ข่าว

วิดีโอ



ซีรีส์เลือดมังกร : แรด

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก แอคชั่น ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: กาญจนา โตะยู , อริสา ผ่องสำราญ

กำกับการแสดงโดย: พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง

ผลิตโดย: บริษัท แอค อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: แอนดริว เกร๊กสัน,ณฐพร เตมีรักษ์

อัลบั้ม: ตามคำเรียกร้อง! แอนดริว คืนจอประกบ แต้ว "เลือดมังกร ตอน แรด"




ซกเค็งไม่ละความพยายามจะให้ลูกชายกับลูกสะใภ้มีทายาท ทั้งต้มยาบำรุงและเปิดโอกาสให้อยู่กันตามลำพังหลายครั้ง แต่ก็ไร้ความคืบหน้า แพนรับรู้ทุกอย่าง และถึงกับขนลุก เมื่อได้ยินซกเค็งกระซิบกระซาบกับวิภาดา ว่าจัดยาแรงให้คณิน ซึ่งอาจทำให้เขาไม่ออกจากห้องนอนถึงสามวันสามคืน!

เพราะสรรพคุณยาของซกเค็งแท้ๆ ทำให้แพนใจเต้นไม่เป็นส่ำ นอนกระสับกระส่ายจนดึกดื่น กลัวใจคณินจะผิดคำสัญญา แต่เพียงไม่นาน ความหวาดระแวงก็กลายเป็นความโกรธ เมื่อแอบได้ยินผัวจอมกะล่อนคุยกับกิตติหน้าห้องเรื่องนักร้องสาวคนสวยจากภัตตาคารฉั่วเทียนเหลาชื่อหยกมณี!

แต่ที่แพนนึกไม่ถึง คือหยกมณีไม่ได้มาปากน้ำโพเพื่อเป็นมือที่สามของใคร แต่มารับบทนักสืบ ตามความ ต้องการของคณินซึ่งเคยขอร้องให้ล้วงความลับจากบุ๊งและสมาชิกแก๊งคนอื่นให้ แล้วนักร้องสาวก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เสน่ห์เย้ายวนและเสียงร้องแสนหวานทำให้เป้าหมายถึงกับเคลิ้ม ยอมดื่มจนเมามาย และคายความลับในใจออกมาในที่สุด

คณินจำต้องหักใจไม่เข้าไปหาแพนในห้องนอน แต่ออกไปหาหยกมณีที่ห้องพักในโรงแรม ทันทีที่รู้ว่านักร้องสาวล้วงความลับบางอย่างมาจากพวกบุ๊งได้ โดยมีกิตติตามมาเป็นเพื่อนเหมือนเคย หยกมณีต้อนรับขับสู้อย่างดี แต่คณินก็ไม่มีอารมณ์พูดเล่น ด้วยอยากรู้มากกว่าว่าพวกบุ๊งคือมิตรหรือศัตรูของครอบครัวกันแน่

“คนที่เฮียคิ้มต้องระวังมากที่สุดตอนนี้คือคนในเงามืดที่มาเฟียเฒ่านั้นพูดถึงต่างหาก”

“หมายความว่ายังไง คนในเงามืด”

“ถ้าเดาไม่ผิด คนพวกนั้นกำลังสงสัยว่ามีนักฆ่ามีฝีมือเฉียบขาดแฝงตัวเข้ามาทำงานให้ใครบางคนที่นี่”

“คนพวกนั้นสงสัยใคร”

“คนพวกนั้นไม่ได้สงสัยเฮีย แต่คนพวกนั้นกำลังกังวลและกริ่งเกรงในอำนาจของเฮียต่างหาก ว่าจะสามารถปกป้องพวกเขาได้ไหม ตอนนี้มาเฟียเฒ่าพวกนั้นก็เลยไม่ใช่ทั้งมิตรและศัตรูของเฮีย”

หยกมณีส่งยิ้มให้กำลังใจ คณินพยักหน้ารับรู้ มุ่งมั่นเต็มที่ จะทำให้พวกบุ๊งเป็นมิตรแบบถาวรโดยเร็วที่สุด

จนแล้วจนรอด คณินก็ไม่ได้กลับมานอนบ้าน แพนตื่นมารับรู้ด้วยความหงุดหงิดหัวใจอย่างบอกไม่ถูก แต่ไม่ทันคิดว่าจะเอาเรื่องผัวจอมกะล่อนแบบไหน ก็ต้องมาปวดหัวกับเป้ง ซึ่งบุกมายืมเงินไปเข้าบ่อนแต่เช้า

แพนถอนใจเหนื่อยหน่าย ก่อนจะทำใจเย็นถามถึงเงินสินสอด เป้งถึงกับหน้าเสีย แก้ตัวหน้าตายว่าเอาไปลงทุนกับเพื่อน แต่ถูกโกงหมด เลยอยากได้เงินก้อนใหม่ไปต่อทุน สาวแสบไม่เชื่อและตัดสินใจพูดตรงๆ

“ฉันจะเอาเงินที่ไหนมาให้พ่อ ทุกวันนี้ฉันก็อาศัยเขาอยู่”

“อาศัยอยู่อะไรวะ ลื้อเป็นเมียนะโว้ย เงินของผัวก็เหมือนเงินของเมียนั่นแหละ ถ้าไม่มีก็ไปขอผัวลื้อมา”

“ไม่...ฉันจะไม่ขอเงินจากใครทั้งนั้น ถ้าพ่ออยากได้เงินก็ตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากินได้แล้ว ไม่ใช่ขลุกแต่ในบ่อน”

พูดจบก็จะผละเข้าบ้าน เป้งขัดใจมาก ตะโกนด่าไล่หลังว่าอีกฝ่ายเนรคุณ แต่แพนก็ไม่สะทกสะท้าน

“ฉันเป็นลูกเนรคุณแน่ ถ้าให้เงินพ่อตัวเองไปเล่นการพนัน!”

ooooooo

แพนไปทำงานด้วยท่าทางหัวเสียสุดขีด ทั้งเรื่องพ่อติดการพนันและเรื่องคณินไม่กลับบ้าน จนไม่ยินดียินร้ายกับข่าวที่ไทได้รับการแต่งตั้งจากคณินให้เป็นหัวหน้าคนงานโรงสี

อาการเหมือนแบ่งรับแบ่งสู้ของไท ไม่พ้นสายตาของคณินกับกิตติ สองหนุ่มมองหน้ากับนิ่งๆ พยายามไม่แสดงออกอะไรมาก อยากรอดูพิรุธของหัวหน้าคนงานคนใหม่มากกว่า แต่ท่าทางงอนๆของแพนก็ทำให้คณินต้องเปลี่ยนความตั้งใจ และเลือกตามไปง้อเมียแทน โดยมีกิตติเป็นด่านหน้าไปตามแพนถึงในห้องทำงาน

“คุณคิ้มบอกว่าจะรอที่รถครับ”

“รอทำไม...อยากไปไหนก็เชิญ ฉันไม่ไปด้วย ฉันจะทำงาน”

“คุณคิ้มรู้ว่าคุณจะพูดอย่างนี้ แสดงว่าคุณคิ้มรู้ใจคุณที่สุด เลยฝากให้บอกว่าถึงคุณไม่อยากไปก็ต้องไปครับ เพราะไม่ได้พาไปในฐานะเมีย แต่พาไปในฐานะเสมียนโรงสีครับ”

แพนชักสีหน้าด้วยความไม่พอใจ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ เพราะเธอก็แค่ลูกจ้าง...ไม่ใช่เมีย!

