ข่าว

วิดีโอ



ซีรีส์เลือดมังกร : แรด

อ่านเรื่องย่อ

แนว: โรแมนติก แอคชั่น ดราม่า

บทประพันธ์โดย:

บทโทรทัศน์โดย: กาญจนา โตะยู , อริสา ผ่องสำราญ

กำกับการแสดงโดย: พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง

ผลิตโดย: บริษัท แอค อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด

ช่องออกอากาศ: สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3

นักแสดงนำ: แอนดริว เกร๊กสัน,ณฐพร เตมีรักษ์

อัลบั้ม: ตามคำเรียกร้อง! แอนดริว คืนจอประกบ แต้ว "เลือดมังกร ตอน แรด"




เรื่องตราประจำแก๊งเหยี่ยวแดงบนหน้าผากจั๊วทำให้คณินเครียดมาก และดูท่าอาจมีตามมาอีกหลายระลอก หากยังหาตัวคนร้ายไม่พบ แต่เรื่องเฉพาะหน้าน่ากลุ้มไม่แพ้กันคือการตามง้อแพน เพราะตั้งแต่กลับมาปากน้ำโพ สาวแสบก็ไม่ยอมพูดหรือมองหน้าเขาแม้แต่น้อย

ฝ่ายแพน...หลังช่วยวิภาดาซื้อของในตลาด โดยมีคณินตามประกบ ก็แยกตัวกลับบ้านด้วยท่าทางหัวเสีย ยิ่ง ได้ยินแรดหนุ่มพูดถึงหงส์ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและเป็นห่วง ยิ่งหงุดหงิด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากฮึดฮัดคนเดียว

มนชิตไม่ทันสังเกตอาการแพน ปราดมาดักหน้าระหว่างทาง พร้อมแจ้งข่าวร้ายว่าเป้งขายเธอให้บุ๊ง แลกกับเงินต่อทุนพนัน สาวแสบถึงกับน้ำตาตกใน แต่ก็พยายามข่มอารมณ์ไว้ ก่อนจะยกเข่ากระเทกกล่องดวงใจพี่ชายบุญธรรมอย่างแรง โทษฐานกล้ายื่นข้อเสนอจะช่วยเธอจากการถูกส่งไปขัดดอก แลกกับการยอมเป็นเมีย!

เหลือเวลาอีกวันจะครบที่บุ๊งกำหนดใช้หนี้ แต่แพนก็คิดไม่ตก จะเอาตัวรอดหรือจัดการเรื่องนี้ยังไง ส่วนคณินต้องรับศึกหนักจากเส็ง ซึ่งเพิ่งออกจากโรงพยาบาลพร้อมอาการงอแงโวยวายเหมือนเด็กๆ ไม่ยอมนั่งรถเข็นแต่จะขี่หลังเขาไปไหนมาไหนท่าเดียว แรดหนุ่มเลยได้แต่ถอนใจเหนื่อยหน่าย แต่ก็ต้องยอม เพราะไม่อยากขัดใจพ่อ

ซกเค็งเซ็งจัดอยู่แล้วที่เส็งจำเธอไม่ได้ แถมทำท่ารังเกียจ หาว่าเธอเป็นยายแก่ตามจีบ แต่กลับต้องมาปวดหัว กว่า เมื่อเห็นสภาพโล่งจัดของบ้าน เพราะคณินส่งเครื่องเรือนหลายชิ้นไปขาย แลกกับเงินค่าใช้จ่ายในบ้านและโรงสี

“อย่าไปเสียดายเลยม้า ของนอกกาย...ไม่ตายก็หาใหม่”

เสียงคร่ำครวญของแม่ ทำให้วิภาดาพลอยหดหู่ และคิดจะไปทวงคืน

“แต่ของมีราคาทั้งนั้นเลยนะเฮีย วิไม่ยอม...วิจะไปตามของคืนจากนายกริช”

“ไม่ต้อง...เชื่อเฮีย ถ้ามันเป็นของเรา เดี๋ยวมันก็กลับมาเอง”

ทุกคนทำท่าเหมือนจะสงบ แต่กลับต้องปรี๊ดขึ้นมาใหม่ เมื่อกิตติโพล่งออกไปว่าคงยาก เพราะเศรษฐีซึ่งซื้อของไป จะเอาไปตกแต่งบ้านที่ภูเก็ต คณินต้องโบกมือ พร้อมกับเตือนสติทุกคน

“เอาเป็นว่า...เรามาเริ่มต้นกันใหม่เถอะ ชีวิตใหม่กับสิ่งใหม่ๆ อย่าไปยึดติดกับอะไรที่มันเป็นแค่วัตถุ”

แพนซึ่งมารอรับเส็งที่นั่นด้วย ได้แต่มองแรดหนุ่มด้วยความทึ่ง แต่ไม่ทันฝันหวานก็แตกสลาย เมื่อได้ยินประโยคถัดมาว่าเขาจะเปิดทำการโรงสีในวันรุ่งขึ้น และที่สำคัญ...คือจะแนะนำให้ทุกคนรู้จักว่าที่เจ้าสาว!

ooooooo

แพนยืนหัวใจสลาย เพราะคณินไม่แม้แต่มองหน้าเธอด้วยซ้ำ ตอนประกาศจะแนะนำว่าที่เจ้าสาวต่อหน้าทุกคน แต่คณินก็ไม่ทันสังเกต มัววุ่นวายกับสิ่งที่เส็งร้องขอก่อนหน้า คือจะให้แพนมาดูแลอย่างใกล้ชิด

ซกเค็งโวยวายใหญ่ ร้อนถึงวิภาดากับคณินต้องช่วยกันปลอบ ไม่อยากให้คิดมาก เพราะเส็งเพิ่งออกจากโรงพยาบาล และอาจใช้เวลาฟื้นตัวและกระตุ้นความทรงจำอีกระยะ แต่ถึงจะอ้างกับแม่แบบนั้น คณินก็อดหงุดหงิดหัวใจไม่ได้ เมื่อนึกถึงบทสนทนาของพ่อกับตนเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน

“อั๊วต้องการเด็กสาวคนนั้น...อั๊วบอกกี่ครั้งแล้วว่าอั๊วไม่ใช่ป๊าลื้อ...เด็กสาวคนนั้น อั๊วต้องการให้อีมาดูแลอั๊ว”

“แต่แพนเป็นเสมียนที่โรงสี”

“แต่อีเป็นของอั๊ว อีเป็นคนแรกที่อั๊วเห็นหน้า และอั๊วมั่นใจว่าอีคือคนรักตัวจริงของอั๊ว ไม่ใช่นังแก่หนังเหี่ยวนั่น!”

