ข่าว

วิดีโอ



ซีรีส์เลือดมังกร : แรด

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก แอคชั่น ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: กาญจนา โตะยู , อริสา ผ่องสำราญ

กำกับการแสดงโดย: พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง

ผลิตโดย: บริษัท แอค อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: แอนดริว เกร๊กสัน,ณฐพร เตมีรักษ์

อัลบั้ม: ตามคำเรียกร้อง! แอนดริว คืนจอประกบ แต้ว "เลือดมังกร ตอน แรด"




คณินรู้ดีว่าโอชินคือเบาะแสชั้นดีจะสาวถึงตัว ผู้บงการทุกอย่าง เลยตัดสินใจให้ลูกน้องพาไปรักษา ส่วนกริชไปเยี่ยมแพนทันทีที่ทราบเรื่อง ท่าทีเป็นห่วงเป็นใยของเขาทำให้วิภาดาสะเทือนใจมาก จนต้องผละไปรอด้านนอก แพนลอบสังเกตตลอดและพยายามกล่อมกริชให้สารภาพความในใจสักที

ท่าทีเย็นชาของวิภาดา ทำให้กริชใจเสีย แต่ถึงกระนั้นก็ทำใจกล้า ขอโทษเรื่องที่เข้าใจผิดคณิน ก่อนจะสารภาพความในใจว่าแอบชอบเธอมานานแล้ว

“รักของเราไม่ใช่การครอบครอง หากเธอไม่รับรักเรา เราก็แค่รักข้างเดียวไปเหมือนที่เป็นมาตลอด รักของเรา แค่เห็นเธอคนนั้นมีความสุขก็พอแล้ว”

พูดจบก็ผละไปดื้อๆ ทิ้งวิภาดาให้ยืนอึ้งคนเดียว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มกริ่มด้วยความปลื้มใจสุดขีด

ด้านคณิน...ส่งคนไปแจ้งข่าวบ้านเป้งว่าแพนฟื้นแล้ว แต่อาการยังน่าเป็นห่วง หลังจากนั้นจึงระดมคนค้นหายาพิษทั่วโรงสี แล้วจึงนำไปให้ซินแสง้วงสกัดตัวยา เส็งผ่านมาได้ยินทุกอย่าง เลยคิดว่าเล้งอาจเป็นตัวการเรื่องทั้งหมด แต่คณินยังไม่ปักใจ เพราะเพิ่งเห็นเล้งถูกไฟคลอกตายต่อหน้าต่อตาก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน

แต่ที่พวกคณินคิดไม่ถึงคือเล้งยังมีชีวิตและกบดานในบ่อนแห่งหนึ่ง โดยมีมนชิตตามดูแลอย่างใกล้ชิด

“นายใหญ่พักผ่อนเยอะๆดีกว่าครับ แผลยังไม่หายดี”

“อั๊วหายแล้ว แต่ความแค้นของอั๊วนี่สิ...แผลเป็นที่ไม่อาจลบทิ้ง โชคดีที่สวรรค์เข้าข้างอั๊ว ให้โอกาสอั๊วได้กลับมาแก้แค้นกับสิ่งที่พวกมันทำกับอั๊วไว้ ไอ้พวกเด็ก เมื่อวานซืน!”

ภาพอัปยศไม่กี่วันก่อนผุดในหัวเล้งอีกครั้ง ไม่คิดเลยว่าหัวหน้าแก๊งมังกรดำผู้น่าเกรงขามอย่างเขา จะถูกแก๊งทายาทมังกรเลือดใหม่หักหน้าและลบหลู่เกียรติเยี่ยงนี้ โดยเฉพาะธาม ทายาทคนเดียวที่เหลือของตระกูลตั้ง หัวหน้าแก๊งกระทิงคนใหม่ ที่ทำให้เขาต้องคุกเข่าขอขมาหลุมศพศัตรูที่เขาชังมาตลอดชีวิต

แม้จะหนีมาได้ โดยให้เกี๊ยงลูกน้องคนสนิทรับเคราะห์ถูกไฟคลอกแทน หลอกตาพวกทายาทเลือดใหม่ แต่บาดแผลทางกายและใจก็บาดลึกยากจะเยียวยา และวันนี้เขาจะขอทวงคืน ด้วยการส่งมนชิตไปยื่นข้อเสนอให้คณิน

“ถ้ามันอยากได้ยาไปรักษาเมีย ให้ประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าแก๊งเหยี่ยวแดงซะ ไม่งั้นเมียมันตาย!”

