแล้ว ถ้าเคี้ยงซึ่งยกพวกตามมาช่วยลูกสาวกับลูกเขย จะไม่ปรากฏตัว

“คนที่ฆ่าอาเหลียงคือลื้อต่างหาก!”

เคี้ยงส่ายหน้าเอือมระอา ขยับตัวมายืนประจันหน้ากับซิ่วเอ็ง โดยไม่หวั่นมีดในมือหญิงชราเลย

“อั๊วไม่คิดเลยว่าลื้อจะฝังใจเชื่อเรื่องผิดๆมาตลอดสิบกว่าปี”

“ลื้อพูดอะไร อึ้งตงกัวฆ่าอาเหลียง ไม่ใช่อั๊ว”

“ก็ถ้าลื้อไม่บีบคั้นให้อาเหลียงหาเงินเยอะๆ จะได้รีบกลับไปอวดมั่งอวดมีที่บ้านเกิดเร็วๆ อาเหลียงคงไม่หาทางลัดไปเข้าบ่อนหรอก เฮียตงเป็นคนต่อชีวิตให้อาเหลียงไว้ แต่ลื้อเป็นคนดับชีวิตอีเอง!”

ooooooo

ความจริงจากปากเคี้ยงทำให้ทุกคนช็อกเป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ของวัน พร้อมภาพในอดีตที่ผุดขึ้นมาอีกครั้ง ตอนที่เหลียงมาหาเพื่อยืมเงิน และขายกิจการเซียงกงคืนให้ เคี้ยงอยู่ด้วยตอนนั้นและเป็นคนลงชื่อเป็นพยาน

“อาเหลียง...นี่เป็นเงินก้อนสุดท้ายแล้วนะ รับปากอั๊ว ห้ามไปเข้าบ่อนอีก รับปากมา!”

เหลียงมีท่าทางเลิ่กลั่ก แต่ก็รับปากตงแบบเสียไม่ได้ เคี้ยงได้แต่ถอนใจเหนื่อยหน่าย ไม่อยากเชื่อลมปากผีพนันอย่างเหลียง แล้วก็ไม่ผิดความคาดหมาย เมื่อได้เห็นเหลียงอีกครั้งที่บ่อน ถูกเจ้าหนี้ตามจิกและซ้อมให้ใช้หนี้จนสะบักสะบอม กว่าตงจะทราบเรื่อง เหลียงก็พาครอบครัวย้ายหนีเจ้าหนี้ไปแล้ว

และเพื่อตัดปัญหา ตงเลยจัดการปิดบ่อนของแก๊งหนูไฟ ซิ่วเอ็งซึ่งได้ฟังเรื่องทุกอย่าง ถึงกับหน้าซีดเผือด

เคี้ยงส่ายหน้าหน่ายๆ ก่อนจะพูดเสียงเรียบ “นี่เป็นต้นเหตุที่เฮียตงเข้าควบคุมแก๊งหนูไฟไว้ ไม่ให้ทำร้ายคนต่อไป เฮียตงหวังว่าจะให้อาเหลียงช่วยคุมแก๊งหนูไฟ แต่นั่นแหละ...คนมันไม่รักดี!”

“ไม่จริง...ไม่จริง อาเหลียงเป็นคนทำมาหากิน อาเหลียงไม่กินเหล้า ไม่เข้าบ่อน ลื้ออย่ามาใส่ร้ายคนตาย”

“ลื้อไม่เชื่อคำพูดอั๊วก็ได้ แต่หลักฐานซื้อขายร้านยังอยู่ เฮียตงเป็นคนช่วยลงทุนเปิดร้านเซียงกงให้แท้ๆ แต่กลับต้องจ่ายค่าร้านคืนให้อาเหลียงอีก นี่ไม่นับที่เฮียตงเที่ยวไปจ่ายหนี้พนันให้อาเหลียงอีกนะ”