คณินเห็นเมียสุดแสบทำหน้าตาบอกบุญไม่รับตลอดทางไปติดต่อลูกค้า เลยพยายามชวนคุย และขอให้ช่วยอะไรบางอย่าง แพนงอนเลยปฏิเสธและประชดกลับ แต่แรดหนุ่มก็ไม่ถือสา แถมอ้อนอีกต่างหาก

“แล้วใครบอกว่าให้ช่วยงาน...ช่วยอยู่ข้างๆกันก็พอ”

แพนถึงกับอึ้ง หน้าแดงด้วยความประหม่าและยอมผ่อนท่าทีไม่ปั้นป่ึงหรือสะบัดหน้าหนีเขาเหมือนเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน คณินชอบใจมาก และมีกำลังใจจะไปติดต่อซื้อข้าวจากลูกค้ารายใหญ่ แต่ทุกอย่างก็ไม่เป็นตามที่คิด เมื่อไม่มีชาวนาคนไหนยอมขายให้ เพราะถูกพ่อค้าคนอื่นเพิ่มราคาปาดหน้าไปแล้ว

บุ๊งนั่นเองเป็นตัวการ เพิ่มราคาข้าวถึงสามเท่าตัว และติดสินบนชาวนาไม่ให้ขายข้าวให้คณิน ซึ่งแรดหนุ่มก็ใช้เวลาไม่นาน จึงจับได้คาหนังคาเขา ระหว่างที่เสี่ยใหญ่พยายามเกลี้ยกล่อมชาวนารายสุดท้าย

“เสี่ยบุ๊งนี่เอง นึกว่าใครเอาฝันมาขายให้พวกชาวนา หลอกลวงต้มตุ๋นผิดกฎหมายนะเสี่ย”

“ต้มตุ๋นอะไรวะ อั๊วแค่มาเสนอทางเลือกให้ชาวนา”

“แต่เจาะลูกค้าของโรงสีผมหมดเลย ทำแบบนี้ มันไม่เกินไปหน่อยหรือเสี่ย”

คณินย่างสามขุมเข้าหา สีหน้าพร้อมเอาเรื่อง แพนต้องไปปลอบให้ใจเย็นๆ แต่บุ๊งก็ไม่กลัว

“มันเป็นสิทธิ์ของชาวนา เขาจะขายให้ใครก็ได้ แต่เผอิญพวกเขาขายให้อั๊ว”

คณินต้องข่มอารมณ์อย่างมาก ไม่ให้กระโจนไปต่อยหน้าเสี่ยใหญ่ “ให้ราคาสูงขนาดนั้น ไม่เอาก็โง่แล้ว แต่เป็นไปไม่ได้หรอกเสี่ย ทำการค้าจะยอมขาดทุนขนาดนั้นเพื่ออะไร...เพื่อความสะใจอย่างนั้นหรือ”

“อั๊วแค่อยากให้ชาวนารวยเหมือนเจ้าของโรงสี”

“ใจกว้างจริง เอางี้...ถ้าเสี่ยจริงใจอย่างที่พูดปาวๆ ช่วยวางเงินทั้งหมดให้ชาวนาไปเลย ทั้งหมดที่ตกลงไว้”

บุ๊งตาเหลือก ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะกล้าท้า เพราะตั้งใจจะเบี้ยวค่าข้าว เลยแสร้งโวยวายกลบเกลื่อนแล้วผละไป ทิ้งคณินให้มองตามด้วยความเอือมระอา แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากชวนแพนกลับบ้าน...

ooooooo

เสียงถอนหายใจเฮือกแล้วเฮือกเล่าของผัวจอมกะล่อน ทำให้แพนอดเป็นห่วงไม่ได้ เห็นใจเขาไม่น้อย ต้องเจออุปสรรคมากมายเช่นนี้ แม้แสงแดดยามเย็นข้างทางจะทำให้เขาอารมณ์เย็นลงบ้าง แต่ก็ไม่คลายกังวลนัก

“เงินนี่มันสำคัญจริงๆ มันซื้อใจคนได้หมด...หมดทั้งตำบลเลย”

“มันเป็นเรื่องของปากท้อง ในเมื่อพวกเขามีทางเลือกที่ดีกว่า ลองเป็นคุณ...คุณก็ทำเหมือนพวกเขานี่แหละ”

คณินส่ายหน้าไม่เห็นด้วย “แต่มันเป็นการหลอกลวงแน่นอน เสี่ยบุ๊งไม่มีทางให้ราคานั้นได้ เจ้าเล่ห์จริงๆ เธอน่ะ...ระวังตัวด้วยนะ ส่วนมากพ่อกับลูกสันดานไม่ไกลกัน”

แพนถึงกับมึนที่จู่ๆเรื่องงานก็กลายเป็นเรื่องเธอกับกริช แม้จะเข้าใจว่าเขากำลังเครียด แต่ก็อดน้อยใจไม่ได้

“เหรอคะ...แต่ทำไมคุณกับเถ้าแก่เส็งไม่เห็นเหมือนกันเลย เถ้าแก่เป็นคนดี เอาการเอางาน รักเมียคนเดียว”

“ทำไมจะไม่เหมือน ฉันนี่ถอดแบบป๊ามาเป๊ะเลย สบายใจได้ อนาคตเธอไม่ลำบากหรอก ตอนนี้ก็ทนๆไปก่อน”

แพนคร้านจะต่อปากต่อคำด้วย เลยชวนเขากลับ แต่คณินก็ไม่ยอม รั้งตัวไว้

“เราไม่ได้ดูพระอาทิตย์ตกดินด้วยกันนานแล้วนะ”

แพนหน้าแดงด้วยความเขิน ยอมยืนดูพระอาทิตย์ตกดินกับเขา แต่ไม่วายถามเรื่องที่คาใจมานาน

“ทำไมคุณถึงชอบดูพระอาทิตย์ตกดิน”

“เพราะผมชอบกลางคืนมากกว่ากลางวัน...ความฝันมันชัดดี”

แพนพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะเปรยเสียงอ่อน “ต่างจากฉัน ฉันชอบดูพระอาทิตย์ขึ้นมากกว่า เพราะมันหมายถึงการเริ่มต้นใหม่ ตราบใดที่เรายังไม่ตาย ก็ต้องสู้ต่อไป ชีวิตจริงกับความฝัน มักเดินสวนทางกันเสมอ”

“ถ้าอย่างนั้น...ต่อไปเราตื่นพร้อมๆกันเพื่อดูพระอาทิตย์ขึ้นด้วยกันนะ”

คณินมองมาอย่างมีความหวัง แพนไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ แต่อมยิ้มนิดๆ พอให้อีกฝ่ายใจชื้น...