คณินดึงตัวเองจากห้วงความคิด และอดไม่ได้จะสบตาแพนอย่างขอความเห็นใจ สุดท้ายสาวแสบเลยตัดปัญหา ด้วยการรับปากทุกคนจะดูแลเส็งอย่างดี

“เถ้าแก่มีบุญคุณกับฉันมาก ฉันอยากตอบแทนท่านเท่าที่จะทำได้”

“ครึ่งเช้าไปทำงานที่โรงสี ครึ่งวันบ่ายค่อยมาที่นี่”

คณินพูดขึ้นเรียบๆ วิภาดาเลยอาสาจะช่วยงานบัญชีซึ่งแพนรับผิดชอบมาตลอดแทน ซกเค็งเลยโวย กลัวไม่มีคนช่วยงานในครัว วิภาดาโบ้ยให้แพนช่วย แต่คณินกลับไม่ยอม เพราะยังไม่ไว้ใจสาวแสบ

แพนสำเนียกได้ว่าคณินไม่ไว้ใจ แต่ก็ไม่อยากเซ้าซี้หาเหตุผล เพราะไม่เห็นประโยชน์จะแก้ตัวในสิ่งที่ตัวเองไม่รู้หรือไม่ได้ทำ ซึ่งคณินก็ไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้ แต่กลับพาไปส่งบ้าน และจะถือโอกาสขอเธอจากเป้ง

แต่ไม่ทันที่คณินจะได้ทำตามที่ตั้งใจ ก็ต้องกระโจนตามรถสมุนของบุ๊ง เพื่อช่วยมนสิชาจากการถูกฉุดคร่า เพราะความเข้าใจผิดว่าเป็นแพน...ลูกสาวของเป้งที่ต้องมาเป็นนางบำเรอตามสัญญาหนี้

ลูกสมุนของบุ๊งเห็นคณินก็นึกขยาด เพราะได้ยินชื่อฝีมือเตะต่อยของอีกฝ่ายมามาก แต่เพราะคำสั่งเสี่ยใหญ่ เลยจำต้องประกาศไม่ให้แรดหนุ่มเข้ามายุ่งกับภารกิจชำระหนี้นี้

แต่คณินก็ไม่หลีกทางให้ “เสี่ยเป้งเป็นหนี้ ก็ให้เสี่ยเป้งชดใช้เอง ส่งผู้หญิงคนนั้นมา”

“พวกเรากลับโดยไม่มีลูกสาวเสี่ยเป้งไม่ได้หรอกครับ”

จบคำก็เกิดการต่อสู้แย่งชิงตัวมนสิชา คณินเป็นฝ่ายได้เปรียบ ส่วนลูกสมุนบุ๊งแพ้แบบไม่เป็นท่า มนสิชามองมาด้วยแววตาชื่นชม ประทับใจไม่รู้ลืมกับมาดเท่ๆของแรดหนุ่ม อดีตคู่หมั้นซึ่งเธอเคยดูแคลนว่าซอมซ่อและพิการ แต่ก็ยังตีหน้านิ่งสวมบทนางเอกในละครน้ำเน่า เมื่อเขาชวนขึ้นรถกลับบ้าน

“จะพาฉันไปไหน...แล้วนายเป็นใคร”

“ฉันเป็นใครไม่สำคัญหรอก แต่ฉันจะพาเธอไปส่งบ้าน...เร็ว”

“ถึงนายจะช่วยฉันไว้ แต่ก็ใช่ว่าฉันจะต้องขึ้นรถไปกับนาย”

“ตามสบาย...งั้นก็เดินไปเองละกัน”

คณินทำท่าจะทิ้งจริงๆ มนสิชาเลยต้องเลิกเก๊ก เกาะประตูขอไปด้วย ก่อนจะผงะเมื่อเห็นกิตติ ชายหนุ่มหน้าตาเจ้าเล่ห์ที่เคยทำให้เธอขายหน้าเมื่อหลายวันก่อน แต่ความหล่อของคณินก็ทำให้ลืมทุกอย่าง จนถึงบ้าน เมื่อหลินผวามากอดและสำรวจว่าเธอปลอดภัย ไม่มีอะไรบุบสลาย มนสิชาถึงได้คลายตัวเองจากมนต์สะกด แพนถอนใจโล่งอกเมื่อเห็นสภาพน้องสาวคนละแม่ ก่อนจะชะเง้อหาคณิน มนสิชาเลยถือโอกาสอวด

“คู่หมั้นฉันกลับไปแล้ว”

หลินถึงกับมึน “คู่หมั้นที่ไหน ตอนนี้ลื้อกับอาคุณคิ้ม ตกยากนั่นไม่ได้เป็นคู่หมั้นกันแล้ว”

“ไม่รู้ล่ะ...เขาเสี่ยงตายมาช่วยชีวิตมนสิ ตอนนี้ ชีวิตมนสิเป็นของเขาแล้วล่ะม้า”

พูดจบก็วิ่งเข้าบ้าน ทิ้งให้หลินเต้นผาง ตะโกนไล่หลัง

“ไม่ได้นะอามนสิ ลื้ออยากกัดก้อนเกลือกินหรือไง!”

ooooooo

เพราะมนสิชาเกือบเสียท่าถูกพวกบุ๊งฉุดไปทำนางบำเรอ เรื่องหนี้พนันของเป้งเลยแตก หลินโมโหมาก ตามไปเอาเรื่องเป้งถึงในบ่อน ส่วนมนชิตไม่สนใจเรื่องหนี้ของพ่อบุญธรรม เพราะอยากรู้เรื่องพ่อแท้ๆมากกว่า

และก็เพราะข้อแลกเปลี่ยนเรื่องพ่อแท้ๆ มนชิตเลยยอมทำงานให้นายใหญ่คนหนึ่งจากกรุงเทพฯ ซึ่งอยากให้เขาล้มสี่แก๊งใหญ่ในปากน้ำโพให้ได้ และคืนนี้เขาก็ไปพบนายใหญ่ที่โรงน้ำชาเพื่อรายงานความคืบหน้า แต่เพราะมัวพะวงเรื่องสวัสดิภาพของแพน เลยทำให้ใจลอยจนอีกฝ่ายสังเกตเห็นมนชิตหน้าเจื่อน แต่ไม่วายถามถึงข้อแลกเปลี่ยนว่าเมื่อไหร่จะได้เจอพ่อแท้ๆ

“เมื่อไหร่ที่ลื้อคุมทั้งสี่แก๊งในปากน้ำโพได้แบบเบ็ดเสร็จ วันนั้นลื้อจะได้เจอพ่อที่แท้จริงของลื้อ”

“ผมจะทำให้ได้”

“อย่าดีแต่พูดล่ะ...อั๊วอยากเห็นศพมันนอนตายอย่างโดดเดี่ยวเร็วๆ...”