ซิ่วเอ็งยังกรีดร้องปฏิเสธ เง็กซึ่งตามมาช่วยลูกกับสามีด้วยต้องช่วยพูดอีกแรง

“ม้าคิดดูดีๆนะ เฮียเหลียงไม่เคยหาเงินเข้าบ้านเลย ที่เราอยู่กันได้ก็เพราะรายได้จากม้ากับอั๊ว อั๊วพยายามบอกม้าหลายครั้งแล้วว่าเฮียเหลียงติดบ่อน แต่ม้าไม่ยอมฟัง ไม่แม้แต่จะอ่านจดหมายลาตายของเฮียเหลียง”

ซิ่วเอ็งยังไม่เชื่อ ทำท่าจะอาละวาดอีกครั้ง แต่ก็ช้ากว่าหมง ซึ่งเพิ่งฟื้นจากการถูกซ้อมและเล็งปืนมาที่ทรงกลด จิรัสยาไม่รอช้า ขโมยปืนจากเอวเคี้ยงมายิงสวนแบบเก้ๆกังๆ และเสียงปืนก็ทำให้ทุกอย่างวุ่นวายไปหมด หมงฉวยโอกาสที่ทุกคนเผลอ จะยิงทรงกลดอีกครั้ง แต่อันกระโดดมาขวางรับกระสุนแทนเสียก่อน

ทรงกลดสาดกระสุนใส่หมงไม่ยั้ง ก่อนจะหันไปร้องสั่งให้เอารถออกไปโรงพยาบาลเพื่อช่วยบอดี้การ์ดคนสนิท อันไม่ยอมขยับ รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายกระชากสร้อยเขี้ยวสิงห์จากคอตัวเอง ฝากเจ้านายไปให้หยกมณี

“ไม่...ฉันไม่รับฝาก แกต้องเอาไปให้หยกเอง ได้ยินไหม แกต้องเอาไปเอง!”

ปอซึ่งมาถึงพร้อมเคี้ยง เข็นรถตงมาดูร่างอ่อนแรงของลูกชาย ทรงกลดเงยหน้ามองคนสนิทพ่อด้วยความรู้สึกผิดอย่างที่สุด ปอทรุดตัวไปใกล้ จับมือลูกชายแน่น แต่ไม่มีน้ำตาสักหยด

“อาอัน...ขอบใจที่เกิดมาเป็นลูกเตี่ย ขอบใจๆ”

อันยิ้มน้อยๆให้พ่อ ก่อนจะเอื้อมมือไปจับเจ้านายหนุ่มไว้ เหมือนจะบอกลา

“หมดหน้าที่ของผมแล้วครับนายน้อย”

เอ่ยจบก็หลับตาลงช้าๆ พร้อมรอยยิ้มอย่างพอใจที่ได้ทำหน้าที่ปกป้องเจ้านายหนุ่มโดยสมบูรณ์แล้ว ทรงกลดกำสร้อยในมือแน่น จิรัสยาเห็นอาการสามีก็ทำท่าจะไปปลอบ แต่ก็ถูกเคี้ยงกับเง็กลากตัวออกมาก่อน อยากให้กลับไปพัก เพราะเป็นห่วงหลานในท้อง จิรัสยาจำต้องเดินตาม แต่ก็ดันนึกได้เสียก่อนว่าเว่ยหายตัวไป!

ooooooo

ซิ่วเอ็งกลายเป็นผู้ต้องหาที่ทางตำรวจต้องการตัว เพราะก่อเรื่องลักพาตัวและฆ่ามุ่ย ส่วนเว่ยไม่ได้หายตัวไปอย่างที่ทุกคนหวาดกลัว แต่แอบตามย่ากลับไปบ้านเก่า เง็กซึ่งเดาใจแม่สามีถูก เลยรีบพาลูกสาวตามไป

“ยิ่งรู้ความจริง อาม่าคงยิ่งทุกข์ทรมาน คนที่คิดว่าเป็นศัตรูฆ่าลูกชายตัวเอง กลับมาเป็นผู้ที่มีพระคุณ”

“เราขอร้องให้นายใหญ่ยกโทษให้อาม่า นายใหญ่ต้องไม่ถือโทษโกรธอาม่าแน่ๆ”