ฝ่ายบุ๊ง...นั่งรถกลับบ้านอย่างสบายใจและอารมณ์ดีพอจะให้เงินค่าจ้างเด็กชาวบ้านในละแวกนั้นเป็นพิเศษ ที่ช่วยเป็นหูเป็นตาและต้อนฝูงควายขวางทางรถคณินให้ แต่ไม่ทันแยกจากกัน ทั้งสองก็ต้องหนีตายหัวซุกหัวซุน เมื่อมีมือปืนปริศนาสาดกระสุนใส่แบบไม่ยั้ง หวังฆ่าให้ตายคาที่!

โอชินนั่นเองที่แอบตามพวกบุ๊งมาตั้งแต่เช้า และสบโอกาสจะจัดการแก้มือ หลังจากพลาดไปเมื่อไม่กี่วันก่อน โชคดีที่คณินกับแพนผ่านมาทันเวลา กระสุนเลยเฉียดแค่ไหล่เสี่ยใหญ่ รอดไปถึงโรงพยาบาลได้อย่างหวุดหวิด ส่วนเด็กชายชาวบ้านผู้โชคร้าย คณินเป็นคนช่วยไว้และพาไปส่งบ้านอย่างปลอดภัย

โอชินเจ็บใจมาก ได้แต่หาที่ซ่อนตัว และมองตามบุ๊งกับคณินหนีไปต่อหน้าต่อตา แต่ถึงทำอะไรไม่ได้แล้ว นักฆ่าสาวก็จะไม่ปล่อยให้มีพยานตามชี้ตัว และเด็กชายชาวบ้านคนนั้นก็เป็นเป้าหมายแรก!

ด้านกริช...รีบพุ่งไปโรงพยาบาลทันทีที่ทราบเรื่องบุ๊งถูกลอบยิง แม้จะไม่เห็นด้วยกับความเจ้าคิดเจ้าแค้นและขี้โกงของพ่อ แต่หนุ่มนักเชิดสิงโตก็ร้อนรนไม่น้อย เมื่อได้ยินว่าอาการพ่อไม่ค่อยดี วิภาดาซึ่งญาติดีกับเขามากขึ้น หลังปรับความเข้าใจเรื่องแพนเมื่อวันก่อน กลับต้องอึ้งไปอึดใจ เมื่อเขาบอกว่าคณินอาจเป็นต้นเหตุให้บุ๊งถูกยิง

“นายคิดว่าพี่ชายเราเป็นคนทำหรือ มีหลักฐานหรือเปล่า อย่าเพิ่งด่วนสรุปสิ”

“ได้...เอาไว้เราจะคุยกับพี่ชายวิว่าเป็นฝีมือเขาหรือเปล่า เพราะถ้าใช่...เราจะไม่อยู่เฉยแน่”

คณินพาเด็กชายชาวบ้านส่งถึงบ้านในเย็นวันเดียวกัน แม่ของเด็กชายทั้งดุและปลอบให้สำนึก และขอบคุณสองผัวเมียที่ช่วยชีวิต เด็กชายยกมือท่วมหัว พลางสารภาพผิดว่าไม่น่าเห็นแก่เงินค่าจ้าง จนเกือบเอาชีวิตไปทิ้ง

ท่าทางจ๋อยๆของเด็กชายชาวนาทำให้คณินด่าไม่ลง ได้แต่เตือนให้ระวังตัวมากกว่านี้ ก่อนจะสอบถามเรื่องคนว่าจ้างและมือปืนที่ไล่ยิง คนว่าจ้างน่าจะเป็นบุ๊งตามคาด แต่รูปพรรณสัณฐานของมือปืนที่เด็กชายพอจำได้ กลับทำให้เขาคิดหนักแทน พร้อมกับมีลางสังหรณ์ ว่ามือปืนสาวผมยาวน่าจะเป็นคนเดียวกับที่ลอบสังหารเขาที่โรงน้ำชา

คณินซ่อนความเคร่งเครียดไว้บนใบหน้าเรียบเฉย ก่อนจะแนะให้สองแม่ลูกย้ายไปอยู่กับญาติที่เมืองอื่น เพราะไม่ไว้ใจมือปืนสาว อาจย้อนมาฆ่าปิดปากเพราะเด็กชายเห็นหน้าเธอแล้ว ส่วนตัวเขากับแพนจะเฝ้าที่นี่เอง

ooooooo

สองแม่ลูกชาวนาออกไปอยู่บ้านญาติต่างเมืองแล้ว คณินกับแพนเลยถือโอกาสเฝ้าบ้านหนึ่งคืน เพราะคงกลับปากน้ำโพไม่ทัน เหตุการณ์วุ่นวายสุดระทึกเมื่อช่วงเย็น ทำให้แรดหนุ่มอดสงสารและเห็นใจเมียสุดแสบไม่ได้ ต้องมาตรากตรำอยู่กระท่อมชาวนาแบบจำใจกับเขา แพนโบกมือไม่ให้คิดมาก

“ไม่เป็นไรหรอก ลำบากจนชินแล้ว ดวงฉันไม่ดีเอง”

“ใครบอกคุณ ดวงคุณมันลำบากตอนเด็ก แต่หลังแต่งงานดวงจะดีมาก วาสนาส่ง ผัวรักผัวหลง”

แพนย้อนถามเสียงเยาะ “ผัวคนไหนหรือ”

“อ้าว...ดูพูดเข้าสิ นั่งหัวโด่ตรงหน้าแท้ๆ”

“รักหลงหรือฉันถามคุณจริงๆเหอะ ทำไมคุณถึงแต่งงานกับฉัน”

“พรหมลิขิตมั้ง...แล้วคุณล่ะ ดื้อจะตาย ถ้าไม่ยอมซะอย่าง คุณก็ไม่แต่งหรอก ทำไมถึงยอมแต่งกับผมล่ะ”

แพนอึ้ง แต่ก็แถไปได้เรื่อยๆ “ฉันแค่อยากหนีความวุ่นวายที่บ้าน ส่วนคุณก็แค่อยากได้ฉันไว้เป็นตัวประกัน เพราะคุณคิดเสมอว่าฉันเป็นหนอนบ่อนไส้ เป็นคนทรยศ ทำให้โรงสีคุณเจ๊ง!”

“เปล่า...ที่ผมแต่งงานกับคุณ เพราะผมอยากทำให้คุณรักผมให้ได้ต่างหาก”

สีหน้าและท่าทางจริงจัง ทำให้แพนพูดไม่ออก คณินได้ใจหยอดใหญ่

“ถึงตอนนี้...คุณอาจยังรักคนอื่น แต่สักวันคุณต้องรักผม...รักผมคนเดียว”

แพนแอบปลื้ม แต่ยังปั้นหน้านิ่ง โต้ว่าหากเขาทำได้จริง เธอคงมีกรรมเก่ามาก คณินยิ้มกวนประสาท ก่อนจะทำใจกล้า เอื้อมมือไปแตะตัวเธอ ลูบไล้เบาๆเหมือนจะขอความเห็นใจ

“เพราะงั้น...ชดใช้กรรมสักหน่อยไหมจ๊ะเมีย บรรยากาศเป็นใจขนาดนี้”

แพนเบี่ยงตัวหลบ “คุณสัญญาแล้วนะว่าจะไม่แตะต้อง ถ้าฉันไม่ยินยอม”

คณินถึงได้สติ ผละตัวออก ก่อนจะพึมพำว่าเป็นเวรกรรมของตัวเองแท้ๆ

“งั้นคุณก็นอนกอดมีด กอดไม้หน้าสามไว้ด้วยแล้วกัน เผื่อดึกๆผมย่องเข้าหา...กันไว้ก่อน!”