คืนเดียวกันที่บ้านเส็ง...คณินกับกิตติคุยกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเรื่องการตายอย่างมีเงื่อนงำของจั๊ว โดยเฉพาะเรื่องตราประจำแก๊งเหยี่ยวแดงบนหน้าผากหัวหน้าแก๊งพังพอน ที่ทำให้แรดหนุ่มคิดหนัก

“คนที่ฆ่าเขาน่าจะเป็นศัตรูของเรา ไม่เห็นหรือไง... ตราบนหน้าผากนั่น”

“ไอ้เลวนั่น ต้องการให้เหยี่ยวกับพังพอนกัดกัน เป็นไปได้ไหมครับ...แก๊งกระต่ายป่า”

“ก็เป็นไปได้หมด มาเกิดเรื่องตอนที่เราต้องการแรงสนับสนุนซะด้วย”

กิตติถอนใจหนักหน่วง รู้ดีว่าช่วงเวลานี้ ทรงกลดในฐานะนายกสมาคมเลือดมังกรคนใหม่กำลังต้องการเสียงสนับสนุนจากแก๊งในปากน้ำโพ จึงส่งคณินมาเป็นตัวแทนเจรจาให้ทุกแก๊งยอมรับนโยบายถิ่นมังกรสีขาว แต่ดันเกิดเรื่องวุ่นวาย ความน่าเชื่อถือของคณินเลยลดลง และอาจทำให้ภารกิจที่ได้รับมอบหมายไม่สำเร็จ...

ฝ่ายเป้งกับหลิน...ตีกันไม่เลิกเรื่องหนี้พนันที่เพิ่มขึ้นจนน่าตกใจ โดยมีบุ๊งซึ่งโมโหเรื่องไม่ได้ตัวแพนตามมาเอาเรื่องด้วย สองผัวเมียเลยต้องผละจากกันชั่วคราว มนชิตตามมาขวางไว้ทันเวลา หลังแยกจากนายใหญ่และพยายามไกล่เกลี่ยจะขอใช้หนี้แทน แพนจะได้ไม่ต้องไปขัดดอก แต่บุ๊งก็ปฏิเสธเสียงเข้ม

“ลื้อไม่ต้องพูด เพราะลื้อเป็นแค่ลูกจ้างอั๊ว ถ้าไม่ส่งอาแพนมา อั๊วยึดบ้านลื้อ”

หลินถึงกับปรี๊ดแตกเมื่อได้ยินชื่อแพน “อยากได้นังแพน แล้วทำไมส่งลูกน้องมาฉุดลูกสาวอั๊ว”

“ลื้อพูดอะไรอาหลิน...อั๊วส่งคนไปรับอาแพน ไม่ได้ส่งไป...”

บุ๊งพูดไม่ทันจบก็กวาดตามองลูกสมุน สภาพคอตกหมดสภาพของแต่ละคน เลยทำให้รู้ว่าเป็นการจับผิดคน มนชิตไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจเรื่องมนสิชา แต่อยากปกป้องแพนมากกว่า

“ผมทุ่มเททั้งชีวิตทำงานให้เสี่ย เงินห้าพันที่ป๊ายืมไป ให้ผมทำงานชดใช้เถอะ”

บุ๊งส่ายหน้า ประกาศกร้าว “อั๊วไม่ได้ต้องการลื้อ!”

เป็นอันว่าการเจรจากับบุ๊งเพื่อผ่อนผันหนี้ไม่เป็นผลสำเร็จ แต่เป้งก็ยืนยันจะไม่ยกแพนให้เป็นนางบำเรอเสี่ยใหญ่แน่ หลินโมโหมาก โวยวายและแหวใส่หน้าผัวผีพนันอย่างเหลืออด

“ถ้าลื้อให้มันยึดบ้าน แล้วอั๊วกับลูกจะไปอยู่ที่ไหน”

“ไปอยู่ที่ไหนก็ได้ ศาลเจ้าวัดวาอารามเยอะแยะ”

“ทุเรศ...แค่บ้านหลังเล็กเท่ารูหนู อั๊วก็อายเขาจะแย่แล้ว นี่ลื้อจะให้อั๊วไปอยู่วัดหรือ”

มนชิตพยายามกล่อมให้พ่อแม่เลิกทะเลาะกัน แต่หลินก็ไม่ยอมจบ

“อั๊วไม่เย็น อั๊วไม่ยอม ลื้อให้นังแพนไป”

“แต่มันจะเอาลูกอั๊วไปเป็นทาสรับใช้”

“ถุย...จะทาสรับใช้หรือนางบำเรอ อั๊วก็ไม่สน!”

เป้งถึงกับอึ้ง เอือมสุดขีดกับความใจร้ายใจดำของเมีย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากเก็บตัวในห้อง หลินได้แต่มองตามผัวด้วยแววตาโกรธจัด น้ำตาไหลด้วยความคับแค้นใจ จนต้องยื่นคำขาดเสียงดัง

“ถ้าลื้อไม่ให้นังแพนไป อั๊วกับลูกจะไปเอง!”

ooooooo

คำพูดสุดท้ายของหลินยังก้องในหัว แต่เป้งก็ทำใจรับไม่ได้ จะเอาลูกสาวนอกคอกไปขัดดอก ด้วยรู้ดีว่าบุ๊งต้องไม่ปรานีแพนเหมือนเส็งแน่ สาวแสบ ได้ยินทุกอย่างจากถ้อยคำเผ็ดร้อนของแม่เลี้ยง แม้จะสมเพช แต่ก็อดสงสารพ่อไม่ได้ที่ต้องรับศึกหลายด้าน เลยตัดสินใจเอาเงินเก็บไปวางตรงหน้า

“หนูแค่ต้องการไถ่ตัวเองเท่านั้น พ่อเอาเงินนี่ไปจ่ายคืนเสี่ยบุ๊งเถอะ”

หลังพยายามทำตัวเป็นลูกกตัญญู แพนก็ตื่นแต่เช้าไปร่วมงานเปิดโรงสี โดยมีคณินเป็นประธาน

“โรงสีที่ทุกท่านเห็นอยู่นี่ ไม่ใช่โรงสีของผมคนเดียว แต่เป็นของทุกคน...ทุกคนที่เหน็ดเหนื่อยและสู้มาด้วยกัน และพร้อมจะสู้ไปด้วยกันอีกนานๆ”

มนชิตตามไปป่วนพร้อมมนสิชา สร้างความอึดอัดใจแก่คณินกับแพนมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากยิ้มแย้มทักทายไปตามมารยาท ไทเฝ้ามองเหตุการณ์ด้วยแววตานิ่งสงบ ก่อนจะตาลุกวาวเมื่อเห็นโอชินแฝงตัวเข้ามา นักฆ่าหนุ่มในคราบคนงานไม่รอช้า ตามไปดักหน้าและลากไปคุยอีกทางโอชินไม่มีท่าทียี่หระ หรือสะทกสะท้านกับคำขู่ของไทที่ไม่ให้ฆ่าใครที่นี่ โดยเฉพาะคณิน

“ฉันจะฆ่าทุกคนที่เป็นเสี้ยนหนามของนาย”

“ผิดแล้ว...เธอฆ่าได้เฉพาะที่นายสั่งเท่านั้น”

โอชินยักไหล่ไม่สนใจและผละไป ไทเหลืออด ตะโกนไล่หลังถึงความลับของเธอ

“ฉันรู้นะว่าเธอมาที่นี่เพราะจุดประสงค์อะไร ถ้าคิดจะแก้แค้นให้ผัวล่ะก็...เลิกคิด มันไม่ใช่หน้าที่เธอโมจิ!”