มนชิตให้คนไปส่งข่าวในวันต่อมา ข้อสงสัยของเส็งกับซินแสง้วงเลยมีมูล แต่คณินก็ไม่ปักใจ เพราะเห็นเล้งตายต่อหน้าต่อตา...หรือว่าจะเป็นสมาชิกสักคนจากแก๊งมังกรดำ

กิตติกับซินแสง้วงอยู่ในเหตุการณ์ด้วย ทั้งสองไม่อยากให้คณินประกาศลาออกตามที่คนร้ายต้องการ แต่อยากให้รอดูท่าที เพราะไม่อยากให้แรดหนุ่มเสี่ยงตามลำพัง แต่คณินกลับมองไม่เห็นทางอื่น นอกจากใช้โอกาสนี้แลกกับยาถอนพิษของแพน กิตติกลุ้มใจแทนเจ้านายหนุ่มมาก อยากรู้จริงๆว่าใครคือคนคิดแผนชั่วทั้งหมดนี้

“ใครกัน...นอกจากเสี่ยบุ๊ง ที่อยากเป็นหัวหน้าแก๊งอีก”

คณินนิ่งไปอึดใจ ก่อนจะรำพึงเสียงเบา “บางที... อาจเป็นคนที่เราไม่เคยสงสัยเลยก็ได้”

ooooooo

แพนอาการทรงๆทรุดๆ แต่แทบล้มทั้งยืน เมื่อคณินบอกว่าเธอป่วยเพราะถูกยาพิษ ภาพซองยาถ่ายจากพ่อลอยวนเวียนในหัว แต่เธอก็ไม่กล้าบอกคณินเรื่องนี้ เพราะอยากไปคาดคั้นความจริงจากพ่อด้วยตัวเอง

แต่ครั้นจะลอบออกไปเงียบๆก็เป็นไปได้ยาก เมื่อวิภาดายกซุปไก่มาขวางหน้าไว้ พร้อมบอกให้เธออยู่แต่ในห้อง เพราะเป็นคำสั่งคณิน แพนยืนยันจะไปให้ได้ แต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอม

“ถ้าเฮียรู้ เฮียต้องไม่พอใจแน่เลย ตอนซ้อไม่สบาย เฮียนั่งเฝ้าซ้อทั้งวันทั้งคืน เฮียคงทั้งรักทั้งห่วงซ้อมากจริงๆ”

“คงทำตามหน้าที่น่ะ และก็คงจะทำแบบนั้นกับผู้หญิงทุกคนในชีวิตเขา”

“แต่ไม่มีใครสำคัญเท่าซ้อหรอก วิรู้จักเฮียของวิดีที่สุด ถึงกล้าบ้าบิ่นแค่ไหน แต่บางเรื่องก็ไม่ได้เรื่อง!”

วิภาดายิ้มเจ้าเล่ห์แล้วผละไปดื้อๆ ทิ้งแพนให้มองตามงงๆ...อยากจะรู้นักว่าเรื่องอะไร

หลังส่งข่าวให้คณิน มนชิตก็ไปปั่นหัวบุ๊ง ยุยงให้ลุกฮือต่อต้านคณินแบบจริงจัง เสี่ยใหญ่หมั่นไส้แรดหนุ่มเป็นทุนอยู่แล้ว เลยคิดจะร่วมมือด้วย แต่เมื่อกริชรู้ก็พยายามกล่อมให้ล้มเลิก แถมเตือนให้ระวังเรื่องมนชิตอีกต่างหาก เสี่ยใหญ่รักลูกเลยรับปากแบบขอไปที พร้อมถ้อยคำดูถูกลับหลังสารพัด ไม่รู้เลยว่ามนชิตแอบได้ยินทุกอย่าง

“กูขึ้นเป็นใหญ่เมื่อไหร่ มึงคนแรกที่กูจะเหยียบหน้า...ไอ้บุ๊ง!”

มนชิตเริ่มแผนยุยงในวันต่อมา ด้วยการแจ้งตำรวจให้ไปถล่มบ่อนของบุ๊ง แล้วโบ้ยว่าเป็นฝีมือคณิน กริชสังหรณ์ใจอยู่แล้ว แล่นไปเตือนให้คณินรู้ตัว โดยเฉพาะเรื่องท่าทีมีพิรุธของมนชิต แต่ก็เกือบไม่ทันบุ๊ง ซึ่งบุกมาเอาเรื่องคณินในบ่ายวันเดียวกัน