ขาดคำสองผัวเมียก็เปลี่ยนมากอดกันกลม เมื่อจู่ๆ ก็มีเสียงปืนดังจากอีกด้านของกระท่อม มือปืนสาวนั่นเองที่ย้อนมาปิดปากเด็กชายชาวนา คณินกระชับอ้อมแขนแน่น ก่อนจะคลายลง เมื่อเห็นว่ามือปืนสาวจากไปแล้ว...ไม่อยากจะคิดเลยว่า ถ้าสองแม่ลูกยังอยู่ที่นี่จะเป็นเช่นไร...

ระหว่างที่คณินเครียดจัด เพราะดูท่าความขัดแย้งจะลุกลาม จนอาจทำให้สี่แก๊งใหญ่แห่งปากน้ำโพแตกคอแบบเลี่ยงไม่ได้ สมาชิกในบ้านก็ประสาทเสียไม่แพ้กัน โดยเฉพาะวิภาดา กังวลและวิตกแทนพี่ชาย เรื่องที่บุ๊งถูกลอบยิง และกริชก็ปักใจเสียด้วยว่าคณินอาจเป็นคนบงการซกเค็งพยายามปลอบไม่ให้คิดมาก แต่วิภาดาก็ยังไม่สบายใจ

“ม้าว่าเฮียเป็นคนทำหรือเปล่า”

“ไม่มีทาง...พี่ชายลื้อนิสัยเป็นยังไงลื้อก็รู้ มดสักตัวยังไม่กล้า นับประสาอะไรกับคน ถึงจะเป็นคนไม่ดีก็เถอะ”

“แต่ท่าทางฝ่ายนั้นจะปักใจนะคะ”

“เพราะมันเห็นเราเป็นศัตรู มันถึงได้คิดอย่างนั้น”

“แล้วถ้าเสี่ยบุ๊งตายล่ะคะ”

“ลูกชายอีจะลุกมาสู้แทนพ่อทันที”

“แต่เขาเป็นคนจิตใจดีมากนะคะ ถ้าเกิดเขาเปลี่ยนเป็นคนละคน มันจะเป็นยังไง วินึกภาพไม่ออกเลย”

“ภาวนาอย่าให้อาบุ๊งตายแล้วกัน”

เส็งซึ่งแสร้งทำเป็นหลับ ได้ยินสองแม่ลูกคุยกันทุกอย่าง อดหนักใจแทนคณินไม่ได้ ที่ต้องรับศึกหลายด้าน ทั้งความปลอดภัยของครอบครัว ความอยู่รอดของโรงสีและความรักฉันสามีภรรยากับแพน...

ooooooo

มนชิตสะใจมากเมื่อเห็นว่าบุ๊งเจ็บปางตาย ต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล ที่สำคัญ...กริชเริ่มระแวงสงสัยในตัวคณินบ้างแล้ว เขาจะได้ไม่ต้องลงมือจัดการทุกอย่างเอง แต่ปล่อยให้กริชกับคณินกัดกันเอง!

อาการของบุ๊งไม่ดีขึ้น ทำให้กริชเครียดหนัก และพาลเคืองมาถึงวิภาดา น้องสาวคนเดียวของคณิน...ผู้ต้องสงสัยคนสำคัญ คณินก็พอเดาสถานการณ์ได้ อยากไปเยี่ยมเสี่ยใหญ่เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ แต่กิตติก็ห้ามไว้และเตือนสติให้คิดดีๆ กลัวกริชจะหุนหันพลันแล่นและล้างแค้นกับเขา

คณินไม่ได้กลัวกริช เพราะเชื่อในความบริสุทธิ์ของตัวเอง แต่ก็อดแปลกใจท่าทีร้อนรนของวิภาดาไม่ได้ ที่ดูจะห่วงใยความรู้สึกของกริชเป็นพิเศษ แพนก็มองออกเช่นกัน แต่คิดว่าไม่ใช่เรื่องที่ควรนำมาพูดตอนนี้ เลยได้แต่ช่วยสองพี่น้องไกล่เกลี่ย และพยายามกันวิภาดาออกห่างจากเรื่องนี้ และตัวเธอจะช่วยเจรจากับกริชเอง

“วิไม่ต้องกังวลหรอกนะ พี่ชายวิไม่ได้ทำ ฉันเป็นพยานได้”

“งั้นแพนไปพูดกับกริชให้หน่อยสิ ถ้าแพนพูด เขาน่าจะเชื่อแพน”

วิภาดาส่งสายตาอ้อนวอน แพนได้แต่พยักหน้ารับ ทั้งที่ในใจวิตกไม่น้อย เพราะสถานการณ์ไม่สู้ดีเลย...

หลังพักยกเรื่องบุ๊งถูกลอบยิงและความเข้าใจผิดของกริช คณินก็ไปจัดการเรื่องในโรงสี โดยเฉพาะเรื่องสำคัญที่ให้กิตติตามสืบ คือความเคลื่อนไหวและปฏิกิริยาของไทหลังได้รับตำแหน่งหัวหน้าคนงาน

กิตติรายงานว่าไทไม่มีท่าทางผิดปกติอะไร แต่คณินก็ไม่ไว้ใจ สั่งให้ตามติดต่ออีกระยะ เป้งแวะเข้ามาขัดจังหวะพอดี กิตติเลยต้องผละไปทำตามคำสั่ง ส่วนคณินหันไปทักทายพ่อตาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

คณินไม่อยากเชื่อหูว่าแพนจะบอกให้พ่อมาขอเงินจากเขาดื้อๆ แต่ไม่อยากทำให้เป้งเสียหน้า เลยได้แต่แบ่งรับแบ่งสู้ และพาไปดูงานในโรงสี ภาพคนงานแบกหามข้าวสารเดินไปมา ไม่ได้ทำให้เป้งคิดได้ แถมโวยวายใส่ลูกเขยอีกต่างหาก ที่ชวนเถลไถลทำให้เสียเวลา คณินเลยผายมือไปรอบๆ

“นี่ไงครับ...เงินทั้งนั้น ข้าวทั้งหมดนี่คือเงิน และกว่าจะได้เงินสักสตางค์ ทุกคนต้องทำงาน”

“นี่คุณต้องการให้ผมทำงานแลกเงินอย่างนั้นหรือ ผมเป็นพ่อตาคุณนะ”

“ผมยังไม่ได้พูดสักคำ”

“ไม่ให้ก็บอกตั้งแต่แรกสิ จะได้ไม่ต้องเสียเวลา ผู้ชายทั้งงกทั้งเขี้ยว ไร้น้ำใจอย่างคุณ สักวันจะถูกเมียทิ้ง!”