สองแม่ลูกมองหน้ากันเครียดๆ ก่อนจะถอนใจโล่งอก เมื่อเห็นสภาพซิ่วเอ็ง เง็กถ่ายทอดถ้อยคำในจดหมายลาตายของเหลียงให้แม่สามีฟังอย่างใจเย็น

“ที่เฮียเหลียงให้พวกเราหนีไป เพราะพวกเจ้าหนี้กำลังตามไล่ฆ่าอยู่ เฮียเหลียงฆ่าตัวตายเพราะคิดว่าเป็นทางออกเดียว แต่อีไม่รู้ว่านายใหญ่ใช้หนี้ให้อีหมดแล้ว”

ซิ่วเอ็งร้องไห้โฮ โทษตัวเองอย่างหนักที่เข้าใจผิดมาตลอด เง็ก เว่ยและจิรัสยาช่วยกันปลอบใจ แต่ก็เหมือนจะไม่ค่อยได้ผล ซิ่วเอ็งรู้สึกผิดมากและจัดการจบชีวิตตัวเองอย่างเงียบๆในห้องอาเหลียงนั่นเอง...

การจากไปของอันทำให้สมาชิกทุกคนของแก๊งเขี้ยวสิงห์หดหู่ โดยเฉพาะปอ ตงและทรงกลด อาลัยรักบอดี้การ์ดหนุ่มมากจนแทบไม่เป็นอันทำอะไร แต่คงไม่มีใครสูญเสียไปมากกว่าหยกมณี ที่เดินเข้ามาดูศพคนรักที่โรงพยาบาลด้วยท่าทางนิ่งสงบ ไม่ฟูมฟายมากอย่างที่ทรงกลดนึกกลัว

ทรงกลดไม่ได้ตามเข้ามาในห้องเก็บศพ แต่ให้หยกมณีเข้าไปคนเดียว เพื่อล่ำลาอันเป็นครั้งสุดท้าย

“เฮียอันของหยก นี่หยกปักชุดแต่งงานเสร็จแล้วนะ”

พูดจบก็ดึงชุดแต่งงานสีแดงสดมาอวด พร้อมยิ้มทั้งน้ำตาที่ไหลรินมาเป็นทาง

“ไม่มีงานแต่งก็ไม่เป็นไรนะเฮีย เราสองคนเป็นเหมือนคนคนเดียวกันมาตั้งนานแล้ว เราดีกันบ้าง ทะเลาะกันบ้าง แต่สุดท้ายเฮียก็กลับมาหาหยกทุกที หยกไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว นอกจากเฮียคนเดียว”

หยกมณีเก็บชุดลงกระเป๋าอย่างเชื่องช้า ก่อนจะพูดอำลาอันเป็นครั้งสุดท้ายจริงๆ

“ขอบคุณนะเฮีย ที่เฮียทำตามสัญญา ต่อไปนี้เฮียจะไม่ทิ้งหยกไปไหนอีก เฮียจะอยู่ในหัวใจหยกตลอดไป”

ทรงกลดแอบมองจากด้านนอก เห็นท่าทางที่พยายามเข้มแข็งของหยกมณีแล้วได้แต่ขบกรามแน่น รู้สึกผิดมาก ที่ทำให้อันกับหยกมณีไม่ได้แต่งงานกันอย่างที่วาดฝันและรอคอยมาตลอดหลายปี

ตงรู้สึกผิดไม่แพ้ลูกชาย อยากทำทุกอย่างเพื่อแสดงความเสียใจต่อปอ และหนทางดีที่สุด คือการคุกเข่าให้คนสนิท ปอรั้งไว้สุดความสามารถ ไม่อยากให้อีกฝ่ายคิดมาก เพราะอันทำตามหน้าที่ที่รัก ตงส่ายหน้าอย่างเหนื่อยอ่อน

“ตอนนี้ไม่มีคำว่าหน้าที่ ไม่มีคำว่าเจ้านาย ลูกน้อง แต่เราเป็นครอบครัวเดียวกัน เราตายแทนกันได้ แม้แต่คำพูดสุดท้ายที่ลื้อพูดกับลูก ก็คือไปช่วยนายน้อย...บุญคุณครั้งนี้อั๊วไม่รู้จะตอบแทนลื้อยังไง”