แท้จริงโอชินก็คือโมจิ เมียของเคน นักฆ่าซามูไรที่ถูกคณินฆ่าตายในตอกเปลี่ยวเมื่อหลายวันก่อน และไทเองก็รู้ดี แต่ก็ไม่อยากให้เธอเอาตัว

มาเสี่ยงและก้าวก่ายงานในเขตของเขา แต่ดูเหมือนคำเตือนของเขาจะไม่มีผล เพราะเธอมาที่นี่พร้อมความแค้น และตั้งใจจะฆ่าทุกคนที่เคยทำร้ายคนที่เธอรักสุดหัวใจ...

เวลาเดียวกันด้านในโรงสี...บุ๊งพาคณะสิงโตของกริชมาอวยพรวันเปิดโรงสี วิภาดามองสิงโต

ตัวใหญ่ด้วยความหมั่นไส้ เพราะคิดว่าคนเชิดคงเป็นกริช ส่วนคณินไม่ยินดียินร้าย แต่ต้อนรับขับสู้ไปตามมารยาท โดยมีเส็งนั่งบนรถเข็นไม่ห่างกันนั้น บุ๊งเลยถือโอกาสทักทาย แต่ด้วยสีหน้าเยาะเย้ยถากถางแบบปิดไม่มิด

“พอจะรู้ว่าความจำเฮียมีปัญหา แต่ไม่คิดว่าจะถึงขนาดจำน้องรักคนนี้ไม่ได้”

เส็งไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน แถมโต้กลับแบบไม่ไว้หน้าบุ๊งอีกต่างหาก “ทำไมอั๊วจะจำลื้อไม่ได้ นั่งเรือลำเดียวกันมาจากเมืองจีน ลื้อมันพวกชอบลักขโมยของกินบนเรือ เกือบโยนทิ้งลงทะเลหลายครั้ง”

เสียงเซ็งแซ่ดังขึ้นหลังจากนั้น บุ๊งหน้าชาด้วยความอาย คณินต้องช่วยไกล่เกลี่ยสถานการณ์ บอกให้ทุกคนแยกย้ายไปดื่มหรือทำงานตามหน้าที่ ก่อนจะนิ่วหน้าคิ้วขมวด เมื่อเห็นมนสิชาลากแพนไปในมุมลับตา

แพนได้แต่ถอนใจเหนื่อยหน่ายเมื่อได้ยินถ้อยคำอวดโฉมตัวเองของมนสิชา ไหนจะท่าทางหมุนไปหมุนมาจนน่าเวียนหัว เพื่ออวดชุดใหม่ที่ทำให้เธออยากจะเป็นบ้าตาย แต่เมื่อตั้งท่าจะผละไป ก็ถูกรั้งตัวไว้

“เจ๊ไม่ต้องมาทำงานที่โรงสีแล้วล่ะ พรุ่งนี้ฉันจะมาทำงานขัดดอกเอง”

“ฉันหูฝาดไปหรือเปล่า”

“ฉันจะทำทุกอย่างแทนเจ๊เอง”

“แต่งานที่นี่หนักนะ”

“ไม่เกี่ยง...ขอแค่ได้อยู่ใกล้คู่หมั้นฉันพอ ฉันจะแต่งงานกับคุณคิ้มให้ได้ และฉันจะมีลูกชายคนโตให้เขาด้วย”

แพนได้แต่ส่ายหน้าอ่อนใจ เบื่อหน่ายความคิดเองเออเองของน้องสาวคนละแม่มาก แต่ไม่ทันขยับปากพูดอะไร ก็ต้องเบิกตาโพลง เมื่อเห็นไททำตัวลับๆล่อๆที่มุมหนึ่งของโรงสี แถมหายตัวเข้าไปด้านในอีกต่างหาก!

ooooooo

แพนจะตามดูว่าไทหายไปทำอะไรในโรงสี แต่ไม่ทันเจอตัว ก็ถูกคณินตามป่วน พร้อมถ้อยคำยียวนกวนประสาทเหมือนเคย สาวแสบทำท่าจะขอตัว แต่เขาก็ไม่ยอม จะลากเธอกลับเข้าไปในงาน

“ออกไปด้วยกันหน่อย ฉันจะประกาศให้ทุกคนรู้จักว่าที่เมียฉัน”

แพนถึงกับตาโต ทำท่าจะค้าน แต่ก็ต้องสะดุ้งสุดตัว เมื่อได้ยินเสียงปืนดังมาจากในงาน!

เสียงปืนทำให้เหล่าคนงานและแขกเหรื่อแตกตื่น ไม่เว้นแม้แต่กิตติ ซึ่งถลาไปกอดมนสิชาตามสัญชาตญาณ ส่วนวิภาดามองไปที่สิงโตเชิดด้วยแววตาแข็งกร้าว ก่อนจะหน้าซีดเผือด เมื่อเห็นคนเชิดล้มลงต่อหน้าต่อตา!

เสียงโวยวายอลหม่านดังจากในงาน แต่คณินก็ไม่ปล่อยมือจากแพน โอชินซึ่งรอจังหวะนี้มานานทำท่าจะปามีดพกใส่สองหนุ่มสาว แต่ก็ถูกไทขัดขวาง และลากตัวไปกักไว้ในห้องเก็บของ นักฆ่าสาวหัวเสียมาก

“แต่ผู้หญิงคนนั้นรักศัตรูของเรา มันฆ่าคนรักของเรา เราก็จะฆ่าคนรักมันก่อน ค่อยฆ่ามัน”

“ถ้าฉันยังเห็นเธอป้วนเปี้ยนแถวนี้...ฉันฆ่าเธอแน่”

โอชินหัวเราะเสียงเย็น ท้ากลับ “เตรียมฆ่าฉันได้เลย!”