คณินไม่ได้ถือสาพ่อตาที่แว้ดเสร็จก็ผละไป มัววุ่นวายกับการเตรียมแผนการขั้นต่อไป คือวางแผนล่อหนอนบ่อนไส้ออกจากโรงสี ด้วยการเรียกประชุมคนงาน และประกาศว่าจะไปรับซื้อข้าวจากบ้านทุ่งโตนดในวันรุ่งขึ้น

และเพื่อความสมจริงของแผน คณินเลยจะไปรับซื้อข้าวด้วยตัวเอง โดยมีกิตติเป็นคนขับรถ ไทไม่ได้เอะใจท่าทีแปลกๆของสองหนุ่ม แต่ชะล่าใจมากกว่าว่าจะมีโอกาสกำจัดคณินเร็วกว่าที่คิด!

ooooooo

แพนกับวิภาดาไปเยี่ยมบุ๊งที่โรงพยาบาลบ่ายวันเดียวกัน พร้อมปิ่นโตอาหารให้คนเฝ้าไข้ กริชไม่ยอมรับ แถมเอ่ยปากไล่สองสาวอย่างสุภาพ เพราะไม่มีแก่ใจจะคุยกับใคร ตราบใดที่พ่อยังไม่ฟื้น แพนพยักหน้าเข้าใจ แต่ก็อดหนักใจไม่ได้ ส่วนวิภาดา น้อยใจมากที่กริชทำเย็นชาและไม่ยอมรับความปรารถนาดีจากเธอเลย

จบเรื่องแผนล่อหนอนบ่อนไส้ในโรงสี คณินก็มุ่งหน้าไปโรงน้ำชา เพื่อตามจับผิดสาวสวยที่เคยเกือบจะมอมเหล้าเขาเมื่อหลายวันก่อน อยากรู้ว่าจะเป็นคนเดียวกับนักฆ่าสาวที่ไล่ยิงบุ๊งกับเด็กชายชาวนาหรือไม่

โอชินถึงกับหน้าซีดเผือด ไม่ทันคิดว่าคณินจะบ้าบิ่น บุกมาหากลางวันแสกๆแบบนี้ แต่แล้วก็ได้ถอนใจโล่งอก เมื่อมีมนชิตเข้ามาช่วยถ่วงเวลา ลากคณินไปคุยอีกทาง

แต่มนชิตก็ถึงกับนั่งไม่ติด เมื่อเห็นสายตาเป็นประกายเหมือนจะรู้ทันของคณิน ยิ่งอีกฝ่ายออกตัวว่าเห็นเขาเป็นที่ปรึกษาคนสำคัญ เพราะมีประสบการณ์ในแวดวงมาเฟียมากกว่าเขา ยิ่งครั่นเนื้อครั่นตัวอย่างบอกไม่ถูก

“เฮียไม่สงสัยหรือว่าทำไมช่วงนี้พื้นที่ของเราถึงมีคนถูกฆ่าบ่อยๆ โดยเฉพาะคนจากสี่แก๊ง”

“ดงมาเฟียก็ต้องมีเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว ออกจากโรงสีแล้วไปเฝ้าบ่อนสักวันสิ แล้วจะรู้ว่าคนมันตายง่ายแค่ไหน”

คณินนิ่วหน้า ก่อนโต้เสียงเรียบ “แต่มันต่างกันก็ตรงที่สามศพเป็นอย่างน้อย เกิดจากฝีมือนักฆ่า เฮียไม่คิดบ้างหรือว่าสี่แก๊งของเรากำลังถูกแทรกแซงโดยผู้มีอิทธิพล หรือแก๊งไหนสักแก๊งที่...”

มนชิตเริ่มร้อนตัว รีบพูดตัดบท “แก๊งเหยี่ยวแดงของเราเป็นแก๊งใหญ่ ไม่มีใครกล้าเข้ามาแหยมหรอก เรื่องที่มีคนตายเพราะนักฆ่า อาจจะเป็นเรื่องส่วนตัวหรือขัดผลประโยชน์”

“งั้นที่เสี่ยบุ๊งโดนถล่ม เฮียคิดว่าเป็นฝีมือของใคร”

“เฮียบุ๊งแกเป็นคนปากไม่ดี อาจไปเหยียบเงาใครเข้า เดาไม่ถูกหรอก”

“แต่ไม่ได้ตั้งใจให้ตาย เพราะยิงต่ำ เน้นที่ล้อเหมือนข่มขู่...เป็นคำเตือนที่โหดมาก ตั้งแต่ป๊าลงจากตำแหน่ง ดูเหมือนใครสักคนจะเหิมเกริมหนักขึ้นเรื่อยๆ เฮียมีคำแนะนำอะไรไหม ถ้าเฮียเป็นหัวหน้าแก๊ง...เฮียจะทำยังไง”

มนชิตอึ้งเมื่อเจอถามตรงๆ แต่ไม่ทันตอบ โอชินก็เดินกรีดกรายมาหาแรดหนุ่มเสียก่อน เขา

เลยได้โอกาสผละจากไป คณินแกล้งโอนอ่อนยอมให้สาวโรงน้ำชาลูบไล้และยั่วยวนตามใจชอบ และถือโอกาสทดสอบบางอย่าง จนได้รู้ว่าสาวโรงน้ำชาท่าทางเหมือนไม่มีพิษสงคนนี้ แท้จริงนั้นไม่ใช่ธรรมดาเลย

กิตติรออยู่แล้ว เมื่อคณินเดินออกจากโรงน้ำชา แรดหนุ่มจึงพยักหน้าให้คนสนิท ก่อนจะพูดถึงเป้าหมาย

“ถึงไม่เจออาวุธในตัว แต่ก็มีวิชาป้องกันตัวร้ายกาจ แถมยังมีร่องรอยบาดเจ็บ เสี่ยบุ๊ง...ก็น่าจะเป็นฝีมือเธอ”

“แสดงว่าคนพวกนี้คิดจะฆ่าคุณคิ้มและเสี่ยบุ๊งหรือครับ พวกมันเป็นใครกันแน่”

“ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน ขอให้จับได้คาหนังคาเขาเถอะ จะเค้นให้เปิดปากให้ได้!”

ooooooo

แต่ถึงจะถูกไล่แค่ไหน แพนกับวิภาดาก็ไม่กลับหรือถอดใจง่ายๆ ดึงดันจะอยู่เฝ้าบุ๊งเป็นเพื่อนกริชจนดึกดื่น กริชลำบากใจมาก แต่ก็ทำใจเชื่อสองสาวไม่ได้สนิทใจเหมือนเคย เลยได้แค่เอ่ยปากไล่อย่างสุภาพอีกครั้ง วิภาดางอนจัด ผละไปรอที่ประตู ทิ้งแพนให้ล่ำลาเพื่อนหนุ่มตามลำพัง

“เราไปก่อนนะ แล้วจะมาเยี่ยมใหม่”