คณินปฏิเสธเสียงแข็ง แต่บุ๊งก็ไม่เชื่อ โวยลั่น “ลื้อจ้องจะล้มอั๊วทุกทาง ตอนนี้นังโอชินคนนั้นมันอยู่ที่ไหน อั๊วต้องการให้มันยืนยันว่าลื้อเป็นผู้บงการ ลื้อทำเองทุกอย่าง ไม่ใช่หมาที่ไหน”

กิตติพยายามไกล่เกลี่ยว่าคณินก็เป็นผู้เสียหาย แต่บุ๊งไม่ฟัง คณินเลยต้องออกโรงเอง

“แล้วที่โรงสีผมข้าวเน่า ถูกไฟไหม้จนต้องปิดกิจการ ถูกใส่ร้ายป้ายสีว่าฆ่าคนตายไม่รู้กี่ศพ ถูกตามฆ่าไม่เว้น

แต่ละวัน อันนี้ผมสั่งการกำจัดตัวเองด้วยว่างั้น...หรือว่าเสี่ยเองที่ทำ”

“เฮ้ย...อย่ามาใส่ร้ายอั๊ว คนอย่างอั๊ว ไม่ลอบกัดใครลับหลังหรอก ถ้าโกงก็โกงกันซึ่งๆหน้า”

กริชอับอายมาก แต่ก็ทำได้แค่พาพ่อแยกออกไป คณินมองตามด้วยความหนักใจ แต่ก็ยืนยันจะทำตามแผน คือประกาศลาออกเพื่อล่อคนร้ายให้แสดงตัว หัวหน้าแก๊งพังพอนคนใหม่ทราบเรื่องในวันเดียวกัน และตัดสินใจ

ไปดักหน้าคณิน เพื่อมอบจดหมายของพ่อ หัวหน้าแก๊งคนก่อนให้ ซึ่งเคยจะเอาไปให้คณินก่อนถูกฆ่า

ตราประทับแก๊งมังกรดำบนกระดาษทำให้คณินอึ้งไปอึดใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเข้มขึ้น เมื่อหัวหน้าแก๊งพังพอนประกาศตัวเป็นฝ่ายสนับสนุนเต็มที่ เพราะอยากล้างแค้นให้พ่อเต็มแก่ คณินพยักหน้ารับนิ่งๆ ทั้งที่ในใจเดือดพล่านด้วยความแค้น...แล้วเราจะได้เห็นดีกันพวกแก๊งมังกรดำ!

ooooooo

แม้จะถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด แต่แพนก็ลอบหาทางออกไปหาพ่อจนได้ แต่ก็ต้องผิดหวัง เมื่อเป้งไม่ยอมบอกว่าใครเป็นคนให้ยาซองนั้น แถมต้องเวียนหัวอีกต่างหาก เมื่อหลินดันได้ยินว่าพ่อเอาโฉนดบ้านไปจำนองกับบุ๊ง

แพนส่ายหน้าด้วยความเอือมระอาที่เห็นพ่อทะเลาะกับแม่เลี้ยงไม่หยุดหย่อน เมื่อมนสิชากลับถึงบ้านเวลาต่อมา หลังบุกไปจีบคณินถึงโรงสี แต่ถูกกิตติตอกกลับหน้าหงาย เลยทำให้สถานการณ์ในบ้านยิ่งเลวลง สาวน้อยตีโพยตีพายด้วยความน้อยใจ ที่ทุกอย่างไม่เป็นตามหวัง โดยเฉพาะเรื่องคณิน

“มนสิอยากเป็นเหมือนเจ๊แพน ทำไมมนสิต้องเกิดเป็นแบบนี้ เป็นผู้หญิงที่ไม่มีใครรัก ไม่มีใครเอา!”

ตราสัญลักษณ์ของแก๊งมังกรดำไม่ได้ปรากฏแต่ในจดหมายของหัวหน้าแก๊งพังพอนคนก่อนเท่านั้น แต่ยังเด่นหราบนศีรษะโอชินด้วย ซินแสง้วงเป็นคนรักษาอาการบาดเจ็บสาหัสของเธอ และแจ้งให้คณินรับรู้

“ตรามังกรดำที่ประทับไว้บนกระหม่อมอย่างนี้หรือเปล่า ที่เขาเรียกว่าเส้นผมบังภูเขา”

“หมายความว่าศัตรูของผมก็คือเสี่ยเล้งตั้งแต่แรก ตรงกับที่หัวหน้าแก๊งพังพอนทิ้งข้อความเอาไว้ก่อนตาย”

“ถ้าเสี่ยเล้งตายไปแล้วจริงๆ ตอนนี้ตัวแทนของเสี่ยเล้งคงกำลังทำงานอยู่”