ด้านแพน...เก็บปิ่นปักผมซึ่งโอชินตั้งใจทิ้งไว้ได้ เลยแอบเก็บไว้ ก่อนจะหลอกล่อคณินให้ไปดูสถานการณ์ด้านนอก ส่วนตัวเองจะไปสำรวจด้านในโรงสีซึ่งเพิ่งเห็นหลังไทไวๆ แรดหนุ่มไม่มีเวลาต่อล้อต่อเถียง จำต้องปล่อยเธอและแยกตัวไป ทันได้เห็นบุ๊งโวยวาย ร้องไห้ราวกับน้ำตาเป็นสายเลือด กอดศพคนเชิดสิงโต เพราะคิดว่ากริชถูกยิงตาย

และทันทีที่บุ๊งเห็นหน้าคณินความอดทนอดกลั้นก็สิ้นสุด เสี่ยใหญ่ถลาหาแรดหนุ่มอย่างลืมกลัว เพราะเห็นด้วยตาว่าอีกฝ่ายหายตัวไปตอนเกิดเหตุยิงกัน คณินพยายามปฏิเสธ แต่บุ๊งก็ไม่ฟัง จนเมื่อกริชตัวจริงซึ่งท้องร่วงกะทันหันมาเชิดสิงโตไม่ได้ปรากฏตัว ข้อกล่าวหาของเขาถึงตกไป

แต่ถึงไม่ใช่คนลงมือ บุ๊งก็ปักใจว่าคณินอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้ มนสิชาซึ่งทำอะไรไม่ถูก ผละไปตามพี่สาวคนละแม่ แพนซึ่งดันไปเจอตราประจำแก๊งเหยี่ยวแดงซึ่งไทเผลอทำหล่นไว้ในโรงสี ต้องรีบซ่อนแทบไม่ทัน ก่อนจะรีบไปช่วยคณิน โดยไม่รู้เลยว่าโอชินลอบมองตามด้วยความแค้น พร้อมสาบานในใจ จะต้องจัดการแพนให้ได้ เพราะเข้าใจว่าเธอคือคนรักของคณิน...ศัตรูคนสำคัญของเธอ!

คณินไม่รู้ตัวว่ามีศัตรูรอบด้าน มัวตั้งรับการกล่าวหาแบบไม่ฟังเหตุผลของบุ๊ง ร่วมด้วยเป้งกับมนชิต ซึ่งไม่ชอบหน้าเขาอยู่แล้ว คณินไม่ยอมบอกว่าอยู่กับแพน เพราะไม่อยากให้เธอเสียหาย มนสิชาเลยฉวยโอกาสนี้แทน

“คุณคิ้มไม่ได้ยิงนะคะ เพราะตอนนั้น...ฉันอยู่กับคุณคิ้ม เราอยู่ด้วยกันค่ะ”

แพนอึ้งกับเรื่องโกหกคำโตของน้องสาว ยิ่งเห็นท่าทางร้องห่มร้องไห้ เสแสร้งว่าเสียใจจนแทบไม่มีหน้าพบผู้คนยิ่งพูดไม่ออก ไม่ต่างจากคณิน แทบไม่อยากเชื่อหู ส่วนเป้งได้สติก่อนเพื่อน โวยวายให้รับผิดชอบและคณินก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากยืนมึน ไม่อยากเถียงให้มนสิชาหน้าแหก!

ooooooo

แต่ผลของการไม่เถียงหรือชี้แจงความจริงต่อหน้าทุกคนทำให้คณินตกที่นั่งลำบาก ตกกระไดพลอยโจนแต่งงานกับมนสิชาแบบไม่เต็มใจ โดยมีซกเค็งกับวิภาดาช่วยกันเตรียมงาน

แล้วฤกษ์แต่งงานในอีกสองสัปดาห์ก็ทำให้คณินถึงกับโอด พร้อมโวยว่าทุกอย่างเร็วเกินไป ซกเค็งรับฟังด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย ไม่สงสารหรือเห็นใจ แถมสมน้ำหน้าลูกชายคนเดียวอีกต่างหาก

“ไม่เร็วได้หรือ ลื้อมันไวไฟเอง เล่นพาอีไปแอบพลอดรักไม่รู้เวล่ำเวลา สวรรค์ถึงได้ลงทัณฑ์ให้เกิดเรื่องร้าย ยังไงเราก็ต้องรีบมีงานมงคล ไม่งั้นจะแย่กว่านี้”

“แย่กว่านี้ยังมีอีกหรือม้า แค่นี้ก็แย่สุดๆละ”

หน้าตาบอกบุญไม่รับของคณิน ทำให้วิภาดาอดขำไม่ได้ จนต้องเอ่ยปากแซว “ในที่สุด...เฮียก็จะได้แต่งงานจริงๆซะที กับคู่หมั้นคนเดิมซะด้วย นี่แสดงว่าหนีกันไม่พ้น เนื้อคู่กระดูกคู่แต่ชาติปางก่อนแน่ๆ”

“ชาติหน้าเถอะอาวิ...บอกเป็นร้อยรอบแล้วว่าไม่มีอะไร ทำไมไม่มีใครเชื่อ”

ซกเค็งได้แต่โบกมือห้ามไม่ให้ลูกชายโอดครวญ “พอเถอะอาคิ้ม...ภาพอีร้องห่มร้องไห้ บอกว่าลื้อลวนลามยังติดตาอั๊วอยู่เลย เตรียมตัวเป็นเจ้าบ่าวซะดีๆก่อนที่นังหลินมันจะมาฉีกอกอั๊ว!”

ขณะที่คณินคิดหาทางออกหัวแทบแตก มนสิชากลับลองชุดเจ้าสาวอย่างเป็นสุข ท่ามกลางสายตาหมั่นไส้ของหลินกับเป้ง ซึ่งแม้จะโล่งใจที่คณินยอมรับผิดชอบ แต่ก็ไม่อยากให้ลูกสาวกัดก้อนเกลือกิน

“ลื้อมั่นใจเหรอว่าจะแต่งงานกับเขาจริงๆ”

“มั่นใจสิม้า อยากเข้าหอจะแย่อยู่แล้ว”

เป้งตบอกผ่าง เช่นเดียวกับหลิน ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าลูกสาวจะหลงคณินขนาดนี้

“เดี๋ยวตีเลย ไม่มีความเป็นกุลสตรี แถมตาต่ำ อยากลำบากนักก็ตามใจ”

“ไม่ลำบากหรอกม้า อีกไม่นานคุณคิ้มก็จะกลับมารวยกว่าใครในปากน้ำโพ เชื่อมนสิเถอะ”

เป้งทำหน้าเหม็นเบื่อ ไม่ต่างจากมนชิตซึ่งเพิ่งมาสมทบ สวนทางกับแพนที่กำลังจะไปทำงาน

มนชิตเหยียดยิ้ม พูดลอยๆ “ไม่อยากจะเชื่ออยู่ๆก็ได้หัวหน้าแก๊งเป็นน้องเขย”

เป้งปรายตาไปทางแพน ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “ก็ดีเหมือนกัน พอสองคนนี้แต่งงานกันแล้ว ลื้อก็ไม่ต้องไปทำงานขัดดอกแล้วนะอาแพน กลับมาช่วยงานที่บ้านเหมือนเดิม”

“มาทำงานขัดดอกแลกข้าวที่บ้านแทนใช่ไหม”