ตงพยายามจะคุกเข่าให้ปออีกครั้ง แต่ปอไม่ยอม ตงเลยต้องพูดทุกอย่างที่อยู่ในใจ

“ถึงอั๊วเป็นพ่อคนเหมือนกัน แต่อั๊วก็รู้ซึ้งว่าลื้อต้องเจ็บปวดแค่ไหนที่สูญเสียอาอันไป แม้ลื้อจะอดกลั้นเก็บความเจ็บปวดไว้ แต่ความเจ็บปวดนี้ก็จะไม่มีวันจางหาย เหมือนกับอั๊วที่จะไม่มีวันลืมอาอัน จะไม่มีวันลืมลูกชายคนนี้เลย”

ooooooo

งานศพของอันถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายในอีกเจ็ดวันต่อมา สมาชิกแก๊งเขี้ยวสิงห์มากันพร้อมหน้า นำโดยทรงกลดและตง รวมทั้งครอบครัวจิรัสยาที่มาพร้อมกับเคี้ยง เง็กและเว่ย ปอเกรงใจไม่อยากให้ทุกคนต้องลำบากมาร่วมงาน แต่ตงกับเคี้ยงไม่ถือเป็นเรื่องใหญ่ คิดว่าเป็นการสมควรมากกว่า เพราะอันก็เป็นหนึ่งในสมาชิกครอบครัว

แต่ที่ทำให้บรรดาผู้ใหญ่ต้องกลุ้มไม่แพ้กัน ก็เห็นจะเป็นบรรยากาศอึมครึมระหว่างทรงกลดกับจิรัสยา ที่ยังมีท่าทีห่างเหินและหมางเมินกันอย่างเห็นได้ชัด จิรัสยาทำไม่รู้ไม่ชี้ ไม่สนใจสายตาง้องอนของสามี และเลี่ยงไปคุยกับหยกมณี ที่ยืนอยู่หน้าป้ายชื่อของอัน ซึ่งท่าทางเศร้าโศกของอีกฝ่าย ทำให้อดเข้าไปถามไม่ได้

“เจ๊หยกไม่เป็นอะไรจริงๆนะ เจ๊เป็นผู้หญิงเข้มแข็งจริงๆ หนูเป็นอย่างเจ๊ไม่ได้แน่ๆ”

“เป็นได้สิ...ถ้าเธอรักเขามากพอ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เธอจะพร้อมอยู่เคียงข้างเขา”

“แต่เขาไม่ต้องการเราอยู่เคียงข้างเขาแล้ว”

ท่าทางจ๋อยๆของจิรัสยา ทำให้หยกมณีเดาว่าอีกฝ่ายคงหมายถึงทรงกลด เลยพยายามพูดเตือนสติ

“พิสูจน์ให้เขาเห็นสิว่าเธอเป็นผู้หญิงพิเศษของเขาคนเดียวที่เกิดมาเพื่อเขา เฮียอันชอบผู้หญิงเข้มแข็ง ไม่ชอบน้ำตาผู้หญิง ถ้าเจ๊มัวแต่ร้องไห้ เฮียคงโกรธแย่ เฮียอันอยากให้เจ๊ยิ้มและมีชีวิตต่อไป อาจู...ชีวิตคนเราสั้นนัก ไม่มีเวลาจะมาทำร้ายหัวใจตัวเองอีกต่อไปแล้ว”

จิรัสยาคิดหนัก แต่ไม่ทันโต้ ทรงกลดก็ปรากฏตัวขึ้นก่อน พร้อมสร้อยเขี้ยวสิงห์ของอันที่ฝากไว้ให้หยกมณี นักร้องสาวถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เมื่อได้เห็นของแทนใจหนุ่มคนรัก ท่าทีที่เคยพยายามจะเข้มแข็ง กลับไม่อาจต้านทานความรู้สึกเสียใจได้อีกต่อไป ต้องร้องไห้โฮอย่างสุดกลั้นด้วยความสะเทือนใจ