“คนคนนั้นต้องการกำจัดครอบครัวผมและขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊ง”

“เอาเส้นผมที่บังตาออก บางทีอะไรๆมันอาจจะสว่างขึ้นก็ได้”

“ผมไม่หวงตำแหน่ง แต่ผมห่วงครอบครัวมากกว่า”

ข่าวการประกาศลาออกของคณินแพร่สะพัดทั่วปากน้ำโพอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่มีใครรู้แน่ชัด จนกว่าจะถึงวันที่คณินนัดแถลงอย่างเป็นทางการในอีกไม่กี่วัน เมื่อเล้งทราบเรื่องก็สะใจมาก และมั่นใจว่าแพนคือจุดอ่อนของคณินจริงๆ มนชิตเห็นด้วย แต่ก็ระแวงว่าซินแสง้วงจะสกัดยาถอนพิษได้ เลยจะตามเก็บ แต่เล้งก็ห้ามไว้ เพราะคิดว่าตัวเองอาจต้องพึ่งซินแสใหญ่ให้ช่วยรักษา หากร่างกายยังบอบช้ำหายช้าแบบนี้

หลังรายงานเล้งถึงความคืบหน้าเรื่องแผนถล่มคณิน มนชิตก็ต้องรับหน้าแพน ซึ่งมาดักรอคาดคั้นความจริงเรื่องยาพิษ เพราะสงสัยท่าทางมีพิรุธของเขามานาน มนชิตยอมรับหน้าตาย ไม่สะทกสะท้านหรือรู้สึกผิดแม้แต่น้อย สาวแสบเลยยิ่งโมโห เพราะนอกจากเขาจะจงใจฆ่าคณินแล้ว ยังจะทำให้เป้งกลายเป็นคนร้ายฆ่าคนตายอีกต่างหาก!

มนชิตยืนกรานจะไม่หยุดทุกอย่างจนกว่าจะตายกันไปข้าง แพนอยากจะเป็นบ้า แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากผละไปด้วยความหัวเสีย...หรือว่าเรื่องนี้เธอต้องตัดสินใจทำอะไรบางอย่างเพราะแรงกระตุ้นจากแพนแท้ๆ ทำให้มนชิตเดินแผนขั้นต่อไปในบ่ายวันเดียวกัน คณินถึงกับพูดไม่ออก เมื่อเห็นข้อความในจดหมายว่าหลังประกาศลาออก จะให้ไปรับยาถอนพิษ แต่ต้องไปคนเดียว!

ซินแสง้วงไม่แปลกใจ เพราะเป็นไปตามคาด แต่กิตติกลับร้อนรนอย่างหนักด้วยความเป็นห่วงเจ้านายหนุ่ม

“ถ้าคุณคิ้มไปก็เท่ากับไปตายนะครับ แล้วถ้าคุณตาย...พวกเราจะอยู่ยังไง เคยคิดบ้างไหมครับ”

“ยังไงฉันก็ต้องไป...ฉันอยู่ไม่ได้ ถ้าไม่มีแพน!”

ooooooo

แพนได้ยินความตั้งใจของคณินทุกอย่าง โดย เฉพาะเรื่องที่เขาจะเสียสละตัวเอง เสี่ยงไปเอายาถอนพิษมาให้ เลยยิ่งทำให้เธอคิดหนัก และตัดสินใจจะทำบางอย่างเพื่อเขาบ้าง

ไม่ใช่แค่แพนคนเดียวต้องกลุ้มใจเรื่องการตัดสินใจของคณิน เส็งก็เครียดไม่แพ้ใคร ยิ่งได้ยินว่าลูกชายคนเดียวจะลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าเพื่อเมียสุดที่รัก ยิ่งประสาทเสีย

“มันต้องมีทางออกสิวะ ซินแสง้วงไง ซินแสต้องรักษาอาแพนได้”

“แล้วถ้าไม่ได้ล่ะ ป๊าจะหวงตำแหน่งไปถึงไหน ชีวิตเมียผมสำคัญกว่านะ”

“แล้วชีวิตคนอื่นๆล่ะ”

“ถึงยังไงผมก็ไม่อยากเสียใจไปตลอดชีวิต เพราะการตัดสินใจที่ผิดพลาดของผม”

“คนจะเป็นผู้นำ มันต้องรู้จักเสียสละสินะ”

“ถึงผมจะเป็นผู้นำที่ไม่ดีพอ แต่ผมจะไม่ยอมเสียสละชีวิตใครไปแม้แต่คนเดียว!”