แพนตอกกลับไม่ไว้หน้า ก่อนจะผละไป ทิ้งให้เป้งเต้นผ่างด้วยความหัวเสีย อยากจะเรียกตัวมาด่าให้หายแค้น แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะลูกสาวนอกคอกพูดจริงทุกอย่าง...

ooooooo

การเตรียมงานแต่งของคณินกับมนสิชาดำเนินต่อไปเรื่อยๆ เช่นเดียวกับการตามหาตัวฆาตกรฆ่าจั๊วและมือปืนที่ก่อเหตุในงานเปิดโรงสี กิตติพยายามสืบทุกเบาะแส แต่ก็ไม่มีวี่แววจะเจอคนร้ายตัวจริง

คณินถอนใจยาว “ไม่กระจอก...มีการวางแผนมาอย่างดี ไม่ได้แค่หวังผลให้ใครสักคนตาย”

“พวกมันต้องการลดความน่าเชื่อถือของนายน้อยใช่ไหมครับ”

“ด้วย...แต่สำคัญกว่านั้น คือช่วยสร้างศัตรูให้เราอื้อเลย”

“พวกมันใจดีเกินไปหรือเปล่าครับ”

“จากเสี่ยจั๊ว...มานายกริช ตอนนี้ทั้งแก๊งพังพอน แก๊งกวางสวรรค์ ถอยห่างจากเราหมด”

“เหลือแค่แก๊งกระต่ายป่า”

“ชักเป็นห่วงพวกนี้ซะแล้ว เราต้องเตือนพวกเขา!”

แต่ความตั้งใจจะไปเตือนแก๊งกระต่ายป่าก็ต้องล้มเลิก เมื่อคณินเจอแพนในโรงสี ท่าทีหมางเมินและเฉยชาของเธอ ทำให้แรดหนุ่มอดใจไม่ไหว ต้องสั่งให้กิตติไปตามตัวมาพบในห้องทำงาน

แพนไม่รู้ตัวว่าจะถูกคณินตามง้อ มัวตามจับผิดไท ซึ่งก้มๆเงยๆเหมือนหาของบางอย่างในโรงสี สาวแสบนึกถึงตราประจำแก๊งเหยี่ยวแดงที่เก็บได้เมื่อวันก่อน พลางปะติดปะต่อเรื่องราว เลยยิ่งมั่นใจว่าเพื่อนหนุ่มคนงานต้องมีความลับบางอย่างซ่อนไว้แน่ และวันนี้เธอจะต้องหามันให้เจอไทนิ่วหน้าด้วยความสงสัย เมื่อแพนทำท่าเหมือนจะยื่นบางอย่างให้ดู แต่ไม่ทันรู้เรื่อง กิตติก็เข้ามาขวาง และลากตัวเธอไปหาคณินเสียก่อน...ความลับของไทเลยยังปลอดภัย และไม่มีใครรู้เหมือนที่ผ่านมา

ด้านคณิน...ยิ้มหน้าบานเมื่อได้ยินเสียงประตูหน้าห้อง ก่อนจะหน้าถอดสี เมื่อเห็นว่าผู้หญิงที่เข้ามาคือมนสิชา ไม่ใช่แพนอย่างที่เฝ้ารอ แต่ท่าทางอึ้งๆของเขาก็เหมือนจะไม่มีผลอะไรกับมนสิชา เพราะเธอฉอเลาะและออเซาะได้แนบเนียน ราวกับว่าเขากับเธอเป็นคู่รัก ไม่ใช่แค่คู่หมายมานานแสนนาน

คณินทำหน้าเบื่อหน่าย แต่มนสิชาก็ไม่สนใจ ตั้งหน้าตั้งตาบอกเรื่องที่คิดไว้ ว่าเธอจะมาทำงานแทนแพน จะได้ฝึกช่วยงานและฝึกเป็นเมียในเวลาเดียวกัน คณินถึงกับพูดไม่ออก ก่อนจะแถเอาตัวรอดว่าไม่อยากให้เธอลำบากตรากตรำงานหนักในโรงสี แต่ก็เหมือนจะไม่ค่อยได้เรื่อง เพราะมนสิชาตื๊อจะทำตามความต้องการเดิม

หลังจากพยายามเกลี้ยกล่อมหลายยก แต่มนสิชาก็ไม่เปลี่ยนใจ สองหนุ่มสาวเลยเปลี่ยนมาเถียงกันแทน และมนสิชาก็คงจะลงทุนถึงเนื้อถึงตัวมากเกินไป เมื่อแพนมาพบคณินตามคำสั่ง เลยต้องเห็นภาพบาดตาบาดใจ!

ooooooo

แพนเดินลิ่วออกไปแล้วด้วยความงอนสุดขีด คณินเลยผลักมนสิชาไปอีกทาง ก่อนจะสาวเท้าตามติด และจัดการลากแพนไปปรับความเข้าใจในห้องเก็บของโรงสี สาวแสบมีสีหน้าอึดอัดอย่างเห็นได้ชัด อยากจะออกไปจากสถานการณ์นี้ใจแทบขาด แต่แรดหนุ่มก็ไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอย

“ไม่รู้สึกอะไรเลยหรือที่ฉันกำลังจะแต่งงาน”

“จะให้รู้สึกอะไร ไม่ใช่เรื่องของฉันสักหน่อย”

“ไม่ใช่เรื่องของเธอจริงหรือ”

แพนกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ก่อนจะโพล่งออกไปเสียงเรียบ “ความจริง...มันก็เรื่องของฉันด้วย เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณกับน้องสาวฉันแต่งงานกัน หนี้สินของบ้านฉันก็จะหมด...ฉันเป็นไท ไม่ต้องมาทำงานที่นี่แล้ว”

“อ้อ...สงสัยอยากให้ผมแต่งงานกับน้องสาวคุณจนตัวสั่นสินะ”

“เรื่องที่จะพูดมีแค่นี้ใช่ไหม ฉันมีงานต้องสะสางเยอะแยะ”

ท่าทางเย็นชาของเธอทำให้คณินใจเสีย สุดท้ายเมื่อคิดว่าไม่มีทางเลือกอื่น เลยตัดสินใจจะสารภาพรัก แต่ไม่ทันเริ่ม จู่ๆเหรียญตราประจำแก๊งเหยี่ยวแดงในกระเป๋าเสื้อเธอก็ร่วงลงพื้น สาวแสบจะหยิบแต่ก็ช้ากว่าแรดหนุ่ม ซึ่งมองมาทางเธอด้วยสายตาแข็งกร้าว!