สองสามีภรรยาตัดสินใจทิ้งหยกมณีให้ได้ร่ำลาอันตามลำพัง ก่อนจะผละตามกันมาเงียบๆ แล้วทรงกลดก็เป็นฝ่ายเปิดฉาก ขอโทษสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา แต่ก็เพราะห่วงความปลอดภัยของเธอ เลยต้องทำแบบนี้

จิรัสยาถอนใจยาว ย้อนเสียงเรียบ “แสดงว่าคุณไม่ได้คิดว่าคุณทำผิด คุณไม่คิดว่าฉันมีชีวิตจิตใจ ไม่ใช่ของเล่น ที่คุณจะเอาไปทิ้งๆขว้างๆ พอคิดได้ก็กลับมาเอาคืน”

“ไม่ใช่อย่างนั้น เพราะว่าเธอมีค่าต่อฉันมาก ฉันถึงไม่ยอมให้เธอไปเสี่ยงอันตรายไปกับฉันด้วย”

“ฉันไม่ได้มีค่าอะไรเลย คุณบอกฉันเองว่าฉันเป็นส่วนเกินในชีวิตคุณ เราต่างก็มีที่ที่เราควรอยู่แล้ว คุณไปทำหน้าที่นายกสูงส่งของคุณ ส่วนฉันคงเป็นได้แค่อดีตนายหญิงของคุณ!”

ooooooo

หลังจากกันในงานศพของอัน ทรงกลดก็หมกมุ่นกับงานหาเสียงสนับสนุนเพื่อนโยบายถิ่นมังกรขาว จนไม่มีเวลาฟุ้งซ่านเรื่องภรรยาสุดที่รัก ตงกับปอเสียอีกเป็นฝ่ายกระตือรือร้นและกดดันให้ไปตามง้อจิรัสยา

เช่นเดียวกันกับเคี้ยงและเง็ก แม้จะไม่อยากขัดใจลูกสาวแต่ก็อยากให้คิดดีๆเรื่องทรงกลด เพราะไหนๆก็แต่งงานกันแล้วแถมจะมีลูกด้วยกันอีก จิรัสยาไม่ตอบหรือแสดงท่าทีอะไรทั้งนั้น แต่เก็บข้าวของออกจากบ้านดื้อๆ

“ลื้อจะย้ายหนีไปไหน...ลื้อกลัวอาทรงกลดใช่ไหม เรื่องนี้ป๊าจัดการได้” เคี้ยงเสนอตัวเต็มที่

“ไม่ใช่...หนูไม่ได้กลัวเรื่องนี้ หนูไม่รู้ว่าหนูอยู่บ้านนี้ในฐานะอะไร”

“ก็ในฐานะลูกสาวป๊าน่ะสิ ลื้อยังไม่ยอมรับป๊าอีกหรือ ป๊าเลิกทำการค้าผิดกฎหมายหมดแล้ว อะไรที่ม้าลื้อไม่ชอบ ป๊าก็จะไม่ทำ ใช่แล้ว...ต้องจัดงานเลี้ยงต้อนรับลูกสาวคนใหม่”

จิรัสยาปฏิเสธ ไม่อยากได้งานเลี้ยงเอิกเกริก แต่อยากเรียนต่อมหาวิทยาลัยและคำสัญญาสำคัญ

“ป๊าลงจากตำแหน่งหัวหน้าแก๊งเมื่อไหร่ หนูขอขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊งแทน”

เคี้ยงนิ่งไปอึดใจ เพราะได้ยินคำว่าพ่อจากปากลูกสาวเป็นครั้งแรก ต่างจากเง็ก แทบเต้นผางเมื่อลูกสาวอยากจะเดินตามรอยแก๊งมาเฟีย แต่ไม่ทันที่สามคนพ่อแม่ลูกจะได้ตกลงกัน ทรงกลดก็โผล่หน้ามาพร้อมประกาศลั่นมาตามภรรยาสุดที่รักกลับบ้าน แต่จิรัสยาก็ไม่ยอมกลับง่ายแถมแดกดันกลับ