จบคำก็คุกเข่าขอขมาพ่อที่บริหารแก๊งเหยี่ยวแดงไม่ได้ดีตามที่ได้รับมอบหมาย เส็งแกล้งตีหน้าเข้ม ก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มด้วยความภาคภูมิใจที่ลูกชายคนเดียวมีจิตใจที่ยิ่งใหญ่ รักครอบครัวและเสียสละเพื่อส่วนรวมได้

ไม่ใช่แค่เส็งที่ได้ภูมิใจในตัวคณิน ซกเค็งก็ไม่น้อยหน้า ยิ่งลูกชายคนเดียวปลอบประโลมให้คลายใจ ทั้งเรื่องที่โรงสีและเรื่องการเจ็บป่วยของแพน เธอยิ่งสบายใจว่าแก๊งเหยี่ยวแดงอยู่ในมือคนที่เหมาะสมแล้ว

ขณะที่สถานการณ์ความรักของคณินเต็มไปด้วยอุปสรรคขวางหนาม วิภาดากลับเหมือนอยู่ในโลกสีชมพู เมื่อตัดสินใจสารภาพความจริงในใจกับกริชในบ่ายวันเดียวกัน

กริชใจเต้นระรัว ไม่กล้าสบตาด้วยความเขินอาย จนวิภาดานึกขำ แต่ก็ยืนยันให้เขาสบตาเธอ

“นายจะเห็นความรู้สึกของเราได้ไง ที่ผ่านมา ดวงตาเราพูดกับนายเสมอ แต่นายไม่เคยเห็น เพราะนายมัวมองหาความรู้สึกตัวเอง แต่ไม่เคยมองความรู้สึกเราเลย”

“ดวงตาของวิบอกว่าชอบเราเหมือนกันใช่หรือเปล่า”

“เพิ่งจะรู้หรือ...ไอ้ซื่อบื้อ!”

ขณะที่กริชกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจสุดขีด คณินต้องกลุ้มหนักเพราะหาเมียรักไม่เจอ หลังทราบจากซกเค็งว่าแพนหายตัวจากบ้าน เขาก็ร้อนรนด้วยความเป็นห่วง ตระเวนตามหาจนทั่ว ก่อนจะได้ถอนใจโล่งอก เมื่อพบเธอยืนมองพระอาทิตย์ตกดินคนเดียวที่ที่เขากับเธอนัดกันประจำ

“อยู่นี่เอง...หาตั้งนาน ทีหลังอย่าไปไหนมาไหนคนเดียวอีกรู้ไหม เราไม่รู้ว่ามีใครจ้องเล่นงานเราบ้าง”

“ที่ชีวิตฉันมันวุ่นวายขนาดนี้เพราะอะไรหรือ”

“ฉันขอโทษที่ยังดูแลเธอไม่ดีพอ แต่เธอต้องให้โอกาสแก้ตัวนะ หลังจากนี้ไปฉันจะ...”

“ไม่ต้องสัญญาอะไรทั้งนั้น เราเลิกกันเลยคงง่ายกว่า”

“เลือดลมเธอมาไม่ปกติใช่ไหม”

“ฉันเบื่อ...ได้ยินไหม อยู่กับคนมีศัตรูล้อมหน้าล้อมหลังอย่างคุณ ชีวิตฉันไม่ต้องเสี่ยงตลอดชีวิตหรือ”

“อดทนก่อนได้ไหมแพน ฉันไม่สัญญาก็ได้ แต่ทุกอย่างจะดีขึ้น”

“พอเถอะ...ฉันไม่อยากอดทนแล้ว ฉันเหนื่อย ฉันอยากไปจากที่นี่”

คณินไม่ยอม คว้าตัวเมียสุดแสบมากอดแน่น แพนน้ำตาไหลด้วยความสะเทือนใจ

“ถ้าคุณรั้งฉันไว้เพราะความสงสาร ก็ปล่อยฉันไปเถอะ”

“ไม่...ฉันไม่ได้สงสารเธอ แต่ฉันรักเธอ ฉันรักเธอ... แพน!”