“ไม่ต้องหรอกแพน หลังจากวันนี้...เรากับเขาจะเป็นศัตรูกัน เพราะฉะนั้น...แพนต้องยืนอยู่ข้างเขา”

“พูดอะไรออกมา นายจะตัดขาดเราหรือ”

“แล้วแพนจะเลือกเราหรือ”

“ทำไมต้องเลือก นายเป็นเพื่อนเรานะ”

“ก็แค่เพื่อน แต่เขาคือสามี...และพี่ชาย”

พูดจบก็ปรายตาไปทางวิภาดาเศร้าๆ ก่อนจะสะดุ้งสุดตัว เมื่อได้ยินบุ๊งละเมอเสียงดังถึงคณิน ไม่ให้เอาชีวิตเขา ทุกคนตกใจมาก ถลาไปดูอาการถึงเตียง แต่ก็ไม่ได้เรื่องอะไร เพราะละเมอจบเสี่ยใหญ่ก็สลบไปอีกครั้ง

แม้จะไม่มีหลักฐาน แต่เสียงละเมอของพ่อก็ทำให้กริชนิ่งนอนใจไม่ได้ แล่นไปเอาเรื่องคณินถึงโรงน้ำชา โดยมีแพนกับวิภาดาตามประกบ ไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ คณินกำลังนั่งดูหยกมณีร้องเพลงอย่างเพลิดเพลิน พร้อมสมาชิกแก๊งคนอื่นๆ เพราะเป็นคืนสุดท้ายของเธอที่ปากน้ำโพ ก็กลับต้องวงแตก เมื่อกริชโผล่ไปชกหน้าเขาโครมใหญ่!

เหตุการณ์ทำท่าจะลุกลาม คณินกับกริชตั้งท่าจะวางมวยกลางโรงน้ำชา แต่แพนก็ถลาไปขวางเสียก่อน พร้อมพูดเตือนสติสองหนุ่มไม่ให้ใช้กำลังในเรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้แน่นอนแบบนี้ และหากต่างฝ่ายพลาดท่าเป็นอะไรไปจริงๆ คนที่เหลือข้างหลังจะมีชีวิตอยู่เช่นไร

คณินถอนใจยาว ก่อนจะลดท่าทีขึงขัง “ได้...เพื่อความสบายใจของเมีย และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเปรียบ เอาที่นายถนัดก็แล้วกัน เรามาแข่งเชิดสิงโตกัน...ใครปีนเสาขึ้นไปเอาถุงเงินบนยอดเสาได้ก่อน ถือว่าชนะ”

“ได้...ถ้านายแพ้ นายต้องกราบขอขมาป๊าฉัน”

“ถ้าฉันชนะ...ห้ามเสี่ยบุ๊งทำโรงสีอีก แต่ให้นายบริหารแทน”

“ได้...ฉันให้เวลานายสิบห้าวัน ซ้อมให้เก่งเท่าฉันแล้วมาเจอกัน”

กริชหมุนตัวกลับ แต่ก็ต้องถลากลับตามแรงกระชากของคณิน ซึ่งสวนหมัดใส่ทันทีที่ได้ระยะ แพนตกใจมาก ตั้งท่าจะต่อว่าผัวเต็มที่ แต่ก็ช้ากว่าเขาที่ตีหน้าตายบอกว่าเป็นแค่การเอาคืน...จะได้ไม่ติดค้างกัน!

แพนโมโหมาก และตัดสินใจตามไปขอโทษเพื่อนหนุ่ม แต่กริชกลับไล่ให้กลับไปหาคณิน พร้อมกับบอกว่าเป็นความผิดของตนด้วยที่หุนหันพลันแล่นจนเกิดเรื่องวุ่นวายแบบนี้ แพนหน้าเสีย สงสารเพื่อนหนุ่มจับใจ ได้แต่มองเขาเดินจากไปจนลับตา โดยมีมนชิตลอบมองตามห่างๆ ก่อนจะก้าวมาเผชิญหน้า เมื่อเห็นว่าน้องสาวนอกไส้อยู่ตามลำพัง

“เป็นไงครับนายหญิง...ถูกสวมเขาตั้งแต่หม้อข้าวไม่ทันดำ น่าสงสารจริงๆ”

“ไม่จำเป็นต้องสงสาร เพราะฉันสบายดี ไม่ได้เดือดร้อนอะไร”

“ไม่เดือดร้อนก็ดีแล้ว เพราะคืนนี้มันคงไม่กลับไปนอนบ้านหรอก คงไปกับนักร้องสาวสวยคนนั้น แหม...อิจฉาน้องเขยโว้ย มีเมียใจกว้างนี่มันดีจริงๆ”

ooooooo

เพราะคำพูดทิ้งท้ายของมนชิตแท้ๆ ทำให้ลมเพชรหึงของแพนเดือดพล่านอีกครั้ง สาวแสบหาเบอร์ห้องพักของหยกมณีจนได้ และตามไปเอาเรื่องถึงที่ เพื่อให้แน่ใจว่าผัวจอมกะล่อนนอกใจเธอจริงอย่างที่มนชิตบอกหรือเปล่า

แต่คณินก็ไหวตัวหนีไปได้ เพราะกิตติแอบเห็นแพนหน้าโรงแรมและวางแผนช่วยถ่วงเวลาไว้ แต่แพนก็ไม่หลงกลง่ายๆ ตัดสินใจเคาะประตูขอคุยกับหยกมณีตรงๆ นักร้องสาวทึ่งในความใจเด็ดของอีกฝ่าย แต่ก็พูดอะไรไม่ได้มาก นอกจากช่วยยืนยันว่าคณินออกจากห้องเธอนานแล้ว...เพราะคิดถึงเมียมาก!

คณินดักรอเมียสุดแสบอยู่แล้วที่หน้าโรงแรม แต่แพนก็ตีหน้ายักษ์ใส่ แถมไม่พูดด้วย จนเขาเริ่มใจไม่ดี

“ผมไม่มีอะไรกับหยกมณีจริงๆนะ”

“ไม่ต้องพูด เพราะถึงคุณจะมีหรือไม่มี ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน”

“ไม่เกี่ยวได้ไง คนนอนห้องเดียวกันทุกคืน อย่างอนเลยน่า หยกมีคู่รักแล้ว”

แพนชักสีหน้า เข้าใจไปอีกทางว่าหากหยกมณีไม่มีคู่รัก ผัวจอมกะล่อนของเธอคงไม่ลังเลจะเข้าหา แต่คณินก็ไม่ถือสา แถมทำใจกล้าไปขวางหน้าเธออีกต่างหาก พร้อมกับเย้า

“ชอบจังเวลาเธอหึงแบบนี้ มันทำให้หัวใจชุ่มชื้นขึ้นเยอะเลย”

“บอกแล้วไงว่าไม่ได้หึง ถอยไป...ฉันจะกลับบ้าน”

คณินถึงกับจ๋อย เมื่อเมียรักประกาศลั่นจะไปนอนบ้านเป้ง แถมปฏิเสธเสียงแข็งไม่ให้เขาตาม

“บ้านฉันเล็กเกินไปสำหรับคุณ”

“สำหรับฉัน...ที่ไหนมีเธออยู่ด้วย ที่นั่นคือที่ที่ดีที่สุด”

แพนใจอ่อนยวบ เกือบตามเขากลับบ้านแล้ว ถ้าโอชินจะไม่มาขัดจังหวะ และตามออเซาะด้วยท่าทางน่าหมั่นไส้ถึงขีดสุด คณินเลยต้องกลับไปนอนคนเดียว ไม่มีเมียสุดแสบนอนข้างๆให้ใจระทึกเหมือนทุกคืน...