“การแต่งงานของหนูจบสิ้นนับตั้งแต่วันที่หนูถูกทิ้งไว้ที่บ้านนี้แล้วค่ะม้า”

เคี้ยงตามใจลูกสาว ทรงกลดถึงกับโอด “แต่เรื่องอาจูเป็นเรื่องที่ผมกับม้าตกลงกันสองคนนะครับ เราตกลงว่าจะฝากอาจูไว้ที่นี่จนกว่าสถานการณ์จะปลอดภัย อาจูจะอยู่ที่นี่แค่ชั่วคราว”

จิรัสยายืนกรานหนักแน่นจะอยู่บ้านพ่อตลอดชีวิต ทรงกลดเลยประกาศบ้าง จะไม่ยอมกลับเช่นกัน ถ้าภรรยาสุดที่รักไม่กลับด้วย เคี้ยงเลยต้องเป็นฝ่ายตัดสิน ด้วยวิธีการอย่างลูกผู้ชาย

“หัวเข่าลูกผู้ชายมีค่ายิ่งกว่าทองคำ คราวนี้ห้ามลื้อคุกเข่าเด็ดขาด กล้ำกลืนรักษาศักดิ์ศรีของลื้อไว้ ลื้อล้มลง หัวเข่าแตะพื้นเมื่อไหร่ ก็ไปให้พ้นหน้าลูกสาวอั๊วทันที”

จบคำก็ปล่อยให้ลูกน้องหลายคนรุมซ้อมทรงกลดจนแทบยืนไม่อยู่ แล้วในวินาทีสุดท้ายนั่นเองที่จิรัสยาทนไม่ไหว ต้องร้องห้ามทุกคนเสียงลั่น แล้วถลาไปประคองสามีออกไปทำแผลที่ห้อง ทรงกลดยอมให้ทำแผล แต่ไม่วายต่อปากต่อคำกับภรรยาสุดที่รัก แล้วสุดท้ายก็อดไม่ได้ ต้องดึงตัวเธอมากอดแน่น ขอร้องให้กลับมาคืนดีกันอีก

“เราเจ็บด้วยกันทั้งคู่ ทุกอย่างเป็นความผิดของฉันเอง ฉันไม่รู้จะทำยังไงจริงๆ”

จิรัสยาถอนใจยาว เหนื่อยจะสู้กับหัวใจตัวเอง “ฉันเข้มแข็งกว่าที่คุณคิด ฉันอยู่เคียงข้างคุณได้ เป็นคู่คิดให้คุณก็ได้ แล้วคุณก็ไม่ต้องเลือก ไม่ต้องเลือกครอบครัวหรือเลือกภาระหน้าที่ ฉันจะอยู่กับคุณ พร้อมจะสู้ไปพร้อมกับคุณ”

“แสดงว่าเธอยอมกลับไปกับฉันแล้วใช่ไหม”

สองสามีภรรยาคืนดีกันในที่สุด และกลับไปใช้ชีวิตร่วมกันอีกครั้ง ท่ามกลางความปลื้มใจของพ่อแม่ของทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะเคี้ยงถึงกับเปลี่ยนท่าทีที่มีต่อลูกเขย และเปลี่ยนมาให้การสนับสนุนนโยบายถิ่นมังกรขาวอย่างเต็มที่

ด้านจิรัสยา...ถึงจะได้กลับมาอยู่กับทรงกลดแล้ว แต่ก็ยังหาโอกาสบอกข่าวดีเรื่องลูกไม่ได้ ส่วนหยกมณีเริ่มต้นใหม่กับการร้องเพลงเหมือนที่เคยด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม จนทุกคนอดแปลกใจไม่ได้ เพราะคิดว่าเธอจะเศร้าโศกเสียใจเรื่องอันมากกว่านี้ มีเพียงเจ้าตัวที่รู้ดี ว่าอันไม่เคยจากไปไหน แต่อยู่ในหัวใจเธอเสมอ เลยทำให้เธอมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ แม้ไม่มีเขาอยู่แล้วในชีวิตจริง...