แพนถึงกับอึ้ง แต่ก็ยังหนักใจเรื่องความปลอดภัยของเขา คณินเลยเข้าใจท่าทีนั้นว่าเธอไม่ได้รัก

“เธอไม่ต้องรักฉันก็ได้ แต่เธอต้องอยู่กับฉันนะ... ได้ไหม”

“คุณรักฉันจริงหรือเปล่า”

“จริงสิ...ฉันรักเธอตั้งแต่วันแรกเลยนะ วันนั้นทำให้ฉันรู้ว่าฉันเกิดมาทำไม ฉันต้องปกป้องเธอไงแพน”

ถ้อยคำสารภาพง่ายๆแต่จริงจังนั้น ทำให้แพนอดยิ้มไม่ได้ ก่อนจะโอบตอบเขาแน่น

“ฉันอยากหยุดเวลาไว้แค่นั้นจริงๆ”

“ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น ต่อจากนี้ไป ฉันจะไม่ยอมให้เธอเจ็บอีกแล้ว เธอคือชีวิตของฉัน!”

ooooooo

แพนยอมมีช่วงเวลาหอมหวานฉันผัวเมียกับคณินเป็นครั้งแรก และตัดสินใจหายตัวไปในเช้าวันต่อมา เพื่อตัดปัญหาไม่ให้เธอเป็นภาระให้เขาต้องเสียสละชีวิตให้ เส็งเป็นคนเดียวในบ้านที่เห็นทุกอย่าง แต่ไม่ได้พยายามรั้งตัวลูกสะใภ้ไว้ ได้แต่เรียกมาสั่งเสีย และขอให้กลับมาอีกครั้งเมื่อถึงเวลา...

ส่วนคณินสำลักความสุขแทบตายจนไม่ทันระแวงว่าเมียหมาดๆจะจากไป เช่นเดียวกับซกเค็งกับวิภาดาซึ่งมัวแต่รื่นเริงที่คณินกับแพนได้เป็นผัวเมียกันโดยสมบูรณ์เสียที แต่ช่วงเวลาแห่งความสุขก็อยู่ได้ไม่นาน เมื่อไม่มีใครในบ้านและโรงสีเห็นแพนเลยตั้งแต่เช้า!

การหายตัวไปของแพนทำให้คณินร้อนรนอย่างหนัก ไม่เป็นอันทำอะไร นอกจากระดมคนตามหาเมียรัก เล้งเฝ้าตามเหตุการณ์ต่างๆด้วยความสาสมใจ ก่อนจะยื่นจดหมายฉบับใหม่ให้มนชิตไปส่งคณิน ทันทีที่ประกาศลาออกเสร็จ

“ถ้ามันไม่มาตามนัดหมาย นายจะให้ยาถอนพิษมันใช่ไหมครับ”

เล้งหัวเราะเหมือนคนบ้า “แน่นอน...แต่หลังจากที่มันกินยาพิษที่อั๊วเตรียมไว้ให้นะ”

มนชิตกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ “ชีวิตแลกชีวิต”

“ใช่...ยาพิษที่ไม่มียาแก้ และจะตายภายในหนึ่งชั่วโมง”

ถึงจะอยากกำจัดคณินแค่ไหน แต่มนชิตก็อดสะพรึงกับความโหดเหี้ยมของเล้งไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อเล้งประกาศจะฆ่าล้างครอบครัว หากคณินไม่ลาออก ที่สำคัญ...แพนจะต้องตายด้วย ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เขายอมรับไม่ได้

ไม่ใช่แค่ความรักของคณินเท่านั้นที่ต้องเจอปัญหา ช่วงเวลาหวานชื่นระหว่างกริชกับวิภาดาก็อยู่ไม่นานเช่นกัน เมื่อบุ๊งประกาศตัวชัดเจนจะไม่รับวิภาดาเป็นลูกสะใภ้ แต่กริชก็ไม่ยอมแพ้ ตามไปยืนยันและสัญญากับแฟนสาวเป็นมั่นเหมาะ จะหาทางพิสูจน์ตัวเองและทำทุกอย่างให้บุ๊งยอมรับให้ได้

กริชกับวิภาดาตัดสินใจจะไม่เจอกันบ่อยเพื่อความสบายใจ ก่อนจะแยกกันด้วยความอาวรณ์และโหยหา โดยมีสายตาของมนชิตมองตามห่างๆ พร้อมรอยยิ้มร้าย...ว่าน่าจะใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้ได้

ด้านแพน...ไม่ได้หายไปไหน แต่ซ่อนตัวที่ศาลเจ้ากับซินแสง้วง ซึ่งรับหน้าที่รักษาอาการป่วยของเธอด้วย และถึงจะตัดสินใจแน่วแน่ไม่อยู่เป็นภาระคณิน แต่ท่าทางโศกเศร้าของเธอก็ทำให้ซินแสง้วงหนักใจ

“อั๊วรู้แล้วว่าทำไมอาคิ้มถึงรักลื้อ ความเข้มแข็งของลื้อนี่เอง แต่ลื้อคิดหรือว่าถ้าลื้อตายไป เรื่องมันจะจบ”