คืนเดียวกันที่มุมหนึ่งในตลาด...ไทกำลังรอมนชิต เพื่อแจ้งข่าวเรื่องคณินจะไปรับซื้อข้าวด้วยตัวเองที่บ้านทุ่งโตนด แต่กลับเจอโอชินมารับเรื่องแทน แถมแกล้งขู่เขาด้วย ไม่ให้เอาเรื่องส่วนตัวมาปนกับงาน

“ฉันรู้นะว่านายคิดอะไรกับผู้หญิงคนนั้น”

แน่นอนว่าโอชินหมายถึงแพน เพราะเคยแอบตามดูหลายครั้ง ไทกลัวเพื่อนสาวเป็นอันตราย เลยพยายามบ่ายเบี่ยงประเด็น แต่โอชินก็ไม่ลดละ แกล้งพูดว่าจะทำให้รู้ถึงหูมนชิต ซึ่งแอบหลงรักแพนมานาน ไทถึงกับหน้าเสีย แต่ก็ฮึดสู้ตอกกลับว่าอีกฝ่ายก็ทำตัวไม่ต่างกัน จงใจมาถึงปากน้ำโพเพื่อล้างแค้นให้เคนจิ สามีสุดที่รัก

โอชินไม่สะทกสะท้าน ไทเลยต้องถอย แต่ไม่วายกำชับให้อีกฝ่ายนำเรื่องคณินไปบอกมนชิตด้วย แล้วผละไปแบบไม่เหลียวหลัง นักฆ่าสาวได้แต่มองตามด้วยแววตายิ้มเยาะ...เดี๋ยวก็รู้ว่าจะปากแข็งได้อีกนานแค่ไหน!

คณินยังไม่รู้ตัวว่าจะเป็นเป้ากระสุนในวันรุ่งขึ้น มัวตามติดเมียรักถึงบ้านเป้ง และยืนกระต่ายขาเดียวเหมือนเด็กดื้อ จะค้างด้วย แพนปฏิเสธเหมือนเดิม เคืองและโมโหเขาไม่หายที่มีผู้หญิงล้อมหน้าล้อมหลังไม่เคยขาด มนสิชาเห็นพี่สาวคนละแม่กับพี่เขยเถียงกัน เลยจะยุให้เลิกกัน แต่ก็ไม่มีใครสนใจ

แพนเริ่มจะหมดความอดทน ทั้งเสียงอ้อล้อของมนสิชาและการตื๊อไม่หยุดของคณิน เลยต้องตัดบท

“คุณคิ้ม...คุณกลับไปก่อน พรุ่งนี้ฉันจะกลับ”

“อย่าทำอย่างนี้เลยแพน ฉันขี้เกียจตอบคำถามม้า... กลับกันเถอะ”

“ก็แค่บอกม้าคุณว่าฉันกลับมาเยี่ยมบ้าน มันจะยากอะไร”

“เดี๋ยวผู้ใหญ่สงสัยว่าเราทะเลาะกัน”

แพนไม่สน แถมขู่เขาด้วย หากเธอกลับไปเขาอาจไม่สมประกอบในเช้าวันรุ่งขึ้น คณินเลยต้องถอย เมื่อเห็นสายตาเอาจริงของเมีย...กลับไปตั้งหลักก่อน เสร็จงานพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่

ooooooo

แม้แผนเอาตัวเข้าล่อของเจ้านายหนุ่มจะถูกวางอย่างดี แต่กิตติก็ไม่สบายใจจะให้อีกฝ่ายเสี่ยงไปถึงบ้านทุ่งโตนดตามลำพัง คณินเข้าใจความห่วงใยดี แต่ก็ยืนยันตามแผนเดิม เพราะไม่อยากให้เป้าหมายไหวตัวทัน

ด้านแพน...หลังจัดการให้ผัวจอมกะล่อนกลับบ้านได้ ก็ต้องมาสู้รบปรบมือกับเป้งและทุกคนในบ้าน ที่หาว่าเธอเป็นพวกวัวลืมตีน ได้เป็นเมียหัวหน้าแก๊งเหยี่ยวแดง แต่กลับไม่มีปัญญาจุนเจือครอบครัว สาวแสบถอนใจเหนื่อยหน่าย พยายามจะอธิบายเหตุผล แต่ก็ไม่มีใครสนใจฟัง โดยเฉพาะเป้ง

“ชิชะ...คำพูดกับการกระทำของแกมันสวนทางกันจริงๆ ตั้งแต่แต่งงานไป แกเคยหยิบยื่นให้ที่บ้านสักแดงไหม พ่อมันจะลำบากยังไงก็ไม่เคยสน”

“ถ้าฉันมีปัญญาช่วย ฉันช่วยเต็มที่ แต่ตอนนี้มันจนปัญญาจริงๆ พ่อก็รู้ว่าบ้านนั้นไม่ได้รวยเหมือนเมื่อก่อน กิจการก็เพิ่งจะเริ่มทำ แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาให้พ่อผลาญพ่อใช้”

หลินกับมนสิชาพลอยผสมโรง เพราะอยากซ้ำเติมอยู่แล้ว แต่แพนก็ไม่ยี่หระ

“เอาเป็นว่าสิ้นเดือนนี้ฉันยกเงินเดือนทั้งหมดให้พ่อแล้วกัน ส่วนคืนนี้...ขอค้างที่บ้านด้วย”

พูดจบก็หมุนตัวขึ้นห้อง โดยไม่สนเสียงโหวกเหวกโวยวายเบื้องหลัง มนชิตรออยู่แล้ว และไม่รอช้าจะไปเยาะเย้ยถากถางว่าเธอคงถูกผัวทิ้ง ตบท้ายด้วยการชวนกลับมาอยู่บ้านและรับรักเขา แพนส่ายหน้าปฏิเสธ

“เสียใจด้วยนะ เพราะถึงฉันจะเลิกกับเขา ฉันก็จะไม่กลับมาอยู่ที่นี่อีกแล้ว”

“แพนจะไปไหน”

“ไปให้ไกลจากที่นี่ แล้วจะไม่กลับมาอีก”

“ไม่...เฮียไม่ยอมให้แพนไปไหนทั้งนั้น แพนคือชีวิตของเฮีย เฮียอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีแพน”

มนชิตทำท่าจะเข้าประชิดและทำรุ่มร่ามเหมือนเคย แต่ก็ต้องผละออกแทบไม่ทัน เมื่อหลินผ่านมาเห็น แพนทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ไม่แปลกใจด้วยซ้ำเมื่อได้ยินมนชิตโกหกเพื่อเอาตัวรอดว่าไม่เคยคิดอะไรกับเธอ แต่มีหรือหลินจะเชื่อ และเมื่อลับหลังมนชิตไปแล้ว สาวแสบก็ได้ยินสิ่งที่คาดไว้

“อ้อนผู้ชายให้ถูกคนนะ ไม่อย่างนั้นจะหาว่าฉันใจร้ายไม่ได้”

จบคำก็ผลุนผลันจากไป ทิ้งแพนให้มองตามเซ็งๆ ก่อนจะพึมพำไล่หลัง

“รู้แล้ว...ก็ช่วยเฝ้าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนให้ดีล่ะ อย่าให้มายุ่งกับฉันอีก!”