กิจการนำรถญี่ปุ่นเข้ามาขายของทรงกลดเป็นไปด้วยดี ตง เคี้ยง เง็กและเว่ยรวมตัวกันที่บ้านเพื่อฉลองให้และเกือบหลุดปากเรื่องจิรัสยาตั้งท้องออกไปแล้วถ้าจะไม่ช่วยกันกลบเกลื่อนเสียก่อน

ตงอยากให้ลูกสะใภ้บอกข่าวดีเอง เลยพยายามเปลี่ยนประเด็น แต่ก็ไม่วายพูดเป็นนัยๆ “ป๊าภูมิใจในตัวลื้อมากอาที แต่นี่เป็นเพียงก้าวแรกของลื้อ อย่าได้มั่นใจตัวเองจนลืมตัว งานทุกอย่างมีอุปสรรคไว้ให้เราฮึดสู้ ไม่ใช่มีไว้ให้เราท้อแท้ และเรื่องสำคัญอีกเรื่อง ตอนนี้ลื้อไม่ได้ตัวคนเดียวอีกต่อไปแล้ว จะทำอะไรต้องคิดหน้าคิดหลังดีๆ”

คำพูดของพ่อและท่าทางแปลกๆของคนอื่น รวมทั้งภรรยาสุดที่รัก ที่ชอบทำท่ามีลับลมคมในระยะหลัง ทำให้ทรงกลดอดสงสัยไม่ได้ แล้วเขาก็สืบจนรู้ว่าจิรัสยากำลังจะมีข่าวดี จึงเลือกจะถามหลอกถามจากเธอ ในวันที่เขาจะออกไปรอรับผลการลงคะแนนเสียงเรื่องการใช้นโยบายถิ่นมังกรขาวที่สมาคม จิรัสยาไม่รู้เรื่อง อวยพรให้เขาประสบความสำเร็จ และได้คะแนนเสียงเป็นฝ่ายชนะตามที่หวัง เพื่ออนาคตสวยงามของลูกหลาน

ทรงกลดปลื้มใจกับคำอวยพรของเธอ ก่อนจะวกมาถามเรื่องลูกดื้อๆ พร้อมเอามือแตะหน้าท้องเธอ

“ฉันไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อไปแล้ว มีหัวใจของฉันอีกดวงอยู่ตรงนี้”

จิรัสยายิ้มเขินๆให้เขา ก่อนจะแก้ตัวเสียงอ่อย “ฉันอยากให้ผ่านวันนี้ไปก่อน คุณทีจะได้ไม่มีห่วง”

“ไม่มีอะไรต้องห่วงอีกแล้ว เราจะได้สิงห์หนุ่มหรือสิงห์สาวนะ”

“คุณอยากได้ลูกชายน่ะสิ ลูกสาวไม่ดีตรงไหนคะ ลูกสาวก็ช่วยงานแก๊งเขี้ยวสิงห์ได้เหมือนกัน”

“สำหรับฉัน...ลูกชายหรือลูกสาวก็ได้ เพราะเป็นลูกที่เกิดจากผู้หญิงที่ฉันรักสุดหัวใจ และจะรักใครไม่ได้อีก”

จบคำก็ดึงภรรยาสุดที่รักมากอด “ขอบคุณที่ให้ของขวัญมีค่าที่สุดกับฉันนะอาจู แต่ฉันต้องขอทำโทษเธอ ในฐานะที่ปิดบังความจริง ฉันรู้เป็นคนสุดท้ายได้ยังไง...อย่างนี้ต้องทำโทษให้หนัก!”

ooooooo

(จบเลือดมังกร ตอนสิงห์)


ละครซีรีส์เลือดมังกร : สิงห์ ตอนที่ 10 อ่านซีรีส์เลือดมังกร : สิงห์ติดตามละครซีรีส์เลือดมังกร : สิงห์ ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย เจษฎาภรณ์​ ผลดี,มิว นิษฐา จิรยั่งยืน, 5 พ.ค. 2558 07:37 2015-05-07T00:02:07+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