“ถึงไม่จบ แต่ก็ยังดีกว่าต้องกลายเป็นเครื่องมือของคนเลวไม่ใช่หรือคะซินแส อย่าบอกใครนะคะว่าฉันอยู่ที่นี่”

“อั๊วไม่บอกหรอก แต่ลื้อสิ จะอดทนมองดูอาคิ้ม เป็นบ้าได้นานแค่ไหน”

“ฉันจะอดทนให้ถึงที่สุด อย่างน้อยก็จนกว่าลมหายใจสุดท้ายจะมาถึง”

“ถ้าลื้อรักอาคิ้มน้อยกว่าที่รักตัวเอง ลื้อคงไม่ต้องเจ็บปวดขนาดนี้”

“ถ้าถึงเวลาที่ฉันต้องจากไปจริงๆ ขอให้ฝังร่างฉันไว้ที่เดียวกับแม่นะคะ ฉันจะเขียนจดหมายทิ้งไว้ให้เขา บอกว่าฉันหนีตามผู้ชายไป เขาจะได้เกลียดและลืมฉันไปเลย”

“นอกจากอั๊ว ยังมีใครรู้เรื่องนี้อีกบ้าง”

แพนนึกถึงเส็ง ยังจำได้ดีถึงบทสนทนาสุดท้ายกับพ่อผัวตอนเธอตัดสินใจออกจากบ้าน เสี่ยใหญ่มองมานิ่งๆอย่างรู้ทัน และไม่พยายามยับยั้งเธอเลย นอกจากทิ้งท้ายให้รีบกลับเมื่อถึงเวลา แพนพยักหน้ารับ เส็งเลยยิ้มบางๆให้ “อั๊วจะถือเป็นคำสัญญา”

“ฝากบอกเขาด้วยว่าหนูอยู่ข้างเขาเสมอ”

แพนดึงตัวเองจากห้วงความคิด สีหน้าเศร้าหมองแต่ก็ไม่ยอมเปลี่ยนใจ จนกว่าสถานการณ์ทุกอย่างจะคลี่คลาย ซินแสง้วงได้แต่มองมาด้วยแววตาเห็นใจ แต่ก็ขัดชะตาฟ้าลิขิตไม่ได้...ทุกอย่างถูกกำหนดไว้แล้ว

ooooooo

การหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของแพนทำให้แผนเล้งพังไม่เป็นท่า เพราะหมายถึงเครื่องมือต่อรองกับคณินไม่มีแล้ว มนชิตร้อนรนและประสาทเสียมาก จนเล้งต้องปรามให้เลิกฟุ้งซ่านและเปลี่ยนแผนใหม่

“ลื้อมัวแต่ถาม หัดคิดบ้างสิวะ นี่ถ้าลื้อฉลาดสักครึ่งหนึ่งของพ่อลื้อนะ ป่านนี้ลื้อได้เป็นใหญ่ไปแล้ว!”

ระหว่างที่เล้งกับมนชิตเปลี่ยนแผน...คณินใจชื้นขึ้น เมื่อซินแสง้วงให้คนมาบอกว่าโอชินฟื้นแล้ว แม้จะยังอาการน่าเป็นห่วง แต่ก็ไม่สาหัสเหมือนเมื่อครั้งแรกที่ถูกนำตัวมา แพนมองเห็นผัวจอมกะล่อน และสัมผัสได้ถึงความรักและห่วงหาของเขา แต่ก็ใจแข็งไม่ยอมปรากฏตัว เพราะไม่อยากเป็นภาระให้เขาต้องมาเสี่ยงชีวิตให้เบาะแสอย่างเดียวที่ได้จากโอชินคือชื่อมนชิต คณินถึงกับพูดไม่ออก แต่ก็ไม่แปลกใจมาก เพราะมีหลายคนเคยเตือนถึงความไม่น่าไว้ใจของพี่เขย แต่คนที่ไม่รู้และต้องรับเคราะห์คนแรกคือวิภาดา ซึ่งถูกมนชิตหลอกเรียกตัวมาพบ ด้วยการหลอกใช้ชื่อกริชในจดหมาย

โชคดีของวิภาดาที่กริชตามมาเห็นและช่วยไว้ มนชิตเลยไม่ทันทำอะไร ได้แต่ตีหน้าตายและผละไปร่วมงานประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าของคณิน กริชกับวิภาดามองตามด้วยความสงสัย ก่อนจะตัดสินใจจะไปบอกคณินเรื่องพิรุธของมนชิต ซึ่งอาจไม่ใช่การหวังดีแต่เป็นเรื่องหวังร้ายมากกว่า