เวลาเดียวกันด้านนอกโรงสี...กิตติพยายามกันมนสิชาอย่างสุดความสามารถ ไม่ให้ไปวุ่นวายการปรับความเข้าใจของเจ้านายหนุ่มกับสาวแสบ ส่วนภายในห้องเก็บของ...แพนต้องเจอสถานการณ์ลำบาก ที่ถูกเขาสอบสวนอย่างหนักเรื่องตราประจำแก๊งเหยี่ยวแดง ว่าไปอยู่ที่เธอได้ยังไง แพนหน้าเจื่อน แต่ยังเฉไฉเปลี่ยนประเด็น

“ถ้าคุณอยากได้ก็เอาไปเลย”

“ผมถามว่าได้มาจากไหน”

แพนจะเดินหนีไปทำงาน เลี่ยงไม่ตอบคำถาม คณินต้องตามไปขวาง

“ไม่ต้องขยันตอนนี้หรอก บอกมาว่าได้เหรียญมาจากไหน”

“ฉันเจอมันหล่นบนพื้น...พอใจหรือยัง”

“ดูเหมือนเธอจะเจอทุกอย่างที่หายไปนะ มันบังเอิญเกินไปหรือเปล่า”

แพนนิ่วหน้าก่อนจะเปลี่ยนเป็นโกรธจัด เมื่อเข้าใจความนัยของอีกฝ่ายที่กล่าวหาเธอว่าอาจเป็นหนอน บ่อนไส้ในโรงสี คณินยักไหล่ด้วยท่าทางกวนประสาท แถมพูดจาถากถางตามอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน

“เธอทำให้ฉันรู้สึกเหมือนเป็นคนโง่ได้เรื่อยๆนะ”

“ฉันไม่เข้าใจว่าคุณพูดเรื่องอะไร”

“ใช้ไม้ตายอีกแล้ว หน้าซื่อไร้เดียงสา ฉันไม่เข้าใจ ฉันเปล่า ฉันไม่ได้ทำ!”

“ถ้าคุณยังพูดไม่รู้เรื่อง...ฉันขอตัว”

“เธอยังไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น!”

ฝ่ายมนสิชา...ยังตามหาคณินไปทั่วโรงสีอย่างไม่ลดละ โดยมีกิตติตามป่วนตามขวางตลอด เช่นเดียวกับคณิน พยายามไล่ต้อนจับผิดแพนไม่หยุดหย่อน แม้เธอจะบ่ายเบี่ยงเลี่ยงตอบเท่าไหร่ เขาก็ตามคาดคั้นไม่เลิก

“บอกมาว่าเธอขโมยตราสัญลักษณ์ไปให้ใคร”

“อะไรของคุณ ฉันไม่ได้ขโมย ฉันเจอมันในโกดังวันเปิดโรงสี...จะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่คุณ”

“ถ้าลองเชื่อดู ถ้าไม่ใช่เธอก็ต้องเป็นใครสักคนที่อยู่ในงานใช่ไหม”

“ฉันไม่เข้าใจ คุณพูดเรื่องอะไร เหรียญนี่มันสำคัญยังไง”

“สำคัญยังไงก็ลองไปถามนายเธอดูสิ ทำงานให้ใครล่ะ”

“ฉันจะบอกคุณเป็นครั้งสุดท้ายนะว่าฉันไม่มีนายบ้าบอคอแตกอะไรนั่น...และฉันก็ไม่ได้ขโมย”

“เมื่อไหร่จะพูดความจริงกับฉันสักที”

“ความจริงงั้นหรือ...ได้...ฉันเกลียดคุณ!”

ถึงคราวคณินจะอึ้งบ้าง แต่ไม่นานก็ตั้งสติได้ และตั้งท่าจะจูบให้หายคลั่ง แต่แพนก็เบี่ยงตัวหลบพร้อมกับคว้าปิ่นปักผมที่เก็บได้ในวันเปิดโรงสีมาปักหลังเขา

แรดหนุ่มมองมาแบบไม่อยากเชื่อ ก่อนจะสลบไปเพราะพิษที่เคลือบบนปิ่น สาวแสบตกใจมากถลาไปพยุง แต่คงไม่ทันระวังเลยถูกปิ่นพิษถากผิวไปด้วย

สุดท้ายสองหนุ่มสาวซึ่งเถียงกันหน้าดำหน้าแดงก่อนหน้า ก็ต้องนอนสลบหมดสติอยู่ด้วยกันในห้องเก็บของ โดยไม่มีใครหรือคนงานคนไหนรู้เลย...

ooooooo

หลังเหตุการณ์เกือบถูกลอบยิงในวันเปิดโรงสีของคณิน บุ๊งก็หาทางจะเอาคืนแรดหนุ่มอย่างสาสม ด้วยปักใจว่าอีกฝ่ายเป็นคนบงการเรื่องทั้งหมด

รวมทั้งสั่งคนตามประกบลูกชายคนเดียว จนกริชเริ่มรำคาญ และพยายามจะหาทางหลอกล่อเพื่อแยกตัว

แต่กริชคงมัวหนีไม่ทันดูตาม้าตาเรือ เลยวิ่งชน หัวหน้าแก๊งกระต่ายป่า ซึ่งแบกสมุนไพรป่าหายากมาขายในเมือง จนทำให้ย่ามใส่ของลอยละลิ่วลงแม่น้ำ วิภาดาซึ่งตั้งหน้าตั้งตารอด้วยความหวัง จะเอายาสมุนไพรจากหัวหน้าแก๊งกระต่ายป่าไปรักษาพ่อ ถึงกับปรี๊ดแตก และไม่รอช้าจะสั่งให้คนก่อเรื่องกระโจนลงไปงมสมุนไพรขึ้นมา

ท่าทางโกรธจัดของวิภาดา ทำให้กริชใจไม่ดี ตั้งท่าจะอธิบายและขอไถ่โทษ แต่เธอก็ไม่สนใจ ชี้นิ้วไปที่แม่น้ำ

“ถ้านายอยากจะผ่อนโทษตัวเองให้เบาลง กระโดดลงไปเก็บสมุนไพรในคลองมาให้ฉันมากที่สุดเท่าที่จะทำได้!”

ขณะที่กริชงมหาสมุนไพรให้วิภาดาเพื่อไถ่โทษ มนสิชาแทบคลั่งเมื่อหาตัวคณินกับแพนไม่พบ

“ไม่น่าเสียเวลามาเลย เปลืองชุด เปลืองเครื่องสำอาง”

กิตติเบ้หน้า อดแขวะไม่ได้ “วันหลังก็อย่ามาสิครับ”

“เรื่องอะไร...คอยดูนะจะมาเฝ้าทุกวันเลย”

พูดจบก็ผลุนผลันกลับบ้าน พร้อมกับหมายมาดจะจัดการพี่สาวคนละแม่ขั้นเด็ดขาด ไม่ให้ลอยหน้าลอยตาใกล้ๆว่าที่เจ้าบ่าวของเธออีก กิตติได้แต่มองตามเซ็งๆ ก่อนจะตีหน้าเข้ม เมื่อเห็นไททำท่าทางก้มๆเงยๆเหมือนหาอะไรบางอย่าง ไทพยายามทำตัวเป็นปกติ ทั้งที่ในใจร้อนรน เพราะทำตราประจำแก๊งเหยี่ยวแดงหายเมื่อวันก่อน แต่ก็เหมือนจะทำไม่สำเร็จเมื่อได้ยินว่าคณินสงสัยแพนว่าอาจเป็นคนลอบยิงคนเชิดสิงโตในวันเปิดโรงสี ไทนิ่วหน้าไม่เข้าใจ “แพนเกี่ยวอะไรด้วย”

“ทำไมจะไม่เกี่ยว เป็นผู้ต้องสงสัยเต็มๆเลยล่ะ เพราะแพนเป็นคนหนึ่งที่ไม่อยู่ในจุดเกิดเหตุเหมือนกัน บางทีแพนอาจจะเป็นมือปืนที่ทุกคนตามหาตัวก็ได้นะ”

กิตติขอตัวไปดูงานส่วนอื่น ไทได้แต่มองตามอึ้งๆ พร้อมกับคิดตาม

“เป็นไปได้ไหมวะ ที่แพนจะเป็นคนพบตรานั่น...”