คนต่อมาที่หลินตามไปเอาเรื่องคือมนชิต กลัวใจอีกฝ่ายจะใฝ่ต่ำไปคว้ากาฝากอย่างแพนมาเป็นเมีย แล้วถ้าเป้งรู้เข้า มนชิตจะเดือดร้อน แต่ลูกชายคนดีของเธอก็ไม่กลัว แถมโต้กลับอีกต่างหาก ว่าเป้งเป็นผัวแม่ไม่ใช่พ่อเขา

“ผัวอั๊วมันรักลื้อมาก รักยิ่งกว่าลูกในไส้ เพราะ ฉะนั้น...ลื้อมีป๊าคนเดียวเท่านั้นคือไอ้เป้ง...จำไว้”

“ป๊าก็แค่อยากได้อั๊วไว้สืบสกุล บอกมาเถอะม้า ว่าป๊าแท้ๆของอั๊วเป็นใคร”

แทนที่จะได้รู้ความจริงเรื่องพ่อแท้ๆ มนชิตกลับถูกแม่ตบฉาดใหญ่ แถมย้ำให้เลิกยุ่งและเลิกคิดเรื่องแพน ถ้าไม่อยากถูกเฉดหัวออกจากบ้าน หากเป้งรู้เรื่องเข้า...

ooooooo

คณินตื่นเช้าและทำตามแผนทุกอย่าง เพื่อล่อหนอนบ่อนไส้ออกจากโรงสี แล้วไทก็หลวมตัวจริงๆ เพราะเห็นเป็นโอกาสดีจะตามเก็บคณินง่ายๆ แต่ที่ไม่มีใครรู้คือมนชิตวางแผนตลบหลังอีกชั้น จะได้ไม่มีข้อผิดพลาด แต่แพนก็ผ่านไปได้ยินจนได้ และไม่รอช้าจะไปเตือนผัวจอมกะล่อนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อพวกมนชิต

โอชินสะใจมากเมื่อได้ยินแผนของมนชิต แต่ก็ยังไม่สาแก่ใจ ยุให้ฆ่าไทด้วย เพราะอยู่ต่อก็จะเป็นปัญหา เพราะอีกฝ่ายหลงรักแพนจนอาจเสียงานใหญ่ มนชิตไม่ได้สนว่าไทจะทำงานสำเร็จหรือไม่ แต่เจ็บใจมากกว่าที่นักฆ่าหนุ่มบังอาจท้าชิง แอบรักน้องสาวนอกไส้ที่เขาเฝ้าหวงแหนมาตั้งแต่เด็ก แต่ก็ไม่เคยสมหวัง!

แพนตามไปดักหน้ารถคณินจนได้ พยายามกล่อมให้เขากลับบ้าน แต่ไม่ทันตกลงกัน ไทก็ตีรถขนาบและกราดกระสุนใส่เสียก่อน คณินรีบไปจอดในที่ที่เตรียมไว้ แล้วจะผละไป แต่ไม่วายสั่งให้เมียอยู่แต่ในรถ เพราะจะไม่ปลอดภัย

เสียงปืนดังไม่หยุด ทำให้แพนทนไม่ไหว ตัดสินใจวิ่งไปดูผัวจอมกะล่อนด้วยความเป็นห่วง และทันได้รู้ว่าไทคือหนอนบ่อนไส้ตัวจริง สาวแสบถึงกับส่ายหน้าไม่อยากเชื่อ แต่เมื่อเห็นคณินเล็งปืนไปที่เพื่อนหนุ่มก็รีบห้าม

คณินนิ่วหน้าไม่ชอบใจที่เมียขัดคำสั่ง แต่มีหรือแพนจะยอม สวนกลับ

“ถ้าฉันรอในรถ คุณคงได้ทำบาป อย่าฆ่าคนนะ จับเขาส่งตำรวจเถอะ”

“ส่งไปมันก็โดนปิดปากในคุก นายมันจัดอาหารชุดใหญ่ให้แน่”

“แต่ถึงยังไงคุณก็ฆ่าเขาไม่ได้ คุณไม่มีสิทธิ์ทำอย่างนั้น”

มนชิตซึ่งแอบตามมาเก็บไท เห็นสองผัวเมียเถียงกันก็พยายามจะเล็งไปที่คณิน แต่ก็เป็นไปด้วยความลำบาก เพราะแพนยืนขวางทางกระสุนไว้ สาวแสบไม่รู้ว่าตัวเองอาจเป็นเป้านิ่ง มัวคาดคั้นถามเพื่อนหนุ่มคนงานที่รู้จักกันมานานว่าทำไมถึงทำเรื่องเลวร้ายเช่นนี้ แต่ไทก็ไม่ได้พูดอะไรมาก นอกจากคำขอโทษสำหรับทุกอย่าง แล้วผละหนีไปดื้อๆ

คณินตามติด ไม่อยากปล่อยให้ไทหนีไปแล้วหวนมาทำร้ายเขากับครอบครัว แต่แพนก็ตามไปรั้งไว้อีก

“ถ้าจับไทได้ คุณจะทำยังไงกับเขา จะฆ่าเขาหรือเปล่า”

“เป็นห่วงมันเหลือเกินนะ”

“ใช่...เพราะถึงยังไงเขาก็เป็นเพื่อนฉัน ปล่อยเขาไปได้ไหม”

“ขอร้องแทนมันด้วย แล้วถ้ามันย้อนกลับมาฆ่าฉันล่ะ”

“ถ้าเขากลับมา ฉันจะไม่ห้ามคุณอีก นะคะ...เพราะถ้าคุณฆ่าเขา ก็เท่ากับฉันฆ่าเขาด้วย เพราะฉันอยู่ในเหตุการณ์ มันเหมือนฉันมีส่วนรู้เห็นด้วย”

“แล้วถ้าไม่ตกลงล่ะ”

“ฉันจะไม่อยู่กับฆาตกร ฉันจะไปจากคุณ!”

ooooooo


ละครซีรีส์เลือดมังกร : แรด ตอนที่ 7 อ่านซีรีส์เลือดมังกร : แรดติดตามละครซีรีส์เลือดมังกร : แรด ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย แอนดริว เกร๊กสัน,ณฐพร เตมีรักษ์ 3 ก.ค. 2558 08:01 2015-07-07T01:49:51+00:00 ไทยรัฐ

นิยายอื่นๆที่น่าสนใจ

บันเทิงไทยรัฐ