คณินตกอยู่ในอันตรายอย่างที่ทุกคนคาดไว้ แต่คนร้อนรนที่สุด คงหนีไม่พ้นแพน ซึ่งพยายามอ้อนวอนอย่างหนัก ให้ซินแสง้วงโกหกคณินว่าสกัดยาได้แล้ว จะได้ไม่มีใครต้องสละชีวิตหรือเสี่ยงเพื่อเธออีก แต่ที่แพนไม่รู้คือคณินไม่มีวันเปลี่ยนใจ และ
ประกาศกร้าวกลางที่ประชุมจะลาออกจากตำแหน่งหัวหน้า!

บรรดาสมาชิกแก๊งเหยี่ยวแดงส่งเสียงเซ็งแซ่หลังจากนั้น ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเงียบกริบ เมื่อเส็งมารับตำแหน่งหัวหน้าแก๊งแทนลูกชาย แถมด้วยการประกาศจะใช้นโยบายถิ่นมังกรสีขาวของทรงกลดนายกสมาคมฯคนใหม่ แต่ที่ทำให้ทุกคนตกตะลึงสุด ก็เมื่อคณินประกาศตัดขาดกิตติเพราะจับได้ว่าเป็นหนอนบ่อนไส้มานาน

กิตติแกล้งทำหน้าถอดสี โวยวายขอชีวิตและขอโอกาสอีกครั้ง แต่คณินกับเส็งก็ไม่สนใจ และสั่งให้คนนำตัวไปลงโทษ มนชิตมองมาด้วยความเวทนา แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะมัวหาโอกาสนำจดหมายของเล้งไปให้คณิน เส็งรับรู้ทุกอย่างด้วยสีหน้าแน่นิ่ง เป็นห่วงลูกชายคนเดียวไม่น้อย แต่ก็คิดว่าลูกโตแล้วและน่าจะจัดการทุกอย่างได้

หลังจัดการสร้างละครฉากใหญ่ เส็งกับคณินก็พากันกลับบ้าน ทันได้เห็นฉากรักกุ๊กกิ๊กของวิภาดากับกริช ซึ่งยืนจู๋จี๋กันหน้าบ้าน เสี่ยใหญ่ของขึ้นด้วยความหวงลูกสาว ประกาศให้เลิกกัน ซกเค็งมองลูกสาวด้วยความสงสาร เช่นเดียวกับคณินซึ่งพยายามช่วยพูดกับพ่อ แต่เส็งก็ไม่ยอมท่าเดียว

วิภาดาหน้าเสีย ไม่คิดว่าความรักของตนจะมีปัญหา คณินได้แต่ตามไปปลอบใจ แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้มาก เพราะเรื่องของตัวเองยังแก้ไม่ได้ แถมตามหาตัวเมียรักไม่เจออีกต่างหาก!

เพราะความคิดถึงแท้ๆ ทำให้แพนไปยืนดูพระอาทิตย์ตกดินในที่ประจำ ภาพความทรงจำตั้งแต่เจอคณินครั้งแรกวนเวียนในหัวจนแทบกลั้นน้ำตาไม่ไหว และเธอคงจะใจลอยมากไป เลยไม่ทันรู้ตัวว่าทิ้งลูกท้อซึ่งคณินเคยให้ไว้ที่นั่น

ส่วนคณินคลาดกับเมียรักไม่กี่อึดใจ เขามาที่นี่เพราะความคิดถึงเช่นเดียวกัน แต่ก็พบแค่ลูกท้อ ซึ่งทำให้เขาเกิดความหวังว่าแพนยังมีชีวิตและอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากปากน้ำโพ แต่เมื่อเขาเอาลูกท้อนี้ไปหาซินแสง้วง กลับถูกอีกฝ่ายสั่งให้หยุดเพ้อเจ้อและกลับมาสู่โลกความเป็นจริง โดยมีแพนแอบมองตามจากมุมมืดในศาลเจ้าไม่ห่าง ดีใจมากที่ได้เจอหน้าผัว แต่ก็ใจแข็ง ไม่ยอมออกไปให้เขาพบ...

ooooooo


ละครซีรีส์เลือดมังกร : แรด ตอนที่ 9 อ่านซีรีส์เลือดมังกร : แรดติดตามละครซีรีส์เลือดมังกร : แรด ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย แอนดริว เกร๊กสัน,ณฐพร เตมีรักษ์ 9 ก.ค. 2558 08:31 2015-07-12T01:30:08+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