กว่ากริชจะงมสมุนไพรขึ้นมาได้ก็แทบหมดแรง แต่ไม่วายส่งยิ้มประจบให้วิภาดา

“ล้างให้สะอาดก็ยังใช้ได้เหมือนเดิม เรายกทั้งหมดนี้ให้วิคนเดียวเลย”

“มันเป็นของเราตั้งแต่แรกอยู่แล้ว”

“เอาไปต้มยาให้เถ้าแก่เส็งหรือ” วิภาดาพยักหน้ารับ กริชเลยถือโอกาสอ้อน “ดีจัง...เถ้าแก่เส็งโชคดีที่มีลูกคอยเช็ดตัว ทำอาหาร ต้มยาให้ แต่เราสิ...เจ็บป่วยไม่สบายขึ้นมา ต้องทำเองหมด”

วิภาดาอดประหม่าไม่ได้ รู้ว่าเขาจีบ แต่ก็ไม่ยอมพูดดีด้วย “ก็รีบแต่งงานมีลูกสาวสักคนสองคนสิ”

กริชจะย้อนถามว่าให้เขาแต่งกับใคร แต่วิภาดาก็ตัดบท พร้อมกับแยกตัวกลับบ้านดื้อๆ ชาวคณะเชิดสิงโตพยายามยุให้ตามจีบต่อ แต่กริชก็ปฏิเสธส่ายหน้าเบาๆ อย่างหมดหวัง

“ตามไปให้เขาด่าหรือ...กลับไปเชิดสิงโตดีกว่า”

ooooooo

การหายตัวไปของคณินทำให้ทุกคนในบ้านเป็นห่วง โดยเฉพาะวิภาดา ตั้งท่าจะไปขอความช่วยเหลือจากแก๊งเพื่อนสนิทพี่ชาย แต่ซกเค็งก็ห้ามไว้ สังหรณ์ใจว่าคณินอาจแค่อยากหลบหน้าหนีงานแต่ง

สถานการณ์บ้านแพนเหมือนจะวุ่นวายกว่า เพราะเป้งเป็นเดือดเป็นร้อนมาก ที่ลูกสาวนอกคอกไม่กลับบ้านจนถึงเช้า หลินเยาะเย้ยถากถางไม่หยุดว่าแพนคงทำงามหน้า หายหัวไปกับชายหนุ่มมากหน้าหลายตาเหมือนเคย ส่วนมนชิตแทบนั่งไม่ติดด้วยความหึงหวง ยิ่งรู้จากมนสิชาว่าแพนหายไปกับคณินตั้งแต่เมื่อวานยิ่งเครียด เป้งกับมนชิตหุนหันออกไปตามหาแพนแล้ว ทิ้งหลินพูดคุยกับมนสิชาตามลำพัง

“จริงหรือลูก มันทั้งคู่หายไปด้วยกัน”

“ก็ใช่น่ะสิม้า คอยดูนะ...ถ้าหนูรู้ว่านังแพนมันหลอกล่อคุณคิ้มไปทำมิดีมิร้ายล่ะก็ มนสิจะตามไปตบมันกลางตลาด ประจานความร่านของมันเลย!”

มนสิชาประกาศกร้าวด้วยแววตาหมายมาด หลินถึงกับกุมขมับ เครียดจัดที่ลูกสาวหลงคณินแบบไม่ลืมหูลืมตา สุดท้ายโทษใครไม่ได้ ก็ออกไปโพนทะนาเรื่องแพนแบบเสียๆหายๆ จนกลายเป็นข่าวฉาวโฉ่ไปทั้งปากน้ำโพ สร้างความสะใจให้แก่หลินมากที่ทำลาย
ชื่อเสียงลูกเลี้ยงสาวให้ย่อยยับไปกับตา

ข่าวฉาวระหว่างคณินกับแพนแพร่ไปทั่วปากน้ำโพ เป้งกับมนชิตเลยแล่นไปเอาเรื่องคณินถึงโรงสี แต่ก็ถูกพวกซกเค็งขวางไว้ พร้อมกับกล่อมให้ใจเย็นเพราะมั่นใจว่าลูกชายไม่ใช่พวกพระยาเทครัว คว้าทั้งพี่สาวน้องสาวไปเป็นเมีย

แต่ซกเค็งก็ถึงกับอ้าปากค้างไปไม่ถูก เมื่อตามหาจนเจอคณินกอดกันกลมกับแพนในห้องเก็บของ และแม้ทั้งสองจะเพิ่งได้สติ และรู้แน่ว่าถูกพิษยาสลบจากปิ่นปักผมเจ้าปัญหา แต่ก็ยังไม่มีทางออกหรือคำอธิบายสำหรับครอบครัว

หลังจากนั้นแพนก็ตั้งหน้าตั้งตาอธิบายความจริงต่อหน้าทุกคนว่าไม่ได้มีอะไรเกินเลยกับคณิน แต่คู่กรณีหนุ่มกลับโพล่งออกไปในทางตรงกันข้ามว่าเธอโกหก และเขากับเธอเป็นผัวเมียกันแล้ว

ทุกคนตาเหลือก โดยเฉพาะมนชิตกับเป้ง ไม่อยากเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง แต่คณินก็ไม่ยี่หระ ประกาศกร้าว

“ผมไม่เคยมีอะไรกับมนสิชา แล้วก็ไม่เคยชอบ เพราะงั้นคนที่ผมจะแต่งงานด้วย คือแพนคนเดียวเท่านั้น!”

ooooooo


ละครซีรีส์เลือดมังกร : แรด ตอนที่ 5 อ่านซีรีส์เลือดมังกร : แรดติดตามละครซีรีส์เลือดมังกร : แรด ดูรูปภาพนักแสดงนำในเรื่อง นำแสดงโดย แอนดริว เกร๊กสัน,ณฐพร เตมีรักษ์ 27 มิ.ย. 2558 07:41 2015-06-29T01:27:07+00:00 ไทยรัฐ